FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 7 : BOY IN A JAR :: A stranger in my room

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    22 ก.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
-



BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB




CHAPTER

- 7 -

( A stranger in my room )


 

เสียงฝีเท้าก้าวไปตามทางเดินปูด้วยพรมเรียบสีแดงท่ามกลางความเงียบสงบในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืนดังขึ้นตั้งแต่บริเวณหน้าลิฟท์มาเรื่อยๆจนกระทั่งใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ร่างสูงโปร่งของมาร์คต้วนที่เดินเอื่อยๆคล้ายกับคนหมดแรงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงความเหนื่อยหน่ายที่เกิดขึ้นในวันนี้

 
 

เขาไม่ชอบงานสังสรรค์

 
 

เขาไม่ชอบเข้าสังคม...ไม่เลย

 
 

ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าญาติผู้ใหญ่ของคิมจีอานั้นอยากพูดคุยเรื่องงานศิลปะกับเขาอีกครั้งหลังจากที่ได้พบกันไปเมื่อวานนี้แล้วมาร์คก็คงไม่มีทางออกไปทำอะไรแบบนี้ด้วยตัวเองแน่ๆ

 
 

“...” จะรับงานจากผู้รากมากดีมันก็เรื่องมากอย่างนี้ ต้องคุย ต้องแพลน ต้องวางคอนเซ็ปเยอะแยะมากมาย...มันดูเป็นงานศิลปะที่ถูกตีกรอบยังไงก็ไม่รู้ เพราะมาร์คไม่ชอบอะไรที่มันซับซ้อนยุ่งยากถึงได้ทำตัวติดดินไปวันๆแบบนี้มากกว่าทำตัวหรูหราอู้ฟู่จนน่ารำคาญอย่างคนพวกนั้น

 
 

เดินไปเรื่อยๆในหัวก็เริ่มคิดถึงเรื่องอื่นขึ้นมาอีก คิดไปถึงคนตัวเล็กๆ หน้าหวานๆที่เพิ่งจะง้อให้หายงอนไปหมาดๆกับเรื่องที่เขาออกไปคุยงานเมื่อวานอย่างกะทันหันเลยทำให้ต้องเบี้ยวนัดเจ้าตัว และมาร์คก็คิดว่าพรุ่งนี้ทั้งวันเขาจะต้องหาอะไรมาหลอกล่อให้คนตัวเล็กยอมคืนดีอีกครั้งแน่ๆ

 
 

เกิดเป็นมาร์คต้วนนี่มันไม่ง่ายเลย


 

สูทสีดำที่พาดอยู่บนแขนขวาในคราแรกถูกยกขึ้นไปพาดไว้บนไหล่แทนเมื่อมาร์คเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าประตูห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่ามือใหญ่ล้วงเข้าไปด้านในกางเกงสีดำของตัวเองเพื่อควานหากุญแจห้อง

 
 

กึก...

 
 

“...” ฝ่ามือที่ยกขึ้นไขลูกกุญแจชะงักไปเพียงครู่ ใบหน้าคมแหงนมองเลขหน้าห้องอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มึนเบลอเกินไปจนกำลังจะเข้าห้องผิด...ซึ่งก็ไม่ ตัวเลขหน้าห้องบอกว่านี่คือห้องของมาร์คอย่างถูกต้องแน่นอน แต่ทำไมมันถึงได้แปลกไป

 


 

ประตูไม่ได้ล็อคอยู่หรอกเหรอ...

 


 

มาร์คต้วนขอสาบานกับประตูห้องเช่าทุกห้องตรงนี้เลยว่าก่อนที่จะออกไปข้างนอกนั้นเขาจัดการล็อคประตูบานนี้เองกับมือ แถมยังหมุนบิดไปมาเพื่อทดสอบอยู่อีกสองสามรอบจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครสามารถเปิดเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้

 
 

ถ้าหากว่าเป็นปกติมาร์คก็ไม่แคร์หรอก...แต่ในตอนนี้น่ะ ในห้องของมาร์คมันไม่ได้มีเพียงแค่กระดานวาดรูปกับเศษกระดาษแล้วน่ะสิ

 
 

“แบมแบม” ใบหน้าคมฉายแววกังวลออกมาอย่างชัดเจน ไม่รีรอให้เวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้มือใหญ่ก็จัดการผลักบานประตูตรงหน้าเข้าไปโดยไม่คิดจะถอดรองเท้าออกก่อนอย่างเคย มาร์ครีบเดินจ้ำอ้าวไปยังส่วนของห้องนั่งเล่นเพราะคิดว่าน่าจะเป็นส่วนที่คนตัวเล็กใช้เวลาอยู่ในนั้นมากที่สุด

 
 

“...”

 
 

 ยิ่งรีบเหมือนยิ่งช้า มาร์คแทบจะเปลี่ยนเป็นการวิ่งเข้าไปด้านในแทนเมื่อกวาดสายตามองบนโซฟาแล้วไม่พบร่างของบางคนที่ควรจะอยู่แถวนี้ ยืนเคว้งอยู่ชั่วครู่อย่างคนคิดอะไรไม่ออกจนกระทั่งได้ยินเสียงกุกกักบางอย่างมาจากส่วนของทางห้องครัว

 
 

“ไม่ๆ ต้องใส่โยเกิร์ตเข้าไปด้วย” เสียงหวานคุ้นหูเจื้อยแจ้วมาจากโซนครัวยิ่งทำให้มาร์คมั่นใจกว่าเดิมว่าแบมแบมต้องกำลังทำอะไรซนๆบางอย่างอยู่ด้านในแน่ๆ

 
 

“ห๊ะ...แล้วมันจะกินได้หรอ”



แต่ช่วงขายาวก็ต้องชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนที่ดังสวนออกมา เหมือนกับว่าทั้งคู่กำลัง...สนทนาอะไรบางอย่าง

 
 

มาร์คลดฝีเท้าให้เบาลงแล้วค่อยๆเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ในใจของมาร์คมันกำลังเต้นระรัวภาวนาขอให้สิ่งที่กำลังคิดอยู่ในหัวตอนนี้ไม่ใช่ความจริง

 
 

แต่เหมือนว่าคำขอขอมาร์คจะถูกส่งไปไม่ถึงผู้รับฟัง...







 

พวกนาย...ทำอะไรกัน

 
 

มาร์คไม่รู้ว่าเสียงของเขาที่เปล่งออกไปในตอนนั้นมันเป็นแบบไหน เขาเห็นเพียงแค่ว่าคนตัวเล็กที่กำลังเกาะขอบถ้วยใบใหญ่อยู่บนเคาน์เตอร์ห้องครัวนั้นสะดุ้งเฮือกอย่างแรงก่อนที่ใบหน้าเล็กๆนั่นจะหันขวับมามองเขาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกราวกับคนเห็นผี

 
 

“ไอ้แจ็คสัน...มึงเข้าห้องกูได้ยังไง”

 
 

แจ็คสันเองก็เหมือนจะอึ้งๆไปไม่คิดว่าจะถูกจับได้เร็วขนาดนี้ในเรื่องที่แอบมาพบกับคนตัวเล็ก อันที่จริงถ้าหากว่าคนตัวเล็กที่เขาพามาส่งห้องไม่เกิดหิวขึ้นมาก่อนจนเขาต้องมาหาอะไรให้กินแถมยังเลือกกินแต่อะไรยากๆซึ่งต้องใช้เวลาในการทำนานแบบนี้ล่ะก็...แจ็คสันก็คงไม่ต้องมายืนหน้าซีดให้มาร์คต้วนถามคำถามด้วยน้ำเสียงที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อกันขนาดนี้หรอก

 
 

“ก็...ก็กูมีกุญแจ” เสียงแหบที่ติดจะกวนประสาทในทุกครั้งที่เจอกันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด พยายามส่งรอยยิ้มแหยๆไปให้อีกคนที่ดูเหมือนว่าจะกำลังโกรธได้ที่...ไม่สิ โกรธมากเลยล่ะถึงขึ้นมึงกูขนาดนี้น่ะ

 
 

“มึงเลยคิดจะแอบเข้าห้องใครตอนไหนก็ได้งั้นเหรอ” มาร์คไม่สนแล้วว่าแจ็คสันจะรู้ความจริงว่าเขาแอบเลี้ยงภูติมนุษย์ตัวเล็กเอาไว้ในห้อง เพราะมาร์คเองก็เดาไว้ตั้งแต่คราวนั้นแล้วล่ะว่าแจ็คสันอาจจะล่วงรู้เข้าเสียแล้ว แต่ในตอนนี้ที่เขาต้องการคำตอบมากที่สุดก็คือ...ทำไมแจ็คสันถึงกล้าทำแบบนี้ บุกเข้ามาในห้องของเขาโดยใช้สิทธิ์ของความเป็นลูกเจ้าของตึกน่ะเหรอ บ้าไปแล้ว

 
 

“เฮ้ย! เปล่า ไม่เคยเข้าห้องใครเลย...นี่ครั้งแรก” แจ็คสันพยายามชูสองมือขึ้นมาเป็นเชิงยอมแพ้ แต่คำพูดที่เรียบเรียงออกมาจากปากนั้นทำให้มาร์คยิ่งหน้าตึงเข้าไปใหญ่ ก้าวขาเข้าไปประชิดร่างของอีกคนด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เสียจนแจ็คสันเองแอบหวั่นๆอยู่ไม่น้อย

 
 

“มึงต้องการอะไรแจ็คสัน” แบมแบมที่ยืนมือไม้สั่นมองคนสองคนตรงหน้าที่ดูท่าทางไม่ค่อยดีเอาเสียเลยในตอนนี้อย่างคิดหาทางออกไม่ได้ แจ็คสันจะต้องโดนมาร์คเขมือบเข้าไปทั้งตัวแน่ๆเลยถ้าหากว่ายังเอาแต่พูดจาฟังเข้าใจยากแบบนี้น่ะ!

 
 

แล้วดูมาร์คสิ น่ากลัวแบบที่แบมแบมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...ใบหน้าคมที่ปกติจะเรียบเฉยหรือไม่ก็ฉายแววขี้แกล้งเมื่ออยู่ด้วยกันมันกลับกลายเป็นใบหน้าบึ้งตึงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเสียจนแบมแบมที่ยืนมองอยู่ตรงนี้ยังรู้สึกว่ามันน่ากลัวชะมัด...

 
 

“ค...คือ ฮ่ะๆ มาร์คใจเย็นก่อนดิวะ”



เมื่อมาร์คก้าวเข้าหาพลางกำหมัดแน่นแจ็คสันก็เริ่มหันรีหันขวางถอยหลังทีละก้าวสองก้าวทั้งที่ในใจอยากจะหันหลังกลับแล้ววิ่งออกไปให้ไวที่สุดก็เถอะ เขารู้ดีเลยว่าครั้งนี้ตัวเองเป็นคนผิดแบบเต็มๆประตู

 
 

“บอกมา...ว่าจะแลกเลือดกับกูตรงนี้แล้วเลิกแล้วต่อกันหรือจะให้กูเรียกตำรวจ มึงเลือกมาแจ็คสัน”



สูทบนไหล่ถูกมาร์คโยนทิ้งลงไปบนพื้นอย่างไม่ไยดี ยอมรับว่าเขาโกรธมาก โกรธทั้งแจ็คสันทั้งแบมแบมนั่นแหละ...แต่ตอนนี้คงต้องจัดการไอ้คนติดกวนตีนเสียจนล้ำเส้นตรงหน้านี่ก่อน

 
 

“ก...กู”

 
 

“ไม่นะมาร์ค!



แต่แล้วเสียงเล็กที่ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดก็ทำให้มาร์คเขว หันใบหน้าไปมองคนตัวเล็กบนเคาน์เตอร์ที่กำลังยืนน้ำตาคลอเบ้า มือน้อยๆคู่นั้นสั่นเสียจนเจ้าตัวคุมไม่อยู่ ใบหน้าหวานมองมาที่มาร์คก่อนจะส่ายไปมาช้าๆเป็นเชิงอ้อนวอน

 
 

“...”



สายตานิ่งๆของมาร์คที่มองมาทำให้แบมแบมยิ่งใจไม่ดี เขาถูกมาร์คโกรธแล้วใช่ไหม... แบมแบมได้ยินคำว่าเลือด และแน่นอนว่าเขาไม่อยากให้มาร์คต้องมีเลือดออกหรือเจ็บตัวอะไรทั้งสิ้น

 
 

ไม่...แบมแบมทนไม่ไหวแล้ว

 
 

ขอโทษนะแจ็คสัน...

  



“ม มาร์ค...”

 
 

“คือ คือที่จริงแล้วแบมแบมไปห้องแจ็คสันมา..”



คนตัวเล็กบีบมือตัวเองแน่นขณะพูดออกไปเสียงแผ่ว เขาเห็นว่าแจ็คสันทำตาโตเมื่อได้ยินประโยคที่คนตัวหนาตกลงกับแบมแบมเอาไว้ว่าให้เก็บเป็นความลับจนกว่าจะถึงเวลาที่แจ็คสันพร้อมพูดออกมากับมาร์คเอง

 
 

“...”



มาร์คยังคงมองเขาด้วยแววตาและใบหน้านิ่งสนิทเสียจนคนตัวเล็กหน้าจ๋อยกว่าเดิม ใบหน้าเล็กก้มลงน้อยๆเพราะไม่อาจสู้สายตาน่ากลัวนั้นได้อีกต่อไป

 
 

“ไป...ไปตอนที่มาร์คไม่อยู่ห้องเมื่อวาน ล...แล้วก็วันนี้” เขาได้ยินเสียงแจ็คสันตะโกนออกมาเสียงแผ่วเป็นชื่อของเขา คงเพราะไม่อยากให้เขาพูดมันออกมา...




แต่ในเมื่อถ้ายอมบอกไปแล้วมาร์คไม่ต้องเจ็บตัวหรือแลกเลือดอะไรนั่นกับแจ็คสัน แบมแบมก็จำเป็นที่จะต้องเลือกทำ

 
 

“เพราะ...เพราะว่า”



คนตัวเล็กกลั้นใจหลับตาแน่นเมื่อประโยคต้องห้ามระหว่างเขากับแจ็คสันที่ทำการตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานกำลังจะถูกเอ่ยออกมาโดยเขาเอง

 



 

แจ็คสันอยากให้ยองแจมีเพื่อนเล่น

 


 

!!

 

 

อะไรคือยองแจ... มาร์คได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิมพลางมองไปยังคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาหลังจากพูดประโยคที่คนฟังอย่างมาร์คไม่เข้าใจเอาเสียเลยออกมา

 
 

“อะไร” แต่ถ้าเค้นกับแบมแบมตอนนี้รับรองว่าจะต้องมีการหลั่งน้ำตาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งมาร์คเองไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใบหน้าคมจึงเลือกที่จะหันมาถามอีกคนที่เอาแต่ยืนทำหน้าตาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่ตรงหน้า

 

 

“มาร์ค...ไหนๆก็ไหนๆแล้วว่ะ...”



แจ็คสันพยักหน้าช้าๆ สูดลมหาใจเฮือกใหญ่เหมือนเป็นการรวบรวมความกล้ากับตัวเองก่อนจะเงยขึ้นสบสายตาคมของมาร์คด้วยท่าทีจริงจังกว่าปกติ

 
 

“ที่เมื่อวานฉันถามนายเรื่อง...แบมแบม เอ่อ มันเพราะว่าฉันน่ะ” มาร์คตั้งใจรับฟังทุกถ้อยคำแต่ทว่าใบหน้ายังไม่คลายไปจากอาการไม่พอใจ

 
 

“...”




“ฉันเองก็มีภูติแบบนี้อยู่เหมือนกัน”  

 


 

!!!

 
 

“...”

 
 

จะเรียกอาการนี้ว่าอึ้งก็ได้...มาร์คกำลังอึ้งไปกับคำสารภาพจากปากแจ็คสันหวัง เมื่อกี้นี้เขาได้ยินเหมือนแจ็คสันมันกำลังบอกเขาว่ามันเองก็มีภูติตัวเล็กแบบนี้เหมือนกันกับเขางั้นหรอ? มาร์คไม่ได้หูเพี้ยนไปเองใช่ไหม?

 
 

“เป็นของอากงฉันเอง...เขาเป็นนายพราน ป่าในฮ่องกงที่ไหนว่าเด็ดน่ะท่านไปมาทุกที่...”

 
 

“แบมแบมเองก็มาจากป่าใช่ไหมล่ะ”

 
 

มาร์คไม่อยากเชื่อคำพูดนั้นสักเท่าไหร่ แต่ เมื่อมองหน้าแจ็คสันชัดๆก็เห็นว่าสีหน้าท่าทางนั้นมันดูจริงจังไม่มีแววขี้เล่นอย่างที่เห็นเป็นประจำ

 
 

“...”

 
 

ทว่า...

 
.


.


 

“นั่นมันก็เรื่องของนายแจ็คสัน...”

 
 

ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงแถมยังทำให้มาร์คเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยกับเรื่องที่ได้ยิน หากพอลองคิดไตร่ตรองให้ดีแล้วมันก็ยังไม่มีความจำเป็นอยู่ดีที่แจ็คสันจะต้องบุกรุกเข้ามาในห้องของเขาตอนที่เขาไม่อยู่เพื่อแอบพาแบมแบมออกไปแบบนี้

 
 

“เฮ้มาร์ค...นี่ฉันจริงจัง”

 
 

“ออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว”



และอีกอย่างที่สำคัญเลยก็คือ มาร์คยังมีความโกรธและโมโหที่หลงเหลืออยู่มากจึงทำให้เรื่องที่ควรจะเป็นเรื่องน่าสนใจของแจ็คสันนั้นกลายเป็นอะไรที่มาร์คไม่ต้องการจะรับรู้ไปได้อย่างง่ายดาย

 
 

“แต่ฉันมีบางอย่างจะคุยกับนาย” ถึงแม้ว่ามันจะเร็วกว่าที่แจ็คสันคาดคิดเอาไว้แต่ในเมื่อมาร์ครู้ความจริงเรื่องนี้แล้ว มาร์คก็จำเป็นจะต้องรู้ความจริงอีกอย่างเช่นกัน

 

 

ซึ่งดูเหมือนว่า...มาร์คจะไม่ต้องการมันเอาเสียเลย

 
 

“ออกไป”

 
 

คนตัวโตยืนกรานคำเดิมเสียงแข็งเสียจนแจ็คสันต้องเหลือบไปมองหน้าคนตัวเล็กบนเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางลำบากใจ มันเป็นอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่ได้บอกแบมแบมเพราะต้องการที่จะคุยกับมาร์ค แต่เป็นเพราะความกวนประสาทของตัวเองที่มีมากเกินไปล่ะมั้ง การเข้าหามาร์คจึงเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน

 
 

“โอเค..”



เห็นว่าแบมแบมพยักหน้าให้เขาออกไปก่อนตามที่มาร์คบอกแล้วแจ็คสันเองก็ต้องยอมแพ้ ถอยห่างออกมาจากมาร์คสองสามก้าวให้พอมีระยะห่างที่หายใจหายคอได้สะดวก

 
 

“ไว้นายอารมณ์ดีกว่านี้ฉันจะมาใหม่”

 
 

“ไปล่ะ...”

 
 

คนถูกไล่ยกฝ่ามือตัวเองขึ้นมาชูทั้งสองข้างเป็นเชิงว่ายอมแล้วอีกครั้งก่อนจะค่อยๆพาตัวเองหันหลังเดินกลับออกไปโดยมีสายตานิ่งสนิทของมาร์คต้วนมองตามหลังไปจนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องตัวเองถูกเปิดออกและปิดสนิทดังตามมา

 





 

 

 

“...”

 
 

ส่วนแบมแบมที่ยืนอยู่บนเคาน์เตอร์ก็พยายามคิดอยู่ว่าเขาควรจะพูดอะไรกับมาร์คดีในช่วงเวลาแบบนี้ เห็นว่าหลังจากที่แจ็คสันออกไปแล้วคนตัวโตก็ก้มลงไปจัดการเก็บสูทตัวเองบนพื้นขึ้นมาพาดไหล่ ดวงตาคมเข้มหันมามองเขาเพียงครู่เดียวก่อนทำท่าจะเดินออกไปจากโซนห้องครัวโดยปล่อยคนตัวเล็กทิ้งไว้ที่เดิม

 
 

“มาร์ค...” เสียงเล็กเรียกชื่ออีกคนเบาหวิว ใจคอไม่ดีที่โดนมาร์คทำเมินใส่แบบนี้...รู้ตัวว่าผิด แต่มาร์คช่วยพูดอะไรสักหน่อยได้ไหม จะว่าจะตีแบมแบมก็ได้นะ แต่อย่าทำแบบนี้สิ...ไม่ดีเลย

 
 

ไม่มีเสียงตอบรับ แต่มาร์คก็ยังหยุดยืนอยู่ที่เดิม...ซึ่งนั่นทำให้แบมแบมใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าหากมาร์คยังไม่ยอมหันมามองหน้ากันแบบนี้เขาจะคุยกับมาร์คให้เข้าใจได้ยังไงกันล่ะ

 
 

“หันมาหน่อยสิมาร์ค”



พยายามใช้เสียงที่อ้อนวอนที่สุดเพื่อให้อีกคนสนใจตัวเองมากกว่าเดิม แบมแบมเห็นว่ามาร์คนิ่งไปชั่วครู่หลังจากที่ได้ยินคำขอของเขาเหมือนกำลังตัดสินใจ แล้วในที่สุดคนตัวโตคนนั้นก็ยอมหันกลับมาตามคำขอแถมยังเดินเข้ามาใกล้แบมแบมที่ยืนอยู่บนเคาน์เตอร์เสียด้วย

 
 

“หิวเหรอ”

 
 

มาร์คเดินเข้ามาขยับถ้วยผลไม้ที่แจ็คสันปอกและหั่นใส่เอาไว้ก่อนหน้า มือใหญ่เอื้อมไปหยิบถ้วยโยเกิร์ตในแพ็คออกมาเมื่อเห็นว่ามันยังมีเพียงผลไม้เปล่าๆซึ่งแบมแบมเองจะไม่ค่อยชอบนักถ้าหากไม่ราดเจ้าโยเกิร์ตนี้ลงไปด้วย

 
 

มาร์คพูดกับแบมแบมก็จริงแต่ทำไมถึงไม่ยอมมองหน้ากันเลยล่ะ


 

“รีบกินซะ จะได้ไปนอน” ดวงตากลมมองตามการกระทำอีกคนที่ทำเหมือนกับว่าทุกอย่างปกติแต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ปกติ มันเกินคำว่าปกติมามากๆด้วย

 
 

“มาร์คไม่เอา...ไม่เอาแบบนี้”



แบมแบมพูดเสียงสั่น รู้สึกว่าขอบตามันร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาบอกความรู้สึกในตอนนี้ไม่ถูกจริงๆ...มองหน้าคนตัวโตที่ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ยิ่งใจเสีย ถ้าหากว่ามาร์คดุหรือว่าอะไรเขาออกมาบ้างบางทีแบมแบมอาจจะไม่รู้สึกผิดขนาดนี้ก็ได้

 
 

“แล้วจะเอาแบบไหน”



สุดท้ายคนตัวโตก็ยอมละสายตาจากถ้วยอาหารมามองคนตัวเล็กตรงหน้าเสียที ใจของมาร์คกระตุกผิดจังหวะไปเล็กน้อยตอนที่ได้เห็นเต็มๆตาว่าใบหน้าหวานที่มักจะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้นหมองลงไปมากกว่าเดิมเสียมากมาย

 
 

“ม...มาร์ค”

 
 

และแล้วหยดน้ำอุ่นๆหยดแรกก็ไหลลงมาจากขอบตา แต่มือเล็กเองก็ไวพอตัวรีบยกขึ้นเช็ดปาดออกอย่างรวดเร็วจนไม่สนว่าแก้มแดงๆนั่นจะขึ้นปื้นแดงจากการเสียดสีมากน้อยแค่ไหน

 
 

“ดุแบมแบมสิ...ตีแบมแบมก็ได้นะ ฮึก...” ใครกันหนอจะไม่ใจอ่อนยวบให้กับประโยคแสนน่าสงสารที่คนพูดเปล่งออกมาพร้อมกับฝ่ามือสั่นน้อยๆคู่นั้นที่ดึงทึ้งอยู่กับชายเสื้อตัวเองเหมือนพยายามอดกลั้นเต็มที่

 
 

“...”

 

“พอเถอะ”

 
 

แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองอีกคนทั้งน้ำตาเมื่อได้ยินประโยคสั้นๆที่ตีความหมายได้ยากนั่น พอเถอะของมาร์คหมายความว่าอะไรกันล่ะ...หมายความว่าให้เขาหยุดร้องไห้ หยุดพูด หรือหมายความว่ามาร์คเหนื่อยกับเขาจนอยากจะพอแล้วกันแน่

 

 

มันหมายความว่ายังไงกัน...



 

“ฉันไม่โกรธนายแล้ว” แบมแบมแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นิ่งค้างไปเหมือนคนตกใจเมื่อได้ยินคำยกโทษจากปากมาร์คแบบง่ายดายเกินกว่าที่คิด หรืออันที่จริงแล้วมาร์คน่ะไม่ได้หายโกรธเขาหรอกเพียงแต่รำคาญที่เขาพูดก็เลยตอบปัดไปส่งๆอย่างนั้น

 
 

“ก...โกหก”

 
 

“ไม่ได้โกหก...แต่นายไม่ได้ผิด เป็นฉันถ้ารู้แบบนั้นก็คงยอมไปกับไอ้แจ็คสันเหมือนกันนั่นล่ะ”

 
 

เพราะมาร์คเองก็คิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของแบมแบมหรอก แต่ที่แสดงอาการไม่พอใจไปก็เพราะตกใจบวกกับไม่เข้าใจเท่านั้น คนตัวเล็กเองก็อยู่ในห้องอย่างที่เขาสั่งแล้วทุกอย่าง แต่เป็นเพราะแจ็คสันเองที่บุกเข้ามา และมาร์คคิดว่ามันก็ต้องมาพูดเกลี้ยกล่อมให้แบมแบมยอมไปห้องมันเพราะว่ามีภูติอีกตัวหนึ่งอยู่ที่นั่น...เหอะ มาถึงตอนนี้มาร์คยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไมโลกมันจะต้องกลมขนาดนี้

 

 

ไหนไอ้แจบอมมันบอกว่าหายากนักหายากหนาไง...


 

ถ้าลองเดินถามคนทั้งตึกดูบางทีอาจจะได้คำตอบว่าทุกคนต่างมีภูติเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นก็ได้



 

“ข...ขอโทษ ไม่ทำแล้ว” ใบหน้าเล็กก้มลงไปจนแทบชิดอก สุดท้ายแล้วมาร์คก็ต้องเดินเข้าไปใกล้พลางกดปลายนิ้วลงบนกลุ่มผมนิ่มตรงหน้าเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ

 
 

“อย่าไปยุ่งกับแจ็คสันอีกก็พอ” เขาไม่รู้หรอกว่านี่จะเป็นการขัดใจหรือขัดขวางแบมแบมไม่ให้ไปพบกับเพื่อนภูติหรือเปล่า ก็อิมแจบอมบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าภูติเหล่านี้ไม่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน...และที่สำคัญเลยก็คือ เขาไม่อยากไปเกี่ยวข้องกับแจ็คสันให้ปวดหัวอีกน่ะสิ

 
 

ถึงตอนนี้แจ็คสันจะรู้แล้วว่าเขามีแบมแบมอยู่ในห้อง แต่มาร์คก็เชื่อว่าการที่แจ็คสันบอกเขาว่ามันเองก็มีอยู่เหมือนกันจะทำให้เรื่องนี้ยังคงเป็นความลับและไม่ถูกโพนทะนาให้คนอื่นรับรู้อย่างแน่นอน...ก็ถือว่าเป็นเรื่องสบายใจอย่างหนึ่งในความวุ่นวายครั้งนี้ไปแล้วกัน

 
 

“อื้อ...ไม่เอาแล้ว”



คนถูกยื่นข้อเสนอยอมพยักหน้ารับอย่างไม่มีอิดออด เพราะว่าแบมแบมน่ะไม่ชอบเลยกับท่าทางน่ากลัวแบบนั้นของมาร์ค กับประโยคแลกเลือดแลกอะไรที่ฟังน่ากลัวจนขนลุกแบบนั้นจากปากมาร์คน่ะแบมแบมไม่อยากได้ยินมันอีก เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำแล้วจะได้มาร์คคนเดิมกลับมาแน่นอนว่าเขายอมทุกอย่างเลยล่ะ

 
 

.


.


.

 
 

อาหารมื้อดึกถูกคนตัวเล็กกินไปเพียงเล็กน้อย จนมาร์คต้องเก็บส่วนที่เหลือแช่เอาไว้กินต่อเองในตอนเช้าด้วยความเสียดาย อาจจะเพราะเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ขึ้นเลยทำให้คนตัวเล็กลืมหิวไปเสียหมดด้วยความเสียขวัญ แต่ก็นั่นล่ะ...มาร์คเชื่อว่าแบมแบมน่ะเศร้าได้ไม่นานหรอก

 
 

“ไม่ต้องคิดมาก นอนเถอะ” มาร์คกระซิบเสียงค่อยให้คนตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนหมอนใบใหญ่ข้างๆตัวเองบนเตียงสีเทานั้นคลายความกังวลและใบหน้าที่นิ่วคิ้วแทบขมวดกันแบบนั้นลงเสียที

 
 

“มาร์คตกใจไหม” แต่เสียงใสที่เจื้อยแจ้วกลับมาท่ามกลางความมืดภายในห้องนอนที่มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟเล็กหัวเตียงเท่านั้นก็ทำให้มาร์คต้องขยับตัวเอาแขนทั้งสองขึ้นมาหนุนแทนหมอนนุ่มคิดอะไรนิดหน่อยก่อนจะตอบไป

 
 

“เรื่องไหน...เรื่องที่กลับมาแล้วเห็นว่านายอยู่กับแจ็คสันหรือว่าเรื่องที่ไอ้แจ็คสันมันก็มีภูติแบบนายอยู่เหมือนกันล่ะ หืม” แกล้งถามเย้าให้คนที่ตีหน้าเครียดอยู่บนหมอนใบโตข้างๆส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอออกมาเบาๆ

 
 

“เรื่องที่แจ็คสันมียองแจสิ!

 
 

“อืม...ก็ตกใจแหละ แต่เกลียดขี้หน้ามันมากกว่า” มาร์คตอบไปตามตรงแต่เล่นเอาคนฟังถึงกับสะอึกไปหน่อยๆ

 
 

“แจ็คสันเขาก็ดูไม่ใจร้ายซะหน่อยนะมาร์ค” เสียงเล็กพูดเบาๆเพราะกลัวว่ามาร์คจะไม่พอใจกับรูปประโยคที่คิดต่างออกไป

 
 

“มันไม่ได้ใจร้าย แต่มันชอบกวนประสาทฉัน”



อันที่จริงแล้วมาร์คก็ใช่ว่าเกลียดแจ็คสันเข้าไส้เสียเมื่อไหร่ แค่มาร์คไม่ชอบกับนิสัยทีเล่นทีจริงหรือบางทีก็เป็นการเล่นไม่รู้เวร่ำเวลาของอีกฝ่ายมากกว่า และที่สำคัญคือมาร์คเองก็ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นแจ็คสันที่ชอบเข้าหาคนอื่นด้วยวิธีแปลกๆจึงกลายเป็นบุคคลในอุดม
อคติของมาร์คไปโดยปริยาย

 
 

“แล้วแบมแบมกวนประสาทมาร์คไหม” มาร์คหันไปมองอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้าใจกับคำว่ากวนประสาทที่เขาว่าไปเท่าไหร่นัก นิ้วยาวๆของมาร์คถูกส่งไปแกล้งจิ้มแก้มซ้ายขวาของอีกคนด้วยความหมั่นเขี้ยว

 
 

“กวนกว่าแจ็คสันอีก” เห็นคนตัวเล็กทำหน้าตกใจแบบนี้แล้วมันก็ตลกดี...สุดท้ายแล้วมาร์คก็ต้องหลุดยิ้มให้กับความน่ารักแบบเอ๋อๆนั่นอีกครั้งจนได้

 
 

“จริ...”

 
 

“พูดเล่นน่า”

 
 

“นอนได้แล้ว” มาร์คตัดบทเมื่อเห็นว่าถ้าปล่อยให้ถามอะไรไปมากกว่านี้เห็นทีว่าจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นแบมแบมก็คงจะยังไม่หมดคำถามเสียที มือใหญ่เอื้อมไปดึงผ้านวมขึ้นมาห่มให้ตัวเองก่อนจะตวัดปลายผ้าไปเผื่อแผ่ให้อีกคนที่นอนอยู่ข้างๆกัน มันดูทุลักทุเลไปหน่อยล่ะนะ แต่มันก็โอเค

 
 

“อ่า...” แบมแบมเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อแต่สุดท้ายแล้วเมื่อแสงไฟจากหัวเตียงดับลงก็มีเพียงความเงียบในห้องเท่านั้นในตอนนี้

 
 

ห้องนอนกลับมาเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงทำงานของแอร์เพียงอย่างเดียว พลังงานที่ใช้ไปในวันนี้มันเหมือนจะดูมากกว่าปกติสำหรับมาร์คต้วนที่ในทุกๆวันเขาเองก็จะทำเพียงวาดรูปและเดินวนไปวนมาในห้องเท่านั้น ไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกแล้วต้องกลับมาสู้รบปรบมือกับใครแบบนี้

 
 

คนตัวโตนอนหลับตาไปได้เพียงครู่เดียวก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความยุกยิกจากอีกคนที่เหมือนกำลังขยับตัวเพื่อทำอะไรสักอย่าง บางทีแบมแบมอาจจะคิดว่าเขาหลับไปแล้ว...และอาจจะคิดแอบทำอะไรซนๆอีกหรือเปล่านะ

 
 

“ฮึบ...”

 
 

เสียงหอบหายใจเล็กๆดังขึ้นจนมาร์คที่แกล้งหลับตาเพื่อรอสังเกตท่าทีอีกคนอยู่เผลอกระตุกคิ้วด้วยความตกใจปนสงสัยเมื่อรู้สึกได้ว่าเสื้อกล้ามที่ใส่นอนของตัวเองนั้นเหมือนจะถูกดึงทึ้งอย่างแรงจากด้านข้างฝั่ง ที่มีแบมแบมนอนอยู่

 
 

แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามีวัตถุเป็นก้อนนิ่มๆกลมๆกำลังคลานอยู่บนอกเขาด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงตำแหน่งที่เจ้าตัวคงคิดว่าเหมาะสมแล้วจึงทิ้งตัวลงไปนอนเอาเสียอย่างนั้น

 
 

“...”

 
 

“หึ...” และเมื่อมาร์คแอบปรือตามองดูก็ไม่ค่อยต่างไปจากที่คิดสักเท่าไหร่นัก เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือกลุ่มผมสีดำและเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอจากคนตัวเล็กที่แอบปีนขึ้นมานอนทับเขาสบายใจเฉิบอยู่นี่ไงล่ะ

 


 






 

เห็นแล้วมันก็อยากจะจับตีซะให้เข็ดจริงๆเชียว...

 
 

“...”



นอนจนจะเคลิ้มหลับไปได้เพียงแป๊บเดียวมาร์คก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกรอบ ดวงตาคมมองไปยังหน้าต่างบานใสเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าเขาปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้วจริงๆ คือ...ไม่ใช่ว่ามาร์คจะมาเป็นคนเนี้ยบอะไรตอนนี้หรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่าเขาน่ะ

 

 

กำลังได้กลิ่นอะไรบางอย่างแปลกๆน่ะสิ...



 

จะผุดขึ้นลุกนั่งตอนนี้ก็ทำไม่ได้อีกเพราะคนตัวเล็กบนอกกำลังนอนหลับตาพริ้มดูแล้วรู้สึกว่าถ้าหากมาร์คตัดสินใจเอื้อมมือไปปลุกนั้นเขาจะต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่จิตใจเลวร้ายมากแน่ๆ แต่กลิ่นที่โชยเข้ามาก็ทำให้มาร์คต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อหาต้นตอ

 
 

มันเป็นกลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นเหม็นนะ...มันออกไปทางหอมด้วยซ้ำ แต่เป็นกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ถูกไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไรให้เข้าใจได้เลยว่ามันเป็นกลิ่นหอมแบบไหนกันแน่

 
 

“...จินยอง”

 
 

แต่จู่ๆมาร์คก็เบิ่งตาโตขึ้นมาจนแทบถลนเมื่อในหัวกันนึกย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนที่เขาไปบ้านจินยอง...มันคุ้นๆว่าจินยองเองถามเขาอยู่เหมือนกันว่าเคยได้กลิ่นอะไรแปลกๆมาจากตัวแบมแบมบ้างไหม ซึ่งในตอนนั้นเขาตอบไปอย่างมั่นใจว่าไม่

 

 

แต่นี่จะเป็นกลิ่นของแบมแบมจริงเหรอ?



 

ตั้งคำถามในหัวก่อนจะตัดสินใจทำการพิสูจน์ กลิ่นหอมจางๆซึ่งมาร์คไม่รู้ที่มานั้นค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตอนที่มาร์คพยายามขยับตัวแบบค่อยที่สุดเพื่อตั้งท่าตัวเองให้ดีก่อนที่จะทำการโน้มใบหน้าตัวเองก้มลงไปพิสูจน์ว่ากลิ่นที่ได้รับนั้นเป็นของคนบนอกจริงหรือไม่

 
 

“...”

 
 

ปลายจมูกโด่งจรดลงไปบนบริเวณกลุ่มผมนุ่มและผิวกายบางอย่างเชื่องช้าก่อนที่ใบหน้าหล่อคมของมาร์คจะค่อยๆเงยขึ้นมาช้าๆต่างกับจังหวะการเต้นของก้อนเนื้อในอกที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทีละน้อย

 



 

แบมแบม...

 





 

...เป็นนาย จริงๆด้วย

 








 

เห้ย...ทำไมเหมือนมันสั้น ความจริงคือยาวกว่าตอนที่แล้วอีกนะเพียงแต่มีฉากน้อย
ไม่เป็นไร เดี๋ยวตอนหลังจากนี้ก็จะยาวขึ้นโนะ 
( แอบสังเกตว่าตอนไหนที่มีฉากไม่มากกระแสตอบรับจะเงียบจนน่าใจหาย ไม่เล่นแบบนี้สิ ฮ่าๆ )
พบกับตอนหน้าเร็วๆนี้ค่ะ ^^


แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2154 grapeberryz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:41
    มีกลิ่นแล้วยังไงต่อ มีความรักหรอ หรือตัวจะโตได้
    #2,154
    0
  2. #2138 onea (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 19:33
    หื้มมมมมมมมมมม น้องมีกลิ่นแล้วหรอ ?
    #2,138
    0
  3. #2120 uromtbb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:06
    น้องงงงงง><
    #2,120
    0
  4. #2106 Ppchat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 10:33
    หื้อออนุ้งหอมม
    #2,106
    0
  5. #2093 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:13
    อยากรู้แจ็ตจะบอกอะไร
    #2,093
    0
  6. #2079 NJChokdee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 07:28
    น้องแบมกลิ่นโชยแล้วนะลู๊กกก น้องจะตัวโตมั้ย นี่คือคำถามที่ติดค้างในใจ
    #2,079
    0
  7. #2067 VivoV5 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 23:44
    แจ็คจะบอกอะไรมาร์คนะ
    #2,067
    0
  8. #2054 Bporsche (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 23:31
    ทำไมอ่า เวลาข้อความเน้นตัวหนาทีไรนี่ก็อดกลั้นหายใจตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ทุกที กลิ่นฟีโรโมนงี้ป่ะ ดมแล้วรักแล้วหลงไรทำนองนั้น 55555555
    #2,054
    0
  9. #2045 MB-krD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 11:25
    เอ้ะ น้องจะมีกลิ่นหอมเพราะอะไรนะ ลืมแล้วอ่ะ
    #2,045
    0
  10. #1987 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:50
    หื้ออออ กลิ่นหอมๆนั่นคล้ายๆฟีโรโมนไรงี้ไหมอ่ะ
    #1,987
    0
  11. #1976 ATENNILE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:05
    เริ่มตื่นเต้นมียองแจด้วยน่าสนุก
    #1,976
    0
  12. #1924 ojay2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 23:15
    แจ็คแจก็มา แจ็คจะบอกอะไรมาร์ค ทำไมมาร์คได้กลิ่นแล้วอ่ะ
    #1,924
    0
  13. #1899 FANTACHII (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 00:17
    มียองแจด้วยยยยย
    หูยตื่นเต้นนน อยากเห็นตอนสองภูตินี้อยู่ด้วยกัน
    มันจะต้องตะมุตะมิมากแน่ๆเลยยยย
    แต่ถ้าพี่มาร์คลดความอคติลงนิดนึง น่าจะได้เห็น555555
    #1,899
    0
  14. #1883 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 17:31
    แบมมีกลิ่นหอมแล้วจะไม่เป็นไรใช่มะ พี่มาร์คโทรถามจินยองด่วนนนนน



    #1,883
    0
  15. #1862 M.m1nt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 01:53
    โล่งอกเรื่องเเจ็คสันหน่อยย แต่อยากรู้เรื่องที่แจ็คจะบอกมากกกก แอบกลัววววว
    #1,862
    0
  16. #1834 KiHaE*129 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 01:40
    มาร์คฟังที่แจ็คจะบอกหน่อย
    อยากรู้
    น้องแบมปล่อยกลิ่นแล้ววว
    #1,834
    0
  17. #1820 BamG97_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 15:17
    แบมๆทำไมพี่มาร์คใช่เรื่องจินยองไมหรือ เป้นอะไรt0t
    #1,820
    0
  18. #1780 Iris_bella (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 17:06
    แจ็คจะบอกอะไรพี่มาร์คอ่าา อยากรู้
    #1,780
    0
  19. #1736 cassysanuk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 15:39
    แบมมีกลิ่นหอมแล้วจะทำไมหรอ
    #1,736
    0
  20. #1727 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 21:49
    โล่งใจที่แจ็คไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ก็แค่คนกวนประสาทคนหนึ่งเท่านั้นเอง

    แถมยังมีภูติเป็นของตัวเองอีกต่างหาก

    ว่าแต่ว่าทำไมจู่แบมแบมถึงมีกลิ่นหอมออกมาจากตัวได้ล่ะ

    คงไม่ใช่เพราะความรู้สึกอะไรของคนตัวเล็กหรอกใช่ไหม หรือใช่
    #1,727
    0
  21. #1716 Dearii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 22:28
    แจ็ค ฉันโล่งมากก เห้อมมม นี่อยากให้พรุ่งนี้แบมตื่นมากลายเป็นคนนอนทับมาร์คเลย ไรงี้ 555555
    #1,716
    0
  22. #1695 MandM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 17:42
    โอ๊ยยยยลุ้นแทบแย่

    นึกว่าแจ็คจะนิสัยไม่ดีซะแล้ว

    ที่ไหนได้ ก็มียองแจเหมือนแบมนี่เอง

    โล่งใจเลยอ่ะ55555555

    แบมมีกลิ่นหอมออกมาแล้ว

    จะกลายเป็นคนจริงๆรึเปล่านะ
    #1,695
    0
  23. #1677 zmgebob (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 23:52
    โอ้ยนึกว่าอะไร ทำลุ้นนะพี่หวัง ที่แท้ก็มียองแจนี่เอง 5555555555
    กลิ่นแบบมแบมออกแล้วว
    #1,677
    0
  24. #1626 Oni (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 22:29
    ว้าววววดีใจที่แจ็คไม่ได้ร้ายแต่กวนทีนมาร์คคคคค

    แจ็คมีแจด้วยแบมคงได้เจอแล้วน่าจะเป็นเพื่อนกันได้แร่มาร์คยังโกรธเลยไม่พรูดถึง

    ฟินมากตอนแบมแอบขึ้นมานอนบนหน้าอกมาร์ค กลิ่นหอมจากตัวแบมแปลว่าาาาาาาา
    #1,626
    0
  25. #1504 あなた (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:00
    กลิ่นต้องมีอะไรแน่ๆ แบบ มาร์คอาจจะเป็นคนเดียวที่จะได้กลิ่นแบม อะไรแบบนี้ป่ะ
    #1,504
    0