Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 6 : Adam x Eric ตอนที่ 5 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ค. 58

               ทั้งสองนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ อย่างสนุกสนานจนลืมเวลาไปเสียสนิท แต่การสนทนาก็จบลงเมื่อท้องของเจ้าชายจอมเอาแต่ใจประท้วงขึ้นมาแทรกกลางคัน

               นี่ก็เที่ยงแล้ว ข้าว่าเราไปห้องอาหารกันเถอะร่างสูงพูดชวนเอริคขึ้นเมื่อเห็นว่าถึงเวลาทานอาหารกลางวันแล้วโดยมองจากกระเพาะตัวเองเป็นหลัก...

               งั้นเดี๋ยวผมช่วยเก็บหนังสือเอริคที่ลุกขึ้นเดินไล่เก็บหนังสือที่อดัมขว้างทิ้งไว้เกลื่อนทั่วพื้นห้อง

               ให้คนอื่นทำก็ได้ ข้าหิวแล้ว...อดัมพูดขึ้นมาอย่างเซ็งๆ เพราะตอนนี้ท้องเขาเริ่มประท้วงหนักขึ้นเรื่อยๆ

               งั้นคุณไปที่ห้องอาหารก่อนเลย ถ้าผมเก็บเสร็จจะตามไปเอริคพูดขึ้นพลางเดินไล่เก็บหนังสือขึ้นบนชั้นต่อ

               ไปด้วยกันเถอะ เดี๋ยวข้าเรียกคุณนายพ็อตต์มาเก็บทีหลังก็ได้เจ้าชายจอมเอาแต่ใจพูดเสียงเข้มขึ้นเป็นเชิงสั่งซึ่งเอริคก็หันมามองเล็กน้อยก่อนจะเดินไล่เก็บหนังสือต่อไปโดยไม่สนใจคนตัวสูงที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด

               งั้นก็ตามใจ!! ถ้าไปไม่ทันแล้วมาร้องหิว ข้าก็จะไม่สน!!” อดัมที่รู้สึกหงุดหงิดเมื่อคนตรงหน้าขัดใจเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปทันที แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้วเอริคก็ไม่ได้อยากขัดใจร่างสูงหรอก แต่คุณนายพ็อตต์ก็อายุมากแล้วถ้าให้มาจัดหนังสือมากขนาดนี้เขาคงรู้สึกผิดไม่น้อยเช่นกัน

               เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เอริคก็ยังคงนั่งจัดหนังสือที่ยังกองทั่วพื้นอยู่ในห้องสมุดเช่นเดิมโดยไม่รู้เลยว่าอีกคนโกรธมากแค่ไหนที่ถูกเขาขัดใจ

               คุณเอริค ทำไมยังไม่ไปที่ห้องอาหารล่ะคะคุณนายพ็อตต์ที่ยังไม่เห็นร่างโปร่งที่ห้องอาหารเลือกที่จะเดินมาตามด้วยความเป็นห่วง

               อีกสักครู่ครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วเอริคที่กำลังแบกหนังสือหันมายิ้มบางๆ ให้ ก่อนจะหันไปเรียงหนังสือเข้าชั้นต่อ

               เดี๋ยวป้าทำเอง คุณไปที่ห้องอาหารก่อนเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวนายท่านจะโมโหคุณนะคะคุณนายพ็อตต์พูดก่อนจะเดินเข้าไปแย่งหนังสือจากเอริค แต่เอริคเบี่ยงหลบและหันไปส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบว่าไม่เป็นไร

               ให้ผมทำเถอะครับ แค่ไปช้านิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกเอริคพูดและยังคงจัดหนังสือต่อเหมือนเดิมจนคุณนายพ็อตต์ต้องลอบถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจกับความดื้อดึงของคนตรงหน้า

               คุณนี่ดื้อจริง งั้นป้าช่วยล่ะกันพูดจบทั้งสองก็ช่วยกันจัดหนังสือเข้าชั้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เลยเวลาอาหารเที่ยงมาเกือบหนึ่งชั่วโมงได้

               เสร็จสักที...คุณนายพ็อตต์ทานอะไรหรือยังครับเนี่ย เลยเวลามามากแล้วเอริคที่เหลือบไปมองนาฬิกาจึงถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าหญิงสาวสูงวัยต้องยอมอดทนเพราะเขา

               ไม่เป็นไรค่ะ ปกติป้าก็กินเวลานี้อยู่แล้วแต่คุณควรรีบไปห้องอาหารนะคะ นี่ก็จะได้เวลาเก็บโต๊ะแล้วคุณนายพ็อตต์พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง เอริคจึงรีบเดินไปห้องอาหารทันทีเพราะท้องของเขาก็ร้องมาสักพักแล้วแต่ไม่อยากปล่อยให้คุณนายพ็อตต์นั่งทำคนเดียวจึงยอมอดทนไว้

               ขาสองเรียวก้าวสลับกันไปมาอย่างรวดเร็วโดยอาศัยเพียงความคุ้นชินในการเดินและนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาสามารถมาถึงห้องอาหารได้เองโดยไม่หลงเลย

               แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วกลับพบเพียงความว่างเปล่า... บนโต๊ะกว้างที่น่าจะมีอาหารมากมายเรียงรายกลับไม่มีอะไรเลย เหลือเพียงชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเหมือนกำลังรอเขาอยู่

               เอ่อ...เอริคมองด้วยสีหน้างุนงงเหมือนกับว่าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

               นี่กี่โมงแล้วอดัมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่นในใจ

               บ่ายโมงครับนายท่านเสียงใครสักคนพูดแทรกขึ้นแต่ถึงไม่บอกทุกคนก็รู้ดีว่าคนที่กล้าพูดแทรกคือใคร เหล่าคนรับใช้ต่างก็ทำหน้าเอือมไปตามๆ กันกับนิสัยขี้ประจบของหนุ่มอ้วนพุงโตคนนี้

               ข้าไม่ได้ถามเจ้า ค็อกเวิร์ธอดัมพูดเสียงเข้มและหันไปตวัดมองด้วยสายตาที่พร้อมจะขย้ำอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ จนตัวปัญหาต้องเดินหลบมุมไปในทันทีก่อนที่ชีวิตตนจะหาไม่

               เอริค ข้าว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ...ถึงเรื่องการตรงต่อเวลาหลังจากหันไปจัดการกับตัวจุ้นจ้านเสร็จ ร่างสูงก็หันมาสะสางปัญหากับร่างบางต่อทันที

               แต่ผมพึ่งช่วยจัดหนังสือเสร็จเอริคเถียงอีกฝ่ายขึ้นมาซึ่งการทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างกับการเอาน้ำมันลงไปราดซ้ำลงในกองไฟเลย

               ข้าก็บอกไปแล้วไง ว่าให้คนอื่นทำน่ะอดัมพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่เขาก็บอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าให้คนอื่นทำแต่ร่างบางก็ยังคงยืนยันว่าจะทำเองทั้งที่มันไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้เลย

               แล้วคุณจะปล่อยให้คุณนายพ็อตต์เก็บหนังสือมากมายคนเดียวได้อย่างไร ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนทำมันรกสักหน่อยร่างโปร่งยังคงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้เพราะเขาเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย

               เจ้าตั้งใจจะบอกว่าทั้งหมดเป็นเพราะข้ารึไงอดัมที่ได้ยินรู้สึกไม่พอใจมากเหมือนกับอีกฝ่ายกำลังหาว่าเขาผิด ความอดทนของเขาตอนนี้มาถึงคำว่าขีดจำกัดแล้ว

               ผมไม่ได้จะว่าคุณแต่ผมตั้งใจจะบอกเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากเก็บกวาดหนังสือพวกนั้นเอริคพูดด้วยความเหนื่อยใจ ทั้งที่เมื่อครู่ยังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่เลย แต่แล้วตอนนี้กลับต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องและ   ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟังเหตุผลของเขาเลยแม้แต่น้อย

               ถ้างั้นก็เชิญเจ้าเก็บกวาดต่อไปแล้วกัน!! แล้วตั้งแต่นี้ต่อไปใครที่มาไม่ทันเวลาอาหารก็ไม่ต้องกิน!! และถ้าข้าเห็นใครเมตตาสงสารกับพวกไม่ตรงต่อเวลาก็เชิญอดเป็นเพื่อนกันไปเสีย!!” อดัมประกาศกร้าวก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารไปในทันทีซึ่งเป็นอันว่ารู้กันว่าในมื้ออาหารนี้ห้ามมีใครช่วยเอริค ทุกคนเมื่อฟังจบก็ต่างแยกย้ายไปทำงานทันทีโดยไม่มีใครกล้าอยู่ต่อ ถึงแม้จะรู้สึกสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัวว่าตนจะโดนหางเลขไปด้วย

               เมื่อรู้ว่ามื้อนี้คงไม่มีใครมาทำอาหารให้กิน เอริคจึงตัดสินใจเดินไปที่ครัวเพื่อลงมือทำด้วยตนเองแต่ว่าทุกอย่างมันก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่คิด

               ขอโทษด้วยขอรับ ทางเราไม่สามารถให้ท่านเข้ามาในนี้ได้จริงๆหัวหน้าห้องครัวพูดพลางก้มหัวขอโทษไปด้วย แต่ร่างโปร่งก็ยังคงพยายามตื้อต่อเพราะตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแสบท้องแล้ว

               งั้นขอแค่ขนมปังหรือนมก็ได้เมื่อไม่มีหวังร่างโปร่งจึงลองเสี่ยงถามดูแต่หัวหน้าห้องครัวก็ยังส่ายหน้าเช่นเดิม

               ขออภัยด้วย ไม่ใช่พวกกระผมไม่อยากช่วยท่านแต่นายท่านสั่งเอาไว้...หัวหน้าคนครัวพูดเสียงแผ่วในช่วงท้ายซึ่งสะท้อนถึงเหตุผลได้เป็นอย่างดีว่าทำไมถึงไม่ยอมให้เขาเข้าห้องครัว สุดท้ายร่างโปร่งจึงยอมถอยออกมาเพราะไม่อยากทำให้หัวหน้าคนครัวลำบากใจเช่นกัน

               ถ้าที่นี่ไม่มีใครช่วย ออกไปหาเองก็ได้เอริคพูดบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินไปที่ประตูใหญ่ของปราสาทเพื่อที่จะออกไปข้างนอก ร่างโปร่งจำได้ว่าตอนเดินทางมาที่นี่เขาเดินผ่านหมู่บ้านมาด้วยและดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลกันมาก

               จะไปไหนขอรับ คุณเอริค?” ก่อนที่เอริคจะเปิดประตูออกไปก็ถูกขัดขึ้นโดยเสียงของชายผู้หนึ่ง

               คุณลูมิแอร์...คือผมกะว่าจะออกไปแถวหมู่บ้านใกล้ๆ นี้เพื่อหาอะไรทานสักหน่อยน่ะครับเอริคพูดออกมายิ้มแหยๆ พลางเอามือลูบท้องที่กำลังแสบมากขึ้นเรื่อยๆ ไปด้วย

               เอ่อ...แต่ถ้าออกไปแล้วและกลับมาไม่ทันจะอันตรายมากนะขอรับ ผมว่าคุณลองไปคุยกับนายท่านอีกทีดีกว่าไหมลูมิแอร์เสนอความคิดให้ซึ่งเอริคก็ส่ายหน้ากลับทันควัน

               อย่าเลยครับ ถึงพูดไปเขาก็ไม่ฟังผมอยู่ดี เผลอๆ จะทะเลาะกันมากกว่าเดิมอีกเอริคพูดขึ้น ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่ไปสักพักน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาและเมื่อร่างสูงใจเย็นลงเมื่อไหร่เขาค่อยไปปรับความเข้าใจด้วยน่าจะง่ายกว่า

               แต่...ลูมิแอร์ทำท่าจะทักท้วง

               ไปก่อนนะครับเอริคเดินออกไปทันทีโดยไม่ฟังคำพูดของลูมิแอร์ต่อ ทั้งที่ใจความสำคัญมันอยู่ในนั้นแท้ๆ

               เอาแล้วไง ต้องรีบไปบอกนายท่าน!!” ลูมิแอร์สบถออกมาเสียงดันและรีบกึ่งกลิ้งกึ่งวิ่งไปหาเจ้านายตัวเองอย่างรวดเร็ว

               “นายท่าน!!” ลูมิแอร์ที่วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบตะโกนออกมาดังลั่น จนร่างสูงที่กำลังนั่งพักผ่อนในห้องนอนตนอดไม่ได้ที่จะเปิดออกมาต่อว่า

               ข้าไม่ชอบคนเสียงดังอดัมพูดกลับไปเสียงเย็น

               กระหม่อมขออภัย แต่ตอนนี้ท...ท่านเอ...ท่านเอริค เขาลูมิแอร์ที่พูดเสียงตะกุกตะกักสลับกับเสียงหอบจนจับใจความไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

               ค่อยๆ พูดเอริคทำไมรึอดัมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยหรือคนตัวเล็กจะหิวจนเป็นลมไปแล้ว ที่จริงถ้าอีกฝ่ายยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไม่มาทานข้าวกับเขาแต่แรก เขาก็อาจจะยอมนั่งกินเป็นเพื่อนร่างบางก็ได้แต่ร่างบางก็ช่างดื้อดึงเสียเหลือเกิน

               คุณเอริค เมื่อครู่ออกไปที่หมู่บ้าน อึก...เพียงคนเดียวแล้ว...” เมื่อฟังจบดวงตาสีฟ้าสดของอดัมก็เบิกกว้างด้วยความอึ้ง ฟันคมขบเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นเสียงบ่งบอกถึงความหงุดหงิดได้เป็นอย่างดี แค่การจะมาขอร้องอ้อนวอนกับเขา มันทำให้ลำบากใจมากถึงขนาดยอมออกไปข้างนอกเพียงลำพังเชียวหรือ...  มันช่างน่าหงุดหงิด!!

               จะให้กระหม่อมออกไปตามดีไหม ขอรับลูมิแอร์เสนอความคิดเห็นออกมา แต่เจ้าชายอสูรจอมเอาแต่ใจที่กำลังเดือดดาลกลับไม่เห็นด้วยอย่างแรง

               ไม่ต้อง!! ถ้ามีปัญญาออกไปก็ต้องมีปัญญากลับมาเอง!!” ร่างสูงพูดเสียงเข้มก่อนจะปิดประตูเสียงดังอัดใส่หน้าข้ารับใช้ตัวเอง แต่ถึงปากจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่เขากลับรู้สึกเป็นห่วงอีกคนอย่างน่าประหลาด...

               อย่าไปคิดสิอดัม หมอนั่นมันก็แค่คนเดินทางผ่านมาร่างสูงพูดพึมพำบอกตัวเองย้ำๆ ราวกับต้องการสะกดจิตตัวเอง ทำไมกับอีแค่ร่างบางออกไปนอกปราสาทโดยพลการกลับทำให้ใจของเขาเกิดอาการร้อนรุ่มได้ขนาดนี้กัน...ทำไม

               ฝั่งเอริค

               น่าจะไปตามทางนี้...ร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในป่าทึบเดินไปเรื่อยๆ ตามป้ายบอกทางที่มีเขียนอยู่เป็นระยะซึ่งทำให้ร่างโปร่งไม่หลงทาง แต่ถึงอย่างนั้นในป่าก็น่ากลัวอยู่พอสมควร แต่โชคยังดีที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเวลากลางวันจึงมีแสงลอดส่งมาถึงอยู่บ้างทำให้มองเห็นทางสะดวกอยู่

               หลังจากเดินมาสักพักใหญ่ๆ เอริคก็เห็นทางออกจากป่าแสนน่ากลัว         สองขาเรียวจึงพยายามก้าวขาให้ไวกว่าเดิม จนในที่สุดเขาก็ถึงหมู่บ้านจนได้...

               เร่เข้ามาๆ!! เชิญเข้ามาชมก่อนครับ!!”

               “ของสดๆ จ้า เชิญเข้ามาดูก่อน!!”

               “ขนมอบครับ ขนมอบหอมๆ!!”

               เสียงพ่อค้าแม่ค้ามากมายตะโกนโหวกเหวกกันไปมา รวมถึงผู้คนที่เดินกันขวักไขว่เต็มทั่วท้องถนน บรรยากาศของตลาดหมูบ้านทำให้เอริครู้สึกสนุกกับการเดินดูของต่างๆ

               ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะเดินชมของ...

               เขาคิดได้ทันทีเมื่อท้องที่หิวโหยส่งเสียงร้องประท้วงผู้เป็นนาย

               ฉันรู้ว่าหิวแต่ไม่ต้องประท้วงบ่อยก็ได้เอริคบ่นพึมพำออกมาทันทีก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อหาของกินแต่สุดท้ายก็มาสะดุดที่หญิงสาวผู้มีผมสีน้ำตาลยาวสวยคนหนึ่งที่กำลังถือตะกร้าแอปเปิ้ลขายอยู่ริมถนน

               แอปเปิ้ลไหมจ๊ะ สดๆ ใหม่ๆ กรอบหวานอร่อยมากเลยนะเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนยืนจ้องมองอยู่ หญิงสาวจึงยิ้มและถามเรียกลูกค่าทันที

               งั้นผมขอลูกนึงล่ะกันครับเอริคพูดและยื่นเงินที่มีอยู่น้อยนิดให้ไป           อาจเพราะเขาเป็นเจ้าชายซึ่งปกติไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะมีคนประเคนของมาให้จึงไม่จำเป็นต้องพกเงินไว้ติดตัว แต่ครั้งนี้เนี่ยแหละที่ทำให้เขารู้ซึ้งเลยว่าการพกเงินติดตัวนั้นสำคัญแค่ไหน

               กรวบ!! อืม...เอริคยกขึ้นมากัดคำโตอย่างไม่รีรอด้วยความหิว ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบหัวเราะคิกคักกับท่าทีของชายหนุ่มแปลกหน้าเสียไม่ได้

               ค่อยๆ ทานก็ได้ค่ะ เดี๋ยวก็ติดคอกันพอดีหญิงสาวถือตะกร้าพูดกลับมายิ้มๆ ทำเอาร่างโปร่งเขินอายไม่น้อย

               โทษทีครับ ผมหิวไปหน่อยเมื่อเคี้ยวเสร็จ เอริคจึงตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี

               ถ้าไม่อิ่มเอาไปอีกลูกก็ได้นะคะ ฉันไม่คิดเงินหญิงสาวพูดและยื่นลูกผลไม้โตสีแดงสดให้เอริค

               อย่าเลย มันคงไม่ดีครับเอริคส่ายหน้าปฏิเสธทันควันถึงงบประมาณของเขาจะมีอยู่อย่างจำกัดแค่ไหน เขาก็ไม่ชอบการเอาเปรียบคนอื่นอยู่ดี

               ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าเป็นของขวัญแต่ถ้าคุณรังเกียจก็ไม่เป็นไร...หญิงสาวพูดพร้อมแสร้งตีหน้าเศร้าจนเอริคอดรู้สึกผิดไม่ได้ สุดท้ายร่างโปร่งก็ต้องจำยอมรับผลไม้มาในที่สุด เมื่อเห็นดังนี้หญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ

               ระหว่างที่กินแอปเปิ้ลไปทั้งสองก็คุยกันอย่างสนุกสนาน จนเอริคลืมเวลาไปเสียสนิทโดยไม่รู้เลย...ว่ามีใครอีกคนที่กำลังรอเขากลับไปอยู่

               ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ฉันต้องรีบกลับไปหาพ่อก่อน ขอตัวนะคะหญิงสาวพูดก่อนทำท่าจะเดินจากไป

               เอ่อ ขอผมทราบชื่อหน่อยได้ไหมครับเอริคถามขึ้นทันที ทั้งที่คุยเป็นเพื่อนกันตั้งนานแต่กลับยังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลย

               เบลล์ค่ะ แล้วคุณ...เบลล์ที่กำลังจะเดินไปชะงักเท้าตน ก่อนจะหันมาตอบเอริคและถามชื่ออีกฝ่ายกลับไป

               เอริคครับเอริคตอบกลับไปสั้นๆ จากนั้นทั้งสองต่างก็โบกมืออำลาและแยกย้ายกันไป...

               แต่ก่อนที่ร่างโปร่งจะเดินกลับปราสาทก็กลับมานึกได้ว่าตัวเองทะเลาะกับคนตัวสูงไปตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยง อีกทั้งเมื่อดูจากเวลาแล้วตอนนี้เขาคงไปทานอาหารเย็นไม่ทันแน่ๆ และสุดท้ายก็คงจะโดนต่อว่าและงดอาหารเย็นอีกเป็นแน่ ร่างโปร่งจึงตัดสินใจซื้อขนมในตลาดติดมือกลับไปด้วย

               ขออันนี้ ชิ้นนึงครับเอริคที่กำลังยืนอยู่หน้าร้านขนมอบ ชี้ไปที่ขนมอบแสนน่ากินหรือที่เรียกกันว่าพายบลูเบอรี่ที่ถูกตัดแบ่งไว้แล้ว แต่เขาก็ชะงักนิ่งไปเมื่อคิดถึงใครอีกคน ร่างโปร่งจึงมองเงินที่มืออยู่ในมือก่อนจะครุ่นคิดตัดสินใจบางสิ่

               แค่นี้ใช่มั้ยครับพ่อค้าหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นลูกค้ายืนนิ่งไป

               ผมเปลี่ยนใจแล้ว ขอซื้อทั้งถาดนี้เลยครับเอริคพูดบอกและเปลี่ยนไปชี้พายบลูเบอรี่ถาดใหญ่อีกถาดที่ยังไม่ได้ถูกตัดแบ่งไป พ่อค้าหนุ่มจึงพยักหน้าแล้วรีบจัดการห่อใหม่ให้เอริคทันที

               ซื้อมาจนได้...เอริคที่กำลังเดินทางกลับพูดพึมพำเสียงอ่อยๆ พร้อมมองถาดขนมที่กำลังถืออยู่

               ถ้าคุณอดัมชอบก็คงจะดี...เอริคพูดขึ้นก่อนจะอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงตอนที่ตนกลับไปแล้วได้นั่งทานพายถาดนี้กับร่างสูง เมื่อคิดได้แบบนั้นขาเรียวก็รีบเร่งเท้าเดินเข้าป่าไปเพราะอยากกลับไปหาใครอีกคนให้เร็วที่สุดและตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว

               ภายในป่าที่มืดสนิท เอริคยังคงรีบก้าวเท้าเดินต่อไปแม้ว่าการเดินทางรอบนี้จะลำบากกว่าขาไปมากเนื่องจากตะวันได้ลับฟ้าไปเสียแล้ว แถมร่างโปร่งไม่ได้ติดโคมไฟมาด้วยทำให้การมองป้ายบอกทางลำบากมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นทำให้เอริคหลงได้...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย...

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 01:40
    อดัมช่างใจร้าย...
    เอริคน่ารัก มีการซื้อพายไปฝากอดัมด้วย 
    #20
    0
  2. #13 Squaria (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 16:59
    เบลล์โผล่มาแล้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน//ติดตามนะค้าาาา
    #13
    0