เล่ห์ลวงบ่วงมาร

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 4 เงื่อนงำ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 ก.ย. 60

“เข้าใจค่ะ ไปพักเถอะค่ะ ฉันอยู่ได้” พลิสราย้ำอีกครั้งหนึ่ง ไม่นานนักพยาบาลสาวก็เดินออกไปจากห้อง

ทันทีที่ประตูปิดสนิทพลิสราก็ดึงชายเสื้อโรงพยาบาลขึ้นเพื่อมองรอยสักดังกล่าวอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวไล้ลงบนผิวเนื้อ ก้มลงมองใกล้ๆ และพิจารณาถึงสีที่ปรากฏตรงหน้า

สีดำอมเขียวบ่งบอกว่ารอยสักนี้ติดตัวรอดส์มานานหลายปีแล้ว ไม่ใช่ลายเส้นรูปสัตว์ที่แสดงความห้าวหาญหรือผู้นำคนสำคัญแบบที่ผู้ชายในยุค 60-70 นิยมสักกัน หากคุ้นตาแต่เธอกลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นลายเส้นแบบนี้มาจากที่ใด

ธรรมชาติของนิติแพทย์คงต้องคิดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้อย่างกระจ่างชัด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอนึกถึงชัญญา เพื่อนร่วมงานที่ขลุกตัวอยู่ในห้องแล็บอาชญากรรม คุ้นเคยอยู่กับการพิสูจน์หลักฐาน หาข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ให้กับตน

ไวเท่าความคิดโทรศัพท์เครื่องบางก็ถูกล้วงออกมาจากกระเป๋าถือ พลิสราถ่ายรูปรอยสักบริเวณสีข้างของรอดส์เมื่อส่งอีเมลเรียบร้อยก็ต่อสายถึงชัญญาในทันที

เป็นไปตามความหมายที่ต้องได้ยินคำถามมากมายระรัวใส่ไม่ยั้ง ซึ่งพลิสราก็ปล่อยให้เพื่อนได้ถามจนจบ หากตอบแค่สั้นๆ ได้ใจความ แต่ไม่กระจ่างใจคนฟังเอาเสียเลย

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง แต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะอธิบายอะไร อีกอย่างมีเรื่องสำคัญให้ช่วยด้วย”

ชัญญาได้แต่ทอดถอนหายใจ ถึงจะเป็นห่วง แต่ก็เข้าใจว่าเพื่อนยังไม่พร้อมจึงได้แต่ย้ำถามอีกครั้ง “งั้นอีกคำถามเดียว เธอโอเคใช่ไหม”

“ก็ไม่เลว แต่ถึงตอนที่หมดวันลาก็คงจะโอเคแหละ” ตอบตามความรู้สึกที่แท้จริง “เห็นรูปในอีเมลแล้วใช่ไหม   เช็คเช็กให้หน่อยสิว่ามันเป็นสัญลักษณ์อะไร เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มไหนรึเปล่า มีลางสังหรณ์ว่ามันอาจจะไม่ใช่รอยสักธรรมดา”

“ด่วนไหม”

“ที่สุด”

“งั้นวางสายแล้วรอ”

พลิสราทำตามคำบอกกล่าวของเพื่อนในทันที ถึงจะนั่งอยู่เฉยๆ แต่ความคิดกลับไม่อยู่นิ่งเอาเสียเลย “หรือจะคิดมากเกินไป อาจจะเป็นรอยสักธรรมดา”

พึมพำกับตัวเองหากใจหนึ่งก็แย้งขึ้นมาว่าคนที่ชื่นชอบในรอยสักนั้น ไม่อาจหยุดอยู่ที่รอยสักเพียงหนึ่งเดียวบนร่างกาย แต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความจริงในข้อนี้ต่างหากที่กระตุ้นความสงสัยให้คิดว่ามันอาจจะไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนเอาไว้

เจ้าของฝ่ามือเรียวเริ่มทำการตรวจผิวเนื้อใต้ร่มผ้าซึ่งส่วนหน้าตลอดจนศีรษะจรดปลายเท้านั้น ไม่พบรอยสักอื่นใดเลย คุณหมอคนสวยจึงใช้หมอนเข้าดันแผ่นหลังเพื่อให้รอดส์นอนตะแคง แน่นอนว่าเธอได้พบกับสิ่งที่ค้นหา

ด้านหลังต่ำกว่าหัวไหล่สักสามนิ้วมีรอยสักทรงกลม ลายเส้นแปลกตา แต่รอยสักที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้มองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น

มาถึงตอนนี้พลิสราเริ่มมองออกแล้วว่ามันดูคล้ายลายเส้นของชนพื้นเมืองโพลินีเชียน แต่ที่น่าประหลาดใจคือรอยสักทรงกลมดังกล่าวยังมีสีดำเข้มจัด ร่องรอยชัดเจน เส้นคมลึกบ่งบอกว่าเพิ่งทำการสักมาได้ไม่นาน

ภาพรอยสักดังกล่าวจึงถูกบันทึกเอาไว้แล้วจัดให้รอดส์นอนตามเดิม จากนั้นจึงรีบส่งอีเมล์เมลให้กับชัญญาอีกครั้งหนึ่ง

ระหว่างที่รอให้เพื่อนหาแหล่งข้อมูล พลิสราก็เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ลงเรื่อย กวาดสายตาไล่เรียงข่าวสารและเรื่องราวของเพื่อนๆ ทว่าเพจบริษัทประกันชีวิตของรอดส์ที่เธอกดถูกใจเอาไว้นั้นก็โชว์ภาพจับมือกันระหว่างเลสเลอร์ เมอร์ดอช และคริส อินเนอร์

มั่นคงยิ่งขึ้นเมื่อกลุ่มธุรกิจประกันภัยยักษ์ใหญ่แห่งอเมริกา หรือที่รู้จักกันในนาม MAH ประกาศร่วมทุนกับบริษัท...

สั้นๆ ได้ใจความ หากเธอเองไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการประกาศร่วมทุนในครั้งนี้เป็นเรื่องที่วางแผนไว้ก่อน หรือเพิ่งจะตัดสินใจทำในตอนที่รอดส์ยังไม่รู้สติเช่นนี้

พลิสราต้องขยายภาพดังกล่าวให้ใหญ่ขึ้นเมื่อเห็นร่างคุ้นตายืนอยู่ด้านหลังซีอีโอMAH หากต้องส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจออกมาหนักๆ “พ่อนี่ก็หลงเขาจริงๆ เลยนะ”

บ่นพึมพำกับตัวเองในขณะที่ต่อสายถึงผู้เป็นพ่อไปพร้อมๆ กัน ไม่นานนักเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นที่ปลายสาย

“แป๊บนะพลีส พ่อขอเดินออกไปข้างนอกก่อน ในงานเลี้ยงเสียงดัง”

คุณหมอคนสวยปั้นหน้าเมื่อย รอคอยเสียงทุ้มที่จะดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สรุปว่าพ่อของเธอออกจากบ้านตั้งแต่เช้าไปสถานีตำรวจ เมื่อเสร็จเรื่องก็ไม่กลับบ้าน แต่คอยติดตามเขาไม่ห่างราวกับเงาตามตัว

“พลีส ว่าไงจ๊ะ”

“ทำไมพ่อถึงไปอยู่ในงานเลี้ยงกับเขาได้ล่ะคะ” ไม่ต้องไล่เรียงเหตุการณ์ให้เสียเวลา พลิสราก็ยิงคำถามตรงประเด็นทันที

“เขา?...” พิศาลชะงักคำพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาที่พูดถึงนั้นหมายถึงใคร “อ๋อ... ลูกเขยพ่อนี่ใช่ไหม ก็เมื่อเช้าออกมาให้ปากคำที่สถานีตำรวจพร้อมกัน จะให้เขาย้อนกลับไปส่งที่โรงงานก็จะเสียเวลาเปล่าๆ เลยมาทำธุระด้วยกัน พลีสจะมางานเลี้ยงด้วยไหม เดี๋ยวพ่อจะบอกคนของเลสเลอร์ให้ไปรับ”

โอ้โห... สั่งคนสนิทของเขาได้แถมเรียกลูกเขยอย่างเต็มปากเต็มคำ แล้วนี่พ่อจะรู้บ้างไหมว่าเมื่อคืนนี้เขาทำอะไรกับหนูบ้าง พลิสราคิดในใจ

“ไม่ไปค่ะ ตอนนี้หนูอยู่กับรอดส์ พ่อรู้เรื่องที่รอดส์เป็นอัมพาตท่อนล่างรึยัง”

“เลสเลอร์บอกแล้ว แต่เขาว่ากำลังติดต่อหมอเก่งๆ จากอเมริกามารักษา ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก” พิศาลพูดให้ลูกสาวได้รับรู้ในเชิงบวก แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้คนเป็นลูกหมั่นไส้มารร้ายเต็มกลืน

“แล้วพ่อถามเขารึเปล่าคะว่าร่วมทุนนี่แค่ประกาศให้ดูดีเท่านั้น ความจริงแล้วเลสเลอร์เทกโอเวอร์ใช่ไหม”

“ก็ไม่นะ ประธานบริหารก็เป็นรอดส์กับคริสเหมือนเดิม”

พลิสราส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ “ไม่น่าเชื่อ”

“อันนี้เรื่องจริงเพราะพ่อได้ยินเขาคุยกับน้าที่โทรมาจากอเมริกา เขาก็ย้ำว่าแค่ร่วมทุน แต่พ่อก็คิดว่าเขาคงอยากจะช่วยรอดส์จริงๆ นั่นแหละ”

          “ก็ต้องดูกันไปยาวๆ ค่ะ ถ้าบริษัทของรอดส์ขาดสภาพคล่องมากขนาดที่พ่อเล่าให้ฟัง หนูว่าอีกไม่นานเลสเลอร์ก็คงต้องเทกโอเวอร์อยู่ดี หรือไม่ก็อาจจะหลอกให้คริสตายใจก่อนก็เป็นได้”

พิศาลส่ายหน้าให้กับเด็กเกเรที่อยู่ปลายสาย “จะเอาไปทำอะไรล่ะ พลีสอย่าลืมนะว่าการเงินบริษัทของรอดส์ต้องใช้เงินมาอุดจำนวนมาก เลสเลอร์จะฮุบบริษัทที่กำลังจะเจ๊งอยู่รอมร่อไปเพื่อประโยชน์อะไร”

อคติทำให้เธอลืมคิดถึงความจริงในข้อนี้ หากทำเป็นไม่ยอมรับหาเหตุผลเบาโหวงมาตอบโต้ “ก็เขารวย อาจจะมาแก้แค้น หรือทำไปเพื่อความสะใจ เมื่อคืนเขาประกาศปาวๆ ว่าไม่เคยนับญาติกับใคร พ่อก็ด้วยแหละรู้จักกับเขาไม่นานไปไว้ใจเขามากถึงขนาดนั้น ได้ไงคะ”

“มากนะ ถึงขั้นยกลูกสาวให้เลยล่ะ” พิศาลตอบขำๆ เพราะคนที่กำลังถูกกล่าวหานั้นเดินมายืนอยู่ข้างๆ สักพักแล้ว ถึงเขาจะฟังไม่เข้าใจ แต่ก็น่าจะรู้ว่าคนที่ปลายสายคือใคร “พ่อแก่แล้ว สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตก็ยกให้เขาไปแล้ว ถ้าเขาจะเอาพ่อไปต้มยำทำแกงให้เดือดร้อนตัวเขาเอง ก็ปล่อยให้ทำไปเถอะ”

พลิสราหัวเราะพรืดออกมา ไม่ใช่แค่หลงลูกเขย แต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะถูกแย่งชิงความรักของพ่อไปซึ่งต่อหน้าต่อตา “เอาตามนั้นล่ะค่ะ หนูเปลี่ยนความคิดของพ่อไม่ได้อยู่แล้ว”

“ก็เหมือนที่พ่อเปลี่ยนความคิดหนูไม่ได้ไงล่ะ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาสัมผัสเอาเอง จริงไหม”

“ค่ะ” กระแทกเสียงตอบอย่างเจ้าแง่แสนงอน

“พลีส อย่ากลับบ้านดึกนักนะ แล้วก็แวะกินมื้อเย็นไปเลยไม่ต้องรอพ่อ เพราะงานเลี้ยงเพิ่งเริ่มกว่าจะถึงบ้านก็คงมืด”

“เจ้าค่า... ขอให้สนุกนะคะ ระวังตัวด้วย”

วางสายจากผู้เป็นพ่อได้ไม่ถึงนาทีดี ชัญญาก็เป็นคนติดต่อเข้ามาและบอกข้อมูลที่ค้นหาได้ให้รับรู้โดยละเอียด และพลิสราก็ใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการตั้งสมมุติฐาน ความเป็นไปได้ของเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น

 แหม... คุณพ่อและคุณหลัวเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คุณหมอหัวเดียวกระเทียมลีบแระ เอาใจช่วยด้วยนะคะ


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #41 Poppy1973 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 09:44
    จองตัวและจ่ายค่าตัวเลสเลอร์แล้วค๊าวันที่19ไปรับ5555
    #41
    1
    • #41-1 ศิริพารา(จากตอนที่ 18)
      29 กันยายน 2560 / 19:35
      ขอบคุณมากๆนะคะ ปีนไปรอบนเตียงสวยๆเลยนาจา
      #41-1