Fic Far cry 4 : Never alone

ตอนที่ 21 : คู่พิเศษวันสงกรานต์(PaganxAjay)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 เม.ย. 58

เนื้อเรื่องในตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเพแกนxโมฮันนะคะ^-^

                    สายลมหน้าร้อนพัดผ่านไปเหมือนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหายไปตามสายลมนั้นทั้งเรื่องเดินทางมาคีรัต ทั้งเรื่องขี้เถ้าของแม่หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ผมคิดจะฆ่าราชาแห่งคีรัต..เพแกน มิน ทั้งที่มีโอกาสที่จะฆ่าเขาถึงสองหนแต่สุดท้ายอาเจย์ก็ปล่อยให้ชายคนนี้หนีไป เมื่ออาเจย์ลองมานึกว่าจะไม่เจออีกฝ่ายตลอดไป เขาก็รู้สึกเหงาๆนิดหน่อยแต่แล้วเขาก็ต้องมาเสียใจหลังจากพบว่าไม่เป็นอย่างที่คิด..

                    “อาเจย์....เสียงใครสักคนดังขึ้นในขณะที่อาเจย์นั่งจิ้มไส้กรอกมือเช้าเข้าปากเคี้ยวหมุบหมับอย่างไม่สนใจเสียงเรียกนั้นต่อไป

               อาเจย์...เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าอาเจย์แสดงท่าทีไม่สนใจ ใครคนนั้นก็ยังเรียกต่อไปโดยไม่ทิ้งความพยายาม

               ที่รัก..

               - -* อยากตายเรอะ!!” อาเจย์สวนกลับขึ้นมาอย่างไว คนคนนี้ไม่ใช่ใคร คนนี้คือเพแกน มินที่ทุกคนในคีรัตรู้จักเขาเป็นอย่างดี หลังจากที่เพแกนนั่งเฮลิคอปเตอร์หนีไป อาเจย์ก็ไปจัดการอะไรเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาที่บ้าน แต่พอกลับมาก็ต้องช็อคเพราะของในบ้านหายไปหมดเหมือนกับโดนโจรยกเค้าซะอย่างนั้น อาเจย์ที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน...เลยต้องแอบมาพักที่วังของเพแกน ที่เขามาเพราะเขาคิดว่าจะไม่มีใครอยู่แล้ว แต่ที่ไหนได้ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้านที่อยู่ที่นี่แต่เป็นของของอาเจย์ทั้งหมดที่นึกว่าถูกยกเค้าทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ด้วย ให้ตายเหอะ!! เขาแทบอยากจะสบถคำนี้สักพันครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมมาพักกับเพแกนถาวรเพราะเพแกนยื่นข้อเสนอว่าถ้าเขาไม่ยอมเพแกนจะให้ลูกน้องเข้าไปเผาหมู่บ้านทันที

               ก็เรียกแล้วนายไม่ยอมหันนี่นา ที่รัก..อีกฝ่ายที่นั่งอ่านหนังสืออะไรสักอย่างตอบกลับมาอย่างยียวน

               แล้วมีอะไร!!” อาเจย์กระแทกเสียงกลับไป อีกฝ่ายที่ได้ยินก็ไม่ได้นึกโกรธแต่อย่างใดเพราะเขารู้จักลูกเลี้ยงคนนี้ดี ถึงจะปากหนักแต่ก็ปากหนักเฉพาะเวลาเขินเท่านั้นแหละ

               นี่ไง อาเจย์ เนี่ยๆเพแกนยื่นหนังสือเขามาแทบจะชิดหน้าอีกฝ่าย อาเจย์ที่สะดุ้งไปนิดหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆอ่านตัวอักษรที่อยู่บนหน้าหนังสือนั้น

               เ..เทศกาลสงกรานต์ที่เมืองไทย...อาเจย์ค่อยๆอ่านออกมาพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะอ่านหัวข้อก็รู้ว่านี่คือหนังสือแนะนำสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ

               แล้วทำไม?” อาเจย์ถามพร้อมเลิกคิ้วถึงช่วงนี้จะเป็นช่วงเดียวกับที่เมืองไทยเล่นสงกรานต์กันพอดีแต่จะเอามาให้เขาดูทำไม

               ก็ไปเที่ยวกันไง!! อากาศร้อนๆอย่างนี้ก็ต้องเล่นน้ำแถมถ้าไปที่นี่เราก็ได้ไปฮันนีมูนต่างประเทศด้วยกันไงเพแกนพูดออกมาตาลุกวาว ร่างเล็กที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงทันทีไม่ใช่เพราะอากาศที่ร้อนขึ้นแต่เป็นเพราะคำบางคำที่ไม่สมควรมีในบทสนทนาต่างหาก

               ไม่ไป!!” อาเจย์ที่เคอะเขินยิ่นคำขาดทันทีตอนแรกมันก็ดูน่าสนใจดีแต่พอมีคำบ้าๆอย่างนั้นขึ้นมาทำเอาความอยากหดหายไปในคราวเดียว

               ทำไม..เพแกนถามขึ้นมาทันที แต่เมื่อเขาก็เห็นสีหน้าผิดปกติของอีกฝ่ายเขาก็เดาออกทันทีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่อยากไป

               รู้แล้ว..นายคงไม่อยากไปกับฉันสินะ..นายคงเกลียดฉันมากจริงๆ คงแทบไม่อยากอยู่ใกล้ๆฉันด้วยซ้ำ...ฉ..ฉันแค่อยากไปเที่ยวเหมือนคนอื่นบ้าง...ฉันคงไม่สำคัญพอ..สงสัยรอบนี้ฉันคงต้องไปคนเดียวเปล่าเปลี่ยวใจ..เพแกนแสร้งพูดทำเสียงเศร้าๆอย่างเต็มสูบ อาเจย์เม้มปากนิ่งคิดนิดๆที่เขาไม่อยากไปไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เขาแค่เขินต่างหาก

               ...เหมือนได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ เพแกนจึงเขยิบเข้าไปใกล้อีกฝ่ายนิดๆเพื่อได้ยินให้ชัดขึ้น

               อะไรนะ อาเจย์เพแกนเอ่ยถามซ้ำอีกรอบแต่ตอนนี้ปากเขายิ้มจนแทบจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว

               บอกว่าไปก็ไปไงเล่า!!” อาเจย์ตะโกนเอาออกมาดังจนร่างสูงต้องเอามือมาอุดหูแต่ก็ยังยิ้มอย่างดีใจไม่หุบ อาเจย์ที่เห็นทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงก้มหน้างุดๆกับโต๊ะเท่านั้น

               งั้นอย่ารอช้าเลย วันนี้เขาเริ่มเล่นกันแล้ว!!” เพแกนพูดแล้วจับมืออีกฝ่ายลากออกจากห้องไปทันที

               ด..เดี๋ยว นายจะไปไหน!!” อาเจย์ที่โดนลากไปถามขึ้นมาทันที

               ไปประเทศไทยไง!!” เพแกนตอบและเร่งเท้าเร็วขึ้นอีกก่อนถึงหน้าประตูและเขาก็เปิดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่อาเจย์จะได้ถามอะไรต่อภาพตรงหน้าก็ตอบเขาได้หมดทันที...เพราะตอนนี้มีเครื่องบินส่วนตัวอยู่ตรงหน้าเขาเรียบร้อยแล้ว..

               เพแกน...นายวางแผนตั้งแต่เมื่อไหร่ร่างบางที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเครื่องบินอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

               เมื่อเช้าน่ะ ก่อนนายตื่นเพแกนตอบออกมาสั้นๆขณะที่นั่งอ่านหนังสือเล่มเดิมพร้อมจิบไวน์ไปด้วย ตอนนี้เขาทั้งสองนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หนานุ่มตัวหรูพร้อมกับของว่างที่ให้ทานแก้เบื่อเรียงรายอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าตน

               แล้วถ้าฉันไม่ตกลง?” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายถามเพแกนก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนหันไปตอบอย่างยิ้มๆ

               อุ้มขึ้นเครื่องร่างบางที่ได้ยินก็ถึงกับชะงักพร้อมกับง้างมือจะต่อยคนตรงหน้า

               เด็กห้ามทำร้ายผู้ใหญ่นะร่างสูงที่รับหมัดอีกฝ่ายได้จัดการคว้าเอวร่างบางให้เขามานั่งแนบชิดตัวเองพร้อโอบไหล่อีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปไหน

               ดูนี่สิอาเจย์..ร่างสูงเปิดหนังสือหน้าที่ตัวเองเปิดเมื่อครู่ให้อีกฝ่ายดู อาเจย์ที่ตอนแรกที่ทำท่าจะดิ้นก็ต้องหยุดทันทีก่อนจองภาพตรงหน้าตาวาว

               น่ารักจัง...อาเจย์พูดออกมาก่อนแย่งหนังสือเล่มนั้นมาเปิดดู เขานั่งอ่านดูคำบรรยายอย่างมุ่งมั่น เพแกนที่จ้องอีกฝ่ายอยู่ก็ต้องยิ้มอย่างเอ็นดู ถึงอาเจย์จะผ่านเรื่องร้ายมามากแค่ไหนแต่เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กที่ต้องการสนุก ต้องการความรักความอบอุ่นอยู่ดี...

               เพแกนเฝ้ามองอาเจย์มาตลอดตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน ทีแรกเขาแค่อยากดูแลอาเจย์แทนอิชวาริ เขามองว่าอาเจย์เป็นเหมือนลูกเขาคนหนึ่งเหมือนลักซ์มานา เขาไม่เคยนึกโกรธอาเจย์เลยสักครั้งไม่ว่าอาเจย์จะฆ่าคนของเขา ทำลายไร่ฝิ่นของเขา แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่จากสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนี้กลับกลายเป็นรัก... ทีแรกเขาก็ไม่แน่ใจแต่ยิ่งเห็นตอนที่อีกฝ่ายส่องปืนมาที่เขาก่อนจะลดลงพร้อมกับดวงตาที่สั่นไหวคู่นั้น..สายตาที่สื่อออกมาว่าชายคนนี้เป็นคนขี้เหงาแค่ไหน...ขี้กลัวแค่ไหน เมื่อเขาต้องเห็นใบหน้าเศร้าเช่นนั้นเขาก็รู้ใจตัวเองได้ทันทีว่าคนตรงหน้ามีความสำคัญกับเขาแค่ไหน

               เพแกน...อยากไปดู..เพแกนที่หลุดจากภวงค์ความคิดตัวเองก็มองตามที่มือเรียวชี้ทันที ก็พบว่าสิ่งที่คนตัวเล็กในอ้อมอกเขาชี้อยู่คือลูกช้าง เพแกนที่เห็นก็ยิ้มอ่อนๆให้อีกฝ่าย

               ได้สิ...จะพาไปดูนะเพแกนพูดเสียงนุ่มก่อนลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆซึ่งอาเจย์ก็ไม่ได้ดิ้นหนีแต่อย่างใดเพราะตอนนี้เขาอยู่กันแค่สองคน... ทุกครั้งที่อาเจย์แสดงท่าทีไม่สนใจอีกฝ่ายก็แค่ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นแต่จริงๆแล้วเขาชอบมากด้วยซ้ำกับการถูกอีกฝ่ายกุมมือ ลูบหัว มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดใจเพราะเขาสัมผัสได้ว่าท่ามกลางสงครามในคีรัตนั้นมีเพียงคนเดียวที่ไม่เคยคิดจะทำร้ายเขาหรือทำให้เขาเจ็บปวดเลยสักครั้ง ซึ่งคนนั้นคือเพแกน..

               อาเจย์ที่นั่งซบอกแกร่งไม่พูดอะไรออกมานั่งนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ส่วนเพแกนเองก็เลือกที่จะไม่พูดแซวอีกฝ่ายเพราะเขารู้ดีว่าถ้าแซวอีกฝ่ายขึ้นมา ร่างบางต้องไม่ยอมนอนซบเขาอีกเป็นครั้งที่สองแน่ๆ ทั้งสองอยู่ด้วยกันเงียบๆปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆจนทั้งสองก็มาถึงประเทศไทยในที่สุด

               แล้วนี่ เราจะไปไหนกันเหรอ...อาเจย์ที่ตอนนี้นั่งในรถแท็กซี่กับเพแกนสองคนเรียบร้อยเอ่ยถามขึ้นมา

               ไปพัทยา..เพแกนตอบสั้นๆ ซึ่งอาเจย์ก็พยักหน้ากลับไปเขาไม่รู้หรอกว่าที่นั่นคือที่ไหนแค่พยักหน้าส่งๆไปเท่านั้น อาเจย์ที่ไม่มีอะไรทำก็นั่งเหม่อมองนอกหน้าต่างพลางคิดแปลกใจเล็กๆว่าทำไมคราวนี้ไม่มีพวกลูกน้องเพแกนเลยทั้งที่ปกติเพแกนไปไหนมักจะพาลูกน้องคุ้มกันไปด้วยเสมอแต่คราวนี้กลับนั่งในรถรับจ้างกับเขาสองคนโดยไม่มีใครคุ้มกันเลย

               “= =…” แต่แล้วอาเจย์ก็ได้บรรลุสัจธรรมทันทีเมื่อเห็นรถเบนซ์สีดำสนิทตามหลังรถแท็กซี่เขาไม่ห่าง เขาก็ไม่ได้คิดจะระแวงอะไรหรอก ถ้าไอ้รถเบนซ์สีดำที่ติดตามคันเขาไม่ได้มีตั้งสี่คันแถมมีสติ๊กเกอร์แปะหน้ารถอย่างดีว่า..King Min

               ไม่สบายเหรออาเจย์...แต่ก็ไม่ได้เป็นไข้นี่นาเพแกนพึมพำขึ้นขณะทำท่าวัดไข้อีกฝ่ายที่ทำหน้าซีดๆอยู่

               เฮ้อออร่างบางที่ถอนหายใจยาวออกมาคิดด่าอีกฝ่ายในใจโดยที่เพแกนเองก็ไม่รู้ได้แต่ทำหน้างุนงงใส่เท่านั้น

               หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงบ้านพักส่วนตัวของเพแกนที่พัทยาซึ่งเมื่อเห็นทะเลอาเจย์ก็ตาวาวทันทีเพราะถึงเขาจะเคยอยู่อเมริกามาแต่เขาก็ไม่เคยได้เห็นหาดทรายขาวละเอียดสวยขนาดนี้มาก่อนหรือท้องทะเลสีฟ้าแสนสวยที่มีคลื่นเอื่อยๆสงบๆแบบนี้ หลังจากปล่อยให้ร่างเล็กตะลึงพอแล้ว เพแกนก็พาเจย์มาที่บ้านพักก่อนจะให้เข้าไปนอนพักเล่น

               สุดยอดเลย... แต่ทำไมที่นี่ถึงไม่เห็นคนเล่นน้ำเลย?” อาเจย์ถามออกมาเพราะจากภาพที่เขาเห็นจะตั้งมีที่นั่งกับร่มเต็มหาดแล้วก็คนเล่นน้ำเยอะแยะแต่ภาพนี้กลับไม่เหมือนในรูปที่เขาเห็นเลย

               หาดส่วนตัวฉันน่ะเลยห้ามให้คนเข้าออกโดยพลการ แต่ว่าฉันต้องออกไปธุระนายต้องอยู่ในนี้ห้ามไปไหนเอง ถ้าจะกินอะไรให้ลูกน้องฉันไปซื้อให้ ฉันให้พวกมันนั่งคุ้มกันข้างนอกแล้ว อ่อ...แล้วก็หลังบ่ายสี่โมงห้ามออกไปเล่นน้ำเพแกนพูดสั่งออกมาเป็นชุดไม่หยุด อาเจย์ที่นั่งฟังก็ถึงกับทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม

                    “ไม่!! ฉันจะเล่นจนถึงหกโมง มีอะไรมั้ย!!” อาเจย์เถียงออกมาอย่างไม่ลดละ

               อย่าดื้อสิ..เพแกนพูดออกมาเสียงแผ่วๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื้อดึงใส่ตนแบบนี้

               ใครดื้อไม่ทราบ!! นายนั่นแหละไหนบอกว่าจะพามาเที่ยว นี่มันคุกชัดๆ!!” อาเจย์ยังพูดเสียงแข็งใส่ไม่หยุดแต่เพแกนก็ไม่ได้โกรธอีกฝ่ายเหมือนทุกทีก่อนจะเนเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ

               ขอโทษนะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจให้นายต้องมาอยู่คนเดียวเพแกนพูดเสียงแผ่วพร้อมกับสวมกอดคนตรงหน้า ก่อนจะจับหัวอีกฝ่ายเข้ามาแนบอกตัวเองเบาๆ อาเจย์จึงซุกอกร่างแกร่งนิ่งๆ...คนตรงหน้ามองเขาออกอีกแล้ว เขาไม่ได้โกรธเพราะต้องอยู่แต่ข้างในนี้แต่เป็นเพราะเขาเหงา...เขาจึงเผลอใส่อารมณ์ลงที่อีกฝ่ายทั้งที่เพแกนเองก็บอกแล้วว่ามีธุระ

               ไหนบอกว่าจะมาเที่ยว..อาเจย์พูดเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่งอย่างนั้น

               ขอโทษนะเพแกนไม่พูดแก้ตัวอะไรเพียงแต่พูดคำว่าขอโทษเช่นเดิม

               ก็ได้ รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน..อาเจย์พูดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าที่ยิ้มบางๆให้เขา รอยยิ้มที่เมื่อเขาเห็นทีไรก็รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด...

               อืม...อยู่บ้านดีๆนะ จุ๊บ..เพแกนพูดก่อนจะจูบที่หน้าผากคนรักเบาๆ และเดินออกจากห้องไปเพราะเขาต้องรีบไปทำธุระจะได้กลับมาทานข้าวเย็นกับอีกฝ่ายทัน หลังจากที่เพแกนไปอาเจย์ก็ยืนลูบหน้าผากตัวเองเบาๆพลางยิ้มไปด้วยก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงนุ่มและกลิ้งบนไหนไปมาแก้เขินเหมือนคนบ้า

               เพแกน...อาเจย์พึมพำถึงอีกฝ่ายเบาๆพลางนึกถึงเรื่องของเขาและเพแกน เขาพอรู้ว่าเพแกนนั้นรู้สึกกับเขาแบบไหนและเขาก็รู้ว่าเพแกนเองก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง...แต่ความรู้สึกที่เพแกนให้เขานั้น..ไม่ใช่เพราะเขาเป็นตัวแทนของใครใช่มั้ย..

               ก่อนที่จะนึกอะไรให้หดหู่ใจไปมากกว่านั้น เสียงท้องก็ประท้วงขึ้นมาอาเจย์จึงคิดว่าจะออกไปหาอะไรซื้อกินเพราะจากที่เขาดูในหนังสือก็มีหลายอย่างที่เขาอยากลองเหมือนกัน แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อนึกถึงที่เพแกนสั่งไว้เขายืนเม้มปากนิดๆแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ออกไปไหนเพราะเขาไม่อยากผิดสัญญากับอีกฝ่าย

               พวกนาย..ฉันหิวแล้วอาเจย์ตะโกนเรียกลูกน้องที่นั่งหน้าที่พักซึ่งพวกนั้นก็รีบเข้ามาทันที เพื่อฟังคำสั่งของภรรยานาย?

                    “เอ่อ..คุณอาเจย์ ถ้าไอ้นั่นที่บ้านพักเรามีเครื่องทำ เดี๋ยวพกวผมทานให้ทานก็ได้จะได้ทานมากเท่าที่ชอบ...ลูกน้องคนหนึ่งเสนอแนวคิดขึ้นมาอย่างหวังดีเพราะกลัวว่าอาเจย์จะกินไม่อิ่มเมื่ออาเจย์สั่งไปว่าอยากกินสายไหมแบบที่ใส่ถุงขายตามชายหาด

               ไม่!! ฉันจะกินแบบที่ขายตามชายหาดเท่านั้น!!” อาเจย์พูดเสียงกร้าวใส่อีกฝ่ายไปซึ่งพวกลูกน้องก็ค่ทำได้แต่พยักหน้าแล้วออกไปซื้อตามคำสั่งเท่านั้น

               หลังจากนั้นไม่นานลูกน้องที่ออกไปซื้อก็กลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมอาหารทะเลที่อาเจย์สั่ง

               สายไหมอยู่ไหน?” อาเจย์ถามขึ้นทันทีเมื่อเช็คของแล้วไม่ครบตามรายการที่เขาสั่ง

               ค..คือ ไม่ได้ซื้อครับ ค..คือผมหาคนขายไม่เจอ แล้วคิดว่าคุณคงหิวแล้ว...แต่ผมซื้อน้ำตาลที่ใช้ทำสายไหมมา..ลูกน้องคนที่ไปซื้อถามออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมแก้ตัวไปด้วยเพราะเขาก็คิดในใจว่าสายไหมที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ มันจะต่างกันตรงไหนทำก็ทำมาจากน้ำตาลเหมือนกัน

               ฉันไม่สน!! บอกแล้วไงว่าต้องจากชายหาด!! ไปหาซื้อมาเดี๋ยวนี้!! ฉันให้เวลาสิบนาที ถ้าไม่มีฉันจะฟ้องเพแกน!!” เมื่อได้ยินคำสั่งชัดเจนลูกน้องตัวดีก็แทบวิ่งหัวซุกหัวซุนไปหาคนขายสายไหมทันที พลางคิดในใจว่าอาเจย์อยู่ใกล้เจ้านายตัวเองมากไปรึเปล่าถึงได้ติดนิสัยเอาแต่ใจขนาดนี้

               หลังจากผ่านการวิ่งรอบหาดในที่สุดลูกน้องคนนั้นก็เจอคุณยายที่ขายสายไหมในที่สุดเขาจึงจัดการเหมามาหมดพร้อมกับแบกวิ่งกลับมาที่พักอย่างรวดเร็วยิ่งกว่านักวิ่งโอลิมปิก เมื่อนำมาให้นายหญิงของตัวเอง(?)ได้ก็แทบจะลงไปนอนกับพื้น ซึ่งแน่นอนจากเหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งอาเจย์อีกแน่นอน...

               นี่ก็เย็นแล้วทำไมยังไม่มา...อาเจย์นั่งบ่นเพราะตอนนี้ก็ทุ่มกว่าแล้ว หลังจากกินเสร็จเขาก็นอนมองนาฬิกาตลอดไม่ได้ออกไปเล่นน้ำเลย.. ไม่ใช่เพราะไม่อยากเล่นแต่เพราะไม่มีอีกฝ่ายเสียมากกว่าทุกอย่างจึงดูไม่น่าสนุกอย่างที่คิด

               มีใครอยู่มั้ย!!” อาเจย์ตะโกนเลี้ยงหาลูกน้องเพแกนทันที เพราะตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กๆแถมท้องก็เริ่มร้องแล้วด้วย

               ฮึ้ยยย ไปเองก็ได้!!” หลังจากไม่มีใครตอบรับอาเจย์ที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิมก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเก่า จึงเดินกระทืบเท้าหวังจะออกไปหาอะไรกินโดยไม่สนใจแล้วว่าต้องผิดสัญญากับคนรัก...

               อาเจย์?” เหมือนเปิดประตูออกไปก็พบร่างสูงที่ทำท่ากำลังจะเข้ามาเช่นกัน

               ...อาเจย์ทำท่าไม่สนใจก่อนทำท่าจะเดินผ่านอีกฝ่ายไปแต่เพแกนยืนขวางไว้เสียก่อน

               อาเจย์ร่างสูงเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ยังทำท่าจะเดินออกไปให้ได้

               หลบ!!” อาเจย์พูดพร้อมดันอีกฝ่ายแรงๆ ตอนนี้เขาฉุนมากเมื่อเห็นคนที่ปล่อยให้เขานั่งรอตั้งแต่เที่ยง

               คุยกันก่อน... ทำไมเดี๋ยวนี้นายกล้าดื้อกับฉันขนาดนี้นะเพแกนพูดพร้อมกับจับอีกฝ่ายให้อยู่นิ่งๆ เมื่ออาเจย์ได้ยินก็เม้มปากด้วยความโกรธทันที

               ถ้าเบื่อก็ไม่ต้องมายุ่ง!!” อาเจย์ตะคอกกลับไป เขาไม่ได้ดื้อสักหน่อยเขาแค่อยากให้อีกฝ่ายใส่ใจเขามากกว่านี้ ไม่ใช่ทำเหมือนกับว่าถ้าอยากเจอก็ค่อยมาแบบนี้

               พูดกันไม่รู้เรื่องแล้วมั้ง...เพแกนถอนหายใจก่อนจะจัดการเอาอีกฝ่ายอุ้มพาดหลังเดินไปที่หาดโดนที่ร่างเล็กก็ยังดิ้นไม่หยุดแต่ก็ทำอะไรเพแกนไม่ได้ถึงเขาจะอายุไม่น้อยแต่ความแข็งแรงเขาก็ไม่ลดลงเลย ยิ่งถ้าเทียบกับคนหนุ่มตรงหน้าเขายังดูมีกล้ามเนื้อมากกว่าด้วยซ้ำ

               ปล่อย!!” อาเจย์ที่ดิ้นตะโกนออกมาลั่นอย่างไม่อายลูกน้องเพแกนแล้ว

               เอ้า ปล่อยก็ปล่อย...เพแกนวางอีกฝ่ายลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดมาอย่างดี

               นี่มัน?” อาเจย์ถามอย่างงงๆเมื่อพบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหาดที่ถูกปูด้วยผ้าปูสีชมพูและอาหารตรงหน้าก็คืออาหารมื้อแรกที่เขาได้กินกับเพแกน

               ก็อาหารเย็นไง ฉันใช้เวลาทำทั้งวันเลยน้าเพแกนที่นั่งที่โต๊ะบ้างแล้วพูดออกมายิ้มๆพร้อมมองปูในจานด้วยความภูมิใจ วันนี้เขาที่เขาไปทำธุระก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ

               เหอะ ได้แค่นี้เนี่ยนะอาเจย์พูดออกมาทั้งที่ตัวเองก็ยิ้มอยู่

                    “ไม่หรอก..ฉันทำได้มากกว่านี้อีกนะ วันนี้ฉันชวนนายมาทำไมล่ะเพแกนเอ่ยถามทวนความจำคนตรงหน้า อาเจย์จึงนั่งนิ่งคิดไปนิด

               เล่นสงกรานต์?” อาเจย์ตอบออกมาอย่างลังเลแต่เขาคิดว่ามันน่าจะถูกเพราะจุดประสงค์ที่มาคือเล่นสงกรานต์แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นเพราะเพแกนออกไปทำธุระเสียก่อน

               ตามนั้น...แต่ว่า..ก่อนจะพูดถึงประโยคต่อไปเพแกนที่นึกคำพูดก็ขมวดคิ้วเคร่งเครียดจนอาเจย์ที่นั่งฟังขมวดคิ้วตาม

               ถ้านายไปเล่นในที่คนเยอะๆ นายก็ต้องถูกตัวคนอื่นซึ่งฉันไม่ชอบ..ฉันอยากเป็นคนเดียวที่ได้แตะต้องนายเมื่อพูดจบอาเจย์ก็ต้องหน้าแดงทันที วันนี้เขาหน้าแดงไปกี่รอบกันนะ...เขาเขินเพราะคนตรงหน้าไปเท่าไหร่..

               ฉันเลยเอานี่มาให้แทนหลังพูดจบก็มีละอองน้ำสาดใส่ตัวอาเจย์ทันที ซึ่งเพแกนหวังว่าอีกฝ่ายจะหัวเราะและมองตามที่มาน้ำแต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด?

                    “อาเจย์...หันไปดูสิ นั่นๆเพแกนดึงอาเจย์ให้ลุกจากที่นั่งพร้อมพาหันไปดูที่มาของน้ำ ซึ่งก็คือลูกช้างตัวน้อยนี่เองซึ่งเพแกนเดินทางไปตามหาหมู่บ้านช้างและทำเรื่องจ่ายค่าเช่าช้างโดยให้พามาที่บ้านพักตัวเองเพื่อหวังว่าอาเจย์จะดีใจ

               “….” อาเจย์เดินเข้าไปหาช้างตัวน้อยช้าๆก่อนจะลูบหัวมันช้าๆทั้งที่น่าจะดีใจแต่กลับยิ้มไม่ออก

               อาเจย์...เป็นอะไรเพแกนเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นว่าร่างเล็กที่เข้าไปลูบช้างตัวน้อยไหล่สั่นนิดๆ

               ฮ..ฮึก..เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจากคนรักเพแกนก็รับเข้าไปดูทันที และพยายามให้อีกฝ่ายหันขึ้นมามองหน้าตนแต่อาเจย์กลับก้มหน้าอย่างนั้น เพราะอาเจย์ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตานี้ เขาไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใครไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใครไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน แต่ทำไมพอเรื่องแค่นี้กลับทำให้น้ำตาเขาหลั่งออกมาได้

               พวกแกออกไปก่อนเพแกนไล่ลูกน้องตัวเองออกไปเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว และหันมองดูคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วงต่อทันที

               เป็นอะไรไป..อาเจย์เพแกนถามอีกฝ่ายที่ยังยืนก้มหน้าตัวสั่นจากแรงสะอื้นอยู่อย่างนั้น

               ทำไม..ต้องทำขนาดนี้อาเจย์ข่มแรงสะอื้นและพยายามพูดออกมาแต่ทว่าเสียงก็ยังคงความสั่นอยู่

               ฉันเคยคิดจะฆ่านายนะ!! ฮ..ฮึก ฉันเป็นลูกของคนฆ่าลูกนาย!! ฉันคือคนที่คิดจะพรากทุกสิ่งของนาย!! แล้วทำไมต้องทำขนาดนี้ให้คนอย่างฉัน!!” อาเจย์พูดพร้อมเอามือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด เขารู้สึกเกลียดตัวเองตอนนี้เหลือเกิน เกลียดตัวเองที่อ่อนแอแบบนี้

               อย่าทำแบบนี้สิ!! อย่าทำ...ให้ฉันต้องสำคัญตัวเองผิดสิ!! ฉันไม่อยากเป็นตัวแทนแม่!!” อาเจย์พูดเผยความรู้สึกที่ตัวเองกังวลมาตลอดออกมาถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายรักเขามากแค่ไหนแต่เขาก็กลัวหากว่าเขาต้องเป็นตัวแทนของใครสักคน

               ชู่ว์....เพแกนโอบกอดอีกฝ่ายเข้าหาตัวและให้อีกฝ่ายสะอื้นอยู่แบบนั้น

               นายไม่เคยสำคัญตัวเองผิด..อาเจย์ นายไม่ใช่ตัวแทนใคร..เพแกนพูดพลางลูบหัวอีกฝ่ายให้คลายสะอื้น

               ฉันเคยรักแม่นาย...แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องเอานายมาแทนเธอ.. ไม่มีใครสามารถแทนใครได้หรอกนะถึงแม้จะเหมือนกันแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ยังแตกต่าง ถึงแม้ว่าดวงตาจะเหมือนกันแต่ข้างในที่เพแกนรู้สึกนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ไม่มีเลยแม้แต่ภาพสองคนที่ซ้อนทับกัน

               นายคือนายเสมอในสายตาฉัน..ฉันรักนายเพราะทุกอย่างที่เป็นนายอาเจย์...เพแกนพูดพร้อมประทับรอยจูบที่หน้าผากเนียน ถึงแม้จะไม่ใช่ริมฝีปากแต่อาเจย์ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ความอบอุ่นที่เรียกว่ารักมากกว่าครั้งไหน... ถึงแม้จะเป็นเพียงลมปากแต่เขาก็จะขอเชื่อ เชื่อในคำพูดคนตรงหน้าเพราะตอนนี้เขาได้ยินคำนั้นแล้วคำว่ารักที่ให้เขาจากคนตรงหน้า คำว่ารักที่ไม่ใช่พ่อลูก..คำว่ารักที่ไม่ใช่ให้ใครคนอื่นแต่ให้เขา.. งั้นเขาก็จะขอมอบหัวใจนี้ให้อีกฝ่ายบ้างเหมือนที่เขาได้รับมา

               ฉันก็รักนาย..อาเจย์พูดตอบออกมา อีกฝ่ายที่ได้ยินก็ยิ้มเหมือนว่ารอคำนี้มาแสนนานจากนั้นทั้งสองก็กอดกันท่ามกลางแสงดาว..

.

.

.

               แล้วทำไมถึงไปนานขนาดนั้น...หลังจากที่ทั้งสองสารภาพความในใจกันเรียบร้อนอาหารค่ำก็ได้เริ่มอย่างเป็นทางการสักที อาเจย์จึงถามข้อสงสัยออกไปพลางป้อนกล้วยให้ลูกช้างไปด้วย

               อ่อ..ฉันหาซื้อนี่มาให้นายน่ะเพแกนพูดพลางล้วงบางสิ่งออกมาจากใต้โต๊ะซึ่งสิ่งนั้นคือเสื้อสีเขียวน้ำทะเลลายกล้วยไม้ อาเจย์จึงรับมาพร้อมรอยยิ้มอย่างดีใจ...แต่มันก็ไม่ยังหมดข้อสงสัยอยู่ดี

               แน่ใจว่าแค่นี้...อาเจย์ถามอย่างคาดคั้นอีกรอบ

               ก็ไม่แค่นี้หรอก...เพแกนพูดเสียงอ่อนพลางหลบสายตาจับผิดของอาเจย์

               ฉันแค่เลือกเสื้อของตัวเองแต่เลือกสีที่ถูกใจไม่ถูกเพแกนพูดพลางเกาหัวตัวเองไปด้วย

               ห้ะ?” อาเจย์พูดเป็นเชิงถามอีกครั้ง นี่ตกลงเขานั่งรอตั้งนอนเพื่อให้ไอ้แก่นี่เลือกสีเสื้องั้นเหรอ

               ก็แบบมันมีทั้งชมพูบานเย็น ชมพูดสด ชมพูสีนม ชมพู....เพแกนพูดชื่อสีไปเรื่อยๆแต่สุดท้ายก็มาลงกับคำว่าเหมามาทุกสีในตอนสุดท้าย

               ฉันรอนายทั้งวันเพื่อเสื้อเรอะ? ไปลงนรกซะเพแกน!! จัดการลูกพ่อ!!” อาเจย์ยืนขึ้นตบโต๊ะอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปสั่งลูกช้างคู่ใจที่พึ่งเป็นพันฒมิตรกันด้วยกล้วยใบเมื่อครู่

               แปร๊น!!”

               ท่ามกลางแสงดาวอันงดงามบนท้องฟ้าสะท้อนทอแสงกับพื้นผิวทะเลเปรียบเหมือนอัญมณีที่ล้ำค่ากว่าสิ่งใด เสียงคลื่นซัดเข้าหาฟังเหมือนเสียงดนตรีกล่อมเด็ก...แต่หากลองฟังเสียงดีๆคุณอาจได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของใครสักคนที่กำลังถูกช้างวิ่งไล่อยู่ริมหาดก็เป็นได้...
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จบแล้วตอนพิเศษถือว่าส่งท้ายปีใหม่ไทยละกันเนอะ555 อันนี้เป็นคู่พิเศษที่ใครๆอยากเห็นเร็นแต่งดูแต่ถ้าไม่ชอบก็ขออภัยด้วยเนอะ อาเจย์อาจดูเอาแต่ใจไปหน่อยแต่เร็นว่าน่ารักดี555 ตอนนี้ตั้งใจทำให้มุ้งมิ้งแล้วทุกคนจะได้ไม่เครียดด้วย
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในเรื่องใครที่เคยไปพัทยาอาจรู้ว่ามันไม่อาจไม่ใสสวยเท่าแบบที่เร็นบรรยายแต่เร็นว่าสักวันมันต้องสวยแบบนี้แน่นอนเพราะเร็นรู้ว่ามีหลายคนที่ยังคอยพยายามฟื้นฟูทะเลไทยอยู่แน่นอน ดังนั้นพวกเรามาช่วยกันดีกว่าไม่ว่าจะทะเลของที่ไหนเร็นก็อยากให้สวยเหมือนในคำบรรยาย แล้วไม่ได้เวอร์นะเพราะทะเลไทยเร็นคิดว่าสวยที่สุดแล้ว555 แล้วก็เสื้อลายดอกไม้เร็นฝันอยากใส่สักครั้งนะแต่ยังหาโอกาสไม่ได้ แต่มันน่ารักนะ>w< เก็บกดเลยมาลงกับป๋า ฮาาาา ใครอยากอ่านคู่ไหนเป็นคู่ต่อไปเม้นบอกได้ถ้ามีไอเดียจะมีแต่งให้ถ้าไม่อยากบอกในนี้ไปอินบ็อกในเพจได้น้าา บายบีปิเอโร่จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #43 คิมดงจุน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 16:43
    น่ารักกก
    #43
    0
  2. #38 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 22:21
    อาเจย์น่าร๊ากกกกก มีพยานรัก(ช้าง)ด้วยนะเนี่ยทั้งคู่ 55+ 
    #38
    0
  3. #37 RoseColor (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 11:32
    ชอบช้างงงงงงงง อาเจย์นายมีลูกแล้วหรอ ช้างน่าร้ากกกกกก อาเจย์ก็น่าร้ากกกก อยากได้กลับบ้านค่าาา
    #37
    0
  4. #36 jira (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 08:28
    อ้ากกกกกก น่ารักมากเลยค่ะโฮววววส/////////3/////// ขำเจย์จิง อยากให้แต่งคู่นี้อีกแฮ่----
    #36
    0