[END] ดวงอาทิตย์ของคุณชายเล็ก

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 329 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

-2-

‘หม่อมราชวงศ์คีรินทร์’ หันกลับไปมองประตูห้องน้ำที่ตนเพิ่งเดินออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ เสี้ยววินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของชายร่างสูงใหญ่ทางด้านหลังอีกครั้ง หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ รู้สึกแปลกประหลาดคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเองจนเกือบจะหลุดแสดงสีหน้าแปลกใจอย่างหาได้ยากยิ่ง

“คุณชาย!”

ยังไม่ทันที่ความสงสัยในใจจะทำให้เดินกลับไปหาคนในห้องน้ำอีกครั้ง เสียงเรียกดังลั่นของผู้ที่นับได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวกลับดังขึ้นขัดความคิด คุณชายคีรินทร์หันไปมองนายนาวาที่เดินเข้ามาหาทั้งเหงื่อท่วมตัว ก่อนจะตักเตือนเพื่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เสียงดังเกินไปแล้ววา”

“ขอโทษที กลัวคุณชายรอนานเลยตื่นเต้นไปหน่อย” นาวายิ้มแหยแล้วส่งงานให้เพื่อนอย่างรวดเร็ว “คุณชายจะแก้ตรงไหนบอกได้เลย เรายังมีเวลาเพราะเป็นกลุ่มที่สอง เดี๋ยวผมรีบเอาไปแก้แล้วพิมพ์ใหม่ ยังไงก็ทันแน่นอน”

“เราอยู่กลุ่มเดียวกันนะ จะเกรงใจอะไรขนาดนั้น”

หม่อมราชวงศ์ที่ถูกเพื่อนวางฐานะเอาไว้สูงเกินความจำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด นาวาเป็นเพื่อนตัวเล็กที่เขาสนิทสนมด้วยตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ตอนแรกเจ้าตัวไม่รู้ว่าเขาคือใครจึงตีสนิทอย่างไม่ไว้หน้า แต่พอรู้กลับกลายเป็นไม่เคยพูดจาหยาบคายด้วยอีกเลย คีรินทร์บอกว่าตัวเองไม่ถืออย่างไรก็ไม่ยอมฟัง

จริงอยู่ที่เขาเคยชินกับการพูดจาสุภาพและวางตัวอย่างคนในวัง ทว่าหม่อมราชวงศ์เป็นเพียงสามัญชนเท่านั้น ไม่ได้มีสิทธิ์พิเศษเหนือคนธรรมดาทั่วไป หากเป็นคนที่ทำงานด้วยก็พอเข้าใจได้ว่าอาจจะเกรงใจเพราะบรรดาศักดิ์หม่อมเจ้าของบิดาซึ่งยังถือเป็นเชื้อพระวงศ์​ ทว่ากับเพื่อนในมหา’ลัย เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะถูกทุกคนวางฐานะเอาไว้สูงส่งจนแตะต้องไม่ได้ขนาดนี้

คีรินทร์ไม่อาจปฏิเสธว่าการวางตัวของตนมีส่วนอยู่มาก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยมองใครต่ำกว่าหรือมองว่าตัวเองสูงส่งเลยสักครั้ง มีแต่คนตีความและคิดไปเองทั้งสิ้น

“ปกติวาก็ค่อนข้างละเอียดอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรต้องแก้ไขหรอก อย่าคิดมากไปเลย”

“โธ่คุณชาย... ที่ละเอียดน่ะคุณชายต่างหาก ผมผิดเองที่ปั่นงานไม่ทันเลยต้องเอามาให้คุณชายช่วยดูตอนเช้า บอกตรงๆ ว่าผมไม่แน่ใจเลยว่างานเร่งแบบนี้จะออกมาดีไหม”

นาวาเกาหัวตัวเองอย่างเป็นกังวล ใต้ตาดำคล้ำเพราะอดนอนมาทั้งคืน เรื่องของเรื่องคืองานกลุ่มในครั้งนี้พวกเขาแบ่งหน้าที่กันเอาไว้ตั้งแต่ต้น และตัวเองซึ่งมีหน้าที่รวมงานดันยุ่งวุ่นวายกับงานที่บ้านจนเกือบลืมว่าวันนี้ต้องส่ง เมื่อคืนเลยปั่นทั้งคืนแทบไม่ได้นอน ต้องกราบขอร้องให้คุณชายคีรินทร์ช่วยมาตรวจทานให้อีกรอบตอนเช้า

ถ้าทำคะแนนกลุ่มตกฮวบจนนักเรียนดีเด่นอย่างคุณชายคีรินทร์เกรดลดลง ไอ้นาวาคนนี้คงไม่มีหน้าไปอ้อนวอนขอทำงานในบริษัทของหม่อมราชวงศ์ปฐวี พี่ชายของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์แน่ๆ

“ถ้ามันจะทำให้วาสบายใจ ผมช่วยดูให้ก็ได้” คุณชายก้มลงมองเล่มรายงานในมือแล้วสอดส่องสายตาหาจุดที่เหมาะสมจะใช้ตรวจงาน ในช่วงเวลานั้นเองที่เขาหันไปเห็นใครคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงใหญ่ที่ล้างเนื้อล้างตัวไปแล้วบางส่วนยังคงดูยับเยินอยู่ไม่น้อย ทว่าทันทีที่หันมาสบตากับเขา อีกฝ่ายก็ส่งยิ้มมาให้อย่างรวดเร็ว ซ้ำยังดูจะเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง

“นั่นพนักงานทำความสะอาดคนใหม่เหรอ... ทำไมสภาพเป็นแบบนั้นกันนะ” นาวาขมวดคิ้วมองผู้ที่เดินแยกไปอีกทางเงีียบๆ ก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ เมื่อหันไปเห็นกลุ่มนักศึกษาร่วมชั้นเรียนที่มาถึงก่อนเขา “ฝีมือไอ้พวกนั้นแน่ๆ”

“อะไรทำให้วาคิดแบบนั้น”

“ก็พวกมันมองตามหลังผู้ชายคนนั้นไปแล้วหัวเราะน่ะสิคุณชาย” คนพูดแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะน่ารังเกียจของพวกลูกคนมีเงินที่ชื่นชอบดูถูกคนอื่นจนสร้างเรื่องไปทั่วไม่เว้นแต่ละวัน “ผมไม่ชอบพวกนั้นเลย หาเรื่องไปทั่วจนสาขาเราแทบจะโดนเหมารวมไปด้วยว่าเป็นคนมีเงินไร้สมองแถมยังนิสัยไม่ดี”

“…” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ไม่พูดตอบอะไร ทว่าหันไปมองกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่างไม่เกรงกลัว แล้วก็ต้องพบว่ามันเป็นอย่างที่นาวาบอกจริงๆ เพราะคนเหล่านั้นกำลังหัวเราะสะใจยามมองตามหลังภารโรงคนนั้นไปตาไม่กะพริบ

“จะว่าไปแล้วคนคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ อยู่นะ”

“…”

“นึกออกแล้ว! คนคนนั้นเป็นพนักงานของร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดคุณชายนี่นา” นาวาหันไปมองเพื่อนเพื่อยืนยันว่าตัวเองจำไม่ผิดจริงๆ แต่กลับต้องชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดของคุณชาย “ที่แท้คุณชายก็จำได้อยู่แล้ว”

“ดูเหมือนว่าผมจะบังเอิญได้เจอเขาบ่อยๆ ไม่แปลกหากจะจำได้” ดวงตาคู่สวยเบนไปมองผู้ที่ได้พบเจอโดยบังเอิญบ่อยครั้ง แล้วละสายตาออกมาเมื่อเห็นเงาร่างนั้นเดินหายไป “เมื่อครู่ผมเพิ่งช่วยเปิดประตูให้เขาออกมาจากห้องเก็บของด้านในห้องน้ำ ดูเหมือนวาจะพูดถูกจริงๆ เรื่องกลุ่มภาสกร”

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์รวมถึงนาวาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันกับกลุ่มภาสกรมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ความสัมพันธ์ไม่อาจเรียกได้ว่าคนรู้จัก และยิ่งไม่อาจเรียกได้ว่าเพื่อน เนื่องจากพวกเขาแทบไม่เคยคุยกันเลยสักครั้ง หากจะบอกว่าคนเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่ภาสกรเกรงกลัวคือคุณชายคีรินทร์ก็คงไม่ผิด เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีคุณชายเข้าไปเกี่ยวข้อง ทางนั้นจะรีบแยกตัวออกห่างทันที ทั้งที่ปกติหาเรื่องใครต่อใครไปทั่วอย่างไม่เกรงกลัว ถือว่าตนเป็นบุตรหลานของผู้มีฐานะและมีหน้ามีตาในสังคม

เรื่องนี้หากถามนาวาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคุณชาย เห็นทีคงได้คำตอบว่าแน่นอนอยู่แล้ว และไม่ใช่แค่ภาสกร แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่เกรงกลัวเกรงใจคุณชายทั้งสิ้น นั่นไม่ใช่เพียงเพราะยศตำแหน่งนำหน้า แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่นๆ ประกอบกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คุณชายวางตัวดี มีออร่าไม่ธรรมดากระจายอยู่รอบกาย หรือเป็นเรื่องที่ครอบครัวคุณชายประกอบอาชีพไม่ธรรมดา รู้จักคนมีอำนาจมากมายก็ตามแต่

เอาเป็นว่าหากได้รู้จักไปเรื่อยๆ ย่อมไม่มีใครแปลกใจเลยสักนิด ที่คุณชายกลายเป็นผู้ซึ่งถูกหวาดเกรงจากคนรอบข้าง ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยทำสิ่งใดหรือมีเรื่องกับใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ผมว่าแล้ว”​ นาวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาเหลือบมองกลุ่มภาสกรด้วยความไม่พอใจ “คุณชายจำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่าพนักงานร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดคุณชายหน้าตาเหมือนดมิส เด็กทุนคนดังของมหา’ลัยเอามากๆ”

ดมิสเป็นเด็กทุนปีสี่ของคณะพลศึกษา เข้าเรียนช้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกันมากถึงสามปี ข่าวลือกล่าวว่าเขามีปัญหาเรื่องเงินจึงทำให้ไม่ได้เรียนต่อในทันที ดังนั้นหากนับดูแล้วถึงจะอยู่ปีสี่แต่ก็มีอายุมากกว่าพวกเขาสามปี มีชื่อเสียงเนื่องจากเคยถูกบังคับให้ประกวดเดือนมหา’ลัยจนได้รับตำแหน่งมาแบบงงๆ ทั้งที่ไม่ได้เต็มใจประกวดเลยสักนิด เรื่องที่เจ้าตัวถามออกไมค์ว่าทำไมถึงได้ตำแหน่งยังคงโด่งดังมาจนถึงวันนี้ กระทั่งคีรินทร์ยังรู้เรื่อง แม้เขาจะไม่รู้ว่าดมิสหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม

“ผมจำได้”

“ผมไปถามเพื่อนที่อยู่คณะพละมาแล้ว เหมือนว่าดมิสจะมีพี่ชายที่เกิดปีเดียวกันอยู่คนหนึ่ง เพื่อนผมบอกว่าพี่ชายดมิสทำงานหลายอย่างเพื่อเอาเงินมาส่งน้องเรียน คนที่คุณชายช่วยไว้ต้องเป็นพี่ชายดมิสแน่ๆ หน้าตาเหมือนกันขนาดนั้น... มิน่าพวกภาสกรถึงได้หาเรื่องเขา ข่าวเรื่องที่พวกนั้นมีปัญหากับดมิสดังจะตาย”

“วาพอจะทราบชื่อเขาไหม” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายไม่ใส่ใจ ทว่าแค่คิดอยากรู้ชื่อคนอื่นก็คงไม่อาจกล่าวว่าไม่สนใจได้แล้ว โชคดีที่นาวาเป็นคนพูดเก่งร่าเริง ซ้ำยังซื่อบื้อในบางครั้งจึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อรพีนะ เพื่อนผมบอกว่าดมิสเรียกพี่ชายว่าพี”

พี่พี...

คนฟังจดจำชื่อนั้นเอาไว้ในใจ ก่อนสายตาที่ทอดมองไปทางกลุ่มของภาสกรจะดูแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย คล้ายว่ามันจะแฝงความไม่พอใจเอาไว้บางๆ ทว่าเพียงครู่เดียวก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครรู้ตัว

รายงานที่นาวาอดหลับอดนอนทำทั้งคืน หากเป็นช่วงเวลาปกติ จุดไหนผ่านได้คีรินทร์คงจะปล่อยผ่านไป แต่คราวนี้เขากลับกวาดตามองและชี้ข้อผิดพลาดอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังละเอียดมากจนเพื่อนสนิทเริ่มหน้าซีด คิดในใจว่าฉีกทำใหม่หมดอาจจะง่ายกว่า หากไม่รู้เพราะเหตุใดคุณชายคีรินทร์ที่ปกติมักจะชี้แนะเพื่อน ทว่าไม่เคยลงมือทำให้เลยสักครั้งกลับลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองในคราวนี้

นาวามองตามมือที่ขยับปากกาแก้ไขข้อความในรายงานอย่างละเอียดแล้วกะพริบตาปริบๆ จวบจนผ่านไปยี่สิบนาที... รายงานที่เมื่อคืนเขาใช้เวลารวบรวมและสรุปจนอดหลับอดนอนก็ถูกตรวจสอบจนเสร็จสิ้นด้วยฝีมือของนักศึกษาคนเก่งเพียงหนึ่งเดียวในคณะที่ได้เกรด A+ ทุกตัวมาตั้งแต่ปีหนึ่ง

“เหลือเวลาชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะถึงเวลาที่กลุ่มเราต้องรายงานหน้าชั้น วาคิดว่าจะแก้ทันไหม”

“ทันอยู่แล้วคุณชาย”​ นาวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เมื่อเห็นตัวหนังสือเป็นระเบียบมากมายบนรายงานที่เขาต้องเอาไปพิมพ์ใหม่ “ผมจะรีบกลับมา คุณชายไม่ต้องเป็นห่วง”

ตลอดเวลาที่ใช้ไปกับการแก้และรอพิมพ์งานใหม่ นาวานึกสงสัยไม่หยุดว่าทำไมคุณชายจึงทำตัวผิดไปจากทุกที จวบจนเมื่อกลับไปถึงห้องเรียนในช่วงเวลาที่กลุ่มแรกกำลังเริ่มต้นรายงานพอดี และเห็นสายตาของคุณชายที่มองตรงไปยังกลุ่มของภาสกรซึ่งยืนอยู่หน้าห้อง เขาจึงขนลุกวาบๆ และได้ค้นพบคำตอบในท้ายที่สุด

“ใครมีคำถามอะไรไหมครับ”

หากเป็นปกตินักศึกษาทุกคนในคลาสคงเงียบเสียงและปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไป เปรียบเสมือนการจบหัวข้อรายงานของกลุ่มนั้นๆ อย่างเต็มรูปแบบ ถ้าอาจารย์ไม่ได้มีคำถามใดๆ เช่นกันก็ถึงคราวของกลุ่มต่อไป

แต่ว่า...

ร่างสูงของคุณชายคีรินทร์ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับกลุ่มภาสกรที่หน้าห้อง กระทั่งอาจารย์ประจำวิชาที่นั่งให้คะแนนอยู่ไม่ไกลยังตกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะปกติคุณชายผู้นี้ไม่เคยทำตัวโดดเด่น ยิ่งเป็นเรื่องการยืนขึ้นเพื่อถามคำถามเพื่อนทั้งที่ไม่จำเป็นเช่นนี้ยิ่งไม่เคย

“คุณชาย...”​ นาวาเบิกตาโตมองเพื่อนด้วยความตกใจ

“ผมมีคำถามสามสี่ข้อครับ” รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนดวงตาคู่สวยซึ่งยังคงดูอ่อนโยนมีมารยาท เฉกเช่นทุกทีจะเบนไปมองภาสกรช้าๆ และประโยคคำถามภาษาอังกฤษยาวเหยียดก็ดังออกจากปากของคุณชายคีรินทร์อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากพวกเขาเรียนหลักสูตรอินเตอร์ การทำทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าคำถามเชิงลึกและศัพท์ยากเกินความจำเป็นนั่นต่างหากที่ทำให้นักศึกษาทั้งชั้นชะงักไปครู่ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่ยืนนิ่งอยู่หน้าชั้นเรียนอย่างทำอะไรไม่ถูก

ไม่ช้าสีหน้าของภาสกรก็ดำคล้ำด้วยความอับอาย เพราะคำถามทุกคำถามของคุณชาย พวกเขาไม่อาจตอบได้เลยแม้แต่คำถามเดียว เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างทำงานผ่านๆ เพื่อให้จบๆ ไป ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด คิดว่าแค่มารายงานตรงเวลาอาจารย์ก็ให้คะแนนแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แน่นอนว่าอาจารย์ต้องเป็นฝ่ายเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ถึงอย่างนั้นภาสกรก็ยังเสียหน้ามากจนแสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ซึ่งเป็นกลุ่มต่อไปจึงต้องรับศึกหนักไปในทันที เพราะฝ่ายนั้นจ้องจะเอาคืนโดยการพยายามตั้งคำถามสารพัด คิดอยากให้คุณชายเสียหน้าบ้าง ทว่าน่าเสียดายที่รายงานของกลุ่มสมบูรณ์แบบจนเกินไป คุณชายคีรินทร์ตอบคำถามทุกอย่างได้โดยไม่เสียเวลาหยุดคิดเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นเองที่นาวาเข้าใจว่าเหตุใดวันนี้คุณชายจึงลงมือแก้ไขรายงานด้วยตัวเอง... หากอยากหาเรื่องให้คนอื่นเสียหน้า ตัวเองก็ต้องไร้ข้อผิดพลาดเสียก่อน ที่คุณชายลงมือแก้งานเองก็เพราะไม่ต้องการให้ถูกเล่นงานกลับได้ เขามั่นใจมากว่ารายงานฉบับนั้นจะต้องได้คะแนนเต็มจากอาจารย์แน่นอน

“ฉลาดเกินไปแล้ว...” นาวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิดในใจว่าเจ้าภาสกรนั่นดวงกุดจริงๆ ที่มาทำเลวให้คุณชายเห็นจนอีกฝ่ายแสดงความไม่ชอบใจออกมามากขนาดนี้

หลังจากผ่านพ้นคาบเรียนจนนักศึกษาพากันเก็บของออกไปจนหมด หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ซึ่งไม่ได้เร่งรีบอะไรค่อยๆ เก็บข้าวของที่จำเป็นอย่างเชื่องช้า แม้นาวาจะพยายามเตือนให้รีบหนีก่อนจะถูกหาเรื่อง เขาก็แค่ส่งยิ้มให้เพื่อนและทำสิ่งที่ควรทำต่อไปเงียบๆ ท้ายที่สุดกลุ่มของภาสกรก็เดินตรงเข้ามาหาตามคาด

ที่ผิดคาดเห็นจะเป็นการที่คนในกลุ่มพยายามรั้งภาสกรเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ราวกับไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่งกับหม่อมราชวงศ์คีรินทร์

น่าเสียดายที่นายภาสกรขาดสติเกินกว่าจะนึกตริตรองอะไร...

“คุณชาย!”

อา... ดีที่อย่างน้อยก็ยังเรียกถูก ไม่เผลอพ่นวาจาหยาบคายเรียกคุณชายด้วยถ้อยคำไม่สมควร

“ระวังมือนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มนวลไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้าทำเอามือที่กำลังจะยื่นมาจับแขนผู้พูดให้นั่งลงตามเดิมหยุดชะงักค้างกลางอากาศ​ หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการของภาสกร

คุณแตะผมเมื่อไร กรุณาเตรียมใจรับผลจากการกระทำของตัวเองให้ดี...

เชื่อว่าคำพูดไร้เสียงนั้นคงส่งไปถึงอีกฝ่ายบ้างไม่มากก็น้อย

“คุณชายทำแบบนั้นทำไม”

“ทำอะไรหรือครับ” คนฟังยกยิ้มจาง ยอมนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้งเมื่อเห็นว่าอย่างน้อยนายภาสกรก็ยังรู้จุดยืนของตัวเอง แม้จะกัดฟันกรอด ทำท่าทางเหมือนอยากเข้ามากระชากคอเสื้อของเขาเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังพอจะมองข้ามไปได้ถ้ายังไม่ล้ำเส้น

“ใครก็มองออกว่าคุณชายจงใจหาเรื่องพวกผม คุณชายต้องการอะไรกันแน่”

“ไม่มีเหตุผลครับ ผมก็แค่สงสัยในข้อมูลที่พวกคุณรายงานจึงถามไถ่ ตรงไหนกันที่เรียกว่าหาเรื่อง หากจะให้พูด...ผมคิดว่าฝ่ายที่หาเรื่องคือพวกคุณที่พยายามถามคำถามนอกเหนือจากบทเรียนมากกว่านะ”

“…”

“หรือถ้าต้องการกลั่นแกล้งจริงๆ อย่างน้อยวิธีการที่ผมใช้คงไม่ใช่การล็อกคุณเอาไว้ในห้องเก็บของแล้วราดน้ำใส่แน่ๆ ส่วนตัวผมคิดว่ามันดูไร้สาระเกินไปครับ”​ หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ตวัดสายตาไปมองคนฟังที่บัดหน้านี้แสดงอาการตกใจออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนแล้วส่ายหน้าน้อยๆ “ถ้าเป็นผมคงต่อสายไปหาพี่ชายมากกว่า หากกล่าวว่าผมรู้สึกไม่ชอบหน้าเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งซึ่งชอบหาเรื่องไปทั่ว พี่ชายของผมคงจะเสนอตัวจัดการให้”

“คุณชายรู้เรื่องนั้นได้ยังไง...”

“รู้ได้อย่างไรไม่สำคัญหรอกครับ ผมก็แค่ยกตัวอย่าง จะว่าไปแล้วเหมือนคุณพ่อของคุณภาสกรจะมีสัมพันธ์อันดีกับพี่ชายของผมใช่ไหมครับ” เพียงแค่เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ภาสกรก็หน้าซีดลืมเลือนอารมณ์โมโหไปจนหมดสิ้น

เขากำลังถูกข่มขู่...

เหตุผลที่เขาพยายามไม่เข้าใกล้คุณชายมากเกินไป แท้จริงเป็นเพราะบิดาออกคำสั่งเอาไว้ว่าห้ามหาเรื่องคุณชายโดยเด็ดขาด ภาสกรรู้มาจากมารดาว่าบิดาจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยหม่อมราชวงศ์ปฐวี พี่ชายของคุณชายคีรินทร์เป็นอย่างมาก นับจากเริ่มเข้าปีหนึ่งเขาจึงถูกย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอ โชคดีที่หม่อมราชวงศ์คีรินทร์แทบไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากการเรียน ภาสกรจึงทำทุกอย่างได้ตามใจ ขอเพียงไม่ไปแตะต้องโดนอีกฝ่ายเป็นพอ

...แต่คราวนี้กลับไม่เหมือนทุกครั้ง

ภาสกัดริมฝีปากตัวเอง อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าทำไมถึงมาซวยเอาตอนปีสี่ที่ใกล้จะเรียนจบอยู่แล้ว และไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมคุณชายจะต้องใส่ใจเรื่องของไอ้ภารโรงนั่นขนาดนั้น ทั้งที่ครั้งหนึ่งอีกฝ่ายเคยเห็นเขาหาเรื่องเด็กคณะอื่นแล้วเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว

“เรื่องในชั้นเรียนวันนี้ผมจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ทำได้เพียงกัดฟันพูด ยอมก้มหัวรับความพ่ายแพ้โดยไม่อาจกล่าวอะไรแม้เพียงครึ่งคำ ทว่าดูเหมือนผู้ฟังจะไม่ชื่นชอบประโยคนั้น แทนที่จะยอมลงให้จึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ต่างจากความหมายของรูปประโยคโดยสิ้นเชิง

“คุณภาสกรพูดเหมือนอยู่เหนือกว่าเลยนะครับ คงต้องแจ้งให้ทราบก่อนจะคิดไปไกลว่าแท้จริงสิ่งที่บอกไป ผมไม่ได้ต้องการคำตอบหรือการยอมรับอะไร เพียงแค่พูดให้ฟังเท่านั้น” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือไว้ ข้างกายคือนาวาซึ่งเตรียมตัวเดินออกไปพร้อมกันอย่างรู้ใจ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมยังไม่คิดอยากหาเรื่องคุณภาสกร...อย่างน้อยก็ตอนนี้ เอาไว้วันไหนผมเกิดคิดว่าคุณไม่สมควรมีตัวตนอยู่ตรงนี้ หรือคิดว่าคุณสร้างความรำคาญให้จนทนไม่ได้ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที”

“คุณชาย!!”

เสียงตะโกนด้วยความโมโหของภาสกรไม่ได้รับความสนใจ เมื่อคู่สนทนาหมุนกายเดินจากไปพร้อมเพื่อนสนิทอย่างสง่าผ่าเผยโดยไม่แม้แต่จะมองกลับมา ทว่านอกจากตะโกนแล้วจะทำสิ่งใดได้กัน ในเมื่อกลุ่มของภาสกรทุกคนล้วนแล้วแต่หวาดกลัวอำนาจของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์มาตั้งแต่ต้น

จะกล่าวว่าเป็นกรรมของคนที่รู้จักแต่เหยียบย่ำคนอื่นก็คงไม่ผิด เพราะหากต้องการ...เพียงพริบตาเดียวชายผู้สูงส่งผู้นั้นคงเหยียบพวกเขาได้จมดิน ชนิดที่ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีกเลย

ขณะที่กลุ่มภาสกรยืนหน้าซีดทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่เดิม หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ที่เดินออกไปนอกห้องมีท่าทีปกติเป็นอย่างมาก นาวาซึ่งอยู่ด้านข้างยังดูจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องที่เกิดขึ้นมากกว่าด้วยซ้ำ

“คุณชาย...” นาวาที่ตอนนี้ไหล่ห่อยู่ด้วยความหวาดกลัวสะกิดเพื่อนยิกๆ “ถ้าเกิดคุณชายไม่พอใจแล้วเอาไปฟ้องหม่อมราชวงศ์ปฐวี เขาจะทำอะไรคนพวกนั้นเหรอ”

“ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้น พี่ชายใหญ่ไม่ใช่คนไร้เหตุผล วาไม่ต้องกลัวหรอก” ทั้งที่คุณชายยืนยันพร้อมรอยยิ้ม แต่ไม่รู้ทำไมนาวาถึงไม่คิดแบบนั้นเลยสักนิด

ก็พี่ชายใหญ่ของคุณชายน่ะน่ากลัวจะตาย...

“จะว่าไปแล้วอยู่ด้วยกันมาสี่ปี ผมเพิ่งเคยเห็นคุณชายอารมณ์ไม่ดีเป็นครั้งแรก น่ากลัวมากๆ เลยอะ ผมขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” นาวาลูบแขนตัวเองด้วยความหวาดหวั่น “ดีนะที่ผมไม่เคยทำให้คุณชายหงุดหงิด”

“ผมดูอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นเลยหรือ”

“ดูจากคำพูดก็รู้แล้ว ปกติคุณชายไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับใคร ถ้าไม่ใช่เพราะอารมณ์ไม่ดี คุณชายไม่มีทางพูดแบบนั้นแน่ ว่าแต่มันเกิดจากอะไรเหรอคุณชาย ใช่เพราะเรื่องภารโรงคนนั้นหรือเปล่า”

คุณชายคีรินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ตอบอะไร หลังจากก้มลงมองนาฬิการาคาแพงที่ข้อมือครั้งหนึ่งจึงเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย

“วาบอกว่าวันนี้ต้องกลับไปทำธุระกับครอบครัว รีบไปก่อนจะสายเถอะ”

“จริงด้วย!!” นาวาเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องเดินทางไปรับบิดาที่สนามบิน “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะคุณชาย เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้”

“เจอกันพรุ่งนี้” คุณชายมองตามหลังเพื่อนที่วิ่งไปขึ้นลิฟต์ด้วยความเอ็นดู บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนมีน้องชายตัวเล็กๆ ให้ต้องดูแล เพราะนอกจากจะเป็นคนตัวเล็กที่อารมณ์ดีเอามากๆ นาวายังเป็นคนซื่อๆ อีกต่างหาก ดูอย่างการที่ลงลิฟต์ไปโดยไม่ได้ถามว่าทำไมเขาไม่ลงไปด้วยก็รู้แล้ว

หากเป็นคนอื่นอาจจะไม่กล้ายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไป แต่กับนาวาคงต้องบอกว่าลืมนึกถึงมากกว่า เพราะแบบนี้เจ้าตัวถึงได้กลายเป็นคนที่ได้รับความเอ็นดูจากคุณชายยิ่งกว่าใคร

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์หมุนกายเดินออกห่างจากลิฟต์ ฝีเท้ามั่นคงและแผ่นหลังเหยียดตรงดูคล้ายกำลังต้องการไปที่ไหนสักที่ ทว่าในความเป็นจริงควรต้องบอกว่าเขาเดินไปอย่างไร้จุดหมายเพราะต้องการตามหาใครบางคนมากกว่า

ร่างสูงใหญ่ของภารโรงคนใหม่กำลังทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้อยู่ในห้องเรียนใหญ่ไร้ผู้คนอีกห้องหนึ่ง คีรินทร์แทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาเปิดประตูเข้าไปตอนไหน เพราะรู้ตัวอีกทีก็เห็นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองกันแล้ว ดวงตาคมที่ฉายแววอ่อนโยนคู่นั้นสะกดให้คนมองไม่อาจละสายตา ทว่าเพียงไม่นานสภาพร่างกายที่ยังไม่สะอาดดีนักก็ดึงความสนใจของเขาไปแทน

“ทำไมยังไม่ไปล้างตัวอีกครับ”

“คุณเองเหรอครับ” รพียกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาหาคือผู้ที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “ต่อให้ล้างตัวไปผมก็ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนครับ เลยคิดว่ารอเลิกงานแล้วกลับไปทำความสะอาดที่บ้านทีเดียวน่าจะดีกว่า”

คำพูดที่ได้ยินฟังดูระคายหูมากจนผู้ที่ปกติแทบไม่แสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้าตรงๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ หม่อมราชวงศ์คีรินทร์เดินตรงเข้าไปหาผู้พูดที่ยืนอยู่กลางห้อง พร้อมกันนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกไปด้วย

[ครับคุณชาย]

“คุณตรีภพ รบกวนเอาเสื้อผ้าสำรองตัวที่ใหญ่ที่สุดบนรถมาให้ผมที่ชั้นสิบห้าด้วยครับ”

[ผมจะรีบไปครับ]

“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ” คนที่คาดเดาได้แทบจะทันทีว่านักศึกษาตรงหน้าต้องการเอาเสื้อผ้ามาทำอะไรเอ่ยปากด้วยความตกใจ แม้จะมองออกว่าคนตรงหน้าเป็นคนดีและน่าจะมีสถานะไม่ธรรมดาจากลักษณะภายนอกรวมไปถึงการพูดจา แต่มาช่วยเหลือเขากระทั่งเรื่องแบบนี้นี่มัน...

“คุณตรีภพจอดรถรออยู่แล้วครับ แค่เอาเสื้อผ้ามาให้ที่ชั้นนี้ไม่ถือว่าลำบากอะไร” พูดยังไม่ทันขาดคำดีร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทเรียบร้อยก็เปิดประตูเข้ามาด้านในพร้อมเสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนไม้แขวนอย่างเป็นระเบียบ

“ขออนุญาตครับ”​ ตรีภพก้มศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะเดินเข้าไปส่งเสื้อผ้าให้ถึงมือโดยไม่แม้แต่จะมองไปยังใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้วย “เสื้อผ้าชุดนี้น่าจะหลวมที่สุดแล้วครับ”

“ชุดนี้ก็ดีครับ พี่พีน่าจะใส่ได้พอดี” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์จ้องมองเสื้อเชิ้ตแขนยาวเรียบๆ กับกางเกงขายาวอีกตัวด้วยความพอใจ “โชคดีที่พี่ชายใหญ่ทิ้งเสื้อผ้าเอาไว้บนรถคันนี้ด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะลงไปรอที่รถนะครับ”

ทันทีที่ตรีภพเดินออกไปจากห้อง คีรินทร์ก็ยื่นส่งเสื้อผ้าในมือให้คนที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลแล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็นธรรมชาติ

“รีบไปล้างตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ พี่พีน่าจะขนาดตัวพอๆ กับพี่ชายเล็กพอดี”

“คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ” รพีรีบถามก่อนบทสนทนาระหว่างพวกเขาจะลื่นไหลไปมากกว่านี้

“เพื่อนเล็กรู้จักน้องชายพี่พีครับ พอเห็นหน้าพี่พีจึงคิดว่าต้องเป็นพี่ชายของคนคนนั้นแน่” ว่าจบหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ก็ยื่นมือไปด้านหน้าอีกครั้ง “คราวนี้พี่พีล้างมือแล้ว คงจับมือเล็กได้แล้วใช่ไหมครับ”

รพียิ้มจาง ไม่กล้าทำลายความคาดหวังของผู้ช่วยเหลืออีก แม้จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่สมควรบางประการที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่เขาก็ยังจับมือเรียวนั้นไว้ด้วยความยินดี

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า... คุณเล็ก”

คล้ายนัยน์ตาของคนฟังจะเป็นประกายระยิบระยับในชั่ววินาทีหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย และในไม่ถึงวินาทีหลังจากนั้น คุณชายเล็กก็เผยรอยยิ้มสว่างไสวออกมาจริงๆ จนรพีตาพร่าไปชั่วขณะหนึ่ง

“รีบไปล้างตัวเถอะครับ เล็กจะพาไป พี่พีเพิ่งมาทำงานคงไม่ทราบว่าห้องอาบน้ำอยู่ตรงไหน”

รพีสะบัดหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าเพื่อดูเวลา กระทั่งเห็นว่าเป็นช่วงพักจึงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการยินยอมรับความช่วยเหลือ

เจ้าถิ่นพาภารโรงที่ถือเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านออกห่างจากเนื้อตัวสกปรกของตนด้วยความระมัดระวังไปขึ้นลิฟต์ พวกเขาไปที่ชั้นสิบหกซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตึกและไม่มีห้องเรียนเลยแม้แต่ห้องเดียว ลักษณะดูคล้ายกับเป็นชั้นที่มีไว้เพื่อการประชุมสำคัญๆ มากกว่า

“ตึกนี้มีหลายชั้นแล้วก็มีจำนวนห้องค่อนข้างเยอะ พี่พีคงต้องใช้เวลาในการจดจำสักหน่อย ถ้าสงสัยอะไรก็ถามเล็กได้นะครับ” คุณชายคีรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำของห้องประชุมใหญ่ไร้ผู้คนแล้วหยุดเท้าลง “ในห้องน้ำมีผ้าเช็ดตัว สบู่แล้วก็ยาสระผมวางเอาไว้อยู่แล้ว พี่พีใช้ได้เลยครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ผมใช้ได้จริงๆ เหรอครับ”

“ได้ครับ ของพวกนั้นปกติมีไว้สำหรับผู้มาเข้าร่วมประชุมอยู่แล้ว บางทีพวกเขาก็อยู่ประชุมดึก บางครั้งก็มีแขก เพราะอย่างนั้นจึงมีห้องน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ เตรียมไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องเป็นกังวลหรอกครับ”

ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะถ้าหม่อมราชวงศ์คีรินทร์กล่าวว่าได้ก็คือได้

“ถ้าอย่างนั้นคุณเล็ก...”

“เล็กจะรออยู่ในห้องประชุมครับ พี่พีไม่ต้องรีบ”

“จะดี...” คนขี้เกรงใจขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล แต่พอเห็นแววตากับสีหน้าอ่อนโยนที่ดูคล้ายไม่อนุญาตให้ปฏิเสธนั่นเข้าก็ต้องผงกศีรษะรับคำแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำแต่โดยดี แม้แต่ตอนที่เปิดน้ำแล้วยังแทบไม่รู้สึกตัว

คีรินทร์รอจนกระทั่งรพีเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพสะอาดสะอ้านแล้วจึงลุกขึ้นยืนช้าๆ ดวงตากวาดมองร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายในชุดของพี่ชายด้วยความพอใจ อดนึกยกความดีความชอบให้ตรีภพไม่ได้ที่เลือกชุดนี้มาให้

“เข้ากับพี่พีมากเลยครับ”

“…แต่ผมว่ามันไม่เหมาะกับงานเลยนะครับ” รพียิ้มแห้งอย่างทำอะไรไม่ถูก มองยังไงเสื้อผ้าชุดนี้ก็เป็นของมีราคาชัดๆ “ถึงผมจะมาทำงานนี้แค่ชั่วคราวแทนคุณสำลี แต่จะไม่รักษากฎระเบียบเลยมันก็...”

“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ แต่เมื่อครู่พี่พีพูดว่าชั่วคราว เล็กไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม”

“ครับคุณเล็ก จริงๆ ผมมาทำงานแทนคุณสำลีครับ...” เพราะไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องปิดบังอะไร รพีจึงบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างตามตรงโดยไม่ได้ข้ามเรื่องอะไรไปเลยแม้แต่นิดเดียว ทว่ายิ่งฟังคุณชายเล็กกลับยิ่งดูนิ่งมากขึ้นทุกที ท้ายที่สุดเมื่อฟังจบยังส่ายหน้าน้อยๆ อย่างอ่อนใจอีกต่างหาก

“พี่พีโทรไปบอกนายหน้าคนนั้นเถอะครับว่าจะมาทำแค่วันนี้วันเดียว”​

“ทำไมล่ะครับ”

“พี่พีอาจจะไม่ทราบว่าคุณสำลีเป็นพนักงานประจำของทางมหาวิทยาลัย การที่จะลาหยุดต้องทำเรื่องให้เรียบร้อย แล้วมันก็ไม่ใช่ให้ใครมาทำแทนก็ได้ เพราะงั้นที่นายหน้าคนนั้นบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนเป็นการโกหกครับ พี่พีไม่ควรทำงานกับคนแบบนั้นอีก”

รพีขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเพียงไม่นานเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำตามที่อีกคนบอกอย่างรวดเร็วโดยไม่ถามอะไรเลยแม้แต่คำเดียว การกระทำเช่นนั้นทำให้หม่อมราชวงศ์คีรินทร์แปลกใจเป็นอย่างยิ่ง หากสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าความแปลกใจ...คงเป็นความพอใจและถูกใจที่เห็นได้ชัดเอามากๆ

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะคิดว่ารู้จักกับเขามานานเลยไม่นึกว่าทางนั้นจะโกหก แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างอยู่ดี ผมจะไปยอมรับผิดกับทางมหา’ลัยเองครับ”

“ไม่ต้องหรอกครับ” คุณชายเล็กมองคนพูดที่มีสีหน้าเคร่งเครียดแล้วยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หากพี่พียินดี เล็กอยากจะชวนมาทำงานด้วย อยากลองรับฟังรายละเอียดดูก่อนไหมครับ”

รพีไม่ได้ตอบอะไรในทันที เพราะในเวลานี้เขารู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก ทั้งไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ จึงถูกเสนองานให้ และไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้ตัวเองถึงได้โชคดีนัก

“ทำไมคุณเล็กถึงช่วยเหลือผมมากขนาดนี้ครับ”

คนฟังยื่นหน้าเข้าไปใกล้รพีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างๆ จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มงดงามสะกดสายตาออกมาอีกครั้ง กระทั่งดวงตาก็เปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีหมู่ดาวมากมายซ่อนอยู่ด้านใน

“เล็กแค่คิดว่าคนที่ยิ้มสวยถึงขนาดนี้ไม่ควรต้องเจอเรื่องเลวร้ายใดๆ ก็ตามครับ”

----------

 

TALK : เรื่องนี้จะลงทุกวันเสาร์นะคะ (ถ้าไม่ว่างอาจจะเป็นวันอาทิตย์) แต่ลงเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ ฝากพี่พีกับคุณชายเล็ฏด้วยน้า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 329 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

301 ความคิดเห็น

  1. #294 momomay79 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 19:34
    น้องวววววววงงงงงงงง
    #294
    0
  2. #288 ggggg-ns (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 11:25
    แง้ น้องงงเล็กก ชอบพี่พีขนาดไหนคะลูก
    #288
    0
  3. #266 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:09
    อร๊ายยยย ทำไมมันดีแบบนี้☺️☺️
    #266
    0
  4. #261 กลุ่มดาวขาตั้งภาพ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 21:02
    พยายามห้ามใจไม่ให้พลิกโพ;-;
    #261
    0
  5. #259 12311232123312 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 00:24
    แงงงกอดๆๆ
    #259
    0
  6. #256 Nantha_one (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 10:24
    คุณชายเบาได้เบาลูกเดี๋ยวพี่เขารู้ตัวก่อน
    #256
    0
  7. #242 JKCGV (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 20:51
    อ่านแรกๆ ลงเรือ คุณชายพี่พี แล้วนะ แต่ตินนี้คือ โอ้ยยยนคุณชายเล็กขา เนียนมากกกก แสบมากด้วยนะ อยากอยู่ใกล้พี่พีละสิน้าา
    #242
    0
  8. #235 CallistoJpt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 10:02
    คุณชายยยยยยย ฮั่นแน่เนียนไปทุกอย่างเลยนะคะเนี่ย เรารู้สึกว่าละมุนๆ
    #235
    0
  9. #222 15magnitude (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 09:19
    มันเหมือนจะไม่มีอะไรเลย แต่ทำไมฉันเขินไปหมด บรรยากาศระหว่างเค้าสองคนมันนุ่มนวลไปหมดเลยค่ะ แงงง
    #222
    0
  10. #181 Xinx2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:35
    แหมม คุณชายไม่เนียนเลยนะค้าา เป็นเอ็นดูตัวแสบจริง ๆ
    #181
    0
  11. #170 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 01:43
    คุณชายก็คือเคะราชินี เป็นตัวแสบที่คอยช่วยพี่อยู่ลับหลัง ต้องดื้อมากแน่ๆเลย 555
    #170
    0
  12. #149 favmme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 12:22
    อ่ยยย มันน่ารัก ๆๆๆ
    #149
    0
  13. #66 UmeMomo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:10
    ขอแซวได้มั้ยคะคุณชาย แหม พี่พี เนียนเลยน้าาาา เอ็นดูคุณชายนี่ผิดมั้ยคะฮือออๆๆๆ
    #66
    0
  14. #65 storyfly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:00
    น้องเล็กเราเก่งมากๆ เป็นปลื้ม จากนี้ไปหวังว่าเหตุผลในการใช้ชีวิตของพี่พีจะมีน้องเล็กเพิ่มมาอีกข้อนอกจากน้องชายตัวเอง แอบกลัวๆอาการปวดหัวของพี่ด้วย แต่จะปล่อยวางก่อนค่ะ แง แต่ยิ้มเลยค่ะตอนน้องเรียกพี่พี55555 ไม่เบาเลยเจ้าคนนี้
    #65
    0
  15. #20 DayLemons (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:41
    ละมุนตุ้นมากค่ะ แงง
    #20
    0
  16. #19 Toruka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 01:12
    น้องเล็กน่ารักมาก
    #19
    0
  17. #17 Naraprinnnt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 15:54
    ฮือออ น่ารักมาก
    #17
    0
  18. #16 ΩPRESTOΩ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 07:24

    อยากเป็นพี่พีของคุณเล็ก

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #16
    0
  19. #15 Mimlovebap (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:50
    ฮือออ อ่านไปกุมแก้มไป มันเปนนุ้บนิ้บ
    #15
    0
  20. #14 aammu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 22:34

    งือออออ น่ารัก รอตอนต่อไปนะคะ

    #14
    0
  21. #13 jadefloral (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 20:08

    รอๆๆตอนต่อไป พี่พีโชคดีเริ่มมาสะกิดพี่แล้วนะๆ

    #13
    0
  22. #12 SleepyCat ^_ ꞈ _^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:42
    ใจมันฟูไปหมด >///<

    //ว่าแต่นอกจากน้องชายเล็กกับพี่รพีคนดีแล้ว .. พี่ชายใหญ่กับน้องวาคนมึน นี่ยังไงกันนะคะ >///< 55555
    #12
    0
  23. #11 shino13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:08

    มันดูละมุนนิดๆ
    #11
    0
  24. #10 FDB88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:01

    คุณชายยยย เท่สุดๆไปเลย ช่วยเหลือพี่พีแบบนี้คิดอะไรหรือเปล่าน๊า 🤭 / คุณเล็กของพี่พีช่างน่าเกรงขามแค่การกระทำคำพูดก็รู้แล้วว่าผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แถมยังฉลาดเป็นกรดใครคิดจะแกล้งก็คิดหนักหน่อยเนอะภาสกร นี่แค่พึ่งรู้จักนะยังขนาดนี้ ไม่อยากนึกเลยว่าต่อไปจะขราดไหน เอ็นดูคุณชายที่เพียงรู้ชื่อรพีก็แอบเรียกพี่พีแล้ว แถมยังแทนตัวว่าเล็กอีก ไม่เอ็นดูคุณเล็กของพี่พีจะให้เอ็นดูใครคะคุณณ / นี่ชอบอะไรแบบนี้มากเลยค่ะคุณเชส ดีงามมากกก

    #10
    0