เสน่หา affection after sex

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    5 พ.ย. 62


กรุงลอนดอน, ประเทศอังกฤษ

ลอนดอนดาร์บี้แมตช์นัดปิดฤดูกาลเริ่มต้นขึ้นด้วยความฮึกเหิมของกองเชียร์ของทีมเจ้าถิ่นซึ่งมีสนามแข่งขันอันยิ่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตฟูแล่ม

ทีมของพวกเขามีคะแนนรวมเสมอกับทีมคู่แข่งที่ผลัดกันขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นทีมคู่แข่งที่มีคะแนนคู่คี่สูสีกันมาตลอดทั้งซีซั่น กลับโชว์ฟอร์มในนัดสุดท้ายได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับทีมท้ายตารางอย่างหมดรูป

กองเชียร์ของทีมเจ้าบ้านจึงถือโอกาสฉลองชัยชนะก่อนที่เกมในนัดสุดท้ายนี้จะเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ เพราะผลการแข่งขันเพียงแค่เสมอ ก็จะทำให้ทีมของพวกนี้ได้ครองถ้วยรางวัลในลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษแล้ว นักเตะดาราดังในทีมหลายคนยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 85 เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับเสียงแฟนๆ เต็มความจุของสนามเฮลั่นเมื่อ รามอส รูบิโอ สามารถยิงลูกฟรีคิกในระยะยี่สิบห้าหลาเข้าไปกระทุ้งตาข่ายด้วยเท้าขวาข้างถนัด

สกอร์บนจอยักษ์แสดงแต้มผลการแข่งขัน 3 – 0 เสียงโฆษกสนามยิ่งลากเสียงชื่อของรามอสยาวอย่างเร้าใจ กระตุ้นให้แฟนบอลแสดงความดีใจออกมาเต็มที่

ในขณะที่เจ้าตัววิ่งมาสวมกอดกับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งมีทั้งเบเนทาร์ สวีปเปอร์ตัวเก๋าเกม และไอ้หนูแข้งทองแซคคารีที่ครั้งนี้เป็นคนลากเลื้อยลูกฟุตบอลมา ก่อนจะถูกคู่ต่อสู้เข้าสกัดบอลจากด้านหลังอย่างน่าเกลียด ผู้ตัดสินจึงต้องเป่าฟาล์วและเริ่มเกมอีกครั้งด้วยการตั้งเตะลูกฟรีคิก

“เยี่ยมมาก คู่หู” เบเนทาร์ตบหลังเพื่อนไม่เบานักเพราะมันคือการแสดงความยินดีที่ในเกมปิดฤดูกาลนี้รามอสเหมาคนเดียวทั้งสามประตู มันเป็นแฮตทริกแห่งความทรงจำหนึ่งในชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพ

“วู้ว...” รามอสโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ

นักเตะหนุ่มวิ่งไปขอบสนามจูบที่กำปั้นของตัวเอง แล้วทุบอย่างหนักแน่นลงบนหน้าอกข้างขวา ซึ่งมีตราสโมสรอันยิ่งใหญ่นี้ประทับเอาไว้

เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจของแฟนบอลยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนยิ้มและกวาดสายตาเก็บภาพประทับใจนั้นไว้ในความทรงจำ

ไม่นานนักผู้เล่นทุกคนก็ต้องเดินมาประจำตำแหน่งเพื่อเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง


ทว่าเวลาการแข่งขันพร้อมทดเวลาบาดเจ็บอีกแปดนาทีที่เหลืออยู่นี้ ทีมเยือนก็ไม่ได้เล่นอย่างถอดใจ พวกเขายังทำเกมรุกและตั้งรับอย่างเหนียวแน่นแต่ทุกเกมการแข่งขันย่อมมีจุดบอดและวันนี้ทีมเจ้าบ้านก็สามารถค้นพบจุดบอดของพวกเขา

เสียงเป่านกหวีดของผู้ตัดสินดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของเกมพร้อมกับเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของผู้ชนะ มันเกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเศร้าใจ ห่อเหี่ยวใจของผู้แพ้แต่อีกไม่นานผู้แพ้จะเยียวยารักษาตัวเองแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้ง

นี่ต่างหากคือสปิริตของนักกีฬาและมันคือเสน่ห์ของเกมลูกหนังระดับโลกที่ผู้คนต่างหลงใหลคลั่งไคล้

 

จบเกมกับความสำเร็จของทีม ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือสถิติอันยอดเยี่ยมของรามอส รูบิโอ  นักเตะวัยสามสิบปี ด้วยประสบการณ์ ความมุ่งมั่นทำให้ทุกวินาทีที่เขาโลดแล่นอยู่บนสนามเริ่มจะกลายเป็นตำนาน

ไหนจะข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการถือหุ้นในสโมสรแห่งนี้อีกด้วย ไม่นับรวมข่าวซุบซิบที่ว่าเพลย์เมกเกอร์หัวใจสำคัญของทีมเป็นน้องชายต่างบิดาของเจ้าของสโมสรแห่งนี้

...แน่ล่ะว่าไม่มีใครรู้คำตอบที่ชัดเจน

รามอสคะ... ตอบคำถามเรื่องที่คุณได้รับโอนหุ้นของสโมสรจากทิโมธี เป็นเรื่องจริงไหมคะ

ถ้าพวกคุณเป็นพี่น้องกัน งั้นข่าวที่หลุดออกมาว่าคุณถูกแบนไม่ให้ลงสนามเพราะไปเกาะกับวทานิกาก็เป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ

รามอส... รามอสตอบคำถามด้วยครับ

ถามได้ ถามไป ก็เขาไม่ตอบซะอย่าง ใครจะทำไม!

เพลย์เมกเกอร์หนุ่มคิดอย่างสบายใจ เขาผ่านวัยเลือดร้อนมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียอาการด้วยการตอบโต้แบบเหวี่ยงวีน แต่เมื่อถูกรบเร้าให้ตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีก รามอสจึงหยุดการก้าวเดินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“เฮ้... วันนี้ นาทีนี้ทีมเราได้แชมป์ มันเป็นเวลาสุดวิเศษที่ควรเฉลิมฉลอง ทุกคนพูดถึงชัยชนะด้วยความดีใจ เพราะมันหมายถึงความทุ่มเท ความมุ่งมั่นของทุกคนในสโมสร แต่ถ้าพวกคุณเห็นต่างจากนี้ก็ควรปล่อยให้ผมไปฉลองกับเพื่อนร่วมทีมดีกว่า”

รามอสบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสีหน้าและแววตานั้นจริงจังจนนักข่าวที่ห้อมล้อมต้องถอยกรูด

อิสโก้ ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของรามอสจึงเดินเข้ามาขนาบข้าง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเป็นเชิงให้นักข่าวถอยห่าง แล้วดันร่างแกร่งของรามอสให้เดินผ่านบริเวณแบล็กดอปเข้าไปด้านใน

“เจ๋งนี่หว่า ตอนแรกก็นึกว่านายจะเอานักข่าวมาเป็นคู่ซ้อมมวยซะแล้ว” อิสโก้แขวะไม่จริงจังนัก

“ฉันเป็นนักฟุตบอลนะ”

หลังคำตอบนั้นอิสโก้ก็เบ้ปากรับกับการปรับตัว ปรับอารมณ์ใหม่ เรียกว่าเป็นรามอสที่มีพรสวรรค์ขั้นเทพเหมือนเดิม แต่การควบคุมอารมณ์นั้นยอดเยี่ยมจนไม่เหลือเค้านักเตะอารมณ์ฉุนเฉียวคนเดิม

ตั้งแต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของรามอสดีขึ้น ก็ส่งผลต่ออารมณ์ของเขาอย่างชัดเจน เหมือนความจริงที่ถูกเปิดเผยกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รามอสเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว มีความยับยั้งชั่งใจ สุขุมมากขึ้น

แน่นอนว่าความจิตใจที่หนักแน่น ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเกม ความผิดพลาดซึ่งมีทีมงานเก็บสถิติเอาไว้ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

พูดได้เต็มปากว่าซีซั่นนี้จึงเป็นปีทองของรามอส จะคิด จะตัดสินใจแบบไหนก็ส่งผลดีต่อรูปเกม ที่สำคัญแฟนคลับของสโมสรยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศที่สโมสรได้มาครองนี้ รามอสเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักจริงๆ

แม้อิสโก้จะเห็นด้วยกับคำยกย่องดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ปริปากใดๆ หากแต่ก่อนจะเดินไปถึงห้องพักนักฟุตบอลจึงเปรยเรื่องสำคัญหนึ่งขึ้นมา


“เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เลขาฯของคุณทิม โทร. มาบอกว่าจัดการเรื่องหุ้นของสโมสรให้นายเรียบร้อยแล้วนะ” อิสโก้กล่าวของ ทิโมธี แมคคินสัน ซึ่งเป็นประธานสโมสรแห่งนี้ และยังเป็นพี่ชายต่างพ่อของรามอสด้วย

รามอสพยักหน้ารับ ก่อนจะชะงักการก้าวเดินเพื่อบอกความตั้งใจของตน “เรื่องนี้ขอให้เก็บไว้เป็นความลับนะ ฉันไม่อยากให้ทุกคนรู้ ให้เข้าใจว่าทิมเป็นเจ้าของหุ้นส่วนใหญ่น่ะดีแล้ว”

“แต่นายรู้ใช่ไหมว่ามันจะเป็นความลับได้ไม่นาน” ผู้จัดการส่วนตัว กดเสียงต่ำย้ำในความจริงที่ต้องเกิดขึ้น

ด้วยเหตุผลที่ว่า... ผู้ถือหุ้นหลักของสโมสรไม่อาจหลีกเลี่ยงการประชุมประจำปีผู้ถือหุ้นได้อยู่แล้ว

“รู้ ซึ่งระหว่างที่ฉันจะเข้าไปฉลองกับเพื่อน นายต้องไปคุยเรื่องนี้กับเลขาฯ และทนายความของทิม พวกเขาน่าจะมีทางออกให้เรา” รามอสบอกพลางยักคิ้วให้ผู้จัดการส่วนตัวที่ต้องพลาดปาร์ตี้ที่ใช้แชมเปญสาดไปทั่วห้อง

ถึงจะเสียดายแต่อิสโก้ก็ยักหัวไหล่แบบไม่แยแส “สำคัญตัวผิดไปล่ะ พวกนายไม่ใช่สาวผมบลอนด์ หน้าอกดับเบิ้ลซีทั้งตัวถูกราดไปด้วยแชมเปญสักหน่อย มีไรต้องเสียดายวะ ทำงานดีกว่าได้เงินด้วย”

“ฮ่า... ฝากบอกเลขาฯ ทิมด้วยว่าหาที่นั่งบนเจ็ตให้ฉันกับนายด้วย เราจะล่วงหน้าไปกรุงเทพฯ ก่อนทีม”

“งั้นแปลว่านัดพรีซีซั่นเกมแรกกับทีม... นายไม่ลงนะ ฉันจะได้ไปคุยกับโค๊ช” อิสโก้ย้ำถาม

“ลงได้ไง รุ่งเช้าถัดจากวันแข่ง ฉันต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนะ” รามอสบอกแล้วต้องชะงักในคำพูด เมื่อมีเสียงห้าวหนึ่งแทรกขึ้นมา

“อะไรนะ ได้ยินแว่วๆ ว่าใครจะไปกรุงเทพฯ” เบเนทาร์เดินมาสมทบพร้อมกับแซคคารีที่เบิกตาโพลง บ่งบอกว่าดีใจจนออกนอกหน้า

“สาวไทยเหรอ ว้าว... แค่พูดก็ใจหวิวแล้ว” แซคคารีซูดปาก ทำทีเล่นทีจริงตามประสาวัยคะนอง

หากสองนักเตะที่เดินมาร่วมวงสนทนาใหม่กลับได้คำตอบจากรามอสเป็นการปั้นหน่าย จะขอความช่วยเหลือจากผู้จัดการส่วนตัวก็เดินห่างออกไปแล้ว

“อะไร ตอบมาอย่าบังอาจหมกเม็ด” เบเนทาร์คาดคั้น หลังจากที่เห็นเพื่อนสนิททำท่าทางอ้ำอึ้ง “อกหักจากสาวไทย ต้องบินไปหาสาวไทยถึงที่เลยหรือไงวะ”

“ใจบาปแล้วปากยังหมาอีก” รามอสว่าตรงๆ แต่ก็รู้ว่าเพื่อนแค่หยอกเล่น

“เขาเรียกว่าหนามยอก เอาหนามบ่ง” แซคคารีบอกขำๆ แล้วเดินเข้าไปสุมหัวกัน เมื่อรามอสใช้มือเหนี่ยวลำคอเพื่อนทั้งสองเอาไว้ กระซิบกระซาบราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

แก๊งใจบาปเริ่มทำงาน!

...ที่ต้องเรียกว่า แก๊งใจบาปคงเป็นเพราะผู้บรรยายประจำสโมสร เรียกร้องความสนใจของแฟนบอลด้วยการจงใจเรียกชื่อนี้ในตอนที่พวกเขาอยู่ในสนาม นัดแนะบางอย่างซึ่งเรียกติดปากว่าลูกสูตร

เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์เป็นลูกสูตรมักใช้ได้ผล เพราะรามอสเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่สามารถเปิดลูกโด่งให้เบเนทาร์ซึ่งเล่นลูกกลางอากาศได้ยอดเยี่ยมทำประตู หรือเขี่ยบอลเพื่อเปลี่ยนจุดให้ไอ้หนูแข้งทองแซคคารีได้มีระยะวิ่งเพื่อซัดประตูหนักๆ เข้าไปตุงตาข่าย หรือรามอสอาจใช้ทั้งสองเป็นตัวล่อเป้า แล้วก็ซัดฟรีคิกสวยๆ ด้วยตนเอง

เป็นความหลากหลายลูกสูตรที่ผู้บรรยายของสโมสรตั้งชื่อ แก๊งใจบาป เรียกเสียงเชียร์ให้กึกก้องไปทั่วทั้งสเตเดียม

อันที่จริงแก๊งใจบาปมีความสนิทสนมกันอยู่ก่อนแล้ว อาจเป็นเพราะพวกเขายังโสด ไม่มีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตน หลังจากการฝึกซ้อมและเกมกีฬาอันหนักหน่วง มักไปรวมตัวกันอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของเบเนทาร์

พอต่างฝ่ายต่างรู้จักถึงอีกหลายๆ แง่มุมของในชีวิต ทั้งสามก็เริ่มรู้ว่าสามารถไว้ใจในตัวของแต่ละคนได้จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิท

“รู้แล้วต้องหุบปากนะ” รามอสยังไม่บอกออกไปจึงถูกเพื่อนรุ่นน้องขู่กลับ

“ถ้ายังไม่พูด รับรองว่าแซครู้ โลกรู้”

“ไอ้เลว...” ต่อว่าไม่จริงจังนัก ก่อนจะบอกออกมาในที่สุด “คือทิมจะจัดงานฉลองสมรสแบบส่วนตัวที่กรุงเทพ  เขาตั้งใจเชิญพวกเราทุกคนในทีมไปร่วมงานด้วย  แต่คงให้เซอร์ไพรซ์เลยจะบอกหลังเกมกระชับมิตรกับทีม...”

สโมสรฟุตบอลชื่อดังทีมนึ่งในลีกสูงสุดของประเทศมาเลเชีย คือเกมกระชับมิตรนัดแรกของพวกเขา ทว่ากัปตันทีมที่ไม่มีแต่ความเก๋าเกมในสนาม  แต่เบเนทาร์ยังคงมีความคิดลึกซึ้งจนต้องหรี่ตามองรามอสพร้อมตั้งคำถาม

“ก็ถ้านายรู้ข่าวมาก่อนใครเพื่อนแบบนี้ งั้นที่ลือกันว่านายไปน้อง...”

ถามไม่ทันจบประโยค เจ้าตัวก็ครางรับอย่างเสียไม่ได้ “เออ... ถึงได้บอกว่ารู้แล้วหุบปากไง”

มันปฏิกิริยาตอบกลับที่น่าพอใจเพราะทั้งเบเนทาร์และแซคคารี ต่างก็เม้มปากแน่น ทว่าชั่วอึดใจต่อมาความสงสัยของไอ้หนูแข้งทองก็เกิดขึ้นมากจนเงียบไม่ได้แล้ว

“คือเข้าใจแหละว่าการได้ไปงานฉลองสมรสของประธานสโมสรเป็นเรื่องพิเศษของพวกเรา แต่... มาคิดในมุมของคุณทิม เขาคงไม่เอาเรื่องนี้มาเซอร์ไพรซ์เราแน่” แซคคารีคาดเดาด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากพี่ใหญ่ของแก๊งใจบาป

“หรือนายว่าไง แบร์ตี้”

“ก็นายพูดความสงสัยของฉันออกมาหมดแล้วนี่ จะเหลือก็แค่ให้รามอสตอบ” เบเนทาร์โบ้ยกลับไปที่ต้นเรื่องอีกครั้ง

“ใครอยากไปร่วมฉลองสมรสก็ไป ที่อยากไปพีพีดอนก็ตามใจ ที่พัก ค่าเดินทางไม้ต้องรอสปอนเซอร์ คุณทิมจัดให้แถมพ็อกเก็ตมันนี่ ลับที่สุด ไม่มีนักข่าวตามไปกวนใจแน่นอน” รามอสเฉลยก่อนจะถามกลับ “เซอร์ไพรส์สมกับการได้แชมป์ยังล่ะ”

“สุดยอดเลย” เบเนทาร์ตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

“อูย... จะเจอไหมนะ ที่ผิวสีน้ำผึ้ง ตากลมๆ หน้าอกบวมๆ” แซคคารีถึงกับเพ้อหาสาวตามสเปก

ส่วนกัปตันทีมก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่สวนทางกับที่เคยคั่วอยู่ประจำลิบลับ “ฉันขอตัวเล็ก ผิวเนียนๆ เสียงเล็กๆ ทำอะไรก็น่ารักไปหมด”

“ต้องใส่ยูนิฟอร์มด้วยไหม พวกชุดนักเรียนงี้” รามอสถามเหมือนประชด

“ฮึ... อย่างนั้นหามาให้ใส่ทีหลังได้ แต่ถ้าจะหิ้วเด็กมอ. ปลายจริงๆ จะเดือดร้อนทนายความคุณทิมเอานะ” แซคคารีเตือนด้วยความหวังดี

“ก็ไม่ขนาดนั้น ฉันหมายถึงสาวไทยหน้าใส มองแล้วสบายตา” เบเนทาร์ไม่พูดเปล่า แต่ทำหน้าเคลิ้ม ตาลอย หนักข้อกว่าแซคคารีเสียอีก

“สวยใส ไร้ประสบกามแบบนั้นจะรับพลังอึดของนายไหวไหม” รามอสถาม

“เออน่า... ของงี้มันหัดได้ สอนได้ เดี๋ยวถ้าได้เจอจริงๆ พี่นี่แหละจะสอนประสบกามให้ตัวต่อตัว ไม่เกี่ยวกับเสื้อผ้า แล้วน้องจะหลงพี่จนหอบผ้าหนีตามกลับมาลอนดอนเชียว”

เป็นคำตอบแบบหนุ่มโสด โฉดและเด็ดที่เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เบเนทาร์จะเดินมาอยู่ตรงกลาง เกี่ยวคอเพื่อนทั้งสองให้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ซึ่งตอนนี้นั้นเพื่อนร่วมทีมฉลองแชมป์ล่วงหน้าไปแล้ว

ทั้งสามเข้าไปร่วมร้องเพลงประจำสโมสร กระโดดโลดเต้นพร้อมสาดแชมเปญที่มีไม่อั้นไปทั่วทั้งห้อง หากมีปาปารัสซีซ่อนตัวอยู่ในมุมห้อง คำนึกกระหยิ่มยิ้มย่องใจที่ได้เห็นภาพลับซึ่งจะทำรายได้มหาศาลอย่างแน่นอน

ด้วยนักเตะบางคนก็สวมเฉพาะบอกซ์เซอร์ตัวเดียว มันบางเฉียบเพราะเปียกแชมเปญจนเห็นแก่นอลังการกลางกาย ไม่ต้องจินตนาการให้ลำบากเลยว่า ขนาด รูปทรงนั้นช่างเร้าใจ และน่าพรั่นพรึงในคราวเดียวกัน

ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อแน่นตึงกว่าสามสิบคนกำลังดื่มฉลองด้วยความดีใจ พวกเขาเปลือยตัวท่อนบนแทบทุกคน หากมีผู้หญิงหลุดเข้ามาอยู่ในวงล้อมนี้ คงไม่รู้ว่าจะมึนเมาแชมเปญ หรือมัวเมาซิกซ์แพ็กแน่นๆ นี้กันแน่


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น