ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 เข้าทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ส.ค. 63



ตอนที่ 6 เข้าทาง

คอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนักธุรกิจหนุ่มมีโอกาสได้ต้อนรับหญิงสาวในเวลาต่อมา เธอถูกเชื้อเชิญให้ก้าวเข้าไปในลิฟต์กลางห้องโถงของตัวตึกอย่างสุภาพ โดยมีบุรินทร์ขยับเข้าไปยืนเคียงข้าง แววตาคมทอประกายความต้องการในตัวเธออย่างเปิดเผย และยิ่งร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อริ้วแดงระเรื่อแต่งแต้มที่แก้มเนียนเหมือนเด็ก

เธอช่างน่าสนใจจริงๆ

อนุชิตและสิงขรก้าวเข้าไปยืนหันหลังให้คนทั้งคู่อย่างเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ได้ดี เลขานุการหนุ่มยกมือขึ้นแตะที่หูของตัวเองเบาๆ เมื่อได้รับสัญญาณว่าของที่เจ้านายต้องการนั้นเรียบร้อยแล้ว

“นายกำลังขึ้นไป” เอ่ยแค่นั้นแล้วใบหน้าคมก็เรียบเฉยดังเดิม ดวงตาคมมองตัวเลขบนหน้าปัดที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ขณะที่อนุชิตเมินตาหลบไปอีกทาง หนุ่มสาวในลิฟต์สบสายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง หนึ่งหวังจะยั่วยวน ขณะที่อีกหนึ่งไม่คิดจะปิดบังความต้องการที่ซ่อนเร้น

ภายในห้องชุดสุดหรูของผู้บริหารแห่งชาร์โก้ทรานสปอร์ตถูกตกแต่งให้เป็นภัตตาคารเฉพาะกิจ ดอกกุหลาบขาวนับร้อยถูกจัดวางอย่างลงตัวสร้างกลิ่นหอมอบอวลและกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาลึกล้ำให้ตื่นขึ้น แสงเทียนนวลลออทอประกายหวังสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้คู่หนุ่มสาว นี่เป็นข้อดีอีกข้อของบุรินทร์ คือเขาทุ่มไม่อั้นขอเพียงแค่ซื้อใจเธอให้ได้เท่านั้น

พิชชาภรณ์หันมามองชายหนุ่มด้วยความทึ่งจัด เวลาเพียงไม่นานเขาสามารถเนรมิตความโรแมนติกได้ราวกับเตรียมการมาหลายเดือน เบื้องหน้าเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ตอนกลางคืนของเมืองหลวง แสงสีของหลอดนีออนตัดกับความมืดมิดที่ปกคลุมราวกับกำลังยืนอยู่บนท้องฟ้าและเบื้องล่างเป็นหมู่ดาวพราวระยับ บุรินทร์ถอดเสื้อสูทสีเข้มพาดไว้บนพนักพิงของเก้าอี้ตัวหนึ่ง พับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ขณะมองตามร่างสมส่วนด้วยแววตาของเพชฌฆาตที่เตรียมตะครุบเหยื่อ

“ผมบอกแล้วว่าคุณต้องชอบ” เสียงทุ้มเอ่ยกับแผ่นหลังบางที่เขาก้าวเข้ามายืนซ้อนทับ มือหนายื่นแก้วเครื่องดื่มสีสวยส่งให้อย่างเอาใจ “แชมเปญครับ”

มือบางยื่นออกไปรับแก้วมาถือไว้ สายตาเจ้าเล่ห์ทอประกายเพียงนิดก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย้ายั่วอย่างจงใจ

“แชมเปญเอาไว้สำหรับฉลอง แล้วเราสองคน...จะฉลองอะไรกันดีคะ”

ชายหนุ่มนิ่งคิดตามก่อนจะตอบกลับด้วยสายตาชนิดเดียวกัน “ฉลองให้กับมิตรภาพของเราเป็นไงครับ”

“และโทรศัพท์มือถือ” เสียงหวานใสต่อให้พลางชนแก้วกับเขาเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่ม เรียวคิ้วสวยยักล้ออยู่ในทีอย่างเป็นต่อ

“และโทรศัพท์มือถือ”

เขาพูดตามและยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง ดวงตาที่มองร่างตรงหน้ายังคงกรุ้มกริ่มไม่เปลี่ยนแปลง พิชชาภรณ์ละเลียดเครื่องดื่มของตัวเองช้าๆ สบตาตอบเขาโดยไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้จิตใจได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศรอบข้างและคนตรงหน้า

ม้าพ่อพันธุ์

จู่ๆ คำพูดของเพื่อนชายใจสาวก็ดังขึ้นมาในความคิด ดวงตากลมหวานไล่มองร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียบตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดที่ถูกพับจนถึงข้อศอก ผ่านหน้าท้องแกร่งจนถึงช่วงขาเรียวที่ซ่อนอยู่ในกางเกงสแล็กสีดำพอดีตัว

ข้างในนั้นจะใหญ่โตเหมือนตัวเขาหรือเปล่านะ

หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดหัวเราะกับความคิดดังกล่าว แต่ก็ห้ามได้เพียงน้อยนิดเพราะรอยยิ้มขำได้ถูกแต่งแต้มที่ริมฝีปากงามไปเรียบร้อยแล้ว

เรียวคิ้วเข้มของอีกคนขยับยกสูงด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ” เธอส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะชวนเขาคุยเรื่องอื่น “คุณพาฉันมาที่นี่ ไม่กลัวคนรักของคุณว่าหรือคะ”

“ผมกำลังมองหาอยู่” คราวนี้สายตาคมจ้องดวงหน้าหวานตรงๆ อย่างบอกให้รู้ว่าคนที่เขากำลังหานั้นเป็นใคร

พิชชาภรณ์เสหัวเราะกลบเกลื่อนทั้งๆ ที่เข้าใจความหมายที่เขาส่งมาได้ชัดเจน แต่ยังก่อน มันง่ายเกินไปที่จะตกลงกับเขาตอนนี้

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เจอเร็วๆ นะคะ”

“อวยพรให้เธอไม่ปฏิเสธผมดีกว่านะครับ” เขาแย้งเพื่อที่จะบอกให้เธอรู้ว่าเขาเจอแล้วต่างหาก รอยยิ้มกดลึกและดวงตาคมกริบคู่นั้นช่างดูถือดีและมั่นใจในตัวเองเสียเหลือเกิน แต่สำหรับพิชชาภรณ์คนที่ไม่รู้จักชายหนุ่มตรงหน้า สิ่งที่หญิงสาวแสดงออกไปคือดวงตากลมขยายกว้างด้วยความทึ่งจัด และเสียงหวานที่พยายามดัดให้ดูเหมือนว่าเธอตกใจกับสิ่งที่เขาบอกจริงๆ

“ผู้ชายอย่างคุณเคยโดนผู้หญิงปฏิเสธด้วยหรือคะ”

“ถ้าตามประสบการณ์แล้วก็ไม่เคยนะ” ชายหนุ่มบอกอวดๆ “และครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน ผมคิดว่าอย่างนั้น”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดอวดตัวของเขาหรือเปล่า พิชชาภรณ์ถึงได้รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาเสียเฉยๆ ผู้ชายมักเป็นแบบนี้อย่างไรเล่า เธอถึงไม่ต้องการมีใคร อารมณ์อยากเอาชนะแล่นเป็นริ้วขึ้นมาต่างจากคราวแรกที่ต้องการบางอย่างจากเขาเท่านั้น มุมปากสวยขยับยกเผยให้เห็นรอยบุ๋มข้างแก้มเนียน

“ก็ไม่แน่นะคะ”

พูดจบก็หมุนตัวเดินไปที่โต๊ะอาหารใต้แสงเทียนที่คนของเขาจัดเตรียมไว้อย่างไม่ใส่ใจคนข้างหลังอีก

แล้วฉันจะเป็นคนให้ประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคยกับคุณเองค่ะ คุณบุรินทร์

 

มื้ออาหารดำเนินไปตามที่มันควรจะเป็น มีบทสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้างในบางครั้ง และมันก็ทำให้บุรินทร์ลงความเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าเขา ฉลาดอาจจะเรียกได้ว่าฉลาดมากเลยก็ได้ เธอแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยคบหรือร่วมหลับนอน เธอหลอกล่อให้เขาเดินตามเกมก่อนจะเลี่ยงไปเรื่องอื่นเมื่อมันเข้าใกล้ตัวเองเกินไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เธอท้าทายเขาทั้งสายตา ท่าทาง และคำพูด แต่พอเขาจ้องที่จะตะครุบเธอกลับยิ้มยั่วแล้วเดินจากราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งนั่นมันทำให้เธอน่าสนใจกว่าใบหน้าสวยๆ ของเธออีกเท่าตัว

“วิวที่ห้องคุณสวยมากเลยนะคะ” ร่างที่กำลังยืนพิงกระจกชมทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ เอ่ยชม ดวงตากลมใสดื่มด่ำไปกับบรรยากาศเบื้องหน้า แสงไฟหลากสีที่ถูกแต่งแต้มลงบนผืนฟ้าบ่งบอกว่าเมืองแห่งนี้ไม่มีวันหลับ และไม่เคยคิดที่จะหลับ

“ถ้าคุณชอบ จะมาที่นี่บ่อยๆ ก็ได้นะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชวนข้างใบหูขาวสะอาด กลิ่นหอมรวยรินจากแก้มนวลทำให้เขาหยุดดอมดมด้วยความหลงใหล ลมหายใจร้อนรินรดข้างแก้มสวยเกือบหนึ่งนาทีเต็ม จนลมหายใจของเธอเองเริ่มติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองมโหระทึก เธอไม่นึกว่าเขาจะจู่โจมรวดเร็วขนาดนี้

เป็นนานกว่าที่แก้วทรงสูงเนื้อดีบรรจุแชมเปญสีสวยจะถูกยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวข่มความรู้สึกประหม่ากลับเข้าไปภายในและพยายามเตือนตัวเองว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ดวงตาคู่สวยปิดลงและเปิดขึ้นมาใหม่พร้อมกับแววตาที่แตกต่างจากเมื่อครู่

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ” ถามออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเธอก็ดีใจที่มันเป็นอย่างนั้น

ดวงตาท้าทายถูกส่งมาให้ และคนมองก็รู้สึกพอใจที่ได้เห็นมัน นั่นแสดงว่าเธอพอใจที่จะให้เขาหาเศษหาเลยกับเรือนร่างของเธอ

“มิตรภาพของเราไง” เขายังคงทำตัวตามปกติได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและจ้องเธอตอบด้วยท่าทางสบายๆ

“แค่มิตรภาพเท่านั้นหรือคะ” เสียงหวานยั่วล้อเมื่อเห็นเขายกแก้วขึ้นดื่ม แล้วลดแก้วลงมาในระดับเดิม ดวงตาสองคู่สบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ถ้าคุณอยากได้มากกว่านั้น...”

เขาจงใจละคำไว้โดยให้สายตาบอกความหมายมากกว่านั้นให้เธอรับรู้แทน คนถามยิ้มหวานหยดก่อนจะทำตาใสซื่อราวกับไม่เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ

“แล้วมากกว่านั้นนี่...มันเป็นยังไงเหรอคะ” สาวสวยขยับร่างเข้ามาใกล้ร่างแกร่ง ไล้ฝ่ามือข้างที่ว่างไปตามแผ่นอกกว้างหวังยั่วยวนอารมณ์หนุ่มของคนตรงหน้าให้โหมกระพือ ดวงตากลมสวยช้อนมองเขาอย่างท้าทาย ก่อนจะยกสปาร์กลิงไวน์ขึ้นดื่ม ริมฝีปากอิ่มเผยอรับสัมผัสเย็นเฉียบจากปากแก้วก่อนจะปล่อยให้น้ำสีสวยไหลผ่านเข้าไปโดยง่ายอย่างช้าๆ โดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ทั้งปากและตาที่ยั่วยวนทำให้เขาตอบแทนคำถามของเธอด้วยการโน้มใบหน้าเข้าใกล้หวังจะจุมพิตริมฝีปากช่างล้อเพื่อแสดงให้เห็นถึงความหมายที่มากกว่านั้นให้เธอรู้ แต่หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขายังโน้มตัวลงมาไม่ถึงชิงเขย่งขึ้นจุมพิตที่ปลายคางสากของเขารวดเร็วจนร่างสูงผงะอย่างมึนงงที่อยู่ๆ ก็ถูกเธอจู่โจมก่อน ดวงตากลมปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่งยิ้มยั่ว เรียวลิ้นเล็กเลียกลีบปากบนในท่าทางที่ทำให้คนมองหายใจหอบด้วยอารมณ์ปรารถนาในตัวเธอ

หญิงสาวยิ้มหวานอย่างพอใจที่เห็นเขาเผยความต้องการในตัวเธอได้อย่างชัดเจน แต่วันนี้มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น

“ไว้เราค่อยสานต่อมิตรภาพกันวันหลังนะคะ วันนี้ฉันอยากกลับแล้ว”

น้ำเสียงหวานเปลี่ยนเป็นออดอ้อนทำเอาคนฟังงงหนักเข้าไปอีก และเมื่อเข้าใจความหมายว่าเธอกำลังจะขอกลับ แขนหนาก็เลื่อนลงมาตามแผ่นหลังบางก่อนจะกระชับเอวคอดให้แนบชิดกับกายแกร่ง สายตามึนงงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยั่วตอบ เขาไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงออกจากห้องนี้ก่อนฟ้าสาง และครั้งนี้ก็เช่นกัน...

“แล้วถ้าผมไม่ให้คุณกลับ คุณจะอยู่สานต่อมิตรภาพมากกว่านั้นกับผมมั้ย” จมูกโด่งกดลงข้างแก้มเนียน สูดความหอมเข้าปอดลึกอย่างอ้อยอิ่ง มือที่โอบกระชับเปลี่ยนเป็นขยับลูบไล้หวังสร้างอารมณ์หวามเพื่อให้เธอตอบตกลงที่จะอยู่ต่อในคืนนี้ เขาไล้จมูกไปตามแก้มนวลหวังที่จะครอบครองริมฝีปากอิ่ม แต่อยู่ๆ มือบางกลับยกขึ้นดันอกเขาไว้ก่อนที่จะได้ทำมันอย่างใจนึก

“คุณต้องให้ฉันกลับค่ะ”

คำขาดและริมฝีปากยิ้มเย็นถูกยื่นมาให้ อีกทั้งน้ำเสียงก็บอกได้ดีว่าเธอจริงจังมากแค่ไหนกับคำพูดนั้น บุรินทร์จึงทำได้เพียงแค่ก้มลงสบตาหญิงสาวหมายค้นหาความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูด มีผู้หญิงหลายคนที่เคยใช้วิธีนี้เพื่อหลอกล้อให้เขาคลั่งไคล้ในตัวเธอ แต่ทุกครั้งมันก็จบลงที่เตียงอยู่ดี แต่สายตาของคนตรงหน้ากลับไม่มีแววล้อเล่นอย่างที่หวัง ทำให้เขาต้องตัดใจยอมคลายอ้อมแขนออกและไม่พยายามบังคับเธอด้วยการกระทำอย่างเมื่อครู่อีก

พิชชาภรณ์คลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อแขนแกร่งตกลงข้างตัว มือข้างที่วางทาบอยู่กับอกอุ่นเปลี่ยนเป็นลูบไล้ขึ้นสูงก่อนจะเกี่ยวลำคอหนาลงมาใกล้

“จำไว้นะคะ ฉันชื่อ พิชชาภรณ์ ธีระปกรณ์ชัย”

ขยับตัวขึ้นกระซิบที่ริมหูขาวพร้อมกับเป่าลมบางเบาใส่อย่างยั่วเย้า ฟันบนขบริมฝีปากล่างขณะส่งสายตายั่วยวนไปให้ เซ็กซี่ที่สุดนั้นคือสิ่งที่เขาคิดออก นิ้วชี้เรียวลากไปตามสันคางบึกบึนอย่างจงใจก่อนจะหมุนตัวมาคว้ากระเป๋าถือของตัวเองบนโซฟาแล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนที่จะออกไปยังไม่ลืมเอี้ยวตัวกลับมายิ้มยั่ว

“แล้วเจอกันนะคะที่รัก”





ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น