[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 25 : Big Girls Don't Cry : chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    23 ธ.ค. 55






 

" Don't wait for the right person to come into your life.
Be the right person to come into someone's else's life."


อย่ารอคนที่ใช่เดินเข้ามาในชีวิต
แต่จงทำให้ตัวเองเป็นคนที่ใช่เพื่อเดินเข้าไปในชีวิตของใครบางคน
 


            ฉันลูบกระโปรงให้เข้าที่แล้วจึงปลดกลอนประตู เปิดมันออกอย่างเบามือและชะโงกหน้าออกไปช้าๆ สะดุ้งเฮือกกับใบหน้านิ่งของมิฮอว์ค เขายืนพิงผนังกอดอกอยู่ตรงข้ามห้องพักพอดิบพอดี

            “ไหนว่าสิบนาที นี่มันครึ่งชั่วโมงชัดๆ”

            ว้าย! ก็ใครจะไปนึกว่าเขายืนรากงอกรออยู่ตรงนี้ล่ะ!

“ถ้าเจ้านายหิวก็ไปกินก่อนสิ ไม่เห็นต้องรอเลย” ฉันรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก มือไม้มันเกะเก้งก้างไปหมด ยังต้องนึกขอบคุณตุ๊กตาคุมาชี่ที่ทำให้มือทั้งสองข้างนี้มีอะไรทำ

มิฮอว์คหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย--เขากำลังมองสำรวจชุดใหม่ของฉันอยู่

คือที่จริงมันก็ไม่ใหม่หรอก ก็แค่ของเก่าสภาพดีจากห้องแต่งตัวในปราสาทของเขานั่นแหละ แต่จะเก่าใหม่ไม่สำคัญ เพราะว่าเกาะอกกระโปรงยาวสีดำขาวติดระบายเป็นชั้นตัวนี้สวยออกจะตายไปนี่นา

เขาจะชอบแบบนี้หรือเปล่านะ ?  

“ชุดนี้ดูดีไหมล่ะเจ้านาย ?” ฉันฝืนยิ้มและหวังอย่างยิ่งว่าหน้าตัวเองจะไม่เปลี่ยนไปเป็นสีเชอรี่

“ก็ไม่ต่างจากเดิมตรงไหน อย่างเธอใส่อะไรก็เหมือนเด็กเล่นแต่งตัวอยู่ดี” เขาพูดเยาะๆแล้วคลายมือลงจากการกอดอก หันหลังให้และก้าวนำไปตามทางเดินในทันที

หมายความว่าไง! ใส่อะไรก็เหมือน เด็กเล่นแต่งตัว  เหรอ!!

หรือมันจะแปลว่าหุ่นฉันไม่ดีใช่ไหม!! หุ่นฉันเหมือนเด็กใช่หรือเปล่า! เขาคิดว่าฉันไม่มีอกเอวสะโพกเหมือนเด็กผู้หญิงยังไม่โต! ฉันไม่มีเสน่ห์ในสายตาเขาเลยเหรอ!

ฉันซอยเท้าถี่วิ่งไล่คนที่เดินนำไม่เหลียวหลังไปไกลลิบ จนกระทั่งตามติดได้ในที่สุด “เจ้านาย! ที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง ? คุณว่าฉันใส่ชุดนี้ไม่สวยเหรอ ? ฉันไม่ใช่เด็กเล่นแต่งตัวนะ! คือฉันอาจจะไม่ได้เอ่อมีหน้าอกมหึมาก็จริง แต่ว่าฉันก็พอจะมี

“กำลังจะบอกอะไรกันแน่ ?” มิฮอว์คกดลิฟท์แล้วหันมามองด้วยนัยน์ตานิ่งสนิทเสมอต้นเสมอปลาย และฉันก็พยายามจ้องจับสุดชีวิตว่าเขาคิดยังไงอยู่

“ที่ฉันอยากจะบอกก็คือ” ฉันยกมือกอดอก ยืดตัวอย่างสง่าผ่าเผยและมีคุมาชี่ห้อยร่องแร่งอยู่ที่สีข้าง

ติ๊ง!! 

ประตูลิฟท์สีครีมเปิดออก มิฮอว์คก้าวไปภายใน ขนนกฟูขาวบนหมวกของเขาฉิวเฉียดจะชนกับเพดานเลยทีเดียว เขากดลิฟท์เปิดรอไว้

“จะมัวยืนพองตัวอีกนานไหม ?  เข้ามาซะทีสิ”

พองตัวเรอะ! เอาเหอะเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ในเมื่อมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องพูด และฉันจะไม่เข้าไปจนกว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดซะก่อน!

“เจ้านายฉันเข้าใจนะว่าฉันมีลักษณะน่ารักไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อย” ชมตัวเองแล้วทำไมก็มันเรื่องจริงนี่นา  “แต่คุณก็ต้องระลึกไว้นะว่าฉันไม่ได้อายุสิบสาม ดังนั้นคุณห้ามมองฉันว่าเป็นเด็ก แล้วก็ห้ามเรียกฉันว่า นังหนูด้วย!

มิฮอว์คนิ่งไปสามวินาที แล้วอึดใจถัดมามุมปากของเขาก็โค้งขึ้นนิดหนึ่ง

ก่อนที่จะกลายเป็นเสียงหัวเราะหลุดออกมาในที่สุด

มันน่าตลกตรงไหนไม่ทราบ!!

ฉันก้าวเข้าไปในลิฟท์ เม้มปากระงับอารมณ์ “หัวเราะอะไร! ฉันจริงจังมากเลยนะ!

เขาหันหลังพิงผนังแล้วยกมือกอดอกอีกแล้ว และคราวนี้ฉันอ่านแววตาของเขาออกมันแจ่มใสและเต็มไปด้วยประกายแบบที่ฉันคิดว่าเขาอาจกำลังมี ความสุขอยู่ก็ได้

แล้วจู่ๆ มิฮอว์คก็เปลี่ยนเรื่องไปซะอย่างนั้น

“เจ็บแผลหรือเปล่า ?

“อือฮึ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ยกมือแตะที่แก้มเบาๆ “เจ็บนิดหน่อยไม่เท่าไรแต่กลัวมากกว่า”

เขามีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันควัน “กลัวไอ้แซค แชนเทลล์นั่นใช่ไหม ? มันทำอะไรเธอบ้างเล่ามาให้หมดสิ”

คือหมอนั่นก็น่ากลัวอยู่ แต่มีเจ้านายอยู่ด้วยก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลยนี่นา!

“เปล่าซะหน่อย ตอนนี้ฉันไม่ได้กลัวนายโรคจิตคนนั้น” ฉันยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ

“แล้วเธอกลัวอะไรล่ะ ?

อ้าว! แค่นี้ก็ไม่รู้อีก ฉันต้องกลัวสิ!! กลัวมากด้วย! นี่มันเรื่องสำคัญในชีวิตของลูกผู้หญิงเชียวนะ

ติ๊ง!!

“ก็กลัวมีรอยแผลเป็นบนหน้าไง”

ประตูลิฟท์เปิดออก เรามาถึงชั้นหนึ่งของโรงแรมพอดีที่ฉันพูดจบ มิฮอว์คส่ายหัวขณะถอนหายใจกึ่งขำดังพรืด

“เพโรน่าเธอนี่ตลกจริง”

เขาก้าวนำฉับๆออกไปภายนอก ประโยคที่ได้ยินแว่วๆเมื่อครู่เหมือนจะกลืนหายไปในเสียงช้อนส้อมกระทบจานและเสียงผู้คนสนทนา คละเคล้ากับกลิ่นอาหารหอมกรุ่น

แต่ว่าฉันไม่ได้หูฝาดใช่ไหม!!

เมื่อตั้งสติได้ ฉันก็ไล่กวดตามหลังเขาไประหว่างแถวของโต๊ะยาวเหยียด เฉียดชนกับบริกรนายหนึ่งจนเกือบเกิดเหตุไก่อบซอสส้มหล่นลงไปกองที่พื้นแต่ใครสนกันล่ะ!

“เมื่อกี้คุณเรียกชื่อฉัน!” ใช่แน่ๆ ฉันต้องไม่ได้หูฝาดไปเองชัวร์ๆ “คุณไม่ได้เรียกว่านังหนู! แล้วก็ไม่ใช่ยายหนูด้วย!

เขาหยุดกึกกะทันหันจนฉันที่วิ่งตามมาชนอั้กเข้ากับหลังที่หนาเหมือนกำแพงจนตัวกระเด็นถอยหลัง

“โอ๊ย!คนบ้า! นึกจะหยุดก็หยุดเลยเหรอไง

มิฮอว์คหันกลับมา แล้วพยักหน้าไปที่โต๊ะว่างตัวหนึ่ง “นั่งนี่แล้วกัน”

ฉันหยุดฉีกยิ้มไม่ได้ถึงแม้จะคลำจมูกป้อยๆอยู่ “ถึงจะได้ยินไม่ชัดก็เถอะ แต่เจ้านายเมื่อกี้คุณพูดว่า เพ-โร-น่า แล้วใช่ไหม ?

“จะกินอะไรก็ไปหยิบมาซะ”

มิฮอว์คว่าจบก็หันร่างเดินตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มในทันที ทิ้งฉันให้ยืนเคว้งคว้างกลางห้องอาหารอยู่คนเดียว

ฮึ่ย! ทำไมเขาต้องทำหูทวนลมด้วยนะ! ก็แค่ยอมรับมาว่าเรียกชื่อฉันไม่ได้หรือไง!

หรือเขายังเห็นฉันเป็นเด็กอายุสิบสามอยู่ คอยดูเถอะเดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันโตเป็นสาวทรงเสน่ห์แล้ว แล้วเขาก็จะต้องเสียใจที่ทำเมินผู้หญิงสวยๆน่ารักอย่างฉันคนนี้ หึ!

เอ่อว่าแต่หญิงสาวทรงเสน่ห์เขาทำอะไรกันบ้างเหรอ ?

ฉันครุ่นคิดพลางเดินไปตามแถวโต๊ะที่จัดเรียงอาหารร้อนควันฉุยไว้เพียบ

ขาหมูทอดกรอบ--ไม่ล่ะ! น้ำมันเยอะไป อ้วนกันพอดี เสต็กเนื้อพริกไทยดำ--ไม่ล่ะ! ย่างเกรียมเกินไปไม่เห็นน่ากิน เบคอนอบชีส--ไม่ล่ะ! เดี๋ยวลงพุง ปลาย่างครีมมะนาว--.อืมค่อยกินได้หน่อย

สักพักก็มีปลาย่างสีครีมอมเหลืองอ่อนสองชิ้นวางแปะบนจานของฉัน เคียงข้างด้วยสลัดผักถ้วยเล็กและขนมปังอบหนึ่งก้อน ลำดับต่อไปคือการมองหาเครื่องดื่มที่เหมาะสม

ตรงนั้นมีน้ำส้ม! สีสวยจัง--คั้นสดด้วยเลยใช่ไหมนั่น!

แต่เอ๊ะ! น้ำส้มไร้แอลกอฮอล์นี่มันดูเหมือนเครื่องดื่มของเด็กสิบสามขวบเลยแหะ ทำไมฉันต้องชอบดื่มอะไรเหมือนเด็กๆด้วยเนี่ย แล้วผู้หญิงทรงเสน่ห์เขาดื่มอะไรกันนะ ? ไวน์หรือเปล่า ? แล้วไวน์ประเภทไหนดีล่ะ ? ฉันรู้แค่ไวน์แดงน่ะเข้ากับเนื้อแกะหรือเนื้อวัวอ้อๆ นึกออกแล้ว! เนื้อปลาต้องคู่ไวน์ขาวใช่ไหม!

ฉันเดินเข้าไปเลียบๆเคียงๆแถวมุมที่วางถังน้ำแข็งแช่ไวน์ บริกรคนหนึ่งสังเกตเห็นและหันมาถามอย่างสุภาพนอบน้อม

“น้ำผลไม้อยู่ตรงมุมโน้นนะครับคุณหนู”

หนอย! ทำไมอีตานี่ต้องไล่ให้ฉันไปจากมุมเครื่องดื่มผู้ใหญ่ด้วยล่ะยะ!

“ขอไวน์ขาวค่ะ” ฉันอดทนปั้นยิ้มอ่อนหวาน เหลือบสายตาไปยังปลาในจานเป็นนัยๆว่าช่วยเลือกไวน์รุ่นที่มันเข้ากันได้มาให้ซะด้วยนะ

“แต่ว่าไวน์มีแอลกอฮอล์นะครับ คงไม่เหมาะกับเด็ก” เขาหยุดชะงักเมื่อถูกรังสีพิฆาตทางสายตาพุ่งใส่เต็มแรงจนตัวพรุน

“อย่า-พูด-คำ-ว่า-เด็ก-เพราะ-ฉัน-ไม่-ใช่-เด็ก!!

ฉันเน้นทีละคำด้วยสีหน้ากินเลือดกินเนื้อจนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด ดีมากเขาเข้าใจหน้าที่ในการทำงานของเขาแล้วสินะทำตามสั่ง และอย่ามาออกความเห็นกับฉัน!

ในที่สุดฉันก็กลับมาโต๊ะเดิมจนได้ มิฮอว์คมาถึงก่อนแล้ว เขานั่งนิ่งยังไม่แตะอาหารที่ตักมาโห! กินเยอะอย่างกับไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสามวันอย่างนั้นแหละ นี่มันภูเขาเนื้อเสต็กกับมันอบหรือไง แล้วนั่นก็ไวน์อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด ท่าทางจะเป็นไวน์พิเศษที่ต้องไปซื้อแยกมาทั้งขวดน่ะนะ

“นั่นจะดื่มหรือเอามาดมน่ะ ?” เขาหรี่ตามองแก้วทรงสูงที่ฉันเพิ่งวางลงบนโต๊ะ

 ใครมันจะเอาไวน์มาดมกันยะ “ก็ดื่มนะสิ! ทีเจ้านายยังดื่มได้ แล้วทำไมฉันจะดื่มไม่ได้ล่ะ ?

“ก็ตามใจ” มิฮอวค์ตอบแล้วยักไหล่ คว้ามีดกับส้อมขึ้นมาจัดการกับเนื้อตรงหน้า ในขณะที่ฉันก็จิ้มเนื้อปลาขึ้นมาใส่ปาก อร่อยใช้ได้เลย! เอาล่ะ ต่อไปฉันก็จะเริ่มดื่มไวน์ขาวที่ได้มาอย่างยากลำบากนี่ล่ะ

ต้องจิบอย่างสง่างามแบบผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วด้วยนะ

ฉันยกก้านแก้วสูงเพรียวขึ้นมา หรี่ตาพิจารณาของเหลวสีฟางที่มีเงาสีเขียวสะท้อนเมื่อฉันลองเอียงแก้วช้าๆ กลิ่นหอมเหมือนเกรปฟรุ๊ตโชยขึ้นมาเมื่อยกขอบแก้วแตะปาก

ถึงจะไม่เคยดื่มแต่ก็หวังว่ามันจะหวานอร่อยละมั้งนะ ?

“อุ๊บ!!

แหวะ! รสชาติแย่มาก! ฉันต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่พ่นมันออกมาแล้วเอานิ้วล้วงคอโอ๊ย! นี่มันอะไรกัน ทั้งขมทั้งฝาด ห่วยแตกเป็นบ้าเลย ทำไมเขาถึงชอบดื่มของพรรค์นี้นะ!

อยากจะอ้วก! อยากจะบ้วนปาก! อยากจะล้างลิ้น!   

น้ำส้ม น้ำส้มจ๋าฉันขอโทษที่เมินเธอนะ

มิฮอว์ควางมีดและส้อมลงกับจาน เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อฉันฝืนใจวางแก้วไวน์บ้านั่นลงกับโต๊ะโดยไม่เขวี้ยงมันออกหน้าต่างไปซะ

“เอาน้ำส้มไหม ?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มหยักลึกที่มุมปาก และถึงแม้ฉันจะยังไม่ทันตอบ เขาก็โบกมือเรียกบริกรนายหนึ่งเข้ามาแล้ว

พังหมด!! มาดหญิงสาวทรงเสน่ห์ของฉัน!

แล้วอีตาคนเสริฟ์นี่ก็ดันเป็นคนเดียวกับที่ฉันขู่บังคับเอาไวน์มาด้วยอีก!

ทำไมชีวิตของฉันมันถึงน่าอายอย่างนี้นะ ฮือออ

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

            ผมนั่งมองเพโรน่างับพุดดิ้งสตรอเบอร์รีแบบคำต่อคำอย่างเอร็ดอร่อย ข้างๆกันนั้นวางไว้ด้วยน้ำส้มสีสดแก้วโตคิดถึงสีหน้าเหยเกของเธอตอนจิบไวน์เข้าไปสิ ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่าหัวเราะออกมาดังๆ สักรอบหนึ่ง

            ดื่มไม่เป็นแล้วยังจะฝืนนังหนูนี่คิดว่าไวน์แค่แก้วเดียวจะทำให้ตัวเองดูโตเป็นผู้ใหญ่หรือไงกัน ?

            “ตกลงไม่ดื่มไวน์แล้ว ?” ผมพูดขึ้นมาลอยๆ เมื่ออดใจไม่ได้ที่จะแหย่คนตรงหน้าเล่น

            เธอทำหน้าง้ำเมื่อหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ “อย่ามาล้อฉันนะ!

            ผมหัวเราะในลำคอเธอนี่ขยันทำตัวแปลกๆ หาเรื่องมาให้ได้ตลกทุกทีสิน่า

            “เจ้านาย” จู่ๆเพโรน่าก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมาหมายถึงว่าเกือบจะดูจริงจังมากแล้วล่ะ ถ้าไม่นับที่ว่ามุมปากยังมีครีมสีชมพูติดอยู่จุดหนึ่ง

            “ฉันอยากบอกว่าเอ่อขอโทษค่ะ ฉันผิดไปแล้วที่ฝ่าฝืนคำสั่งของคุณ แล้วก็ทำตัวแย่ๆในหลายๆเรื่อง” เธอทำหน้าสำนึกผิด วางแก้วในมือลงช้าๆ

            โอ๊ะ! เพโรน่าคิดได้แล้วแหะ ต่อไปนี้ก็จะเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทแล้วสินะ

“แต่ถึงฉันจะผิดจริงแต่ว่าเป็นเพราะคุณทำผิดกับฉันก่อนนะ มีเจ้านายที่ไหนเขาทิ้งลูกน้องไปทำงานคนเดียวดื้อๆแบบนั้นล่ะ! เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องขอโทษฉันเหมือนกันแหละ!

            สำนึกผิดซะเมื่อไหร่กันเล่า!!

            “ที่ฉันทำอย่างนั้น ก็เพราะเธอยังมีฝีมือไม่พอที่จะรับมือกับไอ้หมอนั่น มันอาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้และเธอก็จะเป็นอันตราย เข้าใจไหม?

            “ฉันรู้แล้วว่านายคนนั้นน่ะโรคจิต แต่ฉันก็ดูแลตัวเองได้น่าฉันต่อสู้เป็นนะ!

เพโรน่าทั้งดื้อแพ่งและเถียงสู้ไม่เลิกรา จะพูดอธิบายไปอีกกี่คำก็เปลืองน้ำลายเปล่า วิธีเดียวที่เหมาะสมคือแสดงให้เธอได้เห็นของจริง

            ผมลุกขึ้นยืน หยิบมีดขึ้นมาจากจานแล้วชี้ให้เธอดูได้รอยขมวดคิ้วอย่างงุนงงเป็นคำตอบรับ

            “ฟึ่บ!

ลมพัดผ่านตัวไปวูบหนึ่ง

และหลังจากนั้นผมจึงคลายมือจากการบีบคางเพโรน่าไว้ไม่ให้แหกปากร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ แล้วจึงค่อยลดมีดที่จ่อชิดกับคอของเธอลง

จากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงของนักดาบคนหนึ่งหลายต่อหลายปีการปลิดชีวิตน้อยๆของเพโรน่าไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่ากระดิกนิ้วเล่นโดยเฉพาะกับคนชั่วใจอำมหิตไอ้แซคเวรนั่นทรมานและฆ่าผู้หญิงนับสิบๆคนอย่างเลือดเย็น

ผมไม่ต้องการเพิ่มเพโรน่าเข้าไปเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น

“นี่หรือที่เรียกว่าต่อสู้เป็น ?” ผมวางมีดกลับลงไปในจาน “ถ้าฉันเป็นแซคเมื่อกี้เธอก็ได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว”

เพโรน่าคลายสีหน้าตกใจลง เธอลุกขึ้นยืนตาม ประสานมือกอดอกและเชิดหน้าสูงอย่างเคย “งั้นเจ้านายก็สอนฉันสิ! ในเมื่อลูกน้องของคุณต่อสู้ประชิดตัวไม่เป็นคุณก็ต้องสอนให้เป็น! ไม่งั้นฉันก็ต้องจับเจ่าอยู่คนเดียวตลอดในขณะที่คุณออกไปทำงาน!

โอ๊ยยย!! ปวดหัวทำไมเด็กวุ่นวายคนนี้ไม่ยอมเข้าใจความหวังดีของผมสักทีนะ!

ผมถอนหายใจออกครั้งหนึ่ง และเกือบสะดุ้งเมื่อจู่ๆเธอก็กระโดดมาเกาะแขนและเขย่าไปมา

“นอกจากเป็นลูกน้องที่ดีแล้วฉันก็จะเป็นลูกศิษย์ที่ดีด้วย! ฉันจะตั้งใจมากๆ และรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง อ้อ! เอาอย่างนี้ดีไหมคุณก็กำหนดบททดสอบสิ ถ้าฉันไม่ผ่านการสอบของคุณ ฉันก็จะไม่รบเร้าตามไปทำงานอีกเลย เจ้านายสั่งให้รออยู่ไหน ฉันก็จะรออยู่นั่นเหมือนรูปปั้นหินเลย!

“นะๆๆ สอนฉันเถอะนะ” เธอพยักหน้าถี่ๆเมื่อเอ่ยปากขอร้องไม่ยอมหยุด เบิกตากลมโตทำสีหน้าออดอ้อนรอฟังคำตอบอย่างมีความหวัง สองมือที่เกาะหนึบอยู่กับแขนของผมสั่นไปมาเบาๆ

อืมถ้าเธอไม่ผ่านบททดสอบ ก็จะยอมรออยู่ในที่ปลอดภัยตามที่ผมบอกรึ ?

“ก็ได้” ผมตอบสั้นๆและดึงมือของเธอออก คนตรงหน้ายิ้มกว้างและขยับปากจะส่งเสียงอย่างยินดี แต่ก็มีอันต้องชะงักเพราะผมขัดจังหวะเสียก่อน

“อย่าดีใจไปนังหนู--ฉันไม่ใช่คุณครูใจดีสอนเธอเขียนหนังสือ แล้วบททดสอบของฉันก็ไม่ใช่การคัดลายมือบนกระดาษหรอกนะ”

เพโรน่าจะต้องไม่ผ่านแน่นอนและเมื่อถึงตอนนั้น--ก็ได้เวลาของเด็กดีหัวอ่อนเสียที

เธอรวบเจ้าหมีนั่นไว้ตรงอกแล้วยืดตัวตรงแน่ว ท่าทางมั่นใจอย่างแรงกล้า “ฉันต้องผ่านแน่นอน! เจ้านายนั่นแหละที่ต้องเตรียมหอบหิ้วฉันไปทำงานด้วยทุกๆที่เลย!

ผมเพียงแค่แค่นหัวเราะในลำคอเป็นคำตอบรับ

มั่นใจให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะงานนี้เธอเสร็จแน่นังหนูน้อย!!

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

           

เช้านี้อากาศเย็นสดชื่น มีหมอกจางลงปกคลุมทั้งเมือง น้ำค้างแวววาวกลิ้งอยู่บนใบสีเขียวแก่ของพลูด่างกระถางย่อมข้างหน้าต่างห้องพักให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

ฉันนอนมาเต็มที่แล้ว อาหารเช้าก็กินแล้ว! แล้วก็ไม่ลืมเอาคุมาชี่มาเป็นกำลังใจด้วยนะ

สู้ตาย! งานนี้ต้องผ่าน! ผ่าน! ผ่านแน่!

เอ่อว่าแต่ไอ้หุ่นรูปคนตัวเบิ้มที่นอนแอ้งแม้งอยู่นั่น มันน่าสยองพิลึกแหะ

“เจ้านายนี่มันอะไรน่ะ ?” ฉันเอานิ้วทิ่มเข้าไปตรงสีข้างของหุ่นที่หุ้มด้วยผ้ากระสอบเนื้อหยาบมันแข็งโป๊กเหมือนยัดไส้ด้วยวัสดุอะไรบางอย่างจนแน่นเอี๊ยดไปหมด

มิฮอว์คดูท่าจะตั้งใจสอนจริงจังมากไปหน่อยหรือเปล่า ? เขาอุตส่าห์ลงทุนเช่าเหมาโรงฝึกฟันดาบเล็กๆที่อยู่หลังโรงแรมเลยเชียวนะไปสรรหาสถานที่แบบนี้เจอได้ยังไงเนี่ย ?

“หุ่นยัดไส้ฟาง--คู่ฝึกการต่อสู้สำหรับเด็กเพิ่งเริ่มอย่างเธอคิดหรือไงว่าฉันจะมีเวลามาสอนทั้งวัน ในเมื่อฉันต้องออกไปล่าหัวไอ้โรคจิตนั่น”

“เจ้านายไม่เห็นต้องทำงั้นเลย คุณอยู่ที่นี่และสอนฉันทั้งวันได้ แล้วฉันก็จะสั่งให้โกสต์ออกไปตามหาแซค

“กฎข้อที่หนึ่ง! เขาขัดจังหวะด้วยสีหน้าถมึงทึงประหนึ่งว่าฉันเพิ่งย่ำลงไปบนเท้าของเขาอย่างแรง “ห้ามเธอหรือโกสต์ของเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของแซค แชนเทลล์ จนกว่าเธอจะผ่านการทดสอบ”

“ก็ได้”

ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่งเชอะ!! เดี๋ยวต่อไปก็จะได้ยุ่งเกี่ยวเต็มๆแล้วน่า

เขาชี้มาที่ผมของฉัน “รวบเก็บซะให้หมด! ปล่อยยาวเกะกะแบบนี้จะเป็นจุดอ่อนให้คู่ต่อสู้โจมตีเอาได้”

“ฉันไม่มียางมัดผม ของเก่ามันขาดไปแล้ว” ฉันยักไหล่แล้วทิ้งสองมือลงข้างตัวช่วยไม่ได้นี่นา ของมันไม่มีก็คือไม่มีสิ เงินจะซื้อใหม่ก็ไม่มีจะให้ทำยังไงได้เล่า

เขาถอนใจเฮือกแล้วดึงสร้อยที่คอออกมา ยื่นจี้กางเขนอันเขื่องมาให้และออกคำสั่งห้วนๆ “ถือสิ”

จี้กางเขนสีทองตกอยู่กลางอุ้งมือมันหนักนิดหน่อยแต่ก็สวยดี 

นี่ไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดานี่นา

ฉันลองออกแรงดึงตรงรอยต่อแยกออกจากกัน ประกายสีเงินเปล่งปลาบเข้าตา

“นั่นน่ะมีดสั้นอย่าทำตัวเองมีแผลตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มล่ะ เอ้า! หันหลังมาทางนี้สิ”

มิฮอว์คกระดิกนิ้วทำท่าให้หมุนตัวทำไมล่ะ ? ศึกษาท่าทางการเคลื่อนไหวของฉันเหรอ ?

ฉันประคองมีดสั้นไว้ในมือแล้วหมุนตัวหันหลังให้อย่างเชื่อฟังนึกกลัวว่าเขาจะทดสอบอะไรแผลงๆหรือเปล่า ถ้าเขาโจมตีมาล่ะก็ตายคาที่แหงแก๋เลย ต่อให้มีโกสต์ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะถ้าต้องสู้กับหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดน่ะ

แล้วแวบถัดมาก็สัมผัสได้ถึงลมที่พัดผ่านต้นคอ

หา! มิฮอว์คกำลังรวบผมของฉันเหรอ!!

ว้าย!!

“เจ้านาย! คือฉันทำเองได้ เอ่อช่วยส่ง” เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆที่ข้างหู “สร้อยนั่นมาให้ฉันเถอะฉันรวบผมเองได้จริงๆ”

“อยู่เฉยๆซะขืนรอเธอพยายามรวบเองด้วยสร้อยนี่ถึงเย็นก็ไม่ได้เริ่มกันซะที” ผมช่อหนึ่งจากด้านขวาถูกดึงขึ้นไปเก็บ ปลายนิ้วแข็งสากปัดผ่านต้นคอและหลังหูของฉัน ทิ้งความอุ่นวาบอ้อยอิ่งตามหลังในทุกอิริยาบถ 

เขาอยู่ใกล้ใกล้มากเกินไป แค่ขยับเท้าถอยหลังเพียงก้าวเดียวก็ล้มไปซบอยู่กับแผ่นอกเปลือยด้านหลังนั่นแล้ว โอ๊ยอยากจะกัดลิ้นตายให้รู้แล้วรู้รอด ใจเย็นเข้าไว้เพโรน่า! อย่าทำเขินอายไปสิ นี่มันเป็นอะไรที่ธรรมดาสามัญมากๆเลยนะ กับอีแค่เจ้านายช่วยรวบผมให้ลูกน้องเอง

เอ่อนี่เรื่องธรรมดาจริงเหรอเนี่ย สับสนจังแหะ    

“ผมยุ่งชะมัด”

เสียงบ่นพึมพำดังขึ้นพร้อมกับหัวของฉันที่กระตุกไปข้างหนึ่ง “โอ๊ย! เบาๆหน่อยสิ ฉันเจ็บนะ”

“ผู้หญิงประสาอะไรไม่รู้จักหวีผมให้เรียบร้อย” เขาว่าแล้วขยับมือยุกยิกแกะผมที่พันกันออกอีกปอยหนึ่งก่อนจับมันรวบขึ้นไปสมทบกับส่วนที่เหลือ

“ที่ผมฉันยุ่งแบบนี้ก็เพราะเจ้านายนั่นแหละ!

“ฉันไปเกี่ยวอะไรไม่ทราบฮึ ?” นิ้วของเขาสางเข้าไปในกลุ่มเส้นผมที่ม้วนพันกันเป็นเกลียว ค่อยๆระลงเบาๆให้มันหลุดออกจากกันอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าครั้งแรก

กริยาแสนอ่อนหวานที่ขัดกับน้ำเสียงแข็งๆของเขาทำให้หัวใจฉันสูบฉีดเลือดแรงขึ้นไปอีก

จนถึงขั้นต้องแกล้งทำน้ำเสียงสูงแบบโทษอีกฝ่ายอย่างเต็มที่

“ก็วันนั้นที่ออกจากเกาะมาเจ้านายไม่ยอมให้ฉันกลับไปเอาหวีเองนี่ มัวแต่เร่งๆๆอยู่นั่นแหละ จำได้หรือเปล่า ? พอฉันลงเรือช้าหน่อย คุณก็โมโหมากระชากลงเรือไปแบบหน้าคะมำน่ะ! แล้วตอนนี้จะมาโทษฉันว่าปล่อยให้ผมยุ่งเป็นยุงตีกันไม่ได้นะ!

มีเสียงพ่นลมหายใจเบาๆดังขึ้นด้านหลัง แต่กลับไม่มีเสียงพูดอะไรตอบมาสักคำ และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ฉันต้องแอบเอามือปิดแก้มที่ร้อนผ่าว ในขณะที่ยังคงรับรู้เสมอว่าเส้นผมเจ้าปัญหานั่นกำลังถูก สางด้วย หวีที่มาจากนิ้วมือของเขาอย่างเนิบช้าและนุ่มนวล ระมัดระวังจนฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

เพราะว่าความเงียบแปลกประหลาดเข้าครอบคลุมเต็มพื้นที่ ฉันจึงไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งเหมือนเจ้าหุ่นฟางที่ตั้งอยู่ข้างๆ และพยายามจะปฏิเสธตัวเองอย่างสุดชีวิตว่าตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิดไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ

ฉันแค่เอ่อ ว่าไงดีล่ะ แค่ตื่นเต้นไปหน่อยเท่านั้นเองมั้ง

เสียงสายสร้อยโลหะถูกเกี่ยวกระหวัดทบไว้ดังขึ้นข้างหู ก่อนที่ไหล่ของฉันจะถูกจับหมุนวูบกะทันหันไปประจันหน้ากับเขาแบบไม่ตั้งตัว

ว้าย!  ทำไมเขาต้องทำสีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งไม่ยิ้มแบบนั้นด้วยนะ  

มีดกางเขนในมือของฉันถูกบีบแน่นเข้าด้วยความรู้สึกขัดเขินจากการถูกนัยน์ตาอันแทบไม่กระพริบจับจ้อง ซึ่งถ้าเปลี่ยนจากเหล็กเป็นไม้ มีดนี่ก็อาจแหลกเละคามือไปแล้วก็ได้  

โอ๊ยอะไรกันนี่ ฉันไม่เข้าใจความคิดของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว!

มิฮอว์คปล่อยมือลงจากไหล่ของฉัน ก่อนเอ่ยทำลายความเงียบในที่สุด

“ก็ถือว่าหายกัน ไม่มีอะไรติดค้างแล้ว”

เขาหมายความว่าการรวบผมให้นี่เท่ากับเป็นการชดใช้ที่ไม่ยอมให้ฉันกลับไปเอาหวีเหรอ ?

ไม่ไหวๆ ฉันต้องหลับตาแน่นๆ และส่ายหัวแรงๆ เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาจนผมที่รวบเป็นหางม้าด้านหลังแกว่งไกวกระทบตัว

 มิฮอวค์จับเจ้าหุ่นฟางนั่นขึ้นตั้งเรียบร้อยแล้วเริ่มเข้าโหมดครูฝึกสุดเฮี้ยบ

“สำหรับเด็กเปี๊ยกอย่างเธอ จะให้สอนใช้ดาบก็ไม่ไหว ดังนั้นฉันจะสอนการใช้มีดสั้นให้ โดยเรื่องแรกที่ต้องรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ประชิดตัวก็คือ

“เดี๋ยวก่อน!!

ฉันขัดจังหวะแล้วรีบดึงสมุดจดเล่มจิ๋วออกมาจากช่องเก็บของลับที่อยู่ข้างตัวคุมาชี่ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วหยิบปากกามาเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว

หลักการสำหรับการต่อสู้ประชิดตัว คือ    

“คืออะไรล่ะเจ้านาย ว่าต่อได้เลย ฉันฟังอยู่”

การบันทึกอย่างละเอียดถือเป็นการตั้งอกตั้งใจเรียนที่ดีสุดๆ แต่ทำไมมิฮอว์คต้องหลับตาทำหน้าปวดหัวแล้วเอามือข้างหนึ่งนวดขมับตัวเองด้วยล่ะ ?

ไม่เข้าใจเลยแหะ

            เขาถอนใจพรืดหนึ่งแล้วลืมตาขึ้น แบมือออกมาและกระดิกปลายนิ้วถี่ๆเป็นเชิงเร่ง ฉันจึงเด้งตัวลุกขึ้นยืนอีกรอบแล้วเอาสมุดวางใส่มือเขาอย่างงุนงง

            ฟึ่บ!

          มันเร็วเกินไปจนมองไม่ทัน เพราะเมื่อกระพริบตาไปทีหนึ่ง สมุดจิ๋วก็แยกออกกระจัดกระจายกลายเป็นแค่เศษกระดาษโปรยปรายลงกับพื้น

            “อ๊า!! เจ้านายฟันสมุดฉันทิ้งทำไม!” ไม่นะโธ่! อุตส่าห์ทำหน้าปกลายน่ารักแล้วเชียว!!

            มิฮอว์คทำหน้าเหมือนฉันเพิ่งถามว่าหมูออกลูกเป็นไข่หรือเปล่า “นังหนูเธอต้องเรียนการต่อสู้ด้วยร่างกายของเธอ จดจำด้วยกล้ามเนื้อ เข้าใจด้วยสัญชาตญาณ ฝึกฝนด้วยความอดทน” เขาเสียบดาบยักษ์นั่นเก็บลงไปบนปลอกที่อยู่หลังเสื้อคลุม  

“ดังนั้นกระดาษไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับการเรียนกับฉัน!

            ฉันแอบเบ้ปากขณะที่สงสัยว่าการต่อสู้ประชิดตัวเนี่ยจำเป็นต้องมีกล้ามหน้าท้องซิกส์แพ็คแบบเขาหรือเปล่า ? แล้วการมีโกสต์ช่วยดูทิศทางศัตรูนี่ถือว่ามีสัญชาตญาณไหมนะ ?  ส่วนด้านความอดทนน่ะอืม--จะพยายามสุดๆแล้วกัน           

  มิฮอว์คเตะปลายเท้าโดนมีดสั้นบนพื้นกระเด็นหวือขึ้นไปในอากาศเป็นวงโค้ง แล้วมันก็ตกลงในมือของเขาอย่างสวยงาม “จับตรงด้ามให้กระชับ แบบนี้!” เขาจับถือมันได้อย่างคล่องแคล่วและสมบูรณ์แบบแหงล่ะ ก็นิ้วของเขายาวกว่านี่!

“เวลายืนอยู่ต่อหน้าศัตรู แยกปลายเท้าออกจากกันเพื่อสร้างฐานที่มั่นคง อย่ายืนเท้าชิดแบบนั้น!

ฉันสะดุ้งโหยงแล้วกระโดดแยกเท้าทั้งสองออกจากกัน

“มากเกินไป!

ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยล่ะเนี่ย ฉันกระเถิบเท้ากลับมานิดหน่อย “เท่านี้พอหรือยัง ?

เขาพยักหน้าครั้งหนึ่ง

“หลังจากถือได้ดีแล้วจะต้องออกแรงให้ถูกต้อง ไม่มากเกินไปจนเสียพลังงานโดยใช่เหตุ และไม่น้อยเกินไปจนศัตรูยังสามารถย้อนกลับมาโจมตีเราได้อีกครั้ง” มิฮอว์คตวัดแขนออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงคมมีดกรีดผ่านอากาศดังวูบใหญ่ โหนี่ฉันคงต้องฝึกให้ได้อย่างว่องไวเฉียบขาดแบบนี้สินะ

 “สำหรับมีดสั้นนี่จะใช้ท่าทางแบบแทงออกไปตรงๆเป็นส่วนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องรู้จุดตายของศัตรู เลือกตำแหน่งเอาตามสถานการณ์พาไป ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่คอหรือหัวใจก็ใช้ได้ทั้งนั้น ลงมือครั้งเดียวให้จบ!

“แต่ฉันไม่อยากฆ่าใครนี่!” ฉันส่งเสียงท้วง “ทำไมต้องแทงจุด ตาย ด้วยล่ะ ?  ไม่มีจุด บาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ตายหรือไง”

“ไอ้ตำแหน่งแบบนั้นมันก็มีอยู่” เขายักไหล่และเดาะมีดสั้นในมือเล่นราวกับว่ามันเป็นแค่ลูกบอลที่แสนปลอดภัย “แต่สำหรับเธอถึงบังเอิญแทงเข้าจุดตายได้ เรี่ยวแรงที่มีอยู่เท่ามดก็จะทำให้บาดแผลไม่ลึกมาก แล้วมันก็จะกลายเป็นจุดบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นขืนฉันสอนให้เธอแทงเข้าจุดบาดเจ็บสาหัสแต่แรก มันก็จะกลายเป็นจุดผิวถลอกเลือดไหลซิบๆ แล้วเธอก็จะถูกศัตรูสวนกลับถึงตายแน่”

นี่เขาคิดว่าฉันมีเรี่ยวแรงเท่ามดเรอะอะไรมันจะดูถูกกันขนาดนี้เนี่ย!

แต่ในเมื่อตอนนี้เขามีฐานะเป็นครูฝึก ฉันจึงจำต้องพยักหน้ายอมรับไปอย่างเสียไม่ได้

หลังจากนั้นฉันก็ต้องฝึกถือมีดให้มั่นใจ ฝึกแทงไปข้างหน้าตรงๆและลองทำสิ่งที่มิฮอว์คเรียกว่า ตวัดศอกเปลี่ยนทิศทางการรุก ในขณะที่ฉันคิดว่ามันคือการ เหวี่ยงแขนไปมาในอากาศให้ไวที่สุด

ผ่านการฝึกถือของมีคมฟาดในอากาศไปประมาณเกือบชั่วโมง มิฮอว์ครับมีดคืนไปและชี้ไปที่หุ่นฟาง “อีกเดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก และเธอต้องฟันเจ้านี่ให้ได้” เสียงควับดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่อกของหุ่นมีรอยฟันกินลึกลงไปประมาณครึ่งนิ้วซี้

“เธอต้องฟันให้ได้ความลึกขนาดนี้” เขาส่งมีดคืนมาให้ฉัน กลอกตาทำสีหน้าครุ่นคิดและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกสนิท

“ทำให้ได้สามร้อยแผลก่อนฉันกลับมา”

สามร้อยแผลเรอะ!!

มิฮอว์คหันร่างเดินไปยังประตู เขาเบือนหน้ามองข้ามไหล่กลับมาด้วยนัยน์ตาสีอำพันคมเฉียบ

“ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้--ก็อยู่เฝ้าโรงแรมไปตลอดละกัน”

นี่คือบททดสอบใช่ไหม ?  คำสั่งที่ได้คือการใช้มีดนี่ฟันหุ่นให้ได้สามร้อยแผลก่อนที่เขาจะกลับมาเวลาไหนก็ไม่รู้ แถมยังเป็นแผลที่สุดแสนจะลึก ผ่าตรงเข้าไปกลางเศษฟางหนาๆอีกต่างหาก!!

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกที ทั่วห้องก็ว่างเปล่า มิฮอว์คไปแล้วและเขาก็จากไปพร้อมความมั่นใจที่ว่าฉันจะไม่มีวันผ่านบททดสอบของเขาได้อย่างแน่นอน

เจ้านายคุณคิดผิดแล้วล่ะคิดผิดมากๆเลย

ฉันยกมือที่กุมด้ามมีดสั้นขึ้นมา และฟันลงไปกลางอกของหุ่นเต็มแรง ฟางสีเหลืองกระจุยปลิวว่อนเข้าเต็มหน้าจนต้องจามออกมาสามรอบ

และหลังจากปัดเอาเศษฟางออกจากจมูกแล้ว สิ่งที่เห็นเข้าเต็มตานั่นก็ทำให้กำลังใจยุบแฟบลงไปนิดหน่อยรอยแผลที่สองลึกเพียงครึ่งหนึ่งของรอยแผลแรกเท่านั้น

ผ่าน ผ่าน ผ่าน!

นั่นเป็นคำคำเดียวที่ฉันท่องซ้ำไปซ้ำมาเมื่อออกแรงเหวี่ยงมีดในมือ กระหน่ำฟันครั้งแล้วครั้งเล่าบนหุ่นฟางโชคร้าย สลับกับอาการคันจมูกอย่างแรงและจามอย่างไม่หยุดหย่อนจนหัวสั่นหัวคลอน

 

โกสต์ปริ๊นเซสจะเอาอะไรก็ต้องได้ จะเป็นลูกน้องก็ต้องเป็นลูกน้องผู้สมบูรณ์แบบ

เจ้านายคอยดูให้ดีเถอะ

คุณจะไม่มีโอกาสปฏิเสธฉันได้แม้แต่นิดเดียว!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #710 อิอิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 13:12

    หนูลูกกกก ทำไมน่ารักขนาดนี้นะ๚ ตายๆๆ ลุงเหยี่ยวก็ชอบแกล้งน้องอยู่ได้ น่ารักแบบนี้ต้องถนอมสิๆๆ เพโรน่าจงผ่านๆๆๆ

    #710
    0
  2. #502 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 13:20
    ฟินนนนง่ะ เฮียแกมีรวบผมให้ด้วยง่ะ 
    ทำเอานังหนูเขินจนแทบจะบีบมีดกางเขนพังซะล่ะ

    #502
    0
  3. #481 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 01:33
    เพโรน่าเห็นอย่างนี้ก็แอบอึ๋ม แบบว่าซ่อนรูปอยู่น่ะ
    อ่านแล้วฟินตอนรวบผมนี่แหละ เมื่อไหร่โซโลจะมาเนี่ย
    #481
    0
  4. #428 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 11:58
    เพโรน่าเธออึ๊มจะตายไปทำไมคิดงั้นผู้หญิงทุกคนในเรื่องวันพีชอึ๊มทุกคนอยู่แล้ว
    #428
    0
  5. #268 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 21:03
    เพโรน่าสู้ๆ
    #268
    0
  6. #263 Ooji (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 19:37
    >w< มีเขินเลยยยย
    #263
    0
  7. #261 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 19:23
    พยายามเข้านะ เพโรน่า ><
    #261
    0
  8. #260 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 21:41
    55555555555+
    ตอนนี้น่ารักอ่าาาาาา
    เพโรน่าก็ออกจะอึ๋มน้า
    ไม่ได้แฟบอะไรขนาดนั้น
    #260
    0
  9. #256 แอ๋ๆ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 17:21
    น่ารักอ๋าาา ถ้าโซโลมา คงแย่งเพโรน่ากันสินะ 55555555 คงสนุกน่าดู >_
    #256
    0
  10. #255 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2555 / 22:24
    อร้ายยยยยยยยย น่ารักเกินไป ฟินมากกกก
    แอบรอโซโลเหมือนคห.ล่าง5555555

    น่ารักจริงๆคู่นี้ ชอบมากกกกก
    #255
    0
  11. #254 trflgr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2555 / 21:52
    รอลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่โซโลจะมาเง้ออ 555555555555
    #254
    0
  12. วันที่ 23 ธันวาคม 2555 / 20:43
    ฟินกับฉากรวบผม...พลังความฮะเมี้ยวยังคงรุนแรงไม่เปลี่ยนเลยฟิคเรื่องนี้ XD!!!
    อ่านแล้วคิดถึงโซโลแฮะ ในคอมมิคสามคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วจี้ดีจริงๆ ๕๕๕

    #253
    0