Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 5 : Adam x Eric ตอนที่ 4 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ก.ค. 58

               รอเดี๋ยวนะ ข้าขอหาหนังสือเล่มนึงก่อนอดัมพูดขึ้นหลังจากเหลือบเห็นว่าร่างโปร่งเปิดประตูบานใหญ่ของห้องสมุดเข้ามา

               “ครับเอริคเดินมานั่งที่โต๊ะใหญ่กลางห้องทันทีพลางมองสำรวจไปรอบๆ ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ร่างสูงที่กำลังปีนบันไดค้นหาหนังสือเล่มหนึ่งอยู่

               อยู่ไหนนะอดัมที่เริ่มหงุดหงิดเผลอสบถออกมาอย่างลืมตัวก่อนที่จะเริ่มลงมือปาหนังสือที่ไม่ใช่เล่มที่เขาต้องการลงพื้นอย่างไม่ไยดี ร่างโปร่งที่กำลังนั่งมองก็สะดุ้งเมื่อเห็นท่าที่โกรธเกรี้ยวของอีกฝ่าย

               เอ่อ ให้ผมช่วย...เอริคเสนอความช่วยเหลือและทำท่าจะลุกขึ้นจากมา

               อย่ามายุ่ง!!” อดัมที่กำลังหงุดหงิดตวาดออกไปโดยไม่ทันคิดอะไร ทำให้อีกฝ่ายที่กำลังลุกขึ้นชะงักทันที บางทีสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างโปร่งตอนนี้อาจเป็นการอยู่อย่างเงียบๆ เสียมากกว่า

               ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างเงียบสนิทโดยที่อดัมก็ยังคงหาหนังสือต่อไปอย่างไม่ลดละความพยายาม โดยผู้ที่ถูกเชิญมาก็นั่งนิ่งราวกับไม่มีตัวตนอยู่ใน ณ ที่แห่งนั้น

               คุณอดัม...ผมคิดว่าผมจะออกเดินทางภายในวันนี้เอริคที่นั่งทนกับความเงียบมานานและเริ่มจะทนรอไม่ไหวแล้วเช่นกันตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาในที่สุด

               ข้าว่าเรื่องนี้เราพูดกันจบแล้วนะหลังจากใช้ความพยายามค้นหาหนังสือมานานในที่สุดเขาก็เจอเล่มที่เขาต้องการ หนังสือที่ปกทำจากหนังสีน้ำตาลเข้มเปื่อยยุ่ยซึ่งบ่งบอกอายุของมันได้เป็นอย่างดีถูกถืออยู่ในมือแกร่งของร่างสูงที่กำลังเดินลงมาจากบันไดสูงอย่างอารมณ์ดีผิดกับเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

               แต่ผมเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กจะขัดคำสั่งดวงตาสีน้ำเงินคมกริบก็ตวัดไปมองเป็นเชิงบอกให้จบเรื่องนี้ก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียอีกครั้ง

               ทำไมคุณถึงอยากให้ผมอยู่ที่นี่ต่อเอริคถามขึ้น

               ข้ามิได้ต้องการให้เจ้าอยู่ต่อขนาดนั้นแต่ถ้าปล่อยไปแล้วเกิดไปแล้วตายกลางทางขึ้นมาข้าเองก็คงรู้สึกผิดไม่น้อยอดัมตอบกลับอย่างไม่สนใจ คำตอบที่ได้รับทำให้อีกฝ่ายสะอึกไม่น้อย ไม่ใช่เพราะคำเหล่านั้นดูไร้ซึ่งเยื่อใยแต่เป็นเพราะมันแทงใจดำเขาเสียมากกว่ากับเรื่องที่ว่าเขายังคงไม่มีจุดหมาย...

               “ไม่ต้องห่วง ถ้าเจ้าบอกข้าได้เมื่อไหร่ว่าเจ้าจะไปที่ไหนต่อ ข้าก็จะยอมให้เจ้าไปหลังพูดจบอดัมก็เดินมานั่งที่เก้าอี้สีขาวนุ่มก่อนจะเปิดหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ

               เมื่อได้ยินคำขาดจากอีกฝ่ายและมาครุ่นคิดดูอีกทีมันอาจจะดีก็ได้ ในเมื่อไม่รู้จะไปที่ไหนก็อยู่ที่นี่สักพักน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วเดี๋ยวเขาค่อยมาตอบแทนเรื่องที่พักหลังสามารถทำใจกลับไปปราสาทแล้วก็ได้

               “แล้วทำไมคุณถึงรู้ว่าผมเป็นเจ้าชายเมื่อตัดสินใจได้แล้วเอริคก็ตั้งข้อสงสัยต่อไปในทันที

               เรื่องนั้นถ้าใครลงไปเดินในสวนเมื่อวานก็ต้องรู้ ก็เจ้าเล่นพึมพำเกี่ยวกับปราสาทเจ้าแบบนั้นเป็นใครก็ต้องรู้ ถูกมั้ย?” ร่างสูงตอบกลับโดยที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่จึงไม่ทันได้เห็นใบหน้าขาวเนียนของคนตัวเล็กที่กำลังขึ้นสีเพราะความอับอายที่ถูกอีกฝ่ายได้ยินสิ่งที่ตนพูดกับตัวเองเมื่อวาน

               เมื่อไร้ซึ่งบทสนทนาความเงียบงันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แม้ร่างโปร่งอยากจะถามเรื่องคนรักอีกฝ่ายมากแค่ไหนแต่ก็ดันไม่กล้าถามเสียอย่างนั้นจึงทำได้เพียงลอบมองอีกฝ่ายเป็นระยะเท่านั้น

               ระหว่างที่แอบมองอดัมอ่านหนังสืออยู่ เอริคก็เหลือบเห็นรอยยิ้มของอดัมเข้า รอยยิ้มที่ตั้งแต่เขามาเหยียบที่นี่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน สงสัยคงเป็นเพราะหนังสือเล่มนั้นหรือเปล่านะที่ทำให้คนตรงหน้ายิ้มออกมาได้

               ชอบอ่านหนังสือเหรอครับเอริคถามขึ้น เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวว่าตนกำลังถูกมองรอยยิ้มที่เคยปรากฏก็จางหายไปในทันที ทำให้เอริครู้สึกเสียดายในใจนิดๆ

               ถ้าเป็นตอนนี้ก็ใช่อดัมตอบมาสั้นๆ และก้มลงอ่านต่อโดยปราศจากรอยยิ้มเหมือนดังก่อนหน้า

               แสดงว่าเมื่อก่อนคุณไม่ชอบอ่านหนังสือเหรอเอริคยังคงชวนคุยต่อโดยหวังไว้ลึกๆ ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีกสักครั้ง

               อืม เมื่อก่อนข้าอ่านหนังสือไม่ออกแต่คนรักสอนให้ ข้าจึงเริ่มที่จะชอบมันอดัมพูดออกมาเสียงปกติแต่ใบหน้านั้นกลับดูหม่นหมองยามที่พูดถึงเรื่องราวในอดีตที่แสนมีความสุข...

               เอ่อ ขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจให้คุณรู้สึกแย่เอริคที่รู้สึกผิดเอ่ยคำขอโทษออกมาเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกแบบนั้นดี ความรู้สึกที่เจ็บปวดยามนึกถึงคนรักที่เคยอยู่เคียงกาย...แต่บัดนี้ไม่มีเธอคนนั้นแล้ว

               เจ้าไม่ต้องคิดมาก ว่าแต่ที่เจ้ามาที่นี่คงไม่ใช่จะคุยกับข้าแค่นี้หรอกนะอดัมพูดออกมาอย่างรู้ทัน เขารู้อยู่แล้วว่าเอริคยังคาใจเรื่องเขากับคนรักแต่อดัมก็เลือกที่จะยังไม่พูดเพราะอยากให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายถามก่อนเสียมากกว่า

               ผมอยาก…” เอริคพูดออกมาเสียงแผ่วเบาจนไม่ได้ยินคำสุดท้ายของประโยคเลย ร่างสูงแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะคิดแกล้งอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก

               ไม่ได้ยินอดัมตอบสั้นๆ พร้อมมองท่าทีของอีกฝ่ายที่กำลังนั่งก้มหน้านิ่ง

               ผมอยากรู้เรื่องของคุณกับคนรักบ้าง...เอริคพูดออกมาเสียงอ่อยๆ ด้วยความอายเพราะตอนนี้เขากำลังทำตัวเหมือนหญิงสาวที่กำลังมีความรักแล้วอยากรู้ทุกเรื่องของคนที่แอบชอบเสียไม่มีผิด

               ทำไมถึงอยากรู้อดัมเลือกที่จะถามกวนต่อไปด้วยความนึกสนุกที่ได้ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุม

               ก็...ร่างบางเงียบไปขณะที่ในหัวกำลังสรรหาเหตุผลที่ดูดีที่สุดสำหรับการอยากรู้ครั้งนี้ให้อีกฝ่าย จนร่างสูงที่เห็นใบหน้าเคร่งเครียดนั้นอดยิ้มไม่ได้

               เอาแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ตกลงเจ้าอยากจะฟังหรือไม่อยากแล้วกันแน่เอริคที่ได้ยินก็รู้สึกหมั่นไส้คนตัวสูงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

               ก็ผมเล่าเรื่องของผมแล้ว คุณก็ควรเล่าเรื่องของคุณบ้างไม่ใช่รึไงเอริคตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

               ฮ่าๆๆ อย่าพึ่งโมโหสิ ข้าก็แค่หยอกเล่นอดัมพูดออกมาอย่างขำๆ แต่ร่างโปร่งตอนนี้กลับรู้สึกไม่ขำด้วยเลยแม้แต่น้อย

               เรื่องนี้อาจจะดูเกินจริง ทุกอย่างเริ่มขึ้นเมื่อตอนที่ข้าถูกคำสาปเพราะจิตใจแสนคับแคบของตัวข้าเอง และเพราะคำสาปนั้นทำให้ข้าต้องกลายเป็นอสูรแสนอัปลักษณ์เป็นที่รังเกียจ... แต่ก็ยังคงมีความหวังเพราะคำสาปจะสลายไปเมื่อข้าได้รู้จักกับรักแท้ซึ่งนับเป็นเรื่องดีเพราะคำสาปนี้ทำให้ข้าได้รักกับนาง...แม้มันจะเป็นรักที่ไม่สามารถคงอยู่ได้ชั่วนิรันดร์ก็ตามร่างสูงนั่งเหม่ออย่างเลื่อนลอย ไหล่ทั้งสองที่เคยผึ่งผายกลับดูห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงเช่นเดียวกับน้ำเสียงที่ทรงอำนาจก็ดูเศร้าสร้อยลงไปด้วยเช่นกัน

               อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านไปกับความรักที่เริ่มจืดจางลง...ทำให้ข้าละเลยนางไม่ได้สนใจนางเท่าที่ควร ทุกวันมีแต่เรื่องทะเลาะกันแล้วไม่เคยปรับความเข้าใจสุดท้ายก็เหมือนกับแก้วที่พอมีรอยร้าวแล้วเราไม่คิดจะประสานจนมันแตกลงในที่สุด และนางก็เลือกที่เดินออกไป...ทั้งที่พยายามรั้งเท่าไหร่ก็สายไป ทั้งที่พยายามอ้อนวอนให้นางกลับมานางก็ไม่สนใจ…ร่างสูงพูดด้วยแววตาที่เริ่มสั่น หัวใจดวงนี้เสียใจกับการกระทำในอดีต อยากดูแลเธอผู้เป็นที่รักให้ดีกว่านั้น อยากจะใส่ใจเธอให้มากกว่านั้นแต่ทุกอย่างก็ไม่มีทางย้อนกลับไปได้เหลือเพียงความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดที่ตามหลอกหลอนทุกคืนวัน

               เอริค...บางทีข้าอาจไม่มีหวังแล้วก็ได้ นางไม่มีทางกลับมาหรอกไหล่สองข้างที่เริ่มสั่นไหว น้ำเสียงที่ปนไปด้วยความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง...ความรู้สึกของคนตรงหน้าบางทีอาจจะเจ็บปวดกว่าเขาด้วยซ้ำ

               ไม่เป็นไรหรอกครับ....เธอต้องกลับมาเอริคพูดปลอบอีกฝ่ายเสียงแผ่ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีคำไหนช่วยปลอบคนตรงหน้าได้ดีกว่าคำนี้อีกไหมแต่ตอนนี้เขาคิดออกแค่คำนี้จริงๆ เพราะเป็นคำที่เขาอยากบอกตัวเองด้วยเช่นกันแม้ว่าจะเป็นความหวังที่เลือนลาง

               “...ขอเวลาข้าสงบสติอารมณ์ก่อนอดัมพูดออกมาเสียงแผ่ว ร่างโปร่งเองก็ไม่พูดอะไรต่อเพียงแต่นั่งมองอีกฝ่ายเฉยๆ จนไหล่แกร่งนั้นค่อยๆ สั่นน้อยลงจนหยุดสั่นในที่สุด

               แต่เรื่องของข้าดูไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องจริงอดัมพูดออกแนวติดตลกแต่ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับไม่ได้ดูตลกตามอย่างบทสนทนาเลยแม้แต่น้อย

               แต่ผมเชื่ออดัมที่ได้ยินชะงักนิ่งก่อนมองหน้าอีกฝ่ายพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเชื่อเรื่องที่ดูราวกับนิทานแบบนี้ได้ง่ายดายเสียจริง

               “…เพราะผมเชื่อว่าคุณไม่มีทางปั้นเรื่องโกหกแน่นอน แล้วก็สิ่งที่มีอยู่ในเทพนิยายก็มีจริงเพราะแอเรียลเองก็เป็นสิ่งที่ไม่น่ามีอยู่บนโลก เธอคือนางเงือกเช่นเดียวลูกสาวของผมเอริคพูดและคลี่ยิ้มออกมา...รอยยิ้มที่ใครๆ ก็ดูออกว่าเป็นรอยยิ้มที่เสแสร้งเพียงไหน

               งั้นที่ที่เจ้าตามนางไปไม่ได้...อดัมพูดในสิ่งที่ตัวเองคาดคะเนออกไป

               ใช่...มหาสมุทร สถานที่ที่แบ่งเขตระหว่างมนุษย์และนางเงือกเอริคพูดพร้อมกับยิ้มฝืนๆ

               ...หึ เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ผู้ชายสองคนที่ต่างผิดหวังจากความรักต้องมาเจอกัน ทั้งยังเป็นความรักที่แปลกประหลาดเสียด้วยอดัมพูดแกมประชดในโชคชะตา ก่อนจะลุกเดินไปที่รถเข็นน้ำชาที่มุมห้องและเข็นมาไว้ข้างโต๊ะฝั่งที่ร่างโปร่งนั่งอยู่

               ข้าว่ามาดื่มชากันดีกว่าจะได้เปลี่ยนเรื่องคุยด้วย ขืนคุยเรื่องนี้ต่อข้ากับเจ้าได้นั่งปรับทุกข์กันทั้งวันแน่อดัมพูดก่อนจะจัดแจงวางแก้วน้ำชาบนโต๊ะให้เอริค และยกกาน้ำชาขึ้นมาหวังว่าจะรินให้อีกฝ่าย แต่คงเป็นเพราะอดัมไม่ค่อยได้ทำเรื่องแบบนี้เสียเท่าไหร่ ซึ่งสังเกตได้จากน้ำชาที่ต้องรินใส่แก้วนั้นกลับหกเลอะเต็มทั่วผ้าปูโต๊ะสีขาวซ้ำร้ายยังไหลซึมไปถึงเสื้อของร่างสูงเองด้วย

               เดี๋ยวอย่าพึ่งขยับนะครับเอริครีบลุกไปช่วยทันทีโดยแย่งกาน้ำชาจากอีกฝ่ายมาวางลงและจับให้ร่างสูงถอยห่างจากโต๊ะก่อนจะก้มลงหยิบเอาผ้าสีขาวสะอาดในรถเข็นขึ้นมาซับบนเสื้ออดัมช้าๆ ก่อนที่จะเลอะไปมากกว่านี้

               ...เปื้อนนิดหน่อย แล้วมีโดนลวกตรงไหนหรือเปล่าครับเอริคถามขึ้นทั้งที่ยังก้มเช็ดเสื้อให้อีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

               ไม่มีอดัมพูดออกมาสั้นๆ ขณะจ้องมองเสี้ยวหน้าขาวเนียนนิ่งอย่างครุ่นคิด ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่ร่างสูงกลับคิดว่าอีกฝ่ายเมื่อมองดูใกล้ๆ อาจงดงามยิ่งกว่าหญิงสาวบางคนเสียอีก

               ก็ดีแล้วครับเอริคเงยหน้ายิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนก้มไปเช็ดต่อ อดัมที่เห็นรอยยิ้มคู่นั้นต้องเบือนหน้าหนีอย่างไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ใบหน้านั้นก็ไม่เห็นเหมือนเบลล์เลยแม้แต่น้อย แต่กลับให้บรรยากาศที่คล้ายคลึงกันมากเหลือเกิน...ทำไมกัน

               หลังจากเช็ดคราบชาเสร็จร่างสูงก็เรียกให้คุณนายพ็อตต์มาเปลี่ยนผ้าคลุมโต๊ะผืนใหม่ให้โดยครั้งนี้เอริคเป็นฝ่ายเสนอจัดแจงรินชาใส่ให้เอง ก่อนที่ทั้งสองจะมานั่งที่โต๊ะและเริ่มบทสนทนาคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนลืมทั้งเวลาและความเศร้าที่ปรับทุกข์กันเมื่อครู่ไปเสียสนิทราวกับว่าเรื่องเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

               บางทีนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวใจทั้งสองดวงที่แตกสลายไปค่อยๆ ปะติดปะต่อใหม่อีกครั้งเพื่อเฝ้ารอรักครั้งใหม่ที่กำลังจะก่อเกิดในหัวใจในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาแล้วรีไรท์ตอนที่สี่ ขออภัยที่ช้านะคะเร็นติดธุระนิดหน่อยเลยไม่ว่างลงสักที 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #12 Squaria (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 20:05
    แอร๊ยยยยยยยยย//จิกผ้าปูโต๊ะ
    #12
    0