ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 22 : บทที่ 21 อันเพชรแท้แม้อยู่ในโคลนตม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,485 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

“พี่หลิว” ในความมืด เจียงเลี่ยงหลินเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นขาดห้วงคล้ายกับว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น


จิ่งหลิวผุดตัวลุกจากที่นอนของตน นางปูฟูกเอาไว้ข้าง ๆ เตียงของนายหญิงเสมอเพื่อที่จะได้คอยดูแลได้ทุกเวลา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ”


ได้ยินเสียงคนถูกถามสูดลมหายใจ “ข้ารู้สึกชา”


อันที่จริงแล้วนี่คืออาการปกติของคนท้อง ในช่วงอายุครรภ์ราวห้าเดือนถือเป็นช่วงก้าวกระโดดจากหน้าท้องที่เคยเรียบแบนก็เริ่มนูน น้ำหนักของเด็กเริ่มส่งผลกับคนเป็นแม่จนทำให้ชาตามช่วงเอวไปจนถึงขาได้ง่าย ๆ


โชคดีที่จิ่งหลิวไม่ถึงกับไร้ประสบการณ์ เพราะวัยเด็กได้ช่วยงานป้าของตนอยู่มาก อีกทั้งเคยรับจ้างทำงานหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยตามบ้านที่มีหญิงชราและคนท้อง “นายหญิงไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ บ่าวนวดขาให้เจ้าค่ะ”


จิ่งหลิวพลันลุกขึ้นจุดตะเกียง แสงสว่างนวลตาขับไล่รัตติกาลซึ่งคลี่คลุมห้องพักให้ถอยร่นออกไป เสียงสัตว์กลางคืนดังแผ่วมาจากในป่า เลี่ยงหลินพลันตระหนักได้ว่าตนเองได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่มาสักระยะแล้ว


“ข้าควรกลับบ้านจริงหรือ” เมื่อก่อนเพราะไม่รู้จักแผ่นดินนี้ จึงไม่ได้นึกหาหนทางอื่นนอกจากอาศัยความทรงจำของเจียงเลี่ยงหลินเพียงเท่านั้น แม้สิ่งที่ปรากฏให้เห็นจะมีแต่ภาพบิดาผู้ซึ่งเอาใจใส่ดูแลบุตรสาวอยู่เสมอ ทว่าทั้งหมดนั้นล้วนเป็นในบริบทของเจียงเลี่ยงหลินก่อนจะออกเรือน ในเวลานี้นางไม่ใช่สาวน้อยตามมาตรฐานค่านิยมอันน่าชื่นชมอีกต่อไปแล้ว สตรีที่ถูกขับไล่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องถูกรังเกียจหรือไม่ พอนึกว่าไม่อยากพบเจอเหตุการณ์แบบนั้น เลี่ยงหลินก็รู้สึกเป็นกังวลใจเมื่อสักวันหนึ่งการเดินทางนี้ต้องสิ้นสุด และนางต้องกลับบ้านเดิม


มือที่กำลังบีบขาหยุดลง “นายหญิงกลัวหรือเจ้าคะ”


จิ่งหลิวรู้สึกว่านี่จึงเป็นนายหญิงที่ตนเคยรู้จัก หลัง ๆ นี้อีกฝ่ายชักจะเปลี่ยนไปจนอดกังวลไม่ได้ แม้จะเปลี่ยนไปในแง่ดี แต่ลึก ๆ คนสนิทอย่างนางก็เลิกห่วงไม่ได้อยู่ดี


ใช่จะว่าแบบนั้นก็ได้ เลี่ยงหลินไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่หากผู้คนที่บ้านเกิดรวมถึงครอบครัวของเจ้าของร่างนี้กลายเป็นแบบชาวเมืองหลวงในวันที่นางโดนขับไล่ออกมาวันนั้น ก็คิดว่าคงทำให้ความรู้สึกของตนเองสั่นคลอนได้เช่นกัน “พี่ว่า บิดาจะรังเกียจพวกเราหรือไม่”


ในท้องที่มีเด็กอยู่เติบโตทุกคืนวัน และยืนยันว่านางไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้วจริง ๆ


“นายท่านเจียงรักท่านมากนะเจ้าคะ” จิ่งหลิวเองก็ไม่กล้าฟันธง จึงได้แต่บอกในสิ่งที่ตนมั่นใจที่สุด


ความรักหรือหากเป็นปกติคงคาดหวังได้ แต่ในยมนี้สภาพของนางไม่ปกติ อย่างไรก็ไม่มั่นใจอยู่ดี


“นายหญิงไม่อยากกลับไปหรือเจ้าคะ” อีกฝ่ายยังคงเอ่ยถาม ห่วงว่าจิตใจของนายหญิงจะว้าวุ่นเกินไป


“แค่คิดว่าช่างเถิด” ใบหน้างดงามส่ายเบา ๆ ตัดสินใจไม่พูดออกมา


อย่างไรก็ต้องลองดูก่อน ถ้าผลออกมาเลวร้ายก็ค่อยว่ากันอีกที


รุ่งเช้า ความไม่สบายใจของเลี่ยงหลินถูกละลายไปด้วยข่าวดี


เพราะว่าเห็ดที่ปลูกนั้นได้สร้างมูลค่าในตัวของมันเองแล้ว


หลายวันมานี้พวกชาวบ้านกินอิ่ม นอนหลับ อาหารการกินพอมีพอใช้กันไปไม่ถือว่าแร้นแค้นอีกแล้ว เชื้อเห็ดรอบใหม่เลี่ยงหลินก็ให้พวกเขาทำกันเอง ส่วนตัวนางคอยให้คำแนะนำห่าง ๆ เท่านั้น


สิ่งที่น่ายินดีอีกอย่าง รู้สึกเหมือนว่าเห็ดนางฟ้าของชาวหลงซานจะขายดี จนเป็นสาเหตุให้พวกพ่อค้าเข้ามาติดต่อขอซื้อด้วยตัวเอง “ข้ามิกล้าบิดพลิ้วต่อท่านนักพรตเซี่ยแน่นอน”


เลี่ยงหลินนั่งข้าง ๆ ปล่อยให้นักพรตเซี่ยออกหน้าในการทำสัญญาซื้อขายเห็ดของพวกชาวบ้าน ซึ่งตอนนี้ได้ทำบัญชีกลางร่วมกันคล้ายกับกลุ่มเกษตรกรในโลกเดิมที่จากมา เพื่อที่ทุกคนจะได้รับค่าจ้างและส่วนแบ่งตามความเหมาะสมของลักษณะแรงงานที่ลงแรงไป


เพราะนักพรตเซี่ยเป็นผู้เจรจา พวกพ่อค้าคนกลางจึงได้แต่ระแวดระวังในการพูดจา ข้อเสนอที่ให้ก็นับว่าสมเหตุสมผล ไม่เลวร้าย เมื่อคิดถึงจำนวนรายรับและการต่อทุนไปเรื่อย ๆ แล้ว เซี่ยอิงอิงก็อดมีความหวังมิได้ว่า ไม่นานหลงซานจะต้องมีเงินทุนสำรองเป็นเอกเทศ “ท่านฝางโปรดวางใจ ชาวหลงซานจะส่งมอบสินค้าที่ดีให้ตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ทำให้การค้าของท่านเสียหาย”


นายท่านฝาง หรือ ฝางสี่ คือพ่อค้าที่มีชื่อเสียงพอสมควรในภูมิภาคนี้ การที่เขาจับตาเขตการค้าเล็ก ๆ อย่างเหอซานที่มีเห็ดคุณภาพเยี่ยมสู่ตลาด จนตามมาสู่หลงซานได้ นับว่าสายตาของเจ้าตัวแหลมคมในการมองหาโอกาสสร้างเงินยิ่ง เมื่อเห็นเบื้องหลังของพวกชาวบ้านเป็นท่านนักพรตหญิงผู้ได้รับความเคารพทั่วทั้งสี่แคว้น รวมไปจนถึงแม่นางเจียงท่านนี้ จากที่คุยกัน นักพรตเซี่ยก็จะเอ่ยยกยอตลอดว่านางนี่เองที่เป็นเจ้าของความคิดในการเพาะเห็ด “อันที่จริงข้าเคยได้มีโอกาสรับประทานเห็ดเหล่านี้ด้วยตนเองแล้ว พบว่ามีรสชาติอร่อยจนน่าเสียดายหากจะปล่อยให้ได้ลิ้มรสในอำเภอเล็ก ๆ แม้เราจะเพิ่มทำสัญญากันไป แต่มิทราบว่าแม่นางเจียงเคยมองไว้หรือไม่ว่าในอนาคตจะขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพื่อให้สามารถส่งขายได้หลายพื้นที่มากขึ้น”


พูดถึงเรื่องค้าชาย ฝางสี่ไม่เคยกลัวหากมีความมั่นใจในสินค้า และเห็ดชนิดนี้เขาทั้งกินเองและให้คนรอบข้างกินแล้ว ต่อให้ยังไม่ได้ขายจริง เขามั่นใจว่าอย่างไรตนก็ทำตลาดได้แน่


“เห็นนายท่านฝางชื่นชมเห็ดของพวกเราถึงเพียงนี้ข้าก็ดีใจ แต่อย่างที่ท่านเห็นแรงงานในหลงซานนั้นมีจำกัด ที่แบ่งขายให้ได้ก็ถือเป็นจำนวนสูงสุดของพวกเราแล้ว” เลี่ยงหลินมองแววตาของอีกฝ่าย ไร้ความดื้อดึง แต่เปี่ยมพลัง สมกับเป็นพ่อค้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาว รู้ว่าควรอ่อนในยามใด โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับนักพรตเซี่ยแบบนี้ “อีกทั้งชุมชนหลงซานห่างไกล ความเจริญมาไม่ถึง ข้าเองก็เสียดายเมื่อนึกว่าตนได้ถ่ายทอดความรู้ที่มีให้แก่พวกชาวบ้านจนหมดสิ้นแล้วแต่ไม่อาจต่อยอดให้มากกว่านี้”


พัดในมือของนักพรตเซี่ยหยุดลง ภายในอกที่สงบนิ่งอยู่เสมอพลันสะดุดด้วยคลื่นอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาจาง ๆ คนเรามักเห็นผลประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่เสมอ หากวันหนึ่งแม่นางเจียงจะเรียกร้องสิ่งใดย่อมได้ ตนย่อมไม่นึกรังเกียจเลย นั่นเพราะว่าเดิมก็เป็นสิ่งที่นางสมควรจะได้อยู่แล้ว แต่ยิ่งนานวันสตรีผู้นี้ยิ่งทำให้ตระหนักว่า อันเพชรแท้แม้อยู่ในโคลนตมก็ยังเป็นเพชรแท้ ต่อให้อีกฝ่ายยากลำบากอย่างไรก็ไม่อาจสั่นคลอนอุดมการณ์เซี่ยอิงอิงเคยพบบุคคลลักษณะเช่นนี้มาก่อน สิ่งที่แม่นางเจียงเป็นอยู่ไม่ได้เรียกว่าความอ่อนต่อโลกจนโง่งม แต่เป็นความเย่อหยิ่ง ความมั่นใจในตนเองของผู้ที่มีความสามารถสูงมาก คิดว่าคนอย่างตนเองนั้นสามารถสร้างโอกาสใหม่ ไขว่คว้าได้ด้วยสองมือของตนเองเสมอ จนไม่นึกหวงแหนน้ำใจและไม่นึกเสียดายเมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือดังเช่นยามนี้ นางกำลังสร้างโอกาสยิ่งใหญ่มหาศาลให้พวกชาวบ้าน นายท่านฝางผู้นี้เจนจัดในการค้าขายย่อมต้องมองเห็นประกายอันโดดเด่นในตัวของแท่นางเจียงเช่นกัน


ฝางสี่ครุ่นคิดด้วยใจที่ไม่สงบนัก ตนเข้าใจความนัยของประโยคที่อีกฝ่ายสื่อ แต่ยังตกตะลึงว่านี่คือเรื่องจริงหรือเจียงเลี่ยงหลินผู้นี้อายุยังน้อย เหตุใดจึงได้ปฏิบัติตนเช่นนี้ ผลประโยชน์ตรงหน้าที่เคยเสนอให้ผู้อื่น ส่วนใหญ่ล้วนไม่มีใครอยากปฏิเสธ ทว่าแม่นางเจียงกลับผลักออกไปจากตัว แล้วกล่าวว่าได้ถ่ายทอดให้พวกชาวจนหมดสิ้นหากไม่เขลาก็คงต้องบอกว่าดีเกินไปเพราะขาดประสบการณ์ แต่จากความสงบของอีกฝ่าย ผนวกกับสัญชาตญาณในฐานะคนค้าขายของฝางสี่กำลังร้องเตือนด้วยระดับเสียงซึ่งดังที่สุดว่านางคือช้างเผือกในป่าลึก นางกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาลงทุนที่นี่หากกล้าหาญพอ “แม่นางเจียงกล่าวเช่นนี้ข้าก็นึกเสียดาย เพราะอย่างไรหลงซานก็ห่างไกลจริงดังว่า กว่าจะขนส่งไปพื้นที่ไกล ๆ เห็ดก็คงเน่าเสียเสียก่อน”


รอยยิ้มที่มุมปากเกิดขึ้นเบา ๆ เลี่ยงหลินถึงกับอุทานในใจว่าพ่อค้าคนนี้เขี้ยวลากดิน แต่นางไม่มีทางยี่หระกับคำว่าอับจน ความสำเร็จ ความสามารถของพวกเขา มีสิ่งใดบ้างที่นางน้อยหน้า นางคือเชฟหญิงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้ดาวมิชลินสามดวง ณ ตอนนั้น นางคือเจ้าของภัตตาคาร เลอ มาร์แตง ที่โด่งดังทั่วโลก มีตำราอาหารของตัวเองถึงสองฉบับและได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในห้าสิบเชฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ คนทั่วไปในโลกเดิมอาจมองเรื่องความเสมอภาคและไม่ตระหนักเบื้องหลังอะไรนอกจากชื่นชมความสามารถ แต่สำหรับนางที่อยู่ในวงการอาหารย่อมรู้ดีกว่าใครว่าการแข่งขันสูงลิบแค่ไหน เพียงโฉมหน้าผู้ครอบครองชื่อเสียงบนหอเกียรติยศมีผู้หญิงอยู่กี่คนยังนับหัวได้ ธุรกิจขายเห็ดระดับนี้ไม่ใช่อะไร ชื่อเสียงระดับนี้ไม่ใช่อะไร ผลประโยชน์นี้ไม่ได้มีค่าพอที่นางจะต้องเอาตัวเองไปยื้อแย่งกับชาวบ้านถ้าหากความดีงามหมายถึงการส่งมอบโอกาสต่อให้กับใคร นางก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพราะคนเราย่อมไม่ต้องการสิ่งใดในชีวิตมากเกินไปกว่าน้ำใจที่พึงมีให้แก่กัน “เห็ดพวกนี้ไม่ได้มีวิธีจัดการยากเย็นอันใด หากเกินอายุก็ต้องแปรรูปให้เป็นอาหารอย่างอื่นเสีย หากค้าขายสดก็เพียงขยายการเพาะปลูก แต่อย่างที่ข้ายืนยันไปแล้วกับนายท่านฝาง ความรู้ทั้งหมดนี้ข้าได้ถ่ายทอดให้ชาวหลงซาน ภายใต้ความดูแลของนักพรตเซี่ยและสำนักจื่อคง ข้าย่อมไม่กังวลอื่นใดอีก”


ภายใต้ท่าทางอันปกติของฝางสี่ ทว่าในอุ้งมือของพ่อค้าวัยกลางคนกลับเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น เขาย่อมเห็นโอกาสชัดเจนตลอดทั้งเดือน ความนิยมในเหอซานได้บอกเล่าถึงความสามารถในการเติบโตทางการค้าของเห็ดพวกนี้แล้ว หากแต่เมื่อเห็นแม่นางน้อยผู้นี้จึงรู้สึกขัดใจอยู่บ้างเมื่อนึกว่าตนกำลังเจรจากับหญิงสาววัยไม่น่าจะพ้นยี่สิบนางหนึ่งเท่านั้น และสิ่งที่นางเสนอกำลังก้าวข้ามข้อเสนอของเขาอย่างมาก เดิมทีตั้งใจเพียงกดดันให้นางเพิ่มกำลังการเพาะปลูกเพื่อที่จะได้กำไรมากขึ้น แต่ในตอนนี้นางกลับยื่นมือออกมา เตรียมตัวพาเขากระโจนโลดโผนด้วยการลงทุนทำโรงเรือนเพาะเห็ด พร้อมกับตีสีหน้าใสซื่อชื่นบาน


ความเลื่อมใสผุดขึ้นมาจากเบื้องลึกในใจราวตาน้ำ นึกอิจฉาชาวหลงซานเหลือเกิน ทิศทางที่นางกำลังวางรากฐานให้พวกเขาเหล่านั้นกำลังยกระดับจากชาวบ้านตาดำ ๆ ให้กลายเป็นอีกสังคมหนึ่ง เมื่อนึกว่าหากตนต้องการขยายการเพาะปลูกเห็ดในเมืองอื่น ๆ ต้องกลับมาจ้างพวกผู้นำชาวบ้านเพื่อออกไปคุมงานตามโรงเพาะที่ต่าง ๆ แค่จินตนาการภาพก็เห็นแล้วว่าวิถีชีวิตของชาวหลงซานจะก้าวไปไกลแค่ไหน คงมั่งคั่งไม่แพ้เมืองเหลียนที่เน้นหนักในเรื่องการผลิตสายแร่และใช้หลักการคล้าย ๆ กันนี้


นักพรตเซี่ยเองก็ถึงกับนั่งเกร็งแม่นางเจียงยังคงจำได้ว่าเมื่อวันแรกที่มาหลงซาน ตนได้เอ่ยเรื่องใดออกไปนี่มิใช่ว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามช่วยหาทางออกเรื่องทางการไม่ให้การสนับสนุนหลงซานในฐานะอำเภอหรือ ขอเพียงชุมชนแห่งนี้หยัดยืนด้วยตนเองได้ ยังจะต้องสนใจเรื่องอื่นใดอีก


“ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ข้าตั้งใจจะให้พวกชาวบ้านแปรรูปเห็ดอีกส่วนหนึ่งเอาไว้ก่อนเพื่อให้ทดลองขายในเหอซาน การที่นายท่านฝางมีความกังวลข้าเองก็เข้าใจ พูดถึงเรื่องการลงทุนในขณะที่ยังไม่เห็นสินค้า อีกทั้งพวกเราก็ไม่เคยร่วมค้าขายกันมาก่อน สัญญาครั้งนี้ก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ฉบับแรกเท่านั้นคงจะขอให้ท่านเชื่อใจข้าในครั้งเดียวไม่ได้ เช่นนั้นก็รอดูผลตอบรับสักระยะก่อนเป็นไร ค่อยกลับมาเจรจากันเพิ่ม สำหรับการค้าขายสินค้าแปรรูป คงไม่อาจแบ่งกำไรให้ท่านได้เพราะทางข้าต้องรับภาระต้นทุน แต่ว่าข้ายินดีจ่ายค่าฝากสินค้าตามข้อกำหนดของร้านค้าตระกูลฝาง” เลี่ยงหลินบอกอย่างใจกว้าง ความจริงแล้วนี่คือจิตวิทยาอย่างหนึ่งในการเจรจาธุรกิจ การแจกของทดลองชิมให้คนทั่วไปอาจสร้าง Brand awareness[1] ได้ แต่การทำให้คนที่อาจเป็นคู่ค้ารู้สึกว่าฝ่ายนางกำลังยอมเสียเปรียบ ด้วยการขยายเวลาหรือให้ทดลองใช้สินค้าล็อตใหญ่มักจะสร้างพันธะความเกรงใจต่อกัน ผลสรุปนั้นก็คงไม่แคล้วว่าสุดท้ายนางจะได้หนังสือสัญญาฉบับที่หมายตาแน่นอน


“คุยกันมานานจนคอแห้งแล้ว เชิญนายท่าฝางจิบน้ำชาและรับประทานของว่างสักหน่อยเถิด”


นางรุกคืบไปอย่างช้า ๆ เนื่องด้วยเข้าใจดีว่า ไม่ว่าจะมีสินค้าดีแค่ไหน แต่สภาพสังคมในโลกนี้ก็ยังต้องการความอ่อนน้อมภายใต้ระบบอุปถัมภ์อยู่นั่นเอง


จิ่งหลิวยกของว่างเข้ามาให้ ในจานนั้นเป็นของว่างรับประทานคู่ชายอดนิยมของชาวญี่ปุ่นขนมเซมเบ้[2]นั่นเอง เลี่ยงหลินใช้เห็ดนางฟ้าทำทั้งหมดไว้ เมื่อตอนนักพรตเซี่ยมาเปรยไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะมีพ่อค้ามาซื้อเห็ด


เป็นครั้งแรกในชีวิตพ่อค้าอันยาวนาน ฝางสี่รู้สึกว่าอีกฝ่ายหาใช่แม่ค้ามืออาชีพ อีกทั้งข้อเสนอที่นางให้ก็ไม่ได้วางเล่ห์เหลี่ยมเจนจัดจนเหมือนพวกเขี้ยวลากดิน แต่กลับชวนให้รู้สึกว่าเขาไม่ควรปฏิเสธอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงวิถีชีวิตชาวบ้านจะเปลี่ยนไป แต่กิจการตระกูลฝางเองก็กำลังจะไปพร้อมกับการตัดสินใจครั้งนี้ด้วย


 “ข้าตกลง แต่แม่นางเจียงไม่ต้องเสนอเงื่อนไขเช่นนั้น” ฝางสี่ตัดสินใจก่อนจะเห็นสินค้าด้วยซ้ำ “ต่อแต่นี้ร้านค้าตระกูลฝางจะจำหน่ายสินค้าทุกอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับเห็ดของหลงซานส่วนราคาก็ให้เป็นไปตามสัญญาที่ทำกันเมื่อครู่นี้เป็นอย่างไร”


ระหว่างนั้นเขายกชาขึ้นจิบ กัดของว่างตามคำเชื้อเชิญของชาวบ้านก่อนจะนิ่งไป เจ้าตัวเคี้ยวอยู่สักพักแล้วกัดใหม่อีกครั้ง กินจนหมดชิ้นจึงได้รู้ว่าทั้งหมดนี้คือเห็ดนางฟ้า


เขาเพิ่งจะกลืนของว่างอะไรเข้าไป


“ข้ารู้สึกว่าเนื้อหาเมื่อก่อนนั้นออกจะไม่เหมาะสมสักหน่อยหากพวกเราจะคบค้ากันในระยะยาว” สัญญาฉบับนั้นเป็นการซื้อขายในฐานะพ่อค้าคนกลางตามธรรมดา ฝางสี่ซื้อราคาทุนไป จะไปขายเท่าใดก็เป็นเรื่องของเขา แต่จุดมุ่งหมายของเลี่ยงหลินไม่ใช่ความร่ำรวยเพียงครั้งเดียว แต่นางต้องการให้ชาวบ้านมีอาชีพมั่นคงด้วย “ท่านย่อมเห็นแล้วว่าเพียงลำพังเห็ดสดได้รับความนิยมแค่ไหน ถ้าหากมีสินค้าอย่างอื่นด้วยเล่า เมื่อนั้นท่านนักพรตเซี่ยคงไม่แคล้วต้องรับหน้าทำสัญญาแทนชาวบ้านเสียหัวหมุน นายท่านฝางมิต้องการเป็นผู้ขายสินค้านี้เพียงผู้เดียวหรือ”


ชายวัยกลางคนหยิบขนมเซมเบ้อีกชิ้น ทุกอากัปกิริยาของเขาอยู่ในสายตาของเลี่ยงหลินและนักพรตเซี่ย เขากินช้าลง ดมกลิ่นของมันก่อน กลิ่นออกเค็ม ๆ คล้ายเกลือแบบนี้กระตุ้นให้น้ำลายเอ่ยขึ้นมาตามกระพุ้งแก้ม เป็นของว่างที่แม้อต่บุรุษยังชื่นชอบ


“ขนมนี้เป็นของที่ข้าทดลองใช้เห็ดนางฟ้าทำดู ไม่ทราบว่าพอจะขายออกหรือไม่”


ขายออกหรือไม่? อย่าถามเลย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามากกว่า ฝางสี่เอ่ยในใจ เขาหยิบชิ้นที่สามแล้ว พออมเอาไว้เหมือนความกรอบจะคลายตัวเปาะแปะในปาก กลิ่นหอมบางอย่างอบอวล


ข้อเสนอของนางเริ่มทำให้รู้สึกว่าเป็นพันธะสัญญาปีศาจอันน่ากระโจนคว้ามากขึ้นทุกที


“นี่เพียงสินค้าขายในภูมิภาคใกล้ ๆ เรายังไม่ได้พูดถึงการนำออกไปขายต่างเมืองอย่างที่ท่านสนใจเลย” เสียงหวานเอ่ยต่อ


เรื่องที่เคยใช้ล่อหลอกนางให้เกิดความโลภ ย้อนกลับมาเข้าตัวเองทันที แต่ในฐานะคนค้าขาย เขาย่อมไม่ปฏิเสธเงินตรา “แม่นางเจียงคิดสูตรขนมนี้ขึ้นเองหรือ”


นางพยักหน้า


คราแรกเลี่ยงหลินไม่มั่นใจในตัวฝางสี่ แต่ก่อนหน้า นักพรตเซี่ยได้ยืนยันแล้วว่าท่ามกลางพ่อค้าที่มาขอเจรจาซื้อสินค้า ฝางสี่ผู้นี้ใช้ได้มากที่สุด ภูมิหลังก็เหมาะสม นับว่าเป็นคหบดีน้ำดี ไม่เอารัดเอาเปรียบใครจนเกินงาม หากเป็นในโลกเดิมของนาง บุคคลแบบนี้เมื่อเป็นอภิมหาเศรษฐีย่อมมีแต่ผู้คนจดจำ


“ข้าขอถามตรง ๆ” แก้วตาดำขาวตัดกันชัดเจนของนางดูแน่วแน่ “นายท่านฝางจะไปด้วยกันหรือไม่ ไม่ใช่เพียงสินค้า โรงเห็ดเหล่านี้ยังปลูกได้ ให้ผลผลิตทุกฤดูกาล และทำได้กับเห็ดเกือบทุกชนิด”


ฝ่ายผู้ติดตามฝางสี่ถึงกับจิตใจหลุดลอยไปแล้ว ยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นนายท่านของตนยอมลงให้เพื่อแม่นางคนหนึ่งเท่านั้น


ได้ยินคำว่า เห็ดเกือบทุกชนิดจากนาง เขารู้สึกเหมือนความฝันทั้งหมดในชีวิตกำลังจะกลายเป็นรูปธรรม ไม่ต้องบอกเลยว่านี่จะพลิกโฉมตลาดสินค้าที่มีเพียงเห็ดป่ามากมายแค่ไหน อีกทั้งเห็ดเพาะเหล่านี้ยังมีคุณภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด “สินค้าเห็ดทั้งหมดของหลงซานข้าจะรับไว้ด้วยราคาทุน และจะแบ่งกำไรให้จากการขายสินค้าแปรรูปสองส่วน สำหรับโรงเพาะเห็ดข้าจะจ่ายค่าเปิดโรงเรือนละสามพันตำลึงทองรับประกันสามโรงเรือนภายในปีนี้ โดยจะจ้างผู้คุมงานทั้งหมดจากหลงซานให้ช่วยควบคุมแรงงาน มีค่าจ้างรายเดือนตามตำแหน่งที่แต่ละคนได้รับ อีกทั้งข้าจะเป็นรับผิดชอบรายจ่ายในการก่อสร้าง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก สวัสดิการต่าง ๆ พร้อมส่วนแบ่งจากมูลค่ากิจการเพาะปลูกและจำหน่ายเห็ดสดหนึ่งส่วน แม่นางเจียงคิดว่าอย่างไร”


ได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงค่าเปิดโรงเรือน เลี่ยงหลินพลันรู้สึกประทับใจ ไม่นึกว่าพ่อค้าในโลกเช่นนี้ สังคมเช่นนี้ จะยินยอมเสนอค่าแฟรนไชส์[3]แก่นางออกมาด้วยตนเอง อีกทั้งในส่วนโรงเพาะเห็ดนางก็ได้หุ้นจากหนึ่งในสิบส่วน ส่วนสินค้าแปรรูปได้สองส่วนจากกำไร ดูเหมือนเขาจะเทหมดหน้าตักแล้วจริง ๆ นางย่อมไม่มีเหตุผลที่จะโก่งราคา ในเมื่อเขาตีค่าโรงเพาะเห็ดไว้ถึงสามพันตำลึงทอง “ตกลง นักพรตเซี่ยจะเป็นผู้ลงนามในหนังสือสัญญาทั้งหมดนี้เช่นเดิม”


“แม่นางเจียง” เซี่ยอิงอิงงงงันแล้วจริง ๆ จนถึงท้ายที่สุดอีกฝ่ายไม่คิดจะเก็บไว้สร้างรายได้ระยะยาวสักฉบับหรือ ในเมื่อโรงเพาะเห็ดที่ฝางสี่ประกันไว้ในปีนี้ก็มีถึงสามแห่งด้วยกัน


“อีกไม่นานข้าก็ต้องเดินทางต่อ ท่านนักพรตช่วยดูแลพวกชาวบ้านถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว”


นักพรตเซี่ยนั้นแม้จะอยากร้องบอกว่าตนละทางโลกแล้วไม่อยากยุ่งเรื่องเงินทองแต่ก็น้ำท่วมปาก เพราะทุกสิ่งคือประโยชน์ของทั้งชุมชน


“เสี่ยวอินร่างสัญญา” ฝางสี่สั่งการ


ฝ่ายผู้ช่วยกางกระดาษและร่างหนังสือสัญญาต่อหน้า มือของเขาสั่นสะท้าน ไม่เคยนึกฝันว่าตนจะได้เขียนสัญญาการค้าที่ดูจะมีอนาคตไกลถึงเพียงนี้


“แม่นางเจียง ในฐานะตัวแทนชาวหลงซานข้าคงต้องกล่าวสักครั้ง” เซี่ยอิงอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “ขอให้แม่นางรับสัญญาโรงเรือนเพาะเห็ดที่มีมูลค่าสูงที่สุดไว้หนึ่งฉบับด้วย ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยินยอมออกหน้าแทนเด็ดขาด”


เจออีกฝ่ายยื่นคำขาดแกมบังคับ เลี่ยงหลินก็ปฏิเสธไม่ได้


“ข้าคิดไว้แล้ว โรงเพาะเห็ดที่ใหญ่ที่สุดจะตั้งที่เซิ่นหยวน ที่นั่นมีอากาศค่อนข้างชื้นกว่าที่เห็นในโรงเพาะของพวกท่าน น่าจะช่วยเสริมให้ผลผลิตเยอะมากขึ้น”


เมืองเซิ่นหยวน มิใช่ว่าอยู่ไกลคนละทิศจากฉางเฉินเลยหรือ คิ้วเรียวขมวดลงหลังจากพยายามเค้นความทรงจำของเจ้าของร่าง


“แต่ข้าทราบดีว่าแม่นางเจียงยังต้องเดินทาง จึงมีสิ่งนี้มอบให้” หลังจากฝางสี่เอ่ย เสี่ยวอินซึ่งเป็นผู้ช่วยก็ยื่นป้ายประจำตัวคู่ค้าและหนังสือรับรองจากตระกูลฝางออกมา “ทุกวันที่ 25 ของเดือน แม่นางสามารถนำป้ายนี้พร้อมหนังสือประจำตัวและหนังสือรับรองจากข้า ไปยื่นที่ร้านค้าเงินของกลุ่มการค้ากลางได้ทุกเมืองเพื่อรับส่วนแบ่ง สำหรับท่านนักพรตเซี่ยมิต้องกังวล ตระกูลฝางมีร้านค้าที่เหอซานอยู่แล้ว ข้าจะให้เถ้าแก่ร้านมาหลงซานเพื่อรายงานการค้า ทุกวันที่ 25 ของเดือนเช่นกัน”


เลี่ยงหลินมองป้ายไม้สีดำลงมุกเหลือบวาวห้อยพู่เงิน ตัวอักษรฝางสั้น ๆ ดูเรียบแต่สง่างาม อีกชิ้นคือหนังสือรับรองเล่มเล็กจากตระกูลฝางที่หุ้มปกด้วยแพรไหมสีเทาเงิน ถือว่าเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีกับตระกูลนี้ แต่ในอนาคตข้างหน้า หากกิจการนี้ก้าวไปไกล เขาย่อมไม่หยุดอยู่ในฐานะเพียงคหบดีประจำเมืองแน่


ดังนั้นนางจึงลงนามในหนังสือสัญญาโรงเพาะเห็ดฉบับหนึ่ง จากนั้นจึงเป็นของนักพรตเซี่ยอีกสามฉบับ ซึ่งเป็นการจำหน่ายสินค้าแปรรูปจากเห็ดหนึ่งฉบับ และโรงเพาะเห็ดอีกสองฉบับ


ในตอนนี้ก็ถือได้ว่านางกลายเป็นผู้ร่ำรวยคนหนึ่งแล้วจริง ๆ

 

 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

Brand awareness[1] การทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่ามีสินค้าหรือธุรกิจของเราอยู่ในท้องตลาด อาจสร้างด้วยการจัดกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ โฆษณา การเปิดโอกาสให้ทดลองใช้สินค้า ถือเป็นก้าวแรกในการเป็นที่รู้จัก และนำไปสู่การเกิดยอดขาย

เซมเบ้[2] (Senbei) - ข้าวเกรียบแบบญี่ปุ่น

แฟรนไชส์[3] (Franchise) - กิจการที่แตกสาขาออกมาจากบริษัทแม่ โดยเจ้าของกิจการร่วมทุนกับบริษัทแม่ และมีการแบ่งผลประโยชน์กัน

 

 


ขนมเซมเบ้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.485K ครั้ง

7,916 ความคิดเห็น

  1. #7306 Viwan Tada (@viwan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 21:18
    วนมาอ่านบทนี้ รอบที่ 5 รอ อยู่นะ
    #7306
    0
  2. #7229 fonlbol (@fonlbol) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:12

    ถือว่าสร้างรากฐานในลูกในอนาคตเลยเจ้าค่่ะ

    #7229
    0
  3. #6973 จอย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:10

    หานิยายแบบนี้มานานมากแล้ว ขอบคุณที่สร้างผลงานคุณภาพให้ได้อ่านนะคะ

    #6973
    0
  4. #6267 Hihashi (184) (@murasaki-hoshoku) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 23:20
    เหมือนเก็บเข็มกลัดตามยิม
    #6267
    2
    • #6267-1 blueberry kisses (@blueberrykisses) (จากตอนที่ 22)
      31 พฤษภาคม 2562 / 00:15
      เราเห็นด้วยมากๆ พูดซะเห็นภาพเลยค่ะ5555555555
      #6267-1
  5. #6132 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 10:57
    รวยแล้วจ้าาาาาา
    #6132
    0
  6. #5801 vanids (@vanids) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:39
    แล้วผัวเมียเมื่อไหร่จะได้เจอกัน
    #5801
    0
  7. #5630 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 13:18
    ดีงามมมรวยยยยยย
    #5630
    0
  8. #5242 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:20

    เชฟเคี้ยวไม่ง่ายนะคะ สามดาวไม่ได้มีไว้ประดับเล่นๆกว่าจะไปได้ขนาดนั้น เชฟคือไฟต์เตอร์!! ฟาดๆค่า!!

    #5242
    0
  9. #4673 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 15:40
    ชื่นชม
    #4673
    0
  10. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 12:39
    😊😊😊
    #4220
    0
  11. #4121 phonprapassorn99 (@phonprapassorn99) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:14
    อ่านสนุก ได้ความรู้ดีมาก ๆ ชื่นชมนักเขียนค่ะ เก่งมากจริง ๆ
    #4121
    0
  12. #4114 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:30
    แล้วนางก็ค่อยๆสร้างฐานอย่างช้าๆแบบไม่รู้ตัว~
    #4114
    0
  13. #3186 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:55
    ท้องร้อง5555

    แล้วี้องค์รักษ์ของตวนอ๋องจะเจอน้องตอนไหนหนอ
    #3186
    0
  14. #3038 wilaiwan111 (@wilaiwan111) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 01:16
    สนุกมากจริงแล้วก็หิวทุกครั้งที่อ่านจริงๆ555รักเลยเรื่องนี้ตอนแรกกะอ่านเล่นๆ5555อ่านวันเดียว22ตอนเลยทีนี้😍😍😍
    #3038
    0
  15. #3033 sajojoe (@sagosago) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:05

    รู้สึกงงเล็กน้อย ในสมัยนั้นมันไม่ออนไลน์ถึงกัน ทุกเมืองจะรู้ได้ไงว่ากำไรเท่าไหร่ แล้วต้องแบ่งให้นางเอกเท่าไหร่

    #3033
    2
    • #3033-2 I'm Tiger (@defnontt) (จากตอนที่ 22)
      9 เมษายน 2562 / 13:43
      ตั๋วเงินยังแลกได้ทุกเมืองเลย ถ้าการค้าสกุลใหญ่ๆจะมีหอการค้าของแต่ละเมือง ซึ่งเขามีข้อมูลติดต่อกันอยู่แล้ว ลองหาอ่านเพิ่มเติมเอานะคะ
      #3033-2
  16. #3015 pumakbawkaew326 (@pumakbawkaew326) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:00
    ไม่ต้องมงไม่ต้องมีแล้วมั่งพระเอก555+
    #3015
    0
  17. #2989 มุกึๆ (@bananachung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:18

    รู้สึกหิว ฮืออ สนุกมากค่าาา ความรู้เยอะมากๆ
    #2989
    0
  18. #2957 DarK DeviL (@mantro) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 09:26
    เราชื่นชมไรเตอร์นะ เพราะเราเห็นว่าไรเตอร์คอยค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาแต่งนิยาย เหมือนกับว่าความรู้ที่ไรเตอร์ได้ศึกษามันได้ตกผลึกและรวบยอดออกมาเป็นนิยายเรื่องนี้ แล้วภาษาเขียนก็ดีมากด้วย ขอให้พัฒนาและต่อยอดด้านดีๆแบบนี้ต่อไปนะ มันสนุกมาก เราชอบ เพราะมีความแปลกใหม่ และแนวคิดใหม่ๆด้วย
    #2957
    0
  19. #2835 grillbert (@grillbert) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:27
    ลุยเดี่ยวยาวเลยก็ได้จ้า ได้ความรู้เยอะดี || คุณพระเอกรอยาวๆไปเลยนะเราไม่รีบ 555+
    #2835
    0
  20. #2834 NooTua (@NooTua) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:21

    อ่านตอนสี่ทุ่มครึ่ง.ทรมานมากกกกก อาการอยากขนมค่ะ

    #2834
    0
  21. #2831 Fonfahahkard (@Fonfahahkard) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 20:42
    อยากอ่านอีกกกกด
    ติดงอมแงมแล้ววว
    #2831
    0
  22. #2829 rosesiwa (@rosesiwa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 20:34

    รอเล่มอย่างใจดใจจ่อมากค่ะ ตอนแรกว่าจะสอย e-book เพราะหนังสือเริ่มล้น แตเรื่องนี้ขอเก็บเล่มเลยค่ะ
    #2829
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. #2827 p-dragon2 (@P-dragon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 20:09

    สนุกมากค่ะ
    #2827
    0
  25. #2825 mini-o- (@kannikars) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:01

    สนุกมากคร้า จะรอสอยเล่มมาเก็บไว้นะคะ ชอบนางเอก เมรี่ซูมากอ่ะ

    #2825
    0