เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 9 เล่ห์ลวงจากมารร้ายที่เป็นอันตรายต่อใจ 3 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    15 ต.ค. 60


...เกือบสิบสี่ชั่วโมงที่ต้องติดอยู่ในกรงขังที่สวยที่สุด ก็ทำให้พลิสราคิดว่าตัวเองนั้นคงโกรธเขามากมายเสียจนเก็บเอามาฝัน

หากเป็นฝันที่อบอุ่นหัวใจจนทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ความจริงก็คือเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขามากว่าหกชั่วโมงแล้ว

เธอคงจะไม่รู้ตัวเลยว่าเสียหอมให้กับเลสเลอร์ไปกี่ครั้งกี่หน ทั้งก่อนที่เขาจะหลับและรู้ตัวตื่นขึ้นมานอนมองเจ้าของใบหน้ารูปหัวใจเนิ่นนาน ยิ่งมองยิ่งสวยถูกใจ ยิ่งขโมยหอมยิ่งอารมณ์ดี

อารมณ์ดีเสียจนต้องหยิบเครื่องสแกนลายนิ้วมือขึ้นมาแล้วเพิ่มลายนิ้วมือของเธอเข้าไปในระบบควบคุมความปลอดภัยของบ้าน ให้เธอสามารถเดินเหินอยู่ในอาณาบริเวณนี้ได้อย่างสะดวกสบาย

ไออุ่นจากเรือนกายที่นอนซ้อนอยู่ข้างหลัง ปลุกให้พลิสราลืมตาขึ้นมารับแสงแดดของวันใหม่ในตอนที่เขากำลังสแกนนิ้วชี้ของเธอ

“นิ่งๆ ก่อนนะ เหลืออีกสามนิ้ว” รู้ว่าเธอตื่นจากอาการเกร็งของร่างอ้อนแอ้น

ความจริงแล้วพลิสราควรจะเกรี้ยวกราด ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเขาให้สาสม แต่ไม่รู้ว่าเพราะทำไมเธอถึงได้นิ่งแล้วปล่อยให้เขาได้จับแต่ละนิ้วทาบลงกับแป้นสแกน ทั้งยังใช้เวลานั้นสำรวจตัวเองอีกด้วย

คุณหมอคนสวยไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย เธอคงไม่ขี้เซาจนเขาล่วงเกินแล้วไม่รู้สึกตัว นี่อาจเป็นเหตุผลที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้เพิ่มขึ้นอีกระดับ แต่ถึงอย่างนั้นพลิสราก็ยังต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องที่ถูกขังไว้ในห้องสี่เหลี่ยมไม่ต่างจากนักโทษ

ทันทีที่เขาปล่อยฝ่ามือบางให้เป็นอิสระ คุณหมอคนสวยก็ผุดลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับคนที่ทำตัวน่าโมโห ทั้งที่ตั้งใจว่าจะฟังเหตุผลอย่างใจเย็นแล้ว แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มล้อเลียนก็อดไม่ได้ที่จะใช้ความรุนแรงจัดการกับเขา

“โอ๊ย... เจ็บนะ” เลสเลอร์โอดครวญด้วยความเจ็บปวด พลิกตัวหันหลังรับกำปั้นน้อยๆ ทุบลงอย่างไม่ยั้งมือ

“ดี ตายไปเลยไหม รู้รึเปล่าว่าตัวเองนิสัยแย่มาก ฉันไม่ใช่นักโทษแล้วกล้าดียังไงมาขังฉันไว้แบบนั้น” กำหมัดแน่นๆ แล้วพยายามใช้ข้อนิ้วมือกระแทกกับคู่ต่อสู้ พลิสราทำตามคำสอนของพ่ออย่างไม่ตกหล่น

ครั้งแรกๆ อาจจะไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เขาเท่าไรนัก แต่เมื่อโจมตีจุดเดิมซ้ำหลายๆ ครั้งก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

“โอ๊ย... พอก่อน ผมได้ช้ำในตายกันพอดี หยุดๆ ยอมแล้ว” ถึงจะยอมยกธงขาว แต่ก็ยังไม่หนำใจเธอ เลสเลอร์จึงต้องพลิกตัวหงายแล้วรวบเอาหมัดน้อยๆ นั้นไว้ “เรียนต่อยมวยมาด้วยหรือไง หมัดหนักจริง”

พลิสราอาศัยจังหวะที่เขาถามดึงกำปั้นของตัวเองออก ตั้งใจจะทุบลงสุดแรงเกิดเป็นครั้งสุดท้าย แต่เขาก็ว่องไวนักขยับตัวขึ้นจนหมัดของเธอพลาดเป้าจากหน้าท้องต่ำลงมาถึงเครื่องจับเท็จส่วนตัวที่ตั้งชัน ทำมุมเกือบเก้าสิบองศากับเจ้าตัว

“อูย... อันตรายมากเลยนะพลีส ผมอาจพิการได้” บอกด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมใช้มือทั้งสองกอบกุมเนื้อตัวของตนไว้อย่างถนอมแต่เมื่อเห็นเธอจ้องตาไม่กะพริบก็รีบเลื่อนมือทั้งสองข้างออกทันที

“มองตาค้างอีกแล้ว”

“อะ...ไอ้ คนลามก” เพียงเท่านั้นจริงๆ ที่คิดหามาต่อว่าต่อขานคนหน้าทนได้ “อย่าว่าแต่พิการเลย เดี๋ยวจะทำให้ใช้การไม่ได้จนต้องตัดทิ้ง”

คำพูดนั้นน่ากลัว แต่เลสเลอร์ก็ไม่ได้ปล่อยให้คนที่กำลังเงื้อมือขึ้นสูงได้ปล่อยหมัดลงมาทำร้ายเครื่องจับเท็จส่วนตัวให้ใช้การไม่ได้ จึงรีบยื่นสองมือไปรับกำปั้นนั้นเอาไว้แล้วดึงขึ้นมาให้ได้ทุบตีบริเวณหน้าท้องและแผงอกแทนเพราะเข้าใจว่าเธอต้องรู้สึกย่ำแย่สักแค่ไหนที่ถูกขังอยู่คนเดียว

หากพลิสราไม่ใช่ผู้หญิงประเภทไร้สติ ตีโพยตีพายไม่ยอมรับฟังเหตุผลถึงแม้ว่าเมื่อวานจะโมโหมากแค่ไหน แต่การใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้ชายตรงหน้าเป็นข้อห้ามที่เธอขบคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าไม่ควรกระทำ!

ถึงตอนนี้เขาจะไม่ได้ตอบโต้ปล่อยให้เธอได้ทุบตีตามอำเภอใจ แต่กล้ามเนื้อแข็งแรงเมื่อกระทบกับกำปั้นบอบบางครั้งแล้วครั้งเล่า

คนที่เจ็บตัวก็คงหนีไม่พ้นเธอเอง ความจริงที่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เมื่อเธอนั่งนิ่งแล้วจ้องมองมาอย่างเอาเรื่องจึงได้แต่ทอดถอนหายใจ ยอมรับกับความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นเลยสักนิด

“เจ็บมือแล้วใช่ไหม ไหนขอดูหน่อยสิ”

“หยุด ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้น” พลิสราบอกแล้วไพล่แขนทั้งสองข้างไว้ด้านหลังเสียเอง กดเสียงต่ำถามเขาอย่างคาดคั้น “ลองบอกเหตุผลดีๆ มาสักข้อสิ”

ที่ถามออกไปเช่นนั้นเพราะการอยู่คนเดียวกับความหงุดหงิดก็ทำให้เธอได้ตั้งคำถามมากมายเช่นกันว่าเขาหายตัวไปไหน คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้คงหนีไม่พ้นเรื่องนักฆ่าสาวคนนั้น

นอกจากจะสวยใสสมองไวไร้ที่ติ ตอนนี้เลสเลอร์ยังได้รับรางวัลจากการเสี่ยงอันตรายฝ่าดงมาเฟียจนได้มานอนมองผู้หญิงนั่งเอามือไพล่หลัง ทั้งเนื้อทั้งตัวสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียว ความสว่างในตอนเช้ายังทำให้เห็นยอดทรวงที่ผลิดันขึ้นมาอย่างไม่ต้องใช้จินตนาการมากมายนัก

นั่นเป็นเพียงเหตุผลที่ทำให้เลสเลอร์ตอบคำถามออกไปอย่างง่ายดาย “ก็เมื่อวานไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เจอด็อกเตอร์ลาน่าเพื่อนคุณด้วย”

“เหรอคะ แล้วได้อะไรคืบหน้าไหม”ถามต่อด้วยความตื่นเต้นทั้งยังขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด สีหน้าท่าทางตั้งใจฟังเต็มที่

“รู้ชื่อ รู้ข้อมูลตามเอกสารของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แต่ไม่มีประโยชน์เพราะมันเป็นพาสปอร์ตปลอม ผบ. เลยสั่งให้ลาน่าเทียบใบหน้าจากหมายจับของอินเตอร์โพล”

“แล้ว?...”

“ก็เท่านั้น ผมก็ให้ปากคำไปตามความจริง”

“หายไปทั้งวันทั้งคืนเนี่ยนะ”

“ตีสองครึ่งผมก็มานอนข้างคุณแล้วพลีส ทั้งคืนที่ไหน”

ความจริงแล้วก็เคอะเขินไม่น้อย แต่ต้องวางหน้าเฉยแล้วหรี่ตามองเขาอย่างจับพิรุธ “ไปหลอกเด็กอมมือสิว่าที่พูดมาเนี่ยใช้เวลาถึงตีสองครึ่ง”

แบบว่าเลสเลอร์อ่อยตัลหลอด หมอพลีสจะอดใจไหวม้อยยย 

รอพรุ่งนี้นะคะ 

งานหนังสือคราวนี้ศิริพาราไปที่บูธโรแมนติค ZoneC1 M21  

21-22 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไปนะคะ 

ใครไปเดินงานอย่าลืมแวะทักทายศิริพาราด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #70 satafanorawan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 14:47
    รอเล่มจร้า
    #70
    0
  2. #69 S.s (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 11:35
    เล่มจงมา จงมา จงมา ห่อไวๆ พี่ไปรเร็วๆ
    #69
    0
  3. #68 Poppy1973 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 11:03
    อดได้ลายเซ็นบนหนังสือเลยค่ะเพราะไปเอาหนังสือวันที่19😂😂😂😂
    #68
    2
    • #68-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 32)
      15 ตุลาคม 2560 / 11:07
      ถ้าสมมุติว่าได้ไปเดินหลายวันฝากไว้ที่บูธสนพ. ก็ได้นะคะ กี่เล่มก็ได้เดี๋ยวตาลเซ็นให้ค่ะ
      แล้วว่างๆ ค่อยไปรับกลับนะคะ
      #68-1
    • #68-2 Poppy1973(จากตอนที่ 32)
      15 ตุลาคม 2560 / 22:40
      ขอบคุณนะค่ะคุณตาล
      #68-2
  4. #67 MamyKanya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 10:36
    หมอคะ ปล้ำเถอะ ได้โปรด
    #67
    1
    • #67-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 32)
      15 ตุลาคม 2560 / 11:05
      5555555ใจเย็นสิคะ เดี๋ยวถึงคราวจริงๆ จะจัดหนักจนต้องร้องขอชีวิต กิกิ
      #67-1