เสน่หา affection after sex

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 เจ้าของร้านศาลาขนมหวาน 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    7 พ.ย. 62


ทิโมธียังมองภรรยาตาเชื่อม มันไม่ได้เป็นการแสดงออกที่โฉ่งฉ่าง น่าเกลียด แต่สายตานั้นกลับบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่ารักและภักดีต่อผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจ

“คุณนิก้าโชคดีมากๆ พรุ่งนี้เธอต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด” ภัทรษาเปรยออกมาด้วยความจริงใจ

“พรุ่งนี้ต้องสวยทุกคนนะคะ คุณวุ้นกับคุณไวน์ก็ต้องแต่งตัวสวยๆ ด้วย” แม่บ้านสาวบอกพร้อมเอ่ยถึงญาติผู้น้องของภัทรษา ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำท่าจะปฏิเสธ แม่บ้านสาวก็รีบเอนตัวเข้าไปกระซิบกระซาบใกล้ๆ

“พรุ่งนี้จะมีนักฟุตบอลหล่อๆ มาร่วมงานเพียบเลยค่ะ คืนนี้หนูจะขัดผิวทาขมิ้นให้ผิวเหลืองผ่อง เผื่อว่าจะมีนักเตะแข้งทองสักคนมาตกหลุมรักแล้วพาหนูไปอยู่เมืองนอกบ้าง”

ภัทรษาหัวเราะกับท่าทางเคลิบเคลิ้ม ไม่รู้ว่าไปเอาความคิดเช่นนี้มาจากไหนแต่ถ้าพรรณลดา ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอรู้ว่างานนี้มีนักเตะจากสโมสรดังมาร่วมงาน แม่ตัวดีคงกระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ ด้วยความชอบในฟุตบอล ตามมาติดๆ ก็เห็นจะเป็นคลั่งไคล้นักฟุตบอลระดับโลก

“โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด น้องไวน์ไม่มีเรียน ถ้ารู้ว่ามีนักฟุตบอลหล่อๆ มารวมกันที่นี่ต้องกรี๊ดบ้านแตกแน่ๆ”

“พี่จะไม่พาน้องไวน์มาด้วยก็เพราะกลัวว่าแขกเหรื่อจะตกใจกับเสียงกรี๊ดนี่แหละ” ภัทรษาส่ายหน้า ก่อนจะพยักพเยิดไปด้านหลัง เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาซักถามอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทางเข้าออกของบ้าน จึงขอตัวกลับออกมาเสียก่อน

บรรยากาศของบ้านสวนริมคลอง อันร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่  ดอกกุหลาบส่งกลิ่นหอมมาเป็นระยะ ประกอบกับผ้าซีฟองสีขาว สีเขียวอ่อนและสีทองที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด ยังตัดกับสีของบ้านเรือนไทยประยุกต์ ซึ่งชั้นล่างสร้างด้วยปูนทาสีขาวสะอาดตา

ตกแต่งประตูหน้าต่างด้วยไม้เนื้อดีสีแดงอมน้ำตาล ส่วนด้านบนเป็นเรือนไม้ทั้งหลัง ดูงดงามยิ่งนัก

เมื่อหันกลับไปมองบ้านสวนอีกครั้ง ยังรู้สึกว่าอบอวลไปด้วยความรัก จนอดคิดไม่ได้ว่า... จะมีผู้หญิงสักกี่คนโชคดีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายที่รักอย่างมีความสุขเช่นนี้

เจ้าของฝ่าเท้าบอบบางในรองเท้าคัทชูหนังเนื้อนิ่มสีน้ำตาลยังก้าวเดินทอดน่องในเส้นทางที่คุ้นเคยไปเรื่อยๆ ในใจคิดถึงความรักที่เกิดขึ้นกับตนไม่บ่อยนัก เพื่อนต่างเพศที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแทบจะนับคนได้


หลังจบปริญญาตรีและทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งได้สองปี หญิงสาวก็ตัดสินใจเบนเข็มไปเรียนทำขนมไทยเพราะอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ความชอบในการทำขนมไทยเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ภัทรษากล้าลาออกจากงานประจำ  ราวสามเดือนให้หลัง ร้านศาลาขนมไทย ก็เปิดตัวขึ้น

ถ้านับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่เธอทุ่มเทแรงกาย แรงใจให้กับอาชีพที่รักซึ่งมันหาเงินเลี้ยงดูตนเองได้ดีระดับหนึ่ง

คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง แม้ว่าจะต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลาออกไปพบปะ ดื่มกินกับเพื่อนฝูงนัก แต่เธอก็ภูมิใจว่าสามารถสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองด้วยสมองและสองมือ

ถ้าตอนนี้จะยังไม่พบเจอเนื้อคู่หรืออีกครึ่งหนึ่งของชีวิตก็ไม่เป็นไร ก็พ่อกับแม่ของเธอท่านเคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่า... เรื่องแบบนี้ไม่ต้องไปแสวงหาหรอก ถ้าเขาเป็นเนื้อคู่ของเราจริง ต่อให้อยู่ไกลกันคนละมุมโลก พรหมลิขิตก็ชักนำให้มาพบกันอยู่ดี

ภัทรษาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อนึกถึงคำพูดของบุพการี สิ่งที่รออยู่ตรงหน้าคืองานใหญ่ทั้งภาคเช้าและค่ำ เธอจะต้องทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ลูกค้าไว้ใจเลือกขนมรับรองแขกจากร้านศาลาขนมไทย

 

บ่ายวันเดียวกันนี้  แม้จะไม่มีใครได้เห็นสรวงสวรรค์อันงดงามมาก่อน แต่บ้านสวนที่ถูกเนรมิตด้วยดอกกุหลาบ และผ้าพริ้วๆ ก็คงใกล้เคียงกับความงดงามในจินตาการแล้ว

การเดินทางข้ามทวีปด้วยไพรเวทเจ็ตจะสะดวกสบายมากสักแค่ไหน แต่การติดแหงกอยู่บนรถยนต์ด้วยการจราจรอันติดขัด อากาศร้อนอบอ้าว ย่อมทำให้สองพี่น้องหงุดหงิดได้ไม่น้อย

ทว่ารอยยิ้มของวทานิก และหนูน้อยโจเซลีนก็คลายอารมณ์แย่ๆ ได้อย่างดี โดยเฉพาะทิโมธีซึ่งรับตัวลูกสาวมาอุ้มเอาไว้ กดจูบ หอมแก้มด้วยความคิดถึง

“คิดถึงคุณจัง นิก้า...” ทิโมธีเอื้อมมือไปรั้งภรรยาคนสวยเข้ามากอดเอาไว้

“ห่างกันแค่สิบวันเอง จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น” วทานิกาแย้ง แต่ยิ้มหวานจับใจ และสายตาที่มองสามีนั้นก็บ่งบอกว่าคิดถึงไม่ต่างกัน

ทว่าก่อนที่ว่าที่บ่าวสาวจะหวาดเรี่ยราดไปมากกว่านี้ เสียงเจื้อยแจ้วของแม่หนูน้อยโจเซลีนก็ดังขึ้นเสียก่อน

“มะ... มอสๆ” ไม่เรียกเปล่า แต่เด็กน้อยวัยสิบแปดเดือนยังยื่นมือพร้อมเอนตัวมาหาคุณอาสุดหล่อ ซึ่งเป็นพ่อทูนหัวของโจเซลีนด้วย


รามอสยิ้มกว้าง พลางยื่นมือทั้งสองข้างไปอุ้มเด็กน้อยมาไว้ในวงแขน หอมแก้มพร้อมใช้ส่ายหน้าไปมาให้หนวดเส้นสั้นครูดฝ่ามือนุ่มๆ จนเจ้าตัวหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

“ลินนี่ยื่นมือมาแบบนี้จะขอลูกบอลล่ะสิ” วทานิกาอ่านใจของลูกสาวได้เป็นอย่างดี

จะลืมของสำคัญของลูกสาวได้ยังไง แบกขึ้นเครื่องเองเชียวนะ” รามอสตอบพลางรับลูกฟุตบอลจากอิสโก้

นักเตะหนุ่มใช้มือประคองลูกฟุตบอล ขณะที่เด็กน้อยตีลูกฟุตบอลซ้ำๆ ราวกับอยากเล่นสนุกเต็มแก่ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า หนูน้อยโจเซลีนจะอารมณ์ดีสุดๆ เมื่อได้รับลูกฟุตบอลจากคุณพ่อทูนหัว

 “ปล่อยให้แด็ดกับมัมของหนูไปจู๋จี๊กันเถอะ เรามาวิ่งเล่นกันดีกว่า” รามอสบอก

“ไปพักก่อนไม่ดีกว่าเหรอ เพิ่งมาถึงกันเหนื่อยๆ จะยึดเอาลินนี่ไม่ได้นะ รายนี้เล่นซนไม่มีวันพอหรอก” วทานิกาบอกพลางโคลงศีรษะเป็นเชิงให้แม่บ้านนำทางอิสโก้ และเลขานุการของทิโมธีไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกล

“คุณพาทิมไปพักเถอะ บ่นว่าคิดถึงเมียตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นเครื่องแล้ว ส่วนลินนี่ ปล่อยให้ผมจัดการเอง” ว่าแล้วก็อุ้มเด็กน้อยวิ่งรอบบ้าน

รามอสใช้อสองมือประคองตัวสาวน้อยเอาไว้ให้เหมือนกับพุ่งตัวอยู่กลางอากาศ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้น บางครั้งโจเซลีนก็ร้องเสียงหลงด้วยความหวาดเสียว สนุกสนาน

นักเตะหนุ่มยอมรับกับตัวเองว่าเคยคิดเกินเลยกับวทานิกา  ในช่วงที่นางแบบสาวเพิ่งจะรู้ว่าตั้งครรภ์ทั้งยังมีเรื่องบาดหมางใจกับทิโมธี ตนก็ไม่เคยนึกรังเกียจ ตั้งใจจะรักและเอ็นดูลูกในท้องของเธอให้เหมือนลูกของตน

ทว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แล้วประเด็นสำคัญมันก็อยู่ที่วทานิการักทิโมธี จนไม่เหลือหัวใจไว้ให้ใคร เมื่อทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้

เขาก็ต้องยอมรับความจริง แม้จะเจ็บปวดแต่กลับเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้โหดร้าย ใช้เวลาในการเยียวยาหัวใจน้อยมาก

ไม่เพียงแค่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข การได้ปรับความเข้าใจ คลายปมที่เกาะกินหัวใจของทุกคนในครอบครัว กลับทำให้เขาเข้าใจในความจริงของชีวิต ความโกรธ เคียดแค้นไม่เคยส่งผลดีต่อใครเลย

เมื่อเห็นลูกสาวมีความสุข หัวเราะชอบใจ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็พลอยหัวเราะไปด้วย

“ต้องให้มันรีบหาลูกของตัวเอง ไม่งั้นลินนี่จะรักพ่อทูนหัวมากกว่าผม” ทิโมธีบอกพลางรัดร่างของภรรยาเข้าหาตัวแน่นกว่าเดิม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น