ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 66 : ดวงใจพนันรัก : บทที่ 1 ผู้หญิงของเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ส.ค. 63











บทที่ 1 ผู้หญิงของเขา

ตลอดชีวิตกว่าสามสิบปีที่ผ่านมาของภาสกร อธิรักษ์โยธิน หากไม่นับรวมบรรดาแม่ๆ ของเขา น้องสาวทั้งสองคน พี่สะใภ้ น้องสะใภ้ และหลานสาวตัวน้อยอีกสองอย่างมินนี่กับยี่หวาแล้ว ผู้หญิงที่มีอิทธิพลต่อเขาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นศูนย์ เขาไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความงดงามอันน่าหลงใหลของพวกอิสตรีเพศ ไม่ใช่เพราะเขาเบี่ยงเบนไปชื่นชอบการปลูกการปลูกต้นไม้ร่วมกับบุรุษเพศเดียวกัน แต่เป็นเพราะขยาดความมากรักดั่งเช่นที่บิดาเคยเป็น

เขาเกิดมาจากการที่บิดานอกใจภรรยาเป็นครั้งแรก เป็นเหมือนหลักฐานการนอกกาย นอกใจผู้หญิงที่เคยให้คำสัญญาว่าจะรักและดูแลจนสิ้นลมหายใจ และนั่นทำให้ภาสกรรู้สึกผิดที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความมากรักของบิดา

ยิ่งได้รับความรักจากหม่อมราชวงศ์รจเรข ภรรยาเอกของบิดาผู้ที่เขารักเหมือนมารดาแท้ๆ มากเท่าใด ภาสกรยิ่งพยายามจะไม่เป็นดั่งเช่นที่บิดาเคยเป็น เขาได้รับการเลี้ยงดูเทียบเท่ากับบุตรชายคนโตของตระกูล เป็นทายาทคนรองของอธิรักษ์โยธิน แม้แต่ชื่อที่ปรากฏบนสูติบัตรยังมีชื่อของหม่อมราชวงศ์รจเรขระบุเป็นมารดาเคียงข้างกับนายภาวินผู้เป็นบิดา

เขาถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับสี่ทิศผู้เป็นพี่ชาย แต่สนิทกับผู้ที่ตนเองเรียกว่า 'แม่ใหญ่' มากกว่าลูกชายแท้ๆ รู้วิธีทำให้ผู้สูงวัยยิ้ม รู้ว่าทำอย่างไรจะได้รับค้อนน้อยๆ เป็นของรางวัลตอบแทน รู้ใจถึงขนาดเพียงแค่สบสายตาก็รู้ว่ามารดาต้องการอะไร และเพราะสนิทมากกว่าใคร เขาจึงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดทุกครั้งที่คุณหญิงรู้ว่าสามีนอกใจ กล้ำกลืนฝืนทนทุกครั้งกับการจัดการเรื่องราวภายในบ้านที่สามีก่อขึ้น ภาสกรจึงตั้งมั่นว่าหากจะรักใครสักคน เขาจะรักเธอคนนั้นเพียงแค่คนเดียว ดังที่หัวใจของดวงอาทิตย์ดวงนี้มีเพียงหนึ่งเดียว

และเขาก็ได้พบกับรัสริน นิลนาถ อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี ภาสกรรู้ได้ทันทีว่ารัสรินคือคนที่เขากำลังเฝ้ารอ เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ แม้แต่การยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองมาเว้าวอนพี่สาวฝาแฝดของเธอ ผู้หญิงที่ตั้งตัวเป็นอริกับเขาตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน

หากจะย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน คงต้องย้อนกลับไปในวันที่ฝาแฝดนิลนาถได้ถือกำเนิดขึ้น ตอนนั้นเขาอายุได้เพียงแค่หนึ่งขวบ ขณะที่สี่ทิศผู้เป็นพี่ชายอายุเพิ่งจะสองขวบเท่านั้น พวกเขาถูกพาไปรับขวัญน้องน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่ เด็กหญิงรสรินวัยแรกเกิดในห่อผ้าถูกนำมาให้เขาอุ้ม ขณะที่สี่ทิศอุ้มรัสรินไว้ในอ้อมแขนเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกของการมาเยี่ยมเยือน และแล้วรสรินก็แสดงท่าทีเป็นอริต่อเขาด้วยการฉี่รดร่างอ้วนกลมป้อมของเขาจนเปียกชุ่มก่อนจะหัวเราะเอิ้กอ้ากราวกับสะใจเสียเต็มประดา ภาสกรจะจดจำเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เลย หากว่าหม่อมราชวงศ์รจเรขจะไม่หยิบหลักฐานรูปถ่ายขึ้นมาเล่าถึงเรื่องราวหนหลังแทบจะทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ภาพเด็กชายภาสกรหน้าเหวอเมื่อต้องรับมือกับน้ำฉี่อุ่นๆ จากร่างน้อยในอ้อมแขน แม้จะจำความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้ จำภาพเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้ แต่ภาสกรก็พอจะเดาความรู้สึกได้ และทุกครั้งที่พบหน้ากันนับแต่นั้นภาสกรก็กลายคนช่างจับผิดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน

จนทุกวันนี้หากจะพูดถึงผู้หญิงที่เป็นอริกับเขาอย่างรสริน นิลนาถ ทายาทคนโตของตระกูลนิลนาถ ผู้บริหารของไซแอมมอลล์แล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่...เขายอมรับก็ได้ว่าเธอสวย แต่ที่ยอมรับไม่ใช่เพราะว่าเธอสวยอะไรมากมาย ที่เขาต้องยอมรับเพราะว่าเธอเป็นฝาแฝดกับคนรักของเขาต่างหาก ทั้งที่เป็นฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน แต่รสรินและรัสรินกลับมีบุคลิกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รูปร่างหน้าต่างนั้นเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก ทว่านิลนาถผู้พี่กลับมีนิสัยทั้งเชิด ทั้งหยิ่ง ใช้ชีวิตไร้สีสัน รวมๆ แล้วเป็นคนที่เขาลงความเห็นว่าน่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าใคร

'ได้ ฉันตกลง เพราะฉันจะทำให้แม่ๆ ของคุณไม่อยากได้ยายรัสเป็นลูกสะใภ้เลยตลอดชีวิต แล้วทีนี้คุณก็เตรียมตัวอยู่บนคานเป็นเพื่อนฉันได้เลยนะคะคุณภาสกร อธิรักษ์โยธิน'

ภาสกรกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงประโยคทิ้งท้ายที่รสรินฝากไว้ก่อนจากไปด้วยรอยยิ้มร้ายกาจเฉพาะตัวของเธอ เมื่อเขาไม่อาจตอบโต้ได้รวดเร็วเท่าที่ควร เธอที่อยู่ในชุดสีทึบอันเป็นสีประจำตัวของตนเองก็หมุนกายจากไป พร้อมกับยกนิ้วชี้ขยับไปมาส่งสัญญาณให้เขาหุบปากซะ ที่แย่กว่านั้นคือเขาดันเชื่อฟังเธอ

เขาเชื่อฟังเธอเหมือนลูกแมวเชื่องๆ ที่เชื่อคำสั่งของเจ้าของ

"ยายเบียบ! ยายแม่มด!"

ถ้อยคำเกรี้ยวกราดระเบิดอารมณ์เพียงลำพังอยู่ในรถสปอร์สีเงินคันหรูเหล่านั้นไปไม่ถึงบุคคลที่กำลังกล่าวถึง กระนั้นภาสกรก็ยังคงสบถบ่นยืดยาวถึงความใจร้ายใจดำของอีกฝ่าย

รสรินเป็นผู้หญิงที่ดูเหมือนอ่อนโยน อ่อนหวาน แต่ใครจะรู้ว่าเธอมีนิสัยหัวแข็งอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง เด็กสาวที่เพิ่งสอบปลายภาคของชั้นมัธยมปลายเสร็จไม่ทันข้ามวันก็ต้องก้าวขึ้นมาดูแลคนนับพันในอาณาจักรไซแอมมอลล์ ห้างสรรพสินค้าปลีกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในยุคสมัยนั้น จากเด็กสาวช่างฝันผู้หนึ่งกลายร่างมาเป็นยายแม่มดเจ้าเล่ห์ที่มีภาพของนางฟ้าแสนสวย เก่ง ฉลาดฉาบไว้เบื้องหน้า

เมื่อต้องลงมือทำอะไรรสรินไม่เคยยอมขาดทุนสักสลึง เธอต้องได้ของตอบแทนตามที่ตนพอใจมากพอจึงจะยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และช่างน่าเจ็บใจที่ความเจ้าเล่ห์เหล่านั้นมีเพียงเขาที่มองเห็น ขณะที่ใครต่อใครกลับมองว่าเธอเก่งกาจ แสนดี มากความสามารถกว่าคนในวัยเดียวกัน แม้แต่น้องสาวฝาแฝดของเธอเองยังต่างกันราวฟ้ากับเหว แน่นอนว่าในสายตาของเขาผู้ที่อยู่บนฟ้าย่อมต้องเป็นรัสริน ขณะที่รสรินคือยายแม่มดที่อยู่ในก้นเหวลึกสุดแกนโลก แม้ว่าคนอื่นจะไม่คิดเช่นนั้นเลยก็ตาม

พอนึกถึงรัสรินขึ้นมาภาสกรก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย เหตุผลที่เขาถูกรสรินบอกตัดขาดความช่วยเหลือในวันนี้ล้วนเกิดมาจากเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนแทบทั้งสิ้น วันนั้นรัสรินร้องขอให้เขาขับรถไปส่งเธอที่สนามบินเพื่อเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต

ภาพรถสปอร์ตสองที่นั่งสีเงินคันหรูติดดาวสามแฉกสัญชาติเยอรมันจอดสนิทที่อาคารจอดรถของสนามบินดอนเมืองย้อนกลับเข้ามาในความคิด ผู้ที่ก้าวลงมาจากรถฝั่งข้างคนขับนั้นคือรัสริน นิลนาถ ทายาทคนรองของตระกูลนิลนาถ เจ้าของธุรกิจค้าปลีกชื่อดังของประเทศ

รัสรินเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ เธอใช้ชีวิตอย่างอิสระตามฐานะทางการเงินของครอบครัวเอื้ออำนวยให้ ในฐานะทายาทคนรองรัสรินไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือกิจการใดๆ ของครอบครัว แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขเท่านั้นก็เพียงพอนั่นคือสิ่งที่มารดาและพี่สาวฝาแฝดคอยบอกเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นรัสรินก็ไม่ใช่คุณหนูไฮโซที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง รัสรินมีอิสระในการใช้ชีวิต มีตัวเลือกในการตัดสินใจที่ดี และมีพี่สาวซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวคอยสนับสนุน ซึ่งนั่นทำให้เธอมีนิสัยค่อยข้างเอาแต่ใจอย่างที่ลูกสาวคนเล็กคนหนึ่งพึงจะทำ

หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับบิดา สถานะทางการเงินของครอบครัวยังไม่ได้ย่ำแย่ ตอนนั้นรสรินและรัสรินยังคงใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมปลายตามปกติ เรื่องสำคัญในชีวิตคือการเลือกคณะและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนต่อในอนาคต กิจการของไซแอมมอลล์มีคุณประจักษ์ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขยของพวกเธอเป็นผู้ดูแลให้ชั่วคราว

แต่แล้วความเลวร้ายได้เพิ่มขึ้นเมื่อคุณประชา นิลนาถ บิดาของพวกเธอถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถจากอาการป่วยเป็นอัมพาต เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และถูกเสียงข้างมากของคณะกรรมการบริหารปลดออกจากการเป็นผู้บริหารของไซแอมมอลล์ สถานการณ์เริ่มพลิกผันตั้งแต่ตอนนั้น กิจการของตระกูลนิลนาถเริ่มเปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น ทรัพย์สินหลายอย่างของบริษัทถูกขายทอดตลาดในราคาที่ไม่เป็นธรรม เงินที่ได้ถูกนำไปใช้ในกิจการที่กำลังจะล้ม บิดาผู้ที่เคยทุ่มเทบริหารทุกอย่างจนรุ่งเรืองกลับกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงที่พูดได้ไม่เป็นคำ ผู้คนที่เคยเป็นมิตรเริ่มหายหน้า เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงอยู่เคียงข้าง แต่สภาพเศรษฐกิจในยามนั้นแม้จะอยากช่วยเหลือสักเพียงใดก็ไม่อาจโอบอุ้มครอบครัวและกิจการที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายได้อย่างเต็มที่

คุณสรยาผู้เป็นภรรยาและมารดาของฝาแฝดอ่อนแอเกินกว่าจะจัดการทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ ทุกวันรัสรินและรสรินต้องเห็นภาพของมารดานั่งร่ำไห้คร่ำครวญอยู่ข้างเตียงบิดา ต่อว่าตัดพ้อคนบนเตียงให้น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา

จนกระทั่งวันนั้น วันเกิดครบสิบแปดปีบริบูรณ์ของฝาแฝดนิลนาถ ในห้องนอนของบิดาที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์มีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยียนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รสรินถูกพาตัวเข้าไปข้างใน ที่นั่นมีผู้บริหารของไซแอมมอลล์อยู่กันหลายคน มีเสียงพูดคุยมากมายในเรื่องที่รัสรินในยามนั้นฟังไม่เข้าใจ จากนั้นทุกอย่างในบ้านก็เปลี่ยนไป รสรินกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับทนายความสรรเสริญ ทนายความประจำตัวของบิดาที่คอยตามประกบพี่สาวฝาแฝดทุกฝีก้าวไม่ต่างจากครั้งที่เคยตามบิดา

รสรินเดินเข้ามาจับมือเธอที่ยืนรออยู่หน้าห้อง และยิ้มเหมือนที่เคยยิ้มพร้อมเอ่ยคำที่คนเป็นน้องอย่างเธอไม่มีวันลืม

'...ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย'

รัสรินไม่เข้าใจคำว่า 'เรียบร้อย' เหล่านั้นหมายถึงอะไร แต่ที่ชัดเจนคือเส้นทางของฝาแฝดผู้ไม่เคยอยู่ห่างกันได้ถูกขีดเส้นกั้นให้เดินกันคนละฝั่ง รสรินมีคนของบิดาคอยติดตามทั้งซ้ายขวา ทนายความสรรเสริญและดวงดาวเลขานุการส่วนตัวของบิดาพารสรินออกไปข้างนอกทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่จนย่ำค่ำ เมื่อกลับมาถึงบ้าน รสรินจะถูกพาตัวไปที่ห้องพักของบิดาก่อนเป็นอันดับแรกเสมอและอยู่ที่นั่นจนดึกดื่น

ในฐานะทายาทคนโตของตระกูล รสรินทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยดั่งที่เคยให้คำสัญญา สถานการณ์ทางการเงินที่กำลังระส่ำระส่ายกลับมามีสภาพคล่อง ธุรกิจที่กำลังจะถูกเปลี่ยนมือพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่น่าจับตามอง รัสรินและคุณสรยากลับมาใช้ชีวิตเหมือนดั่งที่เคยเป็น มิตรสหายที่เคยหายหน้าแวะเวียนกลับมาถามไถ่ ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม ขณะที่ความสัมพันธ์ของฝาแฝดค่อยๆ เหินห่างไปอย่างช้าๆ

รัสรินไม่เคยได้พูดคุยเล่นหัวกับพี่สาวฝาแฝดอีกเลยนับแต่นั้น รัสรินไม่เคยรู้ว่าพี่สาวฝาแฝดจัดการเรื่องเหล่านั้นได้อย่างไร แต่ที่เธอรู้ 'คุณหนูโรส' ได้กลายเป็น 'คุณโรส' ขณะที่ตัวเธอยังคงเป็น 'คุณหนูรัส' ดังเดิม รัสรินยังเป็นคนเดิม เหมือนที่รสรินบอกให้เป็น

'...รัสต้องมีความสุขมากๆ มีความสุขในส่วนของพี่ด้วย'

รัสรินยิ้มขื่นเมื่อนึกถึงคำพูดของพี่สาว ตอนนั้นเธอโง่เขลาจนไม่เคยรู้ว่าได้โยนภาระทั้งหมดที่มีให้พี่สาวเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง กว่าที่จะรู้ความ รัสรินก็ถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศตามความประสงค์ของมารดา ขณะที่รสรินได้เรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดภายในประเทศควบคู่ไปกับการทำงานของบริษัท รสรินไม่เคยตัดพ้อ ทุกครั้งที่มองกลับหลัง พี่สาวจะส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ เหมือนเช่นครั้งนี้ที่เธอตัดสินใจเดินทางไปเรียนทำอาหารกับเชฟชื่อดังเจ้าของมิชลินสตาร์ที่ข่าววงในบอกว่าเขาเดินทางมาพักผ่อนที่เกาะทางใต้ของประเทศไทย เมื่อเธอเอ่ยปากจะเดินทางไปตามตื้อเพื่อให้ได้เป็นลูกศิษย์ของเขาตลอดการพักร้อนนี้ รสรินก็ไม่รอช้าที่จะจัดการการเดินทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเธอเหมือนทุกที

'...พี่ไม่อยากให้รัสไปเลย'

ภาสกรในวันนั้นบ่นกระปอดกระแปด ขณะยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถมาตั้งบนพื้นใกล้ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าถืออีกใบของเธอออกมาวางคู่กันแล้วจัดการปิดท้ายรถเพื่อจะได้เงยหน้ามองหญิงสาวคนรักเต็มตา

รอยยิ้มสดใสของรัสริน มุมมองการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันทำให้เขาตกหลุมในมนต์เสน่ห์ของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น น่าแปลกที่เขาชอบมองรอยยิ้มของเธอ มันมักจะทำให้เขาเผลอยิ้มตามได้เสมอ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจเลือกเธอ ผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่เขาจะรัก

'รัสไปไม่นานหรอกค่ะ'

'ไม่นานนี่กี่วันครับ'

รัสรินส่งยิ้มหวาน ยกมือขึ้นชูสามนิ้วก่อนจะนิ่วหน้าแล้วเปลี่ยวตัวเลขเป็นสี่นิ้วส่งให้

ภาสกรมองจำนวนนิ้วเหล่านั้นแล้วพยักหน้ารับ 'แค่สี่วัน พี่รอได้' ว่าจบก็หันกลับไปลากกระเป๋าของเธอเพื่อไปส่งหญิงสาวให้ถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน ทว่าคนตัวเล็กที่กำลังขมวดคิ้วกลับคว้าแขนเขาไว้แน่น ภาสกรมองที่มือของเธอแล้วเงยหน้าขึ้นส่งสายตาเป็นคำถาม

รัสรินส่ายหน้าไปมา 'ไม่ใช่ค่ะ'

'ไม่ใช่อะไรครับ'

"รัสจะไปภูเก็ตสี่อาทิตย์ค่ะ'

'สี่อาทิตย์'

'ค่ะรัสจะไปภูเก็ตสี่อาทิตย์' หญิงสาวย้ำทุกถ้อยคำชัดๆ อีกหน แววตาดูจริงจังและหมายมั่นอย่างที่เขารู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าหากขัดใจเธอต้องมีเรื่องให้ปวดหัวอีกแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องขัดใจ

'เดี๋ยวครับน้องรัส' ภาสกรพลิกมือกลับมารั้งแขนของคนรักไว้แล้วเอ่ยถาม 'น้องรัสจะไปทำอะไรที่ภูเก็ตตั้งสี่อาทิตย์ครับ และสี่อาทิตย์ที่ว่านั่น คือหนึ่งเดือน ซึ่งมันห่างจากคำว่า 'ไม่นาน' ที่น้องรัสบอกพี่มากเลยนะครับ'

'โธ่ พี่รองคะ รัสไปแค่เดือนเดียวเองค่ะ'

'ไม่ใช่แค่ครับ แต่ไปตั้งหนึ่งเดือน' เขาแก้ไขคำพูดให้เธอใหม่ด้วยสีหน้าขึงขัง โดยเฉพาะคิ้วเข้มที่ขมวดแน่นเพราะมันไม่ใช่แค่เธอไม่อยู่หนึ่งเดือน แต่เพราะเธอมีนัดกับครอบครัวของเขาต่างหาก 'และที่สำคัญ รัสมีนัดทานข้าวกับแม่ๆ ของพี่วันศุกร์หน้า จำได้ไหมครับ'

'นัดกับคุณหญิงป้า' รัสรินทวนคำก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจอย่างคนนึกขึ้นได้ 'จริงด้วยค่ะ รัสลืมจริงๆ ด้วย รัสจะทำยังไงดี พี่รองคะ เราเลื่อนนัดคุณหญิงป้าได้ไหมคะ'

คำถามของเธอทำเอาเส้นอดทนที่เคยดีเยี่ยมของเขาขาดผึ่ง ใบหน้าคามคมเริ่มตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และน้ำเสียงที่ตอบกลับก็บอกว่าชัดว่าเขากำลังไม่พอใจ

'ไม่ได้ครับ'

'ทำไมล่ะคะ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเลื่อนนัดพวกท่านเสียหน่อย' หญิงสาวว่าง่ายๆ เพราะเคยทำมาแล้วสองครั้ง ขณะที่คนฟังรู้สึกระคายหูอย่างประหลาดกับถ้อยคำเหล่านั้น

'เพราะเราเคยทำและเราจะไม่ทำอีกครับ' เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

ท่าทางดุดันของภาสกรทำเอารัสรินต้องหน้าง้ำอย่างคนไม่เคยถูกใครขัดใจ หญิงสาวสะบัดมือออกกอดอกในท่าทางของคนเอาแต่ใจ 'ถ้าอย่างนั้นรัสจะเบี้ยวนัดคุณหญิงป้าค่ะ'

'น้องรัส'

'รัสทิ้งทริปนี้ไม่ได้ค่ะ การจะได้เรียนกับเชฟระดับมิชลินสตาร์แบบตัวต่อตัวไม่ใช่จะหาโอกาสกันได้ง่ายๆ นะคะ โดยเฉพาะตอนนี้ที่เขาเดินทางมาประเทศไทย รัสจะไม่ยอมเสียโอกาสครั้งนี้ค่ะ' เธอเน้นย้ำเจตนารมณ์ของตนเอง

ภาสกรนับหนึ่งถึงสิบในใจ พยายามเรียบเรียงคำพูดที่ตั้งใจใหม่อีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้แข็งกระด้างจนเกินไป

'แต่นี่เป็นนัดกับแม่ๆ ของพี่นะ มันสำคัญน้อยกว่าการเรียนทำอาหารของน้องรัสอีกอย่างนั้นเหรอ'

'ทำไมพี่รองต้องตั้งคำถามกับรัสด้วยคะ พี่โรสยังไม่เคยตั้งคำถามอะไรพวกนี้กับรัสเลยสักครั้ง แถมยังจัดการทริปนี้ให้รัสด้วยตัวเองอีกต่างหาก'

'นี่ นี่พี่ผิดอย่างนั้นเหรอ'

'ค่ะ พี่รองผิด' รัสรินพยักหน้ายืนยัน 'พี่รองไม่ควรทะเลาะกับรัสในวันที่รัสกำลังจะเดินทาง มันทำให้รัสเครียด และรัสไม่ชอบเอามากๆ เข้าใจตรงกันนะคะ จบค่ะ'

สิ้นคำว่า 'จบค่ะ' ของเธอมีผลทำให้ภาสกรบื้อใบ้อย่างคนพูดไม่ออก ก่อนจะกลายเป็นหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ปนเปกันเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับใครอีกคนในประโยคก่อนหน้า แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมั่นไส้ผู้พูด แต่หมั่นไส้ผู้ที่ถูกพูดถึง

รสรินตั้งมาตรฐานในการเอาใจน้องสาวฝาแฝดไว้สูงลิ่วจนเขารู้สึกพ่ายแพ้ไปเสียทุกทางเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับเจ้าหล่อน ซึ่งนั่นทำให้เขาหงุดหงิดใจจนน่าหงุดหงิดที่ต้องพ่ายแพ้รสรินอีกหน และเพราะความไม่ยอมพ่ายแพ้นี่เองที่ทำให้เขาต้องพยายามหาทางออกให้กับเรื่องนี้โดยที่รัสรินยังคงดูดีอยู่เสมอในสายตาของเหล่ามารดา

ใช่ เขาต้องหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ และทางออกที่ว่านั้นก็ถูกปิดตายไปเมื่อสิบนาทีก่อนโดยฝีมือของคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจมาทั้งสัปดาห์

รสรินปฏิเสธคำขอร้องของเขาอย่างไม่ไยดี ซึ่งเขาก็พอจะเดาได้ว่าเธอคงไม่ยอมช่วยเหลือเขาแน่ๆ แต่ไม่คาดคิดว่ารสรินจะปฏิเสธที่จะช่วยเหลือน้องสาวฝาแฝดของตนเองเช่นนั้น ทั้งที่สิ่งที่เขาขอไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยแม้แต่น้อย แค่เธอสวมรอยเป็นรัสรินไปรับประทานอาหารกับแม่ๆ ของเขาแค่หนึ่งมื้อเท่านั้น

"ยายแม่มดใจร้าย ใจดำ อำมหิต ยายระเบียบจอมบงการ ยายผู้หญิงบ้าอำนาจ ยาย...โว้ย แล้วทำยังไงดีว่ะเนี่ย อ๊ะ..."

ชายหนุ่มทึ้งผม ถูหน้าตัวเองแรงๆ อย่างคนคิดไม่ตก ก่อนที่จะชะงักอาการทั้งหมดเมื่ออยู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างออก แล้วมุมปากข้างหนึ่งก็ค่อยๆ ถูกยกขึ้นอย่างที่เรียกว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่แววตาคมเข้มที่ฉายความเคร่งเครียดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนแปรเปลี่ยนเป็นวาววับอย่างคนเจ้าแผนการ

"คุณพูดเองนะโรส"

เอ่ยกับตัวเองเช่นนั้นแล้วก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเพื่อหาแอพพลิเคชั่นสนทนาออนไลน์จากแดนกิมจิ นิ้วเรียวปัดหน้าจอเพื่อหาชื่อของบุคคลที่ต้องการเมื่อพบก็ไม่รอช้าที่พิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป

'ชุดสีชมพูอ่อน...' เคอร์เซอร์ท้ายประโยคหยุดกะพริบสองสามครั้งคล้ายกับผู้พิมพ์กำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ข้อความก่อนหน้าจะถูกลบและแทนที่ด้วยข้อความใหม่ที่อ่านได้ว่า 'เอาชุดสีเทาอมฟ้า ขนาดรอบอก 75 คัพบี เอว 25 สะโพก 32 ส่งมาที่ร้านของคุณแอ๋วที่ไซแอมมอลล์ก่อนเที่ยงวันศุกร์'

หลังจากกดส่งข้อความดังกล่าวเรียบร้อย ร่างสูงก็ไขว้แขนเท้าลงไปที่พวงมาลัย มองลอดกระจกหน้ารถขึ้นไปบนตึกสูงซึ่งมีสำนักงานของไซแอมมอลล์ซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของศูนย์การค้าชื่อดัง ราวกับต้องการฝากข้อความไปถึงคนที่นั่งทำงานอยู่บนนั้น

"อย่าผิดคำพูดก็แล้วกัน"






ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น