[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 26 : Big Girls Don't Cry : chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    2 ม.ค. 56








 

You may only be one person to the world
but you may also be the world to one person


คุณอาจเป็นแค่ "คนคนหนึ่ง" ในโลกใบนี้
แต่คุณก็อาจเป็น "โลกทั้งใบ" ของใครคนหนึ่งเช่นกัน



บางทีผมอาจใจร้ายเกินไปหน่อย...

            กับเด็กตัวเปี๊ยกที่เพิ่งได้หัดถือของมีคมอื่นนอกเหนือจากมีดทำครัวเนี่ยถูกสั่งให้ฟันหุ่นนั่นตั้งสามร้อยแผล แถมยังต้องเป็นแผลที่ลึกไม่ใช่เล่น ไม่ว่าจะมองมุมไหนหรือใช้ใครประเมินเพโรน่าก็ไม่มีวันทำได้อย่างแน่นอน--ด้วยแขนและข้อมือเล็กไร้เรี่ยวแรงขนาดนั้น

            ผมยอมรับว่าตั้งใจสร้างบททดสอบเพื่อให้เธอไม่ผ่าน

            ยายหนูนั่นภายนอกดูแบบบางอ่อนแอ นุ่มนิ่มเหมือนขนมพุดดิ้ง แต่จริงๆแล้วกลับมีหินไคโรแอบซ่อนไว้ภายใน เธอช่างหัวแข็ง ดื้อรั้นจนน่าอ่อนใจผมไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรทำให้เธอพยายามนักหนาที่จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นลูกน้องของผมอย่างเต็มที่

ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาโมเลียเลี้ยงดูเพโรน่ามาแบบไหน ? เธอถูกใช้งานหนักไหม ? แล้วเธอได้มีช่วงชีวิตวัยเด็กที่ดีหรือเปล่านะ ?

แล้วพ่อแม่ล่ะพ่อแม่ของเธอไปไหน ? ทำไมเธอถึงไม่อยู่กับพวกเขาล่ะ ?

“คิดอะไรอยู่วะนั่งเงียบตั้งแต่มาถึงแล้ว”

แก้วไม้ถูกวางกระแทกลงบนเคาท์เตอร์บาร์ ของเหลวสีเหลืองอ่อนกระฉอกออกมาเล็กน้อย แชงคูสหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง เขาไสแก้วเข้ามาใกล้อีก “ไม่ดื่มเรอะหรือว่านี่ยังเช้าไป ?

นาฬิกาเก่าๆบนผนังวอลเปเปอร์สีจางบอกเวลาบ่ายสองโมงเศษ

มันไม่เกี่ยวกับเวลาผมดื่มได้ตลอด ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก และไม่เคยเมาหรือแม้แต่จะมีอาการมึนหัว ทว่าเวลาเดียวที่ผมไม่อยากรับเมรัยเข้าร่างกาย ก็คือเวลานี้ที่จิตใจวนเวียนครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมายของเพโรน่า แถมยังมีปัญหาถ่วงแข้งถ่วงขา--ตามหาไอ้โจรสลัดชั่วนั่นด้วย 

ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ผมใช้เวลาไปกับการออกสำรวจรอบเมือง เค้นคอขู่เอาข้อมูลจากพวกพ่อค้าในตลาดมืดและนักเลงคุมบ่อนเพื่อควานหาตัวแซค แชนเทลล์ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวเปล่า พอตกบ่ายจึงเข้ามาหาแหล่งข่าวสุดท้ายที่ดูเหมือนจะใช้การได้ที่สุด

 “เจอร่องรอยของมันบ้างหรือเปล่า ?” ผมเลื่อนแก้วออกห่างเล็กน้อยแทนคำปฏิเสธ

“ยังไม่มีว่ะ” แชงคูสหยิบลูกดอกบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นระหว่างนิ้ว “ฉันชักสงสัยแล้วว่าหมอนั่นแปลงร่างเป็นไส้เดือนมุดดินหนีแกอยู่ จากสายข่าวของฉันทั่วเกาะนี้ไม่ยักกะมีใครเห็นมันแม้แต่ปลายเสื้อสเวตเตอร์ดำนั่นเลย”

อันที่จริงคนระดับหนึ่งในสี่จักรพรรดิของแกรนด์ไลน์อย่างไอ้บ้าหัวแดงนี่ก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับแชนเทลล์เป็นพิเศษหรอก เพียงแค่มันไม่พอใจกับข่าวที่ว่าแซคเป็น โจรสลัดโรคจิตชอบเชือดคนเล่น

เสียเชื่อเสียงโจรสลัดหมดโว้ย!’  แชงคูสก่นด่าประโยคนี้กรอกหูผมไปสองสามรอบ

ทั้งที่จริงแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรสลัดน่ะ มันก็ไม่มีชื่อเสียงจะให้เสียแล้ว

แม้แต่ เจ็ดเทพโจรสลัดเอง ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอันดีนักหรอก พวกรัฐบาลงี่เง่านั่นหวาดระแวงผมแทบตาย พยายามจะงัดเอาไอ้พลเอกพวกนั้นมาขู่กันกลายๆอยู่บ่อยๆ พวกมันคิดว่า งูพิษก็ยังเป็นงูพิษอยู่วันยังค่ำ เจ็ดเทพโจรสลัดก็อีแค่โจรสลัดฝีมือดีหน่อยที่อยากอยู่สบายโดยไม่ต้องหลบหนีทหารเรือ และสำหรับพวกโจรสลัดน่ะเรอะ เหอะ! พวกมันก็ตั้งฉายาน่าเอ็นดูให้ผม ประมาณว่า สุนัขรับใช้รัฐบาล ไงล่ะ

สรุปง่ายๆว่าไม่มีใครชื่นชอบสักฝ่าย แต่ผมก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ทั้งสองฝ่ายคิด ผมไม่ได้ต้องการเงินหรือชีวิตที่อยู่สบาย รวมถึงไม่ได้รับใช้ใครทั้งนั้น เพราะผมทำตามความพอใจของตัวเองเสมอ--ในกรณีการล่าหัวของแซคในคราวนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน

“มันออกจากเกาะนี้ไปแล้วหรือเปล่า ?” บางทีแซคอาจรีบหนีไปตั้งแต่กลางดึกของคืนวาน

“ไม่มีทาง” แชงคูสปาลูกดอกพุ่งไปปักกลางเป้าบนกำแพง กระดกเหล้าตามอึกใหญ่ “สายของฉันเฝ้าท่าเรืออยู่ตลอด ไม่มีเรือลำไหนเล็ดรอดสายตาเด็ดขาด”

“ฉันได้ยินข่าวมาข่าวหนึ่ง” ผมเอ่ยและเหลือบมองไปรอบกาย เหล่าลูกน้องของแชงคูสตั้งวงไพ่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เสียงโห่ร้องสลับกับเสียงสบถดังแว่วมาเป็นระยะ “ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวโคมลอยหรือเปล่า ที่ว่าเกาะนี้มีคลังลับเก็บทองคำของรัฐบาลอยู่ บางทีอาจเป็นเหตุผลที่แซคยังอยู่ที่นี่”

พวกมันอาจต้องการฉกสมบัติไปนอนกอดก่อนชิ่งหนีก็เป็นได้

“ก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่เห็นมีหลักฐานยืนยันแน่ชัดสักที“ แชงคูสยักไหล่และทิ้งสองมือลงข้างตัว ปัดโดนน้ำเต้าที่เหน็บข้างเอวแกว่งไปมา “อาจจะเป็นแค่ตำนานเมืองก็ได้”

“อืม” ผมขยับตัวลุกขึ้นยืน มองไปยังนอกประตูบานพับอันมีเปลวแดดร้อนระอุ “ได้ข่าวเมื่อไรติดต่อมาด้วย”

“เดี๋ยวสิ! แชงคูสแยกเขี้ยวยิ้มกว้าง และนั่นทำให้ผมรู้ว่ามันกำลังจะเสนอหน้ายุ่งไม่เข้าเรื่องอีกแล้ว

“วันนี้ไม่พาลูกน้องสาวมาทำงานเรอะ ?

เหอะ! ว่าแล้วเชียว

“นังหนูนั่นเป็นแค่ลูกน้องชั่วคราว และต่อไปจะไม่ได้ติดตามฉันแล้ว เพราะทันที่ที่เธอหาเจ้านายตัวจริงเจอ เธอก็จะจากไปเอง” ผมตอบเรียบๆ ขณะหยิบหมวกขึ้นมาสวม

แชงคูสเอามือเสยผมออกจากหน้าผาก เลิกคิ้วข้างหนึ่ง “แล้วถึงตอนนั้นแกจะเสียใจไหมวะ ?

“ไม่” ผมตอบโดยไม่ต้องคิด “แต่เดิมเธอก็ไม่ได้เหมาะจะเป็นลูกน้องของคนอย่างฉันอยู่แล้ว”

เพโรน่าเธอเป็นเหมือนเจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจ และเจ้าหญิงนั้นก็ควรได้รับการทะนุถนอมอยู่ในปราสาทแก้วที่สวยงาม ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เธอควรเป็นลูกน้องของผมเธอไม่ควรมีชีวิตที่ยากลำบาก แถมยังต้องเผชิญกับอันตรายสารพัดทั้งจากท้องทะเลและการล่าหัวโจรสลัด

            ผมไม่ดีพอสำหรับเธอไม่ว่าจะอยู่ในฐานะเจ้านายหรือผู้ชายคนหนึ่งก็ตาม

            “แม่สาวน้อยคงเสียใจถ้าได้ยินนายพูดอย่างนั้น” เขาเอ่ยและจ้องมองมาด้วยแววตาจริงจัง

            “เธออาจจะเสียใจนิดหน่อย” คลื่นความรู้สึกเจ็บปวดบางประการเอ่อท้นขึ้นมาในใจ--เสียงพูดที่เค้นออกจากปากฟังแปลกแม้แต่กับหูของตัวเอง “แต่เพโรน่าจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าหาเจ้านายเก่าของเธอพบ เธอจะได้กลับไปมีชีวิตที่คุ้นเคยมาตลอดสิบปี” ผมกำหมัดแน่นไว้ข้างกายเพื่อสะกดความรู้สึกก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไป

“ถ้าหาโมเลียพบเธอคงดีใจจนรีบเก็บข้าวของบอกลาฉันแทบไม่ทันเลยล่ะ”

            “แปลกนะ” แชงคูสเคาะนิ้วเข้ากับด้ามดาบเล่น กลอกตาหนึ่งตลบ “ฉันกลับไม่คิดแบบแกว่ะ!

            “แกจะคิดยังไงก็ช่าง ต่อไปนี้อย่าถามถึงเธออีก” ผมหันหลังกลับ สาวเท้าเดินดุ่มไปยังทางออก

“ไอ้เหยี่ยวตาบอดเอ๊ย! ดูไม่ออกเหรอไงว่ายายหนูนั่นก็ชอบแกเหมือนกันน่ะ!!

ความวุ่นวายรอบด้านเงียบหายหลังจากแชงคูสตะโกนประโยคเมื่อครู่ออกมา และฉับพลันนั้น--แต้มต่อของไพ่ในมือก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะเหล่าคนเล่นพากันหันมาจ้องมองผมเป็นตาเดียว

ไอ้บ้า! ไอ้ปากรั่วหัวแดง!

ผมกระแทกประตูปิด ทำเมินกับประโยคงี่เง่าเมื่อครู่และสัญญากับตัวเองในใจ

หากว่าแชงคูสยังขยันพูดจาไร้สาระแบบนี้อีก มันจะถูกเชือดทิ้งก่อนแซคแน่นอน!!

    

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

            แสงสุดท้ายของวันกำลังลับหายไปหลังเหลี่ยมเขา ท้องฟ้าเหนือหัวเป็นสีแดงฉาน กลุ่มเมฆสีทะมึนตั้งเค้ามาจากทิศตะวันออก บ่งบอกสัญญาณว่าอีกไม่นาน สายฝนคงโปรยปรายลงมา

            ผมเลื่อนประตูเปิดและสาวเท้าเข้าไปภายในโรงฝึกซอมซ่อนั้น  ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาให้ความคุ้นเคยอย่างประหลาดในเงาสลัวลางเลือนนั้น ร่างของเพโรน่านอนนิ่งอยู่บนพื้น รอบกายมีบางสิ่งกองอยู่เป็นหย่อมๆ

            ช่างเหมือนกับครั้งที่เธอหลับใหลอยู่ในห้องโถงของปราสาทที่คุราอิคานะ

บนแก้มของเธอจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตาอีกไหม ?

เธอจะร้องไห้เสียใจที่ไม่อาจทำได้สำเร็จหรือเปล่า ?

แต่บางทีเธออาจรู้สึกดีขึ้นถ้าได้เห็นของขวัญที่ผมซื้อมาปลอบใจหวังว่าเธอจะชอบมันนะ

ผมวางกล่องในมือลงกับพื้น กดสวิตซ์ไฟเปิดแสงสีขาวนวลกระพริบสามสี่ครั้งจึงติดสว่าง

เพโรน่านอนหลับขดตัว เส้นผมสีชมพูที่แม้รวบไว้แน่นแล้วก็ยังหลุดออกมาประปราย ปรกลงบนใบหน้าซีดเผือดและดวงตาที่พริ้มหลับสนิท เธอดูเหนื่อยอ่อนเห็นได้ชัด เสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวหลวมที่สวมอยู่ยับย่นเหมือนเพิ่งผ่านสนามรบมา ตลอดหัวจรดเท้ามีเส้นฟางสีเหลืองติดเต็มไปหมด

ส่วนหุ่นตัวนั้นอยู่ในสภาพยับเยินสุดขั้ว ผ้ากระสอบที่เคยหุ้มอยู่นั้นขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดนับไม่ถ้วน ใหญ่บ้างเล็กบ้าง แผลลึกบ้างตื้นบ้างจนแทบไม่เหลือพื้นที่ใดอันคงสภาพเดิมแม้แต่น้อย

เธอทำได้มากกว่าที่คาดไว้ซะอีก

          ผมไล่ปลายนิ้วไปตามรอยแผลแรกที่พบเห็น แล้วเริ่มตั้งต้นนับในใจ คัดเอาเฉพาะที่มีความลึกของแผลได้ตามที่กำหนดเท่านั้น

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่

            “สองร้อยเก้าสิบสองสองร้อยเก้าสิบสามสองร้อยเก้าสิบสี่” ผมพึมพำเบาๆกับตัวเองให้ตายเถอะ!! นี่เธอทำได้ยังไง! ยัยหนูนี่เป็นเด็กบอบบางจริงหรือเปล่านะ!!

            หัวใจผมเต้นระทึกแปลกๆเมื่อตัวเลขทวีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอยแผลที่ลึกพอเหลือน้อยลงไปทุกที และผมชักไม่แน่ใจในตัวเองแล้วว่าอยากนับได้ถึงหรือไม่ถึงสามร้อยกันแน่

            ผมสูดหายใจเข้าลึกเมื่อรอยแผลรอยสุดท้ายถูกนับไปหมดสิ้น และทรุดกายลงนั่งอย่างเงียบเชียบพินิจมองนิ้วมือเรียวเล็กที่เต็มไปด้วยรอยถลอกปอกเปิก ฝ่ามือบอบบางขาวผ่องกลับกลายเป็นสีแดงจัดจากการเสียดสีด้วยโลหะ

            เลือดหยดเล็กหยดน้อยติดอยู่บนด้ามมีดกางเขน

            ผมค่อยๆยกมือปัดเส้นผมที่ปรกยุ่งออกจากใบหน้าของเธอ เฝ้ามองข้อนิ้วหยาบกร้านของตนเองไล้ไปบนโค้งคิ้วละมุน ระเรื่อยลงมาตามโหนกแก้มอ่อนบางจรดปลายคางมนเล็ก

            หยุดอยู่แค่นี้เถอะเพโรน่าฉันขอร้อง

          ฉันไม่อยากให้เธอต้องเจ็บตัว ไม่อยากให้เธอต้องมีชีวิตที่ลำบาก

          เธอควรพบใครสักคนที่ดีพอ--ชายหนุ่มคนนั้นจะต้องไม่ถูกผูกติดด้วยทิฐิของตนเอง ไม่วนเวียนอยู่ในเส้นทางแสนอันตรายของโจรสลัด และใครคนนั้นต้องหลงรักในความพยายามอันแสนบริสุทธิ์ของเธอแน่นอน

          ขอโทษนะฉันขอโทษที่ไม่อาจเป็นผู้ชายที่แสนโชคดีคนนั้นได้

ฉันไม่อยากดึงเธอให้ตกลงมาเกลือกกลั้วในเส้นทางชีวิตสกปรกด้วยมือเปื้อนเลือดคู่นี้เลย

“เจ้านาย” เพโรน่าพึมพำแผ่วเบา ผมสะดุ้งชักมือออก ผงะห่างในทันที

ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับพริ้มหลับสนิท เธอยังคงตกอยู่ในห้วงฝันอันยาวนาน

“ฉันขอโทษ” เพโรน่าพูดด้วยเสียงดังขึ้นแต่สั่นสะท้าน มือป่ายเปะปะเบาๆไร้จุดหมาย “ได้โปรดเถอะท่านโมเลีย

ฝันถึงเจ้านายคนเก่าหรอกหรือ...

“อย่าทำลายซอมบี้ของฉัน” เธอสะดุดลมหายใจของตนเอง น้ำตาเริ่มเปียกชุ่มแพขนตางอนยาว สีหน้าของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด “ฉันจะทำให้ดีกว่านี้ขอร้องล่ะได้โปรด!!

“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวอย่าขังฉันไว้ในนี้ คุมาชี่! คุมาชี่!” เพโรน่าหายใจหอบถี่อย่างเหน็ดเหนื่อย ปลายนิ้วปัดโดนด้ามมีดที่วางอยู่บนพื้น ผมรีบคว้ามันมาถือไว้เพราะกลัวคมจะบาดมือของเธอ

 “ฉันจะไม่แอบปล่อยโจรสลัดพวกนั้นอีกแล้ว! เจ้านาย!! ฉันขอโทษ! อย่าขังฉันไว้ในนี้!

มือที่กำแน่นของเพโรน่าเหวี่ยงทุบไปในอากาศในอดีตคงมีประตูเหล็กกั้นอยู่ตรงนั้น เธอเจ็บปวดกับความทรงจำเลวร้ายที่ฝังลึก มันยังคงคอยตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกวันนี้

จวบจนเป็นพันธนาการแห่งความคิดมิน่าเล่า เพโรน่าจึงเฝ้าแต่ครุ่นคิดว่าจงทำตัวให้มีประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่เหนือกว่า ผู้ที่ต้องนับถือเป็นเจ้านาย

เธอจึงจะดำรงอยู่ได้และไม่สูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักไป

และเมื่อนั้นเธอจะได้ไม่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังใช่ไหม ?

“คุณพ่อคุณแม่อย่าทิ้งหนู” สิ้นเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาไหลรินลงมาเป็นสายตามดวงหน้าอันแฝงแววทรมาน ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างเจ็บปวด

วินาทีนั้นจากสองทางเลือกในใจของผมกลับเหลือเพียงหนึ่ง ความตั้งใจเดิมก่อนหน้ากลับกลายเป็นทางตันไปเสียสิ้น

ทางเดียวที่เหลือให้เป็นเส้นทางอันเพียบด้วยพงหนามรกและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

เพโรน่าเธอไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว

ผมเหลือบมองหุ่นฟางที่ตั้งอยู่อย่างเงียบงัน เสมือนเป็นประจักษ์พยานแห่งการกระทำเพียงหนึ่งเดียว เสียงน้ำจากฟากฟ้าหยดกระทบบนหลังคาดังเปาะแปะราวเป็นสิ่งเร่งเร้า

เสียงฟ้าคำรามแว่วมาเมื่อผมหยัดกายลุกขึ้นยืนช้าๆ คมมีดกางเขนสีทองยังคงทอประกายอยู่ในอุ้งมือ

เธอจะยินดีเดินอยู่เคียงข้างฉันไหมนะเพโรน่า

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

“ฉันขอโทษ!! ฉันจะทำตัวให้มีประโยชน์ ท่านโมเลีย!

ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งพลางทุบบานประตูเหล็ก ข้อมือเจ็บแปลบด้วยโซ่หินไคโร บนพื้นนั้นชื้นแฉะและสกปรก  แต่นั่นมันยังไม่เลวร้ายเท่ากับการเห็นลูกน้องซอมบี้สัตว์ถูกดึงเงาทิ้งไปต่อหน้าต่อตา

ไม่ควรเลยจริงๆ ฉันไม่ควรแอบไปเตือนโจรสลัดกลุ่มนั้นให้ออกจากธริลเลอร์บาร์คก่อนที่ฮิลดอนจะไปพบ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าหากท่านโมเลียทราบจะต้องถูกทำโทษหนักลดลูกน้องซอมบี้ยี่สิบร่างและขังสำนึกผิดในคุกใต้ดิน

แล้วคุมาชี่ล่ะ ?   

โอไม่นะ!! ฉันไม่ยอมให้ท่านโมเลียดึงเงาของเขาทิ้งแน่ๆ!!

ฉันจะสูญเสียคุมาชี่ไปไม่ได้!!

เวลาผ่านไปนานเท่านานที่ฉันกรีดร้องคำว่าขอโทษและทุบประตูไม่หยุด กระทั่งอับซารอมและกลุ่มเจเนอรัลซอมบี้มาเปิดมันออกและไขกุญแจมือให้ เขาถ่ายทอดคำพูดของท่านโมเลียด้วยสีหน้าเฉยชา

 โกสต์ปริ๊นเซสเพโรน่า ฉันจะไม่ลืมว่าเธอเคยทำผิดครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้เธอควรเป็นแขนขาที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นจะถูกตัดทิ้ง!!’

วาจาประโยคนั้นซึมลึกเข้าไปในการรับรู้และฝังแน่นราวคำสาป

หากไม่จัดการเหล่าโจรสลัดที่หลงเข้ามาทั้งหมด ฉันกับลูกน้องก็ไม่มีทางรอด

หากไม่ทำตัวให้มีประโยชน์ เจ้านายจะไม่ต้องการฉัน

ฉันจะถูกตัดทิ้ง

 

“ยายหนู! ตื่นได้แล้ว!!

ฉันสะดุ้งและลืมตาขึ้น รู้สึกราวกับโลกหมุนคว้างและหยุดชะงักลงฉับพลัน

มิฮอว์คคุกเข่าอยู่ข้างๆนี้เอง เขาเพิ่งละมือออกจากการเอ่อ ตบแก้มเรียกสติล่ะมั้ง ?

“ไหวหรือเปล่า ?

เขาถามพร้อมจ้องลึกเขาไปในตาของฉัน ฉันเห็นใบหน้าอิดโรยสุดโทรมของตัวเองสะท้อนอยู่ในความกระจ่างสีอำพันนั้น

“ใช้มีดครั้งแรกนี่ถึงกับเอ๋อกินจนพูดไม่ออกเลยเรอะ ?

มีดเหรอ ? ใช้มีดครั้งแรก ?

ใช้มีดอะไร

ใช่แล้ว!! บททดสอบ!! สามร้อยแผล!

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อความทรงจำไหลผ่านเข้ามาในสมอง และต้องเบิ่งตาโตเมื่อเห็นว่ามีดกางเขนที่ฟาดฟันรบรามาทั้งวันกลับไปห้อยประดับงามสง่าอยู่บนคอเจ้าของตัวจริง

ฉันหมดโอกาสฉันไม่ผ่านบททดสอบ

ฉันใช้การไม่ได้ฉันไม่มีประโยชน์

ฉันถูกตัดทิ้งแล้ว!

ความร้อนผะผ่าวเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่นัยน์ตาอย่างรวดเร็ว ฉันยกสองมือปิดปาก พยายามกลั้นน้ำตามิฮอว์คเคยสั่งแล้วว่าอย่าร้องไห้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนี่นา

เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉันจึงเลื่อนสองมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮ

“ฮึก” ฉันสะอื้นจนตัวสั่นแล้วเหลือบมองไปยังหุ่นฟางตัวนั้นอย่างเสียใจ ตอนนั้นไม่น่านั่งพักเลยจริงๆ อีกไม่กี่ครั้งเท่านั้น อีกแค่ไม่กี่ครั้งก็จะได้ติดตามมิฮอว์คอย่างเต็มภาคภูมิแล้วแท้ๆ

“นี่ดีใจจนถึงขั้นต้องร้องไห้ขนาดนี้เลยรึ ?

ดีใจ ? ดีใจเหรอ ? ฉันจะดีใจไปทำไม ?

ฉันเงยหน้าขึ้น ยกหลังมือปาดน้ำตาออกเร็วๆ และเกือบกรี๊ดตกใจเมื่อเขาปล่อยกล่องกล่องหนึ่งตกตุ้บลงบนตักของฉันที่นั่งทรุดกองอยู่

เขายืนกอดอก น้ำเสียงราบเรียบสงบนิ่งเหมือนเคย “ฉันไม่ใช่ปรินซ์ เลยไม่มีมงกุฎจะให้ปริ๊นเซสอย่างเธอ เอานี่ไปใช้แทนแล้วกัน!

ฉันทำหน้างงเมื่อจ้องมองกล่องสีขาวในมือ สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ

มิฮอว์คพูดต่อโดยไม่ใส่ใจสีหน้าของฉันที่กำลังต้องการคำอธิบายอย่างยิ่ง

“พรุ่งนี้จะออกไปข้างนอกตอนเจ็ดโมงตรง อย่าตื่นสายล่ะ!

เขาหันหลังกลับเดินออกนอกประตูไปและไม่ยอมเปิดโอกาสให้อ้าปากถามแม้แต่น้อย  

อะไรกันเนี่ย!!

ฉันไม่รู้จะทำอะไรก่อน ก็เลยเปิดกล่องในมือออกดู ข้างในเป็นหมวกสีดำทรงสูงใบหนึ่ง เหนือปีกหมวกคาดดอกกุหลาบสีขาวสะพรั่งโดยรอบ

น่ารักจัง!! แล้วเขาให้ฉันเนื่องในโอกาสอะไรล่ะ ?

เอ๊ะ! เดี๋ยวนะเขาเพิ่งบอกว่าให้เจอกันพรุ่งนี้ตอนเจ็ดโมง

หมายความว่าจะให้ฉันออกไปกับเขาเรอะ!!

ฉันผ่านบททดสอบเหรอ ? 

ไวเท่าความคิด ฉันเก็บหมวกลงกล่องแล้วตะเกียกตะกายยืน วิ่งพรวดเดียวถึงข้างตัวหุ่นฟาง เริ่มนับรอยแผลที่ใช้ได้อย่างเอาเป็นเอาตาย

“สองร้อยเก้าสิบเก้า

ลมหายใจอุดติดอยู่กลางลำคอ ฉันรู้สึกเหมือนเลือดฉีดซ่านขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าถึงปลายผมทุกเส้นในวินาทีที่ลากมือไปบนรอยแผลคมกริบอันสุดท้าย

“สะสามร้อย!!

กรี๊ด!!

ฉันทำได้แล้ว! ฉันผ่าน ฉันผ่าน ฉันผ่านนน!

ฉันหลับตาลงแล้วชูสองมือขึ้นกระโดดเต้นรำไปรอบๆเหมือนคนบ้า หลังจากนั้นก็คว้าเอากล่องของขวัญขึ้นมาแล้วซุกไว้ใต้แขน ออกวิ่งตื๋อไปยังประตูเพื่อตามหามิฮอว์ค

เขาน่าจะยังเดินไปไม่ไกลนะ!

ฉันคว้าประตูเลื่อนเปิดออกอย่างลิงโลดใจ ความรู้สึกเปี่ยมสุขล้นปรี่ไปทั่วร่าง

อ้าว? เขายังอยู่หลังประตูนี่เอง

“เจ้านาย! ฉันอยากตะโกนร้องเพลงดังๆเป็นบ้าเลย “ฉันผ่านแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ! ขอบคุณสำหรับของขวัญค่ะ หมวกนี่น่ารักมากๆ ฉันชอบมันสุดๆ แล้วก็นะคุณไม่อยากจะเชื่อล่ะสิว่าฉันก็ทำได้ โอ๊ย!! มีความสุขที่สุด

ฉันกระโดดดึ๋งๆไปรอบตัวของมิฮอว์ค ชูกล่องของขวัญในมือโบกไปมา

เขายิ้มฉันว่าฉันเห็นนะ

“หยุดกระโดดได้แล้ว เดี๋ยวตามฉันไปเอายาทาแก้ปวดด้วย”

ยาแก้ปวดเหรอ

ความเจ็บแปล๊บพุ่งเข้าจู่โจมกล้ามเนื้อแขนและไหล่ทั้งสองในทันทีที่นึกขึ้นมาได้

“โอ๊ย!!” นี่มันอย่างกับมีตุ้มเหล็กแขวนอยู่บนไหล่อย่างงั้นแหละ “เจ็บอ่ะ เจ็บจังเลย” ฉันโอดครวญแต่ยกสองมือกอดกล่องแนบอกไว้แน่น

“เด็กไม่มีความอดทน” มิฮอว์คบ่นพึมพำ แต่เขาจงใจให้ฉันได้ยินชัวร์

“ไม่ใช่เด็กซะหน่อย!!” ฉันวี้ดแหลมแล้วกระทืบเท้าครั้งหนึ่ง แต่แล้วก็ครางออกมาเมื่อรู้สึกว่าปวดขาด้วย

มิฮอว์คยักไหล่ เขาจงใจกวนประสาทฉันอีกรอบ “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย!

ฮึ่ม!! ฉันไม่ใช่เด็กน้อยนะ เด็กที่ไหนจะฟันหุ่นนั้นได้ตั้งสามร้อยแผล!

เอแต่จริงๆจำได้ว่าฟันไปแค่สองร้อยเก้าสิบแปดแผลนี่นา

อ้าว! เขาเดินลิ่วไปโน่นแล้ว ไวเป็นบ้า!

“เจ้านาย!! รอฉันด้วยสิ!

เขาเหลียวหน้ากลับมามองนิดหน่อยแต่ไม่ชะลอฝีเท้าลง

ช่างเหอะสงสัยคงนับผิดนั่นแหละน่า

ฉันเค้นเรี่ยวแรงวิ่งตามหลังเขาไป ในใจฟูฟ่องไปด้วยความสุขเมื่อเหลือบมองของขวัญในมือ

 

รักเจ้านายที่สุดเล้ย!!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #711 อิอิ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 13:21

    เเนี่ยยยย เห็นไหมมมลุงเหยี่ยวไม่รอดแล้วแหละ ลุงไม่รอดแล้ววว ลุงโดนน้องตกแล้วววว เอ๊ะ แต่น้องก็โดนลุงตกเหมือสกันนี่นาาา ว๊าาาา ตกหลุมรักกันและกัน

    #711
    0
  2. #634 PotgasDAum (@PotgasDAum) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 11:14
    เมื่อไหร่ Zoro จะมาอ่ะ
    #634
    0
  3. #590 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 19:09
    ตอนนี้น่ารักกกมากๆ
    #590
    0
  4. #503 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 13:37
    ปากรั่ว หัวแดง!! มิฮอว์คด่าได้ฮาอ่ะ // 
    เหยี่ยวตาบอด !! // แชงก็ไม่แพ้กัน ... ช่างคิดคำมาว่าเน๊าะ"

    สุดท้ายก็ยอมรับใจตัวเองสักทีว่า "รักนังหนูคนนี้ไปแล้ว"
    เพียงแต่ปากแข็ง ยังไม่เอ่ยปากพูด ไม่แสดงออกให้เห็น
    -ไม่อยากดึงเธอลงมา ไม่อยากให้เธอเจอเรื่องร้ายๆ เธอไม่ควรมีชีวิตที่ยากลำบาก-
    -ผมไม่ดีพอสำหรับเธอ ไม่ว่าจะในฐานะเจ้านายหรือผู้ชายคนหนึ่ง-

    แต่ล่ะประโยคนี่มันทำให้รีดเดอร์ฟินสุดๆ 

    -ฉันไม่ใช่ปริ๊นเลยไม่มีมงกูฏจะให้เธอ- .....นี่เปนอีกประโยคที่โดนใจรีดเดอร์สุดๆ
    ตกหลุมรักเฮียเข้าไปเต็มๆเลย ช่างใส่ใจ เอาใจใส่ดีจริงๆ
    #503
    0
  5. #482 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 01:41
    อ่านตอนนี้ฟินแบบแปลกๆ
    ชอบตอนที่แชงคูสด่ามิฮอร์คจริงๆ "ไอเหยี่ยวตาบอด" โดนใจจริงๆ 555
    #482
    0
  6. #430 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 12:07
    โซโลน่าจะโผล่มาปั่นป่วนบ้างนะ
    #430
    0
  7. #429 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 12:07
    โซโลน่าจะโผล่มาปั่นป่วนบ้างนะ
    #429
    0
  8. #335 STAR[light] (@ufo-wow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 17:52
    เพโร่น่าเธอช่างไร้เดียงสาซะจริง 555555555555555555555555

    #335
    0
  9. #273 Ooji (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 12:31
    >[]
    #273
    0
  10. #272 trflgr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 15:11
    ตาเหยี่ยวปากแข็งไปนะะะ-.,- โซโลๆๆรออยู่นะโซโล555555555
    #272
    0
  11. #271 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 12:39
    298 แผลสินะที่เพโรน่าฟันได้
    แสดงว่าอีก 2 แผลมิฮอว์คทำแน่ๆ!
    ฮันแน่ๆ อยากให้เพโรน่าอยู่ก็ปากแข็งจริงนะ
    แอบฮาแชงคูสอ่ะ ฮะๆๆๆ
    แล้วเมื่อไหร่โซโลจะมาหว่า?
    #271
    0
  12. #270 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 19:31
    ฉันไม่ใช่ปริ๊นซ์เลยไม่มีมงกุฏจะให้ปริ้นเซสอย่างเธอ . . กรี๊ดดดดดดด ชอบประโยคนี้อ้ะะ XD
    #270
    0
  13. #269 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 21:21
    น่ารักอ่า > <
    #269
    0
  14. #267 PJ - Inspire Dream (@supernovas) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 20:28
    เอ้ยยยย น่ารักอ่ะ ><
    #267
    0
  15. วันที่ 2 มกราคม 2556 / 22:25
    เพโรน่าดูเป็นสีสันหนึ่งเดียวในโลกสีทึมๆของมิฮอว์คมากๆ น่ารักอ่ะXD!!!!
    #266
    0
  16. #265 ~.oOBaM...bAmOo.~ (@mybleach) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 21:53
    กริ๊ดดดดดดดดดดด
    ตอนแรกเราปลื้มมิฮอว์คอยู่แล้ว แบบชอบมากๆๆๆ
    พออ่านฟิคเรื่องนี้ยิ่งชอบเข้าขั้นรักเลย!!!
    เปนชายที่ดูจริงใจอย่างสุดซึ้ง แต่งสนุกมากๆเลยค่ะ
    เพโรน่าก้น่ารักสุดๆ ชอบบทตอนที่ฉันไม่ใช่ปริ๊นเลยไม่มีมงกุฏให้
    น่ารักมากอะ เข้ากันได้สุดๆ มิฮอว์คหล่อโฮก หลงตั้งวินาทีแรกที่อ่านวันพีชเลย
    ขอบคุนมากนะค่ะที่แต่งมา ชอบเพโรน่า รักมิฮอว์ค>\\\\\\\<
    #265
    0
  17. #264 ooo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 21:49
    มิฮอร์คน่ารักอะ >////<

    #264
    0