Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 11 : Adam x Eric ตอนที่ 10 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ส.ค. 58

               “นายท่านคะ ไม่ทราบว่าอาหารเย็นจะให้ดิฉันยกขึ้นมาให้บนห้องรึเปล่าสาวสูงวัยถามขึ้นหน้าประตูห้องแสนหรูหรา เหตุที่จำต้องขึ้นมาถามถึงห้องนอนเลยก็เพราะเห็นว่าตลอดช่วงบ่ายเจ้านายตนเอาแต่กกกันอยู่ในห้องอีกทั้งอาหารที่เข็นมาเมื่อตอนเที่ยงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถูกแตะเลยแม้แต่น้อย

               “อืมเสียงขานรับในลำคอเล็ดรอดออกมาเป็นสัญญาณคำสั่ง เมื่อได้ยินคุณนายพ็อตต์จึงรีบลงไปบอกทางห้องครัวทันที

               ลุกขึ้นมากินไหวมั้ยร่างสูงที่นอนเท้าแขนบนเตียงนุ่มถามร่างโปร่งที่นอนสะลึมสะลือซุกอกเขาตัวกลมอยู่ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองอาบน้ำทำความสะอาดตัวกันเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนคนรักของเขาจะไม่เหลือแรงพอที่จะขยับตัวได้เลย ทั้งสองจึงพากันขลุกอยู่แต่ในห้องไปได้ออกไปไหน

               อือ...ร่างโปร่งที่ซุกอกอีกฝ่ายขานรับเบาๆ ตอนนี้เอริคมีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่างเสียแต่เรี่ยวแรงนั้นกลับไม่มีเหลือเลยแม้แต่น้อย

               น่ารัก…เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยออกมาก่อนจะก้มลงพรมจูบที่หน้าผากเนียนด้วยความรักใคร่ ตอนนี้คนตัวเล็กช่างน่ารักเหลือเกินทั้งไหล่สีขาวเนียนอมชมพูที่โผล่ออกมาจากเสื้อตัวหลวมโพรกของเขาหรือจะเป็นใบหน้ายามหลับใหลนั้น...ไม่ว่าจะส่วนไหนตอนนี้คนตรงหน้าก็ดูน่ารักไปเสียหมดสำหรับตัวเขา

               ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น...มันช่างชัดเจนจนตัวเขายังต้องยอมรับว่าทั้งหัวใจของเขาในตอนนี้มีเพียงคนตรงหน้าคนเดียว...คนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะพยายามค้นหาด่ำดิ่งลึกลงไปในใจสักเพียงไหน ภาพวันวานที่หัวใจมีเพียงหญิงสาวนั้นกลับเลือนลางแต่ภาพของคนในอ้อมกอดนั้นยิ่งชัดเจนขึ้นในทุกวินาที...

               ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยจากมือนี้ร่างสูงพูดออกมาเสียงแผ่วเหมือนเป็นสัญญาใจที่อยากจะให้อีกคนได้รับรู้

               ทั้งเขาทั้งเอริคผิดหวังจากคำว่ารักมามากเกินพอแล้ว หากไม่มีหัวใจดวงใดที่ต้องการหัวใจทั้งสองนี้ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ถึงแม้การรอคอยหญิงสาวผู้รักหญิงจะเป็นเพียงความฝันที่พร่ำเพ้อก็ไม่เป็นไรแล้ว ต่อจากนี้ไปหัวใจของเขาจะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว...คนในอ้อมกอดก็เช่นกัน

               ข้าจะคอยกุมมือเจ้าไว้...ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องโดดเดี่ยว

               อือ...ผมก็จะอยู่กับคุณร่างโปร่งพูดเสียงงึมงำราวกับคนกึ่งหลับกึ่งตื่น              ถึงแม้เปลือกตาหลับลงด้วยความหนักอึ้งแต่เขาก็ยังได้ยินเสียงอันของเจ้าของไออุ่นนี้ คำพูดที่ทำให้หัวใจเอิบอิ่ม...สัมผัสที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เจ็บช้ำนี้

               ได้โปรด...ขอให้เวลาหยุดลงเพียงเท่านี้ ขอให้ผมได้อยู่ตรงนี้ตลอดไป

               เมื่อเห็นคนในอ้อมอกเคลิ้มทำท่าจะหลับอดัมก็ดึงเจ้าตัวให้เข้ามาแนบชิด               ก่อนจะกอดรัดเอาไว้แน่นแต่ตัวเองไม่ได้หลับแต่อย่างใดเพราะต้องรอฟังเสียงว่าอาหารจะถูกนำมาเสิร์ฟเมื่อไหร่

               ไม่นานนักประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับอาหารชั้นเลิศจัดวางเต็มรถเข็น ร่างสูงจึงจัดการเข็นอาหารเข้ามาเองเพราะเขาไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามาในห้องนี้สักเท่าไหร่นอกเสียจากจะเข้ามาทำความสะอาดซึ่งก็ต้องเป็นข้ารับใช้คนสนิทของเขาเท่านั้น แต่อีกคนตอนนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ...พิเศษมากๆ ถึงขั้นเขาอยากจะให้อยู่ในนี้ตลอดเวลากับเขาด้วยซ้ำ

               เอริค ตื่นมากินก่อนเดี๋ยวแสบท้องร่างแกร่งเดินไปเขย่าตัวคนรักที่หลับพริ้มเบาๆ ร่างโปร่งลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยแต่ยังมีอาการสะลึมสะลือเพราะไม่สร่างง่วงดีอยู่

               ลุกไม่ไหว...คนตัวเล็กก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดอ้อน ดวงตากลมโตสีฟ้าใสช้อนขึ้นมาสบกับคนตัวสูงอย่างเว้าวอนเมื่อต้องการความช่วยเหลือ

               ตอนนี้แค่ขยับตัวก็ช่างยากลำบากเพราะรู้สึกเจ็บเสียดด้านหลังไม่น้อยแถมดูเหมือนแขนขาก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะขยับไปไหนได้เลยจึงทำได้เพียงขอร้องคนรักเท่านั้น

               ทำหน้าแบบนั้นบ่อยเดี๋ยวก็ไม่ให้ออกจากห้องเสียเลยดีไหมอดัมพูดติดตลก

               ร่างสูงเดินไปพยุงร่างโปร่งให้ขึ้นมานั่งพิงที่หัวเตียงโดยไม่ลืมที่จะห่มผ้าให้เพราะเกรงว่าอีกคนจะหนาว ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหยิบผ้าชุบน้ำออกมาซับใบหน้าเนียนให้สดชื่นขึ้นหลังจากพึ่งตื่นนอน ถึงแม้จะสะลึมสะลือเพียงไหนแต่เอริคก็รับรู้ได้ว่าเจ้าชายอสูรคนนี้ดูแลเขาดีแค่ไหน...

               แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังแปลกใจทั้งที่เมื่อก่อนตอนอยู่กับเบลล์เขาก็เคยดูแลคนรักเก่าเช่นนี้ แต่ตั้งแต่เธอจากไปหัวใจเขาก็เริ่มแข็งกระด้างไม่เคยสนใจและดูแลใครอีกจนเขาเคยคิดว่าชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางทำดีกับใครหน้าไหนอีก

               แต่มันไม่ใช่อีกแล้ว...ตอนนี้เขาพร้อมที่จะทำเพื่ออีกฝ่ายไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน สิ่งที่รับรู้ได้มีเพียงแค่ความสุขที่ปริ่มล้นจากการได้ดูแลและมีคนคนนี้อยู่เคียงข้างกาย...

               ขอบคุณครับเอริคยิ้มบางๆ เมื่อสร่างง่วงแล้ว

               ข้าอยากทำให้น่ะ...อยากกินอันไหนก่อนเดี๋ยวข้าป้อนอดัมที่เดินไปพาดผ้าไว้กับราวเดินกลับมานั่งข้างคนรักก่อนจะถามเสียงนุ่ม

               อันนั้นครับเอริคพูดบอกพลางชี้ไปที่ชามสลัดชามใหญ่ อดัมจึงหันไปหยิบส้อมและจิ้มลงไปที่มะเขือเทศสีแดงสดลูกสวยก่อนจะยื่นเข้าปากอีกฝ่ายซึ่งเอริคก็รับมาเคี้ยวหนุบหนับอย่างอร่อย

               เอาอีกมั้ยอดัมถามขึ้นเสียงนุ่ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ามือแกร่งจึงเอื้อมไปหั่นเนื้อสเต็กออกมาเป็นชิ้นพอดีคำก่อนจะหันไปป้อนอีกฝ่ายต่อแต่ก็ถูกคนตัวเล็กคว้ามือแกร่งไว้และแย่งส้อมไป

               กินด้วยกันนะครับเอริคพูดยิ้มๆ ก่อนจะนำส้อมที่เสียบชิ้นเนื้อชุ่มช่ำจ่อที่ริมฝีปากหนาของคนรักบ้าง ร่างสูงนิ่งไปนิดกับการกระทำที่ไม่คาดฝันแต่ก็อดที่จะยิ้มตามกับความน่ารักของคนรักไม่ได้

               ตามใจเจ้าเถอะอดัมพูดก่อนจะจูบซับที่แก้มใสด้วยความรักใคร่ เมื่อผละออกมาจากแก้มนวลหอมแล้วริมฝีปากหนาจึงค่อยหันไปงับชิ้นเนื้อที่ปลายส้อมและส่งยิ้มบางให้เอริคที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ

               ต่อจากนั้นทั้งสองก็นั่งทานอาหารด้วยกันโดยสับกันป้อนไปมาจนอาหารหมด แล้ว อดัมจึงเข็นรถเข็นที่ว่างเปล่ามาไว้หน้าห้องก่อนจะกลับเข้ามาขลุกกับคนรักตัวเองต่อ

               เอ่อ...ผมขอนอนที่นี่ได้มั้ยเอริคถามขึ้นเสียงแผ่ว

               ได้สิ บอกแล้วไงว่าเจ้าจะเอาแต่ใจยังไงก็ได้อดัมพูดพลางลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู

               ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ชอบที่จะเอาใจใครหรือให้ใครมาทำตัวเอาแต่ใจใส่เขาแต่พอเป็นคนตรงหน้าเขากลับอยากให้อีกฝ่ายเอาแต่ใจมากกว่านี้ อยากให้เรียกร้องทุกอย่างจากเขามากกว่านี้...ไม่รู้เพราะเหตุใดยิ่งอีกฝ่ายร้องขอสิ่งที่ต้องการอดัมก็ยิ่งรู้สึกได้เข้าใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น

               ผมอยากอยู่กับคุณเอริคพูดออกมาซ้ำแต่ในใจก็กลัวว่าคนตรงหน้าจะไม่พอใจแต่กลับไม่ไปดั่งที่คิด อดัมยิ้มออกมากว้างเหมือนกับมีความสุขที่สุดยามได้ยินคนรักพูดคำนั้นออกมา

               อยู่กับข้าตลอดไปเลยก็ได้... งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าให้คนใช้ย้ายของของเจ้ามาไว้ห้องนี้นะร่างสูงพูดเสนอออกมาซึ่งร่างโปร่งก็พยักหน้ารับตอบทันควันก่อนจะยิ้มกว้างออกมาด้วยความรู้สึกที่ล้นใจ

               ค่ำคืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความสุขโดยพวกเขาไม่ทันได้รู้เลยว่าหลังจากวันพรุ่งนี้...ทุกอย่างอาจต้องเปลี่ยนแปลงไป

               รุ่งเช้า

               อดัมๆ ลุกขึ้นเถอะจะได้เวลาอาหารเช้าแล้วเอริคเขย่าร่างสูงไปมาเป็นการปลุก ตอนนี้ร่างบางแต่งตัวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่กว่าจะเสร็จก็ลำบากเหมือนกันเพราะตัวเองต้องฝืนสังขารไปที่ห้องเก่าเพื่ออาบน้ำเนื่องจากข้าวของส่วนตัวยังไม่ได้ถูกขนย้ายมา

               อืม... เดี๋ยวให้คนรับใช้ยกขึ้นมาก็ได้อดัมพูดเสียงงึมงำก่อนจะซุกเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเด็กไม่อยากตื่นนอนตอนเช้าอย่างไรอย่างนั้น

               แต่ผมอยากลงไปกินข้างล่างเอริคพูดออกมาและเขย่าอีกฝ่ายต่อไป

               “…” ไร้เสียงการตอบรับจากคนรักของตน เอริคมองคนรักที่นอนหันหลังให้กับตัวเองอย่างครุ่นคิด แล้วจึงตัดสินใจปีนลงจากเตียงนุ่มก่อนจะอ้อมมาหาอีกคนที่กำลังหลับสนิท

               อดัม...ไปกินอาหารเช้าข้างล่างกับผมนะริมฝีปากเรียวยื่นเข้าไปกระซิบข้างหูคนรักอย่างแผ่วเบาพร้อมกับเลื่อนลงมาจูบแตะที่ริมฝีปากหนาอีกคนเบาๆ เป็นการออดอ้อนเพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายตื่นแล้วแต่แค่ขี้เกียจเท่านั้น

               3 วินาที...

               “งั้นรอเดี๋ยวนะอดัมลุกเด้งออกมาจากเตียงอย่างรวดเร็วและเดินเข้าห้องน้ำไป

               ที่จริงอดัมก็สร่างง่วงตั้งแต่เอริคปลุกครั้งแรกแล้วแต่เขาไม่อยากลงไปกินข้างล่างอยากอยู่กับเอริคสองคนมากกว่าจึงหาข้ออ้าง แต่เมื่อคนรักอ้อนขนาดนี้แล้ว...มีหรือที่เขาจะไม่ยอม...

               “สวัสดีตอนเช้าครับ นายท่าน คุณเอริค” ลูมิแอร์ที่ยืนประจำหน้าประตูโค้งต้อนรับก่อนจะเปิดประตูให้เจ้านายของตน แต่ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มกลับไม่ยิ้มเหมือนอย่างเคย รอยยิ้มที่ถูกประดับนั้นเลือนหายไปเหลือเพียงความกังวลที่ปกปิดไม่มิด

               ขอบคุณครับเอริคกล่าวกลับไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้ากังวลคนตัวผอมก่อนที่จะเดินตามเข้าไปและชนเข้ากับแผ่นหลังแกร่งเข้าอย่างจัง ร่างโปร่งชะโงกหัวออกไปดูตามสายตาคนรักก็พบหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร...นั่งตรงที่ที่ตอนนี้เป็นของเขา

               อ้าว สวัสดีครับคุณเบลล์เอริคทักขึ้นเมื่อมองจนแน่ใจว่าเป็นหญิงสาวที่เขาเจอที่ตลาด

               อ้าว...สวัสดีค่ะเอริค ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ได้คะเบลล์ที่หันมาเห็นเอริค ก็ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปจับมือทักทาย

               เรื่องมันยาวน่ะครับ แล้วคุณ..

               “พวกเจ้ารู้จักกันแล้วเหรออดัมถามแทรกขึ้นทันทีก่อนจะมองคนทั้งคู่ด้วย      แววตาสับสน

               ครับ ผมเจอเธอที่ตลาดในวันที่ผมเข้าไปในหมู่บ้านน่ะ แล้วคุณเบลล์กับอดัมรู้จักกันเหรอครับเอริคถามขึ้นอย่างสงสัย แต่ทั้งสองก็เงียบนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะตอบเขาเลยแม้แต่น้อย

               คุณนายพ็อตต์แล้วก็ชิพ พาเอริคขึ้นไปกินอาหารบนห้อง อดัมพูดสั่งออกมาเสียงเรียบ คุณนายพ็อตต์จึงรีบเข้ามาเพื่อจะพาเอริคออกไปให้เร็วที่สุด เพราะเธอเข้าใจดีว่าตอนนี้เจ้านายรู้สึกอย่างไร

               “พี่เอริคพวกเราขึ้นไปทานอาหารข้างบนกันเถอะฮะชิพที่ยืนอยู่ข้างแม่ตนเข้ามาดึงแขนเอริคและส่งยิ้มให้ เอริคลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนรัก...ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าถ้าหากเขาถอยออกไป...เขาจะไม่มีวันได้กลับมายืนตรงนี้อีก

               แต่ผมอยากทานกับคุณเอริคพูดขึ้นในสิ่งที่ตัวเองต้องการ...เขาต้องการอยู่กับคนรักตอนนี้

               ข้าบอกให้ขึ้นไป!!” อดัมพูดเสียงแข็งใส่จนร่างโปร่งที่ยืนอยู่สะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยที่พองโตเหี่ยวลงในพริบตา...ราวกับความสุขทั้งหมดถูกกระชากหายลับไปกับเสียงทุ้มแข็งกร้าว

               “ข..ขอโทษคนตัวเล็กตอบกลับมาเสียงสั่น มือสองข้างจิกเข้าหากันแน่นอย่างลืมตัวด้วยความตกใจที่ถูกคนรักขึ้นเสียงใส่

               น้ำเสียงที่สั่นเครือของคนรักทำให้ร่างสูงชะงักไปก่อนจะหันมามองเอริคที่กำลังยืนมองมาที่เขาด้วยแววตาสั่นๆ ปนไปด้วยความตกใจ

               เอริคคือ.. เจ้าขึ้นไปทานอาหารบนห้องก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันอดัมปรับน้ำเสียงอ่อนลงและหันมาพูดปลอบคนรักพร้อมกับลูบหัวเบาๆ เอริคพยักหน้าหงึกหงักแต่ถึงกระนั้นมือคู่ที่จิกแน่นก็ยังไม่คลายลงก่อนจะเดินตามคุณนายพ็อตต์ไปอย่างจำใจ

               “…” เอริคเดินตามคุณนายพ็อตต์และชิพมาอย่างเงียบๆ ตอนนี้อาการตื่นตกใจหายไปหมดแล้วเหลือเพียงเศร้ามองที่ฉายชัดบนดวงหน้าจนคุณนายพ็อตต์อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

               คุณเอริคคะ นายท่านมีความจำเป็นจริงๆ ท่านไม่ได้ตั้งใจตะคอกใส่คุณหรอกค่ะคุณนายพ็อตต์ที่เดินมาส่งถึงหน้าห้องแล้วพูดขึ้นก่อนที่เอริคจะปิดประตู

               ครับ...แต่คุณนายพ็อตต์รู้ใช่ไหมครับว่าอดัมกับเบลล์มีความสัมพันธ์กันแบบไหนเอริคตัดสินใจถามขึ้นในสิ่งที่สงสัย ที่จริงเขาพยายามจะไม่คิดแล้วแต่ยิ่งถูกอดัมไล่มาแบบนี้เขาก็อดที่จะคิดถึงเรื่องระหว่างอดัมกับเบลล์ไม่ได้

               คือ...ป้าว่าป้าไม่ควรพูด คุณนายพ็อตต์พูดออกมาอ้ำอึ้ง เธอรู้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับเอริคเป็นแบบไหนดังนั้นเธอคิดว่าถ้าเธอไม่พูดอะไรคงจะเป็นการดีที่สุด

               แม่...ทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะว่านายท่านกับคุณเบลล์เขารักกันน่ะชิพพูดแทรกขึ้นทำเอาคุณนายพ็อตต์แทบจะลมจับเสียตรงนั้น

               ...คำพูดของเด็กน้อยสะท้อนดังก้องในหัวเอริค เขารู้สึกทั้งตัวชาวาบเหมือนกับถูกใครสาดน้ำเย็นเข้าเต็มหน้า หัวใจถูกบีบเค้นเร่งจังหวะเร็วขึ้นราวกับไม่อยากยอมรับสิ่งที่ได้ยิน

               ชิพ!!” คุณนายพ็อตต์หันไปตำหนิลูกตัวเองทันที

               คุณนายพ็อตต์อย่าไปว่าชิพเขาเลยครับ เขาแค่พูดความจริง..เอริคพูดก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยและยิ้มออกมา...ยิ้มที่ใครเห็นก็รู้ว่าฝืนสักแค่ไหน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นแผ่วจนเบาหวิว ดวงตาสีฟ้าใสที่หม่นลงจ้องมองคนทั้งสองอย่างเลื่อนลอยยิ่งทำให้คุณนายพ็อตต์ยิ่งเป็นห่วง

               ผมขอตัวล่ะครับเอริคพูดก่อนจะปิดประตูไป

               เมื่อประตูปิดลงขาสองข้างก็เหมือนไร้เรี่ยวแรงทรุดฮวบลงกับพื้น แขนสองข้างโอบกอดปลอบตัวเองไว้แน่น

               ตอนนี้อดัมรักเรา...

            เสียงพูดกับตัวเองในใจพูดย้ำซ้ำไปซ้ำมา แม้เรื่องที่ได้ยินจะทำให้รู้สึกช็อคแต่เขาก็ยังอยากจะเชื่อ...เชื่อว่าในหัวใจอดัมตอนนี้มีแค่เขาเท่านั้น

               เราจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมคุณนายพ็อตต์เดินไปบ่นลูกชายตัวเองไปอย่าง      หัวเสีย ตอนนี้เธอเป็นห่วงสภาพจิตใจเอริคมากเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกแย่แค่ไหน

               ก็ผมพูดเรื่องจริงนี่ฮะเด็กน้อยยังคงพูดเถียงผู้เป็นแม่ออกมาด้วยความไม่รู้

               แต่นายท่านกับคุณเบลล์เป็นเรื่องในอดีตแล้วนะ แล้วถ้าเราพูดแบบนี้คุณเอริคจะรู้สึกเศร้าแค่ไหนคุณนายพ็อตต์หยุดเดินก่อนจะย่อตัวลงมาพูดกับลูกตัวเองดีๆ เพราะความจริงชิพก็ไม่ได้ผิดอะไรอย่างที่เอริคบอกและดูเหมือนเธอคงต้องบอกเรื่องนี้ให้ลูกชายรับรู้เอาไว้เพราะไม่งั้นเด็กน้อยคงได้ทำร้ายหัวใจของเอริคโดยไม่ตั้งใจแบบนั้นอีก

               แล้วทำไมพี่เอริคต้องเศร้าด้วยชิพถามด้วยความสงสัย

               ชิพ... แม่รู้ว่าเรื่องนี้อาจจะเร็วไปแต่ว่าตอนนี้นายท่านกับคุณเอริคเขาทั้งสองต่างรักกันอยู่นะเมื่อฟังแม่ตนพูดจบชิพก็ทำหน้าตกใจก่อนจะรีบถามแม่กลับไประรัว

               แม่อย่าล้อผมเล่นสิ นายท่านกับพี่เอริคเป็นผู้ชายทั้งคู่จะรักกันได้ยังไงฮะ

               “แม่เข้าใจว่ามันอาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับลูก...แต่ว่าชิพ คนเรารักกันด้วยหัวใจไม่ได้รักกันด้วยร่างกายนะลูก ถึงแม้จะเป็นผู้ชายทั้งคู่แต่เขาก็รักกันด้วยหัวใจเหมือนชายหญิง... เราตัดสินว่าความรักของใครเหมาะไม่เหมาะ ถูกไม่ถูก หรือผิดปกติรึเปล่าด้วยภายนอกไม่ได้หรอกนะ ลูกต้องมองลึกลงไปที่หัวใจ...หัวใจที่รักกันด้วยความจริงใจคุณนายพ็อตต์ค่อยๆ อธิบายลูกชายตัวเองซึ่งหลังฟังจบชิพก็นิ่งลงไปสักพัก

               งั้นแสดงว่าพี่เอริครักนายท่านชิพถามขึ้นมาเสียงแผ่ว

               จ้ะคุณนายพ็อตต์ขานรับลูกชายตัวเอง

               ง...งั้นผมก็ทำให้พี่เขาเสียใจน่ะสิ...แม่คุณเอริคจะโกรธผมมั้ยเด็กน้อยที่รู้ว่าเมื่อครู่ได้เผลอทำร้ายหัวใจของใครบางคนไปอย่างไม่ได้ตั้งใจพูดขึ้นเสียงเศร้าๆ

               ไม่หรอก... คุณเอริคน่ะรักเราจะตาย ถ้าอยากทำให้คุณเอริคหายเศร้าแม่ว่าพวกเราไปทำขนมอร่อยๆ กับน้ำชาให้คุณเอริคทานดีกว่า คุณเอริคต้องสดชื่นขึ้นแน่คุณนายพ็อตต์พูดปลอบลูกชายตัวเองก็จะทำท่าฮึดให้ลูกชายดูจนชิพยิ้มออกมาได้

 

               งั้นผมจะช่วยด้วย ผมอยากเห็นรอยยิ้มของพี่เขาเด็กน้อยพูดยิ้มกว้างก่อนจะรีบตามแม่ของตัวเองไปที่ห้องครัวทันที

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขออภัยที่ช้าน้าาา เร็นลืมเอาคอมไปเลยลงต่อให้ไม่ได้

อย่าโกรธกันนะ 555

เบลล์ก็มาแล้วแหละ...ใครหิวมาม่ามั้ยย ฮาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #18 Squaria (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 16:31
    ม่ายยยยยยยยยยยยยย//ซดน้ำมาม่ารอเลย
    #18
    0