ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10 แผนการขั้นที่ 2 : ยั่วให้หึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ก.ย. 63


ตอนที่ 10 แผนการขั้นที่ 2 : ยั่วให้หึง

หลังได้รับช่อดอกไม้และของกำนัลเช้า เที่ยง เย็น ติดต่อกันมาร่วมสัปดาห์ ผู้จัดการดาราคนเก่งก็อดที่จะถามเพื่อนสาวระหว่างที่นั่งจิบน้ำชายามบ่ายด้วยกันที่ร้านไม่ได้

“แล้วเมื่อไหร่หล่อนถึงจะยอมไปดินเนอร์กับเขาเสียทีละ ยายเพลง” นิ้วเรียวสวยเกินสตรีไล้กลีบดอกคาร์เนชั่นสีแดงสดเล่นเบาๆ คนถูกถามเงยหน้าขึ้นจากงานเอกสารที่เป็นเอกโยนมาให้ทำฆ่าเวลาระหว่างที่กำลังใช้แผนการขั้นแรกเพื่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด

“ยังไม่ถึงเวลาค่ะ” เธอตอบและพลิกหน้าหนังสือที่วางอยู่ด้านข้างเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ เมื่อพบมือเรียวก็ลากผ่านตัวอักษรที่ปรากฏก่อนจะรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตรวจสอบโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับจัดเก็บข้อมูลและวางแผนการสั่งซื้อสินค้าให้กับบริษัทของเป็นเอกที่เธอเป็นที่ปรึกษาอยู่

“แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลายะ ฉันก็เห็นเขาสม่ำเสมอดีออก ส่งดอกไม้มาให้เสร็จก็โทร.มาถามว่าชอบหรือเปล่า อยากไปดูหนังก็จองโรงหนังให้ อยากไปกินอาหารก็มีรถมารับถึงที่ ตอนนี้แค่กระดิกนิ้วของทุกอย่างก็แทบจะมาเกยอยู่บนหน้าตักของแกอยู่แล้ว” นิ้วเรียวที่รัวบนแป้นพิมพ์เมื่อครู่ชะงักเล็กน้อย ใบหน้าสวยเงยขึ้นสบตาคนถามก่อนจะส่งยิ้มเก๋ให้

ปกรณ์ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่เธอปฏิเสธที่จะไปกินอาหารค่ำกับเขาในวันนั้น ทุกๆ อย่างที่เธอเผลอพูดหรือแอบคุยกับเพื่อนรักก็จะมาอยู่ตรงหน้าเธอทันที

“ก็รอหน่อยสิคะ มันยังไม่ถึงเวลานี่นา” พิชชาภรณ์พูดและทำทีเป็นสนใจงานตรงหน้าอีกครั้ง

“ระวังเขาจะเบื่อขึ้นมาแล้วไปหาคนใหม่ จะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ”

พิชชาภรณ์ไม่ตอบว่าอะไร เธอยิ้มและทำงานตรงหน้าของตัวเองต่อ ตอนนี้เธอต้องจัดการโปรแกรมนี้ให้เสร็จก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง เวลาที่เธอจะเริ่มแผนการอย่างเต็มรูปแบบเสียที

 

เวลาเกือบหกโมงเย็นควรจะเป็นเวลาเลิกงานสำหรับหลายๆ ออฟฟิซ แต่พนักงานของชาร์โก้ฯ ทุกคนยังคงทำงานในส่วนของตัวเองอย่างหนัก ไม่ต่างจากผู้บริหารหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเคร่งเครียดกับงานเอกสารตรงหน้า เรือขนสินค้าของชาร์โก้ที่ดำเนินกิจการมาหลายทศวรรษถูกปฏิเสธให้เทียบท่าที่สิงคโปร์ สินค้าบนเรือได้รับความเสียหาย และไปถึงมือผู้รับสินค้าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

เสียงเคาะประตูสามครั้งซ้อนดังขึ้นพร้อมการปรากฏกายของผู้เป็นน้องชาย เลขานุการหนุ่มที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ชายเดินเข้ามาใกล้พร้อมรายงานเรื่องสำคัญที่เพิ่งได้รับแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“ต.ม.[1] ของสิงคโปร์ขอขึ้นตรวจเรือของเราครับ”

“เกิดอะไรขึ้น!” คำรายงานของน้องชายทำให้บุรินทร์ต้องถามกลับโดยเร็ว เพราะการที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอตรวจเรือที่มีสัญชาติต่างประเทศย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ

“เขาสงสัยว่าจะมีแรงงานเถื่อนลักลอบขึ้นเรือของเรา ผมตรวจสอบไปที่เรือแล้ว กัปตันเรือยืนยันว่าเรือของเราปลอดภัยและไม่มีแรงงานเถื่อนอย่างที่เขาสงสัยแน่นอนครับ”

“แล้วตอนนี้เรือของเราอยู่ที่ไหน”

“ยังอยู่ในเขตต่อเนื่องครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องให้ขึ้นตรวจเพื่อป้องกันความเสียหายของสินค้าบนเรือ แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหน” ท้ายประโยคเขาหันมาถาม รู้สึกหนักใจเพราะหากว่าสินค้าถึงมือผู้รับช้าออกไปอีก นั่นหมายความว่าชาร์โก้ทรานสปอร์ตจะต้องถูกถูกดิสเครดิตลงจนไม่เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า

“ประมาณสองถึงสามวันกว่าเรือจะเทียบท่า แต่กำหนดเดิมคืออาทิตย์หน้า และเรือของเราไปถึงก่อนกำหนดห้าวันครับ ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะหากเกิดอะไรขึ้นและล่าช้ากว่าที่คาดไว้ เรือของเราก็ไปถึงตามเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญากับลูกค้าอย่างแน่นอน” สิงขรที่รู้ถึงความหนักใจของอีกฝ่ายดีชี้แจ้งให้พี่ชายคลายกังวล

“แต่ยังไงก็ตามบอกคนของเราเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด ประสานกับบริษัทในเครือที่สิงคโปร์ไว้ เพราะทางโน่นเขาอาจเล่นตุกติกอะไรก็ได้”

“ครับนาย”

“กลับไปทำงานได้แล้ว” มือหนาโบกไล่ แล้วร่างสูงก็พิงพนักเก้าอี้และถอนหายใจยาวเมื่อปัญหาที่ปวดหัวมาทั้งวันคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าระหว่างนี้จะยังต้องรอการรายงานผลอย่างใกล้ชิดก็ตาม ด้วยธุรกิจการขนส่งของชาร์โก้ครอบคลุมไปเกือบทั่วภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ทำให้คู่แข่งทางการค้าที่ต้องการทำให้ชื่อเสียงของชาร์โก้กรุ๊ปลดลงมีอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะตอนนี้ที่กำลังขยายเครือข่ายการขนส่งไปทางเอเชียตะวันออกและยุโรป

ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูก่อนจะตัดสินใจโทร.หาใครบางคน เพลงรอสายดังอยู่ไม่กี่อึดใจ เสียงหวานๆ ที่เขาได้ยินมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็ทำให้ใบหน้าคมเคร่งเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอย่างประหลาด

“ทำอะไรอยู่ครับสุดสวย”

“กำลังคิดว่าทำไมวันนี้สุดหล่อโทร.มาช้าจังค่ะ” พิชชาภรณ์ยิ้มหวานให้กับโทรศัพท์ในมือราวกับว่าคนในสายกำลังอยู่ตรงหน้า เธอตรวจงานเสร็จเรียบร้อยเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ทำให้มีเวลามากพอที่จะอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่บนเตียงนอนเพื่อฆ่าเวลาขณะรอโทรศัพท์ของใครบางคนที่จะโทรมาในเวลาเดิมทุกๆ วัน

แต่วันนี้เขากลับโทร.มาช้ากว่าที่เคยเกือบสองชั่วโมงจนเธออดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเธอเป็นห่วงเป็นใยในตัวเขา เธอเพียงแค่เกรงว่าเขาจะเป็นอะไรไปก่อนที่จะได้ทำเบบี๋ให้เธอเท่านั้นเอง พิชชาภรณ์เตือนตัวเองทุกครั้งที่ห่วงใยคนปลายสาย

“ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อย”

น้ำเสียงเหนื่อยล้าของคู่สายทำให้หญิงสาวละสายตาจะหนังสือในมือเพื่อให้ความสนใจในสิ่งที่เขากำลังเอ่ย ผู้ชายต่อให้เข้มแข็งมากแค่ไหนเขาก็มีช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจและความห่วงใยจากใครบางคนบ้างเหมือนกัน...หนังสือเล่มหนึ่งเขียนบอกไว้ และตอนนี้เธอก็พยายามทำตัวเป็นคนที่ให้ความห่วงใยเขาอยู่ ไม่ใช่เพื่ออะไร แต่เพื่อคำว่า ซื้อใจ เพียงคำเดียวเท่านั้น

 

สัปดาห์ต่อมาพิชชาภรณ์ตัดสินใจที่จะดำเนินการแผนขั้นต่อไปเสียที ร่างแบบบางเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากโทรศัพท์คุยกับเจ้าของช่อดอกไม้งามที่ตอนนี้อยู่ไกลถึงญี่ปุ่น เธอคว้าปฏิทินตั้งโต๊ะที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กกลางห้องรับแขกขึ้นมาเปิดดูคร่าวๆ นิ้วสวยขยับนับเบาๆ ในใจก่อนจะอมยิ้มด้วยความสมใจในบางอย่าง

“กว่าจะคุยกันเสร็จนะยะ อิจฉาองค์การโทรศัพท์จริงๆ คงได้กำไรอื้อซ่า”

คำพูดเหน็บแนมของคนบนโซฟาหน้าทีวีไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกแย่แม้แต่นิด แถมยังหันมาส่งยิ้มยั่วให้เสียอีก พิชชาภรณ์นั่งลงเคียงข้างพลางใช้ปากกาสีแดงสดขีดฆ่าจำนวนวันที่ผ่านพ้น ทำให้ใบหน้าคมต้องชะโงกมาดูด้วยความสงสัย

“ทำอะไรของเธอน่ะ แล้วรูปหัวใจนี่คืออะไร”

นิ้วเรียวจิ้มวันที่ที่มีรูปหัวใจวาดด้วยหมึกสีแดงครอบอยู่แรงๆ เพราะหากนับจากวันนี้ก็อีกเพียงแค่สามวันเท่านั้น

“วันที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไปไงคะ”

“ขั้นต่อไปได้ฤกษ์แล้วสิ” แม้ปากจะประชดแต่ใจของผู้จัดการดาราหนุ่มกลับลิงโลดด้วยความอยากรู้ พิชชาภรณ์ไม่ตอบแต่ส่งยิ้มยั่วให้แทน

คนถูกยั่วชักเริ่มสนุกด้วย แม้ช่วงแรกปกรณ์จะแอบคิดว่าแผนเล่นตัวของพิชชาภรณ์จะไม่ได้ผลเพราะผู้ชายอย่างบุรินทร์จะหาผู้หญิงที่สวยกว่าสาวกว่าเพื่อนของตนแค่ไหนก็ได้ แต่เขาคิดผิดเพราะเมื่อกลับมาจากชอปปิงในวันนั้นก็เจอเข้ากับทุ่งดอกกุหลาบหลากสีภายในห้องพัก เดือดร้อนให้พนักงานของคอนโดฯ ต้องเอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้านทั่วทั้งตึก และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ชักจะอยากรู้ว่าเพื่อนสาวจะทำอย่างไรต่อไปในเมื่อ ฉลามเพลย์บอยนักล่าตัวพ่อที่เขาแอบตั้งฉายาเริ่มที่จะติดเบ็ดแล้ว

“อยากรู้ก็ตามมาสิคะ”

เมื่อถึงห้องนอนของอีกฝ่ายปกรณ์ก็ทำเพียงแค่ยืนกอดอกอยู่ที่หน้าประตูมองคนตัวเล็กวิ่งเข้าไปค้นเสื้อผ้าในตู้เป็นการใหญ่

พิชชาภรณ์ส่งยิ้มก่อนจะหยิบชุดเดรสสั้นสองชุดออกมาถือไว้มือละชุด ด้านหนึ่งเป็นชุดเกาะอกสีโอลด์โรสดูสดใส ขณะที่อีกด้านเป็นชุดเกาะอกคล้องคอผ้าซีฟองไล่ระดับสีเทา

“ชุดไหนดีคะ”

“เทา” นิ้วเรียวชี้ไปทางชุดที่ตัวเองเลือก ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กที่หันมาจับชุดสีเทาทาบกับลำตัวแล้วหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจตัวเองในกระจก “แกจะใส่ไปไหน”

“ดินเนอร์กับคุณแดนคืนพรุ่งนี้ค่ะ” คนมีนัดหันมาส่งยิ้มเก๋ ก่อนจะเลือกหยิบสร้อยข้อมือเพชรเส้นเล็กมาทาบบนแขน

“ไหนว่ายังไม่ถึงเวลาไง นี่แกเพิ่งจะเล่นตัวมาได้แค่สองอาทิตย์เองนะ” คนที่เคยถูกกล่าวหาว่าไม่รู้จักเล่นตัวค่อนขอดคนเล่นตัวมาแค่สองอาทิตย์กลับบ้าง

หญิงสาวยักไหล่พร้อมชายตาหวานมามอง

“ผู้ชายที่เป็นนักล่า ยิ่งถูกปฏิเสธยิ่งชอบตามตื๊อ แต่พวกเขาก็มักจะซื่อบื้อ พอตื๊อนานไปก็ท้อ ทะนงตนว่าหาใหม่ง่ายกว่า”

“เริ่ดมาก คิดได้ยังไงเนี่ย” ปกรณ์ปรบมือให้กับคำคมในการจับผู้ชายของเพื่อนสาว จนคนตัวเล็กหันมาค้อน

“เจ๊อ้ะ”

“สรุปว่าจะเลิกเล่นตัวแล้ว?” คนอยากรู้แผนถาม

“ผู้หญิงเราเล่นตัวบ้างมันก็ดี แต่ไม่ใช่ว่าเล่นตัวมากไปจนเกินงามนี่คะ หนูแค่จะไปกินข้าวกับเขาเฉยๆ เช็กเรตติงว่ายังเป็นที่น่าสนใจสำหรับเขาอยู่” คนเช็กเรตติงเลือกต่างหูเข้าชุดมาลองใส่ หันซ้ายหันขวาและวางมันกลับที่เดิมเมื่อรู้สึกไม่พอใจ “พรุ่งนี้คุณแดนเขาจะกลับจากญี่ปุ่น ความจริงเขาก็ไม่ได้นัดหรอกค่ะ แต่หนูจะโร่ไปหาเขาเอง”

“แล้วไม่กลัวเขารู้สึกว่าแกง่ายหรือยังไงยะ”

“ไม่ค่ะ เพราะผู้ชายชอบคิดว่าตัวเองสำคัญ ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับเขาเลยเขาก็จะตัดสินใจตีตัวออกห่างจากเราง่ายขึ้น สร้อยเส้นนี้เจ๊ว่ายังไงคะ” ท้ายประโยคเธอหันมาถามเพื่อนชายใจสาวขณะลองเอาสร้อยทองคำขาวพร้อมจี้เพชรรูปหยดน้ำขึ้นมาสวมดู

“ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ เปลือยคอไปดูจะสวยกว่า” คนถูกถามความเห็นตอบกลับ “แล้วพรุ่งนี้แกจะทำยังไง โทร.นัดเขาก่อน?”

“ไม่ค่ะ หนูจะไปรับเขาที่สนามบินแล้วไปกินอาหารเย็นด้วยกัน เพราะถ้าเขาเห็นความสำคัญของหนูอย่างที่เขาทำอยู่ทุกวัน เขาต้องไปกับหนู และถ้าโชคดีเขาอาจจะพูดอะไรที่คล้ายๆ ว่าชวนหนูเป็นแฟน หรืออะไรที่มากกว่านั้น”

“มั่นใจมากไป ระวังจะไม่สมหวังนะจ๊ะ” คนเป็นเพื่อนยังอดห่วงคนเจ้าแผนการไม่ได้ พิชชาภรณ์ยิ้มน้อยๆ ขณะเอ่ยตอบ

“ก็ถ้าหนูไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไปว่าเขาสนใจหนู ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาคงไม่มีโทรศัพท์ ดอกไม้และอภิมหานันทนาการอื่นๆ ที่เราได้รับการอำนวยความสะดวกแบบนี้หรอกค่ะ”

ปกรณ์คิดตาม จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า โทรศัพท์กับดอกไม้อาจจะเป็นเรื่องพื้นๆ ที่ผู้ชายทั่วไปใช้กัน แต่มื้ออาหารหรูที่โรงแรมห้าดาวเกือบทุกค่ำคืน ภาพยนตร์เรื่องโปรด หรือแม้แต่ของกำนัลที่เขาสรรหามาวางตรงหน้า ทุกอย่างมันก็อธิบายได้ดีว่าบุรินทร์ให้ความสนใจเพื่อนสาวของเขาไม่น้อย

คนตัวเล็กเลิกสนใจเครื่องประดับหันมาอ้อนคนตัวโต

“หนูอยากดินเนอร์แบบส่วนตัวบนเรือสำราญล่องแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ห้าทุ่มเป็นต้นไป เจ๊จัดการให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ”

“ฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอ”

“เพราะอย่างนี้ไง หนูถึงรักเจ๊” เอ่ยพลางหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

ถ้าเขาเป็นชายทั้งแท่งแล้วโดนพิชชาภรณ์แตะเนื้อต้องตัวอย่างนี้บ่อยๆ คงตบะแตกไปนานแล้ว แต่เพราะเห็นอีกฝ่ายเป็นเสมือนน้องสาวขณะที่ตัวเองเป็นพี่สาว จึงทำให้จินตนาการเหล่านั้นหายไปในบันดล

“ว่าแต่ทำไมอยู่ๆ ถึงคิดว่าถึงเวลาที่จะเลิกเล่นตัวแล้วล่ะ” ปกรณ์ถามขึ้นขณะช่วยเพื่อนสาวคิดหาทรงผมที่จะทำในวันพรุ่งนี้

พิชชาภรณ์เงยหน้าขึ้นจากนิตยสารตรงหน้าแล้วยกมือขึ้นป้องปากก่อนจะกระซิบที่หูของอีกฝ่ายเบาๆ

“ก็ช่วงก่อนหนูติดไฟแดง แต่ตอนนี้ไข่ตกพร้อมผสมแล้วค่ะ”

 

หลังจากโทรศัพท์ไปสอบถามอนุชิต หญิงสาวก็ได้ความว่าเที่ยวบินของผู้บริหารหนุ่มจะเดินทางมาถึงประมาณสี่ทุ่มตามเวลาประเทศไทย เวลาเกือบสี่ทุ่มของวันต่อมาสปอร์ตซีดานสไตล์คูเป้สัญชาติญี่ปุ่นก็แล่นปราดเข้ามาจอดในบริเวณที่จอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิ สถานที่ที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไป

ร่างสมส่วนในชุดเดรสสั้นสีเทาแค่หน้าขาก้าวออกมาจากตัวรถพร้อมกระเป๋าถือใบเก๋ที่บรรจุของสำคัญไว้ภายใน หญิงสาวมุ่งหน้าสู่อาคารผู้โดยสารขาเข้าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นดูเวลาที่คิดว่าคนที่เธอมารอรับน่าจะมาถึงแล้ว

เครื่องที่นายกับคุณหินโดยสารออกจากสนามบินนาริตะตอนสี่โมงครึ่งครับ น่าจะมาถึงที่นี่ประมาณสี่ทุ่มได้

คำพูดของอนุชิตก้องชัดอยู่ในหู เมื่อครู่ปกรณ์โทรศัพท์มาบอกว่าเรื่องที่ให้จัดการนั้นเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่เธอต้องพาเขาไปให้ได้เท่านั้น

“คุณบุรินทร์กับคุณหินมาถึงหรือยังคะ คุณอนุชิต”

เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นหรือเจ้าตัว เธอจะเรียกเขาด้วยชื่อจริงเสมอ แต่กับคนเป็นน้องชายเธอกลับเรียกชื่อเล่นได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะนี่คือไม้ตายสำคัญที่จะใช้กับผู้ชายที่ชื่อ บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ ในยามที่ต้องเลิกรา

“ลงจากเครื่องแล้วครับ ตอนนี้น่าจะอยู่ในห้องพักผู้โดยสารขาเข้าที่ชั้นสอง”

พิชชาภรณ์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเบนสายตาไปทางห้องพักผู้โดยสารที่เชื่อมต่อถึงจุดที่เธอและเขายืนอยู่ อนุชิตกวาดตามองหญิงสาวที่เขาส่งดอกไม้ให้ตามคำสั่งของนายทุกวันอีกครั้งเมื่อเธอหันหน้าไปทางอื่น รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก

ผู้หญิง! เล่นตัวได้แค่สองอาทิตย์ นี่ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆ สินะ

คำพูดสบประมาทไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาให้คนข้างกายได้ยิน แต่เขาจะสนใจไปทำไมล่ะ ในเมื่ออีกไม่นานหญิงสาวคนนี้ก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนก่อนๆ ของนาย ถึงแม้จะสงสัยที่ช่วงนี้เจ้านายหนุ่มไม่ได้สนใจผู้หญิงอื่นนอกจากคนที่ยืนข้างกายเขาในขณะนี้เลยก็ตาม แต่มันก็คงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ อนุชิตคิดเพลินๆ

 

เรือนร่างหญิงสาวเจ้าของเสียงหวานที่ได้ยินครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าในระยะที่สายตาเขามองเห็น ข้างกายเธอคืออนุชิตที่มารอรับ

บุรินทร์หันไปสั่งน้องชายให้จัดการเรื่องกระเป๋าสัมภาระให้เรียบร้อย ส่วนตัวเองเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ทันทีราวกับมีแม่เหล็กดึงดูดให้ต้องวิ่งเข้าหา แววตาแปลกใจถูกส่งไปให้คนทั้งคู่ สำหรับอนุชิตเขารู้ว่าลูกน้องหนุ่มต้องมารับเขาและสิงขร แต่สำหรับพิชชาภรณ์ เขาอดแปลกใจไม่ได้ที่เธอมา

“ผมคงคิดถึงคุณมากจนตาฝาดที่เห็นคุณอยู่ตรงนี้” คำพูดหวานนุ่มพร้อมกับแขนแกร่งที่รวบเอวบางเข้าหาตัวราวกับคู่รักทำให้ผู้ช่วยเลขานุการหนุ่มที่ยืนรอรับอยู่ต้องเมินไปทางอื่นอย่างรู้งาน

พิชชาภรณ์พยายามกลั้นยิ้มที่เห็นเขาตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของเธอ มือบางแตะลงบนท่อนแขนแกร่งและค่อยๆ ปลดมันออกจากลำตัวอย่างมีจริต

“คุณไม่ได้ตาฝาดหรอกค่ะ เพราะฉันอยู่ที่นี่จริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นก็สงสัยว่าการที่ผมไปญี่ปุ่นครั้งนี้จะเอาความโชคดีกลับมาด้วย เพราะคุณเริ่มสนใจผมบ้างแล้วเหมือนกัน” แม้จะยอมคลายแขนออกจากร่างนุ่มนิ่มแต่ยังไม่หยุดที่จะหยอดคำหวาน สายตาอ่อนเชื่อมมองร่างตรงหน้าอย่างมีความหมาย หากไม่ติดว่ามีคนอื่นอยู่ที่นี่เขาคงรวบเธอเข้ามาจูบแล้วเป็นแน่

“ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันแค่เห็นว่าคุณเพิ่งกลับมาคงไม่มีธุระอื่นอีก” แม้เธอจะเริ่มสนใจเขาอย่างที่เขาเอ่ย แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมรับมัน ในเมื่อความจริงเธอไม่ใช่แค่เริ่มสนใจแต่เธอสนใจเขามานานแล้วต่างหาก “ฉันอยากจะเลี้ยงตอบแทนที่คุณเคยเลี้ยงอาหารฉันกับเพื่อนของฉันค่ะ”

“แค่นั้นหรือครับ” ถามเหมือนไม่เชื่อหู เพราะรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอมาด้วยความหมายที่มากกว่านั้น และเขาก็ชอบที่จะค้นหามันเสียด้วย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมว่าคุณน่าจะนัดผมก่อนนะ” ชายหนุ่มแกล้งบอกเสียงขรึม และหญิงสาวก็โต้ตอบปานกันอย่างไม่ยอมแพ้

“ทีคุณยังไม่เห็นจะเคยนัดฉันก่อน ฉันไม่อยากให้เรามีเรื่องต้องค้างคากัน”

แม้ปากจะอวดเก่งแต่เนื้อในแล้วเธอกำลังยิ้มที่ทำให้เขาหัวปั่นได้อีกหน พิชชาภรณ์ยกมือขึ้นเกี่ยวลำคอหนาพร้อมส่งสายตาออดอ้อนไปให้ราวกับคู่รัก

“ไปกับฉันนะคะ”

“ถ้าผมบอกว่าไม่ว่าง ไว้โอกาสหน้าแล้วกันล่ะครับ”

สิ้นคำออดอ้อนบุรินทร์ก็รู้สึกอยากจะปั่นหัวเธอกลับดูบ้าง ร่างสูงหยิบเอาคำพูดที่เธอเคยตอบเขาในครั้งแรกขึ้นมาตอบกลับ ผู้หญิงที่เสนอตัวให้ถึงที่ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นเหมือนลูกไก่ในกำมือที่จะบีบให้ตายจะคลายก็รอดอยู่ที่เขาจะลิขิตเท่านั้นเอง มือหนาปลดแขนเรียวที่คล้องคอของเขาออกช้าๆ พร้อมส่งยิ้มเก๋บาดใจให้ หวังที่จะได้เห็นใบหน้าสวยมีปฏิกิริยาตอบกลับ แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่อย่างที่หวัง

“ถ้าอย่างนั้นก็ไว้โอกาสหน้าแล้วกันค่ะ ฉันจะได้นัดคุณก่อน”

ท่าทางเธอไม่ทุกข์ไม่ร้อน พูดจบก็ลดแขนลงข้างตัวพร้อมส่งยิ้มหวาน ก่อนจะยิ้มเลยไปให้คนเบื้องหลังที่กำลังสาวเท้าก้าวเข้ามาในจุดที่เธอและเขายืนอยู่

“คุณหินคะ!

เสียงหวานเอ่ยนำก่อนจะก้าวเข้าไปคว้าแขนแกร่งของชายหนุ่มเจ้าของชื่อ สร้างความรู้สึกขัดหูขัดตาให้กับคนฟังไม่น้อยที่คำเล่นตัวของเขาไม่เป็นผล ไหนจะหน้าอกอวบอิ่มที่กำลังถูไถกับท่อนแขนของสิงขรนั่นอีก แม้แต่อนุชิตที่ยืนแอบฟังอยู่ห่างๆ ยังอดแปลกใจไปด้วยไม่ได้ เพราะครั้งแรกเขาคิดว่าเธอคงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่วิ่งเข้าหาเจ้านายก่อนเป็นอันดับแรก

“คุณหินว่างมั้ยคะ วันนี้เพลงอยากเลี้ยงตอบแทนที่คุณเคยไปส่งเพลงที่คอนโดฯ” พูดพลางเอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างเฝ้ารอ สิงขรหน้าตื่นเล็กน้อยที่อยู่ๆ ผู้หญิงของพี่ชายก็ปราดเข้ามาหาและเอ่ยชวน ด้วยความที่ตกใจเป็นทุนเดิมทำให้ริมฝีปากบางเฉียบตอบรับไปอย่างลืมตัว

“ได้ครับ ผมไม่มีธุระต่ออยู่แล้ว”

“เสียใจนะสุดสวย สงสัยคุณคงต้องไปกับผมแล้วละ” ร่างสูงที่เดินมายืนซ้อนหลังเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เอ่ยข้างใบหูขาว มือหนาออกแรงดึงแขนเรียวให้พ้นจากแขนแกร่งของน้องชายทันที

“พวกนายกลับไปก่อน”

บุรินทร์สั่งเสียงเข้มและเดินลากแขนหญิงสาวตัวต้นเรื่องให้ห่างออกไปท่ามกลางความงุนงงของน้องชายและคนรอบข้างยกเว้นคนถูกลาก รอยยิ้มสมใจคลี่หวานตลอดทางเดิน เมื่อเขาพาเธอออกมาจากตัวอาคารผู้โดยสารขาเข้าได้สำเร็จ คนที่ไม่เคยฟิวส์ขาดเพราะโดนผู้หญิงหักหน้ามาก่อนก็เท้าเอวมองคนตัวเล็กที่กำลังกลั้นหัวเราะอย่างเอาเรื่อง

“ไม่ขำเลยนะสุดสวย”

ชายหนุ่มตีหน้าดุเมื่อคนตัวเล็กเลิกคิ้วมองเขา พิชชาภรณ์ไม่ได้เกรงกลัวสิ่งที่เขากำลังทำแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังหัวเราะเมื่อเขาทำตาขวางใส่

“ก็ไม่ได้ขำนี่คะสุดหล่อ” คนตัวเล็กย้อนกลับและนั่นก็ทำให้ใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าดุยิ่งดูดุเข้าไปใหญ่ ร่างเล็กขยับตัวเข้าชิดร่างแกร่งวาดแขนเรียวขึ้นโอบลำคอหนาด้วยท่าทางออดอ้อน “อย่างทำหน้าอย่างนั้นสิคะ ไม่หล่อเลยนะ”

“สนุกมากมั้ยกับการแกล้งผม”

เขากล่าวหาเมื่อเห็นท่าทางจะสมใจของเจ้าแกที่ปั่นหัวเขาสำเร็จ บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ โดนผู้หญิงตัวเล็กๆ ปั่นหัวมาตลอดสองอาทิตย์ตั้งแต่ที่รู้จักกัน และวันนี้ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อเขาปฏิเสธ เธอก็หันไปหาผู้ชายคนอื่นได้หน้าตาเฉย โดยเฉพาะน้องชายเขา ไหนจะท่าทางสนิทชิดเชื้อนั่นอีก

“ฉันเปล่านะ” คนตัวเล็กปฏิเสธพลางชักมือออกเมื่อคนตัวโตตีหน้ายักษ์ใส่ “ในเมื่อคุณไม่อยากไป และฉันก็จองโต๊ะไว้แล้ว ฉันไม่อยากให้มันเสียเปล่าก็เท่านั้น” คนไม่อยากให้โต๊ะที่จองไว้เสียเปล่าพูดหน้าตาย

“โดยการชวนคนอื่นไปต่อหน้าผมเนี่ยนะ” คนกล่าวหายังไม่ยอมเลิกรา

พิชชาภรณ์ยักไหล่ไม่ใส่ใจ นึกแอบโมโหเล็กๆ กับท่าทางอันธพาลของเขาเสียด้วยซ้ำ แฟนก็ไม่ใช่ คนรักก็ไม่เชิง ก็แค่คนรู้จักชวนไปกินข้าวทำไมต้องทำเหมือนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนั้น

“เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันจะชวนคนอื่นต่อหน้าคุณไม่ได้” พูดจบก็นึกเสียใจ เธอกำลังจะทำให้แผนการที่สู้อุตส่าห์ทำมาตลอดสองอาทิตย์นี้พังหรือนี่ พิชชาภรณ์เตือนสติตัวเองให้ใจเย็น ตอนนี้เขากำลังหวงเธออย่างออกหน้าออกตา เธอต้องใจเย็น ห้ามวิ่งตามเขา และอาศัยโอกาสนี้ให้เขาเดินตามแผนของเธอให้ได้

เมื่อเจอประโยคนี้เข้าคนหวงออกนอกหน้าถึงกับสะอึก เขาไม่เคยจนตรอกเพราะผู้หญิงแบบนี้มาก่อน

ใจเย็นๆ บุรินทร์ แกต้องทำคะแนนจำได้ไหม ชายหนุ่มเตือนตัวเองในใจบ้าง

เมื่อต่างฝ่ายต่างพำเตือนตนเอง ความเงียบรอบกายจึงเกิดขึ้นและสุดท้ายบุรินทร์ก็เป็นฝ่ายยอมจำนน

“ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว รถคุณอยู่ไหน” เขาถามหารถแล้วเดินนำไปก่อน

พิชชาภรณ์สาวเท้าเดินตามหลังคนอารมณ์แปรปรวน มือบางล้วงหยิบกุญแจออกมาปลดล็อกประตูของรถเพื่อให้เขารู้ว่ารถของเธอคันไหน บุรินทร์สาวเท้าไปที่รถเก๋งทรงสปอร์ตซีดานสี่ประตูสไตล์คูเป้สัญชาติญี่ปุ่นคันเล็กแล้วหันกลับมามองเจ้าของรถที่เดินตามหลังมา

“รุ่นนี้ยังไม่เข้าเมืองไทย” เขาทำธุรกิจขนส่งสินค้า สินค้าทั้งขาออกขาเข้าตลาดเมืองไทยกว่าแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์เป็นของชาร์โก้ทรานสปอร์ต จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้

หญิงสาวไม่ตอบแต่ยักไหล่ส่งให้ อารมณ์เธอยังไม่คงที่นักอาจจะเพราะยังงอนที่เขากล่าวหาเธออยู่ ร่างบางพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงของตัวเองให้กลับมาโดยไวเพื่อทำให้แผนการดำเนินต่อแต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนักเธอจึงเลือกที่จะเงียบและคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปแทน

ร่างสูงกลับมองว่าเธอกำลังโกรธ ยิ่งเห็นเธอเตรียมที่จะขึ้นรถฝั่งคนขับด้วยแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาอาศัยความยาวของขาเรียวก้าวเข้าไปรวบตัวร่างเล็กไว้ทันก่อนที่เธอจะผลุบหายเข้าไปด้านในตัวรถ

“เพลง เมื่อกี้ผมขอโทษ ผมหึงคุณกับนายหินมากไปหน่อย” คนหึงสารภาพชิดซอกคอขาวผ่องก่อนจะแอบฝังจมูกสูดความหอมจากแก้มนวลเป็นการตบท้าย คำสารภาพบวกกับสรรพนามที่บอกความใกล้ชิดทำให้คนฟังนิ่งอึ้งไปจนลืมว่าเมื่อครู่เธอถูกเขาขโมยหอมแก้มด้วย

“ทำไมคุณต้องมาหึงฉันด้วยล่ะ เราก็แค่คนรู้จักกัน” เมื่อหาเสียงเจอก็ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเชิด คอตั้ง ไม่สนใจคำสารภาพของเขาทั้งๆ ที่หัวใจแอบเต้นแรง สิ่งที่เธอหวังกำลังจะกลายเป็นจริง

บุรินทร์คิดตามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคงไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มเก๋เมื่อหาข้ออ้างอะไรบางอย่างได้

“แค่คนรู้จักเขาไม่มารอรับกันตอนเกือบเที่ยงคืนโดยใช้เหตุผลว่าอยากเลี้ยงข้าวตอบแทน ซึ่งโดยปกติแล้วคนแค่รู้จักกันคงไม่หิ้วท้องรอหรอกจริงมั้ย”

“หลงตัวเอง”

คนหลงตัวเองยิ้มแก้มปริเมื่อเธอแขวะกลับมา เข้าทางโจร

“ผมชอบคุณมาก” บุรินทร์สารภาพชิดแก้มนุ่ม ร่างบางในอ้อมแขนเหมือนจะตัวแข็งทื่อไปเมื่อเขาพูดจบ

พิชชาภรณ์หายใจเข้าลึกพร้อมนับหนึ่งถึงสิบในใจ แม้จะเตรียมใจมาบ้างว่าเขาจะพูดอะไรประมาณนี้แต่เธอตั้งใจให้มันเกิดขึ้นที่เรือสำราญนั่นไม่ใช่ที่จอดรถของสนามบินที่มีคนสัญจรและกำลังมองดูหนังสดอย่างที่เป็นอยู่

“คุณชอบผมเหมือนที่ผมชอบคุณบ้างหรือเปล่า”

เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบถามเพื่อจะเอาคำตอบ ไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาพใดและที่ไหน เขาสนแค่ว่าคนในอ้อมแขนจะตอบว่าอย่างไรเท่านั้น แล้วแขนแกร่งก็กระชับกอดแน่นขึ้น

พิชชาภรณ์ไม่ตอบ แต่หันกลับมามองหน้าเขาด้วยสายตาต่างจากเมื่อครู่ ความคิดในหัวกำลังตีกันยุ่ง หนึ่งเธอเล่นตัวและเลือกตอบปฏิเสธ แต่นั่นมันก็เท่ากับเป็นการทำให้แผนทั้งหมดที่ทำมาสูญเปล่า เพราะโอกาสไม่ได้มีได้บ่อยๆ เธอรู้ความสำคัญของข้อนี้ดี และสองหากว่าเธอตอบตกลง เธอก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่จะถูกเขาเฉดหัวทิ้งเมื่อไรก็ได้ และไม่ดีแน่หากมันเร็วเกินไปก่อนที่เธอจะมีเบบี๋

“ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลังดีกว่านะคะ”

หญิงสาวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนจะยัดกุญแจรถใส่มือหนาและเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของเขา เธอยังมีข้อตกลงอีกหลายอย่างที่จะตกลงกับเขา ดังนั้นแม้ตอนนี้ใจจะอยากตอบคำถามนั้นมากเพียงใดก็ต้องอดทนไว้ก่อน

อดเปรี้ยวไว้กินหวานท่องไว้ยายเพลง ท่องไว้

“ตอนนี้ฉันหิวแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ” พิชชาภรณ์คลี่ยิ้มส่งให้พลางออดอ้อนทั้งปากและตา สองมือบางวาดขึ้นเกี่ยวลำคอหนา แอ่นอกอวบอิ่มบดเบียดเข้ากับอกแกร่ง ร้อนให้คนตัวโตเกิดอารมณ์วิ่งพล่านไปทั่วร่างในสถานการณ์ที่ไม่บังควร “นะคะ”

เสียงอ้อนท้ายประโยคทำเอาชายหนุ่มเกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรก อยากจะก้มลงดูดกินความหวานจากริมฝีปากช่างเจรจานั่นสักที แต่สถานที่มันไม่อำนวยเลยสักนิด ร่างอวบอัดที่เบียดกับอกแกร่งรีบย้ายตัวเองจากร่างสูงเมื่อรู้สึกถึงอารมณ์หนุ่มบริเวณใต้ท้องน้อยที่เธอจงใจปลุกปั่นมันขึ้น สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักอีกครั้งถึงแผนการขั้นต่อไปที่ดูเหมือนว่าตอนนี้เหตุการณ์จะหลุดออกจากแผนไปไม่น้อย เธอต้องต้อนเขากลับเข้ามาในแผนโดยเร็ว และดูเหมือนตอนนี้มันจะได้ผล

พิชชาภรณ์เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งข้างคนขับโดยไม่ลืมส่งสายตาแฝงความนัยมองเขาให้ร้อนรุ่มเล็กๆ แล้วบุรินทร์ก็ติดกับ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้างด้วยสายตาที่สื่อความต้องการในตัวเธออย่างชัดเจน

ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งในระยะกระชั้นชิดด้วยความรู้สึกแตกต่าง พิชชาภรณ์สนุกที่ได้หลอกล่อเขา ส่วนเขายอมรับกับตัวเองว่าถูกใจหญิงสาวข้างกายจนอยากครอบครองตีตราแสดงความเป็นเจ้าของ แต่มันยังไม่ใช่ความรัก มันเป็นความต้องการอยากเอาชนะผู้หญิงที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเขา ผู้หญิงที่เย่อหยิ่ง เล่นตัว ผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาหลอกล่อแล้วก็จากไป ผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างเขา ผู้หญิงที่ชื่อพิชชาภรณ์



[1]ต.ม. = ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง





ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น