FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 10 : BOY IN A JAR :: when you're gone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    9 ส.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
-


BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB



CHAPTER

- 10 -

(When you’re gone )

 

 

“บอกมาตามตรง...ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้วะ” น้ำเสียงเคร่งขรึมที่นานๆทีจะได้ยินจากอิมแจบอมนั้นทำให้คนที่ยืนเอนหลังพิงประตูรั้วใหญ่อยู่ในคราแรกถึงกับก้มหน้านิ่งไม่คิดจะตอบจนหมัดเบาๆถูกส่งมากระแทกที่ไหล่ให้พอรู้ตัวสองสามที จนสุดท้ายมาร์คก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่คิดว่าถ้าหากไม่ได้คำตอบก็คงจะไม่ปล่อยให้กลับไปง่ายๆ

 
 

“กู...”

 
 

“กูพยายามแล้ว” แต่พอได้ยินคำตอบจากปากเพื่อนแล้วจากท่าทางที่พร้อมโกรธเต็มที่ของอิมแจบอมในตอนแรกนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มอ่อนลงทีละน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะนิ่งเฉยอยู่ตลอดเวลานั้นมันดูผิดแผกไปจนเห็นได้ชัด สันกรามที่นูนออกมาจากการขบกันของฟันทำให้รู้ว่ามาร์คเองก็คงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้

 
 

“...”

 
 

“กูขอโทษว่ะมาร์ค”



และสุดท้ายเมื่อทบทวนให้ดี ก็คือตัวเองเขาเองใช่หรือเปล่าที่เป็นคนพาเรื่องยุ่งยากทั้งหมดเข้ามาในชีวิตของเพื่อนโดยที่ไม่คิดไตร่ตรองดูให้แน่ใจก่อน ว่าถ้าหากเพื่อนได้เผลอผูกความรู้สึกลงไปในเจ้าสิ่งๆนั้นแล้วมันก็ยากเกินกว่าจะมาแก้ไขได้ทันในตอนหลัง

 
 

“แบมแบมไม่อยากกลับไป...” ถึงแม้มาร์คจะก้มหน้านิ่งแค่ไหน แต่ภายในใจของเขามันยังคงไม่นิ่งตามไปด้วย ในหัวคิดแต่ประโยคเข้าข้างตัวเองก่อนจะพูดมันออกมาเสียงราบเรียบและทำให้ได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาจากเพื่อนสนิท

 
 

“เขาไม่อยากกลับไป หรือว่ามึงน่ะ...ไม่อยากให้เขาไปกันแน่”

 
 

“เอาให้แน่ใจนะมาร์ค”

 
 

เหมือนกับโดนบีบเข้าไปกลางใจ คำพูดของอิมแจบอมทำให้มาร์คต้องปิดเปือกตาลงอย่างเชื่องช้า...ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยถามตัวเองกับคำถามนี้ และไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยให้คำตอบกับมันเสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ว่า...คำตอบที่ได้มานั้นน่ะ ทำให้มาร์คไม่อยากจะยอมรับมันเอาเสียเลย

 
 

“มันต้องมีทางอื่น”

 
 

“ให้มันเร็วแล้วกัน มึงก็รู้ว่าเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่” แจบอมเม้มปากแน่นเมื่อพูดจบ เขารู้ดีว่ามันอาจจะทำร้ายจิตใจคนฟังแต่ทั้งหมดที่พูดออกไปนั้นมันไม่มีสักประโยคเลยที่เกินไปจากความเป็นจริง และเขาก็เชื่อว่าอีกฝ่ายเองรู้ดีอยู่เต็มอกกับสิ่งที่เขาพูดไป

 

 
 

“กูรู้...” คราวนี้มาร์คเลือกที่จะเงยหน้าขึ้นมาใช้ฝ่ามือของตัวเองเสยผมที่ร่วงลงมาปรกหน้าไปทางด้านหลังอย่างลวกๆ เขาพรูลมหายใจออกมาคล้ายกับว่ามันจะช่วยให้หายจากอาการหนักอึ้งและมึนหัว แต่ไม่เลย...มันไม่มีอะไรดีขึ้นมากไปกว่านี้

 
 

“ฝากแบมแบมเอาไว้ก่อนแล้วกัน เขาคงยังไม่อยากกลับกับกู”



สุดท้ายแล้วอิมแจบอมก็ทำได้แค่พยักหน้าก่อนตั้งท่าจะพูดขอโทษเพื่อนขึ้นมาอีกซึ่งมาร์คเองที่เห็นและรับรู้ว่าแจบอมกำลังจะทำอะไรก็ยกมือห้ามพลางส่ายหน้าช้าๆเหมือนไม่ต้องการที่จะรับฟังอีกแล้ว

 
 

“...” เพราะมันเป็นความผิดของอิมแจบอมคนเดียวเสียเมื่อไหร่

 
 

“เออ จินยองก็ดูให้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง”

 
 

ในที่สุดคืนนี้มาร์คก็ต้องกลับห้องเพียงลำพังโดยไม่มีคนตัวเล็กซุกตัวอยู่ในกระเป๋าเป้ใบใหญ่กลับไปด้วยเหมือนอย่างทุกครั้ง เพราะว่าแบมแบมได้เอ่ยปากขอให้เขาพาเจ้าตัวมาที่นี่โดยไม่สนว่ามันจะเป็นเวลาดึกแค่ไหน เพียงเพราะไม่อยากอยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว...

 
 

และพอนึกถึงตอนที่เขาเดินเข้าไปเพื่อยื่นกระเป๋าที่มีคนตัวเล็กอยู่ในนั้นให้กับจินยองน่ะ มาร์ครู้สึกว่าใจตัวเองมันวูบโหวง ดูตัวเองกลายเป็นไอ้ห่วยขี้แพ้ เพียงแค่แบมแบมบอกว่าอยากมาเขาก็ไม่รั้งเอาไว้สักคำ...เพราะว่าอะไรล่ะ ก็เพราะว่ามาร์คน่ะกลัวว่าแบมแบมจะเกลียดเขามากไปกว่าเดิมน่ะสิ

 
 

 “กลับดีๆนะมึง”



อิมแจบอมพูดกับเพื่อนเมื่อแท็กซี่เข้ามาจอดตรงหน้าบ้านเขาพร้อมกับเจ้าของร่างสูงโปร่งที่กำลังเอื้อมมือไปเปิดประตู มาร์คพยักหน้าน้อยๆก่อนที่จะเข้าไปนั่งด้านในฝั่งข้างคนขับ ทั้งที่ถ้าหากเป็นปกติช่วงที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้วยนั้นมาร์คจะเลือกนั่งด้านหลังเสียมากกว่า


.

.

.

“...กูแม่งไม่น่าหาเรื่องให้มึงเลยมาร์ค”

 

 

 





 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กับการนั่งรถ มารู้ตัวอีกทีตอนนี้มาร์คก็กำลังเดินกลับเข้ามาในอพาร์ทเมนต์แถมยังมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมจ้องมองลูกบิดสีทองตรงหน้าอยู่นานด้วยความสบสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันจนเขาเองไม่ทันตั้งตัว

 

มันก็สมควรแล้ว...


 

“...”



พอก้าวเท้าเข้ามาด้านในก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนเพื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ กระป๋องเบียร์หลายกระป๋องยังกองอยู่บนโต๊ะกาแฟรับแขกเพราะมันยังไม่ได้ถูกเก็บกวาดไปทิ้ง ส่วนตัวคิมจีอาน่ะไม่อยู่แล้วเพราะมาร์คบอกก่อนที่จะออกมาว่าเขาต้องไปทำธุระด่วนจึงอยู่ดื่มกับเธอต่อไม่ได้

 
 

ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในห้องครัวก่อนจะเดินย้อนกลับออกมาพร้อมถุงดำใบใหญ่ในมือ ตรงมายังโต๊ะกาแฟที่รู้สึกว่ามันรก...รบกวนสายตาเสียเหลือเกิน ฝ่ามือใหญ่จัดการกวาดกระป๋องเบียร์ทั้งที่หมดแล้วและยังเหลืออยู่ให้ลงมาในถุงขยะทั้งหมด จับมันมัดปากแล้วเดินกลับไปทิ้งด้านในครัว

 
 

ซ่า...

 
 

เขาเปิดก๊อกน้ำในซิงค์เพื่อล้างมือหลังจากจัดการขยะเสร็จ เสียงน้ำกระทบกับฝ่ามือและร่วงหล่นลงไปกระทบกับพื้นซิงค์เนื้อสแตนเลสสีเงินกำลังกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังลั่นอยู่ในความเงียบ

 



ทำไมทุกอย่างมันเงียบงันเหมือนกับเวลาหยุดเดินแบบนี้กัน...

 

 

ไฟทุกดวงเปิดสว่างแม้เวลาจะปาเข้าไปค่อนคืน ฝ่ามือใหญ่ถูกันไปมาอยู่อย่างนั้นเสียจนเนิ่นนานเกินความจำเป็น เสียงน้ำไหลกระทบอ่างยังคงดังอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่พอเขาจัดการปิดก๊อกให้เรียบร้อยแล้วยกมือขึ้นมามองดูก็พบว่านิ้วมือของตัวเองมันทั้งซีดทั้งย่นไปหมด...

 
 

ช่วงขายาวก้าวออกจากบริเวณนั้นตรงไปยังห้องน้ำแทน บางทีถ้าหากได้อาบน้ำเย็นๆในตอนนี้สมองของเขามันอาจจะปลอดโปร่งขึ้นมากว่าเดิมบ้าง เพราะในตอนนี้มาร์คต้วนกำลังสทองตื้อแบบสุดๆ เขาคิดอะไรไม่ออกเลยสักอย่างเดียว

 

 

ใกล้จะบ้าแล้วมั้ง...



 

เขาเดินเข้าไปด้านในห้องน้ำโดยไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะมีใครเล่นซนจนข้าวของด้านนอกเสียหายอีกหรือไม่ ไม่ต้องกังวลเพราะว่าคนๆนั้นไม่อยู่ที่นี่แล้ว ไม่อยากอยู่กับเขาอีกต่อไป

 
 

หยาดน้ำเย็นๆจากฝักบัวสูงที่ไหลรดลงมาจนเส้นผมสีบลอนด์เทาเปียกลู่ไปกับหนังศีรษะทำให้เจ้าของร่างต้องปิดตาลงเพื่อพยายามผ่อนคลาย เขานึกย้อนกลับไปทีละนิด ย้อนกลับไปทีละเรื่องราว จนกระทั่งเหตุการณ์ในวันที่เขาต้องบากหน้าไปหาแจ็คสันที่ห้องมันกลับหมุนเวียนฉายชัดขึ้นมา

.

.

.

 

{  ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าความห่างเหินจะเกิดขึ้น }

 
 

ออด...

 
 

ช่วงเวลาตีสี่ครึ่งซึ่งแน่นอนว่ามันยังคงเป็นเวลานอนหลับพักผ่อนของใครหลายๆคนซึ่งอาจจะรวมไปถึงเจ้าของห้องตรงหน้าเขาอย่างแจ็คสันหวัง แต่ทว่าไม่ใช่กับมาร์คต้วนที่ตื่นเต็มตา...หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเขาแทบจะไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ

 
 

เพราะหลังจากคืนนั้นที่มือถือดังขณะกำลังอาบน้ำให้แบมแบมจนเขาต้องออกไปรับและคุยด้านนอกทั้งที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรแต่นั่นมันก็เหมือนกับว่าเขาประมาทโชคชะตามากไปหน่อย เมื่อประโยคที่อิมแจบอมพูดออกมาในการสนทนากันครั้งนั้นมันช่างให้ความรู้สึกรุนแรงเสียจนมาร์คแทบจะทำอะไรไม่ถูก

 
 

รออยู่สักพักเพราะกดย้ำกริ่งหน้าห้องไปอีกสองสามครั้งเจ้าของห้องก็ยอมเปิดประตูโผล่หน้าออกมาทั้งที่ยังสลึมสะลือ แน่นอนว่ามาร์คกำลังรบกวนเวลานอนอันแสนสุขของเขาแบบจังๆ

 
 

“หืม...มาร์ค ต้วน ?”

 
 

“ฉันอยากคุยด้วย”

 
 

“ตอนนี้? เอาจริงดิ!” แจ็คสันเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ถามเสียงสูง ไม่เข้าใจในความคิดของคนที่กำลังยืนกอดอกตีหน้านิ่งอยู่ตรงหน้าเลยสักนิดเดียว

 
 

“ นี่มาร์คเอางี้นะ ถ้านาฬิกาห้องนายตายล่ะก็ฉันจะบอกเวลาตอนนี้ให้ก็ได้...ตีสี่ครึ่ง! ไม่ใช่เวลาคุย แต่เป็นเวลานอน โอเค้” มาร์คกรอกตานิดหน่อยกับความกวนประสาทของแจ็คสัน ถ้าหากว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆคิดหรือไงว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงนี้น่ะ...

 
 

“รู้แล้ว แต่จะคุยตอนนี้”

 
 

“เอาแต่ใจชะมัด”

 
 

และสุดท้ายแจ็คสันก็ต้องยอมยกมือขึ้นมาขยี้หน้าตาตัวเองแรงๆแล้วเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านในตามที่ต้องการ เขาปล่อยให้มาร์คเดินไปทิ้งตัวนั่งอยู่บนชุดรับแขกสีขาวตามสบายในขณะที่ตัวเองเดินย้อนกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อชงชาอุ่นๆมาจิบแก้อาการง่วงงุน

 
 

รออยู่ไม่นานแจ็คสันก็เดินออกมาพร้อมกับกลิ่นชาหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องซึ่งมันไม่ได้ทำให้ความตรึงเครียดบนใบหน้าของมาร์คลดลงกว่าเดิมสักเท่าไหร่ สายตาไม่พอใจถูกส่งมาให้แจ็คสันที่มัวแต่ทำท่าทางเอ้อระเหยกว่าจะทิ้งตัวลงนั่งดีๆได้

 
 

“อ่า ชานี่ดีจริงๆ...”

 
 

“แจ็คสัน วันนั้นนายจะบอกอะไรฉันเกี่ยวกับแบมแบม...บอกมาตอนนี้ ให้หมด” มาร์คเลือกที่จะไม่สนใจท่าทีไร้สาระแบบนั้นแล้วยิงคำถามเข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม คนที่กำลังจิบชาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกระแอมไอในคอเบาๆเพื่อเป็นการเกริ่น

 
 

“นายหมายถึงวันที่ฉันไปอ้อนวอนนายถึงหน้าห้องแต่นายไล่ฉันกลับมาแบบไม่สนใจนั่นน่ะเหรอ...อืม ขอนึกก่อนนะ” เห็นไหมล่ะ...แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่ชัดเจนแล้วว่าทำไมมาร์คถึงได้เหม็นขี้หน้าคนอย่างแจ็คสันขนาดนี้

 
 

“...”

 
 

“อ่อ โอเค...ฉันก็แค่อยากจะไปบอกว่าแบมแบมน่ะเขาห่วงความรู้สึกนายใช่เล่นเลยนะ...ไม่เห็นเหมือนไอ้ตัวแสบของฉันสักนิด” ประโยคหลังดูเหมือนว่าแจ็คสันจะพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า

 
 

“ยังไง”

 
 

“ไม่รู้สิ...ก็แบมแบมเอาแต่พูดอยู่นั่นแหละตอนที่ฉันพามาเล่นกับยองแจแรกๆ บอกว่าถ้าเขาตัวโตแบบเราก็คงดี นายก็คงไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนเขาให้เหนื่อย ประมาณนี้...”

 
 

“แค่นี้เหรอ” มาร์คเลิกคิ้วถาม หลังจากได้ยินประโยคนั้นจากปากแจ็คสันก็พลันคิดไปถึงคืนก่อนๆที่แบมแบมมักจะถามเขาเกี่ยวกับอะไรเทือกๆนี้เช่นกัน

 

 

หรือแบมแบมจะกำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้...

 

 

“ไม่ใช่แค่นั้นสิ...เพราะว่าฉันนึกสงสารก็เลยลองโทรไปถามอากงมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ามีวิธีไหนบ้างไหม” สาบานเลยว่ามาร์คไม่เคยตั้งใจฟังประโยคไหนที่หลุดมาจากปากของแจ็คสันหวังมากเท่าประโยคที่กำลังจะต่อจากนี้...

 
 

“...”

 
 

“แต่ว่าอากงฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”

 
 

แล้วมันก็ทำให้มาร์ครู้อีกครั้งว่าการไว้ใจแจ็คสันหรือให้ความหวังในสิ่งที่คนๆนี้กำลังจะพูดน่ะ เป็นอะไรที่ผิดมหันต์อย่างยิ่งเลยทีเดียว

 
 

“ฉันขอตัว” มาร์คพรูลมหายใจออกมาให้กับความน่ารำคาญของตัวเองที่หลงผิดคิดไปว่าคนอย่างแจ็คสันจะทำอะไรที่มีประโยชน์ได้ เสียเวลาจริงๆ

 
 

“เฮ้ใจเย็นสิพวก” แจ็คสันเองก็เหมือนจะตกใจที่เห็นท่าทางฉุนหน่อยๆของมาร์คจนต้องรีบเอี้ยวตัวไปดึงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อย่างทันท่วงที

 

 

โอเค...แจ็คสันจะไม่ท่ามากแล้ว



 

“ฉันไม่รู้วิธีก็จริง...แต่ว่าฉันก็ได้ความรู้ใหม่มาและคิดว่านายสมควรจะต้องรู้มันเหมือนกัน” มาร์คจ้องมายังอีกฝ่ายนิ่งก่อนจะตัดสินใจนั่งลงอีกครั้ง

 
 

“ว่ามา”

 
 

“ก็ในตำราของอากงฉัน มันมีหน้านึงที่กล่าวไว้ว่า...เมื่อมีกลิ่นหอมโชยออกมาจากเหล่าภูติมนุษย์ นั่นหมายความว่า...ช่วงชีวิตของภูติเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไป



มาร์คเองนั่งรับฟังนิ่งๆ พยายามมองหาแววตาติดเล่นของแจ็คสันแต่ก็พบว่ามันหายไปจนหมด เหลือแต่เพียงแววตาที่มาร์คเองอ่านไม่ออกเท่านั้นที่กำลังมองกลับมา

 
 

“ซึ่งฉันเอามาตีความเองว่ามันน่าจะหมายความว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีกลิ่นหอมออกมาจากภูติ นั่นก็คือช่วงเวลาที่ภูติเหล่านี้จะเติบโตได้”

 
 

“แต่ฉันไม่รู้ว่ะว่าต้องทำยังไง ถึงได้พยายามแบกหน้าตัวเองไปอ้อนวอนนายทั้งที่ไม่อยากทำสักนิดนั่นไง” เหมือนจะมีสาระแต่สุดท้ายแจ็คสันก็ยังไม่วายแอบจิกกัดอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้เล็กๆอยู่ดี

 
 

“แล้วภูติของนายมีกลิ่นที่ว่าหรือยัง” แต่มาร์คเองก็ไม่สนใจ เลือกที่จะถามกลับไปเสียงนิ่ง

 
 

“มี...ฉันถึงได้อยากเข้าใจให้มากกว่านี้นี่ไง แต่อากงฉันก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย”

 
 

“...”

 
 

“แจ็คสัน...ฉันรู้วิธีที่จะทำให้พวกนี้โต”

 
 

“...อิมแจบอมบอกฉันมาเมื่อวาน”

 
 

และนั่นก็คือสิ่งที่รบกวนจิตใจมาร์คมาตลอดเวลาหลังจากเมื่อวานนั่นเอง...เพราะว่าสิ่งที่อิมแจบอมบอกเขามาผ่านสายโทรศัพท์นั่นน่ะ เป็นอะไรที่ทำให้สมองของมาร์คเกิดอาการตื้อและช็อกไปได้ง่ายๆเพียงชั่ววินาทีที่ได้ยิน

 
 

“เห้ย! จริงดิ” แจ็คสันตบเข่าตัวเองดังฉาดก่อนจะเผลอตะโกนออกมาเสียงดัง

 
 

“พวกนี้โตได้จริงๆเหรอ!

 
 

“แต่ว่านายจะต้องตั้งใจฟัง และคิดทบทวนให้ดี”

 
 

เขาถือว่าเขาเตือนแล้ว...มาร์คลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเคลื่อนย้ายตัวเองจากโซฟาเบาะตรงข้ามให้เข้าไปอยู่ใกล้กันกับอีกคน จากนั้นมาร์คก็ค่อยๆโน้มใบหน้าของตัวเองลงจนกระทั่งริมฝีปากของเขาอยู่ใกล้กับใบหูของแจ็คสันในระยะที่คิดว่าจะไม่มีใครสามารถได้ยินนอกจากเขาสองคน

 
 

ความลับของภูติตัวน้อยในตำนานที่เล่าขานกันมารุ่นสู่รุ่นกำลังถูกเล่าขานผ่านเสียงทุ้มแผ่วเบาและใบหน้าเรียบนิ่ง ต่างกันกับผู้ฟังลิบลับที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่ากำลัง...ตระหนกตกใจ ในสิ่งที่ได้ยินมากน้อยแค่ไหน

 
 

“...”

 
 

“นี่...ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม”

 
 

ประโยคแรกผุดออกมาหลังจากได้ยินถ้อยคำที่มาร์คบรรยายให้เขาฟังแบบแจ่มแจ้งในทุกประโยคนั้นเพื่อย้ำความแน่ใจว่าทั้งหมดที่ได้ยินมานั้นไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าแกล้งอำให้เขาตกใจเล่น

 
 

“ก็แล้วแต่นายจะคิด”

 
 

“แน่นอนว่าฉันไม่เลือกวิธีแรกแน่ๆ...” เมื่อรู้ว่าทั้งหมดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสียงแหบห้าวของแจ็คสันก็พึมพำออกมาเบาๆก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนทิศทางการจับจ้องจากคราแรกที่เป็นมาร์คนั้นหันไปทางประตูห้องนอนที่เปิดแง้มอยู่หน่อยๆ

 
 

ไอ้แสบยองแจ…


 

“แต่ก็ใช่ว่าฉันจะอยากเลือกวิธีที่สอง” เหม่อไปได้ชั่วครู่เสียงของมาร์คก็ดึงให้สติของแจ็คสันกลับมาจดจ่ออยู่ที่คู่สนทนาดังเดิม ใบหน้าขี้เล่นเริ่มฉายแววเครียดปนเปไปกับความหนักใจและกังวล แต่แน่นอนว่าในเมื่อทางเลือกมันถูกบีบจนเหลือเพียงทางเดียวเช่นนี้แล้ว...เขาทั้งคู่ก็ต้องยอมรับมันอย่างจำใจ

 

 

และข้อตกลงลับๆระหว่างมาร์คต้วนกับแจ็คสันหวัง ก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น

 

.

.

.


ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้นแจ็คสันจะเริ่มหันมาสนใจทางเลือกที่หนึ่งซึ่งดูเป็นไปได้มากกว่าเสียแล้วก็ตาม..





 

50%







 

เช้าวันที่สามหลังจากที่มาร์คต้องกลับมาใช้ชีวิตตัวคนเดียวอย่างที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับกองผ้านวมที่พันตัวเขาจนมิด เหลือโผล่มาแค่ส่วนใบหน้าที่กำลังเบิกตาโพลงจ้องเพดานฝ้าสีขาวด้านบนราวกับว่ามันมีอะไรน่าสนใจซ่อนอยู่ด้านใน

 
 

“...”

 
 

เสียงนกตัวเล็กตัวน้อยจากด้านนอกขานรับกันในตอนเช้าดังลอดเข้ามาในห้องยิ่งทำให้มาร์ครู้สึกตัวว่าห้องนอนมันเงียบเกินไปเสียจนเขารับรู้ได้ถึงเสียงเล็กๆน้อยๆจากด้านนอกได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

 

นั่นสิ...ตั้งแต่เมื่อไหร่


 
 

นอนนิ่งๆได้ไม่นานสุดท้ายเขาก็ต้องตัดสินใจดึงตัวเองออกมาจากก้อนผ้าห่มเมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ลอดเข้ามาจนให้ความรู้สึกร้อนแทนอบอุ่น มือหนายกขึ้นขยี้หัวตัวเองที่ฟูฟ่องจากการนอนให้มันกระจัดกระจายมากกว่าเดิม เขาเดินเอื่อยๆไปรอบห้องโดยไม่ต้องรีบร้อนว่าจะมีใครตื่นมาแล้วร้องหาของกินให้เขาต้องไปลงมือทำมาให้แทบทุกเช้า

 

 

มันเหมือนจะดี...แต่ก็ไม่

 

 

ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปทีละวันๆโดยไม่ทำอะไรแบบนี้มาร์คก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นการกระทำที่เสียเวลาเอาเสียมากๆ แต่ตอนนี้เขาเองก็คิดอะไรไม่ออกไปมากกว่าการที่จะปล่อยให้แต่ละฝ่ายลองมีช่องว่างต่อกันดูบ้าง แม้ว่ามันจะดูเป็นการกระทำที่เปลืองเวลาอย่างที่อิมแจบอมเคยย้ำเตือนมานั้น...แต่เขาก็อยากจะลอง

 
 

หรือบางทีมาร์คก็แค่อยากจะแกล้งทำตัวเป็นพวกไม่รับรู้ เขารู้ดีว่าถ้าหากแจบอมมันทนไม่ไหวมันก็คงจัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอให้เขาเข้าไปวุ่นวาย...

 

 

บางทีคนอย่างเขาก็แค่อยากหลีกหนีความจริง

 

 

อาหารเช้าง่ายๆแต่หน้าตาดูดีถูกวางบนโต๊ะตัวเดิมพร้อมด้วยเจ้าของห้องที่ตักเข้าปากไปได้คำเดียวเท่านั้น ความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆก็เริ่มเล่นงานเสียจนต้องวางช้อนส้อมในมือลงแล้วเอนตัวพิงพนักโซฟาแทน

 
 

“มาร์คต้วน มึงอย่างี่เง่า”

 
 

เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่...มาร์คกำลังคิดถึง คิดถึงความวุ่นวายในยามเช้าจากใครอีกคน จนแทบลืมความรู้สึกตอนอยู่คนเดียวเงียบๆแบบก่อนหน้าไปหมดสิ้น

 

 

เป็นความรู้สึกที่น่ากลัวจริงๆ...

 




 

 

 

ผ่านช่วงเช้ามาได้อย่างไม่ค่อยดีนัก ตอนนี้มาร์คก็มานั่งกอดเข่าเอนหลังพิงกำแพงอยู่ตรงมุมวาดรูปมุมเดิม ที่ต่างออกไปก็อาจจะเป็นความรู้สึกตื้อตันในหัวจนเขาไม่สามารถหยิบจับพู่กันมาจุ่มลงบนจานสีเพื่อรังสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างเคย

 
 

ดวงตาคมนิ่งงันจ้องมองไปยังกระดานวาดภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก...ไม่สามารถเดาได้จากสายตาคู่นั้นว่ากำลังคิดอะไรอยู่

 
 

“สวัสดีครับ” แต่เพียงครู่เดียวมาร์คก็เลือกที่จะหยิบเอามือถือของตัวเองมาเลื่อนหาเบอร์ใครบางคนที่คิดว่าถ้าหากเขาได้ลองติดต่อไป บางทีความรู้สึกเหล่านี้มันอาจจะเลือนรางลงไปสักนิด

 
 

[ ว่าไงคะมาร์ค ] น้ำเสียงจากปลายสายดูเหมือนว่าจะปิดความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่จนมันสั่นนิดๆ

 

“ผมรบกวนคุณจีอาหรือเปล่าครับ นี่ใช่เวลาว่างของคุณหรือเปล่า” เขาไม่รู้หรอกว่าชีวิตของลูกสาวคนใหญ่นายโตจะต้องทำอะไรบ้าง บางทีตารางชีวิตของเธออาจจะกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเจรจาธุรกิจที่มาร์คไม่ชอบเอาเสียเลยก็เป็นได้

 
 

[ อ่า ว่างสิคะ...มาร์คมีอะไรหรือเปล่า ]

 
 

“ครับ ผมอยากจะรบกวนคุณจีอานิดหน่อย”

 
 

มาร์คหลับตาก่อนจะพรูลมหายใจออกมาช้าๆแล้วตัดสินใจพูดประโยคที่คิดเอาไว้ว่าถ้าหากทำแบบนี้แล้วมันอาจจะทำให้อาการพะว้าพะวงนึกถึงแต่แบมแบมนั้นจางลงไปได้ อีกฝ่ายเงียบไปนิดหน่อยหลังจากที่ได้ยินประโยคไม่คาดฝันจากมาร์คและแน่นอนว่าเธอก็ไม่คิดจะปฏิเสธ

 

 


 

 

 

ตึกสูงเสียดฟ้า รวมกับชุดเสื้อผ้าราคาแพงของผู้คนรอบข้างทำให้มาร์คเริ่มหงุดหงิดในความรู้สึกของตัวเองที่มันไปด้วยกันไม่ได้กับสถานที่ นึกทบทวนตัวเองอยู่หลายครั้งว่ามันจำเป็นที่ต้องทำขนาดนี้เลยหรือเพียงแค่ต้องการจะนึกถึงใครบางคนให้น้อยลง

 
 

เงินเก็บที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้ในบัญชีถูกถอนออกมาเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อคิมจีอา หญิงสาวผู้สวยสง่ามีชาติตระกูลที่มาร์คทำใจกล้าโทรไปนัดเธอให้ออกมาเจอกันที่ทาวเวอร์แห่งนี้เพื่อทานมื้อค่ำด้วยกันเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งรอเธอที่เหมือนว่าจะสายไปห้านาที

 
 

ครืด...

 
 

เหม่อออกไปด้านนอกกระจกใสที่ฉายให้เห็นวิวยามเย็นของเมืองใหญ่ได้ไม่นานเสียงขยับลากเก้าอี้จากฝั่งตรงข้ามก็เรียกให้ใบหน้าหล่อคมเบนกลับไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นคิมจีอาในชุดเดรสเปิดหลังสีดำที่ขับให้เธอดูดีขึ้นกว่ายามปกติหลายเท่าตัว

 

 

คิมจีอาน่ะ...ก็สวยดี



 

“ขอโทษที่สายนะคะมาร์ค มานานหรือยังเอ่ย”



คลัชสีเดียวกันกับชุดเดรสของเธอถูกวางลงบนโต๊ะอาหารขณะที่เธอส่งยิ้มกว้างมาให้เขา มาร์คมองรอยยิ้มนั้นคล้ายกับว่ากำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง... ซึ่งอันที่จริงไม่จำเป็นต้องพิจารณาหรอก เพราะมาร์คเองก็รู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่า

 
 

คิมจีอาน่ะสวยดี...แต่ว่าเธอ ไม่ใช่แบมแบม

 .
.

ไม่ใช่คนที่มาร์คยากจะทำใจยอมรับว่าเผลอตัวหลงใหลในความเป็นเจ้าตัวเล็กนั่นไปหมดใจเสียแล้ว...

 

 

 

 

 

 

“เฮ้...ใจคอจะไม่พูดกันหน่อยรึไง”

 
 

“...”

 
 

“นี่ ทำหน้าเหมือนตูดแบบนั้นน่ะคิดว่าน่ารักเหรอ”

 
 

“...”

 
 

“ยังมีวิญญาณอยู่ไหมเนี่ย...”

 
 

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่บนหมอนอิงสี่เหลี่ยมที่จินยองยกให้เป็นที่นอนชั่วคราวของเจ้าตัวไปก่อน สองสามวันมานี้อิมแจบอมเฝ้าเพียรนักหนาที่จะแกล้งแหย่ให้อีกฝ่ายโวยวายหรือเถียงเขาฉอดๆอย่างที่เคยเป็น

 
 

แต่มันกลับผิดคาด...แบมแบมนิ่งสนิท ไม่สนใจอิมแจบอมที่ทำตัวน่ารำคาญอยู่ใกล้ๆเลยสักนิด จะตอบรับนิดหน่อยก็ตอนที่เนียร์เข้ามาทักหรือชวนพูดคุยด้วยเท่านั้น

 
 

“ไอ้มาร์คนี่ก็ร้ายใช่เล่นเว้ย!...เล่นซะภูติกูหงอยไปเลยดูซิ”

 
 

แต่ด้วยความเป็นคนปากไวกว่าความคิดก็เผลอพูดประโยคที่ทำให้คนตัวเล็กแววตากระตุกวูบออกมาอีกหนเมื่อในเนื้อประโยคนั้นมันมีคำบางคำที่คนตัวเล็กอย่างแบมแบมไม่สามารถลบล้างออกไปจากห้วงความคิดได้เลยตั้งแต่จากมา

 
 

มาร์ค...


 

“...”



แบมแบมไม่รู้หรอกนะว่าความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกันแน่ เพราะตั้งแต่เกิดและโตมานั้นความรู้สึกประหลาดแบบนี้น่ะไม่เคยได้เข้ามาครอบคลุมจิตใจของแบมแบมเลยสักครั้งเดียว ก็มีบ้างเวลาที่เขาน้อยใจคุณนกฮูกในบางที แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่เหมือนกับว่า...ถูกดูดพลังไปจนหมดแบบนี้

 
 

หรือว่าคราวนี้แบมแบมกำลังจะแย่ของจริงแล้วนะ...

 
 

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกคันๆที่ปลายจมูกและร้อนแถวๆขอบตา  ซึ่งมันเป็นสัญญาณว่าน้ำใสๆกำลังทำท่าจะร่วงหล่นมาจากดวงตากลมอีกครั้ง มือน้อยๆคู่นั้นขยำบนเนื้อผ้าสีเขียวมิ้นต์ที่ถึงแม้ว่าจินยองจะหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เขาใหม่แล้วแต่แบมแบมก็ไม่คิดที่จะทิ้งให้มันหายไปไหนไกลตาเลย

 
 

Rrr..~

 
 

นั่งคิดอะไรไปได้สักพักก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของอิมแจบอมอยู่ๆก็แผดดังลั่นขึ้นมา แบมแบมเหลียวไปมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายเองก็มองมาที่เขาเหมือนมีนัยยะอะไรบางอย่าง แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มน่ากลัวที่แบมแบมขอตั้งฉายาใหม่ให้ว่าคนกวนประสาทนั้นก็ค่อยๆลุกเดินออกไปด้านนอกแทน

 
 

“ตัวเล็ก...ยังไม่ง่วงเหรอ”

 
 

“อ่า..ยังเลย” สองสามวันมานี้คนที่บอกให้เขาเรียกตัวเองว่าเนียร์น่ะ...นิสัยดีกับเขามากๆเลย ดีจนบางทีแบมแบมเองก็เกรงใจจนไม่อยากรับความหวังดีนั้นเอาไว้เลยล่ะ

 

 

ดูแลแบมแบมดีกว่าตอนที่อยู่กับมาร์คหลายเท่าตัว...



 

“ยังไม่ง่วงเหรอ...เอานมอีกไหมเดี๋ยวเนียร์ไปอุ่นให้” นมอุ่น...เมนูใหม่ที่เขาเพิ่งจะได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกก็เมื่อวันที่มาอยู่กับเนียร์นี่แหละ มันก็ดี แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่าตัวเองน่ะ...ไม่ค่อยพอใจในความสมบูรณ์แบบนี้เอาเสียเลย

 
 

“ม...ไม่เอาแล้ว” คนตัวเล็กตอบเสียงแผ่วเสียจนจินยองต้องถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด ไม่ใช่ว่าเขาอึดอัดที่ต้องมาดูแลแบมแบม แต่เขาอึดอัดในความสัมพันธ์ของคนตัวโตอีกคนและคนตัวเล็กตรงหน้านี่ต่างหาก ทำไมถึงเลือกที่จะหันหลังให้กันทั้งที่เวลามันก็เหลืออยู่ไม่มาก...

 

 

แบมแบมอาจจะผิดน้อยกว่าเพราะเจ้าตัวน่ะไม่รู้อะไรเลย


 

คนที่รู้ดีแต่กลับไม่ยอมทำอะไรให้กระจ่างนี่สิ...น่าจับมาตีให้ตายชะมัด



 

“...” จินยองนั่งมองอีกฝ่ายที่ล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มผืนเล็กขนนุ่มขึ้นมาปิดจนมิดลำคอจนกระทั่งแน่ใจว่าแบมแบมหลับสนิทไปแล้ว เสียงเปิดประตูจากระเบียงด้านนอกก็เรียกให้เขาต้องหันไปมองและพบว่าเป็นคนรักของตนที่เดินถือโทรศัพท์เข้ามานั่นเอง

 
 

“ไอ้มาร์คมันโทรมาเช็คอาการยอดดวงใจของมันน่ะ” เหมือนรู้ว่าจินยองอยากจะถาม อิมแจบอมก็เลยชิงบอกออกมาด้วยรอยยิ้มแบบฝืดๆก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกัน

 
 

“แล้วมาร์คล่ะเป็นยังไงบ้าง”



จินยองรู้ดีว่าคงไม่ใช่แค่แบมแบมที่แย่ มาร์คเองก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำกับเรื่องที่ต้องแบกเอาไว้แถมยังไม่กล้าบอกให้แบมแบมเข้าใจเพราะเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง แต่เขาน่ะคิดว่ามาร์คน่าจะกลัวในคำตอบของแบมแบมมากกว่า...ไม่น่าเชื่อนะว่าจะมีวันที่จินยองได้เห็นมุมแบบนี้จากคนที่ดูไม่สนใจโลกอย่างมาร์ค

 

 

ผู้ชายคนอย่างมาร์ค เป็นคนโลกส่วนตัวสูงก็จริง...

 

แต่ถ้าหากได้มีใครเข้าไปในโลกของเขาแล้วล่ะก็...จินยองคิดว่าคนๆนั้นน่ะ น่าจะเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก

 

 

และคนโชคดีที่ว่าในตอนนี้ก็น่าจะเป็นแบมแบมนั่นล่ะ...เพียงแต่ว่า ข้อจำกัดระหว่างเผ่าพันธุ์ เท่านั้นที่ทำหน้าที่เป็นเส้นขีดกั้นกลางเอาไว้ให้มาร์คต้องพยายามหักความรู้สึกของตัวเองที่มันสะสมมาเรื่อยๆจนกระทั่งเต็มหลอดนั้นออกไป

 
 

แต่แน่นอนว่าคนบางส่วนมักคิดเสมอว่า กฏมันก็มีเอาไว้เพื่อแหก... ตัวจินยองเองคิดว่าไอ้ข้อจำกัดนี่ก็เหมือนกัน มันมีหลายทางเลือก...เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

 

 

ก็อยู่ที่ว่า มาร์คและแบมแบมน่ะ ต้องการให้ทางออกแบบไหนกับมัน


 

เท่านั้นเอง...

 

 



 

100%










อ่านจบแล้วก็ยังงงใช่ไหม ? แสดงว่ามาถูกทางแล้วล่ะ...  

 

 

* แล้วก็ขอมุมส่งเสริมการขายหน่อย *

ใครที่สนใจรวมเล่มช่วยคลิกไปอ่านตอนต่อไปด้วยนะคะ เป็นรายละเอียดการจองหนังสือเนอะ
ใครไม่สนใจก็ไม่เป็นไรค่ะ ลองกดเข้าไปดูก่อนได้นะเผื่ออยากเปลี่ยนใจ555555555555
ที่เราไม่ถามจำนวนคนสนใจเพราะว่ายังไงเราก็รวมอยู่ดีอ่ะ เรา + คนวาดฟอ. อยากได้เก็บไว้
 

ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ #FICJARMB นะคะ
ซื้อไม่ซื้อไม่ว่ากันโนะ ติดตามต่อไปเรื่อยๆก็ดีใจแล้ว /ทำเสียงนางเอก

 

 

แท็กฟิค : #FICJARMB
 

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2141 onea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:35
    555555 งง = ถูกทาง โอเคค่ะ แต่ งง จริงๆ 555555
    #2,141
    0
  2. #2123 uromtbb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:51
    ม่าไปอี้ก
    #2,123
    0
  3. #2107 Ppchat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 11:34
    ต้วน-ไม่ได้เลยว่ะ
    #2,107
    0
  4. #2102 NatwaraKamsawat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 10:12
    อย่างี่เง่าสิต้วน
    #2,102
    0
  5. #2095 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:00
    ความไม่กล้าของมาร์คเองนั่นแหละ

    ยอมเสียเงินกับผญ.คนนั้นด้วย เหอะ
    #2,095
    0
  6. #2070 VivoV5 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 00:17
    ไม่อยากให้น้องแบมกับพี่มาร์คเป็นแบบนี้เลย
    #2,070
    0
  7. #2056 Bporsche (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 01:42
    คือตอนที่แบมแบมให้แจ็คสันมาส่งที่ห้องภาวนาว่าไรท์คงไม่ใจร้ายให้เห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างมาร์คกับผู้หญิงอะไรแบบนั้นอ่ะนะ ถือว่าไรท์ยังปรานีอยู่บ้าง มาตอนนี้ชวนเค้าไปดินเนอร์อี๊กกก โอ๊ยย ลุ้นมากก กลัวใจไรท์เหลือเกินว่าจะต้มมาม่าหลายหม้อนนั่นน่ะ
    #2,056
    0
  8. #2048 MB-krD (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:02
    ทำอะไรถึงจะโตหรอ ต้องเอากลับไปป่าหรอ แล้วอีกวิธีอย่าบอกว่าต้องสร้างครอบครัวให้น้อง55555
    #2,048
    0
  9. #1990 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 01:30
    โห้ววววว หน่วงแท้
    #1,990
    0
  10. #1927 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 00:36
    สงสารทั้งคู่ มาร์คยอมรับมาเถอะนะ
    #1,927
    0
  11. #1910 PaulaPum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:47
    งงมาก เอาตรงๆ555
    #1,910
    0
  12. #1901 FANTACHII (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 01:10
    โอ้ยยยย  สงสารทั้วคู่เลย
    อีกคนไม่รู้อะไรก็เสียใจปนๆน้อยใจ
    ส่วนอีกคนต้องแบกรับสิ่งที่รู้
    หน่วงเนอะะะ สงสารรรร
    #1,901
    0
  13. #1884 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 22:43
    สงสารทั้งคู่เลยนะ แต่พี่มาร์คอย่าเมินแบมแบบนี้ซิ 
    #1,884
    0
  14. #1865 M.m1nt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 10:15
    อยากรู้วิธีทั้งสองที่แต็คกับมาร์คคุยกันแล้ววว จะได้ช่วยเลือก...
    #1,865
    0
  15. #1837 KiHaE*129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 02:58
    ไม่รู้ว่าทางเลือกมันมีอะไรบ้างหรอกนะ
    ถ้าคิดจะหันหลังแล้ว
    อย่ามาสนใจมาร์ค
    #1,837
    0
  16. #1823 BamG97_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 19:18
    กฎย้างเผ่าพันธ์บ้างฮืออออโอ้ยยt0t
    #1,823
    0
  17. #1786 MBisme (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 10:35
    เฮ้อ มาร์คนะมาร์คยังคงคิดไม่ได้อีกรึไงนี้ 
    #1,786
    0
  18. #1743 BAMmiie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 01:53
    เราอึดอัดอะค่ะ5555 อารมณ์เสียเลยอะ เหมือนจะรู้แต่ก็ไม่ได้รู้สักที ขัดใจจจจ
    #1,743
    0
  19. #1698 MandM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:02
    2วิธีที่ว่ามันคืออะไรอ่ะ

    ต้องเสี่ยงมากแน่ๆเลย

    ถึงไม่ยอมทำทั้ง2วิธีอ่ะ

    หน่วงได้อีกสงสารแบมและมาร์ค
    #1,698
    0
  20. #1680 zmgebob (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 00:37
    สงสารทั้งคุ่เลย ยิ่งอ่านยิ่งหน่วงง 
    #1,680
    0
  21. #1667 bbunnymm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 10:00
    งือออออ สงสารทั้งมาร์คทั้งแบม
    #1,667
    0
  22. #1629 Oni (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 23:33
    เศร้าตามแบมเลยอ่ะมาร์คใจร้ายมากเลย

    เมื่อไรมาร์คจะจัดการตัวเองได้สักที
    #1,629
    0
  23. #1509 あなた (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:59
    เศร้าอ่ะ นี่ห่อเ-่ยวตามอ่ะ มาร์ครู้อะไร เรื่องเป็นยังไงอะไรแบบไหนเรานี่งงมาก อยากรู้อ่ะว่ามีอะไรกัน มาร์ครู้อะไร แล้วที่บอกว่าเหลือเวลาไม่มากนี่คืออะไรรรรร
    #1,509
    0
  24. #1455 ringgle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 00:27
    เร็วมาร์คเร็ว สายเกินแก้ไม่รู้ด้วยนะะะะ
    #1,455
    0
  25. #1435 BB1a_38 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 22:51
    เง้ออออออออออ เศร้าอ่ะพี่มาร์คไปเชิญยัย ผญ มากินข้าวด้วยทำไมมมมม
    #1,435
    0