SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 24 : Psychopmp

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    29 พ.ย. 62



















Title: Psychopomp
Tag: #OurStoryบินมิน















     ผมอายุสิบแปด อยู่ม.ปลายปีสาม ผมอยู่ในวัยที่ต้องคิดเรื่องสอบเข้ามหาลัย ทำอย่างไรให้มีที่เรียนอยู่ แต่เรื่องนั้นกลับไม่เคยอยู่ในหัวผม

     ผมใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีจุดหมาย ไม่มีติวพิเศษ เรียนเพิ่มเหมือนคนในวัยเดียวกัน ไปเรียนเพื่อให้หมดวัน กลับบ้านมานอน เล่นเกม เพื่อรอให้วันใหม่มาถึง

     ผมไม่ต้องกดดัน ตั้งความหวังกับการเรียนเพราะไม่มีคนที่คอยคาดหวัง ผมแค่เรียนไปเรื่อยๆ ผลการเรียนดีบ้าง แย่บ้างสลับกันไป จนบางครั้งพี่สาวประจำห้องศิลปะก็แซวว่าถ้าผมตั้งใจเรียน คงเป็นที่หนึ่งของสายชั้นได้ไม่ยาก

     พูดถึงพี่สาวห้องศิลปะแล้ว คุณอาจจะงง เธอชื่อซนซึงวาน เป็นรุ่นพี่ผมอยู่หลายปี ซึ่งแม้แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าอายุเท่าไหร่ เธอจำได้แค่ว่าเธอตายมานานมากแล้วเท่านั้น 

     เวลาว่างๆหรือโดดเรียนผมก็จะไปคุยเล่นกับเธอที่ห้องศิลปะ ส่วนหนึ่งเพราะผมชอบชอบวาดรูปเล่นและห้องศิลปะนั่นก็มีอุปกรณ์ให้ผมเล่นเยอะ


     “นายมองเห็นผีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมองเห็นได้ยังไง”


     ผมชะงักกับคำถามของพี่ซึงวาน วางดินสอที่กำลังร่างภาพวาดแจกันดอกไม้ลง


     นั่นสินะ ผมเริ่มมองเห็นคนตายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อนแล้วมีผมคนเดียวที่รอดหรือเปล่านะ




.
.
.
.
.





    ได้เวลาเลิกเรียนแล้ว แต่คำถามของพี่ซึงวานยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม ให้ถามคำถามเกี่ยวกับตัวเลข คำนวณ ผมคงหาคำตอบได้ง่ายกว่านี้

    ผมสะบัดหัวไล่คำถามพวกนั้นออกไป เก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ในขณะที่กำลังเดินลงบันไดมาเรื่อยๆ อยู่ดีๆฝนก็ตกลงมาเสียอย่างนั้น ผมขยี้ผมอย่างหัวเสีย ได้ยินเสียงแหลมหัวเราะเยาะเย้ยไปทั่วอาคาร ต้องเป็นรุ่นพี่ผูกคอตายในห้องคอมพิวเตอร์ชั้นสี่แน่ๆ 

    ผมมองสายฝนโปรยปรายนอกอาคาร ลองยื่นมือไปสัมผัส พยักหน้ากับตัวเอง ฝนไม่ได้เม็ดใหญ่ขนาดที่ว่าตกใส่หัวทีแทบทะลุ ยังพอฝ่าฝนออกไปได้ ผมไม่ได้กลัวจะป่วยเท่าไหร่เพราะค่อนข้างแข็งแรงจากการเล่นกีฬา แต่แค่ไม่ชอบให้ตัวเปียก เสื้อผ้าเปียก เพราะขี้เกียจทำความสะอาดเยอะก็เท่านั้น

     ผมเดินฝ่าฝนออกไปนอกโรงเรียนอย่างเชื่องช้า มองไปรอบๆ ทำตัวปกติราวกับไม่มีเม็ดฝนตกใส่ตัวโดยไม่สนสายตาของคนอื่นที่มองมา ถึงจะไม่ชอบให้ตัวเปียกเท่าไหร่ แต่ผมก็ยอมรับว่า สายฝนก็ทำให้สดชื่นดี


    เสียงเปิดไซเรนของรถพยาบาลทำเอาผมสะดุ้ง ผมมองตามรถพยาบาลไปแล้วรู้สึกหดหู่ใจ

    ขอให้ไม่มีใครเป็นอะไรนะ

    ผมเลิกสนใจกับรถพยาบาลที่ผ่านไปแล้วก้าวเดินท่ามกลางสายฝนต่อ แต่หากก้าวเดินได้เพียงสามก้าวก็ต้องชะงัก


    ราวกับโลกหยุดหมุน ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว เสียงรอบข้างทุกอย่างหายไป เงียบงันเสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองและเสียงหัวใจที่เต้นตูมตามจนกลัวว่าจะระเบิดออกมา

    ภาพชายหนุ่มตัวสูงสองคนภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังแทบทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า เปิดให้เห็นเพียงใบหน้าเพียงเสี้ยว แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้ฮยอนบินใจเต้นแรงแล้ว

     ผมมองชายหนุ่มตัวสูง ใบหน้าหล่อเหลา ผิวใส จมูกโด่งเป็นสัน รับกับปากหยักสีชมพูได้รูป ดวงตาเรียวคมราวกับมีดแหลม สายตาเย็นชามองผ่านเพียงครู่ก็รู้สึกขนลุก หวาดกลัวจนอยากวิ่งหนีไปไกลๆ

    และผู้ชายอีกคน ใบหน้าขาวใส จมูกโด่งสวย ปากสีพีชแสนน่ารัก ตาชั้นเดียว หางตาชี้และนัยน์ตาเย็นชา ไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากชายคนแรก แต่แปลกที่ผมไม่คิดอยากวิ่งหนี กลับกัน อยากรู้ว่าดวงตาคู่นั้นกำลังแสดงถึงอะไรและกำลังคิดอะไรอยู่

    ชายหนุ่มสองคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ฮยอนบินนั้นเหมือนกับรูปปั้น งานศิลปะที่มีชีวิต ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงเป็นงานศิลปะที่เจ้าของตั้งใจปั้นและใส่จิตวิญญาณลงไปทั้งหมดแน่ ถึงได้ออกมาสวยงามไร้ที่ติถึงเพียงนี้

     และเหมือนชายชุดคลุมสีดำทั้งคู่จะรู้ตัวว่าโดนผมจ้อง ทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้าผม ดูเหมือนเขาทั้งสองจะเตี้ยกว่าผม ในระดับที่อาจจะต้องเงยหน้าคุยกันอยู่นิดหน่อย

     จู่ๆผมก็เหมือนหยุดหายใจไปเสียดื้อๆ เมื่อผู้ชายตาเรียวเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าแสนเพอร์เฟ็ค เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม ผมรู้สึกเศร้าใจ หดหู่อย่างบอกไม่ถูก คนตรงหน้ากระตุกยิ้มมุมปาก แล้วเปลี่ยนสีหน้า ก่อนจะกอดอกแล้วจิ๊ปากอย่างขัดใจ 


     “ดวงแข็งแถมยังอายุยืนอีกแฮะ”

     “วอนอู ไปได้แล้ว เราทำงานอยู่”


     คนที่ชื่อวอนอูพยักหน้าแล้วแอบทำปากขมุบขมิบใต้หมวกคลุม ผมไม่ได้สนใจเพราะรู้สึกเหมือนจะมีอาการหน้ามืดและเวียนหัวขึ้นมา


     “กลับไปกินยาด้วยล่ะ นายจะไม่สบายอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะฝน แต่เป็นเพราะวอนอู.. หมายถึงคนนั้น ดูอายุขัยของนายผ่านดวงตาและมันค่อนข้างกินพลังงานมนุษย์อย่างนาย แต่ไม่ต้องห่วงนายจะไม่เป็นอะไร แค่เพลีย ตัวร้อน เวียนหัวนิดหน่อยเหมือนมีไข้ กลับไปกินข้าว กินยาแล้วพักผ่อนเดี๋ยวก็หาย ฉันไปล่ะ”


     ผู้ชายตาเฉี่ยว หน้าขาวพูดกับผมยาวและเร็วจนแทบฟังไม่ทัน เสียงหวานแสนน่าฟังทำเอาผมต้องกลั้นยิ้ม ผมจะคิดว่าเขาเป็นห่วงผมแล้วกัน แม้โทนเสียงนั้นจะเป็นโทนเสียงที่แสนเย็นชาตั้งแต่ต้นจนจบ


     “คุณชื่ออะไร ผมจะได้เจอคุณอีกไหม”


     คำถามเรียบง่ายของผมทำให้ชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังก้าวออกไปชะงัก ผู้ชายตาเฉี่ยวหันมามองผมด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้ ก่อนหัวเราะราวกับเยาะเย้ยหรือสมเพชอะไรสักอย่างแล้วเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นนิ่งเฉยอย่างรวดเร็ว


     “นาย… มองเห็นวิญญาณนี่” ผมพยักหน้า รู้สึกคอแห้งผาก กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก เมื่อโดนดวงตาไร้ความรู้สึกจ้องไม่วาง ผมก้าวถอยหนีโดยอัตโนมัติเมื่อเขาค่อยๆก้าวมาหาผม “แล้วมองไม่เห็นสิ่งอยู่รอบตัวฉันตอนนี้หรือไง”


     เห็นสิ แม้จะเลือนลางแต่ก็ยังเห็น ผมไม่รู้จะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร ควัน ออร่า เงาดำหรืออะไรก็ตามแต่ ถึงมันจะไม่เยอะจนน่ากลัวเหมือนในละครที่เขาทำกัน แต่ออร่าสีดำที่แผ่อยู่รอบตัวจางๆของยมทูตตรงหน้านั้น ผมเห็นอย่างชัดเจน



     “นายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันชื่ออะไร เราจะได้เจอกันอีกไหมน่ะเหรอ หึ”

     “…”

     “ฉันเป็นยมทูต ถ้าอยากเจอก็ลองตายดูสิ”

     “…”

     “ทั้งที่ฉันปล่อยผ่านไปแล้วแท้ๆ เพราะวอนอูเป็นคนทักนายก่อน แต่นายก็ดันมาทักกลับเสียนี่”

     “…”

    “ครั้งหน้า ถ้าเจอฉันก็แค่มองผ่าน เพราะถ้านายทักฉันอีกครั้ง… นายได้มาอยู่ในรายชื่อที่ฉันจะไปตามเก็บวิญญาณแน่นอน”



     สิ้นประโยคนั้นแล้วสติผมก็ดับวูบ




     “ช่วยด้วยค่ะ มีคนเป็นลมค่ะ!”






    “ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอมินฮยอน เด็กคนนี้น่ะ..”

    “วอนอู เราต้องไปทำงาน”

    “แล้วจะเอายังไงกับเด็กคนนั้น ให้นอนแช่น้ำ ตากฝนเหรอ เห็นมุงกันอย่างเดียว ไม่เห็นจะมีใครพยุงขึ้นมา”

     “เงียบปากซะ ถ้านายไม่ไปทักเขาก่อน! เฮ้อ …นายรู้นี่ ว่าต้องทำยังไง นี่ก็หน้าโรงเรียน ครูห้องพยาบาลน่ะ”

     “อ่า.. ไอ้หมอนั่น!”

     “ไปทำงานได้แล้ว วิญญาณของเรารอเราอยู่”
























น่าจะมีต่อ(ล่ะมั้ง5555555) จริงๆจะเขียนฉลองวันเนนนยอน แต่เลยวันมาจนได้เพราะความขี้เกียจนั่นมีมากเหลือค่ะคุนพี่555555

เป็นพล็อตที่เกิดจากวันที่ปล่อยรูปมินยอนใส่ชุดคลุมรูปนั้นมาก เห็นแล้วก็มีพล็อตผุดขึ้นมาในหัว เลย เอ้ะ ขอหน่อยแล้วกัน 

ไปแล้วค่ะ หวังว่าจะมีตอนต่อไป(เอ้ะ?) ฝากคอมเม้นต์ติ-ชม ติดแท็ก #OurStoryบินมินด้วยนะคะ♡



ด้วยรัก from มินฮยอนบินชิปเปอร์ที่มีกัปตันขี้ขิงชื่อฮยอนบินและมินฮยอน



29/11/19
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #455 nonny_popo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 22:10
    กรี๊ดดดดด คนน่ารักเย็นชาจังงง แต่ก็เปนห่วงนะ555555
    #455
    0
  2. #454 spk4602 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 23:01
    คิดถึงนะค้บบบ
    #454
    0
  3. #453 berrymaii1220 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 10:12
    ค้างงงง แต่เอ๊ะเลยตกหลุมรักหรอ ใข่ไหมอ่ะ
    #453
    0
  4. #452 EMO_TUNG (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 23:32
    เห้ยยยยย​ นายฮยอนบินนายตกหลุมรักยมทูต​หรอออ
    #452
    0
  5. #451 ptckk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 18:35
    รอมาต่อค้าบบบบ จบแบบนี้ค้างมากก มินยอนก็ไปแกล้งเขาา แงแอ
    #451
    0