ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11 แผนการขั้นที่ 3 : หลอกล่อให้เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 ก.ย. 63


ตอนที่ 11 แผนการขั้นที่ 3 : หลอกล่อให้เป็น

บุรินทร์อดที่จะแปลกใจไม่น้อยเมื่อขับรถมาถึงสถานที่ที่หญิงสาวข้างกายบอกว่าเธอจองโต๊ะอาหารไว้ในเวลาเกือบเที่ยงคืนแบบนี้ พิชชาภรณ์หันมาส่งยิ้มหวานก่อนจะลงจากรถไปก่อนทำให้ร่างสูงต้องก้าวลงไปบ้าง

ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นคือแม่น้ำสายหลักที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตของคนเมือง และก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรต่อ พิชชาภรณ์ก็สาวเท้าเข้ามายืนข้างๆ จับข้อมือแกร่งให้ออกเดินไปบนทางเดินอิฐตัวหนอนเส้นเล็กๆ ที่เชื่อมกับท่าน้ำ ไอเย็นของผืนน้ำต้องผิวกายทำให้รู้สึกสดชื่นคลายความอบอ้าว บรรยากาศยามค่ำคืนของตัวเมืองที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟหลากสีตัดกับความมือมิดของกาลเวลา สายน้ำเบื้องหน้ามีเรือสำราญลำใหญ่จอดรอท่าราวกับกำลังรอใครสักคน

เขายังไม่ทันได้เอ่ยถาม พิชชาภรณ์ก็พาเขาเดินไปตามทางเดิน เท้าเล็กๆ บนส้นสูงกว่าสองนิ้วส่งเสียงเบาๆ ตามจังหวะที่เธอก้าวเดิน และเมื่อทั้งคู่ก้าวขึ้นมาบนเรือแล้ว สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าก็คือห้องอาหารหรูระดับห้าดาว รอบข้างกรุด้วยกระจกใสเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ยามคำคืนของเมืองกรุง

“เชิญทางนี้เลยครับ”

บริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาหาและเชื้อเชิญ หญิงสาวข้างกายหันมาส่งยิ้มให้เขาก่อนจะเดินตามไป โดยที่มือบางเลื่อนลงไปจับที่มือหนาอย่างเป็นธรรมชาติ และออกแรงดึงให้เขาเดินตาม ประกาศให้ผู้ได้พบเห็นรู้กรายๆ ว่านี่คือคนของเธอ แม้ว่าทั้งลำเรือจะมีเพียงบริกรที่อำนวยความสะดวก นักดนตรีที่ปกรณ์เตรียมไว้ และพนักงานของเรือซึ่งรวมแล้วไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำก็ตาม

ทั้งสองถูกเชิญให้นั่งลงที่โต๊ะซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บุรินทร์เพิ่งสังเกตว่าทั้งลำเรือมีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่เป็นแขก หนำซ้ำยังมีโต๊ะอาหารแค่โต๊ะเดียว ราวกับจัดมาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“เสิร์ฟอาหารเลยนะครับ” บริกรหนุ่มค้อมศีรษะบอกขณะรินไวน์องุ่นให้กับคนทั้งคู่ พิชชาภรณ์หันมาส่งยิ้มและพยักหน้ารับโดยไม่มองเรียวคิ้วเข้มที่เลิกขึ้นของคนตรงหน้าแม้แต่นิด

“ฉันสั่งอาหารให้คุณแล้วค่ะ”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมอยากจะกินอะไร” ดวงตาคมเข้มมองอาหารที่อยากกินตรงหน้าตาไม่กะพริบ พิชชาภรณ์ไม่ตอบ แกล้งไม่รับรู้ความหมายที่เขาส่งมาเสียดื้อๆ ดวงตากลมหวานเมินไปมองวิวด้านนอกตัวเรือที่กำลังเคลื่อนไปตามลำน้ำอย่างช้าๆ ไม่รีบเร่ง

บรรยากาศรอบๆ เริ่มเปลี่ยนไป แสงไฟที่สว่างจ้าหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสีนวล ลำเทียนสีขาวกลางโต๊ะถูกจุดขึ้นด้วยมือของบริกรหนุ่มคนเดิมที่คอยให้บริการเพิ่มบรรยากาศแสนหวานให้ครุกรุ่นไปทั้งลำเรือ เสียงไวโอลินแผ่วพลิ้วเรียกร้องความสนใจจากคนทั้งคู่ก่อนจะตามด้วยเพลงบรรเลงหวานหูที่คุ้นชินของคนตัวโต

“เพลงนี้ผมรู้จักนะ”

บุรินทร์กล่าวขณะมองไปทางต้นเสียง วงดนตรีออสเคสตร้าขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยนักดนตรีสี่คนกำลังบรรเลงเพลงอยู่บนพื้นยกระดับประมาณครึ่งฟุต

Everything I do

แทนคำตอบพิชชาภรณ์ทำเพียงแค่เลิกคิ้วมองและอมยิ้มน้อยๆ อย่างเจ้าเล่ห์ทำให้บุรินทร์ยิ่งรู้สึกอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เธอยอมเปิดปากว่าเหตุใดเพลงของนักร้องคนโปรดของเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะคิดหาวิธีออกบริกรหนุ่มสาวสองคนก็เดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารลงตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ เปิดฝาครอบออกเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน

“สเต๊กเนื้อแกะ”

“จากนิวซีแลนด์” เสียงหวานต่อให้ในตอนท้าย ขณะลงมือหยิบส้อมกับมีดขึ้นมาถือไว้อย่างละข้าง เตรียมตัวลงมือกินอาหารตรงหน้าของตัวเองบ้าง นักธุรกิจหนุ่มหรี่ตาลงเพื่อค้นหาความจริงในสิ่งที่เธอพูด แต่พิชชาภรณ์ก็เพียงแค่ยิ้มโดยไม่ยอมตอบอะไรอีกเช่นเคย

เกือบสองนาทีเต็มหญิงสาวก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ เมื่อบุรินทร์ใช้มาตรการเงียบและไม่ยอมแตะต้องอาหารตรงหน้า เอาแต่นั่งกอดอกจ้องหน้าจนเธออดรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก

“คุณหินบอกฉัน”

“นายหินอีกแล้ว” เสียงเข้มทุ้มต่ำบอกให้รู้ว่าไม่พอใจในคำตอบของเธออย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เอาน่า คุณอย่าทำให้บรรยากาศดินเนอร์ครั้งแรกของเราต้องเสียสิคะ” ความเงียบคือสิ่งที่เธอได้รับ หญิงสาวก็พูดต่อต่อ “ฉันอ่านมาจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสารนักธุรกิจใหม่ไฟแรงว่าคุณชอบเพลงของ ไบรอัน อดัม”

“ค่อยดีขึ้นหน่อย แต่ผมอยากจะบอกว่านี่เป็นดินเนอร์ครั้งที่สองของเราต่างหาก”

เขาท้วงและได้รับจมูกโด่งเชิดย่นใส่เขาอย่างน่ารัก ทำให้บุรินทร์อดที่จะยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดีไม่ได้ เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด

“คุณสนใจเรื่องของผม”

“หลงตัวเองจัง” พิชชาภรณ์เอ่ยแก้เมื่อเขาหาว่าเธอสนใจเขาอีกแล้ว เธอไม่ได้สนใจเรื่องของเขา แต่น้ำเชื้อของเขานั่นต่างหากที่เธอสนใจ

 

หลังจากนั่งสบตากลมหวานแต่เย้ายวนขณะละเลียดอาหารมื้อสุดพิเศษและของหวานท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติคบนเรือสำราญจบลง ตามด้วยเหล้าองุ่นขวดที่สองหมดไปเกือบครึ่ง ร่างสูงก็ผุดลุกขึ้นเพราะนึกอยากออกไปสูดอากาศรับลมด้านนอกหวังให้สร่างเมา เขาไม่เคยดื่มไวน์พร้อมกับมื้ออาหารมากขนาดนี้มาก่อน แต่อาจเป็นเพราะคนตรงหน้าที่ทำให้ทุกอย่างดูลงตัวจึงปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศโดยรอบและดื่มมันเข้าไปได้เรื่อยๆ

บุรินทร์เดินอ้อมมาด้านหลังหญิงสาวพร้อมกับก้มลงกระซิบที่ใบหูขาวสะอาดเสียงเบา

“ไปเดินเล่นรับลมกันหน่อยมั้ย”

ดวงตาสีอัลมอนด์ตวัดมองเขาก่อนจะพยักหน้ารับ และลุกขึ้นเมื่อเขาขยับเก้าอี้ออกให้ตามมารยาท มือหนายื่นมาตรงหน้า พิชชาภรณ์ลังเลเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ วางมือลงไปบนอุ้งมือใหญ่ ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายจับจูงเธอออกไปนอกตัวเรือที่กำลังแล่นเอื่อยไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางสายตาของเหล่าบริกรและนักดนตรีที่มองตามหลังอย่างอิจฉา ดวงไฟของเมืองหลวงยามค่ำคืนดาษดื่นราวกับดวงดาวนับล้านที่พากันแข่งอวดแสงให้คนมองได้ชื่นชม

“สวยนะครับ”

บุรินทร์ที่ยืนให้ลมพัดผ่านร่างหันมาบอกคนข้างกายที่กำลังปัดปอยผมยาวสลวยของตัวเองอยู่

“ค่ะ ฉันไม่ค่อยได้เห็นวิวแบบนี้เท่าไหร่” เสียงหวานตอบกลับไม่ได้นึกเฉลียวใจสักนิดที่สายตาคนพูดไม่ได้มองไปเบื้องหน้าเหมือนกับเธอ พิชชาภรณ์นึกอยากได้กล้องสักตัวขึ้นมาถ่ายรูปสะพานพระรามแปดที่กางกั้นแม่น้ำสายสำคัญเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก นานๆ จะยอมเสียเงินเช่าเรือสำราญพาผู้ชายมาดินเนอร์ทั้งที จึงอยากเก็บภาพบรรยากาศไว้ให้มากที่สุด

“ผมหมายถึงคุณ”

คำพูดทื่อๆ ทำเอาคนฟังต้องหันกลับมามอง และก็เห็นดวงตาคมเข้มจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาวาววับทอประกายอะไรบางอย่างที่เธอก็ไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไร อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ได้ที่ทำให้เขามองเธออย่างนี้ แต่เอาเถอะ เมื่อเขาเกริ่นมาก็เริ่มแผนต่อไปเลยก็แล้วกัน ดวงตากลมสบตาตอบหวังยั่วยวนอารมณ์หนุ่มของเขาให้แตกกระเจิง คืนนี้เขาต้องเป็นของเธอ

พิชชาภรณ์หันกลับมามองเขาเต็มตัวพร้อมกับยกมือกอดอกส่งสายตาท้าทายความรู้สึกอยากเอาชนะของเขาให้ลุกโชน

“คุณยังไม่รู้จักฉันดีพอเลยนะคะ”

“คุณก็ยังไม่รู้จักผมดีพอเหมือนกัน”

คำตอบกลับรวดเร็วและสายตาที่มองตอบมาเข้าแผนเธอเต็มๆ พิชชาภรณ์กระตุกยิ้มสมใจที่มุมปากขณะไล้มือข้างหนึ่งไปตามแก้มสาก เลื่อนผ่านริมฝีปากหยัก คางบึกบึน จนถึงลำคอหนาก่อนจะเลื่อนไปวางที่ไหล่กว้าง

“แต่ฉันอาจจะรู้จักคุณดีกว่าที่คุณคิดก็ได้” ใบหน้าหวานท้าทายเขาชัดเจนทั้งปากและตา มือข้างที่วางอยู่บนปกเสื้อเชิ้ตไล้ผ่านมันแผ่วเบาหวังปลุกเร้าอารมณ์หนุ่มของเขาให้ตื่นขึ้นในคราวเดียว

คนตัวโตหายใจติดขัดเมื่อเล็บสีสวยกรีดลากวนไล้ยอดอกที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อของเขา แขนแกร่งขยับโอบเอวบางไว้หลวมๆ พร้อมกับใช้มืออีกข้างลูบสะโพกมนตอบแทนสิ่งที่เธอกำลังทำกับเขา

“อย่างน้อยก็เพลงที่คุณชอบ” พิชชาภรณ์ช้อนตามองตอบด้วยท่าทางที่คนมองรู้สึกว่ามันช่างเซ็กซี่เหลือเกิน

“แต่ผมชักจะเปลี่ยนใจมาชอบเพลงตรงหน้านี่แล้วละ” คำพูดสื่อความหมายชัดเจนว่าหมายถึงตัวเธอที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาสีสนิมจ้องริมฝีปากอิ่มที่เผยอท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวตรงหน้า นึกอยากจะลิ้มลองมันดูสักครั้งว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร จะหวานเหมือนปากและตาหรือจะเร่าร้อนเหมือนท่าทางที่เธอกำลังแสดงออกกันแน่

“คุณจะกัดผมมั้ย ถ้าผมจะจูบคุณ”

“ก็ลองดูสิคะ”

สิ้นคำแขนหนาก็รัดร่างเล็กเข้าแนบชิด ค่อยๆ ฉกริมฝีปากลงไปสัมผัสกับกลีบปากบางเบื้องหน้า ออกแรงขบเม้มดูดดุนริมฝีปากด้วยความหื่นกระหายสลับกับขยับริมฝีปากแผ่วเบาอย่างมีจังหวะ แล้วอาศัยความช่ำชองเรียกร้องให้เธอเผยอรับและส่งเรียวลิ้นอุ่นชื้นเข้าไปควานหาความหวานจากภายใน ดูดดึงหลอกล่อให้เธอตามมาสำรวจเขาบ้างอย่างจงใจ กลิ่นเหล้าองุ่นผสมกลิ่นกายแห่งบุรุษเพศทำเอาพิชชาภรณ์หลงเพริดจูบตอบอย่างเร่าร้อนปานกันจนบุรินทร์เผลอครางในลำคออย่างถูกใจ

มือทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นลูบไล้ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างบางให้เบียดแน่นสัมผัสกับกายแกร่งที่ตอนนี้กำลังร้อนรุ่มด้วยไฟเสน่หาในร่างของหญิงสาวจนปวดหนึบ มือใหญ่ออกแรงกดสะโพกหญิงสาวให้สัมผัสเขาแน่นขึ้น หน้าอบอวบอิ่มโผล่พ้นจากตัวเสื้อเพราะแรงบีบอัดของร่างทั้งสอง

“คุณหวานมาก” เขากระซิบชิดริมฝีปากสีแดงสดที่บวมเจ่อจากฝีมือของตัวเอง และก้มลงพรมจูบอีกครั้งอย่างโหยหาราวกับเป็นออกซิเจนที่หากขาดมันสักหนึ่งนาทีแล้วเขาจะสิ้นใจตาย

มือข้างหนึ่งลูบไล้ต่ำลงไปตามเอวคอดกิ่ว สะโพกมนนุ่มมือ บุรินทร์ออกแรงขย้ำมันเบาๆ นอกร่มผ้ากระตุ้นอารมณ์หวามไหวของเธอให้ลุกโชนเช่นเขา เรื่อยจนถึงต้นขาเนียนที่โผล่พ้นชุดสวย แล้วฝ่ามือหนาก็ลากกลับขึ้นมาตามสาบผ้าซีฟองเนื้อนุ่ม นิ้วเรียวลูบไล้สัมผัสเนื้อแท้ภายใต้ร่มผ้าหมายจะทำอะไรมากกว่านั้น แต่อยู่ๆ มือบางก็ตะครุบมันได้ทันก่อนที่เขาจะเลื่อนมือสูงขึ้น

“เรากำลังอยู่บนเรือนะคะ” พิชชาภรณ์เอ่ยเตือนเสียงสั่น ดวงตากลมโตปรือฉ่ำจ้องตอบสายตาคมที่กำลังหลงใหลไปกับสัมผัสพิศวาส ไม่นึกว่าเขาจะกล้าทำอะไรบ้าบิ่นในที่สาธารณะแบบนี้

“ไว้ให้เราอยู่กันสองต่อสองก่อนดีกว่านะคะ”

พูดจบก็เป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตริมฝีปากหยักเสียเอง ออกแรงกัดกลีบปากล่างของเขาและดึงดุนมันเบาๆ ด้วยท่าทางยั่วยวนราวนางแมวป่าจนสติคนตัวโตแทบขาดผึง

“ผมชักจะรอให้ถึงเวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองไม่ไหวแล้วสิ”

เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่ว อ้อมแขนแกร่งรวบร่างบางให้แนบชิดกับร่างเขาทั้งตัวเพื่อจะได้สัมผัสถึงความต้องการที่กำลังตื่นตัวอย่างเต็มที่

“คืนนี้ไปฟังเพลงกับผมต่อนะ”

สายตาเร่าร้อนที่เฝ้ารอคำตอบทำเอาคนมองคิดอะไรไม่ออก ความแข็งขืนบริเวณหน้าท้องทำให้พิชชาภรณ์รู้สึกหายใจติดขัด เรียวลิ้นเล็กเลียกลีบปากล่างเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงความแห้งผาก แต่ในสายตาคนมองกลับรู้สึกว่ามันช่างเซ็กซี่และดูเชิญชวนจนอดที่จะทาบจูบลงไปอีกครั้งไม่ได้

“ผมไม่รู้ว่าคุณคิดเหมือนผมหรือเปล่า แต่คืนนี้ผมยังไม่อยากแยกจากคุณเลย”

เกือบสองนาทีกว่าที่หญิงสาวจะหาเสียงของตัวเองเจอ ริมฝีปากบวมเจ่อตอบรับออกไปแผ่วเบา และนั่นก็ช่างเป็นพูดที่แสนหวานที่สุดในความคิดของบุรินทร์

“ค่ะ ฉันจะไปกับคุณ”

คำตอบถูกใจได้รับรางวัลเป็นจุมพิตแสนหวานที่ครานี้มันช่างอ้อยอิง เชื่องช้า และหวานล้ำจนไม่อยากผละห่าง หน้าอกอวบบดเบียดเข้าหาร่างสูงจนแนบชิดกันแทบทุกสัดส่วน อารมณ์หนุ่มโหมกระพืออย่างห้ามไม่อยู่ และเธอก็รับรู้ถึงมันได้ชัดเจน

“เมื่อไหร่จะถึงฝั่งเสียที” เสียงทุ้มบ่นงึมงำกับกลุ่มผมหอมที่ตอนนี้กำลังอิงแอบอยู่กับอกกว้าง เขาพยายามข่มอารมณ์อย่างมากที่จะไม่ทำอะไรๆ อย่างที่ใจอยาก

มุมปากสวยกระตุกยิ้มสมใจขณะใช้มือข้างหนึ่งลูบแผ่นอกกว้างกำยำเล่นเบาๆ “ถึงฝั่งแล้วคุณจะทำอะไรคะ”

“ผมจะลงโทษคุณ” เสียงเข้มบอกขณะรวบมือบางข้างที่กำลังสร้างอารมณ์ปั่นป่วนให้เขาไว้แน่นไม่ให้มันประทุษร้ายเขาได้อีก “ผมชอบคุณมากนะเบบี๋ คบกับผมนะครับ”

ดวงตากลมหวานช้อนมองเสี้ยวหน้าคมที่ตอนนี้เธอเห็นเพียงรอยเขียวครึ้มของคางสากเท่านั้น

“เรายังไม่รู้จักกันดีเลยนะคะ”

“ผมมีเวลาให้คุณเรียนรู้ตัวผมอีกเยอะ แต่ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าคุณจะตกลงคบกับผมมั้ย”

พิชชาภรณ์ไม่ตอบ เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขาเริ่มใจเสีย จะมีก็เพียงดวงตากลมหวานที่กำลังล้อแสงไฟนั่นแหละที่ทำให้เขายอมเฝ้ารออย่างใจเย็น เรือสำราญลำหรูที่แล่นเอื่อยไปตามลำน้ำมากว่าสองชั่วโมงจอดเทียบท่าเมื่อถึงที่หมาย

“เรือถึงฝั่งแล้วค่ะ”

พูดจบก็ผละห่างเตรียมเดินกลับเข้าไปข้างใน แต่มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวและออกแรงฉุดดึงเธอกลับมาอีกครั้ง

“คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะสุดสวย”

“ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนะคะสุดหล่อ” เอ่ยจบก็เขย่งเท้าขึ้นจุมพิตแผ่วเบาที่คางสาก สายตาเชิญชวนถูกส่งไปให้อย่างไม่ปิดบัง 




ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น