ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 65 : ดวงใจพนันรัก : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ส.ค. 63









บทนำ

ช่วยผมหน่อยเถอะนะ

ประโยคเว้าวอนของคนไม่เคยญาติดีตั้งแต่ที่รสรินจำความได้ทำให้ขาเรียวภายใต้กระโปรงทรงสอบสีเทาชะงักการก้าวเดิน ดวงหน้าหวานรูปไข่ถูกคาดทับด้วยแว่นสายตาเลนส์หนาหันกลับมาคนพูดก่อนเอ่ยถ้อยคำที่ย้ำให้เขาฟังเป็นรอบที่สามตั้งแต่อีกฝ่ายปรากฏตัวเข้ามาวุ่นวายกับเธอในรอบวัน

ฉันยังขอยืนยันคำเดิมนะคุณภาสกร ฉัน ไม่ ช่วย!

เธอเน้นชัด ช้า ทีละคำขนาดนั้นแต่เขาก็ยังไม่ยอมไม่ฟัง แน่ล่ะเพราะคนตรงหน้าคือภาสกร อธิรักษ์โยธิน ผู้ชายที่รสรินให้นิยามความหน้าด้านและนิสัยแย่เป็นอันดับหนึ่งของโลก เขาไม่มีทางฟังคำนั้นของเธอแม้แต่น้อย

โธ่...โรส ได้โปรดเถอะหากคุณไม่ช่วยผม น้องสาวคุณขึ้นคานเหมือนคุณขึ้นมาจะทำยังไง นี่ผมห่วงน้องสาวของคุณนะเนี่ย

ใบหน้าหล่อเหลามีความทะเล้นเจือในแววตายังคงพยายามหว่านล้อมเธอด้วยเหตุผล แต่เป็นเหตุผลที่ไม่น่าเห็นใจแม้แต่นิด ดูเอาเถอะผู้ชายฝีปากคล้ายลูกสุนัขแบบนี้น่ะหรือคือท่าทางของคนที่กำลังขอความช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ รสรินถอนหายใจให้กับถ้อยความเหล่านั้น กดข่มความรู้สึกไม่พอใจไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ เธอเป็นผู้บริหารระดับสูงของไซแอมมอลล์กว่าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดที่ทุกคนยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นคำพูดของคนตรงหน้าจึงไม่ค่าพอให้เธอนำมาใส่ใจ

เรื่องราวเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น หากไม่ใช่เพราะรัสริน นิลนาถ น้องสาวคนเดียวที่เธอมี น้องสาวที่เกิดหลังเธอเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับมีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างมากมาย รัสรินเกิดอยากจะไปฝึกฝีมือการทำอาหารกับเซฟดังของฝรั่งเศสที่เพิ่งเดินทางมาเมืองไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ทิ้งให้แฟนหนุ่มต้องรับหน้านัดหมายกับทางครอบครัวเพียงลำพัง และบทสนทนาเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย หากว่าเธอซึ่งเกิดก่อนไม่กี่วินาทีจะไม่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับน้องสาวอย่างที่เรียกว่าฝาแฝด จนเขา...ชายผู้ที่ไม่เคยญาติดีกับเธอเลยสักหนต้องลงทุนมาอ้อนวอน

รสรินปริยิ้มเมื่อนึกถึงคำว่า 'อ้อนวอน' ใช่ ภาสกรกำลังอ้อนวอนเธอ อ้อนวอนให้เธอสวมรอยเป็นรัสรินไปพบกับครอบครัวของเขา ครอบครัวที่ใครก็มองว่าแปลกประหลาดเพราะเขามีมารดาถึงสามคน แต่กลับไม่มีใครเป็นมารดาแท้ๆ ของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ขอบคุณในความหวังดี แต่ถ้าคุณห่วงยายรัสจริงอย่างที่ปากพูด ก็ควรไปตามตัวเธอกลับมาพบแม่ๆ ของคุณ ไม่ใช่ให้ฉันไปสวมรอยแทนแบบนี้

รสรินตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สมองของเธอพยายามกลับไปให้ความสนใจเกี่ยวกับงานที่อยู่ในมือ พยายามตัดเรื่องที่ไม่สำคัญสำหรับชีวิตออกไป โดยเฉพาะสายตาเว้าวอนที่คนตัวโตอย่างภาสกรกำลังส่งมันมาให้เธอ

"แต่ตอนนี้น้องรัสไม่อยู่ คุณจะให้ผมทำยังไง"

"นั่นเป็นปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน"

และสิ้นคำปฏิเสธไร้เยื่อขาดใย คนเว้าวอนก็ชักหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง รสรินรับรู้ได้จากแววตาที่เคร่งขรึมของเขา และสันคางที่ดูเหมือนจะตึงขึ้นมาหน่อยๆ แต่เหตุใดเธอต้องสน ในเมื่อเขาไม่เคยญาติดีกับเธอเลยสักหน เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่จำความได้ก็เท่านั้น แล้วจะให้เธอยื่นมือเข้าไปช่วยน่ะหรือ เมินเสียเถอะ ร้อยก็เมินพันก็เมิน คนอย่างรสริน นิลนาถ ไม่มีทางญาติดีกับภาสกร อธิรักษ์โยธินแน่ๆ คิดได้ดังนั้นแล้วก็หมุนกายเตรียมที่จะจากไปทำงานของตนเองต่อ แต่แล้วขาที่กำลังก้าวขาไปข้างหน้าก็พลันต้องหยุดลงเพราะคำพูดประโยคต่อมาของเขา

คุณเป็นคนใจร้าย ใจดำมากเลยรู้ตัวมั้ยรสริน"

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ ข่มความโกรธเอาไว้ไม่หันไปต่อคำนั้นอย่างที่ความคิดอีกฝั่งกำลังยั่วยุ และเหมือนว่าการที่เธอไม่ตอบโต้ จะยิ่งทำให้เขาต้องใช้เสียงที่ดังขึ้นเพื่อประกาศให้คนรอบข้างหันมาสนใจ

"เพราะอย่างนี้ไงคุณใหญ่ถึงเลือกครูภีมไม่ใช่คุณ อยากให้น้องสาวขึ้นคานเหมือนตัวเองนักใช่ไหม ผมฟันธงเลยนะชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีทางได้ลงจากคานหรอก เพราะอะไรรู้ไหม"

รสรินยังคงใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว แม้ว่าเวลานี้พนักงานของไซแอมมอลล์หลายคนจะกำลังส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาที่เขาและเธออยู่ก็ตาม

เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนอดทนกับคุณได้ คุณขัดขวางความรักของคนอื่น ไม่เคยช่วยเหลือความรักของคนอื่น คุณมันเห็นแก่ตัว และคุณก็ไม่เคยรักใครจริง”

"นายโย่ง!"

เส้นความอดทนขาดผึงในวินาทีที่ถ้อยคำสุดท้ายนั้นหลุดออกมาจากปากของเขา รสรินหันกลับไปส่งสายตาวิบวับเอาเรื่อง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อถูกจี้ปม

ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีใครรัก หรือเพราะเธอรักใครไม่เป็น แต่เป็นเพราะคนตรงหน้านี่ต่างหาก เพราะเขา เพราะผู้ชายปากเสียที่ชื่อภาสกร อธิรักษ์โยธิน คนนี้ต่างหากที่ขัดขวางความรักของเธอเสมอมา ดังนั้นเมื่อถูกกล่าวหาด้วยถ้อยคำไม่จริงเช่นนั้นรสรินจึงไม่รอช้าที่จะระเบิดอารมณ์ตอบกลับไป

"เพราะฉันไม่เคยรักใครจริง" ย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะกลายเป็นเดือดดาล และคนฟังก็หุบปากฉับเมื่อเธอยังคงพูดต่อ "เพราะฉันขัดขวางความรักของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ"

ทุกประโยคที่เอ่ยถามรสรินก้าวกลับเข้าไปประชิดตัวคนตัวโตด้วยท่าทีเอาเรื่อง ดวงตาคู่งดงามใต้กรอบแว่นที่สวมอยู่เป็นประจำจ้องสบสายตาเขาอย่างไม่กลัวเกรง แม้ว่าเธอจะสูงเพียงแค่ไหล่ของอีกฝ่าย และต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อจะมองคนใจร้ายเช่นเขา แต่รสรินไม่เคยหวาดกลัวคนตรงหน้าแม้แต่นิด เหมือนกลับที่ตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่เธอไม่เคยกลัวคนที่ใครๆ เรียกว่า 'คุณรอง'

"คุณถามตัวเองดีกว่านะ ว่าเคยทำแบบนั้นกับใครเขาหรือเปล่า และใครกันแน่ที่ควรจะถูกต่อว่า ฉัน...หรือว่าคุณ"

สิ้นคำถามมีคนบื้อใบ้ไปชั่วขณะ ภาสกรอ้าปากจะแย้งแล้วก็หุบอย่างอับจนคำแก้ตัว แน่ล่ะ เขาจะเถียงเธอได้อย่างไร ในเมื่อตัวเขาเองเคยขัดขวางความรักของเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งล่าสุดที่เขาเคยทำก็คือคราวที่เธอคบหากับสี่ทิศพี่ชายของเขานั่นอย่างไร

แม้เธอกับสี่ทิศจะไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งฉันท์ชู้สาว ด้วยต่างคนต่างต้องการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีระหว่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอกับสี่ทิศก็ตกลงคบหากันอย่างจริงจัง เปิดเผยกับคนรอบข้างว่ากำลังดูใจ แล้วเขามีสิทธิ์อะไรถึงได้วางแผนการบ้าๆ หว่านล้อมให้สี่ทิศเลือกแต่งงานกับภีมชญา ไม่ใช่เธอ

"ระ...โรส" เขาเสียงอ่อนลงจนแทบจะกลายเป็นเว้าวอน เห็นท่าทางเดือดดาลของหญิงสาวแล้วก็นึกใจสั่นแปลกๆ เขาชื่นชอบเวลาที่รสรินเสียหน้าก็จริง ชอบที่จะได้เห็นเธอแสดงสีหน้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรียบเฉยนั่นก็ใช่ แต่เขาไม่ชอบเลยแม้แต่นิดเมื่อแววตาคู่นั้นของเธอมีร่องรอยที่เขาอ่านได้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด

ไม่แม้แต่คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ภาสกรยื่นมือเข้าไปดึงมือที่กำลังกำหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาวของเธอมากุมไว้ ไม่รู้ว่าทำไปทำไม แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในความรู้สึกลึกๆ คือหวังเพียงว่าการกระทำเช่นนั้นจะลบความเจ็บปวดของเธอออกไปได้บ้าง

"ผมขอโทษกับทุกอย่างที่ผ่านมา"

"ขอโทษ" รสรินย้อนกลับเสียงสูง "ฉันว่าคุณเก็บคำขอโทษ แล้วกลับไปจัดการปัญหาของตัวเองเถอะ ฉันยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ" กล่าวพร้อมกับดึงมือของตนออกจากอุ้งมืออุ่นของเขา

ภาสกรก้มลงมองมือของเธอที่ถูกดึงกลับไปด้วยสายตาแปลกประหลาด เขาเห็นว่าตนเองพยายามคว้ามือนุ่มนิ่มนั้นกลับมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดเมื่อมโนสำนึกและความคิดได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ ภาสกรก็รั้งมือให้ค้างเติ่งอยู่แค่นั้น รวบกำหมัดอย่างไว้เชิงแล้วลดลงข้างตัวราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นมาก่อน

เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยังมีงานอีกมากต้องกลับไปทำ รสรินไม่แม้แต่จะเสียเวลามองเขาตอบด้วยซ้ำ เธอหมุนตัวแล้วเตรียมผละไปตามปากกว่า มโนสำนึกบอกให้เขาต้องรั้งเธอไว้อีกครั้ง

"คุณไม่ได้ช่วยผมนะโรส คนที่คุณช่วยคือน้องรัส"

"นี่คุณอยากให้ฉันช่วยถึงขนาดเอายายรัสขึ้นมาขู่ฉันอย่างนั้นเหรอ" รสรินหันกลับมาแว้ด ด้วยอีกฝ่ายรู้จุดอ่อนของเธอดีกว่าใคร สำหรับรสริน คนสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของเธอคือคนในครอบครัว ไม่ว่าบิดา มารดา หรือน้องสาวต้องการสิ่งใด รสรินพร้อมที่จะไขว่คว้าหามาให้ไม่เว้นแม้แต่ดาวและเดือน แม้ว่าเธอจะเกิดก่อนรัสรินแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม

การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของครอบครัวแทนบิดาตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เธอถือความสุขของครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง และภาสกรก็รู้ดีถึงข้อเท็จจริงนี้ เขาจึงเลือกที่จะหยิบเอารัสรินขึ้นมาอ้าง

สีหน้าท่าทางเอาเรื่องของหญิงสาวทำให้ภาสกรรู้สึกผ่อนคลายลงได้อย่างประหลาด เขาชอบให้เธอกราดเกรี้ยวแบบนี้มากกว่าเดือดดาลและแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเมื่อครู่ แม้ใครจะหาว่าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วอย่างไร ภาสกรเคยใส่ใจเสียทีไหน ชายหนุ่มยักไหล่ส่งให้กับคำถามนั้นของเธอ

รสรินกัดฟันกรอด อยากให้ฉันช่วยนักใช่ไหม

แน่นอน

"ได้ ฉันตกลงรสรินเอ่ยช้าชัดด้วยน้ำเสียงหวานหยดปานน้ำผึ้ง

คนฟังยักไหล่อีกครั้งคล้ายไม่ใส่ใจในคำตอบว่า 'ตกลง' ของเธอ แต่ภายในใจนั้นกำลังตีปีกพั่บๆ เมื่อท้ายที่สุดรสรินก็เดินเข้ามาในแผนของเขาเหมือนทุกที แต่แล้วใบหน้าที่แอบกระตุกยิ้มก็ยิ้มระรื่นได้ไม่นานเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พลันให้ความหนาวยะเยือกพัดผ่านร่างสูงให้ขนลุกชันอย่างที่หากเขามีพรวิเศษ สิ่งแรกที่จะทำคือเดินกลับหลังและไม่ขอความช่วยเหลือใดๆ จากเธออีก แต่เพราะเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ได้มีเพื่อนสนิทเป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคตที่จะสามารถย้อนเวลาได้ ภาสกรจึงต้องยืนฟังประโยคถัดมานั้นของเธอด้วยหัวใจที่สั่นรัว

เพราะฉันจะทำให้แม่ๆ ของคุณไม่อยากได้ยายรัสเป็นลูกสะใภ้เลยตลอดชีวิต แล้วทีนี้คุณก็เตรียมตัวอยู่บนคานเป็นเพื่อนฉันได้เลยนะคะคุณภาสกร อธิรักษ์โยธิน










ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น