ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ติดกับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    31 ส.ค. 63


ตอนที่ 7 ติดกับ

แล้วเจอกันนะคะที่รัก

คำพูดสุดท้ายที่เธอบอกลายังก้องอยู่ในหูราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีที่แล้ว ร่างสูงคว้าแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มดับความร้อนรุ่มที่หญิงสาวทิ้งไว้ก่อนจาก มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะเบนสายตาออกไปมองภาพทิวทัศน์ของเมืองหลวงด้วยท่าทางสบายๆ แต่สมองกลับวนเวียนคิดถึงแต่ร่างนุ่มนิ่มเมื่อครู่อยู่ไม่สร่างซา

“แล้วเราจะได้เจอกันนะครับ คุณพิชชาภรณ์ ธีระปกรณ์ชัย”

เจ้าของชื่อนั้นเดินลิ่วออกมาจากห้องพักของชายหนุ่มท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าบรรดาบอดีการ์ดส่วนตัวของเขาที่ยืนประจำการเป็นจุดๆ สิงขรที่เพิ่งกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องส่วนตัวของตนเองมองร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงไปที่ลิฟต์อย่างสงสัย และแน่นอนเหล่าบอดีการ์ดทุกคนก็สงสัยไม่ต่างกันว่าเหตุใดเธอถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเธอน่าจะอยู่บนเตียงของเจ้านายของพวกเขามากกว่า

“เดี๋ยวครับ คุณเพลง” สิงขรเรียกหญิงสาวได้ทันก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ใบหน้าสวยเอี้ยวกลับมามองพร้อมคลี่ยิ้มหวานส่งให้

“ฉันจะกลับแล้วค่ะ”

“กลับ?” ชายหนุ่มทวนคำเสียงสูงเมื่อเดินมาถึง ซึ่งเหล่าบอดีการ์ดที่อยู่ใกล้เคียงก็มีคำถามอย่างเดียวกัน พร้อมทั้งพยายามอย่างยิ่งที่จะเอียงหูฟังคำอธิบายของประโยคข้างต้น

“ค่ะ มันดึกแล้ว ฉันคงต้องกลับก่อน”

พิชชาภรณ์ละที่จะพูดถึงสาเหตุในการกลับที่แท้จริงให้เขารู้ จึงเสอ้างเรื่องเวลาซึ่งตอนนี้กำลังจะเข้าวันใหม่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่อพี่ชายของเขายอมปล่อยเธอออกมา เขาก็ไม่จำเป็นต้องเซ้าซี้ถามอีกว่าทำไม

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ” มือหนาล้วงหยิบกุญแจรถออกมาชู ก่อนจะเดินนำหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ที่มีไว้สำหรับขึ้นลงชั้นนี้โดยเฉพาะ

เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงนักวางแผนสาวก็มาถึงที่พัก สิงขรชะโงกหน้ามองคอนโดมิเนียมหรูราคาแพงระยับตรงหน้าก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่นั่งเคียงข้าง

“คุณพักที่นี่หรือครับ”

“ใช่ค่ะ พอดีฉันต้องลงมาติดต่องานที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ ก็เลยซื้อห้องชุดไว้พัก พักโรงแรมบ่อยๆ เปลือง อีกอย่างเจ้าของโครงการเป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วย เลยได้มาในราคาพิเศษ” หญิงสาวแสร้งทำทีเป็นชวนคุยให้ข้อมูลส่วนตัวกับชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเธอต้องการให้เรื่องราวของตัวเองไปถึงหูของใครอีกคนต่างหาก และแน่นอนว่าตัวเธอเองจะน่าสนใจ ลึกลับ และน่าค้นหามากขึ้นไปอีกจนบุรินทร์ไม่คิดจะสนใจใครอื่นนอกจากตัวเธอ

พิชชาภรณ์ไล่มองเครื่องหน้าของอีกฝ่ายในจังหวะที่เขาหันไปสนใจคอนโดมิเนียมหรูอีกครั้ง และก็ได้ข้อสรุปว่าสิงขรต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับบุรินทร์อย่างแน่นอน เพราะแววตาของเขาช่างเหมือนกับเจ้านายราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ผิดที่ดูเศร้ากว่า ไม่เจ้าเล่ห์เหมือนใครอีกคนเท่านั้น

ที่สำคัญแค่เลขาฯ ของซีอีโอแห่งชาร์โก้กรุ๊ปคงไม่มีทางขับปอร์เช่สีบรอนซ์ราคาแปดหลักแบบนี้แน่ และถึงจะบอกว่าเอาของเจ้านายมาใช้เธอก็ไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ก็กุญแจรถมันพ่วงอยู่ในพวงเดียวกับกุญแจอื่นอีกสามสี่ดอกซึ่งเธอเดาว่าน่าจะเป็นกุญแจห้องพัก และหากไม่ใช่เจ้าของคงไม่มีทางทำอย่างนี้แน่ๆ ไหนจะท่าทางของบรรดาบอดีการ์ดของบุรินทร์ที่ดูจะให้ความเคารพชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั่นอีก

“คุณพักคนเดียวหรือครับ”

ชายหนุ่มผู้ตกหลุมล่อถามกลับในทันที หน้าที่ของเขาคือหาข้อมูลของหญิงสาวทุกคนที่พี่ชายสนใจ และเธอคือเป้าหมายในตอนนี้ สิงขรไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดเมื่อเห็นรอยยิ้มสมใจพร้อมกับดวงตาวาวใสตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานและเอ่ยขอตัว

“ค่ะ ฉันพักอยู่คนเดียว วันนี้ขอบคุณคุณมากนะคะที่มาส่ง” พิชชาภรณ์ก้าวลงจากรถโดยแสร้งทำเป็นดูนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กเพื่อตัดบทสนทนาและคำถามที่คงจะตามมาอีกไม่หยุดหย่อนของเขา

รู้แค่นี้ก่อนแล้วกัน เพราะฉันยังทำข้อมูลของ พิชชาภรณ์ ธีระปกรณ์ชัย ไม่เสร็จ

สิงขรพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มตอบ มือหนาตบเกียร์เบาๆ ขณะเคลื่อนรถ แต่ยังไม่วายหันมามองคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงกว่าสามสิบชั้นตรงหน้าอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ สายตาของเลขานุการนักธุรกิจคนดังประเมินราคาคร่าวๆ ตามนิสัย

ย่านธุรกิจแบบนี้ไม่ต่ำกว่าสิบล้านเป็นแน่ หรืออาจจะมากกว่านั้น

หลังจากที่ชายหนุ่มกลับรถเรียบร้อย ร่างบางที่ยืนโบกมือลาอยู่หน้าประตูก็หมุนตัวเข้าไปข้างในเพื่อขึ้นห้องพัก หน่วยรักษาความปลอดภัยประจำคอนโดมิเนียม รีบปรี่เข้ามาเปิดประตูให้อย่างรู้งาน และหญิงสาวก็ทำทีเป็นอ้อยอิงเล็กน้อยเพื่อรอให้เขาเห็นว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ

 

ปกรณ์ผุดลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่กลางห้องโถงของคอนโดมิเนียมทันทีเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรอคอยมาหลายชั่วโมงก้าวเข้ามา

“คุณพระคุณเจ้าช่วย! ในที่สุดแกกลับมาแล้ว” ผู้จัดการดาราหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือเรียวสวยเกินสตรีบางนางหยิกหมับเข้ากับเนื้อนุ่มเมื่อพิชชาภรณ์เดินมาถึงตัว ข้อหาทำให้ร้อนใจจนนั่งไม่ติดต้องมารออยู่ด้านล่าง “ยายเพลง แกนะแก ทำไมยอมไปกับเขาง่ายๆ แบบนั้น หา! แล้วนี่เขาทำอะไรแกหรือเปล่า เขาได้แกไปแล้วหรือยัง”

คำถามแสนทื่อที่ตรงราวกับไม้บรรทัดทำเอาคนตัวเล็กหัวเราะพรืดออกมา เรียวคิ้วขมวดมุ่นมองเพื่อนชายใจสาวอย่างขำๆ

“จะบ้าเหรอเจ๊! ยังไงหนูก็ยังมีความเป็นกุลสตรีเหลืออยู่นะ จะให้เขาง่ายๆ ได้ไง” แล้วคนมีความเป็นกุลสตรีหลงเหลืออยู่ก็ค้อนคนไม่มีความเป็นกุลสตรีแต่พองาม

“ย่ะ ไม่ให้ง่ายๆ แต่จะเอาเชื้อเขามาทำพันธุ์”

“เจ๊พูดจาน่าเกลียด หนูไม่คุยด้วยแล้ว”

คนตัวเล็กว่าเข้าให้แล้วแสร้งเดินหนี ผู้จัดการดาราหนุ่มสาวเท้าตามในทันทีด้วยความอยากรู้ อย่างไรเสียวันนี้เขาก็ต้องเค้นเรื่องราวทั้งหมดออกมาจากร่างบางตรงหน้าให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอกนะยะยายเพลง เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลย”

พิชชาภรณ์เหลือบมองไปทางลุงยามที่ตอนนี้กลับไปนั่งสัปหงกตามเดิมแล้ว และมองเลยไปถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของคอนโดฯ ที่มีพนักงานกะดึกนั่งฟุบหลับอยู่ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าลิฟต์เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก

“จะเล่าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ทันทีที่ถึงห้องปกรณ์ก็เปิดฉากซักฟอกทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่แม้แต่จะได้นั่งพักให้สบายตัว พิชชาภรณ์ยิ้มยั่วไม่ยอมเปิดปากจนกระทั่งอีกฝ่ายถลึงตาดุใส่

“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ คุณบุรินทร์เขาพาหนูไปกินข้าวที่คอนโดฯ” สิ้นคำชายใจสาวก็กรีดร้องวี้ดว้ายอย่างอดไม่อยู่ ท่าทางบ่งบอกว่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคนถูกพาไปเสียอีก

“แล้วยังไงอีก”

“แล้วเราก็...” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้หวังจุมพิตเธอ ดวงตากลมสวยชวนมองส่งประกายช่างฝันก่อนจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ในบันดล “ดื่มแชมเปญกันนิดหน่อย แล้วหนูก็ขอตัวกลับ”

คนวาดฝันตามถึงกับมีอาการค้างเติ่งเมื่อเพื่อนสาวหลอกให้คิดตามว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ทั้งกิริยา ท่าทางและแก้มเนียนสีระเรื่อ แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น มันเป็นไปได้อย่างไร

คนอารมณ์ค้างเท้าเอวมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

“นี่หล่อนจะบอกว่าหล่อนเข้าไปเดินเล่นในถ้ำเสือแล้วก็เดินตัวปลิวออกมาโดยไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่รอยแมวข่วนอย่างนั้นเหรอ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ อย่างไรฉันก็ไม่เชื่อเด็ดขาด”

คำเปรียบเทียบและท่าทางของเพื่อนชายใจสาวทำให้พิชชาภรณ์อดที่จะขำไม่ได้ นั่นสินะ เธอเข้าไปเดินเล่นถึงในถ้ำเสือแล้วก็ออกมาโดยไม่ได้เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย

“แต่เรื่องนี้เจ๊ต้องเชื่อค่ะ”

ปกรณ์สบตาหมายขอคำย้ำและเมื่อใบหน้าสวยพยักตอบตาแป๋วและหัวเราะคิกออกมา ปกรณ์ก็ถึงกับอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูในสิ่งที่เธอบอก จนเธอต้องยืนยันอีกครั้งและครั้งนี้ปกรณ์ก็ถึงกลับเป็นลมล้มพับไปในทันที

“เอิ๊ก!

 

สิงขรกลับมาที่คอนโดฯ อีกครั้งเมื่อเวลาล่วงเข้าวันใหม่ไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง ร่างสูงเดินออกมาจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นที่พัก บรรดาบอดีการ์ดส่วนตัวของบุรินทร์จะมีห้องพักในคอนโดฯ ซึ่งอยู่ชั้นล่างลงไปและผลัดกันขึ้นมาทำหน้าที่คอยดูแลเจ้านาย ส่วนสิงขรนั้นมีห้องพักอยู่ชั้นเดียวกัน โดยห้องของเขาจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับของผู้เป็นพี่ชาย ทำให้เขาได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากเจ้านายคนหนึ่ง

“นายเรียกคุณหินไปพบครับ” เอกวีร์ บอดีการ์ดผลัดกลางคืนที่ยืนประจำหน้าลิฟต์ปราดเข้ามาทำความเคารพแล้วกระซิบบอก สิงขรเลิกคิ้วสูงมองหน้าลูกน้องหนุ่มด้วยความสงสัย เวลาเลยเข้าวันใหม่ขนาดนี้แล้วพี่ชายมีเรื่องอะไรถึงต้องเรียกหากลางดึก

“นานแค่ไหนแล้ว”

ถึงจะเป็นน้องชายของบุรินทร์ แต่เขาก็เป็นแค่น้องชายคนละแม่ ชายหนุ่มจึงระลึกอยู่เสมอว่าตัวเองอยู่คนละชั้นกับผู้เป็นพี่ชาย เมื่อเจ้านายเรียก ลูกน้องก็ควรรีบไปพบ

“เกือบชั่วโมงแล้วครับ คุณหินออกไปได้สักสิบนาทีนายก็เรียกหา” บอดีการ์ดหนุ่มรายงานขณะเดินตามหลังร่างสูงไปที่ห้องผู้เป็นนาย

“แล้วนายบอกว่ายังไง”

“ผมบอกว่าคุณหินออกไปส่งคุณผู้หญิงครับ” คำเรียกขานพิชชาภรณ์ของบอดีการ์ดขัดหูชายหนุ่มไม่น้อย และเป็นอีกครั้งที่เลขานุการหนุ่มขมวดคิ้วหันกลับมามอง เมื่อไม่ปรากฏความผิดปกติบนใบหน้าคมคาย สิงขรก็ตบไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมา

“จำคำเรียกของนายไว้ให้ดีนะ เพราะต่อไปอาจจะได้ใช้บ่อยขึ้น”

ลักยิ้มที่ปรากฏบนแก้มซ้ายทำให้ใบหน้าคมดูผ่อนคลายกว่าเดิมจนคนถูกตบไหล่เผลอยิ้มตาม

“ขอบใจมาก”

“ครับ” บอดีการ์ดหนุ่มรับคำราวกับละเมอเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสที่หายไปกว่าสองปีของผู้เป็นหัวหน้า

ขอให้คุณหินกลับมาเป็นคุณหินคนเดิมเร็วๆ ด้วยเถิด

เสียงเคาะประตูสามครั้งซ้อนบ่งบอกว่าน้องชายต่างมารดาของเขากลับมาแล้ว บุรินทร์ไม่สนใจที่จะเอ่ยอนุญาตเพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีสิงขรก็ต้องเปิดประตูเข้ามา เสียงเปิดและปิดประตูที่ดังขึ้นตามลำดับบอกให้รู้ว่าห้องทั้งห้องไม่ได้มีเขาเพียงลำพังอีกต่อไป ซีอีโอหนุ่มที่เพิ่งถูกหญิงสาวที่รู้จักกันไม่ถึงวันทิ้งนั่งมองบรรยากาศของกรุงเทพฯ ด้วยสมองที่ฟุ้งซ่านจนต้องหาเหล้ามาดื่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากมุมห้องทำให้สิงขรต้องส่ายตามองหาที่มาของเสียง และภาพที่เขาเห็นก็คือขวดเครื่องดื่มสีเขียวขุ่นที่เคยอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยข้างโซฟาตัวยาวที่หันหน้าออกด้านนอกกำลังเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นพรม แถมมันยังถูกแทนที่ด้วยขวดบรั่นดีสัญชาติสก็อตแลนด์อีกต่างหาก

“ครับ”

“มาดื่มด้วยกันสิ” ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยสายตายังมองภาพเบื้องหน้าอยู่ไม่เปลี่ยน สิงขรถอนหายใจเบาๆ แล้วก้าวเข้าไปหาโดยไม่ลืมที่จะหยิบแก้วติดมือไปด้วย

“พวกข้างนอกบอกว่านายไปส่งเธอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อน้องชายยังคงจัดการเทเครื่องดื่มใส่แก้วของตัวเองเงียบๆ สิงขรเหลือบมองพี่ชายยิ้มๆ ก่อนจะทรุดลงนั่งบนโซฟาที่พี่ชายเพิ่งลุกออกไป

ชายหนุ่มจับน้ำเสียงของพี่ชายได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์หึงหวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ครับ” เขารับคำพลางยกเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นจิบก่อนจะเริ่มเล่ารายละเอียด “เธออยู่คอนโดฯ แถวสุขุมวิทเลยต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะไปถึง” สิงขรเล่าเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ ผิดกับยามปกติที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วฉับไวราวกับเวลาแต่ละนาทีมีค่าจนไม่อาจจะสูญเสียมันไปได้

“แล้วยังไงต่อ”

“เธออยู่คนเดียว”

“นายเห็นหรือไง” เสียงพี่ชายเข้มขึ้นเมื่อข้อมูลที่น้องชายบอกดูจะลึกซึ้งเกินไปจนเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกอย่างนั้น

“ไม่เห็นหรอกครับ แต่เธอบอกผมเอง”

“สนิทกันเร็วจริงนะ”

น้ำเสียงประชดประชันสั้นห้วนดังตามมา ทำเอาสิงขรที่ลอบสังเกตอยู่แล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้ เขาไม่ตอบ แต่เสยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ทำให้พี่ชายต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง

“พรุ่งนี้จัดการส่งดอกไม้ไปให้เธอ” เขาบอกและมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “ดอกกุหลาบสีขาว” ภาพพิชชาภรณ์กำลังถือดอกไม้งามช่อใหญ่วิ่งเข้ามาในหัว แล้วอยู่ๆ ใบหน้าคมคายก็ยิ้มบางๆ ออกมาจนคนมองทึ่งจัด

“กุหลาบหรือครับ”

น้องชายท้วงเมื่อท่าทางของพี่ชายดูจะแตกต่างกว่าที่เคย เขาจึงถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะปกติแล้วบุรินทร์ไม่ค่อยสนใจเท่าไรนักว่าจะส่งดอกไม้ชนิดใดไปให้หญิงสาวเหล่านั้น บอกเพียงว่า ดอกไม้ และมันก็หมายความแค่นั้นคือดอกไม้

“กับลิลลี่” พูดจบก็สาดน้ำสีเหลืองอำพันลงคอจนหมดแก้ว สายตาคมยังไม่ละจากภาพความวุ่นวายเบื้องหน้า แล้วอยู่ๆ ใบหน้าหวานใสและเสียงของคนที่เคยยืนอยู่ตรงนี้เมื่อชั่วโมงก่อนก็ผุดขึ้นในหัว

แล้วเจอกันนะคะที่รัก

แล้วเจอกันครับที่รัก เขาตอบกลับเธอไปในความคิดพร้อมกับยิ้มออกมาคนเดียวเหมือนสมใจในอะไรบางอย่าง

สิงขรที่มองพี่ชายอยู่ก่อนแล้วพยักหน้ารับ และยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่ม ใบหน้าคมดูผ่อนคลายลงกว่าที่เคยเมื่อเห็นอาการของพี่ชายที่เขารัก ผู้หญิงคนนี้คงต่างจากคนอื่น และเขาก็ขอให้เป็นอย่างนั้น

ภักดีบุรมย์คนน้องลุกขึ้นยืนเคียงคู่ผูเป็นพี่ชายหลังจากจัดการเทน้ำสีอำพันใส่แก้วทั้งสองและยื่นใบหนึ่งส่งให้คนข้างตัว เห็นท่าทางอมยิ้มของพี่ชาย แล้วก็อดที่จะเอ่ยปากแหย่ไม่ได้

“คุณเพลงเธอน่ารักดีนะครับ”

“เงียบไปเลยนะ นายหิน!” บุรินทร์ตวัดสายตาขุ่นพลางสั่งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างถึงที่สุด สรรพนามคุ้นเคยระหว่างพี่น้องถูกหยิบขึ้นมาใช้ ทำให้สิงขรหลุดหัวเราะพรืดเสียงดังอย่างที่ไม่ได้ทำมาหลายปี




ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น