ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 23 : บทที่ 22 ไมตรีชั่วชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,851 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

หลายวันที่ผ่านมาเลี่ยงหลินได้สอนพวกชาวบ้านทำขนมเซมเบ้จนครบทั้งห้าแบบตามที่คิดสูตรไว้ พร้อมกับเขียนแผนการธุรกิจคร่าว ๆ ฝากไว้กับนักพรตเซี่ย นางมั่นใจว่าสินค้าเหล่านี้ค่อย ๆ ปล่อยออกสู่ตลาดตามระยะเวลาที่กำหนด กิจการค้าขายของหลงซานจะค่อย ๆ มั่นคงเป็นปึกแผ่นในหนึ่งปีต่อจากนี้อย่างแน่นอน ระหว่างที่ทบทวนข้อมูลต่าง ๆ ก็ได้ยินเสียงพวกศิษย์นักพรตพูดคุยด้วยความร้อนใจกันที่ลานโรงเรียนอีกครั้ง


“ศิษย์พี่ อาเพ่ยหมดสติไปอีกแล้วขอรับ”


อาเพ่ยเด็กคนนั้นนางไม่เคยเห็นหน้า แต่ได้ยินอยู่ตลอดว่าป่วยบ่อยจนทำให้เหล่าศิษย์นักพรตช่วยกันดูแลและเชิญหมอจากเหอซานมาตรวจอาการหลายครั้ง


เป็นไข้ธรรมดา หรือเป็นโรคอะไรกันแน่


“อีกแล้วหรือ เช่นนั้นเตรียมยาไปตามอาการก่อน ส่วนเจ้าไปเหอซานตามหมอมา” ผู้เป็นศิษย์พี่สั่งการ


“ศิษย์พี่ ข้าคิดว่าถึงขั้นนี้แล้วตามท่านเจ้าสำนักดีหรือไม่ขอรับ” ฝ่ายศิษย์น้องกระซิบด้วยเสียเบาลง ความอยากรู้ผุดขึ้นมาจนหญิงสาวต้องแนบหน้าข้างหน้าต่าง พยายามตั้งใจฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่


“อย่าเหลวไหลจงอี้” เขาเอ็ด


“โธ่ ศิษย์พี่ หากอาเพ่ยป่วยไข้ธรรมดาได้ยาวิเศษจากจื่อคงก็สมควรจะหายไปนานแล้ว หรือจะโดนผีป่าเข้าสิงจริง ๆ”


“เจ้ากล่าวเช่นนั้นรู้หรือไม่ว่าจะทำให้เกิดสิ่งใด เดิมพวกชาวบ้านก็แทบไม่กล้าเข้าใกล้บ้านหลังนั้นอยู่แล้ว ความเชื่ออันเหลวไหลของเจ้าจะทำให้อาเพ่ยต้องกลายเป็นที่รังเกียจ เขายังเป็นเพียงเด็กเล็ก ๆ สมควรที่เจ้าจะต้องระวังวาจาให้มาก”


เพราะไม่เห็นหน้าทั้งสอง เลี่ยงหลินจึงไม่เห็นว่าในยามนี้ศิษย์ผู้น้องดูละอายอย่างมาก กระนั้นก็ยังเสนอความคิดของตนเอง “ศิษย์พี่ได้โปรดอย่าโกรธเคือง แต่หากมีหนทางควรลองมิใช่หรือ ข้าเห็นว่าท่านเจ้าสำนักจะต้องช่วยขับไล่ผีร้ายได้แน่”


ผีเข้า? เลี่ยงหลินที่ฟังอยู่รู้สึกสับสนเรื่องแบบนี้มีจริงหรือ ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาร่วมเดือน จะว่าไปทั้งตัวนางไม่เคยพบอาเพ่ย และยังไม่เคยได้ยินว่าเขาออกจากบ้าน หรือมาเรียนหนังสือด้วยเด็กคนนั้นแท้ที่จริงแล้วอยู่ในบ้านเพราะสาเหตุนี้จริงหรือ


ใบหน้าหวานเหลียวกลับมาพบจิ่งหลิวที่กำลังจ้องมองนางอย่างเป็นห่วง  “พี่รู้จักอาเพ่ยหรือไม่”


“เคยได้ยินป้าฉู่พูดว่าอยู่บ้านหลังท้ายหมู่บ้านเจ้าค่ะ บิดาไปรบ มารดาเสียชีวิต พวกนักพรตจึงช่วยกันดูแล” นั่นคือทั้งหมดที่จิ่งหลิวรู้ นางเองก็ไม่เคยพบอาเพ่ยเช่นกัน ที่สนใจถามก็เพราะมักได้ยินข่าวว่าอีกฝ่ายป่วยบ่อย ๆ


เด็กที่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวแบบนั้นไม่ว่าอย่าไรก็น่าสงสารเหลือเกิน ถ้าไม่ได้พวกนักพรตช่วยดูแลไม่รู้ว่าจะยิ่งน่าเวทนาแค่ไหน แต่กลับมีข่าวลือร้าย ๆ ให้พวกชาวบ้านนึกรังเกียจเช่นนี้อีก ไม่เรียกว่าโชคชะตากลั่นแกล้งเกินไปหรือ


แม้ศิษย์ผู้พี่จะไม่เห็นด้วยกับข่าวลือ แต่ในเมื่อหาเหตุผลมาอธิบายการป่วยไม่ได้จึงจำต้องเรียนเชิญให้ท่านเจ้าสำนักลงมายังหมู่บ้าน ตกบ่ายทั้งพวกนักพรตอาวุโสจึงติดตามลงมา บรรยากาศภายในบริเวณโรงเรียนดูตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็น เลี่ยงหลินเห็นนักพรตเซี่ยจึงเดินเข้าไปหา และถือโอกาสคารวะผู้อาวุโสทั้งหมด


“นี่คือแม่นางเจียงเองหรอกหรือ” ท่านเจ้าสำนักจื่อคงเอ่ยขึ้น เขาเองได้ยินศิษย์เอกของตนกล่าวถึงแม่นางผู้นี้โดยตลอด อีกทั้งศิษย์น้อยหลายคนก็ชื่นชมไม่ขาดปาก วิธีการแต่ละอย่างที่นางให้ความช่วยเหลือถือว่าทำให้ผู้เฒ่าอย่างเขาได้เปิดหูเปิดตา


“ผู้น้อยได้ยินมาว่าท่านเจ้าสำนักจื่อคงมากด้วยบารมี วันนี้มีโอกาสพบพานจึงรู้ว่าเกินกว่าที่เล่าลือนัก”


“ฮ่าๆ อิงอิงดูคนไม่ผิดจริง ๆ มิน่าเล่าพักนี้ขยันส่งยาบำรุงร่างกายให้แม่นางเจียงมิได้ขาด ยาเม็ดสกัดโสมห้าร้อยปีนั่นก็มิใช่แย่งชิงมาให้จนได้หรือ” ฝ่ายผู้เฒ่าหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นแม่นางน้อยช่างเจรจาเอาใจ


นักพรตเซี่ยมีสีหน้าขัดเขินน้อย ๆ “ท่านอาจารย์อย่าแกล้งศิษย์เลยเจ้าค่ะ”


ระหว่างนั้นศิษย์ที่ทำหน้าที่ดูแลอาเพ่ยจึงเร่งเข้ามารายงาน “เรียนอาจารย์ทุกท่าน ศิษย์ได้เตรียมการสถานที่แล้ว ตอนนี้มีศิษย์อยู่ที่เรือนท้ายหมู่บ้านคอยดูแลอาเพ่ยสี่คนขอรับ”


เหล่าผู้อาวุโสมีสีหน้าเคร่งขรึมลง พลอยทำให้เลี่ยงหลินรู้สึกกดดันไปด้วย นางจึงกระซิบกับนักพรตเซี่ย “ข้าขอตามไปดูได้หรือไม่”


เซี่ยอิงอิงส่ายหน้า “หากมีเรื่องอัปมงคลจริง ให้สตรีมีครรภ์ไปด้วยคงไม่เหมาะ”


หากแต่สำหรับเลี่ยงหลินนั้น แต่เดิมก็ไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้เลย “ข้าจะไม่เกะกะ ขอเพียงดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น”


นางรู้ดีว่านักพรตเซี่ยเป็นห่วงนาง หากแต่ในความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไม่เห็นว่าในโลกนี้จะมีเรื่องเหนือจินตนาการ นางจึงยิ่งรู้สึกว่าไม่ควรกลัวเลย ยิ่งคิดว่าอาเพ่ยเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดในอก หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของนางบ้าง ต้องมาผจญเรื่องแบบนี้ ใครจะทนเฉยอยู่ได้


“อิงอิงให้แม่นางเจียงไปด้วยเถิด”


เซี่ยอิงอิงชะงักไป ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ของตนจึงเอ่ยเช่นนี้


“ให้นางพกสิ่งนี้ไว้ก่อน” เขายื่นยันต์คุ้มภัยออกมาให้ ปกตินักพรตอู๋เจี๋ยเจ้าสำนักจื่อคง คงมิยอมอะลุ่มอล่วยให้ผู้ใด หากแต่เห็นสง่าราศี พลังชีวิตอันกล้าแกร่งของนางที่เอ่อล้นออกมาจากแววตา เขากลับรู้สึกว่าไม่ควรขัดขวาง ผู้ที่มีปราณเช่นนี้มีแต่คนที่เกิดมาเพื่อยืนอยู่เหนือผู้คนเท่านั้น ไม่ว่าสุดท้ายแล้วนางจะเลือกเส้นทางใด


เลี่ยงหลินรับยันต์หน้าตาประหลาดมาถือไว้


“ข้าไม่คิดว่าจะมีวิญญาณร้าย แต่ไม่ควรทำให้เกิดเสียงครหา” นักพรตอู๋เจี๋ยกล่าว


พลันความกดดันในห้องเจือจางลงอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งท่านเจ้าสำนักยังกล่าวเองว่าไม่น่าใช่วิญญาณร้าย แต่การที่เขาลงมาจบเรื่องนี้ด้วยตนเอง นับจากนี้ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ก็คงไม่มีใครหวาดกลัวอาเพ่ยอีก


ในความทรงจำของเจียงเลี่ยงหลิน สำนักจื่อคงโด่งดังเรื่องอาคมลึกลับและโอสถเทพ ว่ากันว่าท่านนักพรตอู๋เจี๋ยหยั่งรู้ชะตาฟ้าดิน แต่เพราะปลีกตัววิเวกจึงไม่ค่อยพบปะใคร มีเพียงศิษย์เอกคือนักพรตเซี่ยเท่านั้นที่ถูกส่งให้ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านตามคำร้องขอบ่อยครั้ง จนกระทั่งได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ทั้งสี่แคว้น


และเมื่อไปถึงบ้านของอาเพ่ย ก็พบพวกชาวบ้านมามุงล้อมอยู่นอกรั้วเต็มไปหมด ทุกคนหลีกทางให้เหล่านักพรตอาวุโสเข้าไป ประตูเปิดออกก่อนจะงับลง ภายในบ้านหลังเล็กมีคนอยู่ราวสิบคนได้ ภาพที่เห็นก็ทำให้เลี่ยงหลินที่ยืนอยู่ท้ายสุดถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก


เด็กคนนี้


จากที่เห็นอาเพ่ยไม่น่าจะเกินสิบขวบ แต่ตัวเขาเล็กและผอมมากเหลือเกิน แขนขาลีบเล็กจนแทบติดกระดูก เสื้อของเขายุบลง ถึงไม่ถอดออกมาก็รู้ว่าต้องผอมจนเห็นซี่โครง โหนกแก้มตอบมาก ริมฝีปากแห้งผากและหายใจรวยริน ราวกับว่าพลังชีวิตเหือดหายไปจนหมดสิ้น ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะอะไรพวกชาวบ้านจึงลือกันว่าเด็กคนนี้ถูกผีป่าเข้าสิง


นักพรตอู๋เจี๋ยเดินเข้าไปใกล้ ตวัดแส้ในมือหนึ่งรอบ “ไม่มีวิญญาณร้ายจริง ๆ” เขายืนยัน


แน่นอนว่าทุกคนโล่งใจ บรรยากาศหายในบ้านนั้นดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


“เช่นนั้นเรื่องหมอ” นักพรตเซี่ยเปรย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตามหมอมาจนจะหมดอำเภอเหอซานอยู่แล้วยังรักษาไม่หาย


“อิงอิงจัดการตามเห็นสมควรเถิด เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งสำนักจื่อคงจะดูแลไม่ได้ได้อย่างไร”


เหมือนก้อนหินในอกถูกยกออก นักพรตเซี่ยนั้นอยากเชิญหมอเทวดามารักษา ตั้งแต่เมื่อได้ยินว่าอาเพ่ยเป็นไข้ได้สองสัปดาห์แล้ว แต่เด็กชาวบ้านคนหนึ่งจะทำให้เอิกเกริกถึงเพียงนั้น ก็ดูเหมือนจะไม่ไว้หน้าพวกหมอในเหอซาน แล้วจะทำให้อาเพ่ยยิ่งใช้ชีวิตลำบากในอนาคตอีก


เลี่ยงหลินนั้นมีประสบการณ์รักษาด้วยหมอชาวบ้านมาก่อน รู้ซึ้งดีถึงความงมงาย เพราะเหตุนั้นจึงทำให้เจ้าของร่างนี้ลาไปปรโลกได้อย่างไร


หากแต่อาการของอาเพ่ย นางคิดว่าไม่ได้ป่วยไข้แบบนั้น เด็กคนนี้กำลังขาดสารอาหารอย่างรุนแรงจนแทบจะตายอยู่แล้ว เหมือนเด็กในเอธิโอเปียไม่มีผิด “นักพรตเซี่ย”


เสียงนุ่มนวลที่เอ่ยขึ้น ทำให้เจ้าของนามหันไปมอง ไม่รู้อย่างไรนางมักนึกเสมอว่าทุกครั้งที่แม่นางเจียงออกความเห็นมักจะมีเรื่องดี ๆ ตามมา “ข้าคิดว่าเคยเห็นคนที่มีอาการเช่นนี้มาก่อน”


“แม่นางเจียงรู้จักโรคนี้หรือ”


นางพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “คิดว่าน่าจะเกิดจากอาหาร ได้ยินมาว่าเด็กคนนี้อยู่ตัวคนเดียวใช่หรือไม่ อาหารการกินดูแลกันอย่างไร”


“เรียนแม่นางเจียง ข้าและศิษย์นำอาหารจากโรงเรียนมาให้อาเพ่ยทุกวันขอรับ” ศิษย์จื่อคงกล่าว


“แล้วเขากินหรือไม่” นางถาม


เหล่าศิษย์มีสีหน้ากระอักกระอ่วน “กินได้น้อยขอรับ กินเข้าไปก็อ้วกออกมาเสียมาก แม้แต่อาหารที่มาจากโรงครัวในระยะหลัง”


เลี่ยงหลินเข้าใจดีว่าศิษย์นักพรตไม่กล้ากล่าวโทษนาง จึงไม่เอ่ยชื่อออกมา แม้ว่าอาหารจากโรงครัวในช่วงหลัง ๆ จะได้รับการปรับปรุงจากนามาแล้ว แต่อาเพ่ยก็ยังไม่กินปัญหาไม่ได้อยู่ที่รสชาติ แต่เกิดจากร่างกายของอาเพ่ย


โรคขาดสารอาหารนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบเจอบ่อยคืออดอยากทำให้ไม่มีอะไรกินร่างกายก็ผ่ายผอมลง อีกแบบคือเกิดจากสาเหตุทางจิตใจ อย่างพวกอะนอเร็กเซีย[1]ที่สาว ๆ รักสวยรักงามในโลกเดิมเป็นกัน หรือแม้แต่อาการซึมเศร้าก็ทำให้เกิดโรคขาดสารอาหารได้ มีความเป็นไปได้สูงที่อาเพ่ยตรอมใจ ร่างกายของเขาปฏิเสธอาหาร และในตอนนี้ร่างกายที่อดอยากมานานก็ไม่สามารถย่อยและดูดซึมอาหารแข็ง ๆ ได้อีกแล้ว ถ้าเป็นช่วงที่นางไปช่วยงานมูลนิธิ จะมีอาหารสามแบบ คืออาหารเหลวพวกพาวเวอร์เจล[2]สำหรับคนที่อดอยากมานานขาดสารอาหารรุนแรง, อาหารสำเร็จรูปสำหรับให้ชาวบ้านเก็บกลับบ้านได้ และอาหารปรุงสุกสำหรับเรียกขวัญกำลังใจในมื้อนั้น ๆ


“ให้ข้าดูแลเขาระหว่างที่รอหมอคนใหม่มารักษาได้หรือไม่” เลี่ยงหลินเสนอ ไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีเวลา นางอยากช่วยอาเพ่ยให้มากที่สุดก่อน เท่าที่พอจะทำได้


นักพรตเซี่ยตกลง


ในวันเดียวกันนั้นเลี่ยงหลินจึงเข้าครัวอีกครั้ง ร่างกายของอาเพ่ยคงไม่อาจย่อยอาหารแบบปกติได้อีกแล้ว แม้แต่โปรตีน ไขมันหนักก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียนได้ ดังนั้นคงต้องงดโจ๊กไปก่อน ลองมาดูพวกน้ำแกงที่เพิ่มวิตามินและเกลือแร่ให้ร่างกายอย่างเร่งด่วนน่าจะเข้าที ดังนั้นนางจึงตุ๋นซุปไก่ใส ๆ พร้อมผักสวนครัวต่าง ๆ เมื่อแล้วเสร็จจึงกรองเอาแต่น้ำ รินใส่หม้อก้นลึก ปิดฝาแล้วแช่ไว้ในโอ่งน้ำ


จิ่งหลิวช่วยนายหญิงทำอาหารอย่างไม่เข้าใจ “นายหญิงเอาเก็บไว้ในโอ่งทำไมเจ้าคะ”


“เดี๋ยวก็รู้”


หลังจากวันนั้น ไม่มีใครทราบว่าแม่นางเจียงใช้เวทมนต์อันใด อาเพ่ยเริ่มมีเรี่ยวแรงพูดคุย แม้จะยังลุกไม่ได้ แต่ดวงตาก็ดูสดใสไม่ซีดเซียวแล้ว


หลายวันมานี้พวกป้าฉู่ได้รับการแนะนำจากแม่นางเจียง พร้อมสอดแทรกเรื่องอาการป่วยของอาเพ่ยเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความหวาดกลัวของพวกชาวบ้านถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ ตอนนี้ป้าฉู่สามารถทำน้ำแกงให้อาเพ่ยแทนเลี่ยงหลินได้แล้ว และรู้ว่าต้องงดความมั่นเลี่ยน การเอาน้ำแกงตุ๋นเหล่านี้ไปแช่ในโอ่งที่มีน้ำเล็กน้อยจะทำให้น้ำแกงเย็นตัวลง น้ำมันในนั้นจะจับตัวเป็นไขฉาบที่ผิวน้ำแกง จากนั้นตักออก ก็จะได้น้ำแกงใส ๆ รสกลมกล่อมที่ไร้ความเลี่ยนโดยสิ้นเชิง


นี่คืออาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการกินในโลกเดิม ยิ่งมีแขกหลายประเภท ข้อเรียกร้องแปลก ๆ จะมีเข้ามาสูงมาก เลี่ยงหลินเคยได้มีโอกาสรับรองลูกค้าที่มีอาการแพ้อาหารพื้นฐานอย่างกุ้ง ไปจนถึงข้อห้ามระดับสูงอย่างลูกค้าเป็นโรคเบาหวาน กำลังอยู่ในช่วงรักษาโรคมะเร็ง มีอาการแพ้ถั่วขั้นรุนแรง แพ้แป้ง หรือแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวพันกับความเชื่อของลูกค้าที่นับถือศาสนาต่าง ๆ ทุกอาชีพต้องเรียนรู้เสมอ และเรื่องอาหารที่เกี่ยวพันกับความเป็นตายยิ่งไม่อาจละเลย


เมื่อหมอเทวดามาถึง วันนั้นอาเพ่ยก็ลุกขึ้นมานั่งเองได้แล้ว


หมอเทวดาโหลวเยี่ยช่างสมกับที่ได้รับการยกย่อง เขายังดูอายุน้อยอยู่ แต่ความรู้คือของจริง เพียงตรวจอาเพ่ยเสร็จเขาก็แจ้งแก่นักพรตเซี่ยอย่างเคารพ โดยการวินิจฉัยของเขานั้นตรงกับแพทย์แผนปัจจุบันในโลกเดิมของเลี่ยงหลินทุกประการ นอกจากให้ยาบำรุงร่ายกาย เขายังให้ยาสงบใจ พร้อมกับแนะนำเรื่องอาการทางจิตที่อาเพ่ยเป็นอยู่ จนกระทั่งวันเดียวกันนั้น พวกนักพรตต้องคุยกับชาวบ้านตรง ๆ ว่า ความกลัวของพวกเขาทำร้ายเด็กคนหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว เดิมทีอาเพ่ยเพียงแค่คิดถึงพ่อแม่ ตรอมใจธรรมดา แต่ในช่วงหลังที่ล้มป่วย ก็เริ่มเกิดเสียงเล่าลือ เป็นที่รังเกียจไม่มีเพื่อนเล่น ทำให้เขาหมดกำลังใจในชีวิตเข้าจริง ๆ


เลี่ยงหลินไม่โทษอาเพ่ยเลย เด็กคนหนึ่งจะเข้มแข็งจนรับมือกับเสียงนกเสียงกาได้อย่างไร


ฝ่ายท่านหมอโหลวที่กำลังพูดคุยเรื่องยาและอาหารกับนักพรต ก็ให้นึกแปลกใจถึงอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้อาเพ่ย เนื่องจากเด็กคนนี้ลุกขึ้นมาขับถ่ายได้แล้ว ทุกอย่างจึงถูกปรับให้ข้นขึ้น โจ๊กผักต่าง ๆ อย่างวันนี้เป็นโจ๊กฟักทองดูสีสันสวยงามน่ารับประทาน


หลังจากถูกแนะนำให้รู้จัก และพูดคุยกันสักระยะหนึ่ง โหลวเยี่ยพลันรู้สึกว่าความรู้ของแม่นางเจียงไม่ใช่ธรรมดา “เดินทางทั่วแผ่นดิน ข้าโหลวเยี่ยนึกว่าได้พบเจอมาหมดแล้ว มิคิดว่าที่แท้ตนคือกบในบ่อ”


ท่านหมอโหลวผู้นี้ต่างจากหมอในสามัญสำนึกของเลี่ยงหลินมาก เขายังหนุ่ม หน้าตาดี อีกทั้งดูไม่เย่อหยิ่งอย่างที่หมอเก่ง ๆ มักเป็น สังเกตตอนที่เขาพูดกับพวกนักพรตก็ดูนอบน้อม “ความรู้ของข้าจะมากจนทำให้ท่านหมอโหลวกลายเป็นกบได้อย่างไร ข้าเองก็ถนัดเพียงงานครัว เรื่องรักษาหาได้ปราดเปรื่องไม่ หากมิใช่ว่าหนนี้เป็นโรคอาหาร คงมิแคล้วว่าอาเพ่ยยังต้องทุกข์ทรมานต่อไป”


โหลวเยี่ยมองใบหน้าหมดจดของนาง งดงามราวกับเทพธิดา นางตั้งครรภ์อยู่ยังต้องมาทำงานหนักเช่นนี้คงมิแคล้วว่าคงแต่งให้กับพวกชาวบ้าน เสียดายความสามารถที่นางมี ไม่คู่ควรจะอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ นี้เลยจริง ๆ “แม่นางมีน้ำใจ หาได้ยากยิ่ง”


“เพราะอย่างนั้นข้าจึงต้องถ่ายทอดความรู้ที่มีให้แก่พวกชาวบ้านอย่างไร เมื่อพวกเขามีพร้อมก็สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ยามนั้นข้าย่อมออกเดินทางได้โดยไร้ห่วงแล้ว”


เขามองเธออย่างประหลาดใจ “สามีของข้า เอ่อ หมายถึง แม่นางมิใช่คนหลงซานหรือ”


ดังนั้นเลี่ยงหลินจึงกล่าวถึงการเดินทางไปฉางเฉินให้ฟัง


“ข้านั้นเพิ่งกลับมาจากต้าเยี่ยนไม่นาน ได้ข่าวจากนักพรตเซี่ยจึงเร่งเดินทางมา แต่ได้ยินว่าเหิงกังเผชิญศึกหนัก ขอให้แม่นางระวังตัวด้วย” โหลวเยี่ยกล่าวลา “ครรภ์ของแม่นางอายุพอสมควรแล้ว เลี่ยงสัญจรทางบกจะดีกว่า จากหลงซานเดินเท้าไปเพียงครึ่งวันก็ถึงท่าเรือมั่วซี ล่องตามลำธารออกไปเชื่อมไปสู่ปากแม่น้ำเหลียง ห้าวันก็ถึงฉางเฉินแล้ว”


“ขอบคุณท่านหมอโหลวที่แนะนำ”


หากมิใช่ว่ามีธุระต่อในเมืองอื่น เขาคงไม่เร่งเดินทางถึงปานนี้ และคงได้มีโอกาสเสวนากับนางมากกว่านี้ “แผ่นดินกว้างใหญ่ ข้าหวังว่าสักวันคงมีโอกาสได้พบผู้มีความสามารถอย่างแม่นางอีกครั้ง”


เธอยิ้มรับ “ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยเช่นกัน”


สองวันหลังจากนั้น เลี่ยงหลินก็ตัดสินใจออกเดินทาง


เดิมทีเซี่ยอิงอิงไม่นึกอยากให้แม่นางเจียงเดินทางต่อเลย ดูเหมือนว่าไมตรีระหว่างพวกนางทั้งสองคนจะแน่นแฟ้นเกินไปเกินไปเสียแล้ว นักพรตเซี่ยสามารถเอ่ยได้ว่าแม่นางเจียงคือสหายผู้หนึ่งของตน


ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านก็ได้รับทราบกันบ้างแล้วว่าแม่นางเจียงกำลังจะออกเดินทางต่อ เกิดบรรยากาศเศร้าซึมอบอวลในหมู่บ้าน หลายคนแวะเวียนมาชะเง้อชะแง้ให้เลี่ยงหลินเห็นหน้าบ่อยครั้ง


“ข้าน้อยรับทราบมาว่าแม่นางเจียงจะนั่งเรือไป พวกเราชาวหลงซานจึงหารือกันเรื่องนี้” ท่านลุงฮัวเอ่ยขึ้น ลานหมู่บ้านแน่นขนัดไปด้วยผู้คน “รถม้าของแม่นางพวกเราช่วยกันลงขันจ้างสำนักคุ้มภัยให้ไปสงที่ฉางเฉิน ส่วนของสิ่งนี้คือตั๋วเรือสามใบไปยังฉางเฉิน ขอแม่นางเจียงได้โปรดรับไว้”


จิ่งหลิวป๋าไห่ลอบมองเสี้ยวหน้าของนายหญิง มือบางยื่นออกไปรับตั๋วพวกนั้น นางไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่พวกชาวบ้านไม่ใช่ พวกเขาเพิ่งจะเริ่มค้าขายเห็ดก็ต้องเจียดเงินมาซื้อของแบบนี้เสียแล้ว “ข้าน้อมรับตั๋วเรือไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง แต่ลุงฮัว ค่าจ้างสำนักคุ้มภัยได้โปรดให้ข้าชำระเองเถิด”


ป้าฉู่เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง น้ำเสียงของนางโผงผางตามประสาแม่ครัวอยู่แล้ว แต่ถ้อยคำนั้นจริงใจยิ่ง “เรื่องเท่านี้ถือว่าเล็กน้อยเจ้าค่ะเมื่อเทียบกับสิ่งที่แม่นางเจียงทำให้พวกเรา ดูซี ถ้าอาตงลูกของข้ากลับจากชายแดนเมื่อไหร่ข้าจะบอกให้เขารู้ว่าเพราะท่านพวกเราถึงไม่อดตาย พวกเขาที่กลับมาก็ยังมีอาชีพให้ใช้ชีวิตกันต่อไปได้ สักวันข้าจะต้องให้ลูกหลานไปโขกศีรษะคำนับผู้มีพระคุณแน่นอน”


คำพูดของป้าฉู่แทนความรู้สึกในใจของหลายคนในที่นี้ “แม่นางเจียงช่างเป็นเทพธิดาแท้ ๆ นักพรตเซี่ยช่างประเสริฐเหลือเกินที่พาท่านมา”


“เพราะท่านข้าถึงมีเงินเก็บได้”


“แม่นางเจียงทำให้พวกที่เหอซานเกรงใจข้ามาก ๆ เลยล่ะ”


“กองทัพส่งข่าวมาบอกว่าลูกข้าขาขาด ไม่มีใครเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรหากไม่ได้เงินค่าเห็ด ฮือออ” ท่านป้าคนนั้นร้องไห้โฮ


เหมือนน้ำตากลายเป็นโรคติดต่อ เมื่อคนหนึ่งร้อง คนอื่น ๆ ก็เริ่มร้องตาม


“แม่นางเจียงไม่ไปได้หรือไม่”


“อยู่กับพวกเราที่นี่”


“หรือแวะมาหาพวกเราบ้างก็ยังดี”


เหล่าศิษย์นักพรตก็พลอยโดนบรรยากาศเช่นนั้นทำให้รู้สึกใจหายไปด้วย อานุภาพของการจากา ไม่เกี่ยวเลยว่าบุคคลผู้นั้นจะอยู่ในสถานะใด แม้แต่นักพรตเซี่ยยังพูดไม่ออก รู้สึกแสบร้อนที่ปลายจมูก ได้แต่ยื่นจดหมายจากท่านเจ้าสำนักให้


เมื่อรุ่งสาง ท่านนักพรตอู๋เจี๋ยพูดจาแปลกประหลาดแก่นาง แต่ด้วยญาณทิพย์ของท่านอาจารย์นางย่อมเชื่อโดยไร้ข้อกังขา


“ท่านอาจารย์ฝากจดหมายนี้มาให้”


เลี่ยงหลินกำลังจะเปิดออกอ่าน


“อย่าเพิ่ง แม่นางเจียง” เซี่ยอิงอิงเอ่ยห้าม “ท่านอาจารย์กล่าวว่าจดหมายฉบับนี้แม่นางต้องอ่านตอนอยู่ลำพังเท่านั้น ในยามที่ท่านรู้สึกสับสนมืดมนที่สุด ข้อความนี้จึงจะมีความหมาย”


 ดังนั้นเจ้าตัวจึงเก็บไว้ในห่อผ้าของจิ่งหลิว คิดว่าน่าจะเหมือนพัดของนักพรตซวงอวี้กระมัง


“พี่สาว จะไปแล้วหรือ” อาเพ่ยถูกพวกศิษย์นักพรตประคองมาอย่างทุกลักทุเล


ทุกคนตกใจ เพราะรู้ดีว่าจิตใจของอาเพ่ยไม่ควรได้รับความกระทบกระเทือนในเรื่องการพลัดพรากลาจากอีก


ดังนั้นเลี่ยงหลินจึงได้แต่ย่อตัวลงในระดับเดียวกับสายตาของเขา “พี่จะไปแล้ว อาเพ่ยต้องเข้มแข็ง รอพี่กลับมาพร้อมเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยได้หรือไม่”


นางให้คำสัญญา อาเพ่ยที่มีหวังจะต้องไม่เป็นไร


ศีรษะเล็ก ๆ ผงกลง “ข้าจะพาน้องสาวไปเล่น เป็นวัวเป็นม้าให้น้องขี่”


“น้องสาว?” นางประหลาดใจ ส่วนใหญ่คนอื่นมักจะอวยพรให้นางได้ลูกชาย และปฏิบัติต่อนางเหมือนเจ้าก้อนแป้งเป็นเด็กชาย มีเพียงอาเพ่ยเท่านั้นที่ทักเช่นนี้ “ได้สิ แต่ถ้าเป็นน้องชายอาเพ่ยจะพาน้องเล่นหรือไม่”


“เป็นน้องชายข้าก็ให้ขี่หลัง ตัวโตกว่าข้าข้าก็จะให้ขี่” เด็กชายตอบอย่างสดใส


คงวางใจเรื่องของอาเพ่ยได้แล้วจริง ๆ


มองดูพวกชาวบ้านที่รายล้อม จดจำใบหน้าของทุกคนเอาไว้


นักพรตเซี่ยยื่นมือมากุมมือของนาง น้ำตาสายหนึ่งไหลลงมาช้า ๆ “รักษาตัวด้วยเลี่ยงหลิน”


เลี่ยงหลินรู้สึกเหมือนกำแพงในใจพังทลายลง เมื่อไหร่กันที่ไหล่ของนางสั่นสะท้าน จิ่งหลิวร้องไห้ไปแล้ว ได้ยินเสียงอีกฝ่ายสูดน้ำมูกดังฟืด ส่วนป๋าไห่ขอบตาแดงก่ำ โดนป้าฉู่กอดย่างเอ็นดูเหมือนลูกชาย


หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา ภาพพร่ามัว หากแต่ความรู้สึกในหัวใจชัดเจน “ท่านก็เช่นกันอิงอิงไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไร ข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน”

 


 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

อะนอเร็กเซีย[1] (Anorexia) –โรคคลั่งผอมคือปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorders) โดยผู้ป่วยโรคนี้จะมีความคิดเกี่ยวกับน้ำหนักตัวและรูปร่างที่ผิดไปจากความเป็นจริง ทำให้มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน ล้วงคออาเจียนหลังรับประทานอาหาร ใช้ยาระบาย ยาลดน้ำหนัก หรือยาขับปัสสาวะ รวมทั้งหักโหมออกกำลังกาย เป็นต้น ท้ายที่สุดจึงทำให้ร่างกายผิดปกติ

พาวเวอร์เจล[2] (Power Gel) - อาหารเหลวที่ให้พลังงานสูง สามารถดูดซึมได้ทันที สามารถเติมพลังให้กับกลุ่มคนที่ร่างกายขาดสารอาหารเป็นเวลานาน เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีกระบวนการย่อยอาหารผิดปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะ Refeeding Syndrome

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.851K ครั้ง

7,919 ความคิดเห็น

  1. #7833 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:22

    ประทับใจมากๆ

    ชาวบ้านธรรมดาน่าคบหาและจริงใจกว่าชนชั้นสูงเยอะเลย
    #7833
    0
  2. #6962 นางสาวบาบู (@nattakamon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:52
    น้ำตาไหลตามเลยค่ะ แต่งดีมากๆเลย ขอบคุณนะคะ
    #6962
    0
  3. #6587 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:39
    อ่านเรื่องนี้แล้วน้ำตาไหลหลายครั้งไม่ได้เพราะเสียใจ แต่สุขใจ ซึ้งใจ
    #6587
    0
  4. #6524 Jubnamfah (@Jubnamfah) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 21:45
    ชอบมิตรภาพในเรื่องนี้ที่สุดเลย
    #6524
    0
  5. #6134 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 11:10
    งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราซินะ
    #6134
    0
  6. #5631 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 13:31
    น้ำตาซึมเลยยยยย
    #5631
    0
  7. #5287 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 17:59
    โอ๊ยยย น้ำตาไหล มิตรภาพดีๆมันเกิดได้จริงๆถ้าทุกคนจริงใจและมีน้ำใจต่อกัน
    ว่าก็ว่าเถอะเลี่ยงหลินประกาศศักดิ์ดารายทางแบบนี้สององครักษ์เงาจะตามข่าวไม่ได้เลยเหรอ? เลี่ยงหลินมีชื่อเสียงในแถบนั้นมากเลยนะ
    #5287
    0
  8. #5243 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:28

    รักความสัมพันธ์และมิตรภาพดีๆแบบนี้จริงๆค่ะ ส่วนหวางเย่จริงๆก็คือไม่ต้องมีบทก็ได้ 5555

    #5243
    0
  9. #5210 nnnapich (@nnnapich) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:28
    จริง5555 ไม่ติดนี่ชิปอิงอิงกับเลี่ยงหลินแล้วนะเนี่ย
    #5210
    0
  10. #4675 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 15:52
    เรื่องนี้ไม่พระเอก
    #4675
    0
  11. #4229 Silent Scream (@ryw38220) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:07
    เอ็นดูป๋าไห่มากเลยอ่าาา
    #4229
    0
  12. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 13:08
    😊😊😊
    #4221
    0
  13. #4210 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 07:22

    โอ้ยยย ความรู้ก็มา


    ฉากซ่าบซึ้งก็มี !!


    ชอบบ รักเลยค่ะ นิยายและนักเขียนเรื่องนี้

    #4210
    0
  14. #4180 มือนาง (@PattaFang) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:54
    อ่านไปยิ้มไป
    #4180
    0
  15. #4123 phonprapassorn99 (@phonprapassorn99) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:28
    ซึ้งมากค่ะ ผู้เขียนบรรยายฉากนี้ได้ดีมาก น่าประทับใจมาก
    #4123
    0
  16. #3624 toque (@pure-poison) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 03:14
    Refeeding syndrome ก็มา
    องค์ความรู้แน่นมากกกกกกก

    ผู้เขียนทำการบ้านมาอย่างดี ขอคาราวะ
    #3624
    0
  17. #3527 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 14:14
    ชอบตอนนี้
    เพ่ยเพ่ยจะได้เลี้ยงน้องไหมเอ่ย
    #3527
    0
  18. #3495 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 09:37
    แงงงง ซึ้งมากๆ
    #3495
    0
  19. #3204 pui_songsri (@pui_songsri) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:48
    น้ำตาไหลกับตอนนี้
    #3204
    0
  20. #3190 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:12
    เนี้ยใจหายตลอดเรื่องการลา แต่ยังมีโอกาสได้พบกันอีก เราตอนนี้ก็ต้องกลับไปเรียนต่อทั้งๆที่ใจอยากอยู่กับปู่ย่าให้นานกว่านี้ เหลืออีกแค่วันเดียวเองจะร้องไห้ของจริงเลยทีนี้
    #3190
    0
  21. #3174 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:58
    น้ำตาท่วมจอแล้วไรท์ขา.
    #3174
    0
  22. #3171 annylycan (@annylycan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 12:35

    น้ำตาซึมเลยอ่พค่ะไรท์...
    #3171
    0
  23. #3133 IsazaI (@isazai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:39

    โอ้ยซึ้ง อาเพ่ยนี่ถ้าอนาคตเป็นงั้นจริง มันต้องเกิดบราค่อน หรือ ซิสค่อนแน่ๆ
    #3133
    0
  24. #3099 mrthan1990 (@mrthan1990) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:35
    โอ้ย ซึ้งมากครับ เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกดีๆ กินใจ แทบทุกตอนเลย ดีใจที่ได้อ่านนะครับ มาต่อไวๆนะครับ
    #3099
    0
  25. #3092 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:26
    อาตง? ลูกชายป้าฉู่ ไปรบชายแดน หรือว่า??
    #3092
    1
    • #3092-1 คนสี่มิติ (@jahjiraporn46) (จากตอนที่ 23)
      26 มีนาคม 2562 / 23:21
      อาตงคือใครหรอคะ? ไม่ได้อ่านแป๊บเดียว ลืม555
      #3092-1