เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 1 ฉันไม่ใช่คุณนายเมอร์ดอช! 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    19 ก.ย. 60


       ชั่วโมงครึ่งแล้วที่คู่สามีภรรยาหมาดๆ นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ชุดเจ้าบ่าวหล่อเนี้ยบกับชุดเจ้าสาวฟูฟ่องดูจะเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา เลสเลอร์จึงสั่งการให้คนสนิทเอาชุดมาให้ที่โรงพยาบาล

          ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในเสื้อเชิ้ตผ้าบางเบากับกางเกงยีนสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิง บ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดใจอย่างหนัก หากกลับมีแรงดึงดูดต่อสายตาเพศตรงข้ามยิ่งนัก ผู้ชายร่างสูงใหญ่ หน้ายุ่งๆ ดูอารมณ์ร้ายเป็นความเร้าใจที่ท้าทายบางอย่างในตัวสาวๆ อยากมีโอกาสกำราบความร้ายกาจนั้นให้สงบลง

          ความจริงที่ผู้หญิงอ่อนหวานมักปฏิเสธแบดบอยไม่ได้!

          ทว่าเลสเลอร์กลับห่างไกลคำว่าแบดบอยอยู่มากโข มารร้ายคงเป็นคำจำกัดความที่รวมความเป็นเขาไว้ได้ใกล้เคียงที่สุดแล้ว คุณหมอสาวสวยคิดในใจขณะเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมถุงใบใหญ่ที่บรรจุชุดแต่งงาน ซึ่งคนสนิทของเขายื่นมือมารับเอาถุงใบนั้นไปถือไว้เสียเอง

          เธอเดินกลับไปกลับมาอยู้หน้าประตูห้องผ่าตัดสักสองรอบ สุดท้ายก็ถอยกลับไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม ทั้งที่มีชายอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้วและที่นั่งก็ว่างแค่ที่เดียวเท่านั้น

          ทันทีที่บั้นท้ายแตะกับม้านั่งก็ได้เห็นแววตาขุ่นเคืองใจ ทั้งยังโคลงศีรษะเรียกให้เธอมานั่งข้างกาย เมื่อพลิสราเลือกที่จะไม่สนใจ เสียงห้าวจัดก็ดังขึ้น

          “อย่าเริ่ม ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาทะเลาะกัน” ตำหนิออกมาราวกับเธอเป็นเด็กไม่รู้ความ นั่นทำให้ผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่อมยิ้มก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์เช่นเดิม

          ลูกสาวคนเดียวย่อมถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นพลิสราเถียงหัวชนฝาหากบังคับจิตใจให้เธอทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่ใช่กับเขา!

          ก่อนที่มารร้ายจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาอีกครั้ง พลิสราก็ยอมที่จะย้ายมานั่งข้างๆ เขา จากการโต้เถียงกันในรถก็รู้ดีว่า... ไม่ง่ายเลยที่จะต่อกรกับมารร้ายขี้โมโห

          เลสเลอร์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เมื่อเห็นเธอกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ ไม่เบานัก พลางคิดในใจว่านี่เขาเอาสาวน้อยที่ยังไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์มาทำเมียหรืออย่างไร

          “ก้นได้ช้ำกันพอดี” แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะเผยอปากโต้กลับ เขาก็เปลี่ยนเรื่องถามด้วยน้ำเสียงเครียด “ทำไมใช้เวลาผ่าตัดนานแบบนี้ล่ะพลีส ร่วมสองชั่วโมงแล้วนะ”

          “ถ้ากระสุนฝังลึกก็ต้องใช้เวลานาน อีกอย่างยิ่งคนป่วยอายุมาก โอกาสเสี่ยงอันตรายก็มากตามไปด้วย อีกอย่างก็ไม่แน่ว่าอาจจะผ่าตัดเสร็จแล้วแต่โดยปกติหมอก็ต้องให้อยู่ข้างรอเพื่อสังเกตอาการ” ไม่ทันที่พลิสราจะอธิบายต่อ คนของเขาอีกคนก็เดินเข้ามาสมทบ หน้าตาบ่งบอกว่ามีเรื่องร้อนใจรายงาน

          “ได้เรื่องไหมมาไค” เลสเลอร์ถามคนสนิทอีกคนในทันที

          “ครับ” รับคำอย่างหนักแน่นแล้วโชว์ภาพที่บันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์ให้เจ้านายได้เห็นชัดๆ

          เลสเลอร์มองปลอกกระสุนปืนซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุก็พอจะรู้ได้ว่าคนร้ายใช้ปืนยี่ห้อใด รุ่นไหน “ปืนพกสไตเออร์”

          มาไคพยักหน้ารับกับคำพูดของเจ้านายพร้อมรายงานความคืบหน้า “ตำรวจกำลังแกะรอยคนร้ายจากล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ แต่ยังไม่ได้อะไรคืบหน้า หลังจากที่สอบถามคุณพิศาลและคุณคริสแล้ว พวกเขาสงสัยว่าการลอบทำร้ายครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคุณอธิป ดูเหมือนจะแปลกใจด้วยนะครับที่เราไม่แจ้งความทั้งที่เกิดเรื่องใหญ่โตจนต้องยกเลิกงานแต่ง”

          เพียงเท่านั้นเลสเลอร์ก็พอจะคาดเดาความสงสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไม่ยาก หากเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามานี้ก็เรียกความสนใจให้หันไปมองยังผู้มาเยือน

          คริส หุ้นส่วนและคนสนิทของรอสด์ เดินนำหน้าพิศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนายเข้ามาสมทบ

          “รอดส์เป็นยังไงบ้าง” คริสถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

          “ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัดเลยค่ะ” พลิสราตอบแล้วเอื้อมมือไปกระชับกับฝ่ามือหนาของผู้เป็นพ่อที่ก้าวมายืนเคียงข้าง

          “ไม่เป็นไรนะพลีส” พิศาลปลอบโยนลูกสาวด้วยความสงสาร ไม่นึกเลยว่าวันเริ่มต้นชีวิตคู่จะเกิดเรื่องราวมากมายเช่นนี้

          “อาขอโทษนะหนูพลีส รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่มีความหมายของหนู แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนยันว่าต้องสอบปากคำให้ได้” คริสกล่าวและนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังโรงพยาบาล ทั้งที่ตนนั้นได้เข้าไปให้ปากคำโดยละเอียดและอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการหายตัวไปของอธิปแล้ว หากยังไม่ได้สร้างความกระจ่างใจใดๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ” ตอบพลางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ถามได้เลยนะคะ ฉันพร้อมแล้ว”

          “ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านนี้หน่อยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบพร้อมผายมือเชิญให้นิติแพทย์คนสวยเดินออกมาจากวงสนทนา นั่นทำให้เลสเลอร์เดินเคียงข้างภรรยาออกไปด้วย

          ภาพดังกล่าวทำให้คนเป็นพ่อมองอย่างวางใจว่ามอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตได้ถูกคนแล้ว ความรู้สึกของคริสก็ไม่ต่างกัน

          “ดีใจกับคุณด้วย เลสเลอร์คงจะดูแลหนูพลีสได้ดีที่สุดแล้ว แต่ในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนของรอดส์ อธิปเองก็เหมือนลูกชายของผม ผมเสียใจจริงๆ ที่พวกเราไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน” คริสยิ้มอย่างเสียดาย เอื้อมมือไปแตะต้นแขนพิศาล “ผมต้องขอโทษกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วย จากใจจริง”

          “ผมก็หวังว่าคุณและรอสด์จะผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้ในเร็ววัน” พิศาลตอบอะไรไปได้ไม่มากกว่านี้ จากนั้นทั้งคู่จึงนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ราวสิบห้านาทีต่อมา คุณหมอก็เดินออกมาแจ้งอาการของรอดส์ให้ได้รับรู้

 

          ในขณะที่เดินออกมาจากวงสนทนาพลิสราก็ไม่เข้าใจในท่าทีที่เลสเลอร์แสดงออกมา ฝ่ามือแข็งแรงเลื่อนขึ้นมาวางลงบนหัวไหล่ของเธอ ในขณะที่เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังมุมๆ หนึ่งซึ่งปลอดผู้คน

          เลสเลอร์ลอบถอนหายใจ รู้ว่าคนข้างกายเริ่มเปิดสงครามเมื่อเธอยกมือขึ้นมาปัดฝ่ามือของตนออก ทั้งยังเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ก็ยังทำไม่ได้ดีนัก คราวนี้เขาเกี่ยวเอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าหาตัว

          “ปล่อย!” พลิสรากดเสียงต่ำตวาดไม่ดังนักเพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองจะหันกลับมามอง แต่เขากลับทำตัวน่าโมโห ไม่ยี่หระกับคำเตือนแถมตีคิ้วใส่เธออย่างท้าทาย

          “เชิญครับ” นายตำรวจหนุ่มบอกเมื่อเดินมาถึงโซฟาชุดหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมจากสายตาคน “เอ่อ... ต้องขอโทษด้วยนะครับ เราต้องการสอบปากคำคุณหมอพลิสราคนเดียว”

          “ผมเป็นสามีของเธอ และอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตอนที่รอสด์ถูกยิง” จบคำพูดก็รั้งร่างอ้อนแอ้นเดินผ่านหน้าตำรวจทั้งสองไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาว

          ประเด็นใหม่เกิดขึ้นในทันทีเพราะมีผู้ชายคนหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นสามีของผู้หญิงที่เพิ่งร้างงานวิวาห์ด้วยสาเหตุที่เจ้าบ่าวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

          “เอาล่ะครับ เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเราเพิ่งสอบปากคำคุณคริสและได้รู้ว่าคุณอธิปหายตัวไปก่อนพิธีในโบสถ์จะเริ่มขึ้น แต่ตอนนี้ เอ่อ...”

          เมื่อนายตำรวจชะงักคำพูด เลสเลอร์ก็ต่อให้ในทันที “เลสเลอร์ เมอร์ดอช”

          “ครับ” รับคำแล้วก้มลงมองนามบัตรที่ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยื่นมาให้ “มิสเตอร์เมอร์ดอชหรือคุณหมอ พอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังได้ไหมครับ”

          ฝ่ามือแข็งแรงออกแรงกระชับร่างเธอแน่นขึ้นแล้วตอบคำถามโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดเลย “ก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับการลอบยิงรอสด์ตรงไหน”

          “คุณหมออธิปหายตัวไปในวันแต่งงาน คุณรอดส์ก็ถูกลอบยิงในวันเดียวกัน ไม่ว่าชนวนเหตุจะเกิดขึ้นจากเรื่องส่วนตัวหรือธุรกิจเราก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงจำเป็นที่จะต้องทราบครับ” นายตำรวจหนุ่มยังยืนยันอย่างหนักแน่น

          เลสเลอร์เบ้ปากพร้อมพยักหน้ารับ “คำถามแรก”

          “ทำไมคุณหมอถึงไม่แจ้งความว่าคุณหมออธิปหายตัวไปครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปสบสายตานิติแพทย์คนสวย

          “เพราะฉันก็เพิ่งทราบจากข้อความที่หมออธิปเขียนถึง จากนั้นก็ เอ่อ...” เธอจะตอบออกไปได้อย่างไรว่าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับผู้ชายที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันสักครั้ง

          เสเลอร์นั้นเข้าใจในความกระอักกระอ่วนใจของเธอดี จึงเป็นฝ่ายออกรับเสียเอง “ถ้าอยากรู้เรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการลอบยิง ผมว่าคุณตำรวจคงต้องติดต่อผ่านทางทนายความ”

          “งั้นผมจะตั้งคำถามใหม่ ข้อความที่ว่าเป็นลายมือของหมออธิปไหมครับ”

          “ค่ะ ฉันยืนยันว่าเป็นลายมือของเขา” พลิสราตอบด้วยความมั่นใจ

          “ก่อนที่หมออธิปจะหายไป เคยหลุดปากหรือเล่าให้ฟังไหมครับว่า...” ไม่ต้องรอให้นายตำรวจตั้งคำถามจบ เลสเลอร์ก็เป็นฝ่ายตั้งคำถามขึ้นเสียก่อน

          “มีใครแจ้งความรึยังว่าอธิปหายตัวไป ถ้ายังไม่มีก็ตั้งคำถามตามขอบเขตหน้าที่ของคุณดีกว่า ผมคิดว่าพูดชัดเจนแล้วนะ” เลสเลอร์เตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากเฉียบขาดยิ่งนัก

          นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจออกมาหนักๆ “คุณหมอเห็นหน้าคนร้ายไหมครับ”

          “ไม่ค่ะ เขาสวมหมวกกันน็อกทั้งสองคน”

          “รูปพรรณสัณฐาน จำได้ไหมครับ”

          พลิสราบอกรายละเอียดของคนร้ายทั้งสองตามความเป็นจริง ช่วงเวลาของการเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บันทึกคำให้การของเธอเอาไว้ เมื่อได้คำตอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถือโอกาสชี้แจงอีกครั้ง

          “ความจริงแล้วการหายตัวไปของหมออธิปอาจจะเกี่ยวพันกับการลอบทำร้ายในครั้งนี้ แน่นอนว่าผมคงต้องเชิญคุณทั้งสองคนไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจอีกครั้ง คุณหมอมั่นใจได้ยังไงว่าหมออธิปปลอดภัย คนหายไปทั้งคนถึงไม่แจ้งความ” เจ้าหน้าที่ตำรวจยังวกกลับมาเรื่องเดิม

          คำถามดังกล่าวทำให้เลสเลอร์ทำเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ก่อนที่จะโต้กลับ ฝ่ามือบอบบางก็วางลงบนท่อนแขนแกร่งเป็นเชิงปรามเสียก่อน

          “ฉันไม่รู้ว่าเขาปลอดภัยจริงๆ ไหม แต่ในข้อความที่เขียนถึงฉัน เขาบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยค่ะ”

          “แล้วถ้าเราถือข้อความในกระดาษโน้ตแผ่นนั้นไปแจ้งความ คุณจะรับแจ้งความไหม” เลสเลอร์เป็นฝ่ายตั้งคำถามบ้าง “ถ้าไม่มีคำถามแล้วผมกับภรรยาต้องขอตัว วันนี้เธอเจอเรื่องหนักๆ มามากแล้ว”

          ถึงแม้ว่าเลสเลอร์จะพาเธอเดินออกมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ หากไม่สามารถลบความสงสัยที่เกิดขึ้นได้เลย คำถามอีกมากมายยังไม่ได้รับคำตอบ หากต้องล่าถอยเพราะต้องงานตามขอบเขตที่ตนมีอยู่

          ในขณะที่เดินกลับมาสมทบกับผู้เป็นพ่อและคริสนั้น ภาพความทรงจำที่เธอทบทวนออกมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง ยังส่งผลให้เกิดคำถามกวนใจอยู่ตลอดเวลา

          เธอจำได้เป็นอย่างดีว่า... หลังจากที่รอดส์ล้มตัวลงบนพื้น มือปืนก็เล็งเป้าหมายมายังเธอซึ่งตอนนั้นเขาก็ดึงไปกอดเอาไว้ทั้งตัว หากพวกมันจะลั่นไกอีกครั้งก็สามารถทำได้ง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ แล้วทำไมถึงได้บึ่งรถออกไปอย่างรีบร้อน ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้มีสิ่งเร้าอื่นใดมาก่อกวนเลย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะมีอาวุธใช้ยิงโต้ตอบ!

          หน้าที่การงานที่สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันผลักดันให้ความคิดของนิติแพทย์สาวล่องลอยไปไกล ทั้งหมดนั้นอาจจะไม่ได้แสดงออกมาทางคำพูด

          แต่เชื่อเถอะว่าสายตาที่เธอมองเขานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน

*****************

คุณหมอคนสวยคิดอะไรอยู่น้าาาา พรุ่งนี้จะเฉลยรึเปล่า อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #19 coffee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 09:06
    ต้องคอยลุ้นและตามติดทุกตอนที่อัพค่ะ ชื่นชอบค่ะ เล่มมาโดยเร็ววววค่ะ
    #19
    1
    • #19-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 7)
      20 กันยายน 2560 / 00:51
      อิอิ ลุ้นต่อไปทุกตอนเลยค่า เล่มออกเดือนหน้านะคะ
      #19-1
  2. #18 Poppy1973 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 08:50
    เล่มทันงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้ป่าวค่ะ
    #18
    1
    • #18-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 7)
      20 กันยายน 2560 / 00:51
      ทันค่า ออกงานตุลาค่าได้ลวนลามเลสเลอร์แน่นอนค่า
      #18-1