เสน่หา affection after sex

ตอนที่ 2 : ตอนที่1 เจ้าของร้านศาลาขนมหวาน 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    6 พ.ย. 62


กรุงเทพมหานคร

นิ้วมือเรียวของภัทรษาอื้อมไปกดกริ่งประตู แล้วลดลงข้างกายเช่นเดิมพลางชะเง้อมองลอดรั้วอัลลอยเข้าไปด้านใน ไม่นานนักก็เห็นเด็กสาววิ่งออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“คุณวุ้นมาเร็วจังค่ะ หนูคิดว่าจะมาตอนบ่ายๆ เสียอีก” แม่บ้านอายุราวยี่สิบต้นๆ ทักทายพร้อมเอื้อมมือเปิดประตูช่องเล็กอีกทางให้เจ้าของร้านขนมหวานหน้าปากซอยเข้ามาด้านใน

“ไม่มีใครอยู่เหรอจ๊ะ” ภัทรษาถามและยังไม่ได้ก้าวเข้าไปด้านใน

“คุณๆ ไม่อยู่ค่ะ ออกไปซื้อของข้างนอกแต่สั่งหนูเอาไว้แล้วว่าถ้าคุณวุ้นมาให้พาไปดูสถานที่วางขนมหวาน แล้วฝากรายการที่สั่งขนมเพิ่มเอาไว้ให้คุณวุ้นด้วยค่ะ” แม่บ้านสาวเรียกชื่อเจ้าของร้านขนมหวานหน้าปากซอยด้วยความสนิทสนมเพราะเป็นลูกค้าประจำมากว่าสองปี

ภัทรษารับกระดาษโน้ตแผ่นย่อมไว้แล้วกวาดสายตาไล่เรียงข้อความดังกล่าว หากอยู่กับคนในครอบครัวคงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ได้รับออร์เดอร์มากกว่าเท่าตัวเช่นนี้ ทว่ารอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีนั้นก็ยังปิดเอาไว้ไม่มิด

“คุณวุ้นเป็นผู้หญิงที่ยิ้มสวยที่สุดเลยค่ะ ขนาดหนูเป็นผู้หญิงเห็นแล้วยังอดยิ้มตามไม่ได้” แม่บ้านสาวชมด้วยความจริงใจขณะเดินนำเข้ามายังสนามหน้าบ้าน

“แหม... ชมตรงๆ แบบนี่พี่ก็เขินแย่สิจ๊ะ” ภัทรษาบอกพลางกวาดสายตาไปยังสนามหญ้าเขียวขจี

ถูกตกแต่งด้วยไม้ประดับตัดกิ่งอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ตรงกลางเป็นเวทีซึ่งมีชายหญิงราวสิบคนกำลังจัดสถานที่ตามมุมต่างๆ

“โต๊ะที่เรียงแถวยาวทั้งสองฝั่งจะวางอาหารแล้วต่อด้วยขนมหวานจากร้านคุณวุ้นนะคะ” แม่บ้านสาวบอกเล่าตามคำสั่งของเจ้านาย

ภัทรษาประเมินจำนวนแขกเหรื่อที่จะมาร่วมงานมงคลสมรสในครั้งนี้จากเก้าอี้คลุมผ้าสีเขียวเฉดที่อ่อนที่สุดแล้วผูกโบด้วยผ้าสีทอง ซึ่งวางเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

“แขกเกือบสองร้อยคนเลยเหรอจ๊ะ ตอนคุณนิก้าสั่งครั้งแรกเห็นว่าเชิญแต่คนที่สนิทไม่ถึงร้อย”

“ตอนแรกก็ได้ยินว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ แต่แขกของคุณทิมที่มาเพิ่มเห็นว่าสักสี่สิบคน คุณๆ กลัวว่าของคาวหวานจะไม่พอก็เลยสั่งเพิ่มค่ะ”

ภัทรษาเดินไปสำรวจโต๊ะซึ่งคลุมผ้าสีสะอาดตาเอาไว้ในสมองก็นึกถึงการจัดตกแต่งขนมไทยจากร้านของตนให้เข้ากับธีมงานแต่งในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่แม่บ้านสาวยังถ่ายทอดคำพูดของเจ้านายต่อไปเรื่อยๆ


“ส่วนงานในตอนเย็นแขกจะมีสักห้าสิบคนค่ะ คุณนิก้าติดใจทับทิมกรอบกับบัวลอยเผือกของร้านคุณวุ้นมาก อยากให้เพื่อนๆ ที่มาจากต่างประเทศลองชิม ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนก็ให้คุณวุ้นจัดการได้เลยค่ะ”

“จ้ะ เข้าใจแล้ว”

ภัทรษาสอดกระดาษโน้ตไว้ในกระเป๋ากางเกง “พรุ่งนี้พี่จะจัดขนมมาจากบ้านเลย แต่มีบางอย่างที่ต้องมาจัดหน้างาน จะมาถึงนี่สักตีห้าครึ่งก็แล้วกัน”

“อ้อ... อีกอย่างค่ะ คุณนิก้าอยากให้คุณวุ้นคอยดูแลเรื่องขนมหวานตลอดงาน เธอว่าเพื่อนๆ คงจะอยากรู้ว่าขนมอร่อยๆ ทำมาจากอะไร”

“อ๋อ... เรื่องนั้นคุณนิก้าโทร.คุยกับพี่แล้ว ฝากบอกเธอด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่กับน้องไวน์จะอยู่ในแถวนี้ ทั้งงานตอนเช้า แล้วก็งานตอนเย็นจ้ะ” ภัทรษาบอกอย่างละเอียด

เธอเข้าใจในเหตุผลของวทานิกา ผู้เป็นเจ้าสาว เพราะถึงจะมีเชื้อสายไทย แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตในประเทศไทยเท่าไรนัก

ยิ่งเรื่องอาหาร ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งไม่อาจถ่ายทอดให้คนต่างชาติเข้าใจได้ถูกต้องนัก  เป็นความประทับใจที่เจ้าของร้านขนมไทยชื่นชมที่เจ้าสาวคนสวยใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย

หากมันคือหน้าตาของคนไทย ที่จะแสดงให้ชาวต่างชาติเห็นถึงรากเหง้า อารยะ และขนมธรรมเนียมอันดีงาม

ความคิดของภัทรษาชะงักงันทันใด เมื่อเห็นดอกกุหลาบสีขาวและสีแดงถูกขนเข้ามาอย่างมากมาย

...มันมากราวกับจะเนรมิตให้สนามหญ้าหน้าบ้านให้กลายเป็นสรวงสวรรค์อันงดงาม ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า เจ้าบ่าวรูปหล่อคนดังรักและทะนุถนอมเจ้าสาวแสนสวยมากเพียงใด แม้ว่าทั้งคู่จะมีพยานรักด้วยกันหนึ่งคนแล้วก็ตาม

แน่ล่ะว่าภัทรษารับรู้ถึงความรักที่ทั้งคู่ถ่ายทอดให้กันโดยสายตา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่เข้าไปซื้อขนมหวานในร้านของเธอ

ทิโมธียังมองภรรยาตาเชื่อม มันไม่ได้เป็นการแสดงออกที่โฉ่งฉ่าง น่าเกลียด แต่สายตานั้นกลับบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่ารักและภักดีต่อผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 PAKPINYA7878 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 13:41
    มาช้าหมดโปร
    #1
    0