ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 หลักฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 405 ครั้ง
    8 ส.ค. 62


ตอนที่ 8 หลักฐาน



 

          “ไปสืบมาให้ข้าว่าสองคนนั้นเป็นใคร”

          หลังจากออกมาพ้นห้องรับรองของสามีตงเหม่ยก็บอกกับแม่นมที่ติดตามมารับใช้นางหลังจากแต่งงานเข้าสู่ตระกูลหวังด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยเกรงว่าคนอื่นจะได้ยิน

            “คุณหนูหมายถึง...”

            “แขกของท่านแม่ทัพที่อยู่ในห้องนั้น ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใครมาทำอะไรที่นี่” โดยเฉพาะชายรูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายคนนั้น เขาช่างโดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก คงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ไม่แน่เขาอาจเป็นขุนนางที่ท่านอ๋องส่งมาหารือกับสามีนาง  

            แม่นมพยักหน้าแต่โดยดี “เจ้าค่ะ”

          ตงเหม่ยเหลือบมองไปยังประตูเรือนรับรองที่ปิดสนิท อีกไม่นานนางจะได้รู้ในสิ่งที่ต้องการ นางผุดยิ้มเดินต่อไปยังเรือนของฮูหยินใหญ่ที่นางครอบครองมานานห้าปีแล้วตั้งแต่แต่งงานเข้าสู่ตระกูลหวัง ความจริงก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพสามีนางเคยแต่งงานมาก่อนแต่ภรรยาคนแรกเขาเสียชีวิตไปเพราะอาการป่วย เขากับนางพบกันที่หอนางรำอันเลื่องชื่อของเมืองหลวง ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบนางก็หลงใหลนางมาตลอดและจะเป็นเช่นนั้นต่อไป นางไม่ยอมให้ใครมาแย่งตำแหน่งฮูหยินใหญ่ไปจากนางเด็ดขาด  

            ไม่นานนักหลังจากแม่นมจากไปก็ได้กลับมาหานาง บอกว่าชายคนนั้นคือจ้าวเฟิงหลง แม่ทัพของทัพกบฏที่ตั้งมั่นอยู่เมืองจื่อโจวเสี้ยนหนามคนสำคัญที่ทำให้ท่านอ๋องกินไม่ได้นอนไม่หลับ ส่วนชายใบหน้าหมดจดที่มากับเขานั้นเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวเขา

            ตงเหม่ยยิ้มพอใจคาดไว้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดา นี่หรือคือชายผู้คิดจะโค่นบัลลังก์อ๋องหยินตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่เสียเอง เขาทั้งมักใหญ่ใฝ่สูงและทะเยอทะยาน นางคิดถึงแววตาเขาที่สบตานาง...พลันภาพตนเองในฐานะชายาเอกของจ้าวเฟิงหลงก็ผุดขึ้น

            ตงเหม่ยมองไปรอบกาย แม้คฤหาสน์ตระกูลหวังจะงดงามโออ่า แม้ฐานะฮูหยินแม่ทัพจะได้รับการยอมรับนับถือไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรก็คงงดงามสู้วังหลวงไม่ได้ ถึงอย่างไรก็คงสู้ตำแหน่งพระชายาไม่ได้

 



“เจ้าเอาแต่จ้องหน้าข้าตั้งแต่ออกจากจวนแม่ทัพหวัง มีเรื่องอะไรก็พูดมา”

ทันทีที่เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ภายในโรงเตี๊ยมเฟิงหลงก็พูดขึ้นเสียงเรียบ เจิ้งซีสะดุ้งไม่คิดว่าเฟิงหลงจะรู้ว่านางแอบมองเขาอยู่ นางก้มลงมองถ้วยน้ำชาตรงหน้าที่นางยังไม่ได้แตะต้อง คิดถึงแววตาของเขาเมื่อมองสบตากับฮูหยินผู้งดงามของแม่ทัพผู้นั้นแล้วเกิดสงสัย

“ข้าเห็นแววตาที่เจ้ามองฮูหยินแม่ทัพหวัง”

เขายกชาขึ้นจิบ “แล้วอย่างไร?

“เจ้าอาจคิดว่าข้าไม่รู้ความเป็นไปของภายนอกหุบผาหงส์ แต่จริงๆ แล้วข้าเคยได้ยินมามากทีเดียว รู้ว่าเจ้าคิดจะวางแผนลักพาตัวฮูหยิน...”

“เหตุใดข้าต้องลักพาตัวนาง ข้าไม่ใช่คนมีนิสัยชอบลักพาตัวสตรี...”

นางมองเขาแล้วเหลือบมองสร้อยข้อมือตาขุ่นเขียว นางนั่งอยู่ตรงนี้มิใช่ถูกลักพาตัวมาหรอกหรือ?!

เฟิงหลงพอเห็นสีหน้านางจึงรีบพูดต่อ “...สตรีที่เป็นมนุษย์”

“เจ้ากล่าวเช่นนี้คิดจะรังแกเฉพาะสตรีที่เป็นปีศาจหรือ?

“ปีศาจอย่างเจ้าต่างหาก”

“เจ้า!..” นางยกมือชี้หน้าเขายังไม่ทันต่อว่าเขาให้หนำใจก็ถูกเขาเอื้อมมือมาปิดปากไว้

“อย่าเอะอะไป หรือเจ้าอยากให้คนทั้งโรงเตี๊ยมรู้ว่าเจ้าเป็นอะไร”

เจิ้งซีมองไปรอบๆ แน่นอนนางไม่อยากให้ใครรู้ว่านางเป็นปีศาจในสภาพไร้พลังเช่นนี้ มีเฟิงหลงคนเดียวที่รู้ก็ลำบากมากแล้ว เขาลดมือลงเมื่อแน่ใจว่านางไม่เอะอะโวยวาย จากนั้นจึงหันไปเรียกเสี่ยวเอ่อสั่งอาหารหลายอย่าง ส่วนมากแล้วเป็นธัญพืชกับผลไม้ที่นางชอบกิน พออาหารมาเขาเลื่อนมาตรงหน้านาง

“กินสิ เจ้าดูผอมไป”

เจิ้งซีถอนใจ “ข้าอยากกินเมล็ดไผ่นี่”

“เอาไว้ตอนกลับข้าจะพาเจ้าแวะไปที่ป่าไผ่ ตอนนี้ทนกินผลไม้กับธัญพืชพวกนี้ไปก่อน”

 “ข้าอยากดื่มน้ำค้างยอดไผ่”

“ข้าจะเก็บมาให้เจ้า”

เจิ้งซีหรี่ตามองเขา เจ้าเด็กนี่จะดีเกินไปแล้ว เขาไม่ใช่คนว่าง่าย ยิ่งไม่เคยขออะไรได้ง่ายๆ หรือเพราะเขากำลังสมหวังที่จะได้ล่อลวงหญิงงาม นางยิ้มกริ่มยื่นมือออกไป “ถอดสร้อยเส้นนี้ให้ข้าด้วย”

เขามองหน้านางแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากไม่สนใจแม้แต่จะชายตามองสร้อยบนข้อมือนาง เจิ้งซีทำเสียง หึ เบาๆ ลงมือกินอาหารของนางเช่นกัน

หลังจากกินจนอิ่มเขาก็ชวนนาง “ในเมืองจางหยวนมีหอนางโลมเลื่องชื่อ ข้าจะพาเจ้าไปเรียนรู้วิถีแห่งชายหญิงเผื่อเจ้าจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น”

เจิ้งซีหน้าแดงก่ำที่ถูกสบประมาท “ข้าอายุตั้งสามพันกว่าปีไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนรู้วิถีชายหญิงอย่างเจ้าว่า เจ้าคงไม่ลืมข้ามีคู่หมั้น...” ที่นางเกือบจะลืมไปแล้วว่ามี นางไม่รู้มังกรเขียวชอบกินอะไรจะชอบกินเมล็ดไผ่หรือไม่ หากชอบหวังว่าหมิงฉวนคงไม่ขโมยเมล็ดไผ่นางจนหมด “...อยู่หนึ่งคน ส่วนเจ้าไม่มีสักคน หากเทียบกับข้าแล้วเจ้ายังต้องเรียนรู้มากกว่า

“คู่หมั้น...” เฟิงหลงแสยะยิ้ม “หากข้าต้องเรียนรู้จากเจ้า ชาตินี้เราสองคนคงไม่อาจสมหวัง” ก่อนจะคว้ามือนางพาออกจากโรงเตี๊ยมไปไม่เปิดโอกาสให้นางถามว่าสมหวังเรื่องอะไร

 


“คุณชายข้าไม่เคยพบเจอบุรุษหน้าตางดงามหมดจดเช่นท่านมาก่อน ท่านช่างโชคดียิ่งนักที่มีใบหน้าเช่นนี้”

เฟิงหลงจิบสุราเฝ้ามองเจิ้งซีพยายามปัดมือของหญิงคณิกาสองคนที่เฝ้าสัมผัสลูบไล้ออกจากเนื้อตัวนาง ก่อนจะยกมือกอดอกแน่นด้วยท่าทางเก้อกระดาก  

“พะ...พวกเข้าไปนั่งห่างๆ ข้าไม่ได้หรือ เหตุใดต้องมาคอยแตะต้องข้าด้วย” เจิ้งซีประท้วงหน้าบึ้งไม่พอใจนักที่ถูกสัมผัสแตะต้อง

หญิงคณิกาสองคนหัวเราะเบาๆ “เราสองคนถูกเรียกมาคอยรับใช้ท่าน จะนั่งห่างท่านได้อย่างไรเจ้าคะ มาให้ข้าช่วยนวดให้ท่าน”

นางสะดุ้งเฮือกเมื่อหญิงคณิกาคนหนึ่งบีบลงบนไหล่บอบบาง “ไม่ ข้าไม่อยากให้เจ้านวดให้ข้า”

“ทำไมเล่าเจ้าคะ หรือพวกเราสองคนไม่งดงามอ่อนหวานมากพอ”

“ไม่เลย พวกเจ้างดงามไร้ที่ติ แต่ข้า...” นางเหลือบมองเขา “ไปนวดให้เขาแทนก็แล้วกัน เขาคงจะเมื่อยเหมือนกัน”

พวกนางสองคนมองเขาแล้วยิ้ม กำลังจะลุกมาหา แต่...เจิ้งซีบ่นงึมงำขึ้นเสียก่อน

“แม้ว่าบางทีเขาอาจจะชื่นชอบบุรุษมากกว่า แต่สตรีที่งดงามเช่นพวกเจ้าอาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้”

หญิงงามทั้งสองมองมาที่เขาแล้วทำหน้าลังเล

เฟิงหลงวางจอกสุราในมือบนโต๊ะเสียงดังกึก! ทำให้ทั้งปีศาจทั้งมนุษย์สะดุ้งผวาเข้าไปนั่งเบียดกันทันใด

เจิ้งซียกมือปิดปากตนเอง “ขะ...ข้าทำเขาขายหน้าแล้ว อมิตตพุทธๆ พระพุทธองค์ช่วยลูกด้วย” นางร้องขอความเมตตาจากพุทธองค์คงลืมไปว่าตนเองนั้นเป็นปีศาจ!

เฟิงหลงถอนใจ พูดกับหญิงคณิกา“ข้าได้ยินว่าที่นี่มีสุราชั้นดีอยู่”  

“เจ้าค่ะ หากคุณชายต้องการข้าจะรีบไปนำมาให้”

“หากที่นี่มีผลท้อหรือผลไม้ที่น่ากินนำมาด้วย สหายข้าชอบกินมัน”

พวกนางสองคนรับปากรีบลุกขึ้น เจิ้งซีคว้าชายกระโปรงพวกนางเอาไว้แน่น “พวกเจ้าจะไปทั้งสองคนแล้วทิ้งข้าไว้กับเขาตามลำพังไม่ได้นะ”

 “คุณชายท่านเองก็มากับเขา...ท่านดูแลตนเองเถิดเจ้าค่ะ” พูดจบหญิงคณิกานางนั้นปัดมือเจิ้งซีออกรีบจากไป

เจิ้งซีมองตามหลังหญิงทั้งสองราวกับอยากจะตามพวกนางไปด้วย ก่อนจะหันมามองเขาอย่างระแวง   

   เฟิงหลงมองนางแล้วนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่นาน สุดท้ายเจิ้งซีก็ทนไม่ไหว นางขยับมาใกล้เขา

“เสี่ยวเฟิงเจ้าคงโกรธที่ข้าเปิดเผยความลับของเจ้า ข้ารับปากจากนี้จะไม่พูดอีกว่าเจ้าเป็นพวกตัดแขนเสื้ออีก หากข้าพูดขอให้สวรรค์ลงโทษ...คู่หมั้นข้า”

นางทำหน้าเจ้าเล่ห์ เขากลอกตาแล้วส่ายหน้า วันนี้พานางมาเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในหอนางโลม ดูเหมือนนางจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย 

ผลไม้ถูกยกออกมา เจิ้งซีกินอย่างเอร็ดอร่อย นางมองไปรอบๆ ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในหอนางโลม ชายคนนั้นมองไปรอบๆ พลันก็มีหญิงคณิกางดงามผู้หนึ่งถลาไปหาเขา

เขาอุทานออกมาว่า “ไป่เอ๋อร์”

ไป่เอ๋อร์ผู้งดงามหัวเราะเสียงหวานส่งยิ้มยั่วยวน “คุณชายอ้าย...” 

ก่อนที่ชายคนนั้นจะคว้าหญิงคนนั้นมากอดแนบอก “ไป่เอ๋อร์ข้าคิดถึงเจ้าเหลือกิน...”

เจิ้งซีผู้หนึ่งถือลูกท้อเอาไว้พยักหน้ามองทั้งสองอย่างสนใจ พอชายคนนั้นก้มลงจุมพิตหญิงในอ้อมแขนเสียงดัง เจิ้งซีก็ทำเสียง อืมมม เบาๆ  จากนั้นก็หันมาหาเขา

“เสี่ยเฟิงเจ้าที่แท้ก็ใช้ข้าเป็นข้ออ้างมาที่นี่ทั้งที่ความจริงแล้วคิดจะเอาสิ่งที่ได้เห็นไปใช้กับฮูหยินแม่ทัพหวัง เราสองคนรู้จักกันมานานเจ้าน่าจะบอกข้ามาตามตรงไม่เห็นต้องอ้อมค้อมให้มากความ”

 เฟิงหลงหรี่ตาจากนั้นจึงคว้าแขนนางรั้งเข้ามาแนบอกทำเอาผลท้อหลุดจากมือนางหล่นลงพื้นเสียงดังตุ๊บ! ก้มหน้าลงไปหาหมายตาที่ริมฝีปากอิ่มสีสด เจิ้งซีกลับยันอกเขาไว้ประท้วงเสียงดัง...

“เจ้าทำผลท้ออวบอ้วนของข้าชอกช้ำแล้ว!” นางรีบผละจากเขาคลานไปหยิบผลท้อขึ้นมาเช็ดถูสองสามครั้งก่อนจะกัดคำโต หันกลับไปหาชายหญิงสองคนที่พลอดรักกันเมื่อสักครู่ นางมองทุกคนตาปริบๆ เมื่อเห็นว่าภายในหอนางโลมต่างจ้องมองเขากับนางเป็นตาเดียว

 “พวกเขามองเราทำไม...” นางหน้าซีดขยับมาใกล้เขา “ระ...หรือว่าพวกเขารู้ว่าข้าเป็นปีศาจ?!

 


คืนนั้นหลังจากกินจนอิ่มหนำและดูมากพอแล้วเจิ้งซีก็พร้อมจะหลับ เฟิงหลงจึงพานางออกจากหอนางโลมกลับที่พัก นางทันทีที่เห็นเตียงก็ทิ้งตัวลงนอนถอนหายใจพลิกตัวหันหลังให้เขาและหลับไปอย่างว่าง่ายราวเด็กๆ

พอเห็นนางหลับสนิทเฟิงหลงจึงคลี่ผ้าห่มห่มให้นางก่อนเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าเป็นสีดำสนิททั้งตัวปิดบังใบหน้าเอาไว้ คืนนี้เขามีสิ่งที่อยากรู้ หากสิ่งที่เขาคิดไว้เป็นเรื่องจริงจะได้เริ่มทำตามแผนการที่วางไว้

เฟิงหลงแอบหลบจากโรงเตี๊ยมเข้าไปในภายในคฤหาสน์ตระกูลหวังที่มีการคุ้มกันแน่นหนาแต่เขาก็สามารถผ่านทหารเข้าไปภายในได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ภายในคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่เพียงไม่นานเขาก็ตามหาเรือนของหวังฮูหยินผู้งดงามล่มเมืองได้สำเร็จเพราะมันคือเรือนที่มีสวนดอกไม้งดงามส่งกลิ่นหอมที่สุดในบรรดาเรือนทั้งหมด

 เฟิงหลงหลบที่หลังเสาต้นหนึ่งขณะสาวใช้สองคนเปิดประตูออกมาจากด้านใน พวกนางพูดคุยกันอย่างร่าเริง

“ฮูหยินช่างงดงามทั้งกายและใจ นางรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดข้า นางจึงให้ของขวัญวันเกิดแก่ข้าเป็นกำไลหยกที่งดงาม วันเกิดเจ้าฮูหยินก็คงเตรียมของขวัญไว้ให้เช่นกัน”

นางกำนัลอีกคนพูดขึ้น “เป็นโชคดีของเราแล้วที่ได้มาเป็นสาวใช้รับใช้ในบ้านตระกูลหวัง”

“ไม่ผิด”

พวกนางสองคนเดินจากไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนเขาไม่ได้ยินประโยคสนทนาอีก เฟิงหลงลอบเข้าไปในเรือนฮูหยินหวังทางหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ ปีนขึ้นไปบนหลังคา จนกระทั่งไปถึงห้องๆ หนึ่ง เขามองลงไปพบฮูหยินหวังกำลังนั่งแต่งตัวที่หน้ากระจกทองเหลือง นางคงเพิ่งอาบน้ำไม่นานจึงยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนัก ข้างกายนางมีหญิงสูงวัยคนหนึ่งยืนคอยรับใช้อยู่

สตรีที่ยืนคอยรับใช้มองนายหญิงของตนอย่างชื่นชม “คุณหนูยังคงงดงามไม่เคยเปลี่ยน มิน่าท่านแม่ทัพจึงได้หลงใหลคุณหนูยิ่งนัก”

ฮูหยินหวังหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงนางมีความนุ่มนวลและยั่วยวนในที “ต้องขอบคุณใบหน้าและรูปร่างนี้ทำให้ข้าเป็นถึงฮูหยินหวังผู้มีฐานะสูงส่ง ทำให้เราสองคนสุขสบายอย่างทุกวันนี้”

“เจ้าค่ะ คุณหนูงดงามไร้ที่ติ แม้แต่ท่านอ๋องยังเคยเสียดายที่พบคุณหนูช้าเกินไป”

“ข้าเองก็เสียดายเช่นกันที่แต่งงานก่อน หากข้าพบท่านอ๋องก่อนป่านนี้คงได้เป็นสนมเอกหรือพระชายาไปแล้ว ไม่ปล่อยให้สตรีตระกูลจงครอบครองตำแหน่งสนมเอกอยู่อย่างนี้”

นางประทินผิวด้วยเครื่องสำอางจนเสร็จ จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ “โชคดีวันนี้ท่านแม่ทัพไม่อยู่ ข้าจึงพอมีเวลาว่าง”  พร้อมกับออกคำสั่ง “ฝนหมึกให้ข้า”  

“คุณหนูจะเขียนจดหมายถึงใครหรือเจ้าคะ?

“ข้าได้ยินท่านพี่บอกว่าคนผู้นั้นพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมในเมือง ข้าอยากให้เจ้านำจดหมายไปส่งให้เขา”

 “คุณหนู...คงไม่ได้หมายถึง...”

 “เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าหมายถึงเขา”

สตรีสูงวัยพึมพำไม่เห็นด้วย “คุณหนูไม่ควรทำเช่นนี้นะเจ้าคะ คุณหนูคงจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ ท่านแม่ทัพเกือบจะรู้ความจริงว่าคุณหนูกับ...”

“อาฝู...เจ้าไม่ควรยุ่งเรื่องนี้ แค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”

“แต่หากท่านแม่ทัพรู้...”

นางยิ้ม “ท่านแม่ทัพจะไม่มีวันเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ทัพเชื่อทุกอย่างที่ข้าพูด ใครเล่าจะกล้าบอกว่าข้ายั่วยวนเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนผู้นั้นคือแม่ทัพฝั่งกบฏจ้าวเฟิงหลงที่ถูกราชสำนักหมายหัว”

ไม่นานนักนางก็เขียนจดหมายเสร็จ จากนั้นจึงส่งให้หญิงรับใช้ “ส่งมันไปให้ถึงเขา ห้ามส่งผ่านคนอื่นเด็ดขาด”

“เจ้าค่ะ” หญิงสูงวัยรับอย่างเสียไม่ได้ จากนั้นจึงเปิดประตูออกจากห้องไป ทิ้งนายหญิงของนางไว้เพียงลำพัง

เฟิงหลงลงจากหลังคาตามหญิงรับใช้ไปจนถึงห้องพักของนาง พอนางเผลอเขาจึงจู่โจมใช้เพียงฝ่ามือเดียวซัดเบาๆ เข้าที่หลังคอนางก็สามารถทำให้นางสลบลงได้ เขาหยิบจดหมายมาเปิดอ่าน ก่อนจะพับเก็บจากนั้นจึงกลับไปหาฮูหยินหวังอีกครั้ง ตอนที่เขาเข้าไปนางกำลังเปลื้องชุดคลุมออกเหลือเพียงเอื้อมตัวในสีแดงกับกระโปรงก้าวไปที่เตียง

เฟิงหลงก้าวเข้าไปหยุดยืนด้านหลังนาง พร้อมทั้งเอื้อมมือออกไปคว้าร่างนางไว้ยกมือปิดปากแน่น

“อื้อ!” นางตัวแข็งร้องอุทานเสียงดังแนบมือเขา ก่อนพยายามดิ้นรนหนีให้พ้นจากอ้อมแขนเขาด้วยท่าทางตื่นกลัว

“เหตุใดต้องกลัวข้าในเมื่อเจ้าเพิ่งให้คนส่งจดหมายไปหาข้า”

นางหยุดดิ้นทันที เขารู้แล้วว่าตอนนี้ต่อให้ปล่อยมือจากปากนางก็จะไม่ร้อง เฟิงหลงจึงลดมือลงขยับถอยห่าง นางหันมาจังหวะเดียวกับที่เขาปลดผ้าปิดหน้าลง

“ท่าน!” นางอุทานมองเขาตาโตอยู่ชั่วขณะ ไม่นานนักท่าทางตื่นตระหนกก็เปลี่ยนเป็นยั่วยวน นางส่งยิ้มบาดตาให้เขา “ข้าคิดเอาไว้ว่าท่านเป็นคนยโสโอหัง ทั้งยังไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่คิดว่าท่านจะโอหังมากกว่าที่ข้าคิดไว้ ขอถามสักคำว่าท่านกล้าดีอย่างไรบุกเข้ามาในห้องข้ายามวิกาลเช่นนี้ หากข้าร้อง...”

“หากเจ้าคิดจะร้องขอความช่วยเหลือเจ้าคงทำไปแล้ว” เขาดักคอ

นางมองเขาแล้วแสร้งทำเป็นเขินอายที่ต้องอยู่ต่อหน้าเขาในสภาพไม่เรียบร้อยนักแต่ก็ไม่คิดจะหาสิ่งใดมาปกปิดร่างกาย “ท่านต้องการอะไร?

เฟิงหลงกวาดมองนางช้าๆ สิ่งที่สตรีผู้นี้แสดงออกต่อหน้าเขาคือมารยาของสตรีที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีเลิศ นางไม่ใช่คนโง่แต่จะฉลาดมากแค่ไหนคงต้องรอการพิสูจน์อีกครั้ง “คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่เจ้าเขียนจดหมายไปหาข้า”

นางยิ้มดวงตาเป็นประกายเดินไปนั่งลงบนขอบเตียง “ข้าได้ยินมาว่าท่านมาเพื่อเกลี้ยกล่อมสามีข้าให้ยอมเข้าร่วมกับกองทัพของท่านโค่นล้มหยินอ๋อง ท่านเข้ามาในห้องข้าไม่คิดหรือว่าเมื่อสามีข้ารู้ท่านจะไม่ได้รับความร่วมมือจากเขา”

เขาก้าวเข้าไปหานาง “แม่ทัพหวังภักดีต่อราชสำนักและหยินอ๋อง ถึงอย่างไรเขาก็ปฏิเสธข้าไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ข้าต้องกลัว”

“ข้าอาจเปลี่ยนใจเขาได้ ท่างก็รู้ว่าสามีข้าหลงใหลข้าเพียงใด ข้าพูดสิ่งใดเขาล้วนเชื่อทั้งนั้น ข้าสามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาทำสิ่งใดก็ได้เพื่อข้า”

เขาพยักหน้า “ข้าก็หวังเช่นนั้น”

นางหรี่ตามองเขา “หรือว่าท่านมาหาข้าเพราะ...”

เฟิงหลงยิ้ม “เพราะเจ้าเป็นเจ้าข้าจึงมาอยู่ที่นี่ เพื่อเจ้าพยายามน้อยกว่านี้คงไม่ได้” แววตาระมัดระวังหายไปอีกครั้ง เหลือแต่ความเชื่อมั่นในเสน่ห์อันล้นเหลือของตนเอง “อีกอย่างข้าแน่ใจว่าสามีเจ้าจะไม่รู้ เจ้าคงไม่คิดจะบอกเขา”

นางผุดยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า “หากข้าบอก...”

“เจ้าจะถูกกล่าวหาว่าคบชู้”

นางมองเขาอย่างท้าทาย “มีคนเคยกล่าวหาข้าเช่นนี้ เขาถูกสามีข้าตัดหัว”

เขาไล้แก้มเนียนนุ่มของนางแผ่วเบา ก้มลงกระซิบข้างหูนาง “เขาเป็นคนโง่พูดในสิ่งที่ไม่ควร สมควรแล้วที่ถูกตัดหัว”

นางหัวเราะอย่างพอใจวางมือบนแผ่นอกเขา ไล้มือขึ้นมาคล้องรอบคอเขา “ท่านดูฉลาดกว่าเขามาก”

“ไม่ผิด” เขาปลดแขนนางออกดันร่างงดงามได้สัดส่วนโค้งเว้าลงกับเตียง ก้าวขึ้นไปหานาง นางเอื้อมมือออกมาคิดจะรั้งเขาเข้าไปหา เขาจับมือนางดันลงกับเตียง นางไม่ยอมแพ้ยังพยายามจะยืดตัวขึ้นมาจุมพิตเขา ดันกดปลายคางนางไว้ “เพราะข้าคงไม่โง่พอจะพูดอะไรออกไปโดยไม่มีหลักฐาน”

นางชะงัก “ท่านหมายความว่าอย่างไร?

เขายิ้มใส่ตานาง “ข้ามีจดหมายที่เจ้าเขียนถึงข้า”

นางตัวแข็ง แววตายั่วยวนหายไป “จดหมายมาอยู่กับท่านได้อย่างไร มันน่าจะอยู่กับคนของข้า" 

"ข้าใจร้อนจึงไปหยิบมันมาจากนางก่อนจะทันได้ส่ง หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องการพบข้าอยู่แล้ว"

"ทะ...ท่านคิดจะทำอะไร?

“ครั้งนั้นเจ้ายั่วยวนขุนนางหนุ่มจนถูกเขานำเรื่องไปเปิดเผยกับสามีเจ้า แต่เขาไม่มีหลักฐานจึงไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเจ้าถูกเขาใส่ร้าย แต่ครั้งนี้หากข้ามีจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเจ้าบอกว่าเจ้าต้องการพบข้า...”

 “กะ...ก็แค่จดหมายธรรมดา”

“สตรีที่แต่งงานแล้วนัดพบกับชายคนหนึ่งในที่ลับตาผู้คน คงถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้”

 ดวงตางามเบิกกว้าง ความเข้าใจบางอย่างผ่านเข้ามา นางเม้มปากแน่นถามเขาเสียงห้วน “ท่านต้องการอะไร?

เฟิงหลงลุกขึ้นจากเตียงถอยห่างจากสตรีผู้งดงามเย้ายวนซึ่งบัดนี้ไม่มีความเย้ายวนปรากฏให้เห็น “เจ้าบอกข้าเองว่าเจ้าสามารถเกลี้ยกล่อมแม่ทัพหวังให้ทำได้ทุกสิ่ง ภายในสามวันเจ้าจะจะต้องหาทางเกลี้ยกล่อมเขาให้เข้าร่วมกับกองทัพของข้าให้ได้ หากเจ้าทำได้ข้าจะทำเก็บจดหมายรักของเจ้าเอาไว้เป็นความลับระหว่างเราสองคน แต่หากเจ้าทำไม่ได้...เจ้าคงรู้การถูกหาว่าคบชู้สู่ชายจะมีชะตากรรมเช่นไร ด้วยนิสัยแม่ทัพหวังเจ้าหากไม่ถูกเขาฉีกออกเป็นชิ้นๆ ก็คงต้องไปนอนอยู่ข้างถนน”

“ท่านขู่ข้า!

เขายิ้มครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่ทำให้นางผงะถอยห่าง เฟิงหลงก้าวเข้าไปใกล้รู้สึกได้ว่านางตัวสั่นเทา ก้มลงกระซิบแผ่วเบา “อีกสามวันเจ้าจะรู้ว่าข้าขู่เจ้าหรือกำลังพูดความจริง”

นางยังไม่ยอมแพ้ เค้นเสียงใส่เขาอย่างโกรธแค้น “ข้าไม่เชื่อ!...สามีข้าจะไม่มีวันเชื่อท่าน ข้าจะบอกว่าท่านใช้กำลังบังคับให้ข้าเขียนจดหมาย”

เขาหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา ปักลงใกล้กับมือของนางอย่างแรงจนนางสะดุ้งสุดตัว!

“เมื่อข้าใช้กำลังบังคับเจ้า เจ้าจะได้รับรู้มันอย่างลึกซึ้งไม่มีวันลืม”

นางนั่งตัวสิ่นเทิ้มบนเตียงพูดอะไรไม่ออก ใบหน้างดงามซีดเผือดไร้สีเลือดหมดสิ้นความงามที่เคยใช้ล่อลวงผู้คนให้หลงใหล  

เฟิงหลงหันหลังก้าวไปที่ประตู เขาก้าวหลบเมื่อมีดเล่มนั้นถูกขว้างมาใส่เขา เขาหันไปยิ้มให้นาง “อย่าลืม เจ้ามีเวลาสามวัน”

“เจ้ามันชั่วช้าล่อลวงสตรีไร้ทางสู้!

เขาปรายตามองนาง “สตรีที่สามารถทรยศสามีได้ลับหลังโดยไม่ละอายฟ้าดินเช่นเจ้าก็สมควรแล้วที่ต้องพบเจอเรื่องเช่นนี้”

 

สองวันหลังจากนั้นแม่ทัพหวังอี้เซียวผู้ภักดีต่อราชสำนักมานานก็นำทหารสามหมื่นคนเข้าร่วมกับกองทัพกบฏจ้าวเฟิงหลงสร้างความแตกตื่นหวาดกลัวให้กับหยินอ๋องและราชสำนักเป็นอย่างยิ่ง หยินอ๋องรีบมีราชโองการปลดหย่งสือออกจากตำแหน่งแม่ทัพด้วยรู้ว่าหย่งสือนั้นรักและเคารพหวังอี้เซียวเพียงใด

แต่ระหว่างทางขุนนางผู้นำราชโองการไปหาหย่งสือถูกลอบสังหาร ทำให้หลังจากหวังอี้เสียวแปรพักตร์ไม่นาน หย่งสือน้องบุญธรรมของเขาก็นำกองทัพและทหารภายใต้การควบคุมของเขาเข้าร่วมกับทัพกบฏตามไปด้วย

หยินอ๋องแทบสิ้นสติด้วยความหวาดกลัว จงเหลียงใช้ป้ายอาญาสิทธิ์สั่งระดมกำลังทหารทั่วแคว้นหวังปราบกบฏให้สิ้นซาก!




______________________________________________________________

เสี่ยวเฟิงคนดีคนเดิม 

ส่วนปีศาจของเรานั้น...^^


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ณ เชิงดอย




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 405 ครั้ง

835 ความคิดเห็น

  1. #717 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:45
    โล่งอกคิดว่าพระเอกจะเอาตัวเข้าแลก
    #717
    0
  2. #561 Mameaw555 (@thatcharisa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:29
    ตกลงอาเฟิงเป็นปีศาจ แล้วอาเจิ้งเป็นคนธรรมดา ใช่มะ???
    #561
    0
  3. #302 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:09
    เสี่ยวเฟิงร้ายกาจที่สุดเลย แต่ชอบอ่ะ 55
    #302
    0
  4. #288 Iam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 10:29

    รอปีศาจเสี่ยวเฟิงอยากกินนก

    #288
    0
  5. #287 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 13:48
    เกรียจความซื่ิอของนาง
    #287
    0
  6. #286 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 12:17
    555555อยากกินนก
    #286
    0
  7. #285 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 11:18
    หยินหยางที่แท้ทรูมากสามีภรรยาคู่นี้555555 เชื่อแล้ว น้องมากเจิ้งเอ้ยย
    #285
    0
  8. #284 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 09:53
    เอ็นดูกินอิ่มแล้วนอนหลับ
    เสี่ยวเฟิงคนดี5555
    #284
    0
  9. #283 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 09:22
    สะใจจจจจ
    #283
    0
  10. #282 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 08:37
    น่าเอ็นดูอิ่มแล้วนอน5555
    #282
    0
  11. #281 Yunha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 04:45

    555++สงสารเฟิงหลงน้องเจิ้งคนซึน

    #281
    0
  12. #280 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 00:42
    จริงๆแล้วเสี่ยวเฟิงคือตัวร้ายใช่ไหมคะ น้องซีของเราจะซื่อไปไหน
    #280
    0
  13. #279 amie_ppcy (@amie_ppcy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:56
    พี่เฟิงร้ายยังไงก้ร้ายแบบนั้น55555
    #279
    0
  14. #278 AwesomeFiu (@AwesomeFiu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:37
    ใสมาก ใสเกิ๊น55
    #278
    0
  15. #277 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:37
    น่ารักใสๆน้องนกสามพันปี เมื่อไหร่จะตามพี่เฟิวหลงเขาทัน
    #277
    0
  16. #276 BambY (@papanut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:35

    ร้ายจริงๆ สุดท้ายเดาว่าเสี่ยวเฟิงก็คงจัดการฮูหยินหวังอยู่ดี คงไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทัพโดนหลอกแบบนี้หรอกนะ สงสาร
    #276
    0
  17. #275 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:18
    น่าสงสารท่านแม่ทัพที่มีเมียแบบนี้แต่แบบนี้
    #275
    0
  18. #274 lamai1212 (@lamai1212) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:14
    เตือนปุ๊บรีบเข้ามาอย่างเร็ว
    #274
    0
  19. #273 isszz94 (@isszz94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:11
    อายุสามพันกว่าปีแต่น้องใสมากน่าร้ากกกกกก
    #273
    0
  20. #272 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:07
    พี่เฟิงหลงร้ายที่สุด
    #272
    0
  21. #271 goldenage (@goldenage) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:04
    ขำอะ ผลท้ออวบอ้วนชอกช้ำไปหมดแย้ว 5555
    #271
    0