ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 แผนการขั้นที่ 4 : ตะครุบทันทีที่เหยื่อตายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 ก.ย. 63




ตอนที่ 12 แผนการขั้นที่ 4 : ตะครุบทันทีที่เหยื่อตายใจ

คอนโดมิเนียมหรูของบุรินทร์มีโอกาสต้อนรับหญิงสาวเป็นครั้งที่สองหลังจากที่คืนนั้นเธอกลับไปในเวลาค่อนคืน แต่ครั้งนี้เธอกลับมาเยือนในเวลาค่อนคืนและจะไม่ยอมจากไปจนกว่าจะรุ่งสาง ยิ่งกว่านั้นคือบุรินทร์จะไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้นเช่นกัน หลังจากที่เจอสายตายั่วยวน จุมพิตหวานล้ำ ร่างบางนุ่มนิ่มที่ทำเอาสติแตกกระเจิงไปตั้งแต่อยู่บนเรือ เรื่อยมาจนตลอดการเดินทางบนสปอร์ตคูเป้ของหญิงสาวก็ยังไม่เว้น สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดเวลานี้คือพาเธอขึ้นเตียงและทำโทษแม่เสือสาวจอมยั่วอย่างที่ใจปรารถนาเสียที

“ไหนคุณบอกว่าเราจะไปฟังเพลงกันไงคะ” เสียงหวานถามขึ้นหลังจากที่ร่างสูงอ้อมมาเปิดประตูให้อย่างเอาใจ ดวงตากลมหวานกวาดมองภาพตึกสูงเบื้องหน้าอย่างสมใจ

“ก็ที่ห้องผมไง” เสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหูขาวสะอาดพร้อมกับขบเม้มที่ติ่งหูเบาๆ แขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ขณะดันหลังบางให้ก้าวเดิน พิชชาภรณ์ตวัดสายตามองใบหน้าคมที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษยิ้มๆ

สองหนุ่มสาวเดินเข้ามาในตัวตึกโดยมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมคอยอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ห่าง ตลอดทางเดินสู่ประตูลิฟต์ให้ความรู้สึกแตกต่างกว่าครั้งก่อนที่มาเยือน อาจเป็นเพราะไม่เห็นมีคนของเขายืนคุ้มกันอย่างเคยก็เป็นได้

“วันนี้มีแค่ผมกับคุณ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างกาย เพราะก่อนออกจากสนามบินบุรินทร์ได้สั่งน้องชายและลูกน้องให้กลับไปได้เลย และสิงขรก็กลับไปนอนที่บ้านทำให้วันนี้เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขาดูโล่งแปลกตา

พิชชาภรณ์พยักหน้ารับรู้ขณะที่ก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยมีร่างสูงเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง บุรินทร์หันไปกดปุ่มเลือกชั้นที่ต้องการเมื่อประตูลิฟต์กำลังจะปิดตัวลง

มือเรียวผลักร่างสูงให้ชิดผนังด้านหนึ่งทันทีที่รอดพ้นจากสายตาผู้คน ปริมาณเพียงน้อยนิดของยาที่ผสมกับเครื่องดื่มกำลังออกฤทธิ์ พิชชาภรณ์ลูบไล้แผ่นอกกำยำช้าๆ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นส่งสายตาเชิญชวนและรอยยิ้มยั่วยวนที่ทำเอาคนมองอยากจะเข้าไปฟัดร่างนุ่มนิ่มให้หายอยาก

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ในลิฟต์นะสุดสวย” เสียงทุ้มเอ่ยเตือน แต่เหมือนคนตัวเล็กจะไม่ได้สนใจคำเตือนนั้นแม้สักนิด

“แล้วยังไงคะ”

คำตอบที่ได้รับทำเอาร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่

“คุณกำลังทำให้ผมคลั่ง”

“ฉันนึกว่าคุณคลั่งมานานแล้วเสียอีก” เสียงหวานเย้ายวนเอ่ยกระซิบชิดใบหูจนขนกายลุกชูชัน พิชชาภรณ์เบียดร่างเข้าหาร่างแกร่งอย่างจงใจ จุดยุทธศาสตร์ถูกรุกรานโดยคนตัวเล็กอย่างมีชั้นเชิง แนบเนื้อเนียนเสียดสีแผ่วเบาหวังโหมอารมณ์หนุ่มในลุกโชน

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ด้วยกันสองต่อสอง” เสียงหวานกระซิบเตือนความจริงให้เขารู้ พร้อมกับไล้จมูกไปตามแนวคางสากและขบเม้มฝากรักแผ่วเบาไว้ตามรายทางอย่างอ้อยอิ่ง

“ในลิฟต์ตัวนี้มีกล้องวงจรปิด” บุรินทร์กลั้นใจตอบเสียงเครียดทั้งๆ ที่ร่างกายคล้อยตามเธอไปแล้วกว่าครึ่ง

“แล้วคุณสนหรือคะ”

คำถามใสซื่อทำเอาคนที่ตั้งใจรอให้ถึงห้องสติขาดผึง ร่างสูงพลิกตัวกลับล้อมร่างบางไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

“คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมไม่สน” ริมฝีปากหยักได้รูปฉกวูบลงมาจุมพิตกลีบปากอิ่มเบื้องหน้าอย่างเร่าร้อน พร้อมกับลดมือลงมาลูบไล้บริเวณข้างลำตัวของหญิงสาวแล้วทำท่าว่าจะต่ำลงกว่านั้นไปเรื่อยๆ

ติ๊ง!

เสียงระฆังหมดยกดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกทำเอาร่างสูงถึงกับผงะ อารมณ์หนุ่มค้างเติ่งอย่างน่าสงสาร ใบหน้าคมแหงนหงายไปด้านหลังขณะที่ร่างเล็กส่งเสียงหัวเราะคิกอย่างถูกใจ

“บ้าจริง! คุณแกล้งผมอีกแล้วนะ” ประโยคแรกสบถให้กับความเร็วของตัวลิฟต์ที่ขึ้นมาถึงที่หมายเร็วเกินไป แต่ประโยคหลังคาดโทษคนตัวเล็กที่กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

“ฉันเปล่าเสียหน่อย” พิชชาภรณ์บอกพร้อมกับย่อตัวลอดวงแขนแกร่งและเดินนำออกจากลิฟต์ ทิ้งให้คนคาดโทษมองตามหลังด้วยสายตาเอาเรื่อง

ถึงเตียงแล้วผมจะเก็บดอกเบี้ยแบบทบต้นทบดอกเลยยาหยี

 

บุรินทร์เดินตามหญิงสาวมาจนถึงหน้าห้องพัก ใบหน้าคมซบลงกับซอกคอหอมกรุ่นขณะเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตู “ยั่วผมนักนะ”

“ก็ฉันมาฟังเพลงนี่คะ”

“แต่ผมอยากฟังเสียงเพลงมากกว่า” เขากระซิบบอกเสียงพร่าสื่อความหมายว่าเพลงที่อยากฟังคือเสียงของเธอ หาใช่บทเพลงใดๆ ไม่ จมูกโด่งหาเศษหาเลยกับแก้มเนียนก่อนจะผลักประตูให้เปิดออก

เมื่อเข้ามาในห้อง หญิงสาวก็ยืนหันรีหันขวางอยู่กลางห้อง บุรินทร์จึงจัดให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว พร้อมกับหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดเพลงโปรดและเดินหายเข้าไปในส่วนที่เป็นครัวเล็กๆ ของห้องที่อยู่ฝั่งขวามือของประตู และกลับมาพร้อมแก้วคอกเทลทรงสูงสองใบและไวน์องุ่น

“ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ” ชายหนุ่มยื่นแก้วเครื่องดื่มให้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ

“เพลงเพราะนะคะ” เธอเอ่ยพลางเอนซบกับแผ่นอกแกร่ง จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมของกลุ่มผมสลวยเข้าเต็มปอด

“แต่ผมอยากฟังเพลงนี้มากกว่า” เสียงทุ้มงึมงำชิดกระหม่อมบางทำให้ใบหน้าหวานต้องแหงนหน้าขึ้นมอง บุรินทร์ส่งสายตาเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยไฟเสน่หาในร่างบางมาให้ ก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มที่เขารู้ว่ามันหวานล้ำเพียงใด พิชชาภรณ์เลื่อนมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างรู้งานพร้อมกับดึงร่างสูงให้โน้มลงมาใกล้ “คุณยังไม่ตอบเลยว่าจะคบกับผมหรือเปล่า”

เขากระซิบเสียงแหบพร่าพลางไล้จมูกโด่งไปตามแก้มนวลนุ่มนิ่มพร้อมกับฝังจูบหนักๆ ลงไปอีกที ก่อนจะพรมจูบเรื่อยไปตามซอกคอขาวผ่อง มือหนาเลื่อนมาเกาะกุมความอวบอิ่มที่โผล่พ้นเสื้อตัวสวยแล้วออกแรงบีบเบาๆ ด้วยความทะนุถนอม

“ว่ายังไงครับสุดสวย ให้คำตอบผมได้หรือยัง”

“ในฐานะไหนคะ” แม้จะหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เขากำลังมอบให้ แต่สติอันน้อยนิดก็สั่งให้เธอทำตามแผนการที่วางไว้อย่างเร่งรีบก่อนที่เขาจะอาศัยความช่ำชองทำให้เธอลืมภารกิจสำคัญไปจนสิ้น

“ผู้หญิงของผม” เสียงงึมงำเอ่ยตอบพลางไล่จูบไปตามเนื้อสาวที่โผล่พ้นอาภรณ์อย่างเสน่หา แต่เหมือนคำตอบของเขาจะไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับเธอเท่าใดนัก พิชชาภรณ์จึงเลื่อนมือทั้งสองข้างประคองหน้าเขาขึ้นมา

“แต่ฉันไม่ชอบใช้ผู้ชายร่วมกับคนอื่น ผู้ชายของฉันต้องมีฉันเพียงคนเดียว”

บุรินทร์ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตกลีบปากบางหนักๆ

“ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์กับคุณคนเดียวในระหว่างที่เราคบกัน”

“ถ้าฉันรู้ว่าคุณมีคนอื่นฉันจะ...” เสียงหวานๆ พยายามดึงสติของตัวเองคืนมาเมื่อเขาเริ่มลูบไล้เค้นคลึงหน้าอกอิ่มของเธอ และมันก็อดที่จะทำให้เธอหลงเพริดไปกับสัมผัสนั้นไม่ได้

“ผมจะไม่มีวันนอกใจคุณ” พูดจบก็ปิดปากอิ่มอีกครั้ง รู้สึกระคายหูไม่น้อยเมื่อได้ยินคำว่าเลิกตั้งแต่ยังไม่ทันได้คบ “ตอนนี้ไปที่เตียงกับผมก่อนเถอะนะ”

“ฉันไม่อยากใช้เตียงที่คนอื่นเคยนอน”

เพราะรู้ว่าเขาผ่านผู้หญิงมามากมาย เธอจึงไม่อยากถูกเหมารวมไว้กับผู้หญิงพวกนั้น ร่างเล็กจึงพยายามยื้อยุดไม่ตามใจเขามากจนเกินไป แต่เหมือนคนตัวโตจะหาได้สนใจไม่ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าเท่านั้น

“พรุ่งนี้ผมจะให้คนมาเปลี่ยน” เขาตอบโดยที่ใบหน้าคมหาได้ละจากซอกคอหอมกรุ่นและเนินอกอวบ มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามเรียวขาเมื่อผลักเธอนอนราบไปตามความยาวของโซฟาได้สำเร็จ

“อย่างอื่นด้วย”

“ได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการเลยยาหยี”

“ฉัน...”

พูดได้แค่นั้นก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อใบหน้าคมวกกลับมาจูบอีกครั้งอย่างอดไม่ไหว

“ค่อยคุยกันวันหลังนะ ตอนนี้ผมอยากทำอย่างอื่นแล้ว”

“เดี๋ยวสิคะ อือ...บุรินทร์คะ”

“เรียกผมว่าแดน” ใบหน้าคมซุกไซ้กับซอกคอขาวผ่องและขบเม้มฝากรอยรักไปตามทางที่เขาผ่านราวกับไม่มีพื้นที่ใดที่เขาไม่เคยมาเยือน จมูกโด่งไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดอย่างหลงใหล “คุณหอมไปทั้งตัวเลยรู้มั้ย”

“คุยกันก่อนสิคะ แดน”

“ไว้ไปคุยกับผมบนเตียงก็แล้วกันนะ” พูดจบก็ช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มเต็มวงแขน พิชชาภรณ์ผวาโอบรอบคอแกร่งทันทีเมื่อเขาลุกขึ้นยืนและเดินไปทางห้องทำงานที่อยู่อีกฝั่ง ริมฝีปากได้รูปหาได้ละจากลีบปากบางช่างเจรจานั้นไม่ เขาอยากได้ยินเสียงครวญครางหวานๆ มากกว่าเสียงช่างเจรจาชวนคุยของเธอ

นักธุรกิจหนุ่มสาวเท้าเข้าไปที่เตียงนอนสีน้ำเงินขนาดคิงไซซ์กลางห้อง มุมหนึ่งของห้องเป็นโซฟาตัวยาวและห้องเก็บเสื้อผ้า ประตูอีกด้านเชื่อมกับห้องหนังสือที่เอาไว้ใช้ทำงานไปในตัว ห้องนอนนี้เขาไม่ได้เอาไว้ต้อนรับบรรดาสาวๆ แต่หากมีไว้สำหรับพักยามเหนื่อยล้าจากการทำงานและเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว ผิดกับอีกห้องที่ใช้สำหรับหาความสนุกในกามกรีฑา

“ห้องนี้ผมยังไม่เคยพาใครเขามาเลยนะ คุณเป็นคนแรก” เสียงทุ้มกระซิบบอกพร้อมกับวางร่างแบบบางลงบนเตียงนอนนุ่ม ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูเตียงอันเย็นเฉียบ พิชชาภรณ์ก็ถึงกับสะดุ้ง แต่ร่างสูงก็ก้าวขึ้นมาคร่อมบนตัวเธอเสียก่อน ใบหน้าคมก้มลงจุมพิตริมฝีปากหวานอย่างอ้อยอิ่งเชื่องช้าราวกับกำลังเริ่มต้นบรรเลงบทเพลงรักที่ไม่มีวันจบจนกว่าจะรุ่งสาง





ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น