เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 2 มารร้ายอยากเข้าเครื่องจับเท็จ 1 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    21 ก.ย. 60



         พลิสราถอนหายใจพรืด ดูเหมือนว่าคำถามยั่วโทสะเหมือนเขาจะออสโมซิสถึงผู้เป็นพ่อแล้ว แต่ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอจะไม่มีวันได้ล่วงรู้ความจริงเลย จึงต้องสูดลามหายเข้าลึกแล้วข่มอารมณ์ตั้งคำถามออกมาอย่างชัดเจน

          “เรื่องแรกเลยนะคะ พ่อเป็นหนี้เลสเลอร์รึเปล่าถึงได้ยกหนูให้เขาง่ายๆ เหมือนละครน้ำเน่าในทีวี”

          คำถามนั้นทำให้พิศาลขมวดคิ้วมุ่น ส่ายหน้าดิก “พลีส... ถ้ายกให้เพราะหนี้ เขาจะต้องจดทะเบียนสมรสกับหนูผูกมัดตัวเองทำไม คนที่เป็นหนี้ไม่ใช่พ่อแต่เป็นรอดส์”

          “ยังไงคะ”

          พิศาลตบมือลงบนโซฟาเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเป็นเชิงเรียกลูกสาวให้เดินเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน “มานั่งนี่สิ พ่อจะเล่าให้ฟัง”

          พลิสราทำตามอย่างว่าง่ายและตั้งใจฟัง

          “ห้าเดือนก่อนโรงงานของเราถูกไฟไหม้ใช่ไหม”

          พลิสราพยักหน้ารับเร็วๆ เพราะยังจำเหตุร้ายที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โรงงานผลิตถุงพลาสติกขนาดย่อมที่พ่อของตนนั้นทำมากว่าสามสิบปี เกิดไฟฟ้าลัดวงจรเป็นเหตุให้คนงานเก่าแก่ต้องเสียชีวิตในกองเพลิงถึงสี่คน “ค่ะ”

          “พ่อทำประกันภัยกับบริษัทของรอดส์มาหลายปี ตามกฎหมายแล้วเขาต้องจ่ายค่าเสียหายตามสัญญา แต่ไม่กี่วันหลังจากเกิดเหตุรอดส์มาบอกพ่อว่าบริษัทของเขาขาดสภาพคล่อง ตอนนั้นสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายเยอะมากเพราะมีคนตาย แต่รอดส์ขอเวลาพ่อหนึ่งเดือน เขากำลังทำเรื่องขอกู้กับแบงก์แล้วสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเอาเงินมาจ่ายให้ครบ”

พลิสราเริ่มทบทวนความทรงจำ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอกับอธิปนั้นตกลงคบหากันในฐานะคนรักได้ไม่นาน การไปมาหาสู่ระหว่างสองครอบครัวเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนนึกวางใจว่าพ่อของตนและรอดส์นั้นพูดคุยกันอย่างถูกคอ แต่ก็ไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น “แล้วยังไงต่อคะ”

“เวลาเดือนหนึ่งมันนานมากสำหรับคนที่เดือดร้อน คนงานที่ตายทั้งสี่ต่างก็เป็นเพื่อน เป็นคนที่ทำงานกับพ่อมาเกินกว่าสิบปีกันทุกคน ครอบครัวของพวกเขาเดือดร้อน พ่อต้องแบ่งเงินที่ใช้ปรับปรุงโรงงานให้กลับมาผลิตได้เร็วที่สุดให้กับครอบครัวของลุงๆ น้าๆ ไปส่วนหนึ่ง แต่เงินไม่มากพวกเขาก็ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ดีนัก”

“เงินก้อนนั้นที่พ่อมายืมหนู เอาไปให้ครอบครัวลุงๆ น้าๆ ใช่ไหมคะ” มาถึงตรงนี้พลิสราก็พอจะประติดประต่อเรื่องเองได้

พิศาลพยักหน้ารับทั้งที่ความจริงแล้วไม่อยากทำเลย “พ่อรู้ว่าหนูเต็มใจให้ แต่พ่อก็รู้ว่าหนูทำงานได้ไม่นาน นั่นคือเงินเก็บทั้งหมดของหนู”

“พ่อลืมเรื่องนั้นไปเถอะค่ะ ความจริงแล้วพ่อน่าจะบอกหนูว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็จะได้ช่วยกันแก้ปัญหา”

“เงินมันเยอะนะพลีส แล้วถ้าไปหยิบยืมคนอื่นมาก็ไม่รู้ว่ารอดส์จะเอามาใช้คืนเมื่อไหร่ ขนาดเขาขอเวลาพ่อจนผ่านมาสามเดือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า”

“กู้แบงก์ไม่ผ่านเหรอคะ” พลิสราเดา

“เปล่า รอดส์บอกว่าได้เงินไม่ตรงกับยอดที่ตั้งเป้าไว้ แล้วก็ต้องแบ่งไปจ่ายให้กับลูกค้ารายอื่นด้วยให้พ่อช่วยออกหน้าเจรจากับทั้งสี่ครอบครัว ยื้อเวลาให้รอดส์ได้หาแหล่งเงินทุนเสียก่อน แต่มีครอบครัวหนึ่งเขาเดือดร้อนมาก ยื่นคำขาดว่าจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ ออกสื่อ คราวนี้รอดส์ก็กลัวจะเสียชื่อเสียงไปกันใหญ่” พิศาลส่ายหน้าเพราะเป็นเรื่องที่ตนนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ไม่รู้สิ ตอนนั้นพ่อมืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน โรงงานก็ต้องเปิดให้เร็วที่สุดเพราะคนงานจะได้มีรายได้ คนเดือดร้อนก็ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาช่วย”

สีหน้าท่าทางที่แสดงออกมาพลิสราก็พอจะรู้แล้วว่ารอดส์นั้นใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อกดดันพ่อของตนให้ยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด

คุณหมอสาวสวยถอนหายใจออกมาหนักๆ กอดแขนของพ่อเอาไว้แล้วแนบแก้มลงกับหลังฝ่ามือที่มีริ้วรอยตามอายุไข “ขอโทษนะคะ หนูแย่มากๆ”

“พ่อสิเป็นพ่อที่แย่กว่า เอาเงินเก็บลูกมาใช้จนเกลี้ยงบัญชี”

“ไม่ตายก็หาใหม่ได้ พ่อน่าจะบอกหนูว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“พ่อที่ไหนก็อยากเห็นลูกมีความสุข แล้วเรื่องของรอดส์กับพ่อมันก็คนละเรื่องกับความสัมพันธ์ของหนูกับอธิป”

“แต่รอดส์คงไม่ได้คิดเหมือนพ่อ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่กดดันให้พ่อต้องลำบากใจ”

คำพูดของพลิสราทำให้พิศาลยิ้มกว้าง มองลูกสาวอย่างแสนรัก “ก็นั่นแหละ ทุกอย่างมันก็มีทางออกเสมอ”

“แล้วยังไงคะ เล่าต่อสิ”

“เรื่องมันยื้อมานานจนไม่อาจจะยืดเยื้อออกไปได้อีกแล้ว เพราะพ่อก็ต้องเอาเงินไปคืนเจ้าหนี้ที่หยิบยืมมา ครอบครัวของคนตายก็ยื่นคำขาด คริสเลยแนะนำให้พ่อรู้จักกับซีอีโอMAH ซึ่งความจริงแล้วเขาเป็นลูกนอกสมรสของรอดส์กับผู้หญิงอเมริกัน ที่พ่อพ้นจากวิกฤตมาจนทุกวันนี้ก็เพราะเลสเลอร์จ่ายสินไหมทดแทนให้ตามสัญญา”

พลิสราพยักหน้าช้าๆ กระจ่างใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็หันช้อนสายตาขึ้นมองคนเป็นพ่อพร้อมย้ำถามอีกครั้ง “พ่อไม่ได้ติดหนี้อะไรเขาอีก นอกเหนือจากนี้นะคะ”

“จะโกหกไปทำไม เรื่องมาจนถึงป่านนี้แล้ว”

“ก็ไม่รู้ หนูยังไม่เข้าใจว่าเขาจะจดทะเบียนสมรสกับหนูไปเพื่ออะไร ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาสักหน่อย” จบคำพูดก็ขวมดคิ้วมุ่น ปั้นหน้ายากมากขึ้น “พ่อไม่ได้เป็นหนี้อะไรเขาอีกแน่นะคะ”

“เมื่อวานไม่ได้เป็น แต่วันนี้เริ่มไม่แน่ใจ”

“พ่อ!...”

น้ำเสียงไม่พอใจ เจ้าแง่แสนงอนของลูกสาวทำให้พิศาลหัวเราะร่วน ลูบมือลงบนแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบโยน “ติดหนี้น้ำใจที่เขาช่วยให้พ่อคนหนึ่งไม่ต้องทนเห็นลูกสาวของตัวเองร้องไห้เป็นแม่สายบัวรอเก้อ เสียน้ำตาให้คนขี้ขลาดที่หนีเอาตัวรอดไปแบบนั้น ไม่ว่าเรื่องทุกอย่างมันจะหนักหนาแค่ไหน แต่พ่อเชื่อว่าถ้าอธิปกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา เรื่องจะไม่ลงเอยแบบนี้”

“เวลาหนึ่งเดือนนี่พ่อสนิทกับเลสเลอร์มากเลยเหรอคะ” คำพูดนั้นทำให้เห็นว่าพ่อกำลังเลิกคิ้วอย่างสงสัย พลิสราจึงรีบขยายความ “ก็พ่อพูดได้ไม่ต่างจากเขาเลย”

“ก็มันจริง มีอย่างที่ไหน หนีไปในวันแต่งงาน ทำยังกับการยกหูโทรศัพท์หาหนูแล้วบอกด้วยตัวเองมันจะเสียเวลามากมาย” พิศาลขยับตัวแล้วยกมือขึ้นกุมหัวไหล่ของลูกสาว พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อไม่รู้หรอกว่าอธิปจะแสดงให้เห็นว่ารักหนูมากแค่ไหน แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำติดลบในสายตาของพ่อมาก ถ้าเขามองว่าความรักที่พลีสมอบให้มีค่า เขาจะไม่ทิ้งไปอย่างนี้ จะไม่มีวันทำให้พลีสต้องแบกรับความลำบากใจอยู่คนเดียว พ่อรู้ว่าวันนี้หนูเจออะไรหนักๆ มาเยอะ เสียใจเสียได้ แต่ถ้าคิดจะเสียน้ำตาให้กับผู้ชายที่มองไม่เห็นค่าความรักของหนู ก็ให้นึกถึงหน้าพ่อบ้าง”

ทั้งปลอบโยนและพูดให้ได้คิดในคราวเดียวกัน การเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวมาตั้งแต่แม่ของลูกตายจากไป ย่อมทำให้พิศาลรู้ดีว่าจะตึงหรือหย่อนสายป่านเช่นไร

“ส่วนสามีของหนู พ่ออาจจะรู้จักเขาไม่นาน แต่พูดได้เต็มปากว่าเขามีน้ำใจ เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งที่น่านับถือ เราคุยกันถูกคอ ถูกชะตาล่ะมั้ง แล้วพ่อก็คิดว่าฝากชีวิตลูกสาวเอาไว้กับเขานั่นไม่ผิดคนแน่ๆ”

“ก็... ไม่รู้สิคะ เขาทำตัวน่าโมโห ยั่วอารมณ์ ปั่นหัวหนูมากกว่าที่จะทำให้หนูจิตใจสงบ” พลิสราตอบด้วยความรู้สึกที่แท้จริง

“เชื่อพ่ออีกสักครั้งสิว่ามองคนไม่ผิด อย่างน้อยการที่เขาเอาตัวเข้าบังกระสุนก็ทำให้พ่อซึ้งใจจนแทบไม่มีคำบรรยายแล้ว” พิศาลตอบพร้อมไล้หลังมือเข้ากับแก้มเนียน “ไปนอนได้แล้ว เรื่องมันมีอยู่เท่านี้จริงๆ”

“ค่ะ... พ่อก็พักผ่อนนะคะ” พลิสราบอกและยิ้มเนือยๆ จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องทำงานพร้อมด้วยความสงสัยในเรื่องที่ยังไม่ได้คำตอบ

ทุกย่างก้าวจากชั้นล่างขึ้นมายังชั้นบนจนถึงห้องนอนของตัวเองนั้น พลิสราแทบจะลืมไปแล้วว่ามีสมาชิกใหม่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน คุณหมอสาวอาบน้ำชำระร่างกายด้วยเวลาที่นานกว่าปกติเพราะสายน้ำอันเย็นฉ่ำ ทำให้จิตใจของเธอสงบขึ้น

การมองตัวเองผ่านกระจกเงายังทำให้ได้ทบทวนถึงความจริงที่เพิ่งรับรู้ และความรู้สึกที่มีต่ออธิป ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของพ่อนั้นทำให้น้ำตาของเธอแห้งเหือดไปจนสิ้น หากได้มองเห็นถึงความปรารถนาดีจากคนแปลกหน้าซึ่งไม่เคยพูดจากันสักครั้งแต่กล้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยงรับความตายแทนตน

ในขณะที่อีกคนกลับหนีหาย ทิ้งปัญหาเอาไว้โดยไม่มีการปรึกษาหารือราวกับว่าระยะเวลาแปดเดือนที่มีร่วมกันนั้น เธอได้ตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าที่รู้จักกันดี

เจ้าของดวงตาคู่หวานส่ายหน้าให้กับตัวเองอีกครั้ง เมื่อลืมหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กเพื่อห่อผมอันเปียกชื้น เธอจึงเดินออกจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูสีสะอาดตาพันรอบตัว

ความมืดมิดภายในห้องนอนยิ่งทำให้พลิสราเตือนตัวเองว่าควรมีสติให้มากกว่านี้ ลืมเปิดไฟในห้อง ลืมของใช้ที่หยิบจับอย่างคุ้นชินไม่ใช่เรื่องดีนัก

เสียใจเสียได้ แต่ถ้าคิดจะเสียน้ำตาให้กับผู้ชายที่มองไม่เห็นค่าความรักของหนู ก็ให้นึกถึงหน้าพ่อบ้าง

คำสอนที่ดังก้อกซ้ำไปซ้ำมาเตือนสติได้เป็นอย่างดี คิดในใจเมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็ก ก้มศีรษะลงแล้วจัดการห่อผมอันเปียกชุ่มเอาไว้ ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับตั้งใจจะก้าวไปยังข้างเตียงเพื่อเปิดสวิซต์โคมไฟ

ทว่าน้ำที่หยดลงบนพื้นปาร์เก้ก็ทำให้เธอก้าวพลาด ไถลลื่นจนเกือบได้แผลหากคนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เก้าอี้ทำงานปลายเตียงไม่กระโจนเข้ามารับเอาไว้เสียก่อน

“ว้าย...”

 *******************

เดากันผิดใช่ไหม คุณหมอไม่ได้แต่งงานเพราะขัดดอกนะคะ 

ส่วนคุณพ่อพิศาลนั้นก็มีความกวนอารมณ์ลูกสาวไม่ต่างจากลูกเขย  แถมทั้งปลอบทั้งขู่ ดักความคิดลูกสาวไว้ด้วย

ที่ค้างคือ ว้าย... 

รู้ล่ะว่าเดาได้ว่าเลสเลอร์มารับไว้แต่ เรื่องมันจะแซ่บก็ต่อจากนี้แหละค่า

พรุ่งนี้มาต่อให้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #21 coffee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 12:20
    ว้ายยยยถ้าเดาก็ผิด คริคริ รอตอนแซบๆต่อไปค่ะ
    #21
    2
    • #21-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 9)
      22 กันยายน 2560 / 18:23
      อิอิ ผู้มาเหนือฟามคาดหมายเสมอ
      #21-1
    • #21-2 ศิริพารา(จากตอนที่ 9)
      22 กันยายน 2560 / 18:24
      จากนี้ไปแซบทุกตอนค่า
      #21-2