เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 8 เล่ห์ลวงจากมารร้ายที่เป็นอันตรายต่อใจ 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    14 ต.ค. 60


ในขณะที่คนหนึ่งกำลังเดินทางไปเผชิญหน้ากับอันตราย อีกคนก็จมจ่อมอยู่กับความโมโหมาทั้งวันเพราะหลังจากที่เดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน พลิสราก็เพิ่งรู้ว่าประตูกระจกที่เชื่อมกับสะพานไม้นั้นถูกล็อกและไม่สามารถเปิดออกได้อีก

เท่ากับว่าเธอติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอันยอดเยี่ยม ไฟฟ้า ปะประปาถูกควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรลซึ่งต้องอาศัยรหัสที่เขารู้คนเดียวหรือลายนิ้วมือของเขา

โชคดีแค่ไหนที่เขายังปรานีเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ โชคดีชั้นที่สองเพราะตู้เย็นยังเป็นระบบปกติแบบที่มนุษย์ทั่วไปใช้กัน ไม่อย่างนั้นเธอคงจะโมโหมากกว่าเดิมเพราะความหิว

อยากจะร้องไห้ให้กับความโชคดีของตัวเองนัก!

พลิสรากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจเพราะต้องใช้น้ำในตู้เย็นชุปผ้าขนหนูเอามาเช็ดเนื้อตัว แปลว่าเธอต้องนั่งมองสระว่ายน้ำและทะเลใสๆ ทั้งวัน

รอแล้วรอเล่าประตูบานใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออก จากโมโหสุดขีดเพราะรู้ว่าไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ก็กลายเป็นอารมณ์เย็นลงเสียเอง

เที่ยงคืนครึ่งหลังจากใช้น้ำเย็นเฉียบในตู้เย็นเช็ดตัวเรียบร้อยจึงเดินมาทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ลืมตาโพลงในความมืด ทบทวนว่าตัวเองนั้นโมโห โกรธแล้วเมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกนั้นก็เลือนหายไปเองไม่รู้กี่ครั้งกี่หน

สุดท้ายแล้วยังไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีการใดเจรจากับเขา ถึงจะมีอิสระอย่างเต็มที่ พลิสราคิดในใจพลางพลิกตัวไปมา ไม่นานก็เผลอหลับสนิทไปด้วยอารมณ์ที่ไม่เป็นปกตินัก

 

ในตอนที่พลิสราหลับสนิทก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เลสเลอร์ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแวนที่จอดรอห่างจากจุดนัดพบไม่ไกลนัก

บทสนทนาที่ได้ยินจากไมโครดอทที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อตัวในของเจ้านายนั้นสร้างคำถามมากขึ้นกว่าเดิม “ท่านเชื่อที่พัวอาพูดไหมครับ”

พัวอาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่คุมไชน่าทาวน์ในโฮโนลูลู เขายืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับใบสั่งฆ่าพลิสรา

ไม่รู้ว่านักฆ่าที่ตามไปเก็บเธอในโรงแรมนั้นมีต้นตอมาจากใคร อีกทั้งยืนยันว่าโทคิยะไม่ใช่สมาชิกของแก๊ง แต่เป็นเพียงหุ้นส่วนที่บางงานมีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น

เลสเลอร์ส่ายหน้าช้าๆ ยากที่จะติดสินใจ “ไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทไหน หากต้องการการยอมรับนับถือ คนคนนั้นต้องมีสัจจะ ซึ่งตอนที่ฉันคุยกับพัวอาก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน แต่บอกไม่ถูกว่ารู้ไม่หมดหรือบอกฉันไม่หมดกันแน่”

“นั่นสิครับ มันน่าแปลกใจตรงที่ ถ้ายืนยันว่าโทคิยะไม่ได้เป็นสมาชิกของแก๊งแล้วทำไมพัวอาต้องออกหน้ามาพบท่าน ความจริงก็น่าจะเปิดทางให้ท่านได้คุยกับโทคิยะตรงๆ” มาไคออกความคิดเห็นบ้าง

“อีกห้าวันพัวอาสัญญาว่าจะพาตัวโทคิยะมาพบฉัน” นั่นเป็นพันธะสัญญาของลูกผู้ชายที่ไร้ซึ่งลายลักษณ์อักษร แต่เมื่อพัวอาทำตามสัญญาแล้วเขาเองก็ต้องเสียบางอย่างเป็นการตอบแทน แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องเสียนั้นย่อมไม่ใช่เงินตรา“นานเกินไป ฉันรอไม่ได้”

ที่รอไม่ได้เพราะรู้ดีว่ายิ่งยื้อเวลาออกไปนานแค่ไหน พลิสราก็ยังตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น

“มาไค ลองติดต่อมือปืนมาทำงาน ฉันว่าตลาดมืดในโฮโนลูลูน่าจะมีเอเย่นรายใหญ่ไม่กี่คน ถ้าเราโชคดีก็น่าจะได้ติดต่อกับเอเย่นคนเดียวกันกับนักฆ่าคนนั้นก็เป็นได้”

“ครับท่าน”

รับคำอย่างหนักแน่นก่อนจะเร่งความเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปยังบ้านพักริมหาดส่วนตัวอย่างรู้งาน เพราะจากที่ลอบมองใบหน้าของเจ้านายแล้วท่านคงคิดถึงคนที่พักอยู่ที่นั่นไม่น้อย ถึงขนาดลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปด้วยตนเอง ทุกอย่างที่เห็นก็แน่ชัดแล้วว่าการตัดสินใจแต่งงานกับคุณหหมอคนสวย เป็นเรื่องที่ท่านทำลงไปด้วยความมั่นใจ

 

เลสเลอร์อยากจะโขกหน้าผากตัวเองเข้ากับผนังบ้านนัก เมื่อความมืดที่รายล้อมรอบตัวทำให้นึกขึ้นได้ว่าพลิสราคงจะลำบากไม่น้อยที่ต้องติดอยู่บ้านที่ไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำ เขารีบวางนิ้วมือทั้งห้าลงบนแป้นสแกนเพื่อปลดล็อกประตู

หากความเย็นภายในบ้านที่ลอยมาปะทะร่างก็ทำให้ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อรู้ว่าเครื่องปรับอากาศยังคงทำงาน

ดาวน์ไลท์ที่เขาคอนโทรลให้ส่องสว่างน้อยที่สุดทำให้เห็นร่างอ้อนแอ้นที่นอนหลับสนิทอยู่กลางเตียง ในตอนกลางวันอุณหภูมิที่ปรับเอาไว้ตั้งใจจะแกล้งเธออาจจะเย็นสบายกว่าข้างนอก แต่ตกกลางคืนข้างนอกลมพัดแรงจึงทำให้อากาศภายในบ้านชืดไปมากโข

อาจจะไม่ใช่แค่ชืดเพราะเธอไม่ได้ห่มผ้ายังคงสวมเสื้อเชิ้ตของเขาเช่นเดิม ในขณะที่ปรับอุณหภูมิให้ลดลงนั้นภาพของพลิสราที่นอนรออยู่บนเตียงทำให้เขาได้คิดคำนึงถึงอันตรายที่ตนเพิ่งเดินออกมาจากดงมาเฟีย

ตั้งแต่รับผิดชอบชีวิตของตัวเองและธุรกิจของตระกูล ไม่เคยมีสักครั้งที่เลสเลอร์จะหวั่นใจหรือเกรงกลัวต่ออันตรายใดๆ ตรงกันข้ามการเสี่ยงภัยกลับกระตุ้นให้อะดรีนาลีนหลั่ง ความตื่นเต้น ท้าทายและสนุกจะตามมาทุกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่เช่นนั้น

เจ้าของร่างอ้อนแอ้นที่นอนอยู่กลางเตียงมีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ เธอทำให้หันกลับไปทบทวนว่าคุ้มแล้วหรือที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงอันตรายเช่นนั้น เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้นึกกลัวว่าจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งข้างนอกโดยไม่ได้กลับมาเห็นภาพน่ามองเช่นนี้อีก

หากอีกใจกลับตะโกนสั่งให้ต้องต่อสู้เพียงเพราะอยากให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างปกติและปลอดภัย เลสเลอร์ส่ายหน้าให้กับความคิดขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

เมื่อก่อนความเมื่อยที่สะสมมาตลอดทั้งวันอาจจะเลือนหายได้ด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ แต่เหมือนจิตใจและร่างกายจะปรับตัวรับเอาอีกคนหนึ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างรวดเร็ว ถึงได้มีความคิดอยากใช้ความนุ่มละมุนจะผิวกายของเธอขับไล่ความอ่อนล้าเช่นนี้

 

แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้นอนข้างผู้หญิง แต่เป็นครั้งแรกที่นอนกอดผู้หญิงได้โดยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเลสเลอร์สอดฝ่ามือเข้าไปกอดเอวคอดกิ่วแล้วกระชับท่อนแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดจนคนถูกกอดนั้นพลิกตัว หันหน้าเข้ามาซุกอยู่กับอกของตน

กำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนอกกว้างราวสองสามครั้ง “เลสเลอร์ คนบ้า ฉันอยาก ฆ่าคุณนัก”

“ชู่ว... ผมขอโทษ หลับซะคนดี” ความจริงแล้วเขาไม่รู้เลยว่าเธอบ่นพึมพำอะไรออกมา แต่ความน้อยอกน้อยใจที่เจือมากับน้ำเสียงนั้นก็พอจะทำให้คาดเดาได้ไม่ยาก“ผมไม่ได้ตั้งใจทิ้งคุณจริงๆ พลีส...”

แม้สถานการณ์ที่ทำให้ต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจะไม่ปกตินัก แต่เลสเลอร์กลับอยากแชร์เรื่องที่พบเจอในแต่ละวันให้เธอได้รับรู้ หากตอนนี้กลับทำให้ได้แค่เพียงกอดเธอไว้กับตัว ลูบแผ่นหลัง ลูบหัวไหล่ให้อย่างขอลุแก่โทษแล้วบอกกับตัวเองว่า...

สักวันหนึ่งเธอจะต้องหลับใหลไปในอ้อมกอดของเขาด้วยความเต็มใจ

********พรุ่งนี้ตื่นมาได้เจอกันแน่นวนครัช รอต่อนาจา***********

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #66 coffee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:49
    ตื่นมาเจอดีแน่เลสเลอร์ คริคริ
    #66
    0