เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 4 เงื่อนงำ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    28 ก.ย. 60


ราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา... พริสราก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่รอดส์พักรักษาตัวซึ่งเธอก็ไม่รีรอที่จะเข้าพบกับคุณหมอเจ้าของไข้ในทันที

อาการของรอดส์ที่ได้ยินจากปากของคุณหมอนั้นทำให้สิ่งที่เธอนึกกังวลใจมาตั้งแต่เห็นบาดแผลนั้นกลายเป็นเรื่องจริง เมื่อกระสุนเจาะลึกจนไปถึงไขกระดูกสันหลัง หมอไม่อาจผ่าตัดเอากระสุนนัดนั้นออกมาได้ เป็นผลให้คนป่วยต้องกลายเป็นอัมพาตท่อนล่างในทันที

พลิสรารู้สึกเห็นใจรอดส์เป็นอย่างยิ่ง คนอายุเกือบหกสิบปีทำงานช่วยเหลือตัวเองมาได้ทั้งชีวิต แต่กลับต้องมารู้ว่าเป็นอัมพาต ลูกชายคนเดียวที่จะเป็นที่พึ่งพิงในเวลายากลำบากเช่นนี้ก็ยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คิดในใจพร้อมทั้งขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อมองรายชื่อหน้าหอผู้ป่วยหนักแล้วไม่มีชื่อของรอดส์ แอนเดอร์สันเลย

“ขอโทษนะคะ มิสเตอร์รอดส์ แอนเดอร์สัน ไม่ได้อยู่...” ยังไม่ทันได้ถามจบประโยค นางพยาบาลในหอผู้ป่วยหนักก็พยักหน้ารับไวๆ อย่างรู้งาน

“คุณรอดส์ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นสิบห้านะคะ เป็นห้องวีไอพีมีอุปกรณ์ครบครันไม่ต่างจากไอซียูค่ะ” เป็นเช่นนั้นจริงๆ แถมญาติของคนป่วยยังจ้างพยาบาลพิเศษคอยดูแลอย่างใกล้ชิด“ตามขึ้นไปชั้นสิบห้าเลยค่ะ ญาติก็เยี่ยมได้ตลอดเวลาด้วย”

“ขอบคุณค่ะ”

ความจริงแล้วพลิสราไม่ได้ประหลาดใจกับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักไปยังห้องพักพิเศษ อำนาจเงินสามารถเนรมิตเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย เรื่องที่เป็นไปไม่ได้บางครั้งอาจจะเกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย

แต่การดูแลคนป่วยในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนี้ได้รับการยอมรับว่ายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ไร้ซึ่งความจำเป็นที่เขาต้องทำเช่นนี้ คนอื่นที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ลูกชายย่อมอยากให้พ่อได้รับการรักษาที่ดีเยี่ยม แต่สำหรับเธอแล้วยิ่งเป็นการเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้น

หากเขาสามารถให้เหตุผลในทุกความข้องใจเช่นพ่อของเธอแล้วก็คงจะไม่ต้องเกิดความคลางแคลงใจเช่นนี้ แต่มุมมองของผู้เป็นพ่อที่ออกปากชื่นชมเขาเอาไว้อย่างมั่นใจนั้น ยังมีน้ำหนักถ่วงดุลจนพลิสราไม่อาจเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ปักใจเชื่อว่าเขาเป็นดี น่านับถือหรือเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น

ความคิดทุกอย่างสิ้นสุดลงเมื่อพลิสราเดินมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วยวีไอพี ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตูเสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงจะรีบหยิบมันขึ้นมาดู แต่คิดว่าคงไม่พ้นใครสักคนที่ติดต่อเข้ามาถามไถ่ในเรื่องงานวิวาห์จึงปล่อยให้มันแจ้งเตือนค้างไว้เช่นนั้น

เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องก็ได้เห็นร่างของนอนยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง มีนางพยาบาลอายุไล่เลี่ยกับตนหันกลับมามองในขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนป่วย

“สวัสดีค่ะ” พยาบาลสาวทักทายขึ้นก่อนพร้อมรายงานให้ญาติได้ทราบอย่างละเอียด “พอดีเส้นเลือดคนป่วยช็อตน่ะค่ะ เลยต้องเปลี่ยนมาให้น้ำเกลือที่มือซ้าย เลือดเปื้อนเสื้อนิดหน่อยเลยต้องเปลี่ยนค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวช่วยนะคะ” บอกในขณะที่วางกระเป๋าะถือลงบนโต๊ะแล้วเข้าไปยืนอีกข้างหนึ่งของเตียงคนป่วย

“ได้คุยกับคุณหมอรึยังคะ เรื่องอาการของคนป่วย”

“ค่ะ ทราบเรื่องแล้ว” พลิสรารับคำพร้อมกับรอยยิ้มเนือยๆ ซึ่งคนมองก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี

“อย่ากังวลเลยนะคะ ดิฉันได้ยินว่าลูกชายของคนป่วยกำลังติดต่อศัลยแพทย์มือหนึ่งจากอเมริกามารักษา” พยาบาลรายงานตามที่ได้ยินหมอคุยกับญาติคนไข้หนุ่มสุดหล่อ ซึ่งสาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันเกือบทั้งโรงพยาบาล

“เขามาแล้วเหรอคะ มาเมื่อไหร่” ถึงแม้จะถามด้วยความแปลกใจแต่ รอยสักที่อยู่ตรงสีข้างของรอดส์นี้แปลกตายิ่งกว่า

“ค่ะ มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว มาปรึกษาเรื่องการรักษากับเรื่องย้ายคนป่วยมาไว้ในห้องวีไอพี แต่กลับไปตั้งแต่ยังไม่รุ่งสางแล้วค่ะ”

พลิสราละสายตาจากรอยสักมองหน้าพยาบาลสาวที่พูดถึงเขาด้วยน้ำเสียงปลื้มปริ่ม แต่เธอกลับตั้งคำถามไปอีกเรื่อง “ควงดึกเช้าเลยเหรอคะ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ ปกติแล้วคุณเลสเลอร์ให้พยาบาลเฝ้าเวรละสองคน แต่ช่วงนี้คนไข้เยอะ พยาบาลขึ้นเวรกันแน่นเอี๊ยด ดิฉันเลยได้อยู่เช้าคนเดียวค่ะ นี่ท่านผู้อำนวยการกำลังเร่งแก้ปัญหาเพราะกลัวว่าคุณเลสเลอร์จะไม่พอใจเอา”นางพยาบาลบอกในขณะที่ผูกเชือกของเสื้อให้คนป่วย “เอ... แต่ดิฉันคุ้นหน้าคุณจังเลยค่ะ เคยเห็นที่ไหนน้า”

พลิสรายิ้มและไม่ได้ตอบว่าอย่างไร หากแต่ออกหน้าช่วยเจรจาเรื่องที่ต้องทำให้คนในโรงพยาบาลยุ่งยาก เธอรู้ดีว่าบุคลากรทางการแพทย์นั้นมีอยู่อย่างจำกัด

หากจะเห็นแก่ตัวเพราะถือว่ามีเงิน มีอำนาจต่อรองที่มากกว่าโดยไม่นึกถึงคนที่ลำบากกว่า นั่นก็เรื่องที่ไร้มนุษยธรรมยิ่งนัก

“ถ้าไม่มีจริงๆ คนเดียวก็พอค่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกตำหนิ เดี๋ยวดิฉันจะคุยกับเขาเอง จะไปพักก็ได้นะคะ นี่ก็เลยเที่ยงมานานแล้ว”

แม้จะนึกชื่นชมในความมีน้ำใจ แต่พยาบาลสาวก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าสาวสวยตรงหน้านั้นเป็นใคร “คุณหมอพลีสใช่ไหมคะ คุณหมอคนเก่งที่อยู่หน่วย...”

พลิสราพยักหน้ารับแล้วต้องหันไปมองยังกระเป๋าถือของตนเมื่อเสียงกริ่งแจ้งเตือนดังขึ้นต่อๆ กันราวสองสามครั้ง

“มิน่าล่ะถึงได้เข้าใจว่าพวกเราก็ลำบากใจไม่น้อย ความจริงแล้วมีพยาบาลสาวๆ อยากมาเฝ้าพิเศษเยอะแยะเลยนะคะ เพราะอยากเห็นหน้าคุณเลสเลอร์ชัดๆ แต่งานที่หวอดก็ล้นมือกันทุกคน”

“เข้าใจค่ะ ไปพักเถอะค่ะ ฉันอยู่ได้” พลิสราย้ำอีกครั้งหนึ่ง ไม่นานนักพยาบาลสาวก็เดินออกไปจากห้อง

ทันทีที่ประตูปิดสนิทพลิสราก็ดึงชายเสื้อโรงพยาบาลขึ้นเพื่อมองรอยสักดังกล่าวอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวไล้ลงบนผิวเนื้อ ก้มลงมองใกล้ๆ และพิจารณาถึงสีที่ปรากฏตรงหน้า






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #40 coffee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 08:53
    โอ้ยๆคุณตาลแกล้งให้ค้างงงงทุกตอนเลยนะคะ
    #40
    1
    • #40-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 17)
      29 กันยายน 2560 / 19:34
      55555555 ไม่ได้แกล้งค่า ไม่ได้ตั้ใจเบย
      #40-1