ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 แผนหนีตามผู้ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.ย. 63




ตอนที่ 8 แผนหนีตามผู้ชาย

หลังจากที่ปฐมพยาบาลเพื่อนชายจนฟื้น พิชชาภรณ์ก็เข้าสู่กระบวนการซักฟอกของปกรณ์อีกครั้ง และครั้งนี้สาวสวยก็ไม่คิดที่จะปิดบังอีก เรื่องราวทุกฉากทุกตอนถูกถ่ายทอดออกมาให้ปกรณ์รับรู้ ท่ามกลางเสียงประกอบเป็นระยะๆ จากคนฟัง

“ก็อย่างที่หนูบอกเจ๊ไปตั้งแต่แรกแล้วไงคะ ว่าแค่ไปทานข้าวกัน ดื่มแชมเปญกันนิดหน่อยแล้วหนูก็กลับมานี่ไง”

“หล่อนช่วยย้ำให้ฉันฟังอีกครั้งชัดๆ ซิว่าไม่ได้ถูกเขาทำอะไรจริงๆ” ถึงแม้จะเชื่อใจและเชื่อในคำพูดของคนเล่าแต่ก็ไม่วายที่จะขอคำยืนยันอีกสักครั้ง เพราะสิ่งที่ปกรณ์รับรู้มาตลอดชีวิตเกี่ยวกับ บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ คือถ้าใครเข้าไปในห้องนั้นพร้อมชายหนุ่มแล้วละก็ จะไม่มีโอกาสกลับออกมาอีกเลยจนกว่าจะฟ้าสาง

ร่างบางถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะพูดย้ำเป็นรอบที่สามว่าเธอไม่ได้เสียอะไรให้ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย “เขาแค่จับมือหนู โอบหนูนิดหน่อย แต่เขายังไม่ทันทำอะไรหนูก็จูบที่คางเขา แล้วก็ออกมา”

“แค่นั้นแน่นะ”

“แน่ค่ะ” หญิงสาวย้ำให้อีกฝ่ายมั่นใจทั้งปากและตา ปกรณ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะผ่อนลมออกมาช้าๆ อย่างโล่งอก

“แล้วหล่อนจะทำยังไงต่อ”

นิ้วเรียวแตะที่มุมปากสวย ดวงตากลมวาววับก่อนจะฉายแววเจ้าเล่ห์ที่ปกรณ์มองแล้วชักเป็นห่วงชายหนุ่มขึ้นมาตงิดๆ เพราะพิชชาภรณ์เป็นคนที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน และก็เป็นดั่งที่เขาคาด

ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนยิ้มยั่ว แล้วจู่ๆ ก็หมุนตัวเดินเข้าห้องนอนที่อยู่อีกฝั่งโดยไม่บอกไม่กล่าว ทำให้ผู้จัดการดาราหนุ่มที่เคยแต่จัดการปัญหาชีวิตคนอื่นได้แต่มองตามหลัง เพราะชีวิตเพื่อนสาวของเขาช่างจัดการยากเย็นเสียเหลือเกิน

“จะไปไหนน่ะยายเพลง”

เสียงร้องตะโกนไล่หลังทำให้คนที่เข้าห้องไปแล้วชะโงกหน้ากลับออกมาส่งยิ้มหวานในแบบที่เขาไม่ค่อยจะชอบใจนักก่อนตอบ

“จัดกระเป๋าค่ะ”

“จัดกระเป๋า?” ชายใจสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความฉงน แล้วเดินรี่ไปหาเพื่อนสาวที่กำลังรื้อเสื้อผ้าออกมาพับใส่กระเป๋าเดินทางใบเขื่อง

“หล่อนจะจัดกระเป๋าไปไหน!

“ไปอยู่กับคุณแดน”

คำตอบทื่อๆ นั้นทำเอาคนฟังอยากจะเป็นลม “นี่หล่อนรู้จักกับเขายังไม่ถึงวันเลยนะ”

“เวลามันไม่ใช่ปัญหาสำหรับหนูหรอกค่ะเจ๊” พูดจบก็ก้มลงจัดชุดชั้นในสีลูกกวาดใส่ลงไปในกระเป๋า เหลือบมองคนตัวโตอีกครั้งก่อนจะชูแพนตี้สีหวานสองตัวให้ดู “เจ๊ว่าหนูควรเปลี่ยนแนวดีมั้ย”

“หมายถึง?”

“ก็นี่น่ะ หนูว่ามันไม่เร้าใจเลย เปลี่ยนเป็นแบบเซ็กซี่ๆ ดีกว่าเนาะ เผื่อจะเร้าอารมณ์คุณแดนได้บ้าง สีแดงมันจะดูร้อนแรงไปมั้ยคะเจ๊” เหมือนจะถามความคิดเห็นในตอนท้าย แต่พอคนถูกถามอ้าปากจะตอบ คนตัวเล็กก็ชิงพูดขึ้นมาเสียเฉยๆ “พรุ่งนี้เจ๊พาหนูไปเลือกเลยดีกว่า เอาแบบเริ่ดๆ เลยนะ แบบที่พวกนางร้ายในละครมันใส่ยั่วพระเอกน่ะ”

ท่าทางจีบปากจีบคอพูดไม่สมกับกุลสตรีที่เคยบอกไว้ทำเอาคนฟังแทบอยากจะเป็นลมเพราะเหนื่อยใจกับภารกิจทำเบบี๋ของเพื่อนสาวเสียจริงๆ

“เออ...เดี๋ยวจะพาไป”

“เอาชุดนอนด้วยนะคะ ซีทรู บางๆ สั้นๆ เอาให้แค่เห็นเขาก็ตาโตอยากพาหนูขึ้นเตียงไปทำลูกในทันทีอะไรอย่างนี้ ไม่ได้การแล้ว เดี๋ยวหนูเริ่มกินยาบำรุงตั้งแต่วันนี้เลยแล้วกัน เอาเข็มไปด้วยดีกว่า” มือนุ่มคว้ากล่องงานฝีมือที่พอจะมีติดตัวอยู่บ้างใส่ในกระเป๋าเดินทาง

“แกจะเอาไปทำไม เข็มแค่นั้นที่บ้านคุณแดนเขาก็คงมีอยู่หรอก”

“ไม่เอาหรอกค่ะ ใช้ของเรานี่แหละมั่นใจที่สุด ตอนที่เอาไปเจาะถุงยางของคุณแดนเขาจะได้ไม่สงสัยไง”

“เจาะถุงยาง?”

“ค่ะ ก็เจ๊เคยบอกว่าผู้ชายอย่าง คุณบุรินทร์ ภักดีบุรมย์ เป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ไม่ยอมให้ใครจับง่ายๆ เชื่อเถอะ เขาต้องบังคับให้หนูกินยาคุมแล้วตัวเองก็ต้องใช้ถุงยางอนามัย หนูเลยซ้อนแผนเปลี่ยนยาคุมเป็นยาบำรุง” พิชชาภรณ์หยิบถุงสีขาวที่มีโล้โก้รูปคบเพลิงมีงูพันรอบสีเขียวมะกอกออกมาจากลิ้นชักหัวเตียงและวางลงตรงหน้าคนตัวโตที่ตอนนี้เปลี่ยนมานั่งพับผ้าช่วยเธออยู่บนเตียงเรียบร้อย

ปกรณ์หยิบของที่อยู่ภายในออกมาดูช้าๆ แล้วอยากจะเป็นลม กล่องยาสีขาวสี่กล่องซึ่งข้างในบรรจุเม็ดยายี่สิบแปดเม็ดถูกปิดผนึกด้วยกระดาษฟอยล์สีเงินที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคืออะไร แถมพอก้มดูชื่อร้านขายยาก็ดันเป็นชื่อของเพื่อนสาวสมัยเรียนนามปณาลีที่ปัจจุบันเปิดคลินิกสูตินรีเวชเสียอีก

“แล้วก็เจาะถุงยางเพื่อให้สเปิร์มได้หลุดรอดออกมาสร้างยายหนูน่ารักๆ ให้หนูไงคะ เอ๊! หรือว่าหนูต้องขุดวิชาทำอาหารของคุณยายออกมาคิดเมนูที่ทำให้เชื้อเขาแข็งแรงด้วยดี อืม...ก็น่าสนนะ” พูดเองเออเองเสร็จสรรพก็ลงมือค้นหาของอีกอย่างออกมาวาง “เอานี่ไปด้วยดีกว่า ยาปลุกเซ็กซ์ ไอ้เอกมันบอกว่าไม่มีสีไม่มีกลิ่น ผู้ชายกินแล้วคึกอย่างกับม้า”

เรียวคิ้วสวยยักล้อเมื่อเอ่ยถึงของที่ เป็นเอก รัตนไพศาล ให้เธอมาเมื่อไม่กี่วันก่อน พอเห็นของที่อีกฝ่ายให้มาแล้วก็นึกถึงของอีกอย่างที่เธอได้มาพร้อมกัน พิชชาภรณ์เปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบกล่องกระดาษสีดำขนาดไม่ใหญ่นักออกมาวางตรงหน้า นิ้วเล็กแกะฝากล่องอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าของที่อยู่ภายในจะได้รับความกระทบกระเทือนจนเกิดความเสียหาย

“อะไรยะนั่น”

“สมบัติล้ำค่าของเป็นเอกค่ะ หนูไปขอยืมมาเมื่อวันก่อน” บอกพร้อมกับค่อยๆ หยิบของที่อยู่ภายในออกมาส่งให้คนถาม ปกรณ์รับมาถือไว้พร้อมกับพลิกแผ่นซีดีสีขาวสะอาดไร้ข้อความใดดูอย่างงงๆ

“หนังอย่างว่าค่ะ”

เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายมองมันอย่างฉงน หญิงสาวจึงตอบให้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยถาม และแน่นอนว่าปกรณ์ถึงกับตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน

“ว่ายังไงนะ!

“ก็เอามาดูเพื่อศึกษาไงคะ”

“ถึงกับต้องศึกษาเลยเหรอ” ปกรณ์ถามเสียงคราง และก็ได้รับคำตอบเป็นดวงหน้าหวานพยักหน้าหน้าขึ้นลงอย่างช้าๆ ที่บอกว่าเธอเอาจริงกับการศึกษาครั้งนี้มากขนาดไหน

“ก็พวกนางแบบในสังกัดของเจ๊บอกว่าคุณบุรินทร์เขาชอบผู้หญิงที่...” เสียงหวานเงียบลง แก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อคิดถึงสิ่งที่บรรดาอดีตสาวๆ ของชายหนุ่มเคยบอกไว้

คุณแดนเขาชอบผู้หญิงที่ทันเกมของเขา

ใบหน้าสวยสะบัดไปมาแรงๆ เมื่อคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“หนูก็เลยไม่อยากเป็นยายชีที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” คนไม่อยากเป็นยายชีจีบปากจีบคอตอบ “หนูซื้อหนังสือคู่มือทำลูกด้วยตัวเองมาด้วยนะคะ เขาบอกละเอียดมากทั้งอาหาร ทั้งวิธีการเร้าอารมณ์ ท่วงท่าที่ใช้ แล้วก็ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการมีอะไรกันด้วย”

เกือบหนึ่งนาทีเต็มกว่าผู้จัดการดาราคนเก่งจึงหาเสียงตัวเองเจอ ไม่ใช่เพราะอึ้งกับสิ่งที่หญิงสาวพูด แต่เพราะแต่ละคำที่พิชชาภรณ์พูดออกมาเริ่มสองแง่สามง่ามขึ้นเรื่อยๆ จนกะเทยแอ๊บแมนอย่างเขาทนฟังแทบไม่ได้

ยายหนูเพลงที่น่ารักว่านอนสอนง่ายของฉันถูกแทนที่ด้วยยายสาวใหญ่วัยหัดเสียวที่จ้องแต่จะเอาผู้ชายมาทำลูกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย

ปกรณ์ได้แต่คิดอย่างชอกช้ำหัวใจ นึกอยากจะได้เพื่อนสาวคนเดิมมาแทนที่อย่างผู้หญิงตรงหน้าเสียจริงๆ

หลังจากช่วยหยิบเสื้อผ้าของหญิงสาวใส่กระเป๋าใบโตเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางอาการอยากจะเป็นลมทุกสองนาทีกับแต่ละแผนการที่พิชชาภรณ์วางไว้อย่างไม่หยุดหย่อน ผู้จัดการดาราหนุ่มก็ถึงกับนั่งถอนหายใจดังเฮือกด้วยความเหนื่อยอ่อนบนเตียงนุ่ม เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ แถมพ่วงด้วยความหนักใจเข้าไปอีก

“ขอบคุณนะคะเจ๊ที่ช่วยหนูจัดกระเป๋า” เจ้าของกระเป๋ายื่นแก้วน้ำมาให้ตรงหน้า นั่งลงเคียงข้างมองดูกระเป๋าใบโตและของที่อยู่ภายในอย่างสมใจ

ทั้งแผงยาคุมที่มียาบำรุงอยู่ภายใน เข็มเย็บผ้าที่เตรียมไว้เจาะถุงยาง และยาปลุกเซ็กซ์ที่ไปเค้นมาจากเพื่อนอีกหนึ่งแผง ชุดชั้นในสีหวานที่ยามปกติชอบใส่ถูกทิ้งลงตะกร้าขณะที่ในกระเป๋าเหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีแสบทรวง และเสื้อผ้าที่ดูเซ็กซี่ที่สุด

ปกรณ์วางแก้วน้ำลงข้างกายก่อนจะค้นหาของในกระเป๋าของตัวเองบ้าง และเมื่อพบสิ่งที่ต้องการก็ยื่นให้ร่างเล็กข้างๆ

“นี่ของหล่อน”

ซองกระดาษสีขาวขนาดมาตรฐานถูกยื่นให้ตรงหน้า หญิงสาวเหลือบมองก่อนจะรับมาถือไว้งงๆ มือเรียววางแก้วน้ำของตนลงด้านข้าง สายตาจับอยู่ที่ซองสีขาวในมือและใบหน้าของคนยื่นให้สลับกันไปมา

“อะไรคะ”

“เปิดดูสิ”

มือขาวเปิดดูของที่อยู่ภายในอย่างว่าง่าย กระดาษแผ่นบางนอนนิ่งอยู่ภายใน นิ้วเรียวดึงมันขึ้นมากวาดตาดูมูลค่า

“สองแสน!” เสียงหวานอุทาน พิชชาภรณ์จับกระดาษแผ่นนั่นพลิกไปพลิกมาอีกครั้ง แล้วสายตาก็พลันปะทะเข้ากับลายเซ็นคนสั่งจ่าย “คุณบุรินทร์!

“ค่าตัวหล่อนคืนนี้” คำบอกเล่าของเพื่อนชายใจสาวทำเอาหญิงสาวต้องหันมามองหน้าเขา “ความจริงก็ไม่ใช่ค่าตัวหรอก เป็นค่าปิดปากฉันน่ะ คืออย่างไรดีล่ะ คุณสิงขร เลขาฯ ของคุณบุรินทร์เข้าใจว่าฉันเป็นผู้จัดการให้หล่อน เขาคงนึกว่าฉันขายเนื้อสด ก็เลยเอาเงินมาจ่ายให้ฉัน”

“แค่ไปกินข้าวกับเขาเจ๊ได้สองแสนเลยเหรอคะ”

“มันก็แล้วแต่คน ถ้าเป็นพวกนางแบบในสังกัดฉันที่ผ่านมาเยอะราคาก็ตกลงมาหน่อย แต่ถ้าเป็นพวกหน้าใหม่ใสซิงก็ราคาสูงขึ้นมานิด อย่างหล่อนนี่แหละ”

“เจ๊หาสาวๆ ส่งให้เขาด้วยเหรอคะ” คนที่เพิ่งรู้ถึงความลับในอาชีพของอีกฝ่ายถามพลางทำตาโต แต่ปกรณ์กลับทำหน้าเมื่อย

“ไม่ได้หา สาวๆ พวกนั้นอยากไปกับเขาเอง ส่วนฉันก็มีหน้าที่ตามล้างตามเช็ดข่าวคาวของบรรดาสาวที่อยากดังทางลัดพวกนั้น ถึงฉันไม่อยากทำก็ต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่” คนพูดถอนหายใจยาว เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเรื่องราวเหล่านี้ไม่น้อย “เธอก็รู้ว่าคุณบุรินทร์เขามีอิทธิพล เขาอยากจะให้ใครดัง อยากจะให้ใครดับ หรืออยากจะให้ใครหายไปจากวงการนี้เขาก็ทำได้เพียงแค่ดีดนิ้วสั่ง ส่วนฉันยังต้องอยู่ในวงการนี้อีกนาน ถึงไม่อยากทำแค่ไหนมันก็เลี่ยงไม่ได้หรอกนะ”

“หนูหาเรื่องลำบากใจให้เจ๊หรือเปล่าคะ” คนเพิ่งรู้ตัวถามเสียงอ่อย เริ่มรู้สึกไม่อยากให้เพื่อนรักเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ ใบหน้าหวานจึงซึมลงเล็กน้อย

เห็นท่าทางของเพื่อนสาวแล้วปกรณ์ก็ได้แต่ปลอบใจ

“ไม่หรอกน่า แต่หล่อนต้องสัญญากับฉันนะว่าหล่อนจะวางแผนดีๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้เขาเดินตามเกมที่วางไว้ อย่าให้มีพิรุธ ดูแลตัวเองดีๆ และรู้ว่าตอนไหนควรทำอะไร ผู้ชายอย่างคุณบุรินทร์มักไม่กลับไปหาผู้หญิงที่ตัวเองเคยใช้แล้วซ้ำสอง นอกจากว่าหล่อนจะโชคร้ายจริงๆ”

คำแนะนำของปกรณ์ทำให้คนฟังรู้สึกซึ้งใจที่มีเพื่อนดีๆ อย่างนี้

“ขอบคุณนะคะเจ๊”

“ก็ลงเรือลำเดียวกับเธอมาจนถึงขั้นนี้แล้วนี่” แม้ปากจะประชด มือจะจ่อยาดมที่จมูก แต่คำพูดของนางฟ้านามปกรณ์ก็ทำให้คนหน้าซึมเมื่อครู่ยิ้มออกมาได้ พิชชาภรณ์รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่มีวันจะทิ้งเธอ ไม่ว่าเธอจะเลือกทางเดินที่ผิดหรือถูกก็ตาม เขาพร้อมที่จะอยู่ข้างกายเธอเสมอ สมกับที่เธอคิดมอบตำแหน่งสำคัญให้เขา

“หนูรักเจ๊จัง” พูดจบก็โผเข้ากอดคนตัวโตที่นั่งข้างๆ ทันที จนร่างสูงที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเพราะคอแห้งถึงกับเสียหลักคะมำไปข้างหน้า น้ำในแก้วกระฉอกหกเลอะเสื้อจนเปียกชุ่ม

“ว้าย! ยายเพลง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่นิยมชะนีย่ะ” ว่าพลางใช้ศอกดันอกนุ่มนิ่มให้ออกห่างจากตัว ขนแขนของคนไม่นิยมชะนีลุกเกรียว นึกสยองกับคำบอกรักและการกระทำของหญิงสาว “อึ๋ย!

ท่าทางที่โอเวอร์แอกติงทำให้คนถูกดันออกอดที่จะย่นจมูกใส่ไม่ได้ เมื่อปกรณ์หันกลับไปให้ความสนใจกับการเช็ดรอยน้ำที่หกเลอะเสื้อ หญิงสาวก็โผเข้าล็อกคออีกฝ่ายอีกครั้ง และหอมแก้มของคนไม่นิยมชะนีแรงๆ พร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

“ถ้าเจ๊เป็นผู้ชายหนูจะจับทำสามี” คำพูดสั้นๆ และการกระทำทื่อๆ ทำเอาปกรณ์พูดไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้เธอกอดและซุกหน้ากับไหล่อยู่อย่างนั้นต่อไป

“แล้วที่นี้จะทำยังไงต่อไป” หลังจากปล่อยให้ชะนีตัวน้อยเกาะหลังอยู่หลายนาทีปกรณ์ก็เอ่ยถามขึ้น

“หนูจะทำให้เขาขอหนูเป็นแฟน แล้วก็ย้ายไปอยู่กับเขา” ชะนีน้อยส่งเสียงอู้อี้ตอบชิดลำคอแกร่ง “หนูบอกที่บ้านไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์ก่อนว่าหนูมีงานด่วนต้องไปอเมริกาสามเดือน”

ความรู้ใหม่ทำให้คนตัวโตต้องเอี้ยวหน้ากลับมามอง ดวงตากลมใสไม่ได้มีแววเจ้าเล่ห์ให้เห็น มันดูมุ่งมั่นจนเขาไม่กล้าขัดใจ

“ทำไมต้องเป็นอเมริกา”

“เพราะถ้าหนูท้องยังไงซะก็ยังสามารถอ้างกับคุณพ่อคุณแม่ได้ว่าใช้น้ำเชื้อจากธนาคารอสุจิ อเมริกาเป็นที่ที่ผู้หญิงโสดสามารถมีลูกได้” ปกรณ์นิ่งฟัง คนตัวเล็กเล่าแผนการคร่าวๆ ที่ตัวเองคิดไว้ในหัวให้อีกฝ่ายรู้

“ที่หนูไปอยู่กับเขาเพราะหนูไม่ต้องการให้น้ำเชื้อที่ควรจะเป็นของหนูไปอยู่กับผู้หญิงอื่น”

ความเงียบคือสิ่งเร้าให้เธอต้องพูดต่อ

“เมื่อหนูรู้ตัวว่าท้องหนูก็จะเลิกกับเขา”

คนวางแผนเตรียมการในใจเงียบๆ ถึงวิธีการบอกเลิก แล้วก็อดที่จะคิดไปถึงใบหน้าคมคายของคนที่ขับรถมาส่งเธอเมื่อกว่าชั่วโมงที่แล้วไม่ได้

“แล้วถ้าเขาไม่ยอมเลิกล่ะ”

“เขาต้องเลิกค่ะ” คนมั่นใจในแผนการสวนกลับ “เจ๊จำคุณสิงขรได้มั้ยคะ เขาจะเป็นหมากตัวหนึ่งที่หนูจะใช้ให้คุณบุรินทร์ยอมเลิก”

“แล้วเขาจะไม่รู้หรือว่าหล่อนท้อง” แม้จะเชื่อใจแผนการของเพื่อนรักแต่ก็อดห่วงในเรื่องสำคัญไม่ได้ ผู้ชายอย่างบุรินทร์หากรู้ว่าผู้หญิงที่นอนด้วยท้องคงไม่แคล้วบังคับให้ทำแท้งเหมือนนางแบบคนนั้นแน่

ดวงตากลมโตทอดมองไปเบื้องหน้าอย่างมีจุดหมาย สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ได้บอกเพื่อนรักก็คือเธออยากสั่งสอนโดยการเอาชนะผู้ชายเย่อหยิ่งที่ไม่เคยได้รับคำปฏิเสธคนนั้น

“เขาจะไม่มีวันรู้หรอกค่ะ แผนพวกนั้นหนูเตรียมเอาไว้แล้ว เจ๊คอยดูก็แล้วกัน อ้อ!...เช็คน่ะ เจ๊อย่าเพิ่งไปขึ้นเงินนะคะ มันอาจจะช่วยหนูได้ในอนาคต”

เฮ้อ! ชวดเงินสองแสนจนได้ ปกรณ์คิดพลางถอนหายใจยาวพร้อมกับส่งค้อนน้อยๆ ไปให้ แต่ทำได้ไม่ถึงนาทีความรู้ใหม่อีกเรื่องก็ทำให้เขาต้องหันมามองหน้าคนพูดอีกครั้ง

“เออ...เจ๊! หนูลืมบอก ตอนนี้หนูเปลี่ยนชื่อเป็น พิชชาภรณ์ ธีระปกรณ์ชัย แล้วนะ”

ท่าทางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างทำให้พิชชาภรณ์ขบขันไม่น้อย

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ”

“หล่อนเพิ่งบอกฉันว่าเปลี่ยนชื่อ” เสียงดัดแหลมที่ตอบกลับมายิ่งทำให้หญิงสาวต้องหัวเราะออกมา

“ก็ป้องกันไว้ก่อน” หญิงสาวเฉลยถึงที่มาของชื่อใหม่ เธอไม่ต้องการให้บุรินทร์รู้เรื่องของเธอมากกว่าที่เธอต้องการให้เขารู้ ดังนั้นการพรางตัวจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ หญิงสาวเอี้ยวตัวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมแล้วกรอกเสียงลงไปเมื่อมีคนรับสาย

“ไอ้เอก ฉันมีเรื่องให้แกช่วย”

เป็นเอกคือเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มที่แต่งงานไปแล้ว เป็นทั้งเจ้านาย หุ้นส่วนและเจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมที่เธออยู่อีกด้วย คอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นหนึ่งโครงการของบริษัทที่เธอร่วมหุ้นทำให้หญิงสาวมีห้องชุดส่วนตัวหนึ่งห้องโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ และห้องบนสุดก็เป็นห้องพักของเจ้าของโครงการและภรรยา

“แกก็มีเรื่องตลอดนั่นแหละ ไอ้เพลง โทร.มาทำไมดึกๆ ดื่นๆ คนจะหลับจะนอน รู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว หา!

เป็นเอกตะคอกคนโทร.กวนเสียงดังจนคนข้างกายสะดุ้ง ทำให้เขาต้องกอดปลอบอีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นมานั่งคุยกับยายเพื่อนตัวดีที่มีเรื่องไม่หยุดหย่อน วันก่อนก็มาขอยืมสมบัติล้ำค่าของเขาบอกว่าจะเอาไปศึกษา แถมยังบอกให้เขาหาของให้อีกต่างหาก นี่ถ้าไม่ติดว่าพิชชาภรณ์มีความลับของเขาสมัยเรียนอยู่ในมือและกลัวว่า น้องอิน หรืออินทุอรภรรยาสุดที่รักจะรู้เรื่องเข้าแล้วละก็ เขาไม่ยอมช่วยเหลือเรื่องที่เสี่ยงหัวแตกแบบนี้แน่

“ตีหนึ่งครึ่ง” เสียงตอบกวนอารมณ์คนฟังดังมาตามสาย

“รู้แล้วก็ยังโทร.” เป็นเอกบ่น แต่คนฟังหาได้สะทกสะท้านไม่ เพราะเรื่องของเธอสำคัญกว่าการนอนกอดเมียของเพื่อนรักเป็นไหนๆ  “อะ...อะ...ว่ามา ฉันจะได้ไปหลับไปนอนเสียที”

“ฉันอยากให้แกช่วยเปลี่ยนชื่อของฉันที่มีอยู่ในสารบบของคอนโดฯ แก”

“แค่นี้เนี่ยนะที่แกโทร.มาดึกๆ ดื่นๆ ” เจ้าของคอนโดฯ อยากจะบีบคอสวยๆ ของเพื่อนสาวเสียจริงๆ

“ใช่ และฉันต้องการให้แกแก้ให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาพฤติกรรมสมัยเรียนของแกแฉให้น้องอินรู้ให้หมดเลย” เสียงหวานข่มขู่ไปตามสาย เป็นเอกและปกรณ์อ้าปากค้างแทบจะทันทีที่หญิงสาวพูดจบ แม้ว่าคนทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกันก็ตาม

“เออๆ...รู้แล้ว เดี๋ยวแก้ให้ ตอนนี้เลยใช่มั้ย แล้วมีอะไรให้ช่วยอีกไหมขอรับคุณเพื่อนที่เคารพ” ท้ายประโยคติดจะประชดเพื่อนสาวอยู่ในที และแน่นอนว่าพิชชาภรณ์ไม่สนใจมันอีกเช่นเคย แถมยังประชดกลับให้ปลายสายแสบๆ คันๆ เล่นอีกต่างหาก

“ไม่มีอะไรแล้วค่ะคุณเพื่อนที่เคารพ กลับไปนอนกอดภรรยาที่แสนจะเคารพรักได้แล้วนะคะ แค่นี้แหละ ขอบใจมาก อย่าลืมนะว่าตอนนี้เลย” พูดจบก็วางสายแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้คนที่นั่งฟังตาค้างอยู่ข้างๆ ปกรณ์สัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่มีวันขัดใจนางมารร้ายที่ชื่อพิชชาภรณ์เด็ดขาดหากไม่จำเป็น

“เรียบร้อยค่ะ”

“ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย ยายเพลง”

“ก็คุณสิงขรเป็นคนมาส่งหนู เขาดูฉลาดแล้วก็ทันคนมาก เขาอาจจะมาสืบประวัติหนูก็ได้ ดังนั้นป้องกันไว้ก่อนค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าบอกให้รู้ว่ามั่นใจในความคิดของตัวเองมาก พลอยทำให้คนฟังพยักหน้าหงึกหงักตามอย่างช่วยไม่ได้

 

คอนโดมิเนียมหรูของนักธุรกิจหนุ่มที่ยามปกติใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจกับหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ตอนนี้กลับเป็นสถานที่ที่สองพี่น้องใช้ดื่มด่ำกับรสชาติที่น่าหลงใหลของเมรัย

“นายคิดว่าเขาเป็นยังไง หิน” เสียงภักดีบุรมย์คนพี่เอ่ยถามน้องชายที่ตอนนี้กำลังทอดกายตามความยาวของโซฟาพร้อมกับบิดขี้เกียจไปมา

“หมายถึงคุณเพลงน่ะหรือครับ”

ประโยคคำถามของน้องชายทำให้คนฟังรู้สึกฉุนไม่น้อย

“แล้วนายคิดว่าใคร”

คำตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดทำให้มุมปากของเลขานุการหนุ่มขยับยกเผยให้เห็นลักยิ้มข้างซ้าย “ก็นายมีผู้หญิงตั้งหลายคน ผมก็ต้องถามก่อนแหละว่าหมายถึงคนไหนจะได้ตอบถูก”

เสียงเจือทะเล้นของน้องชายทำให้คนมีผู้หญิงเยอะตวัดสายตาขุ่นๆ มอง สิงขรจึงหุบยิ้มก่อนจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อตอบคำถามอย่างเป็นการเป็นงาน

“เธอไม่ใช่ดาราหรือนางแบบที่ต้องการชื่อเสียงจากการมีข่าวกับนายบุรินทร์ ภักดีบุรมย์ แล้วจากที่ผมได้คุยกับเธอ เธอค่อนข้างฉลาด”

“มากเลยต่างหาก” พี่ชายผู้ประจักษ์กับสายตามาแล้วต่อให้ และคนเป็นน้องก็เอียงคอมองล้อๆ ว่าหญิงสาวคนนั้นทำอะไรถึงทำให้พี่ชายเขาเอ่ยปากชมได้

บุรินทร์ตวัดสายตาขุ่นใส่น้องชายอีกครั้งก่อนจะเสยกแก้วบรั่นดีขึ้นสาดลงคอจนหมดแก้วเหมือนไม่ใส่ใจสายตาใคร่รู้ปนรู้ทันของน้องชาย แต่สิงขรก็ยังคงจ้องอยู่จนคนถูกจ้องเริ่มรู้สึกกรุ่นๆ

“แกจะจ้องฉันทำไมนักหนา”

“ก็ผมอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คุณบุรินทร์เอ่ยชมผู้หญิงสักคนว่าฉลาดได้”

บุรินทร์ทำเป็นไม่สนใจคำถาม มือหนาคว้าขวดบรั่นดีมาเทใส่แก้วเหมือนไม่ได้ยินประโยคนั้นของอีกฝ่าย สิงขรจึงได้พูดต่อ

“ผมไม่ค่อยไว้ใจเธอเลย”

“ทำไม” บุรินทร์สวนกลับอย่างรวดเร็วจนน้องชายเผลอยิ้มตาม ใบหน้าคมปรับให้เรียบเฉยขณะเอ่ยถึงเรื่องที่เขากำลังคิด

“เธอสวยเกินไป ฉลาดเกินไป รวยเกินไป และก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอกำลังจะเข้ามาสร้างความยุ่งยากให้กับภักดีบุรมย์”

“นายขี้ระแวงเกินไปต่างหาก” คนถูกใจในตัวหญิงสาวตำหนิพลางยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อตัดบทสนทนาดังกล่าว และหากเขาจะรู้สักนิดว่าสิ่งที่น้องชายสันนิษฐานนั้นเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต เขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่สนใจเธอเลยก็ได้






ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น