ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 แผนพิชิตใจหญิงงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 417 ครั้ง
    7 ส.ค. 62


ตอนที่ 7 แผนพิชิตใจหญิงงาม



 

          เจิ้งซีได้ฟังข้อเสนอของอันแสนจะมีน้ำใจเฟิงหลงแล้วเกิดอยากเล่นน้ำขึ้นมามากกว่าเดิม นางเลื่อนมือลงไปแตะที่สายรัดเอวยังไม่ทันได้ถอดออก จู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างหล่นตู้มลงไปในน้ำ!

            ทั้งสองหันไปมองในน้ำ สิ่งที่โผล่ขึ้นมาคือสตรีผู้มีใบหน้าหมดจดงดงามรูปร่างอ้อนแอ่นอรชร แม้พลังจะถูกสะกดเอาไว้แต่มองปราดเดียวเจิ้งซีก็รู้ว่าสตรีผู้นี้คือปีศาจจิ้งจอกตนหนึ่ง

            ปีศาจจิ้งจอกมองนางอย่างไม่สนใจ เลื่อนสายตาไปที่เฟิงหลงแล้วว่ายเข้าไปหาเขา ส่งยิ้มเย้ายวนบาดตาบาดใจ พร้อมกับยื่นมือออกไป “คุณชายข้าก้าวพลาดหล่นลงมาช่วยพาข้าขึ้นจากน้ำด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

             นางเคยได้ยินบุรุษมักไม่อาจต้านทานสตรีผู้งดงามเปี่ยมเสน่ห์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปีศาจจิ้งจอกที่มีเสน่ห์ล้นเหลือสามารถทำให้ทั้งปีศาจและมนุษย์ด้วยกันลุ่มหลงมัวเมา เจ้าเด็กนี่คงไม่อาจห้ามใจให้ช่วยเหลือปีศาจสาวตนนี้ได้

            แต่...เฟิงหลงกลับมองปีศาจสาวอย่างเฉยเมย แถมยังบอกอย่างไร้เยื่อใย “เจ้าในเมื่อไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป มีปัญญาหล่นลงไปคงขึ้นมาเองได้”

            ปีศาจจิ้งจอกอ้าปากค้าง “ท่านดูออกด้วยหรือว่าข้าไม่ใช่มนุษย์”

            “คงไม่มีหญิงมนุษย์คนใดอยู่ในป่าลึกเช่นนี้เพียงลำพัง ทั้งยังหล่นมาจากท้องฟ้าเช่นเจ้า”

            ปีศาจจิ้งจอกสาวเกาะขอบสระมองเฟิงหลงถามเสียงกระเง้ากระงอด “แม้ไม่ใช่มนุษย์แต่ข้าก็เป็นสตรี ท่านควรแสดงน้ำใจช่วยข้าขึ้นไป

           เฟิงหลงไม่สนใจนาง ทำราวกับนางคือแมลงวันที่บินผjานหน้าเเขาไปเท่านั้น!

ใบหน้างดงามแดงก่ำ “นี่ท่าน...” ปีศาจตนนั้นคล้ายจะพ่นไฟจากปาก แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจออดอ้อนใหม่ “ได้โปรดคุณชาย ช่วยสาวน้อยที่กำลังลำบากด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

เขาฟังแล้วทำเหมือนไม่ได้ยินอีกครั้ง เจิ้งซีจ้องมองปีศาจสาว ช่างน่าสงสารยิ่งนักที่ร้องขอความเมตตาจากเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่แสนไร้น้ำใจอย่างเฟิงหลง หลังจากขอเขาเป็นครั้งที่สามเฟิงหลงก็ยังไม่สนใจ ปีศาจจิ้งจอกจึงต้องปีนขึ้นมาบนฝั่งด้วยตนเองด้วยท่าทางทุลักทุเล พอขึ้นมาได้ก็ค้อนเฟิงหลงตาคว่ำแล้วหันมาบ่นกับนาง

            “เจ้าทนอยู่ร่วมกับมนุษย์ที่แสนไร้น้ำใจเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าไม่อยากเชื่อเลยอยู่มาตั้งห้าร้อยปี นี่เป็นมนุษย์คนแรกที่เห็นข้าแล้วไม่คิดจะหลงเสน่ห์ ทั้งยังแล้งน้ำใจอย่างร้ายกาจที่สุด!

            “ข้า...” นางมองปีศาจจิ้งจอกกับเฟิงหลงสลับกันไปมา ใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้เห็นปีศาจตนอื่น อีกใจก็สับสนว่าควรเห็นด้วยกับปีศาจตนนี้หรือไม่เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟิงหลงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเย็นชาห่างเหิน แต่หากเข้าข้างปีศาจตนนี้ก็เกรงว่าเฟิงหลงจะหาทางเอาเรื่องนางคืน นางถูกสะกดพลังต้องตกเป็นเบี้ยล่างเจ้าเด็กนี่ไปอีกนาน หากเขาแกล้งนางด้วยการไม่หาเมล็ดไผ่กับผลท้ออวบอ้วนที่นางชอบมาให้กินนางจะทำอย่างไร?

            ทั้งที่ชุดบอบบางนั้นแสนจะเปียกโชกจนมองเห็นผิวกายแนบเนื้อปีศาจจิ้งจอกกลับไม่คิดจะใช้พลังทำให้เสื้อผ้าที่สวมอยู่แห้ง นางปล่อยไว้อย่างนั้นแล้วช้อนสายตาขึ้นมองเฟิงหลง “วันนี้ข้าดั้นด้นเดินทางมาไกล หลงทางอยู่แถวนี้ หวังว่าคืนนี้คุณชายจะมีน้ำใจให้ที่พักข้าสักคืน”

            เฟิงหลงปรายมองอีกฝ่ายพร้อมแนะนำ “แถวนี้มีถ้ำอยู่ เจ้าเป็นปีศาจคงชอบนอนอยู่ในถ้ำมากกว่าอยู่ร่วมกับมนุษย์”

            “ไม่จริงเลยเจ้าค่ะ ถึงข้าจะเป็นปีศาจแต่ก็ชอบอยู่ร่วมกับมนุษย์มากกว่า โดยเฉพาะบุรุษเช่นท่าน” พูดจบนางขยับสาบเสื้อให้กว้างอีกนิด จากนั้นจึงกระพือขนตาใส่เฟิงหลงเป็นการใหญ่

            เขาก้มลงมองนางมีสีหน้าอ่อนลง มุมปากคล้ายจะยิ้ม

            เจิ้งซีจ้องมองจิ้งจอกสาวตาโต ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ท่าทางเชี่ยวชาญช่ำชองในการล่อหลอกมนุษย์ไม่เลว หากทำเช่นนี้แล้วได้ผลนางจะจำเอาไปใช้บ้าง

            “ตกลง” เฟิงหลงพยักหน้า

            ปีศาจสาวยิ้มกว้างตาเป็นประกาย เจิ้งซียิ้มกริ่ม

            “ที่ค่ายทหารของพวกเรากำลังต้องการคนคอยให้อาหารม้าอยู่พอดี ในเมื่อเจ้าชอบอยู่กับมนุษย์นักไปทำหน้าที่นั้นคงไม่เลว”

            เจิ้งซีหุบยิ้มด้วยความเสียใจ 

ปีศาจสาวลุกขึ้นกระทืบเท้าเร่าๆ “เจ้า...เจ้าคิดว่าเป็นมนุษย์มีพลังชีวิตแกร่งกล้าแล้วจะรังแกปีศาจตัวเล็กๆ อย่างข้าอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ คอยดูเถิดข้าฝึกฝนตบะจนมีพลังมากพอเมื่อไหร่จะมาเอาเรื่องเจ้า!

เจิ้งซีมองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ นางมีตบะพลังแก่กล้าอายุตั้งสามพันกว่าปียังเอาเรื่องเขาไม่ได้ นับประสาอะไรกับปีศาจจิ้งจอกที่อายุเพียงห้าร้อยปีที่ไม่ค่อยสนใจฝึกฝนบำเพ็ญเพียรตนนี้ที่คิดจะเอาเรื่องเฟิงหลงคงต้องรอไปอีกนาน  

            เจิ้งซีก้าวเข้าไปหาจิ้งจอกสาวพร้อมแนะนำ “อย่าคิดเอาเรื่องเขาเลย”

            จิ้งจอกสาวหันขวับมาถามหน้านาง “เจ้าเป็นปีศาจเหตุใดยังเข้าข้างเขามากกว่าข้า?

            นางรีบส่ายหน้า ก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันสองคน “เปล่าเลย ข้าอยากเตือนเจ้ามากกว่า เจ้าดูเถิดข้าเป็นปีศาจหงส์ไฟอายุตั้งสามพันเจ็ดร้อยปียังพลาดท่าเสียทีถูกเขาสะกดพลังแล้วถูกหลอกมาที่นี่ต้องตกระกำลำบากนอนกลางดินกินกลางทราย กลางคืนก็ถูกรังแกให้นอนบนพื้นแข็งๆ เจ้าอายุน้อยนิดพลังน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเจ้าคิดจะหมายหัวเอาเรื่องเขานั้นข้าเกรงว่าเจ้าจะเดือดร้อนมากกว่า”

             “จริงรึ?

            เจิ้งซีพยักหน้า “จริงแท้แน่นอน”

            ปีศาจจิ้งจอกสาวหรี่ตามองนางแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “เจ้าคงหึงเขาล่ะสิ”

            นางรีบปฏิเสธ “ข้าไม่ได้หึง!

            ปีศาจจิ้งจอกหัวเราะคิกคัก “อย่าโกหกเลย ข้าเคยได้ยินว่ามีปีศาจบางตนยอมมาอยู่ร่วมกับมนุษย์เพราะเกิดความรักใคร่ในตัวพวกเขา แม้ว่าเจ้าจะเป็นชายเหมือนเขาเจ้าก็คงเกิดหลงเสน่ห์เขาขึ้นมาไม่ผิดแน่”

เจิ้งซียกมือกุมปกเสื้อตนเอง ลืมไปเสียสนิทว่าชุดที่นางสวมอาจทำให้ปีศาจจิ้งจอกตนนี้เข้าใจผิด “ข้าไม่ได้เป็นชาย ข้า...”

ปีศาจจิ้งจอกมองนางด้วยแววตาเวทนา “โธ่...เจ้าคงอยู่กับเขามานาน ด้วยความรักที่มีจึงเผลอใจรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ข้าไม่โทษเจ้าเลยสักนิด เขาแม้เป็นเพียงมนุษย์แต่มีพลังชีวิตแกร่งกล้ากว่าคนทั่วไปมาก สิ่งนี้คงดึงดูดใจเจ้าเช่นเดียวกับข้า” จากนั้นปีศาจสาวก็หันไปหาเฟิงหลงไม่เปิดโอกาสให้นางแก้ตัว คุยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “คุณชายท่านยังไม่ได้แนะนำตัวกับข้าเลย ข้าชื่อหยุ่นเหยาเป็นปีศาจจิ้งจอกผู้งดงาม ตอนนี้ข้าเหนื่อยแล้วทั้งยังเปียกโชกไปทั้งตัว ท่านพาข้ากลับที่พักของท่านเถิด ข้ารับปากจะยอมทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ”

            “เจ้าจะกลับไปกับข้าคงพร้อมจะเป็นคนเลี้ยงม้าให้ข้าแล้ว”

            ปีศาจจิ้งจอกหยุ่นเหยาหัวเราะเสียงหวาน “ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ปีศาจที่งดงามเช่นข้าเป็นคนเลี้ยงม้าได้อย่างไร” แต่พอนางเงยหน้ามองสบตาเฟิงหลง หยุ่นเหยาก็หัวเราะไม่ออก “ท่าน...จะให้ข้าไปเลี้ยงม้าจริงรึ?

            เขายิ้มกว้าง “ไม่ผิด”

            หยุ่นเหยาหันมามองนาง “ละ...แล้วเขา ท่านให้เขาทำอะไร?

            เฟิงหลงเลื่อนสายตามาที่นางแววตาสีเข้มนั้นทอประกายประหลาด ทำให้เจิ้งซีทำหน้าไม่ถูกนึกอยากวิ่งหนีไปซ่อนหลังก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ “เขาก็มีหน้าที่คอยอยู่ข้างกายข้าทั้งวันทั้งคืน”

            ปีศาจสาวหน้าซีด “ทะ...ทั้งวันทั้งคืน นี่ท่าน...” หยุ่นเหยาพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง “ที่แท้ที่ท่านไม่สนข้าก็เพราะท่านเป็นพวกตัดแขนเสื้อ!

            เจิ้งซีไม่รู้ตัดแขนเสื้อคืออะไร พอเฟิงหลงยิ้มนางจึงยิ้มตามอย่างมีไมตรี

            หยุ่นเหยาสะอื้นออกมาเสียงดัง กระชากสาบเสื้อที่เปิดแยกรำไรเข้าหาตัวอย่างแรงจนเสื้อปิดมิดถึงลำคอ ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่นาง “คอยดูข้าจะต้องกลับมาหาทางเอาชนะใจเขาให้ได้ ปีศาจจิ้งจอกเช่นเราไม่มีทางยอมแพ้ปีศาจตัดแขนเสื้ออย่างเจ้าแน่!

            หยุ่นเหยาเรียกเมฆมงคลมาและจากไปด้วยความโมโหโกรธา เจิ้งซีไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโมโหอะไร นางจึงหันไปถามเฟิงหลง “ตัดแขนเสื้อหมายถึงอะไร?

            เขายกมือลูบปลายคางมองนาง “หมายถึงชายกับชายที่รักใคร่กัน”

            “อ้อ...” นางพยักหน้าก่อนยกมือลูบหน้าแล้วสะดุ้ง “เจ้าทำให้ข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกตัดแขนเสื้อ!

            “ข้าเป็นชายยังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปทำไมกัน” เขาปรายตามองบ่อน้ำพุ “เจ้าไม่อยากเล่นน้ำแล้วหรือ?

            นางหน้าบึ้ง “ไม่อยากแล้ว”

            เขามองน้ำแล้วเงยหน้ามองฟ้าถอนใจเสียงดัง พึมพำว่า “น่าเสียดาย”

            เขาคงเสียดายที่หยุ่นเหยาปีศาจจิ้งจอกสาวรีบร้อนจากไป ครั้งหน้าที่พบกันนางควรบอกความจริงให้หยุ่นเหยาได้รู้ ปีศาจจิ้งจอกทรงเสน่ห์มากเล่ห์ หากหยุ่นเหยาทำให้เฟิงหลงหลงใหลสามารถเกลี่ยกล่อมให้เฟิงหลงปล่อยนางได้ล่ะก็....

            เขาเดินเข้ามาใกล้ “เจ้าเอาแต่ยิ้ม มีเรื่องอะไรน่าดีใจนัก?

            นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธเกรงเขาจะรู้ทัน “ไม่มี”

            “คงไม่ได้คิดจะใช้ปีศาจตนนั้นมาล่อลวงข้า?

            เจิ้งซีสะดุ้ง พยายามทำหน้าใสซื่อสุดขีด “ไม่เลย ไม่แม้แต่คิด”

            “ดีแล้ว นางไม่มีทางทำได้สำเร็จ” เขากวาดตามองนาง “หากเป็นเจ้าไม่แน่อาจสำเร็จมากกว่า”

            เจิ้งซีก้มลงมองตนเองที่ยังสวมชุดของบุรุษเต็มยศอีกครั้ง ก่อนเงยหน้ามองเฟิงหลง...โอ้...ที่แท้ที่เขาให้นางแต่งกายเป็นชายเช่นนี้หรือว่าเจ้าเด็กไม่รู้จักกลัวนี่จะเป็นพวกตัดแขนเสื้อจริงๆ!

            นางแตะแขนเขา “เสี่ยวเฟิงเจ้าคงไม่ใช่ที่ลักพาตัวข้ามาจากหุบผาหงส์ให้ข้าแต่งกายเป็นบุรุษเช่นนี้เพราะ...เพราะเจ้าเป็นพวกตัดแขนเสื้อ หากเป็นเช่นนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยปกปิดความลับให้เอง” เจิ้งซีแสดงความมีน้ำใจในฐานะผู้อาวุโส นางหวังว่าผู้เยาว์อย่างเขาจะแสดงความมีน้ำใจตอบกลับ ซาบซึ้งกับสิ่งที่นางบอกจนยอมใจอ่อนปล่อยนางไป

            แต่...ใบหน้าที่สดใสของเฟิงหลงเป็นสีแดงก่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมืดทะมึน  เขายกมือขึ้นคล้ายจะยื่นมาหานางแต่เปลี่ยนใจหันหลังขวับ “กลับกันเถิดก่อนข้าอดใจไม่ไหว”

            นางรีบก้าวเข้าไปขวางหน้าเขา ถามด้วยความอยากรู้ “อดใจไม่ไหวสำหรับอะไรหรือ?

            “กินนก”

            นางสะดุ้งเฮือกรีบก้าวพรวดถอยห่างเปิดทางให้เขา ละล่ำละลักบอก “ระ...เรารีบกลับกันเถิด ป่านนี้ทุกคนคงกำลังรอเจ้าอยู่”

 



            “ท่านแม่ทัพตอนนี้เจ้าเมืองเจียกับเจ้าเมืองลี่หยางได้แอบส่งสารมาว่าอยากเข้าร่วมกับพวกเราโค่นล้มท่านอ๋องขอรับ”

            เขารับจดหมายจากจางจินหมิง พออ่านจบเฟิงหลงก็มีสีหน้าพอใจ “คงเพราะสองคนนี้เคยขัดขวางไม่ให้บุตรชายคนโตของจงเหลียงขึ้นเป็นเจ้ากรมกลาโหม พวกเขาสองคนรู้ดีว่าตอนนี้ตระกูลจงมีอำนาจ อีกไม่นานจะถูกจงเหลียงเล่นงาน นี่นับว่าเป็นข่าวดีของพวกเรา ตอบกลับพวกเขาไปว่าเรายินดีขอให้พวกเขาตั้งมั่นที่เมืองเจียกับเมืองลี่หยาง บอกว่าข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาเดือดร้อนเพราะจงเหลียงอีก”

            ตั้งแต่การหยูซื่อไห่แปรพักตร์และทัพของพวกเขาเอาชนะทัพของอ๋องแคว้นหยินได้ที่ริมแม่น้ำเซินหู ประกอบกับการกระทำของจงเหลียงภายในแคว้นหยินก็เกิดความระส่ำระสายอย่างนัก ทั้งขุนนาง เจ้าเมืองและแม่ทัพคนสำคัญต่างแบกฝักแบ่งฝ่าย บ้างภักดีต่ออ๋องหยิน บ้างหันมาร่วมมือกับเขา ตอนนี้กำลังทหารของเขามีมากกว่าสองหมื่นคนแล้วแต่ก็ยังไม่มากพอให้บุกเมืองหลวงเพื่อโค่นอำนาจหยินถิงหลิวได้ ยังมีแม่ทัพที่เขาต้องการให้เข้าร่วมอีกสองคน

            “หวังอี้เซียวกับหย่งสือมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง?

            เกาหยุนโฉวกับจางจินหมิงมองหน้ากัน “พวกเขายังไม่เคลื่อนไหวขอรับ”

            สองคนนี้คือแม่ทัพที่เฟิงหลงต้องการให้เข้าร่วมกับกองทัพของเขามากที่สุด หวังอี้เซียวเป็นแม่ทัพที่เก่งกล้าสามารถ เขาควบคุมทหารถึงสามหมื่นคน คนในตระกูลหวังของเขารับใช้ราชสำนักมานานแม้แต่อ๋องหยินยังต้องให้ความเกรงใจเขา ไม่ง่ายที่จะเกลี้ยกล่อม ส่วนหย่งสือเป็นน้องบุญธรรมของหวังอี้เซียว เขาควบคุมทหารเกือบสองหมื่นคน หย่งสือเป็นคนโผงผางตรงไปตรงมา ไม่ง่ายที่จะชักจูงแต่ก็ไม่ยากเกินไปหากเขาสามารถโน้มน้าวหวังอี้เซียว

            “ท่านแม่ทัพคิดจะจัดการพวกเขาอย่างไรขอรับ?” ลู่เหลียนถามเขา

            “ข้ายังไม่แน่ใจ แต่ที่รู้คือเราต้องทำให้พวกเขามาอยู่ฝั่งเราให้ได้ หากพวกเขานำกองทัพมาร่วมกับพวกเรา เราจะมีทหารเพิ่มขึ้นอีกเกือบห้าหมื่นคน เมื่อรวมกับทหารที่เรามีตอนนี้การจะบุกเมืองหลวงจะไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป”

            “แต่เท่าที่ข้าได้ยินมาหวังอี้เซียวเป็นคนซื่อสัตย์ เรารับใช้ราชสำนักอย่างภักดีคงไม่ง่ายจะเกลี้ยกล่อมเขา หากหวังอี้เซียวไม่ยอมเปลี่ยนฝั่งหย่งสือก็คงไม่ยอมทำตาม” ลู่เหลียนเองก็รู้เรื่องของทั้งสองดีพอๆ กับเขา

            จินหมิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะที่พวกเขาใช้หารือ สีหน้าหนักใจ “ก่อนหน้านี้ข้าเคยพยายามจะขอพบแม่ทัพหวังหลายครั้ง แต่เขาปฏิเสธทุกครั้ง คงเพราะรู้ว่าข้าจะเกลี้ยกล่อมเขา”

  หยุนโฉวมองหน้าพวกเขาทีละคน ก่อนพูดขึ้น “ข้าได้ยินเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับแม่ทัพหวังคนนี้มาเรื่องหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าทุกคนเคยได้ยินหรือไม่?

“เรื่องอะไร?” พวกเขาถามแทบจะพร้อมกัน

“ได้ยินว่าภรรยาของเขาเป็นสตรีที่งดงามล่มเมืองและมีอายุห่างจากเขาถึงยี่สิบปี เขารักภรรยาของเขามากยิ่งกว่าสิ่งใด ครั้งหนึ่งเคยมีขุนนางหนุ่มคนหนึ่งลบหลู่ภรรยาเขาด้วยวาจาไม่เหมาะสม เขาถึงกับตัดหัวคนๆ นั้นต่อหน้าหยินอ๋อง”

“ขุนนางคนนั้นพูดว่าอย่างไร เจ้าพอทราบหรือไม่?” เฟิงหลงถามด้วยความอยากรู้ บางทีเรื่องนี้อาจจะมีประโยชน์กับพวกเขา

หยุนโฉวยกมือลูบปลายคาง  “เขาบอกว่านางพยายามยั่วยวนเขา แม่ทัพหวังบอกว่าเขาโกหก ไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่เพราะขุนนางคนนั้นถูกตัดหัวไปแล้ว”

            เฟิงหลงผุดยิ้มช้าๆ คิดถึงเรื่องดีๆ ขึ้นมาได้ เขาลุกขึ้น “บางทีเราอาจมีทางเกลี้ยกล่อมหวังอี้เซียว ตอนนี้เขากับภรรยาคงพักอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหวังในเมืองจางหยวนเช่นเคย”

            ทุกคนมองหน้าเขา ลู่เหลียนเป็นคนถาม “ท่านแม่ทัพมีแผนอย่างไรหรือขอรับ?

            “พิชิตใจหญิงงาม”




            “ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าจะกล้ามาพบข้าถึงเมืองจางหยวน”

            เฟิงหลงจิบชาแล้วยิ้มไม่ว่าอะไร รวมถึงไม่ได้มีท่าทางตื่นกลัวที่ต้องมาอยู่ในคฤหาสน์ของแม่ทัพหวังผู้ภักดี นั่นเพราะเขาแน่ใจว่าหวังอี้เซียวรักในศักดิ์ศรีมากพอจนไม่คิดทำร้ายคนที่มามือเปล่าอย่างเขาและเจิ้งซี

เขาเหลือบมองนาง นางจิบชาสลับกับมองหวังอี้เซียวชายที่เขาดั้นด้นเดินทางมาพบที่นี่อย่างสนใจ ทั้งสองใช้เวลาเดินทางถึงห้าวันจึงมาถึงเมืองจางหยวน ตลอดห้าวันจากจื่อโจวถึงจางหยวนนางได้พยายามโน้มน้าวและหลอกล่อให้เขาคลายสะกดให้นางด้วยสารพัดเหตุผลแต่ก็ไม่สำเร็จ 

            เฟิงหลงหันกลับมาสนใจหวังอี้เซียวอีกครั้ง หวังอี้เซียวแปลกใจที่พบว่าเขามาเยือนถึงหน้าประตู “ข้าเคยมาจางหยวนสามครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ที่นี่ยังคงงดงามไม่เปลี่ยน”

            “ไม่ผิด จางหยวนงดงามไม่เปลี่ยนแปลง” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

            “ท่านแม่ทัพหวัง...”

            หวังอี้เซียวยกมือห้าม “เจ้าคงมาเพื่อเกลี้ยกล่อมข้า...” หวังอี้เซียวส่ายหน้าช้าๆ “ข้าเคยบอกตนเองว่าจะไม่ยอมทรยศต่อราชสำนักต่อให้เกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตอนนี้แม้เจ้าจะเป็นคนที่ท่านอ๋องต้องการตัวมากที่สุด แต่ข้าก็จะไม่ทำร้ายเจ้า หากเราจะสู้กันเราจะสู้กันอย่างมีศักดิ์ศรีในสนามรบ ไม่ใช่ลอบกัดเจ้าในบ้านอย่างคนขี้ขลาดตาขาว”

“ท่านช่างมีน้ำใจสมคำร่ำลือ ข้าน้อยนับถือท่านยิ่งนัก”

            “ข้าเองก็ได้ยินชื่อเสียงเจ้ามาไม่น้อยเช่นกัน” ดวงตาฉลาดเฉลียวนั้นมองมาที่เขา

            เฟิงหลงมองสบตาหวังอี้เซียวอย่างเปิดเผย “หวังว่าสิ่งที่ท่านได้ยินจะเป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องร้าย”

            ข้างกายเขา เจิ้งซีพึมพำว่า “เรื่องดีมีด้วยหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน?

            เขาเขม่นมองนาง ระหว่างนั้นข้ารับใช้คนหนึ่งก็เข้ามาหาท่านแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพฮูหยินต้องการพบท่านตอนนี้ขอรับ”

            แม่ทัพหวังหันมาหาเขากับเจิ้งซี “ข้าคงต้อง...” แต่เขายังไม่ทันได้ออกไป ฮูหยินของเขาก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน นางงดงามล่มเมืองสมคำร่ำลือแต่น่าเสียดายที่เขาคุ้นเคยกับสตรีที่งดงามกว่านางหลายเท่านักตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ ดังนั้นเฟิงหลงจึงแทบไม่รู้สึกอะไรนอกจากคิดถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับจากฮูหยินหวังผู้นี้

            “ท่านพี่กำลังสนทนากับแขกอยู่หรือเจ้าคะ” นางถามผู้เป็นสามี

“ไม่ผิด” หวังอี้เซียวพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้  

ฮูหยินหวังยิ้มให้สามีผู้ที่มองนางอย่างหลงใหล ก่อนที่นางจะเหลือบมองเขากับเจิ้งซีด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น เจิ้งซีอยู่ในคราบหนุ่มน้อยที่หน้าตาหมดจดเกินหญิงใด นางมองเจิ้งซีด้วยแววตางุนงงปะปนกับความริษยาอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วจึงเลื่อนสายตามาที่เขา

เฟิงหลงสบตานางนิ่งไม่หลบ เพียงแวบเดียวก็เห็นดวงตางดงามนั้นเป็นประกายแวววาวขึ้นแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มากพอให้เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร

            เฟิงหลงยกถ้วยชาขึ้นหลุบตาลงมองถ้วยชาปกปิดสิ่งที่คิดเอาไว้อย่างมิดชิด ห่างออกไปฮูหยินหวังกล่าวกับสามีว่า

“ข้าคงไม่รบกวนท่านพี่แล้ว เชิญสนทนากับแขกต่อเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ข้าทำพวกท่านเสียเวลาเลย” 

            หวังอี้เซียวกลับมาหาเขากับเจิ้งซี เมื่อเขาพยายามจะโน้มน้าวอีกฝ่าย แม่ทัพหวังยืนยันเสียงหนักแน่น

            “ข้าไม่คิดจะทรยศท่านอ๋อง”

            ตอนออกจากจวนแม่ทัพหวังนั้น แม่ทัพผู้มากความสามารถว่าครั้งนี้เขาไม่ได้มาเพื่อเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย เขามาเพื่อเกลี้ยกล่อมภรรยาแม่ทัพหวังต่างหาก







________________________________________________________________

ใครว่าเสี่ยวเฟิงมารยา ไม่มีเลยค่ะ รับรอง 5555 (ไม่มีน้อยเลย)


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ณ เชิงดอย

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 417 ครั้ง

956 ความคิดเห็น

  1. #270 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 22:22

    เจ้าเล่ห์ที่ซู๊ดดด เฟิงหลง
    #270
    0
  2. #267 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 13:41
    รอ มาอัพเร็วๆเด้อ
    #267
    0
  3. #266 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 12:02
    บรรพบุรุษเจ้าเล่ห์เช่นนี้
    รุ่นต่อๆมาเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่า
    #266
    0
  4. #265 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 07:50
    ล่อลวงเค้าไปทั่ว ทั้งมนุษย์ ทั้งปีศาจ 5555 ร้ายจริมๆ
    #265
    0
  5. #264 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 06:15

    เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกิน
    #264
    0
  6. #263 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:37
    จะมีใครตามเฟิงหลงทันบ้างไหมน้าาา
    #263
    0
  7. #262 lamai1212 (@lamai1212) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:13
    สนุกมากค่ะรอทุกวันนะ
    #262
    0
  8. #261 Planile (@Planile) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:00
    ขอบคุณนะคะ มารอทุกวันเลย
    #261
    0
  9. #260 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:49
    น่าสงสารท่านแม่ทัพมีภารยาอย่างนี้...สงสัยที่ขุนนางคนนั้นบอกว่านางยั่วยวนเขาก่อนคงเป็นเรื่องจริง
    #260
    0
  10. #259 hydrangeapink (@hydrangeapink) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:48
    แผนจะสำเร็จไหมนะ
    #259
    0
  11. #258 ติ๊ก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:44

    รอชมแผ่นหญิงงามจะได้ผลมั้ย

    #258
    0
  12. #257 AwesomeFiu (@AwesomeFiu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:36
    เจิ้งซีเมื่อไรจะรู้ตัวเนี่ย 555
    #257
    0
  13. #256 BambY (@papanut) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:23
    ร้ายจริงๆเสี่ยวเฟิง555
    #256
    0
  14. #255 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:17
    เสี่ยวเฟิงนี่เชี่ยวชาญการหลอกล่อผู้อาวุโสจริงๆ ดีที่มีภูมิต้านทานหญิงงามมาตั้งแต่เด็ก
    #255
    0