ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 มนุษย์กล่าวไว้ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 448 ครั้ง
    17 ส.ค. 62



ตอนที่
 6 มนุษย์กล่าวไว้ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน?




 

            “ชอบกินนก?

เจิ้งซีได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งเฮือกคิดภาพตนเองเป็นนกถูกถอนขนย่างไฟไหม้เกรียมวางอยู่บนจานตรงหน้าเฟิงหลงแล้วตัวสั่นยะเยือก ดังนั้นพอเขายกจอกสุราที่นางรินให้ขึ้นจะดื่ม นางจึงรีบคว้าเอามาดื่มเสียเองจนหมดจอก

            เขาเลิกคิ้วมองหน้านาง “อะไรกันไม่อยากดื่มฉลองแล้วหรือ?

            นางหัวเราะเสียงแห้ง “ข้าเพิ่งคิดได้ว่าในฐานะแม่ทัพเจ้าไม่ควรจะดื่มจนเมามายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ทหาร ดังนั้นข้าจึงดื่มแทนเจ้าเอง”

            “เจ้าช่างห่วงใยข้ายิ่งนัก”

            “ห่วงใยแน่นอน” เจ้าเด็กบ้าคิดจะกินนางหรือ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก นางเป็นปีศาจอายุนับพันปีมีหรือจะไม่รู้ทันถูกเขาจับกินได้ง่ายๆ

            เขารินสุราให้ตนเองบ้าง “แต่ข้าเองก็อยากดื่มฉลองกับเจ้าบ้าง”

            นางรีบคว้าจอกสุราเขามาอีกเป็นครั้งที่สอง “ดื่มอะไรกัน บอกแล้วว่าเจ้าไม่ควรดื่มจนเมา”

            “ข้าดื่มไปแค่จอกเดียวเท่านั้น ยังไม่ใกล้เคียงที่จะเมา”

            “แต่เจ้าเป็นแค่คนธรรมดา ไหนเลยจะสู้ข้าได้ มาๆ ข้าดื่มแทนเจ้าอีก เจ้าจะได้ไม่เมามายให้เสียหน้า” พูดจบเจิ้งซีก็ดื่มอีก ความจริงนางตั้งใจจะมอมเหล้าเขาให้เมามาย เมื่อเมามายสติย่อมเลอะเลือน เมื่อเลอะเลือนย่อมสามารถหลอกให้ทำอะไรก็ได้ อย่างเช่นคลายสะกดให้นาง แต่นางไม่คิดเจ้าเด็กนี่เมาแล้วประหลาดกว่าคนทั่วไป อยากกินอะไรไม่อยาก ดันอยากกินนกนอกจากนกพิราบที่เขาเลี้ยงไว้ส่งสารแล้ว ในค่ายก็เห็นมีเพียงนกที่ไม่ได้ทำอะไรอย่างนาง เมื่อนางเป็นเพียงนกที่คอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เขา มีหรือนางจะไม่กลัว!

            นายกองคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาเฟิงหลงพร้อมจอกสุรา “ท่านแม่ทัพศึกครั้งนี้ท่านำทัพของพวกเรารบเอาชนะข้าศึกได้อย่างแกร่งกล้ายิ่งนัก ข้าขอดื่มให้ความกล้าหาญของท่านแม่ทัพ”

            “ดี...นี่ไม่ใช่เพียงศึกเดียวที่เราจะชนะ ข้าขอดื่มให้เจ้าและทหารทุกคนเช่นกัน” เฟิงหลงรินสุราให้ตนเองชูจอกขึ้น

เจิ้งซีตาโตรีบแย่งคว้าจอกสุรามาถือไว้ ตั้งใจว่านับแต่นี้ไม่ยอมให้เฟิงหลงเมามายเป็นอันขาดนางชูแก้วให้ทุกคน “ทุกท่านในฐานะศิษย์น้องข้าขอดื่มแทนท่านแม่ทัพของทุกท่านศิษย์พี่ของข้าเอง” พูดจบนางก็ยกสุราจอกนั้นขึ้นดื่มจนหมด ไม่สนใจว่าทั้งเฟิงหลงและนายกองจะรู้สึกอย่างไรที่ถูกนางตัดหน้าแย่งสุรากินจนหมด

นายกองมองนางกับเฟิงหลงแล้วหัวเราะ “พวกท่านศิษย์พี่ศิษย์น้องรักใคร่กลมเกลียวสนิทสนมกันยิ่งนัก ข้าเห็นแล้วรู้สึกตื้นตันไม่ได้ คุณชายเสี่ยวซีข้าขอดื่มให้ท่านอีกจอก”

            ตลอดงานเลี้ยงเจิ้งซีปักหลักอยู่ข้างกายเฟิงหลงคอยแย่งสุราของเขาดื่มจนไม่เหลือสักหยด แต่นางไม่อยากดื่มแล้วครั้นจะหนีกลับกระโจมก็เกรงว่าจะไม่มีคนคอยห้ามไม่ให้เฟิงหลงดื่ม เจิ้งซีจึงแสร้งทำเป็นเมามายนั่งโงนเงนไปมา

            เขาก้มลงมาถามนาง “เจ้าเมารึ?

            “อื้อ” นางรีบพยักหน้าแข็งขัน   

            จากนั้นนางก็แสร้งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ไม่ทันไรก็รู้สึกว่าร่างถูกยกขึ้น นางแอบลืมตาพบว่าตนเองกำลังถูกเฟิงหลงอุ้มขึ้น เขาบอกนางยิ้มๆ “ข้าจะพาเจ้ากลับไปพักผ่อน ศิษย์น้องคืนนี้เจ้าดื่มมากไปแล้ว”

            นางยิ้มกริ่มรีบยกมือกอดคอเขาไว้แน่น “ดี”

            รอบข้างเจิ้งซีได้ยินเสียงชื่นชมจากเหล่าทหารของเฟิงหลง

            “ท่านแม่ทัพช่างดูแลเอาใจใส่ศิษย์ผู้น้องยิ่งนัก เขาสมแล้วเป็นศิษย์พี่”

            “ใช่ๆ ท่านแม่ทัพของพวกเราดูแลศิษย์น้องไม่ขาดตกบกพร่อง ช่างมีน้ำใจเหลือเกิน”

            “ข้า...” นางกำลังจะอ้าปากบอกพวกเขาว่านางไม่ใช่ศิษย์น้องท่านแม่ทัพของพวกเขา นางถูกลักพาตัวมาต่างหาก แต่เฟิงหลงก็ไม่ให้โอกาสนางได้พูด พานางเดินออกจากงานเลี้ยงเสียก่อน

            เฟิงหลงพานางมาถึงกระโจมวางนางลงบนเตียง นางทำเป็นเมาทิ้งตัวนอนตั้งใจจะยึดครองเตียงให้ได้เพราะหลายวันที่ผ่านมาเขาแย่งเตียงนางไปนอนทุกครั้ง เจิ้งซีหลับตากำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงเฟิงหลงสั่งอี๋เป่า

            “เตรียมน้ำร้อนเข้ามา”

            เจิ้งซีผวาลุกขึ้นนั่ง เขาให้คนเตรียมน้ำร้อนเข้ามาตั้งใจจะจับหงส์อย่างนางแช่น้ำร้อนถอนขนนางละล่ำละลักถาม “เจ้าให้อี๋เป่าเตรียมน้ำร้อนเข้ามาทำไม?

            “เจ้าเมื่อสักครู่ไม่ได้เมามายไม่ได้สติหรือ?

            นางก้มลงมองตนเองแล้วรีบทิ้งตัวลงนอนหรี่ตามองเขา เขาเองดื่มไปแค่จอกเดียว หรือว่าเจ้าเด็กนี่เมาเสียแล้วเจิ้งซีรวบรวมกำลังใจถามเขาเสียงนุ่มนวลที่สุดในชีวิต “เสี่ยวเฟิง...เอ่อ...ศิษย์พี่บอกข้าสิเจ้าให้อี๋เป่าเอาน้ำร้อนเข้ามาทำไม?

             เขามองนางแล้วยิ้มไม่น่าไว้ใจ ยิ้มที่ทำให้นางขนลุกขนพอง “ลองเดาดูสิ”

            นางกลืนน้ำลาย ชี้หน้าถามเขาเสียงสั่น “เจ้า...คงไม่ได้เอามาถอนขนนกของข้า?

            เขายิ้มกว้างยิ่งขึ้น ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ก่อนจะตอบ “อาจจะ”

            นางรีบถลาเข้าไปหาเขา กำลังคิดจะต่อว่าโวยวายแต่พอคิดได้ว่าโวยวายอาจไม่ได้ผลนักเจิ้งซีจึงใช้อีกวิธี นางมองเขาด้วยดวงตาน่าสงสาร “เสี่ยวเฟิงเจ้าดื่มไปนิดเดียวแต่เมาจนนึกอยากกินนกแล้วหรือ เจ้าดูข้าสิไม่น่ากินสักนิด ตัวก็เล็กเท่านี้...” นางทำมือให้เขาเห็นประกอบคำพูดว่านางตัวเล็กเพียงใด “แถมยังอายุตั้งหลายพันปีมีแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่น่ากินเลยแม้แต่น้อย”

เขาไม่ยอมบอก เอาแต่มองนางนิ่งตาสีดำสนิทนั้นเป็นประกายแวววาว

เจิ้งซีหมดหนทาง เพื่อรักษาชีวิตนางแล้ว จำต้องสละชีวิตนกตัวอื่น “แต่หากเจ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็...ก็ไปกินนกพิราบที่เจ้าเลี้ยงไว้เถอะ พวกมันทั้งอวบอ้วนตัวใหญ่คงมีเนื้อเยอะกว่าข้าแน่ๆ” เจ้านกพิราบเพื่อนยากเอ๋ยให้อภัยให้หงส์ไฟที่สิ้นไร้หนทางเช่นนางด้วยเถิด!

“ข้าไม่กินนกพิราบ ข้าเลี้ยงมันไว้เพื่อส่งสาร”

นกพิราบเลี้ยงไว้ส่งสาร...นางก้มลงมองตนเอง คิดไม่ออกว่าเทียบกับนกพิราบพวกนั้นแล้วนางมีประโยชน์อะไรบ้าง นางอยู่ที่นี่กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็ให้อี๋เป่าพาออกไปเดินเล่นข้างนอก หรือบางครั้งเมื่อเฟิงหลงว่างเขาจะพานางออกไปเอง น่าเศร้ายิ่งนักคิดแล้วนางไม่มีประโยชน์เลย!

เขายื่นนิ้วมาเกลี่ยรอยขมวดคิ้วของนาง “คิดอะไรอยู่?

นางมองเขาแล้วหน้าบึ้ง “คิดว่าข้าช่าง...” ไม่ดีแน่หากบอกเขาว่านางไร้ประโยชน์ ไม่เท่ากับนางหาเรื่องให้เขาเอามาเล่นงานนางหรอกหรือ เจิ้งซีรีบโบกมือ “ไม่มี!      

            หลังจากจ้องนางอยู่นาน เขาก็บอกนางหน้าตาเฉยว่า “ที่สั่งน้ำร้อนเข้ามาเพราะข้าจะอาบน้ำ” จากนั้นก็เริ่มลงมือเปลื้องผ้าตนเองช้าๆ ต่อหน้าต่อตานาง!

            เจิ้งซีอ้าปากค้าง ที่แท้เขาก็คิดจะแช่เองไม่ได้จับนกอย่างนางแช่ เฮ่อ!...โล่งอก แต่พอคิดได้ว่าเขากำลังทำอะไรและเสื้อเขากำลังจะหลุดออกจากร่าง นางถอยหลังกรูดไปถึงเตียงตะโกนเสียงดัง “ห้ามถอดเสื้อผ้าต่อหน้าข้านะ!  

            เขาชะงัก “เหตุใดข้าจึงทำไม่ได้?

            นางทำหน้าคิดว่าหาเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่ควรแก้ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าผู้อาวุโสเช่นนาง นางตบเข่าฉาด “ข้าเคยได้ยินมนุษย์กล่าวว่าหญิงชายที่ไม่ควรใกล้ชิดกันมากเกินไป”

            เจ้าเด็กเหลือทนนี่กลับหัวเราะหึๆ ซ้ำยังโยนเสื้อของเขามาคลุมศีรษะนางอย่างไม่เกรงใจ นางไม่ทันตั้งตัวทำให้หงายหลังล้มลงบนเตียง ยึดเสื้อเขาไว้แน่นไม่กล้าเอาเสื้อลงแต่ในขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าเด็กไม่รู้จักกลัวที่นางรู้จักมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยโตขึ้นมีรูปร่างเป็นอย่างไร จะน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตอนเขาอายุห้าขวบหรือไม่?

เจิ้งซียิ้มกริ่มยื่นมือไปแตะที่เสื้อตั้งใจจะขยับเสื้อลง แต่...เฟิงหลงกลับไอขึ้นมาเบาๆ คล้ายรู้ทันทำให้นางสะดุ้งรีบปฏิเสธ

“ข้าไม่ได้แอบดูเจ้าเลยนะ!

เฟิงหลงบอกอย่างใจกว้างว่า “อยากดูก็เชิญ”

นางตัวแข็งไม่กล้ายกมือขึ้นอีกแม้คำเชื้อเชิญจะยั่วยวนและกระตุ้นความอยากรู้เพียงใด ตลอดเวลาได้ยินเสียงคนยกน้ำเข้ามา ได้ยินเสียงเฟิงหลงอาบน้ำอย่างสบายใจ นางฟังจนเคลิ้มไม่นานก็หลับไปทั้งที่มีเสื้อเขาคลุมศีรษะอยู่แบบนั้น

เจิ้งซีตื่นขึ้นมาตอนเช้าข้างเตียงดังเคย เฟิงหลงไม่อยู่ให้นางต่อว่าที่แย่งที่นอนนางเหมือนเช่นทุกวัน นางยืดตัวบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะก้มลงมองตนเองแล้วขมวดคิ้ว 

“เอ...จำได้เมื่อคืนข้าสวมชุดสีน้ำเทา เหตุใดตอนนี้ชุดกลับเป็นสีฟ้าหรือว่าเมื่อคืนข้าดื่มมากไปจนสับสนคิดว่าชุดที่ใส่เป็นสีฟ้า” นางยกมือขึ้นดม แถมยังมีกลิ่นสบู่ติดอยู่บนผิวอีกต่างหาก!

ระหว่างกำลังสงสัยอยู่นั้นอี๋เป่าก็ยกชามใส่น้ำเข้ามาพร้อมกับลูกท้อผลโตอวบอ้วนน่ากิน นางจึงลืมความสงสัยเรื่องสีของชุดกับกลิ่นสบู่หอมกรุ่นไปจนหมด

 



ทัพของหยูซื่อไห่ยกมาที่แม่น้ำเซินหูตามที่เฟิงหลงคาดเอาไว้ หยูซื่อไห่คงเกรงว่าหากยกทัพไปที่ภูเขาจื่อลู่จะถูกเขายกทัพไปปราบเหมือนตอนที่จงซินยกทัพมาจึงเลือกจะเส้นทางนี้ แม้จะยากลำบากกว่าแต่ก็ปลอดภัยมากกว่า

เขาหันไปสั่งลู่เหลียน “ส่งจดหมายไปหาหยูซื่อไห่บอกว่าข้าอยากเจรจากับเขาริมฝั่งแม่น้ำเซินหู”

“ขอรับท่านแม่ทัพ” ลู่เหลียนเริ่มร่างจดหมายทันที จดหมายถูกส่งออกมาเพียงสองวันม้าเร็วก็กลับมา

“ท่านแม่ทัพหยูซื่อไห่บอกว่ายินดีเจรจากับท่านขอรับ”

เขายิ้ม หันไปหารองทัพเกาหยุนโฉวกับจางจินหมิง “สั่งให้คนเตรียมม้า ข้าจะไปพบหยูซื่อไห่ เจ้ากับลู่เหลียนไปกับข้าด้วย ระหว่างข้าไม่อยู่ให้จินหมิงดูแลทางนี้แทน”

พวกเขาสามคนปลอมตัวเป็นชาวบ้านออกจากค่ายทหารขี่ม้าตรงไปที่แม่น้ำเซินหู

ตอนเขาเลือกตั้งทัพที่เมืองจื่อโจวนั้นมีเหตุผลสำคัญอยู่สามข้อ ข้อแรกเมืองจื่อโจวตั้งอยู่กลางหุบเขา เส้นทางที่ศัตรูจะยกทัพนำทหารจำนวนมากเข้ามาสามารถมาได้เพียงสองเส้นทางคือทางแม่น้ำเซินหูกับทางภูเขาจื่อลู่

อย่างที่สองเจ้าเมืองจื่อโจวกับเขารู้จักกันมานาน เขาเคยช่วยชีวิตภรรยาและลูกสาวของเจ้าเมืองเอาไว้ตอนที่ทัพอ้ายบุกมา ดังนั้นเจ้าเมืองจึงคอยสนับสนุนเขาอยู่ลับๆ โดยแสร้งทำเป็นถูกเขาบีบบังคับให้ยินยอม

อย่างที่สามชาวเมืองจื่อโจวและเมืองใกล้เคียงล้วนได้รับความเดือดร้อนจากพิษภัยแห่งสงครามระหว่างและเกลียดชังราชสำนักกับอ๋องแคว้นหยินที่ปล่อยให้เขาพวกเขาอยู่อย่างยากลำบาก ดังนั้นชาวบ้านที่นี่จึงพร้อมจะให้การสนับสนุนเขาไม่ต่างจากเจ้าเมืองจื่อโจว

หยูซื่อไห่มาพบพวกเขาที่ริมแม่น้ำเซินหู คำแรกที่เขาถามคือ “เจ้าอยากเจรจาคงคิดจะยอมแพ้ไม่คิดจะสู้รบอีก”

เฟิงหลงมองอีกฝ่าย “ไม่เลย ความจริงข้ายังคิดจะสู้อยู่ แต่ที่ข้าอยากพบท่านเพราะข้ามีข้อเสนอให้ท่านต่างหาก”

หยูซื่อไห่ตัวแข็ง บอกเขาเสียงห้วน “ข้อเสนออะไร หากเจ้าคิดว่าข้าจะทรยศท่านอ๋องล่ะก็ เจ้าคิดผิดแล้ว”

เขาเหยียดยิ้ม “ท่านอ๋องที่เอาแต่เสพสุขในวังหลวง ไม่สนใจราษฎรที่กำลังได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ท่านอ๋องที่หูเบาหลงเชื่อแม้แต่คำพูดของขุนนางกังฉินใส่ร้ายป้ายสีขุนนางดีๆ จนแทบไม่มีที่ยืนในราชสำนัก คนแบบหยินถิงหลิวนะหรือที่ท่านจะจงรักภักดีจนชีวิตหาไม่”

หยูซื่อไห่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “ถึงอย่างไรข้าก็เป็นขุนนางแห่งราชสำนักหยิน”

“แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องเป็นตลอดไป ตลอดทางที่ท่านยกทัพผ่านมาคงได้เห็นกับตาแล้วว่าราษฎรอยู่อย่างไร ท่านอยู่ในราชสำนักมานานนับปีคงเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นบ้าง ขุนนางไร้เกินกว่าครึ่งไร้ความสามารถเพียงใด หรือว่าท่านอยากเป็นขุนนางอีกคนที่ซ้ำเติมให้ชาวบ้านทุกข์ยากมากไปกว่านี้”

“ข้า...” หยูซื่อไห่กำลังจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก เขาถอนหายใจสีหน้าเคร่งขรึมกดดัน

ลู่เหลียนเริ่มทำหน้าที่ของตน “แม่ทัพหยูเรารู้ดีว่าสงครามนั้นโหดร้ายเพียงใด ทั้งข้าแม่ทัพจ้าวและทหารในกองทัพของเราเกินกว่าครึ่งต่างสูญเสียครอบครัวจากสงครามและความอดยาก ตอนนี้ราษฎรอยู่อย่างลำเข็ญ ราชสำนึกไม่เหลียวแลพวกเขา ท่านอ๋องกับขุนนางเอาแต่เสพสุข ท่านลองคิดดูเถิดว่าหากปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับข้าแล้วหากยังปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่นานเราคงถูกทั้งแคว้นอ้ายและแคว้นหยางโจมตีจนสิ้นแผ่นดิน ดังนั้นแทนที่จะให้แคว้นอื่นปกครองแคว้นหยินซึ่งเสี่ยงกับการถูกกดขี่ ไม่สู้เราให้คนในแคว้นเราเองดูแล หากท่านเข้าร่วมกับเรา ด้วยความสามารถที่ท่านมีท่านจะเป็นหนึ่งในคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ช่วยเหลือราษฎร ช่วยแคว้นหยินให้รอดพ้นจากหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ลู่เหลียนสบตาเขา เฟิงหลงก้าวเข้าไปหาหยูซื่อไห่ “เราสองคนมาครั้งนี้ไม่คิดจะบังคับท่าน หากท่านยืนยันจะสู้เพื่อชายที่เอาแต่เสพสุขไร้ความสามารถอย่างหยินถิงหลินต่อไป ข้าก็ยินดีเข้าสู่สนามรบสู้จนตัวตาย แต่หากท่านพร้อมจะถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏแต่ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เราก็ยินดีที่จะได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่แม่ทัพที่มากความสามารถเช่นท่าน”

พวกเขาได้กลับมาหลังจากนั้นเพื่อปล่อยหยูซื่อไห่ได้ขบคิดถึงข้อเสนอ เฟิงหลงเชื่อว่าหากหยูซื่อไห่เป็นคนดีดังที่ลู่เหลียนบอกเขา หยูซื่อไห่จะไม่ปฏิเสธคำชักชวน แต่หากหยูซื่อไห่ปฏิเสธเขาก็ไม่คิดจะเกรงกลัวเพราะระหว่างที่ล่อหยูซื่อไห่ออกมาได้ส่งเกาหยุนโฉวไปสืบหาข้อมูลที่ค่ายทหารของหยูซื่อไห่เอาไว้แล้ว อีกอย่างเขามีแผนอีกแผนที่เตรียมไว้

เมื่อกลับถึงค่ายเฟิงหลงบอกกับลู่เหลียน “ให้คนส่งจดหมายไปหาเสนาบดีจงบอกว่าหยูซื่อไห่คิดไม่ซื่อแอบมาเจรจากับพวกเขาเพื่อหวังจะโค่นล้มท่านอ๋อง”

ดวงตาลู่เหลียนวาวขึ้น “เสนาบดีจงไม่เคยพอใจที่หยูซื่อไห่สร้างความชอบรบชนะเกินหน้าเกินตาบุตรชายและคนในตระกูลจง เขาหาทางกำจัดหยูซื่อมานานแล้ว ครั้งนี้คงไม่พลาดที่จะลงมืออีก”

เฟิงหลงพยักหน้า “ไม่ผิด ส่วนหยูซื่อไห่เองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าจงเหลียงคิดจะเล่นงานเขา พวกเขาสองคนขัดแย้งกันย่อมส่งผลดีต่อเราทำให้หยูซื่อไห่ตัดสินใจง่ายขึ้น”

 



เจ็ดวันหลังจากเขาเฝ้ารอข่าวจากหยูซื่อไห่และวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับกองทัพสองหมื่นคนที่จะข้ามน้ำมา ทหารก็นำจดหมายของหยูซื่อไห่มาส่งมอบให้เขา

ในจดหมายหยูซื่อไห่ยินดีเข้าร่วมกับเขาต่อสู้เพื่อโค่นอ๋องแคว้นหยิน หยูซื่อไห่ไม่ได้เข้าร่วมกับทัพของกบฏเพียงลำพัง เขายังได้นำครอบครัวและทหารกว่าสองพันคนที่ยินดีจะแปรพักตร์เข้าร่วมกับกองทัพของเขาด้วย

เฟิงหลงอ่านจดหมายแล้วคิดถึงข่าวที่เขาเพิ่งได้รับจากสายลับในเมืองหลวง จดหมายลับฉบับนั้นที่ลู่เหลียนส่งไปได้ผลดีเกินคาด จงเหลียงได้รับจดหมายที่เขาแอบส่งไป เขาทูลท่านอ๋องว่าหยูซื่อไห่คิดไม่ซื่อ หยินถิงหลินอ๋องแคว้นหยินจึงมีราชโองการปลดหยูซื่อไห่ออกจากการเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกองทัพนับหมื่น ราชโองการยังมาไม่ถึงแต่ดูเหมือนหยูซื่อไห่จะรู้เรื่องก่อนและรู้ชะตากรรมดีว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างหากยังภักดีกับอ๋องที่ไร้ความสามารถ ดังนั้นทางเดียวที่หยูซื่อไห่จะรักษาหัวตนเองและคนในครอบครัวเอาไว้ได้คือการเข้าร่วมกับเขาเท่านั้น

 


เมื่อกองทัพที่ยกมาขาดแม่ทัพผู้กล้า ซ้ำยังมีทหารแปรพักตร์ ทหารที่เหลือจึงระส่ำระสายหมดสิ้นกำลังใจ ที่ริมแม่น้ำเซินหูหลังจากแม่ทัพคนใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งโดยอ๋องแคว้นหยินซึ่งเป็นหนึ่งในคนตระกูลจงนำกองทัพที่เหลือบุกข้ามแม่น้ำมา เฟิงหลงได้นำแม่ทัพและทหารที่หนึ่งคือหยูซื่อไห่บุกขยี้กองทัพของอ๋องแคว้นหยินจนแตกพ่ายย่อยยับ!

 


ทันทีที่รู้ข่าวว่ากองทัพที่ยกไปพ่ายแพ้ให้กับทัพกบฏอีกครั้ง อ๋องแคว้นหยินถึงกับกวาดอาหารทุกอย่างที่นางกำนัลยกมาถวายลงกับพื้น!

“ท่าน...ท่านเสนาเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร เราพ่ายแพ้ให้กับเจ้าพวกกบฏนั่น!

“ฝ่าบาท...” จงเหลียงคุกเข่าลงกับพื้นพยายามคิดหาข้อแก้ตัว เขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อกว่ากองทัพที่ถูกส่งไปจะพ่ายแพ้อีกครั้งทั้งที่มีกำลังทหารมากกว่า “...กระหม่อม...กระหม่อมเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันพะยะค่ะ”

“นี่ท่าน...”

“ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อนเพคะ” ฉวี่หลันสนมเอกผู้เป็นน้องสาวของเขารีบเข้ามาปลอบท่านอ๋อง

สีหน้าโกรธกริ้วของท่านอ๋องคลายลงเล็กน้อย “เจ้าจะไม่ให้ข้าโกรธได้อย่างไร เจ้าดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับกองทัพของข้า”

ฉวี่หลันวางมือบนแผ่นอกท่านอ๋องส่งยิ้มอ่อนหวานงดงามให้ “ก็แค่พ่ายแพ้ไม่กี่ครั้งเองไม่ใช่หรือเพคะ ถึงอย่างไรทัพกบฏพวกนั้นก็มีทหารแค่ไม่กี่คน มีหรือจะสู้กับทหารที่มีทั้งแคว้นหยินของฝ่าบาทได้ หม่อมฉันเชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องพ่ายแพ้ให้กับพระบารมีของฝ่าบาทเพคะ”

“จริงหรือ?” ท่านอ๋องพอได้ฟังคำปลอบประโลมอันอ่อนหวานก็เริ่มมีสีนห้าดีขึ้น

ฉวี่หลันเป็นสตรีที่งดงามล่มเมือง นางได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋อง หลายปีที่ผ่านมานางทำให้เขาและคนในตระกูลจงรุ่งเรืองยิ่งกว่าครั้งใด เขาได้อาศัยโอกาสนี้กำจัดเสี้ยนหนามไปทีละคนสองคน สร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองจนร่ำรวยมหาศาลโดยที่ท่านอ๋องไม่เคยรับรู้เลย

“เพคะ”

 “ขอเพียงฝ่าบาทปล่อยให้กระหม่อมจัดการเรื่องนี้” จงเหลียงรีบพูด“แคว้นหยินใช่ว่าไม่เคยมีกบฏ ทุกครั้งที่มีเราล้วนจัดการจนหมดสิ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฝ่าบาทอยู่ในวังหลวงโปรดอย่างทรงกังวลเลยพะยะค่ะ กระหม่อมสัญญาพะยะค่ะว่าจะนำหัวของจ้าวเฟิงหลงมาถวายฝ่าบาทให้ได้”

“ท่านคิดจะทำอย่างไร?

จงเหลียงสบตาน้องสาว ยกมือลูหนวด “หากได้ป้ายอาญาสิทธิ์ของฝ่าบาทมาเพื่อสั่งการแม่ทัพและทหารทุกคนภายในแคว้น กระหม่อมจะทำให้จ้าวเฟิงหลงสิ้นชื่อโดยเร็วพะยะค่ะ”

“ป้ายอาญาสิทธิ์...” ท่านอ๋องขมวดคิ้ว

ฉวี่หลันรีบช่วยสนับสนุน “ฝ่าบาทปล่อยหน้าที่ในการปราบกบฏให้เป็นของใต้เท้าจงเกิดเพคะ ฝ่าบาทเองควรใช้เวลาอยู่กับหม่อมฉันให้มากที่สุด อย่าไปใส่ใจเรื่องนี้ให้เสียเวลาเลยเพคะ” พูดจบนางก็ส่งยิ้มยั่วยวน

ท่านอ๋องยิ้มกว้างทันที โอบประคองนางไว้ในอ้อมแขน “สนมรักเจ้าพูดถูกแล้ว ข้าไม่ควรใส่ใจเรื่องนี้มากเกินไป ได้ข้าจะมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จงเหลียงไปจัดการเรื่องนี้แทนข้า”

 



จงเหลียงได้ป้ายอาญาสิทธิ์สมใจอยาก สิ่งแรกที่เขาทำคือปลดขุนนางรวมถึงเจ้าเมืองที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับเขาหลายคนออกจากตำแหน่ง จากนั้นจึงมีคำสั่งเพิ่มจำนวนทหารให้กับคนในตระกูลจงและขุนนางที่คอยสนับสนุนเขา ลดจำนวนทหารภายใต้การควบคุมของแม่ทัพหลายคน สร้างความไม่พอใจให้กับทุกคนอย่างยิ่ง แต่เขาหาได้สนใจ อีกไม่นานตระกูลจงจะกลายเป็นผู้ปกครองแคว้นหยินแทนหยินถิงอ๋อง ขอเพียงเขารวบรวมกำลังทหารและขุนนางได้มากกว่านี้ เขาจะกำจัดหยินถิงอ๋องเองไม่ต้องรอให้จ้าวเฟิงหลงเจ้าคนยโสโอหังนั่นมาจัดการ

จงเหลียงเคยพบกับจ้าวเฟิงหลงสองสามครั้ง ชายคนนั้นแม้จะเป็นเพียงขุนนางเล็กๆ กลับมีนิสัยอวดดีท่าทางยโสโอหังไม่เคยเห็นหัวใคร เมื่อเขาได้ครอบครองทุกอย่างสมใจ หลังจากนั้นเขาจะเป็นคนตัดหัวจ้าวเฟิงหลงมาเซ่นดวงวิญญาณให้บุตรชายเขาที่ต้องตายไปอย่างน่าอนาถ!

 


“สายลับของเราเพิ่งส่งข่าวว่าจงเหลียงได้ป้ายอาญาสิทธิ์มาจากท่านอ๋อง ตอนนี้เขากำลังสั่งโยกย้ายกำลังทหารไปอยู่ในมือคนตระกูลจงให้มากที่สุด สร้างความไม่พอใจให้กับขุนนางและแม่ทัพจำนวนไม่น้อยที่คอยปกป้องชายแดน”

เฟิงหลงคิดถึงสิ่งที่จางจินหมิงบอกกับเขา หากเป็นเช่นนี้อีกไม่นานภายในแคว้นคงเกิดความวุ่นวายยิ่งกว่านี้ นี่จะเป็นโอกาสของเขาในการเกลี่ยกล่อมขุนนางและแม่ทัพบางคนให้เข้าร่วมกับกองทัพของเขา 

“อา...มีน้ำพุอยู่ตรงนี้จริงด้วย” เสียงอันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเจิ้งซีปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ความคิดหันกลับมาสนใจนาง

เขาเห็นว่าหลายวันแล้วที่ปล่อยให้นางเอาแต่อุดอู้อยู่ในค่าย เช้านี้จึงพานางออกมาที่ป่าบนเขาหลังค่ายทหาร ปีศาจหงส์ไฟอย่างนางนั้นนอกจากจะชื่นชอบเมล็ดไผ่แล้วยังชื่นชมน้ำพุใสเย็นเป็นที่สุด

นางกวักน้ำมาล้างหน้าล้างมือ จากนั้นจึงหันมามองหน้าเขาอย่างสงสัย“วันนี้เจ้าใจดีกับข้ามากกว่าทุกวัน คงไม่ใช่สำนึกผิดที่แย่งเตียงข้าเมื่อคืน”

เฟิงหลงกรอกตามองฟ้า เขา ไม่เคย แย่งเตียงนางเลยสักครั้ง “ข้าไม่ได้แย่งเตียงเจ้า”

“แต่ทุกคืนข้านอนบนเตียงแล้วตื่นมาบนพื้นนี่”

“เจ้าหล่นลงมาเองมากกว่า”

นางทำหน้าไม่เห็นด้วย “จะเป็นไปได้อย่างไร มีแต่ลูกนกที่ยังไม่มีปีกเท่านั้นที่หล่นจากรังของตนเอง ข้าดูเหมือนลูกนกนักหรือ?

เขากวาดตามองนางอย่างอ้อยอิ่ง “ไม่เลย”

นางมองเขาอย่างระแวง จากนั้นจึงถอดรองเท้าแช่น้ำในบ่อน้ำพุ พอเงยหน้ามองฟ้ากลับเอ่ยออกมาดังๆ “เจ้าคิดว่าป่านนี้หวังจิ้งกับศิษย์พี่ของเจ้ารู้หรือยังว่าข้าถูกเจ้าลักพาตัวมาที่นี่”

“ไม่” พวกเขาอาจจะคิดว่านางนอนหลับหรือจำศีลไปแล้ว บางครั้งเจิ้งซีเคยหายไปไม่บอกไม่กล่าวอยู่นานนับเดือน พอนางลงมาปรากฏตัวนางก็บอกหน้าตาเฉยว่านางแอบงีบหลับไป

นางถอนใจท่าทางหมดหวัง “อกตัญญูกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเจ้า!

เขาเลิกคิ้ว “อกตัญญูอะไร ข้าไม่ใช่ดูแลเจ้าอย่างดีระหว่างอยู่ที่นี่หรอกหรือ?

“ดูแลดีอะไร เอาแต่ปล่อยให้ข้าอยู่กับอี๋เป่า”

เขามองใบหน้าหมดจดงดงามของผู้อาวุโสที่แม้จะอยู่ในชุดของบุรุษก็ยังไม่อาจข่มความงามของนางให้ลดน้อยลง นี่คือปีศาจอายุนับพันปีที่ใช้ชีวิตผ่านวันเวลาอันยาวนานมาโดยแทบไม่รู้เรื่องราวภายนอกที่เกิดขึ้นเลย “หากเจ้าอยากให้ข้าอยู่ด้วยมากกว่านี้ ข้าจะพยายามแต่ตอนนี้เจ้าคงต้องอดทนไปก่อน รอจนสงครามสงบข้ารับปากจะอยู่กับเจ้าทั้งวันทั้งคืน”

“ทั้งวันทั้งคืนอะไรกันข้าไม่ใช่อี๋เป่าที่คอยรับใช้เจ้านะ ตอนนั้นพอสงครามสงบเจ้าก็ต้องปล่อยข้ากลับหุบผาหงส์แล้ว”

เฟิงหลงเงียบ เขายังไม่คิดจะบอกนางตอนนี้ว่าเขาจะไม่ปล่อยนางกลับไป ไม่จนกว่าเขาจะสิ้นลมหายใจ

เจิ้งซียังบ่นงึมงำไม่เลิก “สงสัยเหลือเกินป่านนี้มีคนไปขโมยเก็บเมล็ดไผ่ของข้าหมดแล้วหรือว่า...”

“ป่าไผ่เจ้าสูงขนาดนั้นคงไม่มีใครปีนขึ้นไปได้ นอกเสียจากคู่หมั้นเจ้าผู้นั้นจะขโมยไปเสียเอง”

 นางสะดุ้ง พึมพำอย่างไม่พอใจว่า “คอยดูหากเขาขโมยเมล็ดไผ่ของข้าล่ะก็ข้าจะเสกให้เขากลายเป็นงูเขียวหางไหม้!

หลังจากใส่ร้ายหมิงฉวนแล้วเฟิงหลงก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่งที่เมื่อนางพูดปีศาจมังกรเขียวตนนั้นไม่ได้มีน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ใดๆ

 เจิ้งซียังคงกวักน้ำเล่นต่อไป เฟิงหลงจึงถามนาง “เจ้าไม่อยากลงเล่นน้ำหรือ?

นางมองน้ำใสกระจ่างในบ่อน้ำพุแล้วทำตาละห้อย “อยากแต่ว่า...” ดวงตางามตวัดมาทางเขา “แต่ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน”

เขายักไหล่ “ข้านั่งอยู่ตรงนี้ เจ้าเล่นอยู่ในน้ำ จะใกล้ชิดกันได้อย่างไร หากเจ้าเกรงว่าจะมีคนมาเห็นก็ไม่ต้องห่วง ข้าจะคอยดูต้นทางให้เอง ที่นี่นอกจากข้าแล้วจะไม่ให้ใครเข้ามาเด็ดขาด”

“นอกจากเจ้า?” นางมองเขาแล้วกะพริบตาปริบ

เขากลั้นยิ้มบอกอย่างเอื้อเฟื้อ “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าเราสองคนรู้จักกันมานานสนิทสนมกันยิ่งนัก เจ้าเป็นผู้อาวุโสข้าเป็นเพียงผู้เยาว์”

นางพยักหน้า “แน่นอน”

“ข้าไหนเลยจะกล้าลบหลู่คิดเกินเลยกับปีศาจผู้สูงส่งอายุนับพันปีเช่นเจ้า อย่าคิดมากเลยลงไปเล่นน้ำอย่างที่เจ้าต้องการเถิด แต่ข้าขอแนะนำเพื่อไม่ให้เสื้อผ้าเจ้าเปียกโชกไปทั้งตัว ก่อนลงไปควรถอดออกให้หมดเสียก่อน ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหาย ข้าจะคอยเฝ้าไว้ให้เอง”

 

 

 

 






____________________________________________________________________

เสี่ยวเฟิงช่างแสนจะมีน้ำใจ ^^


ช่วงนี้ผักที่ปลูกไว้จะได้กินแล้วคร่า เย่ๆ 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ 

ณ เชิงดอย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 448 ครั้ง

860 ความคิดเห็น

  1. #834 Aom Pornpilas (@themoviie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 10:47
    หลอกล่อสุดๆ555
    #834
    0
  2. #828 Hupja (@Hupja) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:57

    นางช่างโง่งมได้น่ารักยิ่ง. เสียรู้มาหลายปีและคงจะอีกหลายปี

    #828
    0
  3. #738 KlitiyaLux (@KlitiyaLux) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 15:05
    รักนางเอกอ่ะ
    #738
    0
  4. #733 Aoaom2529 (@Aoaom2529) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:27
    นางเอกน่าเอ็นดูมากกกก
    #733
    0
  5. #715 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 10:56
    แล้วเจิ้งชีก็ถอดแล้วเล่นน้ำอย่างสบายใจ 5555
    #715
    0
  6. #636 Foke_kung (@Foke_kung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:17
    ชุดเปลี่ยนกลิ่นสบู่ก็มา...เอ...นกโดนกินแล้ววม้างงงง
    #636
    0
  7. #509 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 20:41
    หนูลูก โดนแกล้งทั้งเรื่องอะดูท่าแล้ว ไรท์จะไม่รักนางเอกคนนี้
    #509
    1
    • #509-1 (@sarok147) (จากตอนที่ 7)
      17 สิงหาคม 2562 / 22:28
      ไม่จริงนะ เอ็นดูนางออก 55555
      #509-1
  8. #476 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:15

    โดนอีกละ
    #476
    0
  9. #254 tukta_2018 (@tukta_2018) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:55

    ร้ายจริงๆๆๆ...
    #254
    0
  10. #253 ACH'S (@avajarin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:52
    เจ้าเล่ห์นะ มาคนละแนวกับเฟยหลงหน่อยๆ อันนั้นจะดูร้ายๆผสมด้วย ส่วนรายนี้คือหลอกล่อแบบมาดนิ่งจริงๆ
    #253
    0
  11. #252 pommy4813 (@pommy4813) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:49

    เจิ้งซีปีศาจผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง....ไม่ทันเกมเค้าตลอด

    #252
    0
  12. #251 phrnphak (@phrnphak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:52
    เฟิงหลงก็หลอกเจิ้งซีหลอกแล้วหลอกอีกนางก็เสียรู้ให้เจ้าเด็กน้อยตลอด5555
    #251
    0
  13. #250 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:12
    หลอกได้หลอกดีจริงๆ
    #250
    0
  14. #249 Aemie (@tharay_m) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:28
    ร้ายยยยย
    #249
    0
  15. #248 tavigar_25 (@tavigar_25) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:46
    พระเอกของไรท์แต่ละคนนี่นะจิงๆเลย
    #248
    0
  16. #247 NAhm Jarinn (@nahm_topsecret) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:27

    ก็ได้เหรอ เฟิงหลง
    #247
    0
  17. #246 noodeepooh (@noodeepooh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 05:28
    นางเอกเป็นปีศาจอายุสาใพันกว่าปีที่ซื่อมากๆเลยนะ555
    #246
    0
  18. #245 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 02:18
    เจ้าเล่ห์มากกก
    #245
    0
  19. #244 Jp prachan (@0991939550) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:42
    ร้ายยยยอ่ะ
    #244
    0
  20. #243 MSmiw (@MSmiw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:20

    หลอกเก่งนะเราอ่ะ
    #243
    0
  21. #242 หมูน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:10

    ฮั่่่่่่่่่่่่่่่นแหน่ๆๆๆๆๆๆๆๆ.ร้ายไม่เบานะเราอ่ะ

    #242
    0
  22. #241 ValuableZi (@Ahgasenio779) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:52
    เจิ้งซีไม่ทันเฟิงหลงจริงๆนะ ไม่ทันจริงๆ555555555
    #241
    0
  23. #240 supaporn11 (@mamomo11824) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:42
    เจ้าเล่ห์นะ เสี่ยวเฟิง
    #240
    0
  24. #239 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:33
    เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก5555
    #239
    0
  25. #238 มะตูมเเช่เย็น (@toei2548) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:13
    ร้ายกาจจจจ
    #238
    0