[END] ดวงอาทิตย์ของคุณชายเล็ก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

-3-

รพีไม่แน่ใจนักว่าเขาตามนักศึกษาที่เพิ่งรู้จักกันเพียงวันเดียวกลับมาถึงคอนโดหรูแถวร้านสะดวกซื้อที่เคยทำงานได้อย่างไร บางทีสติของเขาอาจจะจางหายไปตั้งแต่ได้เห็นรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายคู่นั้น หรืออาจจะตั้งแต่ถูกพาไปขึ้นรถราคาแพงที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้นั่ง ไม่สิ... น่าจะตั้งแต่ได้ฟังคำพูดนั้นต่างหาก

ถึงแม้จะไร้ประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่รพีก็ไม่ใช่คนโง่ เขาไม่ยึดติดกับคำว่าเพศ ลองเป็นคนอื่นมาพูดแบบเดียวกันเขาคงรู้สึกว่ากำลังถูกจีบ หากเพราะคนที่พูดคือนักศึกษาที่ดูมีท่าทีสุภาพนุ่มนวล ทั้งยังกล่าวคำพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แค่นึกถึงความรู้สึกสูงส่งที่เจ้าตัวแผ่ออกมาตลอดเวลา รพีก็ไม่กล้าคิดไปในแนวทางนั้นแล้ว

เพราะเหตุนั้นนั่นเองที่ทำให้เขาติดอยู่ในภวังค์จนมารู้ตัวเอาตอนที่เห็นสถานที่คุ้นเคย...

“คุณเล็กอยู่ที่นี่เหรอครับ” 

“ใช่ครับ” คุณชายคีรินทร์ยกยิ้มจาง กระทั่งท่านั่งบนรถยังดูสง่าผ่าเผยจนคนมองอดเกร็งไม่ได้

“บังเอิญจริงๆ ปกติผมทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อตรงนั้นครับ ตอนนี้เขาปิดปรับปรุงอยู่” 

“เล็กทราบครับ”

“คุณเล็กทราบ?” รพีเลิกคิ้วมองคนพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณเล็กเคยเจอผมมาก่อนเหรอครับ หรือว่าเคยไปที่นั่น” 

“เล็กเคยเจอพี่พีมาก่อน ที่ร้านสะดวกซื้ออาจจะไม่กี่ครั้ง เพราะเล็กไม่ค่อยได้ไปเอง ไม่แปลกที่พี่พีจะจำไม่ได้”

ที่ร้านสะดวกซื้อไม่กี่ครั้ง ส่วนที่อื่นก็อีกเรื่อง...

“แต่ผมคิดว่าถ้าได้เห็นสักครั้ง ไม่น่ามีใครลืมคุณเล็กได้นะครับ” 

คำพูดของรพีตรงไปตรงมาไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ทว่าคนฟังกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ ท่าทางเจ้าตัวคนพูดคงไม่รู้เลยสักนิดว่าคำกล่าวเช่นนั้นมันดูเป็นคำพูดชวนคิดเกินเลยขนาดไหน 

“เวลาเล็กมามักจะเห็นพี่พีจัดของอยู่มากกว่า ไม่เคยเจอที่หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินเลยสักครั้ง ไม่แปลกหรอกครับที่พี่พีไม่เคยเห็นเล็ก” คุณชายเล็กส่งยิ้มให้คนข้างกายอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่รถยนต์ของเขาจอดลงหน้าทางเข้าคอนโดพอดี “เข้าไปด้านในกันเถอะครับ”

รพีเดินตามหลังคุณเล็กเข้าไปด้านในคอนโด วูบหนึ่งที่ลมแอร์พัดผ่านร่างไปเขารู้สึกคล้ายกำลังเดินไปสู่สถานที่ซึ่งไม่เหมาะกับตัวเองเป็นอย่างยิ่ง คิดได้ดังนั้นสายตาที่มองแผ่นหลังเจ้าของร่างสูงสง่าด้านหน้าก็ยิ่งทวีความจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ

คนที่มีทุกอย่างพร้อมขนาดนี้มอบความช่วยเหลือให้แก่เขามากมาย ยังไงก็ทำให้ผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด...

“คุณชาย สวัสดีครับ” 

“สวัสดีครับ” คีรินทร์ทักทายชายในชุดสูทที่ตรงเข้ามาต้อนรับอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเดินนำรพีไปทางลิฟต์โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ต่างจากคนเดินตามที่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าคุณชายโดยสิ้นเชิง

เรียกแขกว่าคุณชายเหรอ...

ขณะที่ในใจขบคิดถึงความรู้สึกแปลกประหลาดบางประการซึ่งผุดขึ้นอย่างไร้ที่มา รพีก็ขึ้นลิฟต์ไปจนถึงชั้นบนสุดพอดี วินาทีที่เห็นบานประตูที่ดูคล้ายทางเข้าบ้านปราฏขึ้นตรงหน้า เขาเผลอหันไปมองคนข้างกายครู่หนึ่ง และเหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ถึงสายตานั้นจึงอธิบายโดยไม่ต้องรอให้ถาม

“ชั้นบนสุดเป็นเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวที่พี่ชายเล็กซื้อให้ตอนเข้าปีหนึ่งครับ พี่ชายใหญ่บอกว่าระยะทางจากบ้านถึงมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะไกล เราจึงตกลงกันว่าจะกลับบ้านไปเจอกันในช่วงสุดสัปดาห์แทน ถึงช่วงหลังๆ มานี้จะไม่ค่อยได้กลับเพราะพี่ชายใหญ่งานยุ่งก็เถอะ” 

พี่ชายใหญ่...

ทำไมถึงได้เป็นคำเรียกที่ฟังดูแปลกนัก

“คุณเล็ก” รพีเอ่ยรั้งคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในเพนท์เฮ้าส์เอาไว้ เรียกให้เจ้าของชื่อหันกลับมามองกันอีกครั้ง “ผมได้ยินคนด้านล่างเรียกคุณเล็กว่าคุณชาย แล้วเมื่อกี้คุณเล็กก็เรียกพี่ชายว่า...”

“ปกติคนทั่วไปจะเรียกเล็กว่าคุณชาย เพราะเล็กมีคำนำหน้าชื่อต่างจากคนอื่นครับ” คุณชายเล็กคลี่ยิ้มจาง บอกความจริงโดยไม่คิดปิดบังใดๆ “หม่อมราชวงศ์คีรินทร์คือชื่อเต็มของเล็ก ส่วนพี่ชายใหญ่ที่เล็กพูดถึงคือหม่อมราชวงศ์ปฐวี”

หม่อมราชวงศ์...

รพีบอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่ที่แน่ๆ ก็คือสายตาที่เขาใช้มองคุณเล็ก...หมายถึงคุณชายคีรินทร์มีแต่จะเพิ่มความเคารพมากขึ้นทุกที 

“ผมต้องขอโทษด้วยครับที่เรียกชื่อคุณชายมาตั้งนาน” 

คำเรียกที่เปลี่ยนแปลงไปกะทันหันทำให้รอยยิ้มของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์จางลงเล็กน้อย ทว่าเมื่อโทรศัพท์ของเขาส่งเสียงเตือน ทุกความคิดและคำพูดที่กำลังจะเอื้อยเอ่ยก็จางหายไป ดวงตาคู่สวยก้มลงมองข้อความที่คนของตนส่งมา ก่อนแววตาจะฉายแวววูบไหวอย่างเห็นได้ชัด

การคาดเดาของคุณชายได้รับการยืนยันแล้วครับ

คีรินทร์สูดลมหายใจเข้าจนสุดเพื่อควบคุมความคาดหวังและความตื่นเต้นในใจ กระทั่งคิดว่าสีหน้ากลายเป็นปกติแล้ว เขาจึงส่งข้อความกลับไปว่าจะโทรกลับ ก่อนจะเงยหน้ามองรพีอีกครั้ง

“เข้ามาด้านในก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะครับ” 

พอเห็นภาพความหรูหราด้านในเพนท์เฮ้าส์ ผู้มาเยือนที่รู้สถานะของนักศึกษาตรงหน้าเรียบร้อยแล้วก็ยิ่งแสดงอาการเคร่งเครียดออกมาผ่านทางสีหน้า ถึงจะเดินตามเข้าไปด้านในอย่างเสียมิได้ หากก็ยังดูเกร็งกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด คีรินทร์ที่นำเข้าไปถึงชุดโซฟารับแขกขนาดใหญ่เม้มปากแน่น ทำท่าทางเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเรื่องในโทรศัพท์ดึงความสนใจไปหมดจนแทบไม่มีสมาธิ

“คุณชายจะให้ผมนั่งตรงไหนดีครับ”

“นั่งบนโซฟาเลยครับ” คุณชายเล็กหัวเราะขบขันกับอาการทำอะไรไม่ถูกของรพี “พี่พีรอตรงนี้สักครู่นะครับ เล็กขอไปคุยธุระก่อน ถ้าหิวน้ำไปหยิบในตู้เย็นทางนั้นได้เลยครับ”

รพีตั้งท่าจะพูดว่าถ้าไม่ว่างเอาไว้คุยวันหลังก็ได้ แต่พอเห็นดวงตาเป็นประกายคล้ายกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง ผนวกกับท่าทางเร่งรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแนบหูแล้วเดินไปอีกทาง เขาก็ได้แต่เก็บคำพูดในใจลงไปแล้วค่อยๆ นั่งลงบนโซฟาราคาแพงอย่างไม่คุ้นชิน ใช้เวลารอไปกับการมองสำรวจเพนท์เฮ้าส์สุดหรูที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว

พื้นที่บริเวณโซนรับแขกซึ่งเชื่อมต่อกับครัวฝรั่งในบริเวณนี้กว้างขวางเอามากๆ เมื่อรวมกับเพดานที่อยู่สูงมากกว่าปกติหลายเท่าก็ยิ่งดูปลอดโปร่ง ผนังรอบด้านแทบจะทำจากกระจกทั้งหมดช่วยให้มองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน นั่นรวมไปถึงสระว่ายน้ำในร่มที่แยกอยู่อีกส่วนด้วย แค่คำนวณด้วยสายตารพีก็รับรู้ได้ในทันทีว่าข้าวของตกแต่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของราคาแพง นี่ยังไม่นับชั้นสองหรือชั้นสามที่อาจจะมีอีก

ยิ่งมองก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขา...

รพีสะบัดศีรษะไล่ความคิดมากมายออกไป เรื่องของการเปรียบเทียบไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ความรู้สึกอึดอัดและต้อยต่ำในตอนนี้ต่างหากที่ทำให้เขาไม่เข้าใจตัวเอง

ในขณะที่กำลังคิดจะหาคำตอบว่าจะทำยังไงต่อดี ร่างสูงโปร่งของคนที่เดินหายไปสักพักก็กลับมานั่งลงด้านข้างเขาอีกครั้ง ถึงแม้สีหน้าจะสงบไม่เปลี่ยนแปลง แต่ดวงตาที่จ้องมองมาทางนี้กลับมีระลอกคลื่นที่รพีแปลความหมายไม่ออกปรากฏขึ้นจนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

“คุณชาย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” 

“ไม่เป็นไรครับ” รอยยิ้มของคุณชายเล็กดูคล้ายจะสดใสกว่าเก่าจนคนมองเผลอเบนหน้าหนีโดยไม่รู้ตัว “เรามาคุยเรื่องงานกันเลยดีกว่า”

“อา...ได้ครับ”

เมื่อต้องพูดถึงเรื่องงาน รพีก็ยืดกายตั้งตรง ท่าทางดูจริงจังตั้งใจกว่าเก่าจนว่าที่เจ้านายหลุดหัวเราะขำขันออกมาอย่างอดไม่ได้ เห็นดังนั้นเขาจึงยกมือเกาแก้มแก้เก้อ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี จะถามว่าขำตรงไหนก็กลัวจะเสียมารยาทกับคุณชาย

“แทนที่จะทำงานที่มหาวิทยาลัยหรือร้านสะดวกซื้อ พี่พีสนใจมาทำงานให้เล็กที่นี่แทนไหมครับ” 

“…คุณชายว่าอะไรนะครับ” รพีเงยหน้ามองคนพูดที่มีท่าทีสงบนิ่งด้วยความตกใจ

“ปกติพี่ชายใหญ่จะให้แม่บ้านจากที่บ้านมาทำความสะอาดเพนท์เฮ้าส์ให้เล็ก เธอจึงต้องเดินทางไปกลับบ่อยครั้ง หากพี่พียินดีมาทำหน้าที่แทนเธอ เล็กคิดว่าน่าจะช่วยได้มากทีเดียว”​ ไม่รู้เพราะเห็นสีหน้าตกตะลึงของคนฟัง หรือกลัวว่าจะอธิบายไม่ละเอียดพอ คุณชายเล็กจึงเอ่ยต่อโดยไม่เว้นช่องว่าง “ทำความสะอาดห้อง ทำอาหาร คอยดูแล เป็นงานประจำที่หยุดวันเสาร์อาทิตย์ พูดง่ายๆ ก็เหมือนพ่อบ้านส่วนตัวของเล็ก พี่พีสนใจไหมครับ”

ทันทีที่อธิบายจบ คุณชายก็ยื่นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอแสดงสัญญาจ้างงานและระบุค่าตอบแทนต่อเดือนเอาไว้แล้วไปด้านหน้า ต้องการให้รพีเห็นว่าเขาจริงจังมากเพียงใด

“คุณชาย จำนวนเงินนี่...” รพีขมวดคิ้วมองเงินเดือนที่มากกว่าเงินจากงานทั้งหมดที่เขาเคยทำรวมกันเกือบสองเท่าด้วยความตกใจปนเปไปกับความเป็นกังวล

“ไม่มากไปหรอกครับ ตัวเลขนี้พี่ชายใหญ่ให้เลขาฯ ใส่มาด้วยตัวเอง หลังจากที่เล็กแจ้งว่าต้องการพ่อบ้านส่วนตัว พี่พีมั่นใจได้เลยว่าจะได้ทำงานคุ้มกับเงินค่าจ้างแน่นอน การดูแลและทำตามคำสั่งของเล็กไม่ได้ง่ายดายถึงขนาดนั้น”

“เรื่องนั้น...”

“ขออภัยที่พูดแทรกครับ แต่เล็กจำเป็นต้องแจ้งว่าพี่พีไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเวลางาน ตอนเช้าจะมาที่ห้องช่วงเก้าโมงก็ได้ ถ้าเล็กไม่มีเรียนเช้าคงได้ทานข้าวด้วยกัน หรือถ้ามีเรียนพี่พีก็หาอะไรทำรอเล็กกลับมาได้เลย ส่วนตอนเย็นเลิกงานหกโมงตรงหลังจากทำอาหารเย็นให้เล็กเรียบร้อยแล้ว เพราะอย่างนั้นไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องการกลับบ้านเลยครับ... หรือถ้าจะค้างอยู่ที่นี่เลยก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน”

รพีขมวดคิ้วกับข้อเสนอที่ดูจะเอื้อต่อผลประโยชน์ของเขาไปหมด จริงอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์แห่งนี้ใหญ่โตมาก หากต้องทำความสะอาดคงใช้เวลานานน่าดู แต่เรื่องอื่นๆ ดูยืดหยุ่นไปหมดจนเขารู้สึกแปลกๆ ในใจ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้านุ่มนวลอ่อนโยนของคุณชายตรงหน้า เขาก็ได้แต่ไล่ความคิดสงสัยออกไปจากหัว คิดว่าคงเพราะคุณชายเป็นคนดีมากจึงอยากช่วยเหลือเขา แล้วก็มีฐานะอยู่แล้วด้วย เงินแค่นี้จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรสำหรับอีกฝ่าย

“ผมขอเอาเรื่องนี้กลับไปปรึกษากับน้องชายก่อนได้ไหมครับ”

“ได้ครับ” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์พยักหน้าอย่างไร้ข้อโต้แย้ง “เล็กขอถามอีกข้อ ไม่ทราบว่าพี่พีขับรถเป็นไหมครับ”

“เป็นครับ ผมเคยทำงานเป็นคนขับรถมาก่อน” 

ถึงแม้ในช่วงแรกจะยากลำบากไม่น้อย เพราะเขามีความทรงจำแย่ๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์มากถึงสองครั้ง แต่เมื่อไร้ทางเลือกสิ่งใดที่ทำได้ก็จำเป็นต้องทำ รพีก้าวข้ามความหวาดกลัวของตัวเองเพื่อหาเงินมาดำรงชีวิต ด้วยเหตุนั้นเขาจึงขับรถเป็นมาตั้งแต่เมื่อสองสามปีก่อน

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่พีขับรถคันนี้กลับไป แล้วเก้าโมงเช้ามาให้คำตอบเล็กที่นี่นะครับ” 

กุญแจรถยนต์ราคาแพงถูกวางลงในมือของรพี เช่นเดียวกันกับคีย์การ์ดของเพนท์เฮ้าส์ซึ่งถูกมอบให้โดยไร้ความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

“คุณชาย ไม่ได้หรอกครับ จะให้ผมขับรถของคุณชายกลับไปได้ยังไง แล้วไหนจะคีย์การ์ดนี่อีก”

“หากมาเป็นพ่อบ้านคอยดูแลเล็กแล้ว พี่พีต้องขับรถให้เล็กในยามจำเป็นด้วยครับ จะบอกว่าเป็นรถประจำตำแหน่งก็คงไม่ผิด” ว่าจบคุณชายคีรินทร์ก็ยกยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “แต่ถ้าพี่พีเกรงใจจริงๆ...” 

“…”

“พรุ่งนี้ช่วยให้คำตอบที่เล็กคาดหวังเอาไว้ก็พอครับ”

“เมื่อกี้พีบอกว่าไงนะ”

“คุณชายคีรินทร์ชวนพี่ไปทำงานด้วย”

“แล้วยังไงต่อ”

“ถ้าจะทำงานกับคุณชายต้องออกจากงานอื่นทั้งหมด”

“ไม่ใช่ ต่อจากนั้นอีก ประโยคสุดท้ายที่พีพูด” 

“…พี่เผลอตอบตกลงไปแล้ว”

“พี!” ดมิสจ้องมองพี่ชายที่ยิ้มไม่รู้สึกรู้สาด้วยแววตาติดจะดุ ใจหนึ่งอยากต่อว่าที่ทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน แต่อีกใจก็ทำไม่ลงเพราะเห็นข้อเสนอทั้งหมดของทางฝั่งนั้นแล้ว

เอาเข้าจริงต่อให้รพีไม่ได้ตอบตกลงไปแล้ว เขาก็คงบอกให้ตกลงอยู่ดี...

รายละเอียดในสัญญาดูอย่างไรผลประโยชน์หลักๆ ก็ตกอยู่กับทางนี้มากกว่า อีกอย่างถ้าได้เงินมากขนาดนั้นพี่ชายของเขาก็ไม่ต้องทำงานหลายอย่างให้เหนื่อยอีกต่อไป และยังมีข้อตกลงเรื่องการทำงานขั้นต่ำหนึ่งปีนั่นอีก พอมีสิ่งที่เอามาใช้การันตีว่ารพีจะไม่ถูกไล่ออกจากงานก่อนหนึ่งปีแน่ๆ มันก็ยิ่งน่าพอใจเข้าไปใหญ่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือชื่อของเจ้านายผู้นั้น...

หากไม่ใช่หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ การที่พี่ชายต้องถูกผูกติดอยู่กับเจ้านายเพียงคนเดียวอย่างต่ำหนึ่งปีคงเป็นไปได้สองทาง ไม่ดีไปเลยก็ต้องฝืนทนอย่างยากลำบาก ดมิสไม่มีทางยอมให้พี่ชายเสี่ยงแน่ๆ

ชื่อเสียงของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ผู้รักสงบและไม่ถือตัว ทว่ากลับเข้าถึงยากเพราะบรรยากาศสูงส่งที่แผ่ออกมารอบกายตลอดเวลาคนนั้นโด่งดังไปทั่วมหาวิทยาลัย แม้ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่เหมือนอยู่สูงกว่าขนาดนั้น แต่ดมิสย่อมรู้เรื่องน้องชายของผู้มีพระคุณที่มอบทุนการศึกษาให้แก่เขาแน่นอน และเขาก็มั่นใจว่าตัวเองมองคนไม่ผิด แค่เห็นจากที่ไกลๆ ก็รับรู้ได้แล้วว่าหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีที่จะจิกหัวใช้ใคร 

ยังไงก็ดีกว่าเจ้านายทุกคนที่พี่ชายของเขาต้องทนมานานแน่ๆ

ดมิสเหลือบมองกุญแจรถราคาแพงที่เจ้านายมอบให้พี่ชายก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนคนนั้นถึงได้ให้รถประจำตำแหน่งแก่ลูกน้องที่มีสถานะเป็นเพียงพ่อบ้าน มองยังไงก็ไม่ปกติชัดๆ

“เอาเถอะ รับปากไปแล้วก็ตามนั้นแหละ” ท้ายที่สุดก็ได้แต่ปัดความสงสัยทิ้งไป คิดเพียงว่าอีกฝ่ายดีกับพี่ชายก็ดีแล้ว “คุณชายบอกว่าจะให้พีเริ่มงานเก้าโมง เลิกงานหกโมงใช่ไหม” 

“ใช่ แต่พี่คงไม่ไปช้าหรอก เป็นไปได้ก็อยากทำอาหารเช้าก่อนไปเรียนให้ทุกวัน” 

“สมเป็นพีจริงๆ” ดมิสถอยหายใจเหนื่อยหน่าย “เรื่องที่คุณชายบอกว่าให้พักที่นั่นได้เลย จริงๆ พีจะทำแบบนั้นก็ได้นะ ศุกร์เสาร์อาทิตย์ค่อยมานอนบ้าน”

“ทำแบบนั้นแล้วดิมจะอยู่กับใคร ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่กลับบ้านมาทำอาหารให้ทุกวันเหมือนเดิม จากที่นั่นมาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ยังไงดิมก็กินข้าวเย็นช่วงค่ำอยู่แล้ว”

“ทำเหมือนดิมเป็นเด็กไปได้” คนเป็นน้องชายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ “อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน วันไหนดิมจะซ้อมกีฬาดึกๆ แล้วต้องนอนหอในกับเพื่อนจะได้ไม่ห่วงพี ถ้าโทรไปบอกก็ขอนอนค้างกับคุณชายไปเลยนะ”

“ดิม…”

“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย ก็เขาระบุมาในสัญญาเองว่าห้องพักที่นั่นก็เป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง แบบนี้พีจะได้ทำงานสะดวกไม่ต้องรีบเร่งอะไรด้วย” เพราะรู้ดีว่าพี่ชายมีนิสัยยังไง ดมิสจึงเอ่ยตัดบทเป็นการสรุปทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว “เอาเป็นว่าวันไหนดิมไม่กลับบ้านพีก็ไม่ต้องกลับ แล้ววันไหนที่พีจำเป็นต้องค้างที่นั่นก็โทรมาบอก ดิมจะได้นอนหอในกับเพื่อน ตกลงตามนี้แหละ”

รพีไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะรู้ดีว่าเหตุผลของดมิสคืออะไร ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ดมิสก็ไม่ชื่นชอบการอยู่บ้านหลังนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาได้นอนหอในของมหาวิทยาลัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ต้น แต่เนื่องจากไม่อยากให้รพีอยู่คนเดียวจึงปล่อยให้เพื่อนเด็กทุนอีกคนเป็นเจ้าของห้องเพียงลำพัง นานๆ จึงจะไปค้างสักครั้งเวลาจำเป็น 

เหตุผลที่ไม่ชอบไม่ใช่เพราะมันเป็นบ้านหลังเล็กและเก่ามาก แต่เป็นเพราะมันคือบ้านที่พวกเขาเคยใช้ชีวิตร่วมกับญาติที่หนีหายไปโดยทิ้งหนี้ไว้ให้ แม้ไม่พูดออกมาแต่พวกเขาต่างจดจำสิ่งที่พบเจอ โดยเฉพาะความเจ็บปวดทุกอย่างได้หมด และที่สำคัญคือเจ้าหนี้ยังรู้จักบ้านหลังนี้ดี รวมถึงเคยให้คนมาทวงหนี้ก่อนถึงกำหนดอยู่หลายครั้งด้วย

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่พวกเขาก็พบเจอแต่ความเจ็บปวด แทบจะไม่มีความทรงจำดีๆ อะไรอยู่เลย ยกเว้นเพียงเรื่องที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนไม่เคยห่าง หากเป็นไปได้ดมิสคงอยากจะย้ายออกไปจากที่นี่เลยด้วยซ้ำ

“โอเค เอาแบบที่ดิมว่าก็ได้” รพียินยอมทำตามความต้องการของน้องชายแต่โดยดี “อาทิตย์แรกพี่จะไปกลับ ดูสถานการณ์กันก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันถ้าดิมอยากจะนอนหอ”

จริงอยู่ที่รพีค่อนข้างเกรงใจคุณชายคีรินทร์ แต่ก็อย่างที่น้องชายเขาบอก ถ้ามันเป็นสวัสดิการอยู่แล้วก็ไม่น่ามีปัญหา บางทีคุณชายอาจจะอยากให้พ่อบ้านอยู่รับใช้ตลอดเวลาก็ได้ ในเมื่อเขาได้รับโอกาสมาก็ต้องทำอย่างเต็มที่ เทียบกับสิ่งที่ทางนั้นมอบให้ เรื่องทำงานเกินเวลาอะไรนั่นไม่สำคัญเลย

หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ดมิสก็ตรงไปมหาวิทยาลัยก่อนเพราะต้องออกกำลังกายในช่วงเช้า ส่วนรพีที่จัดการจานชามทั้งหมดเสร็จในภายหลังเดินทางไปถึงคอนโดของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ตอนหกโมงเช้าพอดี 

พวกเขาสองพี่น้องไม่ค่อยได้ใช้เวลาในตอนกลางคืนด้วยกัน เพราะส่วนใหญ่ดมิสจะอยู่เล่นกีฬาจนถึงมืดค่ำ ขณะที่รพีแวะมาทำอาหารทิ้งไว้ให้ในตอนเย็นและออกไปทำงานต่ออยู่บ่อยๆ เมื่อวานก็เป็นอีกวันที่พวกเขาไม่ได้เจอหน้ากันจึงต้องมาคุยธุระเอาช่วงเช้าแบบนี้

โชคดีที่ไม่ถูกโกรธ...

ถึงจะดูเหมือนเป็นคนขวานผ่าซากขนาดไหน แต่เวลาอยู่กับพี่ชายดมิสมักจะชอบทำตัวเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ ทั้งขี้งอนขี้งอแงเป็นที่หนึ่ง ไม่ได้เข้ากับหน้าตาหรือรูปร่างใหญ่โตเลยแม้แต่น้อย หากเพื่อนที่มหาวิทยาลัยหรือคนรู้จักมาเห็นเข้า ดูท่าน่าจะคิดว่าเป็นคนละคนกัน ไม่มีทางเอานักเรียนทุนคนดังของมหาวิทยาลัยกับดิมที่อยู่กับพี่ชายมาสวมทับเป็นคนเดียวกันได้แน่นอน

“พี่พี มาแล้วหรือครับ” 

วินาทีที่รพีเดินผ่านประตูเพนท์เฮ้าส์เข้าไปถึงห้องรับแขก เสียงทักทายด้วยความสุภาพนุ่มนวลจากคนที่นั่งอยู่บนโซฟาซึ่งยังคงอยู่ในชุดนอนก็ดังขึ้นแทบจะทันที เขาก้มลงมองนาฬิกาแล้วขมวดคิ้ว มั่นใจว่าเมื่อวานคุณชายบอกให้มาเริ่มงานตอนเก้าโมงและวันนี้อีกฝ่ายก็ไม่มีเรียน แล้วทำไม...

“ทำไมคุณชายถึงตื่นเช้าล่ะครับ”

“เล็กมารอพี่พีครับ” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจะสดใสขึ้นเล็กน้อย “เพราะทราบว่าพี่พีไม่มีทางมาทำงานตอนเก้าโมงแน่ๆ เล็กเลยตื่นมารอ”

“คุณชายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยครับ”​ ที่เขามาตั้งแต่เช้าก็เพราะไม่อยากให้คุณชายต้องรอ แล้วก็คิดเอาไว้ว่าจะมาเตรียมอาหารเช้าให้ก่อน เนื่องจากมั่นใจว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนที่กินข้าวตรงเวลา และคงไม่มีทางตื่นสายแน่ๆ แต่มาเช้าขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ทันเจ้าของห้องอยู่ดี...

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ปกติเล็กก็ตื่นเช้ามากอยู่แล้ว วันนี้ก็แค่ตื่นเช้าขึ้นมาอีกนิด” พูดจบคุณชายเล็กก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหาด้วยท่าทีที่ดูสุภาพเรียบร้อยเป็นปกติ แต่ไม่รู้ทำไม...รพีถึงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ดีเอามากๆ

“ถ้าอย่างนั้นคุณชายจะรับอาหารเช้าตอนไหนดีครับ เดี๋ยวผมจะได้ลองทำให้ทาน”

“ตอนเจ็ดโมงตรงก็ได้ครับพี่พี แต่ตอนนี้มาเดินชมรอบๆ กันก่อนดีกว่า เล็กจะได้บอกรายละเอียดการทำงานให้พี่พีทราบด้วย”

“ได้ครับ” รพีพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “หลังจากเลิกงานวันนี้ ผมจะไปลาออกจากที่ทำงานเก่าทั้งหมดให้เรียบร้อยตามข้อตกลง คุณชายไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

“เล็กไม่ห่วงหรอกครับ เอาที่พี่พีสะดวกได้เลย” คุณชายเอ่ยอย่างใจกว้างแล้วเริ่มต้นพาพ่อบ้านคนใหม่เดินชมเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของตนทีละส่วน 

การได้เดินไปทั่วทุกซอกทุกมุมของเพนท์เฮ้าส์ทำให้รพีค้นพบว่างานของเขาน่าจะหนักหนากว่าที่คิด เพราะนอกจากห้องรับแขกใหญ่โตกับครัวฝรั่งและสระว่ายน้ำในร่มซึ่งแยกอยู่อีกส่วน ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ยังมีห้องออกกำลังกาย ห้องหนังสือ และห้องอื่นๆ อยู่อีก และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะที่นี่มีชั้นสามอย่างที่เขาคิดจริงๆ แม้จะประกอบไปด้วยห้องนอนเพียงสองห้อง แต่ก็เป็นห้องนอนที่มีขนาดกว้างขวางเป็นอย่างมาก

เจ้านายคนใหม่อธิบายให้เขาฟังว่าห้องนอนอีกห้องเป็นของพี่ชายใหญ่ หรือก็คือของหม่อมราชวงศ์ปฐวีซึ่งนานๆ จะมาค้างคืนกับน้องชายสักครั้ง ส่วนห้องที่รพีจะได้ใช้หากต้องการพักที่นี่จะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง แม้ขนาดไม่ได้ใหญ่โตเทียบเท่าสองห้องด้านบนซึ่งกินพื้นที่ทั้งชั้น แต่ก็กว้างขวางกว่าห้องของเขาที่บ้านหลายเท่า ทั้งยังมีอุปกรณ์ตกแต่งครบครัน มองไปทางไหนก็สวยงามไปหมด แทนที่จะบอกว่าเป็นห้องของพ่อบ้านหรือแม่บ้าน ควรจะต้องบอกว่าเป็นห้องนอนแขกมากกว่า 

…แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะคุณชายกล่าวว่าตนไม่เคยรับแขกเลยสักครั้ง และที่นี่ก็ไม่มีห้องนอนสำหรับแม่บ้านด้วยเนื่องจากเอาไปใช้ทำอย่างอื่นแทนตั้งแต่แรก เจ้าของห้องไม่เคยคิดจะให้ใครมานอนค้างนอกจากพี่ชายของตัวเอง แม้แต่เพื่อนสนิทเวลามาเที่ยวยังไม่เคยค้างคืน ไม่ใช่เพราะเขาห้าม แต่เป็นเพราะครอบครัวของฝั่งนั้นหวงลูกชายเอามากๆ จึงไม่เคยให้ไปค้างคืนที่อื่น

รพีรู้สึกเหมือนตัวเองพบเจอกับโชคดีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเริ่มเป็นกังวล จู่ๆ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเกิดจากความโชคดีของเขา ความใจดีใจกว้างของคุณชาย... หรือเกิดจากอะไรอย่างอื่นที่ในตอนนี้เขายังไม่กล้านึกถึงกันแน่

แต่เอาเถอะ...

ให้ชีวิตนี้ได้มีช่วงเวลาที่สงบสุขและมั่นคงบ้างก็ดีเหมือนกัน

“ปกติแม่บ้านของคุณชายมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง แล้วแบบนี้เธอทำทันเหรอครับ” รพีเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยในทันทีที่ได้เห็นแววตาหยอกล้อของคุณชาย ยามบอกว่าปกติแม่บ้านต้องมาช่วยกันทำถึงห้าคน 

“พี่พีไม่ต้องเครียดหรอกครับ ทำวันละห้องก็พอแล้ว ไม่ต้องคิดว่าจะทำทั้งหมดทุกวันหรอก”

“…คุณชายจะใจดีกับลูกน้องที่รับเงินเดือนมากขนาดนี้ไม่ได้นะครับ” 

“เล็กไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกครับ” คุณชายเล็กเอ่ยตอบทันควัน แววตาที่ใช้มองพี่พีของตนดูคล้ายจะอ่อนลงเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

…และมันก็ทำให้คนที่ไม่กล้าตีความหมายของแววตาคู่นั้นต้องหลบสายตาโดยอัตโนมัติ

“ไม่ทราบว่าคุณชายมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอะไรที่ผมต้องรู้ก่อนจะเริ่มงานไหมครับ” รพีถามถึงเรื่องสำคัญ หลังจากพวกเขาเดินเข้าไปในห้องนอนของคุณชายซึ่งเป็นห้องสุดท้ายที่ยังไม่ได้เข้ามาดู “อย่างเรื่องเวลาในการทำความสะอาดห้องส่วนตัวหรือจุดที่ต้องระวังอื่นๆ”

“ไม่มีครับ พี่พีเข้าออกทุกห้องได้ตามสบาย เรื่องวางแผนการทำงานก็จัดการได้เลย แค่ช่วยทำอาหารให้เล็กตรงเวลาสามมื้อก็พอ ส่วนถ้าวันไหนเล็กจะทานอาหารกลางวันกับเพื่อนไม่กลับมาที่คอนโด เล็กจะโทรมาแจ้งก่อนครับ”

“…ไม่มีข้อห้ามอื่นๆ แล้วเหรอครับ”

“ไม่มีครับ”

“คุณชาย...” รพีเรียกคนใจกว้างด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจที่พยายามไม่แสดงออกมากเกินไปนัก จะบอกว่าเขาเป็นห่วงเพราะคุณชายดูจะไว้ใจคนง่ายเกินไปก็ได้ แต่แทนที่จะเข้าใจความหวังดีนั้นและหาข้อควรระวังเพิ่มเติม หม่อมราชวงศ์คีรินทร์กลับแสดงสีหน้าคล้ายเพิ่งนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

“อันที่จริงเล็กมีเรื่องจะขออยู่อย่างหนึ่งครับ”

“เรื่องอะไรครับ คุณชายพูดมาได้เลย”

“เล็กอยากให้พี่พีเรียกเล็กด้วยชื่อเหมือนเดิม” ว่าจบคนพูดก็ยกยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยและมองรพีด้วยความคาดหวัง “แบบนี้มันดูห่างเหินเกินไป พี่พีไม่คิดแบบนั้นหรือครับ”

“คุณชาย...” รพีเรียกเจ้านายเสียงอ่อน ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจและเป็นกังวล เห็นได้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับคำขอนั้นเป็นอย่างยิ่ง

“เล็กครับ เรียกเล็กว่าเล็ก”

“มันไม่เหมาะสม” 

“ตรงไหนกันครับที่ไม่เหมาะสม” คำถามของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ไม่ใช่การถามเพื่อกดดันหรือต้องการเอาชนะ แต่เขาถามเพราะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอะไรที่ไม่เหมาะสม

จริงอยู่ที่หากเป็นคนอื่นเรื่องราวไม่มีทางเป็นเช่นนี้ แต่เพราะคนคนนี้คือรพี...

“แต่…” คนที่ตั้งท่าจะเถียงต่อหยุดคำพูดลงกะทันหันเมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของเจ้านาย ดวงตางดงามที่ดูราวกับสีของน้ำทะเลคู่นั้นทำให้เขาไปต่อไม่ได้ ยิ่งหลอมรวมเข้ากับเสียงอ่อนๆ นั่น...

“นะครับพี่พี”

รพีก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป

“...คุณชายเล็ก” 

คนฟังฉีกยิ้มกว้าง ดูราวกับโลกทั้งใบสดใสขึ้นในทันใด ทั้งทำให้คนมองไม่กล้าสบตาและพูดไม่ออกไปพร้อมๆ กัน แต่คุณชายคีรินทร์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้าถึงยากในสายตาคนนอกกลับดูดีใจเป็นอย่างมากจนแทบไม่ได้สังเกตเห็นอาการลำบากใจของรพีเลยแม้แต่น้อย

“รู้ไหมครับว่านอกจากพี่ชายใหญ่ เล็กไม่เคยอนุญาตให้ใครเรียกชื่อ”

“แล้วทำไม...”

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์จ้องมองรพีด้วยแววตาลึกซึ้งที่เต็มไปด้วยความหมายมากมาย แม้จะอธิบายออกมาไม่ได้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่รพีก็สัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างที่ถูกส่งมาได้อย่างชัดเจน 

คุณชายไม่คิดจะปกปิดสิ่งที่ตัวเองคิดหรือรู้สึกเลยสักนิด

...กระทั่งคำตอบก็ยังถูกส่งตรงออกมาจากหัวใจจริงๆ

“เพราะพี่พีพิเศษครับ”

 

-------------------

 

สำคัญ​ : ช่วงเวลาที่พี่พีประสบอุบัติเหตุคือ 7 ปีก่อนนะคะ ในตอนที่ 1 เราเขียนผิดเป็น 4 ปีก่อน อันนี้เราไปแก้ไขไว้เลยมาบอกซ้ำอีกรอบค่ะ เพราะมันค่อนข้างจะมีความสำคัญในอนาคต 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามพี่พีกับคุณชายนะคะ 

 

ช่องทางการติดตาม

FB: Chesshire.

Twitter: @Chesshire04

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

301 ความคิดเห็น

  1. #289 ggggg-ns (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 11:37
    ตายคุนชาย เบาได้เบาค่า เดี๋ยวพี่พีช็อค5555555
    #289
    0
  2. #272 Torii_sp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 16:55
    น้องรุกหนักมากกก
    #272
    0
  3. #267 rattanalak44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:35
    งุ้ยยยยย คุณชายเล็กไม่เยาเลย😁😁
    #267
    0
  4. #237 CallistoJpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 15:58
    เป็นเขินนนน กับความตรงๆของคุณชาย >/////<
    #237
    0
  5. #223 15magnitude (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 09:32
    ตรงประเด็น ไม่มีปิดบัง ฮรื้ออออ
    #223
    0
  6. #182 Xinx2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:08
    พี่พียังตั้งรับไหวได้ไงคะ ทางนี้ใจเหลวแล้วเนี่ยย 🥺 ดาเมจแรงมากนะคะคุณชายยย
    #182
    0
  7. #171 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 09:59
    แงงงง น้องรุกพี่หนักมาก แถมรุกแบบไม่เก็บซ่อนความรู้สึกด้วย เอาล่ะสิ พี่พีคนซื่อจะรับมือยังไงนะ ฐานะก็ต่างกันขนาดนี้ด้วย
    #171
    0
  8. #163 biewl2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 19:41
    บึ้มมมมม
    #163
    0
  9. #67 storyfly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:14
    พอบอก 7 ปีก่อนมีความสำคัญปุ๊บเริ่มจะเอ้ะแล้วว่าน้องรู้เรื่องอุบัติเหตุอะไรนั่นหรือเปล่า ให้คนเช็กกราวด์พี่มามั้ย เหนืออื่นใดชอบความตรงไปตรงมาของน้องมากค่ะ ดราม่าแปดแสนในอนาคตผุดขึ้นมาเลย555555555555555 ฮือ
    #67
    1
    • #67-1 storyfly(จากตอนที่ 3)
      21 กรกฎาคม 2563 / 00:14
      *แบ็คกราวด์
      #67-1
  10. #31 Noo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 17:28

    รรุกหนักมากแม่!55555โดนใจแม่ยก

    #31
    0
  11. #30 Tualek_Orp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 14:35
    พึ่งอ่าน แง้ น่ารัก คุณชายไม่เบาเลยน๊า พี่พีรับไม่ไหวแล้วนั่น
    #30
    0
  12. #29 FDB88 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:27

    เกินไปมากจริงๆนะคะคุณชายเล็ก ขนาดนี้แล้วก็บอกให้อยู่ด้วยกันไปเลยก็ได้นะคะ 🤭🤭 ชอบที่พี่พีเรียกชื่อคุณชายมากๆเลย คุณชายเล็ก

    #29
    0
  13. #28 DayLemons (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 23:35
    คนพิเศษใส่ไข่^^
    #28
    0
  14. #27 SleepyCat ^_ ꞈ _^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:19
    ละมุนละเกินชายเล็กกก >///<
    #27
    0
  15. #26 Naraprinnnt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:07
    เขินม้วน
    คนพิเศษ
    #26
    0
  16. #25 Mimlovebap (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:50
    ฮือออ ใจฟูไปหมดด
    #25
    0
  17. #24 Toruka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:16
    ชั้นเป็นพี่พี ชั้นม้วนนะคะ ยัยยเอ๊ยย
    #24
    0
  18. #23 shino13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:34

    เพราะพี่พีพิเศษครับ...
    #23
    0
  19. #22 Oniberon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:26
    คือดีงามมากกกกกก
    #22
    0
  20. #21 jadefloral (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:07

    ขอบๆ รอตอนต่อไป เมื่อฟ้าโน้มลงมา

    #21
    0