คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 26 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 4


     อัพเดท 7 มี.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 916 Overall : 179,847
1,977 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2072 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 26 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 4 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2118 , โพส : 5 , Rating : 14% / 35 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




ตอนที่ 4 เจนและแกลบ

            “ขอโทบที่ช้า ผมเพิ่งเลิกจากประชุม มีเศสใหญ่เจอปัญหาเข้าพอดีน่ะ”

               เสียงทักที่หน้าประตูห้องดึงสายตาของทุกชีวิตให้หันกลับไปมอง พร้อมทำลายบรรยากาศที่หมือนกลายเป็นพิษทั่วห้องให้มลายสิ้น ก่อนร่างท้วมในชุดกาวน์ของนายแพทย์ใหญ่วัยย่างห้าสิบ และเป็นถึงหัวหน้าบอร์ดบริหารของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้จะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสองชุดในมือ

            และอย่างที่บอก เขาเป็นหัวหน้าบอร์ดบริหาร และเวลานี้ยังควบคำแหน่งหมอเจ้าของไข้ของทั้งเด็กหนุ่มและเด็กสาวผู้บาดเจ็บซึ่งนั่งอยู่บนโซฟายาวคนล่ะฝั่งเวลานี้ด้วย

               แน่นอนล่ะว่าผู้ป่วยระดับวีไอพีก็ต้องมีคุณหมอเจ้าของไข้เป็นคนระดับเดียวกัน ซึ่งมันไม่ใช่การเรียกร้องอะไรจากทั้งทางมาร์คอฟ หรือนายธเนตรหรอก แต่เพราะคุณหมอใหญ่ท่านนี้เหมือนจะเป็นคนคุ้นเคยของมาร์คอฟ เนื่องจากช่วงที่เขายังเป็นแค่นายแพทย์และได้เลื่อนเป็นหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ใหม่ๆ พ่อของมาร์คอฟก็เริ่มป่วยด้วยโรคภาวะไตวายเฉียบพลันและเข้าออกโรงพยาบาลนี้ไม่ต่างจากอยู่บ้าน ดังนั้นนายแพทย์สูงวัยจึงสนิทสนมกับชายหนุ่มเป็นพิเศษ

               ด้วยเหตุนั้นคงไม่แปลกถ้าเขาจะไม่รีรอเข้ามารับเคสของแกลบ และพ่วงเคสของเจนเข้าไปพร้อมกันเมื่อทราบเรื่อง หรือไม่ก็อาจรวมถึงการถูกผลักดันจากเหล่าคณะผู้บริหารคนอื่นในโต๊ะประชุมที่อยากให้เขา ซึ่งเป็นนายแพทย์ฝีมือดีและมีชื่อเสียงที่สุดทั้งที่ใกล้วัยเกษียณมารับหน้าแขกกิตติมาศักดิ์อย่างคนตระกูลสเตฟาร์นอฟด้วยตัวเอง

               และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวนนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงต้องมารอนั่งฟังผลตรวจของตนในห้องผู้บริหารโรงพยาบาลอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

               ทว่านอกจากนายแพทย์ร่างท้วมแล้ว เด็กสาวยังเห็นคนอีกคนที่เดินตามหลังเขามาด้วย เธอเป็นผู้หญิงเอเชียรูปร่างผอมสูงที่ดูสง่าทั้งที่น่าจะมาอายุอนามมากพอสมควรแล้ว ให้เดาคงสักสี่สิบปลายๆ ขณะมือที่เริ่มมีเส้นเลือดปูดโปนตามวัยข้างหนึ่งของเจ้าหล่อนถือสมุดจดบันทึกกับปากกาอีกหนึ่งด้ามมาด้วย

ยามแรกคลีเมนไทน์คิดว่าเธอเป็นนางพยาบาล แต่จากท่าทางที่วางตัวสบายๆ ทว่าดูระมัดระวังกิริยาเสมอ และจากเสื้อเชิ้ดสีผ้าอ่อนแขนยาวที่ติดแฟชั่นนิดๆ ทว่ายังสุภาพ พร้อมกระโปรงสอบยาวคุมเข่า กับรองเท้าส้นสูงสีครีมที่สวมใส่อยู่บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่นางพยาบาลแน่นอน

ยิ่งเมื่อเธอเดินมานั่งบนโซฟาเดี่ยว คู่กับนายแพทย์ใหญ่ตรงหัวโต๊ะกาแฟเตี้ยๆ ซ้ำมองมาทางคลีเมนไทน์และยิ้มบางให้ เด็กสาวก็แทบเดาออกว่าผู้หญิงวัยร่วมสี่สิบปลายๆ คนนี้เป็นใคร หรือมาทำอะไรที่นี่ทันที... กลิ่นอายจากหล่อนคุ้นเคย เหมือนคลีเมนไทน์เคยสัมผัสมาก่อน ตอนที่เธอถูกประเมิญสภาพจิตช่วงระหว่างการถูกสอบสวนเรื่องคดีของลุค เดเนียล และเอ็ดเวิร์ด

หล่อนเป็นจิตแพทย์...

               “เอาล่ะ ผมนายแพทย์นิกรณ์ ยินดีที่ได้รู้จักสำหรับบางคนที่ยังไม่รู้จักนะ ซึ่งผมจะมาเป็นคนอธิบายเรื่องอาการของคุณหนูแกลบและคุณหนูเจนในวันนี้” ร่างท้วมในชุดกาวน์แนะนำตัวคร่าวๆ พรางเข้าเรื่องอย่างคล่องแคล่วฉะฉานต่างจากรูปร่างและช่วงวัยของตน ทำให้ทั้งสองครอบครัวที่นั่งแบ่งคนละฝั่งหันกลับไปตั้งใจฟังเขา และโดยไม่เปิดแฟ้มใดๆ นิกรณ์ก็ขยับปากเตรียมรายงานอาการของเด็กทั้งคู่...

               ปั้ง!

            แต่ยังไม่ได้อธิบายผลตรวจออกมาสักครึ่งคำประตูห้องก็ถูกเปิดผั๊วะออก โดยไม่มีการเคาะหรือส่งสัญญาณใดๆ ว่าจะมีคนเข้ามาอีก และคนที่คลีเมนไทน์เห็นว่าพรวดพราดเข้ามาในห้องผู้บริหารของโรงพยาบาล คือผู้ชายวัยกลางคน หน้าตาแบบคนเชื้อสายจีนแท้ๆ ตาตี๋ หางตาชี้ ใบหน้าตอบ จมูกเหยี่ยว แต่ผิวขาวออกกำแดดนิดๆ รูปร่างผอมเตี้ย แต่เพราะอยู่ในชุดสูทแบรนด์ดังเลยดูภูมิฐานขึ้นหน่อย

               นั่นมันนายธเนตร พ่อของ...

               เพี้ยะ!

               เด็กสาวพิจารณาคนตรงหน้าไม่ทันเสร็จ หน้าเธอพลันสะบัดตามฝ่ามือใหญ่ๆ ที่ฝาดเข้าที่แก้มซ้ายสุดแรง เมื่อนายธเนตรพุ่งเข้ามาและตบหน้าเด็กสาวที่นั่งเลิกคิ้วฉงน บนโซฟาอยู่กับแม่ของตนอย่างไม่คิดปราณีปราศัย

               “คุณ อย่าค่ะ!” วิมาลัยร้องแล้วผวารีบกอดตัวป้องกันลูกสาวของตนทันใด พร้อมเงยหน้ามองสามีด้วยแววตาประนามแต่ก็แฝงด้วยความหวั่งเกรงไปพร้อมกัน เมื่อรู้ดีว่าผู้เป็นสามีอารมณ์รุนแรงเพียงใด

               ซึ่งการกระทำของธเนตรทำให้ทุกร่างนิ่งอึ้งไปพร้อมกัน ทั้งนิกรณ์ จิตแพทย์หญิง เด็กหนุ่มที่มีผีแม็กคลอสิ่งอยู่ หรือแม้แต่ร่างสูงสง่าของมาร์คอฟยังเลิกคิ้วขึ้นข้างเล็กน้อย ขณะมีแววไม่ชอบใจอยู่ลึกๆ ในดวงตานิ่งเย็นนั่น... ถึงเขาจะเกลียดคุณหนูเจนมากมายขนาดไหน และคงอยากลงโทษเธอต่อเหตุการณ์ที่กระทำกับน้องชายตน แต่พฤติกรรมการตบหน้าผู้หญิงคงไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบใจนัก

รสชาติสนิมคาวๆ ซึมเข้ามาในปากคลีเมนไทน์ช้าๆ ก่อนเธอจะรับรู้ถึงความแสบนิดๆ ที่มุมปากตน ซึ่งเหมือนจะฉีกจนได้เลือดตามแรงตบเมื่อครู่ ทว่าคลีเมนไทน์กลับยังนั่งนิ่ง ไม่โต้ตอบ ไม่โวยวาย หรือไม่แม้แต่ชักสีหน้าใดๆ

จะว่าไม่คาดคิดก็ไม่ใช่ หรือรู้คร่าวๆ อยู่แล้วก็ไม่เชิง เพราะในความทรงจำของเจนนั้น ดูเหมือนนี่จะเป็นพฤติกรรมปกติที่นายธเนตรทำกับลูกสาวบ่อยๆ ยามเธอไม่สามารถปฏิบัติตามสิ่งที่เขาคาดหวังได้... เพียงแต่ครั้งนี้ออกจะแรงกว่าปกติ และเธอไม่ทันรับมือว่าจะโดนเดี๋ยวนั้น

แต่คงไม่แปลกล่ะมั้ง เพราะก่อนเธอจะหมดสตินอนเป็นผักร่วมเดือนเธอก็ก่อเรื่องใหญ่โตไว้ ซ้ำตื่นมาก็ยังก่อเรื่องใหญ่โตเพิ่มเติมมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญแรงตบเมื่อครู่ก็...

ยังกับเด็กผู้หญิง... คลีเมนไทน์ปรามาสในใจ ขณะดุนลิ้นเลียเลือดที่มุมปากตนช้าๆ อย่างไม่แยแสจนเกือบเป็นท่าทางของการท้าทายยามนึกย้อนถึงชีวิตตัวเองที่ผ่านมาและความเจ็บปวดที่เคยเผชิญ ซึ่งแรงตบเมื่อครู่ไม่ได้เศษเสี้ยวความเจ็บที่เธอเจอมาในชีวิตเลย ทว่าเด็กสาวกลับต้องชะงักกิริยาเคยตัวนั่น เมื่อหมุนนัยน์ตาเฉยเมยไปปะทะกับเข้านัยน์ตาสีเข้มคมกล้าที่กำลังหรี่แคบจับจ้องมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

มาร์คอฟคงกำลังสังเกตว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างหลังถูกพ่อตัวเองตบหน้าต่อหน้าทุกคนแบบนี้

บ้าเอ๊ย เจนต้องร้องไห้สินะ...

ตระหนักได้แบบนั้นคลีเมนไทน์ก็รีบก้มหน้า แล้วซบลงที่ไหล่ของวิมาลัยทันใด แสร้งซ่อนสีหน้าเจ็บปวดและอับอายมากที่ถูกพ่อตนตบกลางสายตาคนอื่นๆ แต่ไม่ได้สะอื้นไห้ออกมา เมื่อเธอยังไม่เชี่ยวการแสดงขนาดนั้น

               “ขอโทษครับคุณสเตฟาร์นอฟ” หลังตบหน้าลูกสาวตัวเองธเนตรก็รีบหมุนตัวกลับมาก้มหัวให้ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียที่นั่งบนโซฟาหนังอีกฝั่ง “ผมจะชดใช้ทุกอย่างที่ลูกสาวผมทำลงไป ผมจะส่งมันไปไกลๆ ไปเรียนที่อื่น จะไม่ให้มันกลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก แล้วผมจะลืมไปว่ามีลูกคนนี้อยู่ไปเลยครับ ดังนั้นได้โปรดอย่ายกเลิกสัญญา...”

               “นั่นไม่จำเป็น”

               ในห้องของนายแพทย์ใหญ่พลันตกสู้ความเงียบกับประโยคหนึ่งที่แทรกคำนายธเนตรขึ้นมา ทว่าคนที่พูดนั้นกลับไม่ใช่ชายหนุ่มที่นั่งหน้าดุเย็นชาซึ่งเป็นคนถูกก้มหัวขอร้อง แต่เป็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเขาผู้เป็นโจทก์หลักของเรื่องราวครั้งนี้แทน

               “... คุณหนูแกลบ?” นายธเนตรอุทานพร้อมชักหัวคิ้วงุนงงไปยังเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ ขณะค่อยๆ เงยตัวขึ้นมาด้วยความแปลกใจไม่หาย

               และความแปลกใจนั้นก็เหมือนเป็นไวรัสที่แพร่กระจ่ายไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกสายตาหันไปมองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว รวมถึงพี่ชายของเขาที่เอียงใบหน้านิดไปส่งคำถามผ่านสายตาที่ติดจะดุๆ และมีรอยตำหนิเล็กน้อยมาให้

               สายตาเฉียบจากพี่ชายพร้อมการตกเป็นเป้าหมายแทนเด็กสาวทำให้แม็กคลอในร่างเด็กหนุ่มชะงักกายไปนิด ขณะความประหม่าเริ่มไตขึ้นมาเกาะกุมร่าง  

แน่นนอนว่าเขาเป็นทนาย การยืนกล่อมคนในศาลท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่นั้นเป็นเรื่องปกติ มันแทบเหมือนการแสดงโชว์หนึ่งที่เขาชื่นชอบด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อทุกคนคล้อยตามสิ่งที่เขาแสดงให้ดูหรือหลอกล่อให้เชื่อ แต่ในสถานการณ์นี้ที่เขาเป็นฝ่ายโจทก์ซึ่งกำลังถูกซักไซ้ซะเอง แถมมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเองโดยตรง และที่แย่ที่สุดคือความไร้เหตุผลบ้าบอที่เขากำลังอยู่ในร่างของคนอื่น ซ้ำเป็นคนอื่นที่ความทรงจำยังสับสนไม่แน่นอน ในกลุ่มคนที่แทบไม่รู้จัก ภาษาที่ไม่คุ้นเคย มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะสรรหาถ้อยคำเอ่ยออกไป  

ทว่าในทางเดียวกันนั้นปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ มันคือสิ่งเดียวที่จะช่วยคนที่ใกล้เคียงกับคำว่าเพื่อนมากที่สุดในเวลานี้ซึ่งมีชะตากรรมไม่ต่างกับตัวเขาเองให้รอดพ้นวิกฤตินี้ไปได้

               “เอ่อ... คือ ผมจะบอกว่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องส่งเธอไปไหนก็ได้... ครับ” แม็กคลอหันไปมองยังคลีเมนไทน์ในร่างเจน ที่ตอนนี้เธอค่อยๆ เงยตัวกลับมาจ้องมองเขาด้วยความสงสัยนิดหน่อย ทว่าไม่นานก็เหมือนเธอจะเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงช่วยเหลือเธอทั้งที่เป็นศัตรูกันมาตลอดสองปี

               สำหรับสถานการณ์ที่ไร้เหตุผลและน่าพิศวงงงวยเป็นที่สุดนี้ พวกเขาเป็นแค่คนสองคนในโลกที่อยู่ฝ่ายเดียวกันอย่างแท้จริง... พวกเขาเป็นขอนไม้ของกันและกันในทะเลมืดที่กว้างใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจะต้องจับมือกันไว้ให้แน่นที่สุดเพื่อให้รอดชีวิตไปด้วยกันทั้งคู่

               “หมายความว่ายังไง” เป็นเสียงต่ำที่ติดห้วนเย็นนิดๆ จากมาร์คอฟที่ถามน้องชายตนแทนนายธเนตร

               “ก็... หมายความว่าเธอไม่ได้ทำอะไร” แม็กคลอหันไปตอบคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายเขาตอนนี้ ขณะลอบหลบตาคมๆ สีเข้มนั่นไปด้วยอย่างเสียไม่ได้

แม็กคอร์ต้องยอมรับว่าคนอ่อนวัยกว่าข้างตัวมีนัยน์ตาคมกริบทรงอำนาจอย่างน่ากลัวจนคล้ายจะฆ่าคนทางสายตาได้ง่ายๆ ซ้ำเหมือนจะสามารถมองทะลุทุกความคิดของใครก็ได้ด้วยความเฉียบเย็นเหมือนพายุฤดูหนาวนั่น... บอกได้เลยว่าสัญชาตญาณทนายความของเขาคอยเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าอย่าได้หาเรื่องโกหกคนคนนี้หากไม่อยากทิ้งชีวิตตัวเองไว้ที่นี่

               ดูท่าชายหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียข้างตัวเขาจะเป็นประเภทดุดัน เย็นชาและเคร่งเครียดกับทุกคนแม้แต่กับน้องชายตัวเอง...

               “อะไร คือไม่ได้ทำอะไร” มาร์คอฟถามสำทับอีกหลังได้ฟังคำตอบครึ่งๆ กลางๆ จากน้องชายตน

               “เธอไม่ได้ผลักผมตกลงมาจากตึก” แม็กคลอรีบตอบให้กระจ่างก่อนจะถูกบีบจนพูดตะกุกตะกักให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้เพิ่มขึ้น แล้วอธิบายต่อเสียงเบาลงราวเป็นคนผิดซะเองว่า “ผม... ตกลงมาเอง”

               หัวคิ้วเข้มของชายหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียตึงแน่นยิ่งกว่าเดิม ความสงสัยเคลือบแคลงปรากฏชัดนัยน์ดวงตาสีเข้มคู่เรียวยาวแม้ใบหน้าคมหล่อเหลาแทบไม่แสดงปฏิกิริยาใด

“ตกลงมาเอง...” เขาสำทับเนิบช้าทีล่ะคำด้วยบรรยากาศว่างเปล่าจนน่าขนลุก ไม่มีความเชื่อในน้ำเสียงและสายตาที่ส่งมา เพราะเขายังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมแกลบจะต้องช่วยเจน เมื่อความจริงน้องชายเขาเกลียดและมีอคติกับเด็กสาวคนนี้ยิ่งกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

แกลบมองเจนเป็นศัตรู... ไม่สิ เหยื่อต้องเป็นคำว่า เหยื่อ ถึงจะถูกต้องที่สุด

แกลบมองเจนว่าเป็น เหยื่อ มากกว่าเป็น ศัตรูเพราะศัตรูหมายความว่าอีกฝ่ายมีฐานะเท่าเทียมกัน แต่แกลบไม่เคยมองว่าเด็กสาวว่ามีฐานะเท่าเทียมกับตน ทว่ามองว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตลอด 

แกลบ สเตฟาร์นอฟก็เหมือนๆ กับคุณชายทั่วไปที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ และได้รับความรักอย่างเต็มที่จากคนรอบข้าง ยิ่งเขาเกิดมาเป็นลูกคนเล็กที่ห่างจากพี่ชายตัวเองถึง 12 ปีพร้อมเสียแม่ไปตั้งแต่เกิด ใครๆ จึงมุ่งให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มเป็นคนแรก แม้แต่ตัวมาร์คอฟเอง

และถึงแม้มาร์คอฟจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยมหาศาลอย่างตระกูลสเตฟาร์นอฟไม่ต่างกัน แต่เพราะเขาเป็นลูกชายคนแรกและเป็นคนโตเขาจึงถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวดให้เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ดูแลกิจการของครอบครัวที่จะตามมาในอนาคต ซ้ำด้วยการที่ต้องขึ้นมารับตำแหน่งแทนพ่อของตนเร็วกว่าที่ควรเขาจึงต้องโตก่อนวัยเพื่อเข้ามาแบกภาระใหญ่โตนี้

กระนั้นการถูกเลี้ยงอย่างเข้มงวดก็ยังไม่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องมีความรับผิดชอบได้มากเท่ากับตอนที่น้องชายเกิดขึ้นมา

แกลบเกิดมาในเวลาที่เขาโตแล้ว ประกอบกับการเสียแม่ไปในเวลาเดียวกัน มันจึงทำให้เขารู้สึกว่าต้องรับผิดชอบและปกป้องน้องชายคนนี้แทนแม่ของตน จนกลายเป็นว่าเขาให้ความสำคัญและเลี้ยงแกลบมาเหมือนลูกมากกว่าน้องชาย

เขาไม่ใช่คนที่ตามใจแกลบ แต่พ่อของเขาต่างหากที่เป็นคนตามใจ พ่อเหมือนจะพยายามทดแทนทุกอย่างในส่วนที่ขาดไปของเด็กหนุ่ม ในส่วนที่แม่ควรอยู่เพื่อทำให้จนบางครั้งก็ออกจะเยอะเกินไป ซึ่งมาร์คอฟก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งย่ามความตั้งใจของพ่อได้... ไม่ก็คงเพราะส่วนหนึ่งเขาก็รู้ว่าแกลบควรได้รับการชดเชย

และนั่นแหละที่เป็นประเด็น แกลบคือเด็กที่ถูกเลี้ยงอย่างตามใจ เอาใจใส่ และมีคนคอยเอาอกเอาใจฉะนั้นแน่นอนว่าเด็กหนุ่มยอมมีนิสัยเสียหลายๆ ข้อในแบบคนที่ถูกสปอยมาตั้งแต่เด็กเป็นกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องผู้หญิง

แกลบชอบผู้หญิงสวย แน่นอนล่ะว่าใครไม่ชอบ และเขามีสิทธิ์เลือกเมื่อมีคนเข้าแถวมาให้เลือกมากมาย เพียงแต่เด็กหนุ่มออกจะแสดงออกชัดเจนจนติดจะน่าหมั่นไส้และมั่นใจเกินไปหน่อย กระนั้นผู้คนที่หลงไหลเขาก็ดันคล้อยตามความคิดนั้น

ฉะนั้นเด็กสาวอย่างเจนที่ไม่ใช่คนสวย ไร้เสน่ห์ จืดชืด ไหนจะมีปัญหาเรื่องนิสัยและพฤติกรรมส่วนตัว ที่สำคัญมาติดพันพี่ชายที่เขารักและเทิดทูนเสมือนพ่อ คงไม่มีทางทำให้แกลบพูดปกป้องเจ้าหล่อนได้แบบนี้ ดีไม่ดีเขาจะหาทางเล่นงานเธอทันทีที่เห็นโอกาส แม้จะรู้ว่าเด็กสาวไม่ได้ผิดก็ตาม

อย่างที่บอก แกบลมองเจนเป็นเหยื่อ แต่ไม่ใช่เป็นเหยื่อที่เขาเอาไว้กลั่งแกล้งหรือรังแกแบบเด็กๆ เพราะเจนเองก็จัดได้ว่าเป็นคุณหนูผู้มั้งมีและธุรกิจครอบครัวเธอเกี่ยวพันกับธุรกิจครอบครัวเขา แต่สิ่งที่แกลบทำกับเจนคือการแสดงท่าทางรังเกียจชัดเจนผ่านสายตาและประโยคคำพูดที่เสียดสี ทิ่มแทงในทุกครั้งที่พูดคุยกัน ผิวเผินดูเหมือนถ้อยคำธรรมดาจนบางครั้งฟังสุภาพแต่ในความหมายกลับกรีดลึกจนเจ็บแสบ ซ้ำยังทำทุกอย่างเพื่อกีดกันเจ้าหล่อนออกจากพี่ชายตัวเอง

แน่นอนว่าเจนโต้ตอบไม่ได้ เพราะหนึ่งเจ้าหล่อนไม่ฉลาดหรือเฉลียวพอจะโต้การกระทำของแกลบ และสองเธอรู้ว่าตนไม่มีอำนาจจะต่อกรกับเขา ไม่ว่าจะในด้านฐานะทางสังคมหรือในด้านจิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และพละกำลัง ที่สำคัญเหนืออื่นใดกว่านั้นเจนเคยชอบแกลบผู้เป็นเด็กหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียน ฉะนั้นแกลบจึงมีอำนาจเหนือเธอในทุกทาง

แล้วเหตุการณ์เมื่อเดือนที่แล้วนั่นอีก ถึงแม้จะไม่มีพยานเห็นว่าบนดาดฟ้าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตอนไปถึงที่นั่นเขาก็พบแค่เด็กสาวนอนจมกองเลือดบนดาดฟ้าใกล้ๆ กับราวกั้น และร่างของแกลบที่นอนคว้ำหน้าบนพื้นด้านล่างอาคาร ขาขวาบิดผิดรูปและอาบเลือดไม่ต่างกัน

ไม่ว่าจะมอมมุมไหนแกลบก็น่าจะถูกผลักตกตึกลงไปด้วยเด็กสาวอีกคนในที่เกิดเหตุ...

               “ใช่... ก็... ผมยอมรับว่าเธอ เจน ทำผมกลัวจริงๆ ตอนที่เอาคัดเตอร์กรีดข้อมือตัวเองต่อหน้า และเดินเข้ามา... ผมกลัว ก็เลยเดินถอยหลัง เธอถือมีด และผมก็นึกว่าเธอจะทำร้าย ก็เลยพยายามหนี... แล้วก็พลาด”

               ข้อสงสัยที่ยังคางคาถูกขัดด้วยคำอธิบายรั่วเร็นจนติดลนลานนิดๆ จากน้องชายข้างกาย และมันยิ่งสะกิดให้มาร์คอฟมีความกังขามากขึ้นไปอีกจนต้องย้ำเสียงเข้มหนักเพื่อคาดคั้นซ้ำอีกครั้ง

               “พลาดงั้นเหรอ”

               “ครับ พลาด เธอไม่ได้ผลัก ใช่ไหมมีสวอร์... เอ่อ เจน ใช่ไหมเจน” ครั้งนี้แม็กคลอผายมือโยนภาระไปยังเพื่อนร่วมชะตากรรมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามแทน หาพยานมาช่วยเพิ่มน้ำหนักเรื่องเล่าของตน

               ซึ่งคลีเมนไทน์พลันผงะไปชั่วขณะเมื่อไม่ทันตั้งรับกับภาระของทนายความคู่อาฆาต ก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทางที่ยังไม่คล้ายความเงอะงะว่า “... ค่ะ... ฉันไม่ได้คิดจะผลักคุณแกลบ... แค่อยากขู่ให้กลัว”

               “ใช่ เท่าที่ผมจำได้ตอนนี้ก็มีเท่านั้น ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องย้ายเธอไปไหน เพราะเธอไม่ได้ทำอะไร” แม็กคลอสนับสนุน ซ้ำสรุปปัญหาเอาเองอย่างรวดเร็วแทนทุกคนราวกลัวจะมีใครแย้งพูดไปก่อน

และความเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยของเด็กทั้งสองทำให้มาร์คอฟต้องหรี่นัยน์ตามองสับไปมาระหว่างเจนและน้องชายตนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปรยขึ้นช้าๆ

               “ขู่ให้กลัว” เขาค่อยๆ ปรายตาคมกริบที่มีอำนาจไปจ้องนิ่งยังเด็กสาวตรงหน้า พลางถามเย็น “ทำไม”

               ในห้องถูกโปรยด้วยความเงียบอีกครั้งหลังสิ้นคำถามของมาร์คอฟ นายธเนตรลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ขณะวิมาลัยกุมมือของเจนแน่นขึ้น พวกเขาทั้งคู่ต่างก็กลัวคำตอบของลูกสาวตน... ทั้งกลัวแทนตัวเองและกลัวแทนเจนถ้าหากเธอตอบคำถามที่ไม่เข้าหูมาร์คอฟ

               “... เรียกร้องความสนใจ... จากคุณ... ค่ะ” เด็กสาวยอมงึมงำตอบออกมาในที่สุดขณะช้อนตามองชายหนุ่มอย่างขลาดๆ และครั้งนี้เป็นความสัตร์จริงที่คลีเมนไทน์รู้ได้จากความคิดและความทรงจำของเจนตัวจริง เจ้าหล่อนข้าตัวตายเพื่อจะเรียกร้องความสนใจจากเขา

ซึ่งชั่วขณะหนึ่งเธอเห็นว่านัยน์ตาของมาร์คอฟดูอ่อนลงนิดคล้ายจะเชื่อเรื่องของเธอขึ้นมาเล็กน้อย

               อาจเพราะนั้นเป็นคำตอบที่เหมาะกับ ความเป็นเจนที่สุดแล้ว มันจึงเป็นเหมือนเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ได้โกหกเขาไปด้วย

               “แกยังจะกล้าพูดอีกนะ!” นายธเนตรหันไปตวาดใส่ลูกสาวตนฉับพลัน เมื่อเธอให้คำตอบที่ฟังราวกับว่าเธอยังไม่ตัดใจจากท่านประธานหนุ่ม

               ทว่าร่างท้วมในชุดกาวน์กลับเตือนขึ้นเสียงเคร่งใส่ธเนตรแทนว่า “คุณธเนตรพอเถอะ นี่มันต่อหน้าหมอเลยนะ!

               คนถูกปราบจำต้องหยุดการด่าทอลูกสาวตนแค่นั้นเมื่อหมอใหญ่เป็นผู้ออกปากเอง ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังมาร์คอฟเพื่อถามคำถามสำคัญอย่างมีความหวัง

               “งั้นคุณสเตฟาร์นอฟจะไม่เอาเรื่องกับพวกเราใช่ไหมครับ”

               “มันเป็นแค่อุบัติเหตุ ผมไม่เอาเรื่องครับ” กลายเป็นเด็กหนุ่มที่แทรกตอบแทนพี่ชายตนฉับไว ก่อนวินาทีต่อมาเขาจะนิ่งงันไปเมื่อหันไปเจอสายตาคมเฉียบของร่างแกร่งข้างตัว และนั่นทำให้แม็กคอร์ต้องค่อยๆ งึมงำแก้คำพูดตนเพิ่มไปว่า “หมายถึง... ตัวผม... เองน่ะนะ”

               มาร์คอฟระบามลมหายใจแผ่วราวเริ่มระอากับพฤติกรรมของน้องชายที่เปลี่ยนไปหลายอย่าง ทว่าก็ไม่อยากคิดมากเมื่อเด็กหนุ่มเพิ่งฟื้นได้ไม่นาน ก่อนเขาจะหันไปตอบธเนตรสั้นๆ อย่างไร้เยื้อใยแค่ว่า

“คงต้องดูไปก่อน”

ธเนตรทำได้แค่ยืนนิ่งค้างด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่จำต้องรับคำตัดสินนั้น ไม่กล้าผสานสายตากับคนอ่อนวัยกว่า เมื่อชัดเจนว่าครอบครัวเขายังมีความผิดในสายตามาร์คอฟและยังถูกคาดโทษอยู่

               “เอาล่ะ ถ้าจบเรื่องแล้ว ก็ช่วยนั่งลงด้วยคุณธเนตร” เมื่อเห็นว่าในห้องกลับมาอยู่ในความสงบแล้วนายแพทย์สูงวัยก็เอ่ยขึ้นใหม่ และพอร่างผอมที่ยืนอยู่ยอมถอยกายไปนั่งโซฟาข้างตัวลูกสาวตน เขาจึงถอดหายใจแสดงความเหนื่อยหน่ายชัดเจนแล้วเริ่มต้นเรื่องที่ค้างคาไว้ต่อ “ที่นี้กลับมาว่าเรื่องอาการของคุณหนูเจนและคุณหนูแกลบ”

               ทุกร่างหันกลับไปสนใจยังนิกรณ์ในตำแหน่งหัวโต๊ะอย่างพร้อมเพียง

               “เริ่มจากคุณหนูเจนก่อน... แผลที่ข้อมือค่อนข้างลึกและมีหลายรอย เราต้องเย็บหลายเข็ม แต่ดูจากการทำแผลครั้งล่าสุดเนื้อสมานกันดีแล้ว ไม่ติดเชื้อ ไม่มีอาการแทรกซ้อน ที่เหลือก็แค่นัดตัดไหม ซึ่งระหว่างนั้นหมอจะสั่งตรวจร่างกายหนูอีกทีหนึ่ง และมั่นใจเลยว่าหนูจะได้แผลเป็นตลอดชีวิตแน่ๆ” หมอใหญ่ตวัดตาไปสบมองเด็กสาวเจ้าของชื่อ และคลีเมนไทน์เห็นแววหนักใจและตำหนิอยู่เล็กน้อยส่งมา ก่อนเขาจะหันไปยังคนไข้อีกคนของตนพร้อมรายงานต่อ  

“ส่วนคุณหนูแกลบ จากผลตรวจเรียกได้ว่าปาฏิหารย์ ไม่ก็ต้นไม้ช่วยไว้พอดี เพราะนอกจากขาขวากระดูกหักสามท่อน และศีรษะแตกเย็บ 23 เข็ม ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่มีอาการแทรกซ่อน ไม่มีเลือดออกในสมอง กระโหลกไม่ร้าว ไม่มีเลือดคลั่งที่ขา ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แค่ใส่เผือกและรอให้กระดูกเชื้อมกันเอง และเราจะแสกนดูอีกครั้งว่าตอนนี้มันดีขึ้นรึยัง ที่เหลือก็กายภาพบำบัด สักครึ่งปีก็คงกลับมาเดินได้ปกติ แต่ถ้าจะให้วิ่งได้ดีเหมือนเดิมคงต้องใช้เวลา 1-2 ปี ซึ่งก็น่าจะกลับมาได้เกิน 90% เพราะเธอยังเด็ก... หมั่นกายภาพบำบัดแล้วกินแคลเซียมเยอะๆ ก็แล้วกัน”

               “งั้นเราออกตอนนี้เลยได้ไหมครับ” ธเนตรถามต่อฉับไว ดูเร่งรีบไม่น้อยที่จะไปจากที่นี่ “ลูกผมฟื้นมาแล้ว และคุณหมอบอกว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไร”

               “ไม่ได้ครับ คุณอย่าลืมคุณธเนตรว่าก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งคู่หลับไม่รู้สึกตัวมาเป็นเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นเราต้องตรวจให้ละเอียดว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ และต้องคอยระวังไม่ให้มีอาการแทรกซ้อนที่หลัง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาท อีก 2-3 วันเป็นอย่างต่ำหมอถึงจะเซ็นต์อนุญาตให้ออกได้” นิกรณ์ตอบชัดเจนจนเกือบเป็นการสั่งสอนใส่คนใจร้อนที่ดูไม่คอยห่วงลูกสาวตัวเองเท่าไหร่ได้กระจ่าง ก่อนจะกลับไปสนใจเด็กสาวแทน “แล้วก็อีกเรื่อง เจน ฉันอยากให้หนูพบกับคนคนหนึ่ง” 

               คลีเมนไทน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดของคุณหมอตรงหน้า ก่อนเธอจะเห็นว่าผู้หญิงสูงวัยที่ดูสง่าข้างตัวเขาไหวกายนิด พร้อมขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกมาให้ ขณะนิกรณ์ผายมือไปยังหล่อน

“เธอเคยพบเขามาแล้วล่ะ แต่ฉันอยากให้ครั้งนี้มันเป็นทางการ และชัดเจนกว่าเดิม”

“ฉันแพทย์หญิงภัทธิรา งามเนตร... เรียกว่าแพทย์นิดหรือหมอนิดๆ เฉยๆ ก็ได้นะ” ร่างผอมสูงแนะนำตัวอย่างรู้จังหวะ พร้อมโปรยรอยยิ้มสุภาพและเป็นมิตรมาให้อีกครั้ง

“เธอเป็นคุณหมอด้านจิตเวชเด็กที่มีชื่อเสียงและมีฝีมือมากคนหนึ่งของไทยเลย ความจริงแม้แต่ในต่างประเทศเธอก็เป็นที่รู้จักนะ” หมอใหญ่เสริม พร้อมนำเสนอคนข้างตัวอย่างออกหน้าจนคลีเมนไทน์อดรู้สึกไม่ได้ว่าตนกำลังถูกกล่อมอยู่ และทำให้ต้องเผลอลูบผ้าพันแผลบนข้อมือตนช้าๆ

ดูเหมือนตอนนี้จะชัดเจนแล้วว่าคุณหนูเจนตัวปัญหาอาจรอดจากคุกที่คุมขังนักโทษอาชญากร แต่อาจจะไม่รอดคุกอีกประเภทที่เรียกว่าสถานบำบัด



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 26 : ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก(แนวคล้ายๆ CUBIC)ตอนที่ 4 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2118 , โพส : 5 , Rating : 14% / 35 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1932
มาร์คอฟนี้ก็จับผิดเก่งจัง
อ่านไปยังเกร็งแทนเลย
Name : tinkerbell.n12 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tinkerbell.n12 [ IP : 223.205.242.224 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2561 / 18:48
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1910
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดมาก งี้จะได้สนิทกับมาร์คอฟตอนไหนเนี่ย มาแปปๆโดนจับเข้าสถานบำบัด5555
ว่าแต่พึ่งนึกได้ เจนนอนสลบเป็นเดือน ตื่นมาไม่ต้องทำกายภาพบำบัดหรอ ไม่ได้ใช้ขาเดินตั้งนานแต่ตื่นมาดันวิ่งปร่อเลย

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 เมษายน 2561 / 06:35

PS.  เปรียบดั่งเมฆาที่ล่องลอยไปตามใจตน...ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไร้กฎเกณฑ์ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว และปกครองทุกสิ่งทุกอย่างจากจุดที่เป็นเอกเทศ
Name : §INERZIA§ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ §INERZIA§ [ IP : 58.8.225.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2561 / 23:07
  • ความคิดเห็นที่ 1910-1 (จากตอนที่ 26)
    เรื่องนี้ยังมีเป็นแค่พล๊อตชั่วคราวอยู่ค่ะ พี่แบงค์เขายังไม่มีกำหนดจะเขียนแบบเต็มเรื่องค่ะ เพราะฉนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องพล๊อตโหว่ค่ะ ยังมีเวลาแก้อีกเยอะค่ะ
    Name : Casper [ IP : 124.122.36.243 ]

    วันที่:16 พฤษภาคม 2561 / 19:48
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1890
อ้าวโถถถ โดนบำบัดจิตไปอีก
Name : Gin [ IP : 124.121.24.124 ]

วันที่: 9 มีนาคม 2561 / 18:28
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1867
ชอบบบบบบ เรื่องนี้โหดกว่าคิวบิกก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่มีฉากหวานๆเยอะกว่าโซเคนโยก็พอ
อ่านโซเครโยจบรู้สึกแบบ อยากจอน้ำตาลเพิ่มมมม เจ้าใจคาแรกเตอร์อยู่ แต่รู้สึกชีวิตขาดหวานมากๆ 5555555

PS.  ในมือถืออาวุธ ไม่ได้ใช้ฆ่าฟัน แต่ใช้เพื่อปกป้องคนที่อยู่ข้างหลัง [Cr. YUWO]
Name : melon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ melon [ IP : 223.24.156.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2561 / 21:20
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1856
เจน จัดกับปัญหาต่างๆจริงนะ เคลม
PS.  ขอบคุณครับ ที่แวะตริ ชม ทางเราจะเก็บทุกความเห็นมาปรับใช้นะครับ
Name : [:.Last_Ray.:] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [:.Last_Ray.:] [ IP : 49.48.249.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2561 / 18:12
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android