พิศวาส Kiss of tenderness

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 ธ.ค. 62

พรรณลดาทำหน้ามุ่ย ริมฝีปากด้านบนแทบจะชนกับปลายจมูกอยู่รอมร่อ “แน้... คุยกันดีๆ แล้วทำไมมาแขวะน้องได้”

จบคำพูดนั้นภัทรษาก็หัวเราะร่วน ไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทและน้องสาวหันไปมองตากัน แล้วลอบถอนหายใจเหมือนกำลังปิดบังบางอย่างเอาไว้

ความจริงแล้วรสิกาไม่ได้กลัวว่าจะมีใครล่วงรู้เรื่องเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องโพนทะนาให้รู้ทั่วกันว่าเธอไปนอนกับผู้ชายแปลกหน้ามา

ด้วยสังคมไทยมีรากเหง้า ความเชื่อ วัฒนธรรมที่ฝ่ายชายเป็นผู้นำครอบครัว ฝ่ายหญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เป็นช้างเท้าหลัง ทำกับข้าว เลี้ยงดูลูก ฝังความคิดเหล่านี้เข้าไว้ในหัวผู้ชายว่าการซักเสื้อผ้า หยิบจับงานบ้านไม่ใช่เรื่องของตน 

เมื่อวันเวลาเปลี่ยน การดำรงชีวิตเปลี่ยน ทุกคนในครอบครัวต้องออกมาทำงานเพื่อความอยู่รอด เพื่อฐานะที่มั่นคง 

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฝังอยู่ในความคิดของผู้ชายส่วนมากจะไม่เปลี่ยนแปลง ยังโยนหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน ดูแลลูกให้เป็นภาระของฝ่ายหญิง

...ยอมรับว่าบทบาทในสังคมนั้นเปลี่ยนไป แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง 

...นี่คือความคิดของผู้ชายส่วนมากใช่หรือไม่?

ไม่ต่างจากความเชื่อ ค่านิยมในความต้องการทางเพศที่ยอมรับได้ว่าหนุ่มสาวสามารถอยู่ร่วมกันในอพาร์ตเมนต์ มีเซ็กซ์กัน ใช้ชีวิตเหมือนคู่ผัวตัวเมีย พอเจอคนใหม่ที่ถูกใจมากกว่าก็เลิกรากันไป

แน่นอนว่าหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตเช่นนี้ต้องเห็นพ้องต้องกันว่า เซฟเซ็กซ์เป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง

ยังมีคนหัวเก่าที่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นสาวบริสุทธิ์ หากพลาดพลั้งมีลูกติดมาก็เหมาคิดไปก่อนแล้วก็หาว่าใช้ชีวิตรักสนุก แต่กลับไม่มองว่าผู้หญิงอายุน้อยที่บากหน้าอุ้มท้องอยู่สี่สิบสัปดาห์ เลี้ยงดูลูกโดยไม่ทอดทิ้งให้เป็นภาระสังคม มีคุณค่าที่ต้องยกย่อง 

แต่ผู้ชายต้องเลวแค่ไหน ถึงทิ้งผู้หญิงที่เคยหาความสุขร่วมกัน มีลูกด้วยกัน แต่กลับไม่สนใจไยดี

...มันเป็นมาตรฐานสังคมบิดๆ เบี้ยวๆ ที่รสิการับไม่ได้ แต่ปรับตัวอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้

เรื่องเซ็กซ์กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ที่เคยอ่านบทความหนึ่งแล้วต้องส่ายหน้าให้กับความคิดแคบที่มีอิทธิพลต่อคนกลุ่มหนึ่ง

เมื่อเกิดคดีข่มขืนขึ้น มีฝ่ายหนึ่งซึ่งใช้ปากกาในมือสร้างประเด็นขึ้นมาว่า... การเสพสื่อลามก รวมไปถึงการอ่านนิยายโรมานซ์ นิยายอีโรติก ที่มีฉากเลิฟซีนอย่างถึงพริกถึงขิงมีส่วนก่อให้เกิดอาชญากรรม

‘มันเป็นเหี้ยอะไร?’

รสิกานั่งอ่านบทความนั้นอยู่คนเดียวเลยอุทานออกมาได้อย่างหยาบคาย แล้วเธอจะหยาบมากกว่านี้เพราะเข้าไปแสดงความคิดเห็นยาวเหยียดจนเจ้าของประเด็นร้อนรีบลบสเตตัสแทบไม่ทัน

‘จะว่าไปแล้วอาชญากรที่ข่มขืนคนคนหนึ่งได้ มันคือชั่วโดยตั้งใจ ชั่วโดยสันดาน ตัณหาที่ครอบงำเกินระดับที่จะใช้การนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ดูหนังโป๊แล้วสำเร็จความใคร่เพื่อบรรเทาความอยากได้ แต่มันคือจิตใจที่ไร้สำนึก แก้ต่างให้ตัวเองว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ หรือเหตุผลร้อยแปดไม่ได้เลย เพราะกว่าจะลากคนคนหนึ่งไปข่มขืนจนสำเร็จได้นั้นต้องมีการวางแผน ต้องก่อการให้พ้นจากสายตาผู้คน ต้องจัดการกับการต่อต้านขัดขืนของเหยื่อ จึงไม่มีห้วงเวลาใดที่สมเหตุสมผลมากพอกับคำว่าอารมณ์ชั่ววูบเลย’

‘การเสพสื่อล่อแหลมจึงเป็นการกระทำของผู้ที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ถ้าจะผิดไปบ้างก็คงเพราะหาเซ็กซ์ทอยมาบรรเทาความอยาก ทั้งที่ไม่ได้ออกไปก่ออาชญากรรม ไม่ได้ล่วงละเมิดผู้อื่น แต่ผิดเพราะเซ็กซ์ทอยเป็นสิ่งของผิดกฎหมายในประเทศนี้’

‘การเหมารวมว่าการเสพสื่อลามกก่อให้เกิดอาชญากรรมร้ายแรงจึงเป็นทัศนคติแง่ลบ เพราะต้องแยกเป็นเคสไป จะเหมารวมเช่นนั้นก็แสดงถึงรสนิยมทางเพศที่บิดเบี้ยวของเจ้าของสเตตัสมากไปหน่อย ดูเป็นคนมีปมยังไงไม่รู้...’

รสิกาจำได้ว่ามีคนมากดไลก์แล้วแคปข้อความของเธอเอาไปโพสต์กันมากมาย

...นั่นเป็นเพียงตัวอย่างที่โลกเปลี่ยน แต่ผู้มีอำนาจขับเคลื่อนสังคมนี้ให้เปลี่ยนแปลงยังยืนอยู่จุดเดิม!

ไม่ต่างจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้ประชาชนซื้อขาย มองในมุมหนึ่งมันก็คือการเสี่ยงโชค แล้วการเสี่ยงโชคมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของการพนัน แต่ในประเทศนี้บ่อนการพนันผิดกฎหมาย ทั้งที่ความจริงแล้วหากทำให้มันถูกต้องก็สร้างรายได้ให้รัฐไม่ต่างจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเลย

ยังมีความบิดเบี้ยวอีกมากมายที่รสิกาเขียนออกมาเป็นบทความ เผยแพร่ในหน้าเพจสำนักข่าวออนไลน์ หากนั่นไม่ได้สร้างรายได้ให้เธอประทังชีพ 

ยุคปัจจุบันที่สื่อสิ่งพิมพ์ล้มหายตายจากเป็นจำนวนมากเพราะพฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอต้องทำคลิปข่าวที่อยู่ในความสนใจเพื่อสร้างรายได้จากยอดผู้เข้าชม

เดือนไหนมีประเด็นร้อนในสังคมเยอะ ก็ทำรายได้ได้เยอะ ซึ่งรสิกาก็พยายามประคับประคองตัวเองให้ได้ แม้ว่าต้องถอนเงินเก็บสะสมออกมาจนแทบเกลี้ยงบัญชีแล้ว

ถึงจะลำบาก แต่ก็ต้องคิดว่ามีคนที่ลำบากกว่า

เธอสู้อุตส่าห์เลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่อายุสิบห้าปี ทำงานพาร์ตไทม์จนส่งเสียตัวเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เลือกทำอาชีพนักข่าวออนไลน์มาตั้งหกปี จะมาถอดใจง่ายๆ เอาตอนนี้ได้อย่างไร

...สู้เขาสิ รสิกา!

รสิกาอาจมีคำพูดปลุกขวัญ ปลุกกำลังใจให้ตัวเองมากมาย แต่มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวโสด แต่ไม่สด ในเวลาที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้

ด้วยความที่ต้องสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก รสิกาจึงไม่ใช่คนขี้ขลาด กลัวการเผชิญหน้า แต่การที่เธอเก็บกักน้ำเชื้อที่ปล่อยออกมาเต็มแมกซ์ถึงสองครั้งสองครา แล้วหนีหน้ามาเช่นนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหัวขโมยที่ต้องคอยสอดส่องสายตาหาร่างสูงใหญ่ของหนุ่มวัยกลัดมัน

พร่ำภาวนาให้เขาไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงนี้ แต่การเอนตัวไปฟังพรรณลดากระซิบกระซาบบางอย่าง ก็ทำให้สติกระเจิง

“พี่เลิฟ เมื่อกี้ไวน์เจอแบร์ตี้นะคะ คิดว่าแซคก็คงมาด้วย เราต้องเผ่นแล้วล่ะ” พรรณลดาพูดเบาๆ แล้วเดินอ้อมไปยืนที่เดิม

ต่อให้ภัทรษาไม่ออกปากให้กลับบ้านก่อน รสิกาก็คงหาเหตุออกจากงานเลี้ยงนี้ไปโดยด่วน คราวนี้ล่ะที่รู้สึกเหมือนว่าบางคนจะตามมาทวงของคืน

พอแยกตัวจากสองสาวแล้ว รสิกาก็เดินดุ่มๆ ออกจากบ้านสวนหลังใหญ่ มุ่งหน้าไปยังบ้านพักของเพื่อนที่มีรถยนต์ของตัวเองจอดอยู่ ระหว่างทางเดินราวสามร้อยเมตรก็เหลียวมองข้างหลังตลอดเวลา ยิ่งเห็นรถยนต์จอดอยู่ไม่ไกล ยิ่งเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่ง 

สร้างความประหลาดใจให้กับคนที่สะกดรอยตามอยู่ข้างหลังนัก ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะหนีทำไม แต่เห็นพฤติกรรมแล้วแซคคารีก็สังหรณ์ใจว่าต้องมีของบางอย่างติดตัวสาวเอ็นวีมาแน่นอน

เมื่อสัญญาณปลดล็อกรถยนต์กะพริบ ไอ้หนุ่มแข้งทองก็รีบก้าวยาวๆ มาดึงประตูรถยนต์เปิดกว้างพร้อมสอดตัวเข้าไปนั่งเคียงข้างคนขับ ยิ้มจนตาหยีเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาแคบจัดพิรุธคนข้างกาย

“รีบจัง หนีฉันเหรอ”

“ซะ...แซค”

“อ๋า... ไม่แฟร์เลย เธอรู้จักชื่อฉันนี่นา” แซคคารีครางแบบขัดใจเหลือล้น พลางเอื้อมมือไปดึงเบลต์มาคาดลำตัว

“ตามมาทำไมเนี่ย” รสิกาครางออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

แซคคารียกมือข้างหนึ่งขึ้นวางบนเบาะนั่งของเธอ แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้พร้อมส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ เคยยิ้มใส่กระจกแล้วเห็นว่ายิ้มแบบไหนทำให้ตัวเองหล่อจนผู้หญิงกรี๊ดสลบ ก็ยิ้มให้เธอแบบนั้น

“ถ้าไม่ตามมาจะรู้เหรอว่าเธอกำลังหนี หนีทำไม แฮฟอะไรของฉันมา”

อันที่จริงมันก็หลายอย่างที่ทำให้รสิกาหน้าถอดสี ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ที่เขาอาจเก็บได้แล้วเห็นว่ามันกำลังบันทึกภาพ เธอคงถูกฟ้องร้องจนต้องชดใช้ค่าเสียหายบานตะไท

หรือ... ถ้าเป็นเรื่องป้ายยา ก็คงถูกเล่นงานหนักไม่ใช่น้อย

หรือ... ถ้าเป็นเรื่องสวมรอยเป็นเด็กเอ็นวี ก็น่าจะหาทางออกได้ไม่ยาก

แต่ถ้าเป็นเรื่องสเปิร์มของเขาจะตอบว่าอย่างไร?!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น