Dream Catcher ฝันลวงโลก

ตอนที่ 4 : Begin 3 Team Donovan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    2 พ.ค. 60

3

Team Donovan

 

            รถบรรทุกพาโคลนทั้งหมดมาถึงสถาบัน ดรีมแคชเชอร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง รถทุกคันจอดหลบอยู่โรงรถด้านหลังของอาคารเพื่อเลี่ยงสายตาประชาชนและผู้สื่อข่าวที่คงมารอชมการคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่สี่สิบของสถาบัน หลังจากรถจอดสนิทแล้ว เจ้าหน้าที่ก็มาพาเราลงจากรถ ฉันเดินตามแถวโคลนคนอื่นๆ เข้าไปในตึก ผ่านทางเดินยาวที่มีประตูห้องยิบย่อยเหมือนในอพาร์ตเมนต์ที่ฉันเคยอยู่ จนถึงทางแยกที่มีเจ้าหน้าที่คอยจับแยกชายหญิงไปคนละทาง ฉันเดินเลี้ยวขวาทันทีอย่างรู้งาน แล้วเข้าไปในห้องที่มีผู้หญิงกำลังถอดเสื้อออกอยู่เต็มไปหมด

            ฉันถูกเจ้าหน้าที่หญิงเข้ามาปลดกุญแจมือ ส่งชุดใหม่ให้พร้อมกับบอกให้เปลี่ยนเสื้อ ฉันเดินหลบมายังผนังด้านหนึ่งของห้องแล้วจัดการถอดชุดเก่าออก ทิ้งมันไว้กับพื้นเหมือนคนอื่นๆ จากนั้นก็สวมเสื้อกับกางเกงขายาวตัวใหม่ เป็นสีดำเรียบเนียนและรัดรูป หากแต่เนื้อผ้ายืดหยุ่นเคลื่อนไหวง่าย ในห้องนี้ไม่มีกระจก แต่ฉันจินตนาการสภาพตัวเองไปแล้วว่าคงเริ่มเหมือนนักเรียนเตรียมทหารของดรีมแคชเชอร์เข้าไปเต็มขั้น

            หลังเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย โคลนหญิงทุกคนก็เข้าแถวเดินออกมารวมกับโคลนชาย เจ้าหน้าที่จะเข้ามาจัดให้ดูคละกันไปอีกที ฉันโดนย้ายไปยืนรวมกับชายบ้างหญิงบ้าง กระทั่งพวกเขาจัดเราจนพอใจ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งดูท่าจะเป็นหัวหน้าจึงสั่งให้เราเดิน

            “ทีน่า” มีคนเรียกฉัน

            ฉันหันหลังไป เห็นจอห์นยืนเยื้องอยู่ทางซ้าย ชุดใหม่ทำให้เขาดูแปลกตาไป

            “ดูดีขึ้นมาหน่อย” เขาว่า “ฉันหมายถึงชุดนี้ทำให้เธอดูเป็นสาวแกร่งขึ้นมาน่ะ”

            “อ้อ ขอบคุณ” ฉันตอบกลับไป “นายก็เหมือนกัน”

            “ฮ่า ฉันชอบมันเชียวล่ะ” จอห์นดูภูมิใจ หันไปอวดกับผู้ชายอีกคน “นายคิดเหมือนกันใช่ไหมพอล”

            “ใช่ เรากำลังจะไปโดมคัดเลือกของดรีมแคชเชอร์” ชายอีกคนพูด เขามีผมสีแดงเป็นประกาย หน้าตกกระ “ฟังดูเป็นโคลนที่มีเกียรติมากเลย”

            จอห์นหันมาแนะนำพอลให้กับฉัน บอกว่านี่คือเพื่อนของเขาเอง ฉันทักทายพอลไปสั้นๆ จากนั้นก็ปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันไปตลอดทาง มีเจ้าหน้าที่ถือแท่งกระแสไฟฟ้าขนาบข้างโฉบมา ฉันหวาดเสียวว่าจอห์นกับพอลอาจจะโดนช็อตใส่เนื่องจากพวกเขาพูดคุยเสียงดังเหลือเกิน

            “พวกนายพูดดังเกินไปแล้วนะ” ฉันหันไปกระซิบ

            “ไม่เป็นไรหรอก ทีน่า คนพวกนี้ไม่กล้าทำอะไรเราอีกแล้ว เพราะเรากำลังสวมบทเป็นผู้สมัครดรีมแคชเชอร์” จอห์นพูดพร้อมหันไปหัวเราะกับพอล “เพราะงั้นเรามาสนุกกันให้เต็มที่ดีกว่า” เขาหันมาบอกฉันในตอนท้าย

            ไม่นานเราก็มาถึงยังโดมคัดเลือกที่พอลบอก ฉันแทบตะลึงกับโดมที่ใหญ่มากราวกับสนามกีฬา สามารถบรรจุคนได้เป็นพัน ด้านล่างที่เรายืนเป็นพื้นโล่งซึ่งตอนนี้มีเด็กผู้สมัครตัวจริงกว่าสามร้อยคนยืนอยู่ก่อนแล้ว เด็กโคลนที่ถูกนำมาเสริมกำลังเดินเรียงแถวออกมาต่อจนเต็ม ฉันอยู่ในแถวแรกๆ ที่เข้ามาเลยได้ยืนอยู่ใกล้กับผู้สมัครตัวจริง พวกเขามองฉันด้วยสีหน้าปกติ ไม่สงสัยอะไร บางคนยิ้มให้ฉันด้วยซ้ำ ฉันเลยยิ้มตอบกลับไปอย่างเป็นมิตร

            วินาทีนั้นฉันเข้าใจเลยว่าการแสดงละครมันเป็นยังไง

            หลังจากเด็กโคลนเข้ามายืนในโดมจนครบแล้ว ฉันก็เงยหน้ามองบางสิ่งที่ลอยผ่านเหนือหัว มันคือกล้องเครื่องจักรเคลื่อนที่อยู่กลางอากาศ ทำหน้าที่จับภาพพวกเราอยู่ข้างบนเพื่อให้ผู้ชมทางบ้านเห็นว่าปีนี้มีวัยรุ่นมาสมัครกันมากขนาดไหน จอห์นยังคงยืนเยื้องอยู่ข้างหลังฉันเหมือนเดิม เขาฉวยโอกาสออกทีวีด้วยการเงยหน้าไปโบกไม้โบกมือยิ้มให้กล้องอย่างเริงร่า ฉันละสายตาจากเขาแล้วหันไปมองที่นั่งบนอัฒจันทร์ ถึงได้เห็นว่ามีผู้ชมมากมายตีตั๋วเพื่อมาดูการคัดเลือกสดถึงที่นี่ มีเด็กผู้สมัครตัวจริงเงยหน้าไปโบกมือให้ผู้ชมด้วย ฉันมองตามถึงได้รู้อีกข้อว่าผู้ชมส่วนใหญ่ที่มาดูสดกันนั้นมักเป็นผู้ปกครองของพวกเขาเอง

            เหนืออัฒจันทร์ขึ้นไป ฉันเห็นระเบียงหนึ่งยื่นออกมาจากห้องอะไรสักอย่าง ด้วยความสงสัยจึงสะกิดเรียกถามจากจอห์นกูรูผู้รู้ทุกอย่าง ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลย จอห์นบอกว่านั่นเป็นระเบียงของท่านประธานสูงสุดแห่งดรีมแคชเชอร์ เขาจะออกมาเฝ้าชมการคัดเลือกทุกปี แต่เราจะไม่เห็นเขาเพราะเขาชอบทำตัวลึกลับ จอห์นบอกแบบนั้น

            ไม่นานนักก็มีเสียงเพลงบรรเลงขึ้น พร้อมกับพื้นโล่งด้านหน้าที่ตอนแรกไม่มีอะไรก็ปรากฏเวทียกสูงขึ้นมาจากพื้น โดมมืดลงเล็กน้อย หากแต่แสงสปอร์ตไลท์กลับส่องไปที่เวทีซึ่งตอนนี้มีพิธีกรชายคนหนึ่งออกมากล่าวทักทายผู้สมัครและผู้ชมในโดม ฉันไม่เคยเปิดทีวีดูรายการของดรีมแคชเชอร์มาก่อน อย่างมากแค่เปิดเจอผ่านๆ แล้วก็เปลี่ยนไปดูช่องอื่นต่อ มาวันนี้ฉันเลยอดรู้สึกตื่นเต้นกับการพูดของพิธีกรคนนั้นเสียไม่ได้ ขณะที่จอห์นกลับบ่นว่าน่าเบื่อ พูดเหมือนเดิมทุกปี ฉันแอบเหล่เด็กสาวผู้สมัครตัวจริงข้างๆ พบว่าหล่อนก็ออกอาการเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน

            หลังจากพิธีกรหนุ่มสารยายกฎกติกาการคัดเลือกให้ฟังเสร็จ เขาก็เชิญผู้ชายอีกสี่คนขึ้นมาแนะนำว่าเป็นหัวหน้าครูฝึกจากทีมอะไร ฉันรู้สึกตลกไม่น้อยที่หัวหน้าครูฝึกแต่ละทีมมีนามสกุลเรียงตามอักษรพอดีเป๊ะ ทำให้เวลาเรียกชื่อทีมย่อๆ จึงกลายเป็นทีมเอ ทีมบี ทีมซี และทีมดี

            “ต่อไปนี้เราก็จะเข้าสู่พิธีคัดเลือกยอดต้นกล้าแห่งดรีมแคชเชอร์กันแล้ว ผมขอเชิญครูฝึกพิเศษที่จะมาปลุกพรสวรรค์ในตัวพวกคุณ คุณคริสโตเฟอร์!” พิธีกรผายมือไปทางชายอีกคนที่เพิ่งเดินขึ้นเวทีมา แม้รูปร่างหน้าตาเขาจะเหมือนคนมีอายุพอสมควร แต่ท่าทางเขากลับดูแข็งแรงคล่องแคล่ว คริสโตเฟอร์มายืนแทนที่พิธีกรพร้อมกับแนะนำตัวอีกครั้ง จากนั้นก็บอกสิ่งที่ผู้สมัครทุกคนต้องปฏิบัติตาม นั่นคือเรียนทักษะต่อสู้ขั้นพื้นฐาน พูดเสร็จเขาก็ตั้งการ์ดขึ้นมา ตะโกนบอกให้ทุกคนทำตาม ผู้สมัครรอบตัวฉันรีบตั้งการ์ดอย่างว่องไว ขณะที่ฉันยกหมัดขึ้นมาแบบงงๆ ไม่แน่ใจว่าโคลนต้องทำแบบนี้ด้วยหรือเปล่า แต่เมื่อหันไปมองจอห์นก็พบว่าเขากำลังตั้งใจฟังคริสโตเฟอร์สอนอย่างมุ่งมั่น สองมือตั้งการ์ดขึ้นมาอย่างแข็งแรง จนฉันคิดว่าถ้าฉันเป็นครูฝึกแบบสี่คนนั้น ฉันคงเลือกเขาเป็นคนแรกเลยล่ะ

            มันน่าตลกมากที่การคัดเลือกผู้เข้ารอบดูจากการตั้งใจเรียนในรายวิชานี้ ครูฝึกทั้งสี่ลงจากเวทีแล้ว คาดว่าคงลงมาดูหน่วยก้านด้วยตัวพวกเขาเอง ตอนนี้ในแถวฝึกซ้อมมีคนสวมชุดลำลองของทหารเดินผ่านไปมาบ่อยมาก จอห์นบอกว่าคนพวกนั้นเป็นพี่เลี้ยงของครูฝึกทั้งสี่คน ซึ่งก็มาจากผู้ชนะปีก่อนๆ นั่นแหละ มาทำหน้าที่ช่วยคัดเลือกผู้เข้ารอบอีกเช่นกัน

            “แล้วพวกเขาคัดเลือกจากอะไร” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้ จอห์นยักไหล่ขณะปล่อยหมัดชกอากาศตามคริสโตเฟอร์ ก่อนตอบ

            “มีหลายวิธี แล้วแต่ครูฝึกแต่ละคน บางคนดูที่ทักษะต่อสู้พื้นฐาน บางคนดูที่หน้า ถ้าถูกชะตาก็เลือก แต่บางคนก็แปลกออกไป เช่น นั่งดูโปรไฟล์ผู้สมัครทีละคนก่อน แล้วถ้าสนใจคนไหนค่อยเข้าไปดูตัวจริงอีกที”

            “แบบนั้นดูซับซ้อนนะ” ฉันว่า “หมายถึงวิธีการของคนสุดท้ายที่นายพูด”

            “ใช่ โคตรยุ่งยากเลย แต่มีอยู่จริงนะ คนที่ทำแบบนั้น” เขาพูด “ถ้าฉันรู้ว่าเป็นคนไหน ฉันจะบอกเธอละกัน”

            ฉันหัวเราะทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “แค่นี้นายก็รู้เยอะเกินไปแล้ว จอห์น”

            “รู้เยอะ แต่ไม่ค่อยมีใครถามน่ะสิ” เขาเว้นจังหวะเพื่อหวดขาเตะอากาศตามคริสโตเฟอร์ ขณะที่ฉันหยุดทำไปแล้วตั้งแต่เขาปล่อยหมัดแรก “เธอเป็นคนแรกที่ถามฉันเยอะขนาดนี้เลยนะ ทีน่า”

            ฉันยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ร้อง เยส!’ ขึ้นมาเสียงดัง เพราะมีพี่เลี้ยงมาเลือกเขาเข้ารอบ เด็กหนุ่มคนนั้นหันไปตบมือกับเพื่อนที่อยู่ข้างหลังก่อนจะเดินตามพี่เลี้ยงออกไปจากแถว ไม่ต้องอยู่ฝึกกระบวนท่าพื้นฐานของคริสโตเฟอร์อีกต่อไป

            “เยส!” ฉันรีบหันกลับมามองจอห์นที่ตอนนี้ร้องออกมาเสียงดัง พลางหันไปตบมือกับพอลแล้วหัวเราะจนตัวงอ ฉันเลยรู้ว่าทั้งคู่กำลังล้อเลียนท่าทางของเด็กหนุ่มคนที่ออกไปเมื่อกี้ ยอมรับว่าฉันรู้สึกอิจฉาที่พวกเขาดูร่าเริงไม่แยแสต่อชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

            ในระหว่างที่ทุกคนกำลังออกท่าหมุนตัวเตะตามคริสโตเฟอร์อยู่นั้น ฉันเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ทำตาม เพราะไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องทำในเมื่อครูฝึกไม่เลือกโคลนเข้ารอบอยู่แล้ว ฉันได้แต่มองผู้สมัครคนอื่นหมุนตัวเตะเป็นสิบรอบเพื่อฝึกท่าให้คุ้นเคย แต่ระหว่างที่เผลอจ้องพวกเขาจนเพลิน จู่ๆ ก็มีมือพุ่งเข้ามาปิดปากฉันจากข้างหลัง ฉันตกใจจะดิ้น หากแต่เขาคนนั้นกลับรัดตัวฉันไว้แน่นพร้อมกับบอกให้เงียบ ฉันหยุดดิ้นในพริบตา ไม่ใช่เพราะเขาสั่ง แต่เป็นเพราะเสียงเขาอ่อนโยนไม่เหมือนคนกำลังคุกคาม และผิวสีน้ำตาลที่ฉันเห็นจากแขนเขามันทำให้ฉันนึกถึงอันนาขึ้นมา

            ชายผิวสีลากฉันออกมาจากแถวเงียบๆ ขณะที่ผู้สมัครทุกคนยังสาละวนอยู่กับการหมุนตัวเตะ บางคนก็หยุดทำแล้วเพราะเหนื่อยและเวียนหัวมาก แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าฉันกำลังถูกลากออกมา กระทั่งเขาพาฉันเข้าไปในห้องๆ หนึ่งแล้วปิดประตูล็อก เขาถึงปล่อยฉันเป็นอิสระ

            “คุณเป็นใคร” ฉันถอยออกมาถามทันทีด้วยความระแวง

            “ใจเย็น ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ” ชายคนนั้นยกมือขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกฉันอย่างประนีประนอม “ฉันโรแลนด์ เป็นโปรแกรมเมอร์ของที่นี่”

            “โปรแกรมเมอร์?” ฉันไม่เข้าใจ โปรแกรมเมอร์จับฉันมาทำไม

            “อันที่จริงฉันก็เป็นพี่เลี้ยงด้วย” เขาบอกต่อ ท่าทางลังเลเหมือนไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ในที่สุดก็พูด “ฉันพาเธอมาเพราะเขาเลือกเธอ”

            เขา?

            “ใช่ เขา” โรแลนด์กระอักกระอ่วน แต่ฉันส่ายหน้า

            “ล้อกันเล่นใช่ไหม ฉันเป็นโคลน อยู่แถวโคลน คุณก็เห็น เขาเลือกฉันไม่ได้”

            “แต่เขาก็เลือกเธอไปแล้ว” โรแลนด์พูด อันที่จริงฉันก็รู้ว่าเขาดูลำบากใจไม่แพ้กัน แต่ให้ทำไง หัวหน้าครูฝึกคนหนึ่งกำลังเลือกฉันเข้ารอบไปเป็นดรีมแคชเชอร์ทั้งที่รู้ว่ามันผิดกฎเนี่ยนะ

            “เธอรออยู่นี่ละกัน เดี๋ยวฉันไปตามเขามาคุยให้” แล้วในที่สุดโรแลนด์ก็ตัดสินใจ เขาเปิดประตูห้อง ฉันทำท่าจะตามออกไป แต่โรแลนด์ก็หันมากำชับฉันอีกครั้งก่อนจะปิดประตูล็อกจากด้านนอกไว้ไม่ให้ฉันไปไหนได้

 

          ฉันนั่งรอมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเขาโผล่มา

            ห้องที่ฉันอยู่เป็นห้องเล็กมีชุดโต๊ะกับเก้าอี้อีกสองตัวไว้สำหรับคนนั่งสนทนากัน ฉันเดาว่ามันอาจมีไว้ใช้สัมภาษณ์หรือสอบสวนอะไรสักอย่างแบบที่ไว้นั่งคุยกันส่วนตัว

            ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง การคัดเลือกดำเนินไปถึงไหนแล้ว คริสโตเฟอร์จะจบคอสฝึกกระบวนท่าต่อสู้พื้นฐานหรือยัง จอห์นเป็นอย่างไร เขาจะเอะใจไหมว่าฉันหายไปไหน ฉันไม่รู้เลย ห้องสี่เหลี่ยมนี่กักขังฉันไว้จากโลกภายนอกอีกแล้ว

            เสียงลมพ่นดังมาจากประตูทำให้ฉันรู้ว่ามีคนกำลังเปิดมันเข้ามา ฉันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันทีทันใด สายตาจ้องชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับโรแลนด์ เขาที่ว่าคือหนึ่งในสี่ของหัวหน้าครูฝึกจริงๆ ฉันจำได้จากที่เห็นบนเวที เพียงแต่เมื่อมองใกล้ๆ เขาดูหนุ่มกว่าที่เห็นตอนแรกมาก น่าจะสักสามสิบห้าได้ ความจริงแล้วครูฝึกทั้งสี่ต่างก็หนุ่มแน่นกันหมดแหละ อายุไล่เลี่ยระหว่างสามสิบถึงสี่สิบปี แต่เขาคนนี้อาจจะเด็กสุดก็เป็นได้ ผมสีน้ำตาลอ่อน ตาสีฟ้า คิ้วดกหนาเรียงสวย โอเค สรุปก็คือเขาดูดีจนฉันต้องเผลอจ้องเขาไปชั่วขณะ ก่อนจะรวบรวมสติได้ฉันก็พูด “คุณมาช้า”

            “งั้นก็ขอโทษที่ทำให้เธอรอนาน” เขาตอบกลับมา “พอดีฉันต้องเลือกคนเข้ารอบให้เสร็จก่อนถึงจะมาหาเธอได้”

            แสดงว่าพิธีคัดเลือกจบลงแล้วสิ

            จอห์นล่ะ?

            “คุณควรปล่อยฉันกลับไปในแถว” ฉันว่า อันที่จริงฉันอยากกลับจะหาจอห์นให้เร็วที่สุด

            “เธอกลับไปไม่ได้” เขาพูด ดับความหวังของฉันจนหมดสิ้น “เพราะฉันเลือกเธอแล้ว ทีน่า”

            “คุณรู้ชื่อฉัน?”

            “ฉันอ่านโปรไฟล์เธอ”

            เดี๋ยวนะ คนที่จอห์นบอกว่ามีวิธีคัดเลือกแปลกๆ ด้วยการอ่านโปรไฟล์ผู้สมัครทีละคนก่อนค่อยเลือก คือเขาเองเหรอ?

            แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อโปรไฟล์ที่หัวหน้าครูฝึกมี มันควรจะเป็นของผู้สมัครตัวจริงเท่านั้น ไม่ใช่โคลนอย่างฉันสักหน่อย

            “ฉันบอกให้โรแลนด์เจาะข้อมูลโคลนมาเอง” เขาเฉลย ท่าทางเหมือนอ่านออกว่าสีหน้าฉันกำลังสงสัยอะไร “เรื่องฝึกกระบวนท่ากับคริสโตเฟอร์ฉันไม่สนใจหรอก ไม่ได้ดูด้วยว่าใครทำอะไรอยู่ในโดม แต่ฉันดูจากประวัติที่แต่ละคนส่งมา เธอคิดเหรอว่าคนที่ยกขาเตะต่อยเก่งจะสามารถเป็นทหารดรีมแคชเชอร์ได้” เขาหันมาจ้องหน้าฉัน “ประวัติของเธอน่าสนใจ ทีน่า ฉันไม่เคยเห็นเด็กโคลนที่ไหนเรียนหนังสือไปทำงานไปเหมือนกับเธอ แถมงานพิเศษที่เธอเคยทำก็คือตัดแต่งเนื้อวัวในโรงฆ่าสัตว์ ฉันมั่นใจว่าเธอคงจะสามารถตัดแต่งเนื้อคนได้ในดรีมแคชเชอร์”

            ให้ตายเถอะ เขารู้เรื่องฉันเยอะเกินไปแล้ว

            “ถึงประวัติฉันมันจะทำให้คุณรู้สึกสนใจแค่ไหนก็ตาม แต่ยังไงฉันก็เป็นโคลน โคลนเป็นดรีมแคชเชอร์ไม่ได้ มันผิดกฎที่นี่ และตัวฉันเองก็ผิดกฎหมายด้วย” ฉันพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่ว่า

            “ในประวัติเธอเป็นมนุษย์” เขาสวน “เป็นลูกสาวของเอมิลี่กับจอร์แดน”

            “นั่นมัน...

            “ประวัติปลอม ฉันรู้ เธอเป็นโคลนของเอมิลี่ ฉันให้โรแลนด์ตรวจสอบแล้ว”

            ฉันหันไปมองโรแลนด์ที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังเขา

            หัวหน้าครูฝึกซึ่งฉันไม่รู้จักชื่อพูดต่อ “ฉันอยากให้เธอมาอยู่ทีมฉัน ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเล่นงาน เพราะฉันจะให้โรแลนด์ลบประวัติที่เธอเป็นโคลนออก” เขาเดินมาใกล้ โน้มคอลงเล็กน้อยเพื่อกระซิบข้างหูฉัน “ฉันรู้ว่าเธอคงไม่อยากโดนเป็นหนูทดลองยาหรือคู่ซ้อมให้กับพวกที่เข้ารอบนั่นหรอกใช่ไหม ลองคิดดู ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสกับชีวิตเธอนะ”

            “ฉันไม่...

            “ฉันเชื่อสัญชาตญาณเธอ” เพราะเขาพูดฉันเลยต้องเงียบ “ฉันอยากเห็นตอนที่เธอหยิบมีดปาดหน้าจอร์แดนจนเสียโฉมอีกครั้ง”

            แล้วเขาก็หันหลังกลับ เดินจากไป เหลือไว้เพียงฉันกับโรแลนด์ที่ยังอยู่ในห้อง โรแลนด์ยืนมองคล้ายกำลังรอฉันตัดสินใจ แต่ฉันพูดอะไรไม่ออกแล้วตั้งแต่ได้ยินเขาพูดว่า อยากเห็นตอนที่เธอหยิบมีดปาดหน้าจอร์แดนจนเสียโฉมอีกครั้ง ให้ตายสิ เขารู้ได้ยังไง ในประวัติมีบอกขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าอพาร์ตเมนต์นั้นไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งเขาไม่น่าจะเช็คได้ละเอียดขนาดนั้นด้วยซ้ำ หรือตอนนั้นเขานั่งดูเหตุการณ์อยู่ในห้องด้วย อ่อ ฉันเล่นมุกน่ะ แต่ก็คงไม่ขำหรอก เอาเป็นว่าหัวหน้าครูฝึกคนนี้รู้เรื่องฉันมากกว่าที่คิด และกำลังยื่นข้อเสนอเพื่อให้โอกาสฉันมีชีวิตใหม่อีกครั้ง

            ให้โอกาสฉันงั้นหรือ?

            ตลกน่า มนุษย์ช่วยโคลนมีที่ไหนกัน

            ยกเว้นเสียว่าเขาจะไม่เหมือนคนอื่น

          สิบเจ็ดปีแห่งการมีลมหายใจ

            ฉันไม่มีทางเลือกมากนัก แต่จะรอดถ้ารับข้อเสนอเขาไว้ ทว่าสิ่งเดียวที่ฉันกังวลก็คือจอห์น จอห์นจะรู้สึกอย่างไรถ้าหากรู้ว่าฉันทิ้งเขากับเพื่อนโคลนทุกคนไปเพื่อมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

            “เธอต้องไปแล้ว” โรแลนด์เร่งเร้า “อีกไม่กี่นาทีหัวหน้าจะเรียกรวมคนที่เข้ารอบทั้งหมด เธอควรไปร่วมกับพวกเขา”

            ฉันสูดลมหายใจ ยอมรับว่าคำพูดเขาได้ผล ใช่ ฉันอยากมีชีวิตรอด อยากสัมผัสถึงตัวเองตอนแก่ ไม่มีโคลนตัวไหนอายุยืนถึงยี่สิบห้า เพราะพวกเรามักถูกกำจัดก่อนจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มวัย แต่ฉันก็อยากจะเป็นโคลนตัวแรกที่มีอายุยืนถึงช่วงเวลานั้น

            โรแลนด์พยายามเก็บอาการดีใจเมื่อเห็นฉันเดินออกจากห้อง

 

            หัวหน้าครูฝึกเรียกรวมผู้เข้ารอบที่ห้องโถงแห่งหนึ่ง แม้ไม่กว้างใหญ่เท่าโดมคัดเลือกแต่ก็กว้างพอจะเป็นลานฝึกซ้อมอะไรสักอย่างให้กับเราได้ ทีมที่ฉันอยู่มีผู้สมัครถูกคัดเลือกมายี่สิบคน จำนวนผู้ที่ถูกคัดเลือกไม่เคยจำกัด ครูฝึกสามารถเลือกเด็กที่มีแววได้ตามใจ ถ้าปีนั้นเห็นเด็กมีแววมาก ก็จะมีเด็กเข้ารอบมาก ถ้าปีไหนเห็นเด็กมีแววน้อย คนที่เข้ารอบก็จะน้อยลงมา ปีนี้ฉันได้ข่าวว่าทีมที่ฉันอยู่มีจำนวนเด็กเข้ารอบน้อยที่สุด

            โรแลนด์พาฉันมารวมกับหนุ่มสาวอีกสิบเก้าคนที่เหลือ แต่เนื่องด้วยฉันสมทบเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ทุกคนเลยดูสนิทกันหมดแล้ว ฉันนั่งลงเงียบๆ ไม่ทักทายใคร มีบางคนเห็นฉันก็หันไปกระซิบกระซาบกัน ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไร อาจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างผอมกระหร่องของเพื่อนคนสุดท้ายในทีมก็เป็นได้

            ครูฝึกคนเดิมเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่าวทักทายเสียงดัง เด็กที่เข้ารอบทุกคนจึงรีบยืนขึ้นทำความเคารพอย่างรวดเร็ว มีฉันที่ช้ากว่าคนอื่นนิดหน่อย แต่ก็พยายามทำตัวให้กลมกลืน หัวหน้าครูฝึกกวาดสายตามองเด็กที่เข้ารอบแต่ละคน ก่อนพูด

            “ฉันวอลเธอร์ โดโนแวน เป็นหัวหน้าครูฝึกทีมดี ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ดรีมแคชเชอร์อย่างเต็มตัว” ในที่สุดฉันก็ได้รู้ชื่อเขา “นับจากนี้ฉันจะเป็นหัวหน้าคอยฝึกทักษะต่างๆ ให้กับพวกเธอเอง โดยมีพี่เลี้ยงอีกสี่คนของฉันจะคอยช่วยเหลือ การฝึกนี้อาจใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ แล้วหลังจากนั้นเราถึงจะเริ่มเข้าสู่สนามทดสอบแรกของดรีมแคชเชอร์”

            มีเสียงฮือฮาเบาๆ ดังมาจากเด็กที่เข้ารอบ พวกเขาต่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำว่า สนามทดสอบฉันไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร เพราะฉันไม่เคยสนใจรายการนี้ รู้แค่ว่าเด็กที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารของดรีมแคชเชอร์จะมีภารกิจให้ทำทุกอาทิตย์ และแต่ละอาทิตย์ก็จะเพิ่มระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ ใครที่ทำภารกิจไม่สำเร็จหรือไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะตกรอบออกไป ส่วนคนที่ผ่านเข้ารอบก็ต้องรักษาระดับตัวเองไว้จนกว่าจะจบภารกิจ แล้วถึงจะได้ถูกบรรจุเข้าเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรอย่างสมบูรณ์

            ฉันมองเพื่อนร่วมทีมทั้งสิบเก้าคนแล้วย้อนมองตัวเอง พลางคิดว่าเด็กโคลนทึ่มๆ อย่างฉันจะเอาตัวรอดในภารกิจเสี่ยงตายพวกนี้ไปได้สักกี่น้ำกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #655 hahasbezn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:26
    สนุกมากกกกกกก เป็นนิยายแบบที่ตามหาเลยค่ะ><
    #655
    0
  2. #652 oomironhorse (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 19:45
    ไม่พูดมาก ไม่ได้เจ็บคอ(แต่เป็นไข้หวัดใหญ่เลยล่ะ) สั้นๆ ถ้าเป็นหนัง จะซื้อตั๋วไปดูแน่นอน ^^
    #652
    0
  3. #546 endeye26 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 18:08
    ชะตาพลิกซะแล้ว
    ครูฝึกคนนี้มีลับลมคมในอะไรรึเปล่าเนี่ย
    ทีน่าจะเป็นยังไงต่อไป
    ถ้าต้องสู้กับโคลนด้วยกันคงรู้สึกแย่มากแน่ๆ
    ติดตามตอนต่อไป >>
    #546
    0
  4. #477 lalipha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 22:51
    เอาใจช่วยทีน่าค่ะ
    #477
    0
  5. #364 reading (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 21:40
    อ่านๆไปรู้สึกสงสารนางเอกยังไงไม่รู้

    เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีค่าอะไรทั้งๆที่ภายนอกก็คือมนุษย์คนหนึ่ง

    แล้วนี่การที่เธอถูกเลือกให้เข้าในทีม มีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่าเนี่ย
    #364
    0
  6. #305 Mini_day (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 15:28
    มีโอกาสรอดต่อแล้ว แต่มันดีใจแบบหน่วงๆแหะ เพราะคิดว่าต้องมีโอกาสได้สู้กับโคลนด้วยกันแน่เลย T_T
    #305
    0
  7. #298 jingin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 15:39
    แล้วจอห์นอ่าาา
    #298
    0
  8. #255 amnesiac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 16:29
    หวงว่าต่อไปทีน่าจะไม่ต้องสู้กับจอห์นนะ จะต้องรู้สึกไม่ดีทั้งคู่แน่ๆ
    #255
    0
  9. #250 alice-secusi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 10:37
    อยากรู้ว่าทีน่าจะเป็นเช่นไรต่อปายย กดอ่านตอนต่อไปค่าา
    #250
    0
  10. #229 sdc-som-som (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 10:58
    ชอบอ่ะ  ทีน่า สู้ๆๆ ต้องปรบมือให้ดวงของแก (คำนับท่านม่าน)
    #229
    0
  11. #142 bam_kasempipat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 11:09
    สนุกอ่ะะะ ถ้าได้ตีพิมพ์คงจิดี ภาคหนังง
    #142
    0
  12. #130 naamiidaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 15:35
    มันก็คล้ายๆเรื่อง ที่ลอเรนเล่นป่ะ อารมณ์ประมาณนั้นเลย สนุกดี 
    #130
    0
  13. #74 master-reven (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 08:23
    พลิกมากตอนนี้ จอห์นพูดปุ๊บ ทีน่าโดนเลือกแบบนั้นปั๊บ
    อยากให้มีคนเลือกฮีบ้าง เสียดาย ไม่ใช่โผล่ตอนเป็นคู่ซ้อมนะ แง่กๆ
    #74
    0
  14. #27 reborn-irie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 11:55
    พวกโคลนอื่นๆ ถ้าไม่ถูกจับไปลองยาก็ต้องมาเป็นคู่ซ้อม เผลอๆ อาจมีสถานการณ์ให้ปะทะกันในบางด่าน
    ถ้าทีน่าเจอพวกโคลนอื่นๆ อีกทีจะเป็นยังไงล่ะนี่ เผลอๆ เจอสถานการณ์ที่ต้องสู้เอาชีวิตเอาจะเป็นยังไง
    มีลางสังหรณ์(เดา)ว่าอาจจะเป็นจอห์น ไม่งั้นเดี๋ยวบทหายเปล่าๆ (ฮา)

    สนุกครับ ติดตามตอนต่อไป
    #27
    0
  15. #21 ploy_ch (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 01:51
    ทีน่าเจ๋งจริงๆ ด้วย แนวมากที่ยืนเฉยๆ ดูคนฝึกตามคริสโตเฟอร์น่ะ
    และวอลเธอร์ก็ต้องมีจุดประสงค์บางอย่างในการเลือกเธอทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอเป็นโคลน
    เพื่อนโคลนคนอื่นๆ คงไม่ถูกคัดเลือกสินะ
    แต่เห็นอย่างนี้ละห่วงอยู่อย่างนึงค่ะ ถ้าความลับของทีน่าแตกขึ้นมาละยุ่งแน่เลย
    อย่างเช่นถ้าเกิดมีโคลนคนไหนจำเธอได้ละก็...


    #21
    0
  16. #20 kimurakung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 17:00
    มาเอาใจช่วยทีน่า และหวังว่าจอร์นจะได้รับเลือกด้วย
    #20
    0
  17. #19 kimurakung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 22:12
    คล้ายๆ The hanger game ปะเนี่ยะ (ดีใจด้วยนะทีน่า ที่ได้รับเลือก)
    #19
    0
  18. #18 chwly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 12:18
    แจ่มมมมม ปลื้มแนวนี่นะ ออกแนวเอาชีวิตรอด
    #18
    0
  19. #17 rawinnipar2008 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 11:54
    ต้องให้ทีน่าเป็นสายสืบวงในแน่เลย 

    กำลังสนุกเลย ต่อเร็วๆนะคะ
    #17
    0
  20. #16 richardmoir (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 03:41
    เขา คือใครกันนนนนน
    เกิดความอยากเสพต่อมากเลยตอนนี้----
    บรรยายได้ลื่นไหลและน่าติดตามมากค่ะ บางฉากนี่เห็นภาพเลย คำผิดยังมีแต่ก็น้อยมาก
    ชอบคาแรคเตอร์ของทีน่ากับจอห์นอ่ะ อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดี5555

    จะติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #16
    0