FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 3 : BOY IN A JAR :: Time to escape

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    6 ก.ค. 58

   BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB



CHAPTER

- 3 -

( Time to escape )

 
 

เช้าวันนี้แบมแบมตื่นขึ้นมาก่อนเวลาปกติเพราะว่าคนตัวเล็กได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากด้านนอก จำได้ว่าเมื่อคืนมาร์คเอาเขามาตั้งไว้ที่ตู้เก็บของตัวสูงตัวนี้แทนที่จะเป็นโต๊ะกาแฟตัวเดิม ส่วนตัวมาร์คเองก็เดินไปนั่งทำอะไรสักอย่างกับพวกเจ้าวัตถุสี่เหลี่ยมสีขาวตรงอีกมุมเกือบทั้งคืน ขนาดตอนดึกที่เขาเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะคิดถึงคุณนกฮูกเทาใจดีก็ยังเห็นมาร์คนั่งอยู่ตรงที่เดิมอยู่เลย

 
 

คนตัวเล็กค่อยๆปัดใบไม้ที่เริ่มแห้งกรอบออกจากตัวเพื่อไม่ให้เศษของพวกมันมาติดเนื้อผ้านุ่มบนตัวของเขาที่พอมองไปทีไรก็อดอมยิ้มด้วยความดีใจออกมาไม่ได้ เขาอยากมีเสื้อผ้าคลุมตัวแบบมนุษย์ตัวโตทั่วไปมานานแล้วล่ะ นับเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวท่ามกลางความโชคร้ายก็ว่าได้

 
 

แล้วเมื่อวานถามไปถามมาก็เห็นมาร์คบอกว่านี่เป็นเสื้อของคุณมาดามไลลา แบมแบมไม่รู้หรอกว่าเธอคือใคร แต่ก็คิดเอาไว้แล้วล่ะว่าถ้ามีโอกาสได้เจอจะต้องขอบคุณให้ได้ที่อุตส่าห์ใจดีแบ่งเสื้อผ้ามาให้เขา...

 
 

อ่า...ว่าแต่ว่า มาร์คกำลังทำอะไรน่ะ


 

“...” แบมแบมที่ลุกขึ้นนั่งได้เพียงครู่ขยับตัวเข้าไปใกล้กับกระจกขวดโหลเพื่อเพ่งมองร่างของคนตัวโตที่ดูเหมือนกำลังก้มๆเงยๆทำอะไรสักอย่างอยู่ตรงมุมห้อง ก็มุมเดิมเมื่อคืนที่มาร์คหมกตัวอยู่นั่นแหละ

 
 

คนตัวเล็กสังเกตเห็นว่ามาร์คแต่งตัวแปลกกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายตารางสีน้ำเงินเข้มของมาร์คที่มันทำให้ดูแปลกตาไปจากเดิมที่เคยเห็นใส่แต่เสื้อยืดธรรมดา และมาร์คเลือกที่จะเอามาแมทซ์กับกางเกงยีนสีดำขาดเข่าสไตล์เซอร์ๆตามแบบฉบับของเจ้าตัวซึ่งต้องยอมรับว่ามันดูดีเกินคาดจริงๆ

 
 

“หนึ่ง...สอง...สาม ครบ” เสียงทุ้มพึมพำอยู่กับตัวเองขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตานับจำนวนแผ่นภาพในกระบอกงานที่เขาต้องเอาลงไปส่งให้กับลูกค้าที่นัดเจอกันวันนี้ในห้างชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปจากอพาร์ทเมนต์ของเขาพอสมควร

 
 

เมื่อสำรวจทุกอย่างว่าครบเรียบร้อยพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้วมาร์คก็หอบกระเป๋าเป้อีกใบขึ้นสะพายหลังพร้อมสวมสแนปแบ็คใบโปรดของตัวเอง เช็คน้ำและไฟให้เรียบร้อยว่าไม่ได้เปิดอะไรทิ้งไว้จนมั่นใจแล้วมาร์คจึงเดินออกไปเตรียมใส่รองเท้าตรงบริเวณประตูห้อง

 
 

ภาพแผ่นหลังของมาร์คที่เดินหายไปทางด้านหน้าประตูถูกจับจ้องโดยสายตาของคนตัวเล็กด้วยความสงสัย ที่มีอยู่เต็มอก วันนี้คนตัวโตดูเหมือนจะยุ่งอยู่กับอะไรสักอย่างไม่แวะมากวนแบมแบมเลยสักนิดเดียว จนกระทั่งเสียงปิดประตูที่ดังตามมาทำให้คนตัวเล็กที่ยืนเหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

 
 

“...”

 
 

รีบไปไหนกันนะ

.

.

.




 

 

 

มาร์คออกไปนานมากๆแล้ว สังเกตได้จากแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องมันสว่างจ้ากว่าเดิมคล้ายกับเป็นช่วงเที่ยงของวัน แบมแบมไม่รู้ว่ามาร์คหายไปไหนเพราะมาร์คไม่ได้บอกอะไรเอาไว้เลย และเขาเองก็เริ่มที่จะเบื่อกับการนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนกองใบไม้แห้งแข็งนี่แล้วด้วย...

 
 

“คุณใบไม้...เบื่อจังเลย”

 
 

สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงระบายความเบื่อหน่ายออกมาให้กองใบไม้รอบตัวที่เป็นเพื่อนเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ฟังอย่างน่าสงสาร สองขาเล็กยืดออกจนสุดความยาวที่มีไม่มากส่วนแขนทั้งสองก็เอาเท้าคางไว้เสียจนแก้มยุ้ยๆนั่นแทบจะล้นมือออกมา

 
 

แต่ไม่นานคนตัวเล็กก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ยันตัวเองลุกขึ้นเอามือปัดฝุ่นที่ติดตามตัวเล็กน้อยก่อนจะแหงนเงยหน้ามองฝาปิดด้านบนที่มีรูเจาะเล็กๆอยู่ด้วยแววตามีความหวัง แต่ทว่ามันก็ต้องดับลงอย่างรวดเร็วเช่นกันเพราะมันเล็กเกินไป เล็กเกินกว่าที่แบมแบมจะออกไปได้โดยผ่านไอ้เจ้ารูพวกนั้น

 


“แบมหิวจัง ทำยังไงดี” ใบหน้าหวานสลดลงพลางก้มลงไปพูดกับเหล่าใบไม้แห้งอย่างคิดไม่ตก นี่มาร์คตั้งใจจะแกล้งกันหรือเปล่านะถึงได้ทิ้งกันไว้ไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้

 
 

“เฮ้อ...”

 





 

 

 

นาฬิกาเรือนใหญ่สไตล์ยุโรปในร้านกาแฟราคาแพงบอกเวลาเที่ยงครึ่ง ด้านในสุดของร้านปรากฏร่างของชายหนุ่มนักวาดรูปที่กำลังส่งผลงานของตัวเองให้กับคุณลูกค้าสาวคนหนึ่งที่เธอเล่นมาสายจากที่นัดไว้เกือบสองชั่วโมง ไม่ใช่ว่ามาร์คไม่หงุดหงิดหรอกนะ ก็ไม่พอใจนั่นแหละแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนรอเพื่อทำให้มันจบๆไป

 
 

“ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะมาร์ค งานสวยมากเลย” คุณลูกค้าสาวในชุดเดรสขาวเปิดไหล่ชื่นชมผลงานของมาร์คด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าทำให้คนที่มองอยู่อย่างมาร์คเองต้องฉีกยิ้มน้อยๆกลับไป ปลายนิ้วของเธอแตะลงไปบนภาพวาดเบาๆราวกับว่ากลัวมันจะบุบสลายถ้าหากลงแรงมากกว่านี้

 
 

“ขอบคุณครับ”

 
 

“มาร์คใช้เวลาวาดรูปพวกนี้นานไหมคะ” หญิงสาวเงยหน้าถามด้วยความสงสัย ผลงานที่ดูปราณีตขนาดนี้เธออยากรู้จริงๆว่าต้องใช้เวลาในการสร้างแรงบันดาลใจและรังสรรค์ออกมานานเท่าไหร่กัน

 
 

“หมดสามรูปนั่นผมใช้เวลาไปเกือบสองเดือน”

 
 

“โอ้...ถือว่าไวอยู่นะคะ ฉันคิดว่าจะนานกว่านั้นเสียอีก” หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดปากน้อยๆเมื่อได้ยินจำนวนตัวเลขที่ถือว่าไวมากในความคิดของเธอ

 
 

“ฮ่ะๆ ครับ”   

 
 

“อ่า มาร์คคะ...ถ้าไม่รังเกียจฉันขอเลี้ยงขนมมาร์คซักเมนูได้ไหมคะ” หญิงสาวละสายตาจากแผ่นภาพวาดตรงหน้ามามองหน้ามาร์คแทน รอยยิ้มหวานของเธอถูกส่งมาให้จนมาร์คได้แต่อึกอักเพราะแค่ค่าภาพที่เขาได้มามันก็มากพออยู่แล้ว แถมคุณลูกค้าที่เป็นผู้หญิงยังจะมาขอเลี้ยงขนมกันแบบนี้อีกมันก็น่าเกรงใจอยู่ไม่น้อย

 
 

“นะคะ ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ” สุดท้ายเธอก็รวบรัดหันไปสั่งเมนูขนมที่ขึ้นชื่อของร้านกับพนักงานโดยที่มาร์คเองได้แต่นั่งมอง

 
 

“ขอบคุณมากครับคุณจีอา ที่จริงไม่ต้องลำบากก็ได้” ชายหนุ่มพูดไปตามที่คิดเพราะตัวเขาเองในตอนแรกนั้นกะเอาไว้ว่าถ้าส่งรูปภาพเสร็จแล้วก็จะออกไปหาอะไรกินข้างนอกแบบง่ายๆ เพราะว่าไอ้การสั่งอาหารมานั่งกินแบบมีมารยาทในร้านหรูๆน่ะมันดูไม่ใช่แนวของเขาเอาเสียเลย

 
 

“ฉันไม่ลำบากหรอกค่ะ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาให้มาร์คแล้วกันนะคะ” รอไม่นานเมนูขนมที่หญิงสาวสั่งไปเมื่อครู่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะเรียบร้อย มาร์คมองเมนูในจานที่ดูเหมือนจะเป็นขนมปังชิ้นใหญ่ราดด้วยน้ำผึ้ง วิปครีม และเครื่องเคียงต่างๆนานานั่นด้วยความรู้สึกที่เรียกได้ว่า...ไม่อยากเลยสักนิดเดียว

 
 

“ลองชิมสิคะมาร์ค”

 
 

จีอาผายมือเรียวของเธอให้มาร์คเป็นฝ่ายเริ่มตักก่อน ซึ่งมาร์คก็ได้แต่พยักหน้ารับแกนๆก่อนจะเลือกตักขนมปังส่วนที่เปื้อนน้ำผึ้งน้อยที่สุดเข้าปาก พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติแม้จะรู้สึกเลี่ยนตั้งแต่คำแรกก็ตาม ก็บอกแล้วไงอาหารพวกนี้มันไม่ค่อยถูกจริตกับมาร์คสักเท่าไหร่หรอก

 
 

แต่ถ้ากับคนตัวเล็กบางคนก็ไม่แน่...

 
 

คงจะเคี้ยวเสียจนแก้มยืดแก้มย้วยไปหมดล่ะรายนั้นน่ะ


 

“...”



 

อ่า เดี๋ยวนะ!

 
 

นี่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่า...

 
 

หน้าตาของมาร์คต้วนในตอนนี้อาจจะดูตลกมากถ้าหากว่าคุณลูกค้าสาวสวยตรงหน้ากำลังจับสังเกตเขาอยู่ กับสภาพอ้าปากค้างทำตาโตแถมยังถือช้อนสแตนเลสคาปากเอาไว้แบบนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วเกิดช็อคไปชั่วขณะ อันที่จริงอาการคล้ายๆแบบนี้มันก็เคยเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้นี่แหละกับเหตุการณ์ที่ทำให้มาร์คต้วนตกใจสุดๆอย่างตอนที่อิมแจบอมเอามนุษย์ตัวเล็กที่อยู่ในขวดโหลมาให้

 
 

และมันก็ดูเหมือนว่า...สาเหตุที่ทำให้มาร์คต้วนต้องอ้าปากเหวอในตอนนี้ก็มาจากเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในโหลนั่นไงล่ะ !

 
 

ใช่แล้ว...เขาลืมอะไรบางอย่าง ลืมแบบสนิทสุดๆไปเลย

 
 

“แบมแบม...”

 
 

ชิบหายแล้วไงมาร์คต้วน...





 

 

 

 

“อ่า...ฮึบ!” เสียงหอบเอาลมหายใจเข้าสั้นๆของคนตัวเล็กดังขึ้นเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนก่อนที่ขาเล็กๆจะก้าวถอยหลังไปพอประมาณแล้วออกแรงวิ่งแบบสุดแรงมาด้านหน้าเพื่อพลิกเอาลำตัวด้านข้างกระแทกเข้ากับขวดโหลใสที่กักขังตัวเองอยู่ คิ้วเล็กขมวดแล้วขมวดอีกเมื่อรู้สึกเจ็บตัวไปหมดแต่ทว่าโหลใบใหญ่กลับเขยื้อนไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 
 

“เจ็บจัง” มือเล็กยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาตามไรผมทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ตั้งท่าเดินถอยหลังกลับไปเพื่อจะทำแบบเดิม

 
 

จะว่าแบมแบมป่าเถื่อนก็ได้นะที่เลือกใช้กำลังในการแก้ปัญหา ไม่สนใจหรอกว่าใครจะว่ายังไงในตอนนี้เพราะว่าแบมแบมน่ะกำลังหิวมาก! แถมยังโมโหมากๆแล้วด้วย! ทำไมมาร์คถึงปล่อยเขาเอาไว้แบบนี้ล่ะ...จะฆ่ากันหรือยังไง

 
 

กึก!

 
 

“โอ๊ะ!

 
 

แต่เหมือนว่าคราวนี้แบมแบมตัวน้อยจะกะจังหวะการพุ่งชนพลาดไปหน่อย เพราะตอนที่คนตัวเล็กกำลังออกแรงวิ่งมาด้านหน้าเพื่อหันข้างเข้าชนกระจกซ้ำอีกหน ขาเล็กๆนั่นดันเกิดพันกันเสียเองจนล้มตึงลงไปนอนคว่ำอยู่กับพื้นกระจกแข็งๆแบบเต็มเปา

 
 

มือเล็กยกขึ้นลูบเอวตัวเองป้อยๆอย่างน่าสงสารก่อนที่มือคู่น้อยนั้นจะเลื่อนลงมาดึงปลายเสื้อที่ถลกเลิกขึ้นไปจนถึงครึ่งเอวให้ลงมาปิดต้นขาตามเดิม

 
 

“มาร์ค โกรธมากแล้วนะ!

 
 

ตอนนี้แบมแบมน่ะทั้งโมโหแถมยังเจ็บตัวไปหมด ในใจก็คิดอาฆาตอยู่กับคนที่ทิ้งกันไปตั้งแต่เช้าไม่พูดไม่จาอะไรสักคำด้วยใบหน้าที่เริ่มจะหงิกงอ แต่เพียงครู่เดียวจากใบหน้าหงิกงอมันก็กลายเป็นการเบะปากออกแล้วน้ำตาอุ่นๆก็เอ่อขึ้นมาคลอที่กระบอกตาซะอย่างนั้น

 
 

ไม่ๆๆๆๆๆๆ เขาจะไม่ร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะ!


 

ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน คราวนี้แบมแบมจะเอาจริงแล้วนะ...คราวนี้ล่ะ แบมแบมจะได้เป็นอิสระแน่ๆคอยดู

 
 

ปึง!!

 
 

“หวา~”

 
 

ทันทีที่แรงกระแทกสุดท้ายถูกส่งออกไปเจ้าขวดโหลใบใหญ่ก็ขยับตามที่แบมแบมต้องการเสียที เสียงเล็กตวาดร้องด้วยความตกใจในจังหวะที่โหลคว่ำลงอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วกลิ้งหลุนๆจากบนหลังตู้ตัวสูงลงสู่พื้นหินอ่อนด้านล่างอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมคู่สวยปิดเข้าหากันแน่น...ตอนแรกแค่คิดว่าอยากให้มันตกลงไปด้านล่างเฉยๆ ทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะว่าตอนจะตกลงไปมันน่ากลัวซะยิ่งกว่ากว่าคืนเดือนมืดในป่าแบบนี้น่ะ!

 


 

เพล้ง!!

 


 

แน่นอนว่ากระจกโหลนั้นแตกละเอียดเมื่อร่วงลงมากระแทกกับพื้นด้านล่างอย่างเต็มแรง และมันก็ส่งเสียงดังสนั่นลั่นห้องที่เงียบเชียบ ยิ่งกับคนตัวเล็กที่อยู่ด้านในแล้วแน่นอนว่ามันทำให้เขานั้นแทบจะหูอื้อเลยทีเดียว แบมแบมได้แต่นอนอยู่บนกองใบไม้ที่กระจัดกระจายท่ามกลางเศษแก้วนั่นเพื่อรอให้อาการใจเต้นระรัวด้วยความกลัวระคนกับตื่นเต้นนี่หายไปให้หมดเสียก่อน

 
 

“ท...ทำได้แล้ว” มือเล็กชุ่มเหงื่อยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเมื่อรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ความหิวในตอนแรกที่เป็นแรงจูงใจชั้นดีในการแหกกรงกลับอันตธานหายไปราวกับว่าไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นมาก่อนเลยทั้งชีวิต เพราะว่าในตอนนี้คนตัวเล็กกำลังคิดอะไรที่มันมากกว่าการหาของกินน่ะสิ

 
 

ไหนๆก็ออกมาได้แล้วไม่ใช่รึไง...


 

และเขาก็ไม่อยากจะอยู่กับคนที่ทิ้งๆขว้างๆกันแบบนี้ด้วย


 

“กลับบ้าน!” จู่ๆก็ตะโกนออกมาเสียงดัง จากที่นอนแผ่หลาอยู่กลางพื้นก็ค่อยๆยันตัวเองขึ้นมายืนอย่างระมัดระวัง พยายามก้าวออกมาทีละนิดจนกระทั่งตอนนี้แบมแบมเดินออกมาห่างจากซากอารยธรรมที่ตัวเองเพิ่งรังสรรค์ขึ้นมาหลายก้าวแล้ว

 
 

แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะลืมคิดไปว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำน่ะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย ขาน้อยๆพาเจ้าของร่างเดินหลงทิศหลงทางไปทั่ว ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าเกือบทุกอย่างในห้องของมาร์คมันดูใหญ่และสูงไปหมดจนเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินไปรอบๆเท่านั้นเอง

 
 

เดินวนไปวนมาอยู่ชั่วครู่ก็เจอทางที่ถูกต้องเสียที ประตูสีขาวบานใหญ่แน่นอนว่าแบมแบมไม่มีทางเอื้อมถึงเจ้าลูกบิดสีทองนั่นแน่ๆ ดวงตากลมไล่สำรวจหาช่องทางอื่นที่จะพาตัวเองออกไปจากห้องของมาร์คอย่างครุ่นคิด จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ด้านล่างของบานประตูนั่นเอง

 
 

“...”

 
 

ปลายเท้าน้อยๆเขย่งขึ้นจนสุดตัวพลางส่งนิ้วชี้เล็กค่อยๆยื่นไปแตะเจ้าสิ่งก่อสร้างที่แบมแบมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันถูกสร้างมาเพื่ออะไรด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ จนกระทั่งไอ้แผ่นบางๆนั่นมันขยับไปตามแรงดันของนิ้วเสียจนสามารถมองเห็นด้านนอกได้ ดวงตากลมก็พองโตขึ้นมาราวกับได้เห็นสมบัติมีค่าอยู่ตรงหน้ายังไงยังงั้นเลย

 
 

ในที่สุดแล้วแบมแบมก็หาทางออกจากห้องสี่เหลี่ยมใหญ่โตนี่เจอจนได้ มือเล็กจับแน่นที่ขอบของช่องสอดจดหมายด้านล่างของประตูก่อนจะส่งตัวขึ้นมาจากด้านล่างด้วยท่าทางที่ทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย ปากอิ่มยู่เข้าหากันเมื่อรู้สึกอึดอัดจนต้องขยับตัวไปมาถี่ๆเพื่อให้ตัวเองหลุดร่วงลงไปด้านนอกโดยเร็วที่สุด

 
 

ปึก!

 
 

“...อ๊ะ”

 
 

และในที่สุดความพยายามของคุณภูติตัวน้อยก็ประสบความสำเร็จ ก้นเล็กๆหล่นลงมากระแทกบนพื้นพรมสีแดงสดด้านนอกเป็นที่เรียบร้อย คนตัวเล็กนั่งปรับสภาพแวดล้อมอยู่ชั่วครู่ก็ดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆเดินเกาะกำแพงไปตามทางที่ทอดยาวออกไปแต่กลับดูเหมือนๆกันไปเสียหมด

 
 

พอเดินออกมาจนสุดทางก็เห็นประตูเล็กๆเปิดกว้างที่ออกจะมืดกว่าข้างนอกอยู่ไม่น้อย แต่มันก็ไม่มีทางอื่นให้เขาไปแล้วนี่นา... คนตัวเล็กถึงแม้จะกลัวแต่ก็หมดทางเลือก ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วกำมือแน่นเมื่อกำลังพาตัวเองเดินเข้าไปใกล้เจ้าประตูน่ากลัวตรงหน้าทุกที

 
 

“ม...ไม่เป็นไรนะ”

 
 

 พูดเบาๆเหมือนต้องการจะปลอบใจตัวเองเมื่อขั้นบันไดตรงหน้าที่ทอดยาวลงไปจนดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดนั้นมันน่ากลัวมากๆในความคิดของแบมแบม แต่สุดท้ายแล้วด้วยความอยากออกไปที่มีมากกว่าเจ้าตัวเล็กก็พาตัวเองเดินเกาะเตาะแตะลงบันไดทางหนีไฟมาเรื่อยๆจากชั้นสามจนกระทั่งลงมาถึงชั้นล่างสุดได้อย่างปลอดภัย ขาเล็กสั่นพั่บๆราวกับลูกนกแรกเกิดเมื่อก้าวลงมาจากบันไดขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ

 
 

แสงสว่างจากบานประตูหนีไฟด้านล่างที่เปิดอ้าไว้เปรียบเป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของแบมแบมเลยก็ว่าได้ สัญชาติญาณบอกว่านั่นล่ะคือทางที่เขาจะต้องเดินออกไปต่อจากนี้ แต่ถ้าจะให้โผล่ออกไปเฉยๆเขากลัวเหลือเกินว่าจะไปเจอคนใจร้ายข้างนอกนั่นจับไปไหนต่อไหนอีก...ไม่เอาแล้วนะ เขาเบื่อแล้ว เบื่อมากๆเลยด้วย

 
 

จะกลับบ้าน!





 

“...”

 
 

แบมแบมยืนซ่อนด้านหลังบานประตูอยู่ตั้งนานสองนานเพื่อคอยแอบดูว่าด้านนอกจะมีคนตัวโตเหมือนอย่างมาร์คเดินผ่านมาหรือเปล่าแต่ก็ไม่ปรากฏร่างของมนุษย์ตัวโตเลย มองเลยไปอีกนิดก็เห็นเหมือนปราการโขดหินอะไรสักอย่างที่ตั้งเฝ้าอยู่ตรงบานประตูกระจกใสด้านนอก

 
 

อ่า...แต่ตรงนั้นเหมือนจะมีคนนั่งอยู่คนนึงล่ะ!


 

คนตัวเล็กจ้องไปยังร่างหนาๆของคนที่เอาแต่ก้มๆเงยๆอยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าประตูอย่างไม่ลดละ และแล้วความโชคดีก็เข้าข้างเขาอีกหนเมื่อมนุษย์ตัวโตตรงป้อมปราการนั่นเหมือนจะกำลังพูดอะไรอยู่กับวัตถุสี่เหลี่ยมในมือแล้วจากนั้นก็ลุกพรวดพราดออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

 

ตอนนี้ล่ะ...







 

“เมี๊ยวววววว...~”

 
 

!!

 
 

“...” ทว่าเสียงประหลาดที่ดังจากด้านหลังทำให้คนที่เตรียมจะวิ่งถึงกับสะดุ้งเฮือกก่อนจะทำใจกล้าหันกลับไปมอง และนั่นก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของแบมแบมเหลือเกินที่หันไปแล้วทำให้พบว่าเจ้าของเสียงดังลั่นนั้นมันคือสัตว์ประหลาดหน้าขนสี่เท้าตัวใหญ่ที่กำลังจ้องมายังเขาด้วยแววตาหิวกระหายสุดๆ!

 
 

“ง๊าวววว!” และมันก็กระโจนเข้าหาคนตัวเล็กแบบไม่รีรอเช่นกัน แต่ขาเล็กๆเองก็ไวพอที่จะพาตัวเองวิ่งจากด้านในที่หลบซ่อนออกมาตรงบริเวณล็อบบี้ที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ และเจ้าหง่าวตัวใหญ่นั่นก็ไม่คิดที่จะปล่อยแบมแบมไปง่ายๆ

 
 

“อ ออกไปนะ...”

 
 

ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับสถานที่ ในที่สุดแบมแบมก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบตกอยู่ในวงตีกรอบล้อมของเจ้าเหมียวพันธุ์เปอร์เซียสีส้มตัวใหญ่บึ้มนั่นเข้าเต็มๆ ตอนนี้แบมแบมอยู่ตรงบริเวณที่มีโซฟารับแขกตัวใหญ่ๆสองตัวตั้งอยู่ และเขาก็ก้าวถอยหลังเสียจนแผ่นหลังเล็กชิดเข้ากับเนื้อโซฟานุ่ม ไม่มีทางหนีแล้ว...

 
 

“เมี๊ยว...”



เสียงคำรามแสนน่ากลัวดังขึ้นอีกครั้งเสียจนแบมแบมต้องหลับตาปี๋ ในใจคิดว่าคงจะไม่รอดเงื้อมมือเจ้าสัตว์ประหลาดตัวฟูฟ่องนี่ไปได้แน่ๆ เพราะในตอนนี้แบมแบมกำลังรู้สึกได้ถึงไรหนวดแหลมๆของเจ้าตัวโตตรงหน้าที่สัมผัสเข้ากับใบหน้าเขาอย่างเต็มๆ

 
 

“อ..อี๋” อดส่งเสียงแสดงความไม่ชอบใจออกมาไม่ได้เมื่อแอบหรี่ตามองดูแล้วพบว่าเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ขนฟูนั่นกำลังแลบลิ้นใหญ่ๆของมันออกทำท่าเหมือนกำลังจะเลียลิ้มรสอาหาร และสุดท้ายมันก็จัดการเลียแก้มเขาเสียจนเปียกแฉะเหม็นกลิ่นน้ำลายเหนียวๆเต็มไปหมด ทำให้ฝ่ามือเล็กที่สั่นเทิ้มนั้นค่อยๆทำใจกล้าเลื่อนออกไปดันจมูกสีชมพูที่คลอเคลียอยู่ตรงหน้าให้ห่างออกไปทีละนิด

 

 

 




 

“เฮ้ คริสตัล! เล่นซนอะไรอยู่น่ะ”

 
 

!!” เสียงมนุษย์ที่ดังขึ้นทำให้ดวงตากลมที่หลับแน่นโผล่งออกอย่างตกใจ แล้วก็เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวใหญ่นั้นหลงลืมให้ความสนใจในตัวเขาไปชั่วขณะเพราะมันกำลังหันหลังกลับไปมองคนที่ส่งเสียงมาเมื่อครู่นั้นพลางส่งเสียงคำรามอย่างน่ากลัวตอบกลับไป

 
 

และนั่นก็เป็นโอกาสดีสำหรับแบมแบมที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากมุมอับอย่างเงียบเชียบแล้วออกแรงวิ่งไปต่อจนเกือบจะถึงบานประตูใสด้านหน้าที่แบมแบมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง แต่เอาเถอะ ต่อให้ต้องวิ่งชนจนกระจกพวกนั้นแตกอีกครั้งเขาก็จะทำ!

 
 

“ง๊าว...~” อ๋า...เหมือนเจ้าตัวฟูฟ่องนั่นจะรู้แล้วว่าเขาหายไป และมันก็กำลังตะกุยตะกายวิ่งตามเขามาแบบติดๆ ให้ตายเถอะหัวใจดวงเล็กๆของแบมแบมมันแทบจะพุ่งทะลุอกออกมาอยู่แล้ว!

 
 

คนตัวเล็กวิ่งหอบแฮ่ก แก้มยุ้ยๆนั่นขึ้นสีแดงเสียจนน่าเวทนา อีกไม่กี่ก้าวก็จะชนกับประตูกระจกบานใสแล้ว...แบมแบมหลับตาปี๋อีกครั้งเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะพุ่งผ่านออกไปด้านนอกด้วยความเจ็บตัวเหมือนตอนที่เขาพุ่งชนโหลในห้องของมาร์คแน่ๆ

 
 

ติ๊ง...~

 
 

“...”

 

แต่ผิดคาดเมื่อประตูตรงหน้ากลับเลื่อนเปิดออกให้เขาโดยอัตโนมัติ ซึ่งมันก็ดีที่แบมแบมจะไม่ต้องเจ็บตัวอีกแต่ทว่าเจ้าคริสตัลแมวส้มตัวโตที่มันวิ่งตามเขาออกมาได้เหมือนกันนั้นก็ยังไม่ยอมลดละเสียทีจนคนตัวเล็กนั้นเริ่มหอบหนักและอยากจะหยุดพักเต็มที

 
 

แบมแบมไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาวิ่งแล้วพาตัวเองปีนป่ายขึ้นมาถึงบนขอบบ่อน้ำพุด้านหน้าอพาร์ทเมนต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันทั้งเปียกและแฉะจนเกือบลื่นตกลงไปในบ่อหลายครั้ง โชคดีที่คนตัวเล็กยังสามารถทรงตัวเอาไว้ได้ และเหตุที่เขาต้องพาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ก็เพราะว่าตรงนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเดียวที่ไอ้เจ้าสัตว์ตัวโตสีส้มด้านล่างที่เอาแต่ส่งเสียงร้องน่ากลัวไม่เลิกนั้นไม่กล้ากระโดดตามขึ้นมา

 
 

แต่พอแบมแบมลองหันหลังกลับไปมองในบ่อน้ำด้านหลังคนตัวเล็กก็แทบจะน้ำตาเล็ดออกมาด้วยความขวัญเสีย... ก็เพราะในบ่อน้ำนี่มันเต็มไปด้วยคุณปลาตัวใหญ่มากๆเต็มไปหมดเลยน่ะสิ!! ถ้าหากเผลอตกลงไปจะต้องถูกกินแน่ๆ

 
 

ในตอนนี้น่ะ...เขารู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆนะ

 
 

เมื่อไหร่มาร์คจะกลับมาซักที

 

 


 





 

 

“จอดตรงนี้แหละครับ” เสียงทุ้มหันไปบอกกับคุณโชเฟอร์รถแท็กซี่ที่มาร์คโดยสารมาก่อนจะรีบลนควักเงินตามมิเตอร์ให้อีกฝ่ายแล้วผลุนผลันลงไปโดยไม่รอแม้แต่เงินทอน ตอนนี้ยอมรับก็ได้ว่ามาร์คกำลังรู้สึกผิดแบบสุดๆที่เผลอลืมปล่อยแบมแบมทิ้งเอาไว้ในห้องตั้งแต่เช้าแบบนั้น

 
 

สองขายาวรีบเร่งก้าวเพื่อจะเข้าไปภายในตัวอาคารด้วยสีหน้าเรียบตึงแต่ในใจร้อนรุ่ม ถ้าหากว่าไอ้แจบอมรู้เข้าว่าเขาละเลยกับสิ่งที่มันกำชับนักกำชับหนาว่าให้ดูแลอย่างดีแน่นอนเลยว่าเขาจะต้องถูกมันบ่นวนไปวนมาจนหูชาสมองเบลอไปหมดแน่ๆ

 
 

“เมี๊ยวววว”

 
 

แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปด้านในตัวอพาร์ทเมนต์เสียงร้องดังลั่นของไอ้เจ้าคริสตัลแมวพันธุ์เปอร์เซียสีส้ม ลูกชายของไอ้คุณเจ้าของตึกก็ทำให้มาร์คต้องหันไปมองด้วยความตงิดในใจแบบแปลกๆ ดูเหมือนว่าคริสตัลกำลังจ้องอะไรบางอย่างที่อยู่สูงกว่าตัวมันแบบตาไม่กะพริบ แต่ด้วยความที่ตรงบ่อน้ำพุนั้นประดับไปด้วยพุ่มไม้จึงทำให้เขาเองมองไม่ถนัดนักว่าสิ่งที่ไอ้เจ้าคริสตัลกำลังร้องขู่อยู่นั่นคือตัวอะไร

 
 

แต่ในใจมาร์คมันชักจะหวั่นๆยังไงก็ไม่รู้สิ

 
 

“คริสตัล...ทำอะไรของแกน่ะ” ในใจของมาร์คเริ่มเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุในขณะที่เขากำลังเปลี่ยนทิศทางการเดินเลี้ยวไปหาเจ้าสัตว์ตัวอ้วนขนฟูที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลแทน

 
 

“...”

 
 

“ไอ้อ้วนคริสตั...”

 
 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาร์คจะต้องทำหน้าตาตกใจประหลาดๆแบบนี้ไปอีกกี่หนให้กับคนๆเดิมที่สามารถมีเรื่องมาทำให้เขาตกใจแปลกใจได้อยู่ตลอด เพราะภาพที่เห็นอยู่มันทำให้มาร์คแทบอยากจะขยี้ตาตัวเองให้รู้สึกตัวว่าไม่ได้ตาฝาดหรือฝันละเมอเพ้อไปเองด้วยความรู้สึกผิดต่อคนตัวเล็กเกินไปจนทำให้เขาตาลาย

 
 

“แบมแบม!

 
 

ตาลายจนมองเห็นว่าต้นเหตุที่ทำให้เจ้าคริสตัลมันร้องไม่หยุดปากนั่นก็คือ คนตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นทำหน้าตาหวาดระแวงสุดๆอยู่บนขอบบ่อปลาคาร์ฟของอพาร์ทเมนต์นั่นน่ะ!

 
 

“ม...มาร์ค” เสียงใสสั่นเครือตอบกลับมาคล้ายกับไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนตรงหน้าจะเป็นมาร์คจริงๆ

 
 

“ไม่เอาแล้ว ไม่กลับ ฮึก...ไม่กลับบ้านแล้ว”

 
 

มาร์คไม่เข้าใจหรอกว่าแบมแบมหมายความว่าอะไรหรือกำลังพูดถึงอะไร แต่ใบหน้าหวานเล็กๆที่เปื้อนไปด้วยคราบเหงื่อปนเปไปกับหยดน้ำตานั่นก็ทำให้เขาใจคอไม่ค่อยดีเอาเสียเลย มือใหญ่เอื้อมไปถือวิสาสะรวบตัวแบมแบมเข้ามาไว้ในกำมือด้วยสายตาที่คาดโทษอยู่หน่อยๆ

 
 

เกือบแล้วไง เขาเกือบโดนไอ้แจบอมฆ่าตายจริงๆแล้วไหมล่ะ...

 
 

“อยากตายหรือไง”

 
 

เป็นคำปลอบใจที่แสนรุนแรงเหลือเกินนะมาร์คต้วน...แบมแบมถึงกับเบะปากออกมาอีกรอบเมื่อได้ยินคำพูดไม่ดีเพราะว่ามันมีคำว่าตายปนอยู่ในนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากเถียงออกไปเขาก็ถูกมาร์คจับยัดเข้าไปในกระเป๋าเป้ของเจ้าตัวที่สะพายมาด้วยเสียก่อน

 
 

“อ๊ะ...เจ็บนะ”





 

แต่มาคิดดูแล้ว...ถ้าเกิดมาร์คไม่มาเจอเขาตอนนี้

 
 

แบมแบมคงต้องกลายไปเป็นอาหารให้คุณปลาตัวโตในบ่อน้ำนั่นแหงๆ!

 








 

อ่า เราลืมแจ้งเอาไว้ตอนแรกว่าฟิคเรื่องนี้จะไม่ยาวมาก ประมาณ 15 ตอนเนอะ เพราะฉะนั้นปมปัญหาอะไรมันก็จะไม่มากหรอก อ่านสบายๆโนะสำหรับคนที่ห่วงว่าเราจะดราม่ารุนแรง เพราะคอนเซ็ปของเราคือโปรยความน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ฮ่าๆ  

 

ขอบคุณค่า ^^

 

แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397 


-
©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2134 onea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:43
    หื้ออออ สงสารน้องอ่ะ แง๊ๆ
    #2,134
    0
  2. #2116 uromtbb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:53
    งืออออ
    #2,116
    0
  3. #2104 Ppchat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 05:52
    ง่ะน้องดื้อออ
    #2,104
    0
  4. #2089 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:52
    ดื้อเอ้ยยย
    #2,089
    0
  5. #2084 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:26

    สงสารน้องจัง

    #2,084
    0
  6. #2063 VivoV5 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:59
    น้องดื้อแต่พี่มาร์คทิ้งน้องอ่าา
    #2,063
    0
  7. #2052 Bporsche (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 20:06
    โอ๊ยยย ลุ้นมากกก ตอนแรกแอบคิดว่าอยากให้น้องงอลมาร์คที่ทิ้งไว้ ไม่คิดว่าน้องจะหนีออกมา
    #2,052
    0
  8. #2040 MB-krD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 16:56
    ดื้ออ่ะแบม
    #2,040
    0
  9. #2019 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:25
    'โกรธมากแล้วนะ' ฮื้ออ น่ารักกกก
    #2,019
    0
  10. #2015 - Chompaey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:41
    น้องดื้ออออองะ
    #2,015
    0
  11. #1983 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 01:06
    โห้วววว น้องงง~
    #1,983
    0
  12. #1973 ATENNILE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 10:21
    ยังจะมาดุแบมอีกนะเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยทิ้งน้องให้หิวแล้วยังจะมาดุอีกเดี๋ยวเหอะ
    #1,973
    0
  13. #1962 Bam Yien (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 16:06
    พี่มาร์คไม่ต้องมาดุแบมเลย ลืมแบมได้ยังไงห๊าา
    #1,962
    0
  14. #1950 yamroll choco (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 07:21
    พี่มาร์คสนใจรับคนไปช่วยดูแลแบมมั้ยคะ
    #1,950
    0
  15. #1920 ojay2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:28
    เกือบแล้วว
    #1,920
    0
  16. #1915 DinoGong_0137 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:51
    หูยยยยเกือบแล้วมั่ยล่ะ
    #1,915
    0
  17. #1895 FANTACHII (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 23:12
    มาร์คลืมน้องได้ไงงงง55555555

    ดีนะกลับมาเจอพอดี
    #1,895
    0
  18. #1858 M.m1nt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 00:40
    อยสกเลี้ยงแบมอบมอ่ะ พี่จะไม่ยอมให้หนูหิวเลยนะ
    #1,858
    0
  19. #1830 KiHaE*129 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 04:13
    โถ่วววววววว
    เอ็นดูววววววววววววววว

    #1,830
    0
  20. #1732 cassysanuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 15:00
    มาร์ค แกไม่หาอะไรให้แบมกินเองนะ มาว่าแบมไม่ได้หรอก
    #1,732
    0
  21. #1723 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 20:09
    เฮ้อออออ เหนื่อยแทนแบมแบมเลยอ่า ถือซะว่าเป็นการผจญภัยก็แล้วกันนะแบมแบม

    มาร์คนะมาร์คกว่าจะรู้ตัวว่าลืมแบมแบมไว้นี่ทำเอาแบมแบมเกือบเอาชีวิตไม่รอด

    ยังโชคดีนะที่ไม่กลายเป็นอาหารปลาหรือแมว
    #1,723
    0
  22. #1691 MandM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 16:55
    มาร์คคคคดูแลแบมหน่อยจิ

    เจ็บมากไหมน้องแบมม
    #1,691
    0
  23. #1673 zmgebob (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 22:43
    พี่มัคดูแลน้องดีๆหน่อยดิ งื้อออ เกือบไม่รอดแล้วหนู 
    #1,673
    0
  24. #1594 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 20:34
    สงสารยัยยยย #อุคริ ????
    #1,594
    0
  25. #1498 あなた (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:02
    น่าสงสารอ่ะ แต่ก็น่ารัก5555555 โอ้ยยพี่มาร์คดูแลดีๆ หน่อยอย่าทิ้งไว้ในห้องคนเดียวดิเดี๋ยวก็หิวตายอ่ะ
    #1,498
    0