FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 9 : BOY IN A JAR :: Deal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    3 ส.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
-



BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB


CHAPTER

- 9 -

( Deal )


 
 

เอาอีกแล้ว...

 
 

“ไปอยู่กับแจ็คสันก่อนนะ กลับมาแล้วจะไปรับ”

 
 

เอาอีกแล้ว...

 
 

ประโยคเด็ดจากปากมาร์คต้วนที่ทำให้คนตัวเล็กอย่างแบมแบมต้องแอบเบ้หน้าด้วยความไม่ชอบใจขณะที่มาร์คเอาเขาใส่กระเป๋าถือใบเล็กแล้วกำลังเดินตรงไปยังห้องพักของแจ็คสันที่อยู่ชั้นเดียวกัน สี่ห้าวันมานี้มาร์คเป็นอะไรก็ไม่รู้...ทำท่าทางเหมือนกับว่ายุ่งอยู่ตลอดเวลาเลย

 
 

และที่แปลกมาก แปลกแบบสุดๆเลยก็คือการที่มาร์คไม่อยู่ห้องแล้วเลือกที่จะพาแบมแบมมาฝากไว้ในห้องแจ็คสันนี่ล่ะ!

 

 

เห็นตอนนั้นยังจะกินเลือดกันอยู่เลยไม่ใช่หรือไง...



 

“เดี๋ยวนี้คุยงานทุกวันเลย” เสียงเล็กบ่นพึมพำออกมาให้มาร์คได้ยินแต่ถึงได้ยินคนตัวโตก็ทำตีมึนไม่รู้ไม่ชี้กับคำพูดนั้นจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องของแจ็คสันเป็นที่เรียบร้อย

 

 

ออด...

 

 

นิ้วเรียวกดลงไปบนปุ่มเล็กๆด้านข้างประตูห้องเพื่อเรียกให้แจ็คสันออกมาเปิดรับ ยืนรอเพียงครู่เดียวบานประตูตรงหน้ามาร์คก็ถูกเปิดออกจากด้านใน มาร์คยื่นเขาให้กับแจ็คสันทำท่าเหมือนว่าจะไม่เข้าไปจนเจ้าของห้องต้องพูดเป็นเชิงว่าให้เข้ามาก่อนนั่นล่ะถึงจะยอมเดินเข้ามา

 
 

“แบมแบม!

 
 

นี่อาจจะเป็นครั้งที่สี่หรือห้าในการเหยียบย่างเข้ามาในห้องแจ็คสันหวังของมาร์คแต่ก็ยังไม่ทำให้มาร์คคุ้นชินกับเสียงเล็กๆที่แผดดังออกมาจากโซฟามุมห้องส่งผลให้มาร์คเผลอหันขวับไปมองแทนเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกด้วยความตกใจหน่อยๆ

 
 

“...”



แล้วก็พบว่าต้นเสียงมันมาจากเด็กตัวจิ๋วที่ดูไกลๆก็เห็นว่าตัวเล็กกว่าแบมแบมตามที่เจ้าตัวเคยโม้ให้ฟังจริงๆ ท่าทางดีใจที่ได้เห็นแบมแบมของยองแจนั้นทำให้มาร์คต้องถอนหายใจออกแรงๆหนึ่งทีพลางเบนหน้าหนีไปมองอย่างอื่นภายในห้องแทน

 
 

 “ยองแจ แบมแบมมาแล้ว” เสียงหวานดังลอดออกมาจากกระเป๋าถือใบเล็กทันที่ที่แจ็คสันเดินเข้าไปใกล้โซฟามุมห้องเพื่อรูดซิปออกกว้างกว่าเดิมเพื่อให้แบมแบมลงไปอยู่บนโซฟากับยองแจเหมือนดั่งเช่นสี่ห้าวันที่ผ่านมา

 
 

“เล่นกันไปนะ เดี๋ยวแจ็คแจ็คมา” เจ้าของห้องก้มไปพูดกับภูติน้อยทั้งสองที่ดูเหมือนว่าจะหลุดเข้าไปในโลกของพวกเขาสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็หันมามองหน้าชายหนุ่มอีกคนที่เอาแต่ยืนเงียบเหมือนกับว่าไม่มีตัวตนอยู่ข้างๆเขาตั้งแต่เดินเข้ามาแทน

 
 

มาร์คก็เป็นแบบนี้ทุกที...


 

แจ็คสันส่ายหัวน้อยๆให้กับท่าทางแบบนั้นของมาร์ค รู้หรอกว่าคิดอะไรอยู่...แต่จะมาโทษเขาไม่ได้หรอกนะ

 

 

“มาร์ค ตามฉันมาหน่อยสิ” ฝ่ามือหนาเอื้อมไปสะกิดคนที่เหมือนยืนเหม่ออยู่เบาๆพอให้รู้สึกตัวก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องนอนโดยมีมาร์คต้วนที่เดินตามหลังมาอย่างว่าง่าย ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะว่านี่เป็นคนๆเดียวกันกับมาร์คต้วนคนอคติสูงเมื่อก่อนน่ะ ให้ตายเถอะ

 
 

“มีอะไร” เสียงนิ่งๆที่ถูกส่งมาไม่ได้ทำให้แจ็คสันเกิดความเกรงกลัว ตรงกันข้ามเจ้าตัวกลับเดินไปทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงโดยไม่คิดสนใจว่าอีกฝ่ายจะมองมาด้วยสายตาแบบไหนอีกต่างหาก

 
 

“มาร์ค...ถามจริงเหอะ”

 
 

“นายคิดว่าแบบนี้มันจะได้ผลจริงเหรอ” แจ็คสันนอนหงายเหม่อมองเพดานแต่ปากก็ขยับพูดออกมาเรื่อยๆ

 
 

“ไม่ใช่ว่าเรากำลังเสียเวลาอยู่หรือเปล่า”

 
 

มาร์คเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากันเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายดังออกมาจากปากของคนที่นอนแผ่หลาทำท่าเหมือนไม่แคร์โลกและสรรพสิ่งรอบตัวอยู่บนเตียง แต่มาร์คเองก็รู้ดีว่าแจ็คสันเองคงจะคิดไม่ตกพอๆกันกับมาร์คนั่นแหละ...

 
 

“แล้วจะให้ทำยังไง” ไม่มีคำตอบจากปากมาร์ค ยิ่งกว่านั้นคือมันเป็นคำถามที่ทำให้แจ็คสันเงียบไปชั่วครู่

 
 

“ปล่อยไปตามธรรมชาติมั้ง...ฉันก็คิดได้เท่านี้แหละว่ะ”



เสียงแผ่วๆนั่นยิ่งทำให้มาร์คหวั่นใจ เขารู้อยู่แล้วว่าแจ็คสันจะต้องพูดแบบนี้ออกมา ต่างจากตอนแรกที่ได้คุยกัน สิ่งที่แจ็คสันพูดมามันก็ดูเป็นไปได้ในทางทฤษฏี แต่แน่นอนว่าในทางปฏิบัติและในทางความรู้สึกของมาร์คนั้น...มันเป็นไปได้ยากเหลือเกินที่จะทำเช่นนั้น

 
 

“แบมแบมไม่อยากกลับไปที่ป่า” เสียงทุ้มพูดออกมาเหมือนกับว่าไม่ค่อยมั่นใจนักทั้งที่ปกติแล้วมาร์คจะเป็นคนที่คิดทบทวนก่อนพูดเสมอ แบมแบมน่ะไม่เคยพูดหรอกว่าไม่อยากกลับไป...เพียงแค่เคยบอกว่าอยู่แบบนี้ก็ดีเท่านั้น

 

 

ไม่ผิดหรอกมั้งที่มาร์คจะตีความมันไปในทางนี้น่ะ



 

“งั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป”

 

“อืม”


สุดท้ายแล้วข้อสรุปเดิมๆก็ถูกยกมาใช้อีกหน มาร์คไม่พูดอะไรต่อแต่เลือกที่จะหันหลังไปเปิดประตูห้องนอนของแจ็คสันแล้วเดินออกไปด้านนอกที่มีร่างเล็กๆของคุณภูติทั้งสองนั่งเล่นกระหนุงกระหนิงกันอยู่ตรงมุมหนึ่งของโซฟา

 

 

 

 
 

“มาร์ค!” คนตัวโตตั้งใจและตกลงกับตัวเองว่าจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆโดยไม่ร่ำลาใคร แต่สุดท้ายช่วงขายาวก็ต้องชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงหวานที่คุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อเขาออกมา

 

“...”


มาร์คทำเพียงแค่หันหน้าไปมองช้าๆเท่านั้น และก็เห็นว่าดวงตากลมคู่นั้นกำลังมองมาที่เขาพร้อมกับร่างของยองแจที่กำลังพยายามปีนตะเกียกตะกายขึ้นมาคร่อมทับคนตัวเล็กอยู่เหมือนไม่เข้าใจว่าในตอนนี้แบมแบมกำลังต้องการคุยกับมาร์คมากกว่า

 
 

“อ๊ะ...ยองแจเดี๋ยวก่อน”



เสียงหวานหันกลับไปแหวใส่ยองแจที่เอาแต่ดึงให้แบมแบมมาเล่นด้วยกันด้วยความรู้สึกที่เริ่มติดจะรำคาญอยู่หน่อยๆ ขอแบมแบมคุยกับมาร์คก่อนสิยองแจ
!

 
 

ปึง!

 
 

“...” แต่พอหันกลับไปมองอีกทีแบมแบมก็พบว่าเขาช้าเกินไป...มาร์คไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้วหลังจากเสียงปิดประตูดังขึ้น

 
 

ดวงตาคู่กลมของภูติตัวน้อยฉายแววเศร้าสร้อยขึ้นมาอย่างปิดไม่อยู่ ไม่ใช่ว่าแบมแบมไม่รู้สึกหรอกนะว่าหลายวันที่ผ่านมานี้มาร์คทำตัวแปลกๆไปกับเขามากแค่ไหน ทุกๆคืนมาร์คจะต้องออกไปข้างนอกทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เป็น...แถมยังยอมพูดกับแจ็คสันแบบปกติ ถึงขั้นเอาเขามาฝากไว้ด้วยซ้ำ

 
 

ทั้งๆที่ตอนแรกห้ามนักห้ามหนา...แต่ทำไมสุดท้ายถึงพาเขามาเองแบบนี้


 

คนตัวเล็กปล่อยให้ยองแจกอดรัดฟัดตัวเองอยู่แบบนั้นเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นด้วยเหมือนทุกวัน ช่วงแรกๆแบมแบมเองก็ดีใจที่มาร์คยอมพาเขามาและยังพูดกับแจ็คสันแบบดีๆด้วย หลงดีใจว่ามาร์คคงอยากจะให้แบมแบมมีเพื่อนหรือไม่ก็คงหายโกรธแจ็คสันแล้ว

 
 

แต่มันก็เหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น เพราะพอดึกๆมาร์คมารับเขากลับไปคนตัวโตก็ทำเหมือนว่าทุกอย่างปกติดี แต่แบมแบมกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่...ตอนนี้ทุกอย่างกำลังผิดปกติแบบสุดๆเลย

 
 

“อ่า...แบมแบม” นิ้วเล็กของยองแจจิ้มจึกๆเข้าที่ข้างแก้มของคนที่วันนี้สองสามวันมานี้เอาแต่เหม่อลอยไม่ยอมเล่นด้วยกันเหมือนอย่างเคย

 
 

“ห...หือ” คนตัวเล็กที่รู้สึกว่าแก้มยุ้ยของตัวเองถูกสัมผัสก็หันไปมองอีกคนด้วยท่าทีสงสัยดวงตากลมเบิกขึ้นเล็กน้อย

 
 

“ไม่อยากเล่นเหรอ” คนตาเล็กถามด้วยใบหน้าที่เจื่อนไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าวันนี้แบมแบมจะมีเรื่องไม่สบายใจนะ...ท่าทางแบบนี้เขาเคยเห็นจากแจ็คแจ็คเมื่ออาทิตย์ก่อน ชอบแอบทำท่าทางหน้าตาแบบนี้เด๊ะเลย

 

“อือ...มาร์คเป็นอะไรก็ไม่รู้” แบมแบมถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงไปเอาหน้าฝังกับเบาะโซฟานุ่ม รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลยที่จู่ๆเหตุการณ์มันก็กลายมาเป็นแบบนี้โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ใบหน้าเศร้าๆของแบมแบมนั้นทำให้ยองแจเองก็เริ่มที่จะเบะปากเพราะเริ่มเศร้าตามไปด้วยอีกคน

 

 

บรรยากาศตอนนี้น่ะมันหดหู่แบบสุดๆไปเลย...

 

 

 




 

 

เสียงเปิดกระป๋องเบียร์ดังขึ้นภายในห้องที่เงียบเชียบ ไฟในห้องที่มักจะเปิดสว่างอยู่ตลอดเวลาถูกปิดไปบางส่วนจนเหลือแสงสว่างมาจากห้องครัวเพียงอย่างเดียว ในนั้นปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มยืนเอนหลังพิงกับเคาน์เตอร์พลางประคองกระป๋องเบียร์ไว้ในมือ

 

 

มาร์คไม่ได้ออกไปคุยงานอย่างที่บอกหรอก...

 

 

มันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น

 

 

กระป๋องเบียร์ในมือถูกยกขึ้นกระดกอึกๆอีกครั้งเมื่อความรู้สึกสับสนและกังวลตีตื้นขึ้นมาเต็มไปหมดจนไม่รู้จะทำยังไง รูปภาพที่วาดค้างไว้เมื่อสองสามวันก่อนยังคงค้างคาอยู่ที่เดิมไม่สามารถขยับไปมากกว่านั้นได้เพราะสมาธิของเขามันมีไม่มากพอที่จะทำอะไรแบบจับจด

 
 

“...”

 
 

และมาร์คก็เกลียดความรู้สึกสับสนแบบนี้เสียเหลือเกิน มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้หวนนึกถึงไปเมื่อตอนหัดริมีความรักครั้งแรกเมื่อสมัยมัธยม ตื่นเต้น สับสน กระวนกระวาย เป็นอะไรที่ทำให้สมาธิและความเป็นตัวเองที่มีมาในคราแรกนั้นมืดบอดไปราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบดบัง

 
 

และด้วยความรู้สึกที่ทำให้ตัวเองไม่สงบแบบนั้นเกิดขึ้น ทางออกของมาร์คก็คือการวาดรูป...เขาวาดมันจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตช่วงวัยรุ่นของเขา สุดท้ายก็กลายเป็นอาชีพ และด้วยความพอใจที่มีมากพอจึงทำให้มาร์คไม่คิดจะขวนขวายหาความรักที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่นจากไหนอีก

 

 

จนกระทั่งตอนนี้...

 
 

ที่ดูเหมือนว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัวรับมัน

 

 

“แบมแบม ฉันต้องทำยังไงต่อไป”






.

.

.

 


 

 

ช่วงเวลาตอนเช้าเป็นอะไรที่แบมแบมเฝ้ารอให้มันมาถึงไวๆ หลังจากเมื่อคืนที่มาร์คไปรับเขากลับมาจากห้องของแจ็คสันตอนดึกแล้วมาร์คก็ไม่พูดอะไรกับเขาอีกนอกจากบอกว่าให้แบมแบมฝันดีตอนที่กำลังจะเข้านอนเท่านั้น

 
 

และแบมแบมก็คิดไว้แล้วว่า ตอนเช้าที่มาร์คตื่นมาทำอาหารให้เหมือนทุกวันนั้นแบมแบมจะต้องคุยกับมาร์คให้มากเหมือนเมื่อก่อนให้ได้เลย

 
 

“มาร์ค” แต่พอลืมตาขึ้นมาคนตัวเล็กก็พบว่าข้างกายเขาไม่มีคนตัวโตนอนคลุมโปงหลับอุตุอยู่เหมือนอย่างทุกวัน ใบหน้าเล็กเลิ่กลั่กยันตัวเองให้ลุกนั่งด้วยความร้อนรน ในหัวคิดไปแล้วว่าป่านนี้มาร์คคงต้องกำลังทำมื้อเช้าอยู่ด้านนอกแน่ๆ แล้วทำไมมาร์คไม่ปลุกเขาล่ะ!

 
 

พอคิดได้แบบนั้นความมั่นใจที่มีในตอนแรกก็เริ่มที่จะเหือดหาย แบมแบมขยับกายแล้วค่อยๆหย่อนตัวเองลงมาจากเตียงมาร์คด้วยท่าทางค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร ถ้าเกิดว่าแบมแบมไม่ได้หูฝาดไปเองเขารู้สึกว่ามาร์คกำลังคุยกับใครอยู่ข้างนอกด้วยล่ะ

 
 

“...”


เท้าคู่น้อยค่อยๆก้าวออกไปอย่างระมัดระวังจนถึงบานประตูที่ถูกเปิดแง้มเอาไว้ เห็นว่ามาร์คยืนอยู่ตรงโซนห้องครัว...ไม่ได้มีแขกหรืออะไร เพียงแต่คนตัวโตกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ต่างหาก สีหน้าค่อนข้างที่จะเคร่งเครียดเลยล่ะ

 

 

สงสัยช่วงนี้มาร์คมีอะไรให้คิดมากอยู่แน่ๆเลย...



 

ใช่แล้ว...บางทีมาร์คอาจจะเหนื่อยเรื่องที่ต้องออกคุยงานทุกวันก็ได้นี่นาเลยไม่ค่อยมีเวลามาเล่นพูดคุยกับแบมแบมเหมือนเดิม

 
 

“...”



ใบหน้าเล็กเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดว่าอาจจะเป็นเพราะมาร์คเหนื่อยจากงานที่เข้ามาเยอะในช่วงนี้ เพราะนอกจากมาร์คโหมดน่ากลัวอย่างในคืนนั้นแล้วก็มีมาร์คโหมดนิ่งเกินไปจนใจไม่ดีแบบนี้นี่ล่ะที่เป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งแบมแบมรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย

 
 

แต่ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะก้าวออกไปพ้นบานประตูที่ถูกแง้มขาเล็กก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆหูของเขาก็แว่วเหมือนได้ยินเสียง...ผู้หญิง ดังมาจากโซนห้องนั่งเล่นที่เขาไม่ได้สังเกตในตอนแรก

 
 

“...”

 
 

“ขอโทษด้วยนะคะที่จีอามารบกวนแต่เช้าเลย...”


เสียงปริศนาที่ดังขึ้นหลังจากมาร์คเก็บมือถือใส่กระเป๋าทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ดวงตากลมกวาดมองไปยังอีกฝั่งเพื่อย้ำให้แน่ใจว่าไม่ใช่อาการพะวงหรือคิดมากของเขาจนเกิดหลอนไปเอง

 
 

“ไม่เป็นไรครับ” มาร์คตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ อาหารในมือมาร์คมีอยู่สองจานไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันต้องเป็นของมาร์คและผู้หญิงคนนั้นอย่างแน่นอน... ช่วงขายาวที่อยู่ในการจับจ้องของคนตัวเล็กกำลังก้าวเข้าไปหาหญิงสาวในชุดเสื้อบางสีขาวกับกางเกงยีนสีน้ำเงินซีดดูดีคนนั้นที่นั่งรออยู่พร้อมรอยยิ้ม

 

 

ผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เคยเข้ามาในห้องมาร์คคราวนั้น...แบมแบมจำได้ดีเลยล่ะ


 
 

คนสองคนที่ดูดีไม่แพ้กันกำลังนั่งทานอาหารเช้าด้วยกันอยู่บนโซฟารับแขกด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเก่งแถมยังชวนมาร์คคุยได้เรื่อยๆ แถมบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่คนตัวเล็กไม่เข้าใจอีกด้วย...อย่างเรื่องผลงานวาดรูปของมาร์คน่ะ เขาเองแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

 

แบมแบมนี่แย่จังเลยนะ...

 

 

“...”



ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฝ่ามือน้อยๆคู่นั้นมันบีบเข้าหากันจนชาไปหมด เสียงหัวใจในอกที่มักจะเต้นรัวเร็วเมื่อเผลอคิดถึงคนตัวโตขี้แกล้ง ในตอนนี้มันกลับแผ่วลงแถมยังกระตุกอย่างรุนแรงเสียจนแบมแบมเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

 
 

“จีอาไม่ได้ทานอะไรง่ายๆมานานแล้ว ได้ลองบ้างก็ดีเหมือนกันค่ะ” ไม่รู้ว่าเผลอจมกับความคิดของตัวเองไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าพอเงยหน้ามองอีกครั้งบทสนทนาของทั้งคู่ก็ดูจะคึกคักกว่าเดิมเพราะเสียงหัวเราะทุ้มๆนั่นที่ดังออกมา

 


 

หลายวันแล้วที่แบมแบมไม่ได้เห็นมาร์คหัวเราะแบบนี้ออกมา...




 

“อะ...”



มือข้างที่จับขอบประตูบีบแน่นเสียจนรู้สึกเจ็บไปหมด สุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ยอมแพ้ พาตัวเองค่อยๆก้าวถอยหลังมาให้พ้นจากภาพตรงหน้าแล้วยกมือน้อยๆนั่นแตะเข้าข้างแก้มของตัวเองเบาๆเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบางอย่าง...

 


.



.


 

อ่า นี่เขากำลังร้องไห้อยู่หรอกเหรอ...ทำไมไม่เห็นจะรู้ตัวเลย







 

- 50% -







 

“แจ็คสัน..” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนที่ทำท่าจะเดินผ่านไปพร้อมกับแก้วอะไรบางอย่างในมือให้หันกลับมามองพร้อมรอยยิ้ม...แปลกๆ เป็นรอยยิ้มบนใบหน้าของแจ็คสันที่ดูไม่ธรรมชาติเอาเสียเลย เพราะขนาดยองแจเองยังแอบพูดกับเขาว่าช่วงนี้แจ็คสันเองก็แปลกๆไป ถึงแม้จะไม่เห็นชัดอย่างมาร์คเพราะว่าแจ็คสันน่ะ...ไม่ได้ไล่ให้ยองแจออกไปไหนแบบเขา

 
 

แต่ยองแจก็บอกว่าช่วงนี้ดูแปลกๆไป

 
 

“หืม ว่าไงตัวเล็ก” เสียงแหบห้าวถามกลับพลางเลิกคิ้ว แบมแบมอึกอักนิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าไปชิดกับที่ท้าวแขนของโซฟาสีแดงแล้วถามสิ่งที่คาใจออกไป

 
 

“ม...มาร์คบอกหรือเปล่าว่าจะกลับตอนไหน” แบมแบมถามออกไปแล้ว และดูเหมือนว่าคนถูกถามเองก็นิ่งไปนิดหน่อย ทำหน้าเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็ส่ายหน้าไปมาช้าๆให้กับคนที่รอฟัง

 
 

“อ่า...ไม่ได้บอกน่ะ แต่ฉันว่าก็คงมาเวลาเดิมนั่นล่ะ”




คนตัวเล็กถึงแม้จะคอตกเพราะความผิดหวังในคำตอบแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้านิ่งๆพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆในใจที่เริ่มพวยพุ่งขึ้นมาอยู่ในอก นี่ก็เป็นอีกคืนที่แบมแบมต้องมานอนแก่วอยู่ในห้องของแจ็คสัน...

 

 

และมันก็เริ่มที่จะอดคิดไม่ได้ว่าที่มาร์คออกไปทุกคืนน่ะ...ออกไปกับผู้หญิงคนเมื่อเช้าหรือเปล่า

 
 

ก็ดูสนิทสนมกันดีไม่ใช่หรือไง

 
 

“แบมแบม เป็นอะไรน่ะ...” ยองแจที่นั่งมองอยู่อีกมุมหนึ่งหลังจากที่แจ็คแจ็คเวอร์ชั่นทำตัวแปลกประหลาดเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วก็รีบคลานเข้ามาหาเพื่อนตัวน้อยที่ทำสีหน้าไม่สู้ดีอยู่อีกฝั่งด้วยความเป็นห่วง

 
 

ยองแจสังเกตว่าวันแรกๆที่มาแบมแบมก็ขยันเล่นขยันคุยกับเขาอยู่หรอก แต่พอมานานๆเข้าทำไมแบมแบมถึงทำหน้าตาซังกะตายเหมือนภูติไร้วิญญาณแบบนี้บ่อยขึ้นๆก็ไม่รู้...

 

 

ก็เข้าใจนะว่ายองแจพูดภาษาเกาหลีไม่ค่อยรู้เรื่องเลยทำให้สื่อสารลำบาก แต่ว่าเขาก็ไม่อยากให้แบมแบมเศร้านี่นา!



 

“ย...ยองแจ” เสียงสั่นๆกับดวงตากลมโตที่แดงก่ำนั่นยิ่งทำให้ยองแจใจคอไม่ดี มือเล็กๆพยายามลูบหัวลูบหูคนที่ตั้งท่าจะปล่อยโฮอย่างลนลาน ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารเหลือเกินถ้าหากว่ามีใครได้มาพานพบ...

 
 

“ไม่ๆๆๆ อย่าร้องไห้ออกมานะแบมแบม” คนตัวเล็กกว่าอย่างยองแจก็ได้แต่พูดไป ไม่รู้หรอกว่าแบมแบมกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำท่าทางแบบนี้ออกมา

 

 

อ่า...เมื่อไหร่มาร์คจะมาสักที ยองแจรับมือแบมแบมโหมดนี้มาหลายวันจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ!



 

“ย ยองแจ...แบม ฮ...ฮึก แบมแบมไม่อยากชอบมาร์คเลย

 
 

“มัน...คือไรอะ” เอ่อ...ไม่รู้เหมือนกันว่าแบมแบมพูดออกมาไม่รู้เรื่องหรือเป็นเพราะว่าเขาไม่เข้าใจคำนี้มาก่อนกันแน่ แต่ช่างเถอะอะไรที่แบมแบมบอกว่าไม่อยากก็น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ใช่หรอ...

 
 

“ต...แต่ถ้าแบมแบมไม่อยากก็ไม่ต้องชอบสิ!

 
 

“มาร์คชอบผู้หญิงตัวโต ฮึก...ไม่ชอบแบมแบม”



อ๋า...เสียงสั่นๆที่เอ่ยประโยคน่าสงสารนั่นออกมาทำให้ยองแจพอจะจับใจความได้บ้างแล้ว แบมแบมกำลังร้องไห้เพราะว่ากำลังน้อยใจมาร์คอยู่แน่ๆเลย...เขาเองก็เคยน้อยใจแจ็คแจ็คเหมือนกันนั่นแหละ

 
 

“คิดมากน่า...มาร์คหวงแบมแบมจะตายไป” ยองแจพูดไปตามที่คิด สังเกตจากทุกครั้งที่เขาเรียกแบมแบมมาร์คก็มักจะหันมามองเขาด้วยสายตาเย็นชาจนขนขาขนแขนลุกชันไปหมดแทบทุกครั้งไป

 
 

“ไม่เอาแล้ว...”

 
 

“แบม...แบมอยากกลับห้อง”

 
 

ปกติแล้วคนตัวเล็กไม่ค่อยมินิสัยเอาแต่ใจให้ใครเห็นหรอกนอกเสียจากคนตัวโตที่ชื่อว่ามาร์ค แต่ว่าตอนนี้แบมแบมไม่ต้องการที่จะอยู่ในห้องของแจ็คสันอีกต่อไปแล้ว ต่อให้มาร์คไม่อยู่แบมแบมก็อยากกลับห้อง...เขาเองก็เคยถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวมาหลายรอบแล้ว ทำไมคราวนี้ถึงจะอยู่ไม่ได้ล่ะ

 


“อ่า...ได้สิ” ยองแจเองก็ไม่กล้าที่จะขัดใจคนอารมณ์ไม่คงที่มากนัก แถมเดี๋ยวนี้แจ็คแจ็คก็เป็นบ้าอะไรไม่รู้หมกตัวอยู่แต่ในห้องปล่อยให้เขากับแบมแบมอยู่ข้างนอกด้วยกันสองคนแทบทุกคืนเลย คิดว่ายองแจสนุกมากหรือไงกับการที่ต้องมาคอยปลอบแบมแบมไม่ให้ร้องไห้เนี่ย!

 
 

ออกมารับผิดชอบร่วมกันเดี๋ยวนี้เลยนะ


 

“แจ็คแจ็ค!!!!!!

 
 

แบมแบมที่กำลังกลืนก้อนสะอื้นลงคอเผลอสะดุ้งเฮือกเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆยองแจก็เล่นตะโกนขึ้นมาเสียงดังเสียจนหูแทบอื้อ ยังไม่ทันจะถามอะไรต่อก็เห็นว่ายองแจตั้งท่าอ้าปากเหมือนจะตะโกนอีกครั้งจนมือเล็กของแบมแบมต้องยกขึ้นมาปิดหูไว้โดยอัตโนมัติ

 
 

“แจ็...”

 

“มาแล้วคร้าบบบบ เกิดอะไรขึ้น” แต่ถือว่าเป็นโชคดีที่แจ็คสันเปิดประตูออกมาทันท่วงทียองแจจึงหุบปากที่อ้าเสียกว้างเกินความจำเป็นนั่นลงก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง เขาน่ะไม่ใช่พวกบอบบางอย่างแบมแบมหรอกนะ ถึงจะเป็นภูติเหมือนกันแต่นิสัยของแบมแบมกับเขาน่ะต่างกันคนละขั้วเลยก็ว่าได้

 




ไม่มีทางซะหรอกที่ยองแจจะมานั่งร้องไห้คิดถึงแจ็คแจ็คอย่างแบมแบมน่ะ...


 

เพราะถ้าแจ็คแจ็คทำให้ยองแจไม่พอใจล่ะก็...หึ ตายอย่างเดียว

 


 

“แบมแบมอยากกลับห้อง พาไปส่งเดี๋ยวนี้” ไม่มีการอ้อนวอนขอร้องใดๆ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคำบัญชาจากยองแจทั้งสิ้น เล่นเอาแจ็คสันที่เดินออกมาถึงกับงงเกาหัวตัวเองแกรกๆกับท่าทางแบบนั้น ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย

 
 

“กลับไปจะอยู่กับใครอ่ะตัวเล็ก” เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเห็นว่าหน้าเล็กๆนั่นแดงก่ำเหมือนกับว่าเพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ

 


“แบม อยู่คนเดียวได้...” สุดท้ายแล้วแจ็คสันก็ต้องทำตามคำขอด้วยความรู้สึกสงสารในใบหน้าหงอยๆนั่น แบมแบมช่างไม่เหมือนกับยองแจเอาซะเลย รู้แล้วว่าทำไมมาร์คถึงได้หวงนักหวงหนา...ก็เล่นอ่อนแอเปราะบางจนดูน่าถนอมซะขนาดนี้

 

 

ที่มาร์คทำแบบนี้มาเกือบอาทิตย์นี่ต้องนับถือในความใจแข็งของเขาเลยจริงๆ...



 

“โอเคๆ ตามนั้นเลย”

 

 

 

 

ไม่นานนักแจ็คสันและกระเป๋าในมือที่บรรจุคุณภูติตัวน้อยอย่างแบมแบมไว้ด้านในก็เดินมาจนถึงส่วนที่เป็นหน้าห้องมาร์คต้วน ด้วยเพราะมาร์คบอกเอาไว้ว่าจะไม่อยู่ห้องแจ็คสันจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกดออด เขาถือวิสาสะเอากุญแจห้องสำรองของมาร์คที่มีอยู่กับตัวไขเปิดเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบ

 
 

“...”

 
 

“นั่นกระป๋องที่ห้าแล้วนะคะมาร์ค คุณดื่มเก่งชะมัดเลย”

 
 

แต่แล้วเสียงผู้หญิงที่เล็ดลอดออกมาก่อนที่แจ็คสันจะได้โผล่หน้าเข้าไปในโซนรับแขกนั้นก็ทำให้ใจของคนบุกรุกห้อง (ด้วยความจำเป็น) ถึงกับหล่นวูบมือไม้ชาขึ้นมาอย่างกะทันหัน รู้ตัวว่าถ้าหากเดินเข้าไปอีกก้าวเดียวรับรองได้เลยว่างานนี้มาร์คต้วนต้องงานเข้าแน่นอน...

 
 

“แจ็คสัน...ปล่อยสิ”

 
 

คนตัวเล็กที่ดูท่าเหมือนว่าจะไม่ได้ยินเสียงบทสนทนาจากด้านในพยายามชะโงกหน้ามาบอกให้เขาวางเจ้าตัวลง แต่แจ็คสันก็ทำเพียงส่งยิ้มแหยๆไปให้อีกฝ่ายเท่านั้น

 
 

“...”

 
 

สุดท้ายแล้วเมื่อความซวยมันจะต้องเกิดแจ็คสันเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แบมแบมก็พยายามดิ้นจะลงจากกระเป๋าเสียให้ได้ ส่วนมาร์คเองก็ดันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงพาผู้หญิงเข้ามาในห้องแล้วโกหกเขาว่าออกไปคุยงาน ถ้าเกิดไม่ได้ออกไปไหนจริงๆก็น่าจะเตี๊ยมกันไว้ก่อนไหมล่ะ

 

 

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้แจ็คสันไม่ผิดนะบอกไว้ก่อนเลย...



 

“เฮ้มาร์ค!...เอ่อ นายลืมของไว้ที่ห้องฉันน่ะ”



สุดท้ายแจ็คสันก็เลือกที่จะเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปกลางวงที่มีมาร์คกับหญิงสาวนั่งจิบเบียร์กันอยู่บนโซฟา คิมจีอาดูตกใจนิดหน่อยที่เห็นคนแปลกหน้าแต่ก็ยังไม่เท่ามาร์คที่เหมือนจะหาคำพูดตัวเองไม่เจอเลยในตอนนี้

 
 

“เอ่อคือ...จะเอามาคืน แต่ไม่รู้ว่ามีแขก...ฮ่ะๆ” สถานการณ์เริ่มตรึงเครียดเมื่อแจ็คสันสังเกตเห็นว่าสายตาของมาร์คเริ่มมองต่ำไปยังมือของเขาที่หิ้วกระเป๋าผ้าใบเล็กเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เป็นครั้งแรกเลยที่แจ็คสันได้มาเห็นมาร์คในมุมนี้

 

 

สีหน้ามาร์คต้วนแย่ชะมัดเลยให้ตายเถอะ

 

 

“อ้อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ตามสบาย” หญิงสาวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นพูดกับแจ็คสันที่ยืนมือเย็นเหงื่อจะตกด้วยท่าทีสบายๆ



 

“เอาไงดีวะมาร์ค...อ่า ฉันเอาไปวางไว้ให้ในห้องละกันเนอะ”

 
 

เมื่อเห็นว่ามาร์คยังคงหาสติตัวเองไม่เจอแจ็คสันจึงเลือกที่จะเสนอทางออกให้แบบรวดเร็วที่สุด เขาเดินเข้าไปทางห้องนอนของมาร์คอย่างชำนาญเพราะรูปแบบห้องพักในนี้ก็เหมือนกันหมด ก่อนจะวางกระเป๋าที่มีแบมแบมเอาไว้บนเตียงรูดซิปออกเล็กน้อย แต่แจ็คสันกลับไม่เห็นว่าคนที่ตั้งท่าอยากจะออกมาในตอนแรกนั้นกระดุกกระดิกเลยซักนิดเดียว

 
 

“...”

 
 

“แบมแบม...” เงียบไปชั่วอึดใจคนตัวเล็กก็ค่อยๆคลานออกมาจากด้านใน แจ็คสันพยายามจ้องแบมแบมผ่านความมืดภายในห้องแต่ก็ไม่ทำให้เห็นอะไรชัดเจนขึ้นนอกจากกลุ่มผมดำที่ดูเหมือนจะก้มต่ำกว่าปกตินั่น

 
 

“แจ็คสันกลับไปเถอะ ขอบใจที่พากลับห้องนะ” ยิ่งแปลกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าแบมแบมยังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

 
 

“แน่ใจนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ทว่าคนตัวเล็กยังไม่ทันจะได้ตอบเสียงเปิดประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้นเสียก่อนเรียกให้คนร่างหนาหันกลับไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นไอ้คุณเจ้าของห้องที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นเบียร์เหม็นหึ่งนั่นเอง

 
 

“อ่า...งั้น ไปล่ะ”

 
 

“...”

 
 

เมื่อแจ็คสันเดินออกไปสุดท้ายแล้วทั้งห้องมืดๆก็เหลือเพียงแค่มาร์คกับคนตัวเล็กที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเตียงกว้างเท่านั้น คนตัวโตหาคำพูดของตัวเองไม่เจอได้แต่ยืนนิ่งเหมือนพวกงี่เง่าอยู่ตรงนั้นนานสองนาน ไม่รู้ว่าควรเริ่มอธิบายจากตรงไหนก่อน...ภายนอกของมาร์คน่ะดูนิ่งทั้งที่ข้างในมันกำลังร้อนรุ่มไปหมดแล้วในตอนนี้

 
 

“แบมแบม” สุดท้ายเสียงทุ้มก็ตัดสินใจเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ยังคงเอาแต่นั่งนิ่งไม่ไหวติงเบาๆให้พอได้ยิน

 
 

“...”

 
 

มาร์คกำลังรู้สึกแย่ แต่คงไม่เท่าครึ่งหนึ่งของแบมแบม...เขารู้ดีว่าคนตัวเล็กจะต้องคิดว่าเขาโกหกหลอกลวง และคงจะกำลังไม่เข้าใจเขาอยู่

 
 

“มาร์ค...” เสียงหวานแต่ไม่ใสเพราะมันมีความสั่นเครือน้อยๆปนอยู่ถูกเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกหลับตาลงช้าๆ เขายอมทุกอย่างนะถ้าหากแบมแบมต้องการจะว่าเขาหรืออะไรก็ตาม...เพราะมาร์คก็รู้ มาร์ครู้ดีว่าตัวเองละเลยแบมแบมไปมากแค่ไหนในช่วงนี้

 

 

จากคนที่ถูกเอาใจแทบทุกอย่าง กลายมาเป็นคนที่มาร์คทำเหมือนไม่อยากใส่ใจแบบนี้...

 
 

เป็นใครก็คงคิดไม่ต่างกันกับแบมแบมหรอกว่ามาร์คน่ะ...คงเบื่อเขาเข้าซะแล้ว มาร์คเบื่อแต่ทว่ามาร์คไม่เลือกที่จะพูดออกมาตรงๆ กลับกัน ในการที่เลือกทำแบบนี้แทนมาร์คคงจะไม่รู้หรอกว่าแบมแบมยิ่งรู้สึกแย่จนแทบอยากร้องไห้ออกมาเสียงดังๆแค่ไหน

 
 

ในเมื่อมาร์คใจร้ายแบบนี้...เขาก็จะไม่ชอบมาร์คอีกต่อไปแล้ว

 
 

“...”

 
 

แบมแบมไม่อยากอยู่กับมาร์คแล้ว...

 
 

“แบม!

 
 

ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของเขามากที่สุด ฝ่ามือใหญ่บีบเข้าหาตัวเองแรงๆไม่อยากเชื่อว่าคนตัวเล็กจะพูดคำนี้ออกมาได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แต่หลังจากนั้นไม่นานแผ่นหลังเล็กๆบนเตียงก็เริ่มสั่นเทาจนเห็นได้ชัดแม้ในความมืด

 
 

กำลังร้องไห้...


 

มาร์คต้วนกำลังทำให้แบมแบมเสียใจ

 
 

“พาแบมไปหาเนียร์...ฮึก...เดี๋ยวนี้”

 
 

คนตัวเล็กต้องเสียใจมากแค่ไหน ต้องใช้ความน้อยใจมากแค่ไหนถึงกล้าขอให้มาร์คทำแบบนี้ได้...คนตัวโตกลืนก้อนเหนียวๆลงคอ ดวงตาคมนิ่งงันไปคล้ายกับว่ากำลังขบคิด มันมีบางอย่างที่มาร์คอยากจะพูดมันออกมาในตอนนี้

 
 

แต่ทว่าชายหนุ่มก็ยังคงไม่แน่ใจ หลายๆอย่างในความรู้สึกนึกคิดมันยังไม่เข้าที่...มาร์คไม่รู้ว่าถ้าพูดไปอย่างที่คิดแล้วทุกอย่างจะหันเหไปทางไหน หรือถ้าเกิดว่าบอกไปแล้วเขาสุดท้ายจะเหลือเพียงมาร์คคนเดียวอย่างที่คิดหรือไม่

 
 

เชื่อเถอะ...ว่ามนุษย์ทุกคนก็ย่อมมีความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ในจิตใจทั้งนั้น


 

“ได้สิ...”

 
 

“ถ้านายต้องการ...แบมแบม”

 

 





100%





มาล้าวว แฟนอาร์ตสองภูติตามที่หลายคนอยากเห็น น่ายักมั้ย ~


ส่วนตอนนี้คุณภูติก็ไม่อยากอยู่กับมัคต้วนแล้ว

หว่าย สมน้ำหน้าเนอะ นิสัยไม่ดีเลย มาซ้ำเติมมาร์คกันเร็ว

ปอลอจุด : รู้ตัวกันยังว่าฟิคเดินเรื่องมาครึ่งทางแล้วนะ เอวี่บอดี้พร้อมสำหรับรวมเล่มกันหรือยางง เดี๋ยวจะมาบอกรายละเอียดน้า




แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2140 onea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:06
    หน่วงไม่ไหว ทำไมไม่คิดถึงจิตใจน้องๆกันเลย หื้ออออ
    #2,140
    0
  2. #2122 uromtbb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:37
    สงสารน้องงงง
    #2,122
    0
  3. #2094 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    อยากรู้ในมุมของมาร์คบ้าง
    #2,094
    0
  4. #2069 VivoV5 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 00:06
    ไม่เอาแบบนี้สิ
    #2,069
    0
  5. #2055 Bporsche (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 00:34
    โอ๊ยยย สงสารรร อยากฆ่ามาร์ค
    #2,055
    0
  6. #2047 MB-krD (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 14:31
    มาร์คเอ้ยยย กลัวว่าตัวเองจะชอบแบทไปมากกว่านี้แล้วกลัววันนึงน้องต้องกลับป่างี้หรอ โอยยย
    #2,047
    0
  7. #2029 alltimeismark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:37
    มีอะไรก็ไม่ยอมเคลียร์ให้รู้เรื่องจะเอายังไงก็เอาแต่ไม่ใช่เอาแต่หลบหน้าน้องแบบนี้ แล้วไงล่ะความรู้สึกมันเอากลับมาไม่ได้ไงม้าค
    #2,029
    0
  8. #1989 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 01:17
    มาร์คแม่งงงงง นั่นแบมแบมไง ทำไมทำแบบนี้อ่ะ ฮื่อออ
    #1,989
    0
  9. #1969 ploylailta (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:54
    สรุปคืออะไรกัน ไม่คุยกันแบบนี้ก็ไม่รู้เรื่อง เราเองก็ไม่รู้เรื่อง555
    #1,969
    0
  10. #1957 wan62063 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 20:53
    คือมาร์คเป็นไรอ่ะ เป็นไรก็บอกดิวะ โว้ะน่ามคาน
    #1,957
    0
  11. #1926 ojay2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 00:20
    หื้ออออออ มาร์คทำไมเป็นแบบนี้นะ ไม่เอาสิ
    #1,926
    0
  12. #1900 FANTACHII (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 00:51
    โกหกกันได้ลงคอออ
    มีอะไรก็พูดสิพี่มาร์คคคคคค
    น้องเสียใจนะทำแบบนี้
    ชอบยองแจมากเลยหนูแกร่งมากลูก5555555555

    #1,900
    0
  13. #1864 M.m1nt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:52
    พี่มาร์คทำงี้ทำไมอ่ะ จะร้องไห้
    #1,864
    0
  14. #1836 KiHaE*129 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 02:40
    น้ำตาไหลเลย
    T________T
    ไม่รู้มาร์คทำอะไรอยู่หรอกนะ
    แต่ทำแบบนี้
    ถ้าแบมจะคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก
    ทำแบมเสียใจทำไม
    ฮืออออออ
    #1,836
    0
  15. #1822 BamG97_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 17:04
    ฮือออ แบมมมt0t
    #1,822
    0
  16. #1785 MBisme (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 10:22
    มาร์คใจร้ายจังนะ มัวแต่กังวลความรู้สึกตัวเอง จนลืมความรู้สึกของอีดคนไปรึปล่าว
    #1,785
    0
  17. #1742 BAMmiie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 01:21
    อะไรอะ จะร้องไห้แล้วนะ พูดออกมาเหอะมาร์ค นี่ก็อึดอัดแทนจะแย่ละ หุ้ย สงสารแบม แต่แอบขำภูติแตงอะ กร๊าวใจพี่มาก555555555555555
    #1,742
    0
  18. #1738 cassysanuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 18:20
    สงสารแบมมมมม
    #1,738
    0
  19. #1729 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 22:27
    น้ำตาคลออีกแล้ว สงสารแบมแบม

    มาร์คทำอะไรที่มันเข้าท่ากว่านี้หน่อยดีกว่ามั๊ย
    #1,729
    0
  20. #1718 Dearii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 09:18
    มาร์ค แกไม่พูดอ่ะะ แกคิดอะไรอยู่ก็พูดออกมาซี้ !!!
    #1,718
    0
  21. #1697 MandM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 17:55
    สงสารแบมจังเลยอ่าาา

    ทำไมทำแบบนี้ล่ะมาร์ค
    #1,697
    0
  22. #1679 zmgebob (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 00:22
    อึดอัดมากกกกกกกกกก มาร์คเครียดแต่ก็ไม่น่าเอาผญคนนั้นมาอยู่ในห้องด้วยเลยอ่ะ
    #1,679
    0
  23. #1666 bbunnymm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 08:17
    สงสารแบมมมมม แต่มาร์คก็คงจะทำอะไรสักอย่างแหละ แต่ก็สงสารแบมอยุ่ดี
    #1,666
    0
  24. #1628 Oni (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 23:15
    เราอยากจะร้องไห้ตามแบมน่าสงสารมาก มาร์คมีอะไรอึดอัดไม่ชอบก็น่าจะบอกไป

    ทำไมต้องเอาจีอาเข้ามาให้แบมเส้ยใจและโดดเดี่ยวด้วย
    #1,628
    0
  25. #1508 あなた (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:39
    เราว่ามาร์คคงกำลังตั้งใจทำอะไรบางอย่างอ่ะ ไม่ได้เบื่อแบมใช่ป่ะ มีอะไรก็พูดสิ จะให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้รึไงล่ะ ถ้าไม่พูดแล้วแบมจะรู้มั้ย ใครๆ ก็ต้องคิดว่าถูกเบื่อทั้งนั้นแหละงี้อ่ะ ฮึ่ยย มาร์คต้วนนน
    #1,508
    0