เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 มารร้ายอยากเข้าเครื่องจับเท็จ 1 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    20 ก.ย. 60


          หลังจากที่รอดส์ออกจากห้องผ่าตัดก็ถูกย้ายตัวเข้าไปพักในหอผู้ป่วยหนัก คุณหมอชี้แจงว่าคนป่วยอายุมากทั้งยังเสียเลือดไม่น้อย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดจึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งมีสายระโยงรยางค์อยู่มากมายทำให้เลสเลอร์ไม่วางใจเท่าที่ควร

          เขาจ้างพยาบาลพิเศษอีกสองคนเพื่อเฝ้าดูอาการผู้เป็นพ่ออย่างใกล้ชิดทั้งยังให้เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อไปตลอดเวลาเอาไว้ นั่นคงเป็นสิ่งที่เลสเลอร์ทำได้ดีที่สุดในเวลานี้

          ไม่นานนักทั้งหมดก็เดินทางออกจากโรงพยาบาล ในตอนแรกที่ได้ยินเขาสั่งให้คนสนิทขับรถยนต์ของผู้เป็นพ่อกลับบ้านพลิสราจะเอ่ยห้าม แต่พิศาลกลับยื่นกุญแจให้มาไคในทันที นั่นทำให้เธอรู้ว่าการห้ามปรามจะไม่เป็นผล จึงเลือกที่จะนั่งเงียบๆ อยู่บนเบาะหลังของซูเปอร์คาร์สีหวาน

          ครั้งแรกที่มีโอกาสได้เห็นรูปของเธอ เลสเลอร์รู้สึกเหมือนต้องมนตร์สะกดเมื่อจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต ริมฝีปากบางรับกับใบหน้ารูปหัวใจนั้นเขารู้ดีว่าหวานล้ำสักแค่ไหน แล้วจะวิเศษเพียงใดหากเธอเรียบร้อย อ่อนหวาน ปล่อยเรื่องยุ่งยากทุกอย่างให้เขาเป็นคนจัดการ

          แต่ดูเหมือนว่านิสัยใจคอเธอจะแตกต่างกับหน้าตาโดยสิ้นเชิง ความคลางแคลงใจที่สัมผัสได้จากเจ้าของดวงตาคู่หวานนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขานึกหวั่นใจ เพราะรู้ดีว่าพื้นฐานของการทำความรู้จักกับใครสักคนหากมีความระแวง สงสัยเกิดขึ้นแล้ว มันจะเป็นตัวบั่นทอนความสัมพันธ์ในระยะยาว

          คิดมาถึงจุดนี้เลสเลอร์ก็ไม่อาจตอบตัวเองได้ว่าอยากให้เธอมีบุคลิกอย่างไร

          หากนั่งนิ่งๆ ก็สวยหวานบาดจิตเหลือเกิน!

          ถ้าเมื่อไรที่เขาเริ่มกวนโทสะ เธอก็ตอบโต้ได้อย่างมีชั้นเชิง จนไม่คิดว่าการเถียงกับผู้หญิงสักคนด้วยเรื่องไร้สาระจะสนุกถึงเพียงนี้!!

          สรุปได้สั้นๆ ว่ากำลังถูกใจเมียตัวเอง เลสเลอร์คิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจในขณะที่บังคับพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง ชวนพ่อของเธอคุยเรื่องจิปาถะสลับกับลอบมองเธอจากกระจกหลังเป็นระยะ

          ...ว่ากันว่าความเงียบบางครั้งก็น่ากลัวยิ่งนัก ในความคิดของพลิสราตอนนี้ก็เช่นกัน หลายคำถามจากเหตุการณ์ลอบยิงรอดส์ยังค้างคาอยู่ในใจ หากตอนนี้ยังสังเกตได้ว่าการพูดคุยระหว่างพ่อของตนและเขานั้นดูรู้จักมักคุ้นกันในระดับหนึ่ง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้เธอไม่น้อย เพราะไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าพ่อนั้นไปรู้จักกับพี่ชายต่างแม่ของอธิปตั้งแต่เมื่อไร

          ทั้งคู่มีข้อตกลงร่วมกันอย่างไร เขาถึงยอมจดทะเบียนสมรสกับเธอ ทุกอย่างในสมองตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม เมื่อรถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านเดี่ยวสองชั้นซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่จำความได้

          หากวินาทีนี้มารร้ายที่ลอบมองเธอด้วยสายตายียวนอยู่บ่อยครั้งทำให้ความทรงจำดีๆ นั้นเปลี่ยนไป เริ่มจากมีผู้ชายร่างสูงใหญ่คอยขับรถนำหน้า เปิดประตูอำนวยความสะดวกให้ก้าวลงจากรถ เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังภัย ดูเหมือนว่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในชีวิตจะเลือนหายไปแล้ว

          ไม่ต้องรอให้มารร้ายสั่งการว่าอย่างไรอีก พลิสราก็ฉวยโอกาสสอดมือเข้าคล้องแขนของผู้เป็นพ่อให้เดินเข้าไปในบ้านทันที

          “อะไรล่ะพลีส” พิศาลถามพลางส่ายหน้า เมื่อรู้ว่าลูกสาวไม่อาจจมอยู่กับความสงสัยจนต้องทำเช่นนี้

          “หนูมีเรื่องคุยกับพ่อเยอะแยะแล้วก็ห้ามบ่ายเบี่ยงด้วย”

          สายตาที่พิศาลส่งกลับมาให้นั้นดูลำบากใจไม่น้อย แต่ภาพที่เห็นเธอกึ่งลากกึ่งจูงผู้เป็นพ่อจนหายเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง ก็ทำให้เลสเลร์ต้องอมยิ้มในความสงสัยใคร่รู้ของเธอ

          “คุณหมอเป็นคนฉลาด ตอนนี้ในใจคงเต็มไปด้วยคำถามนะครับ” ไซมอน หนุ่มเท็กซัสเปรยกับเจ้านาย

          “ไม่ฉลาดจะได้เป็นหมอเหรอ แถมเป็นหมอผ่าศพซะด้วย” มาไคเป็นฝ่ายตอบเสียเอง

          “รู้ ที่พูดเพราะ...” ไม่ทันที่ไซมอนจะตอบโต้คู่หูจนจบประโยค เจ้านายก็เป็นคนยุติการโต้เถียงนั้นก่อน

          “หยุด รำคาญ” น้ำเสียงราบเรียบหากมีความเฉียบขาดอยู่เต็มเปี่ยม “ไปจัดการติดต่อทนายความดีกว่า ถ้าเดาไม่ผิดพรุ่งนี้ตำรวจคงมาเชิญฉันกับพลีสไปสอบปากคำแน่ๆ”

          “ครับท่าน” คนสนิทรับคำอย่างหนักแน่น ก่อนจะมองตามร่างสูงใหญ่ของเจ้านายเดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นไซมอนจึงหันมาชิงแบ่งงานเสียก่อน “แกโทรรายงานคุณท่าน ส่วนฉันจะไปติดต่อทนายเอง”

          จบคำพูดก็เดินแยกออกมาพร้อมต่อสายหาทนายความอย่างเร่งด่วน ทิ้งงานยากไว้ให้กับมาไคซึ่งต้องอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับเบตตี้ เมอร์ดอช ผู้เป็นน้าของเจ้านายให้รับรู้

          เมอร์ดอชแอนชัวรันโฮลดิ้งหรือMAH เป็นบริษัทประกันภัยชื่อดังที่มีสำนักงานกว่า 200 สาขากระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะทุกรัฐในอเมริกา แน่นอนว่าเมอร์ดอชแฟมิลี่คือผู้ถือหุ้นหลักมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าคุณปู่และแม่ของเลสเลอร์จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตามที

          ผลงานของเลสเลอร์ที่ทำให้นักธุรกิจยอมรับในความสามารถคือ หลังจากที่ก้าวเข้ามาเป็นซีอีโอแทนเบตตี้ได้สามปี เขาทำให้MAH กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการกระจายหุ้นมากที่สุด อีกทั้งผู้ถือหุ้นหลักก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

         

          ในขณะที่มาไคกำลังตอบข้อซักถามของเจ้านายที่อยู่อีกซีกหนึ่งของโลก พิศาลก็กำลังรับมือกับความสงสัยของลูกสาวเช่นกัน

          “หนูต้องการคำอธิบายค่ะ” เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องทำงานของพ่อตามลำพัง พลิสราก็เปิดประเด็นในทันที

          พิศาลนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะยังรอฟังคำถามจากลูกสาวที่ปั้นหน้าตึงยืนคุมอยู่ไม่ห่างราวกับกำลังเค้นเอาความจริงจากผู้ต้องหา “พ่อก็รอฟังคำถามอยู่”

          พลิสราถอนหายใจพรืด ดูเหมือนว่าคำถามยั่วโทสะเหมือนเขาจะออสโมซิสถึงผู้เป็นพ่อแล้ว แต่ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอจะไม่มีวันได้ล่วงรู้ความจริงเลย จึงต้องสูดลามหายเข้าลึกแล้วข่มอารมณ์ตั้งคำถามออกมาอย่างชัดเจน

          “เรื่องแรกเลยนะคะ พ่อเป็นหนี้เลสเลอร์รึเปล่าถึงได้ยกหนูให้เขาง่ายๆ เหมือนละครน้ำเน่าในทีวี”

***********

คุณหมอจะเป็นเจ้าสาวขัดดอกไหมนะ เดากันตอไปนะคะ พรุ่งนี้มาเฉลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #20 coffee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 08:07
    รอเฉลยพรุ่งนี้ค่ะ และรอสอยเลสเลอร์เดือนหน้าค่ะ
    #20
    1
    • #20-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 8)
      21 กันยายน 2560 / 10:25
      ขอบคุณค่า เอียงแก้มมาเร้ววว เลสเลอร์ใากมาจุ๊บบบบค่า
      #20-1