[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 27 : Big Girls Don't Cry : chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    12 ม.ค. 56








You’ve made my routine days become more meaning.


เธอทำให้คืนวันอันแสนธรรมดา เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย



           ฉันพยายามก้าวเดินอย่างแผ่วเบาและจินตนาการว่าใต้เท้าเป็นพื้นน้ำแข็งอันเปราะบางที่พร้อมจะแตกออกทุกเมื่อ มือสั่นน้อยๆเมื่อกระชับมีดสั้นไว้แน่น แสงแดดยามบ่ายแก่สาดส่องลงต้องแผ่นหลังบึกบึนตั้งตรงแน่วของมิฮอว์คเขายังไม่ทันรู้สึกตัวว่าฉันอยู่ตรงนี้แน่ๆ!

            ต้องก้าวไปข้างหน้าอีกนิดนึง อืมโอเค ระยะนี้ใช้ได้แล้ว ถ้างั้นก็ลุยเลย!! 

          “ย่าห์!!” ฉันร้องเสียงดังเรียกพลังในวินาทีเดียวกับที่จ้วงแทงมีดลงไปกลางเสื้อคลุมสีดำนั่นเต็มแรง ทว่าปลายมีดในปลอกหนังกลับพบแต่อากาศว่างเปล่า ฉันเสียหลักล้มหัวคะมำไปด้านหน้าทันที

“โอ๊ย!!” ฉันนั่งแปะกับพื้นพร้อมลูบคลำหัวเข่าที่เพิ่งปะทะเต็มแรงกับหญ้าเมื่อครู่

ฮึ่ย!! พลาดอีกแล้วเรอะ!

“ครั้งที่สามสิบ--ไม่สำเร็จเช่นเคย” มิฮอว์คยักไหล่ สีหน้าราบเรียบแต่มีร่องรอยของความขบขันเจืออยู่ในน้ำเสียง เขาเหลือบตามองหัวเข่าของฉัน “ไว้คราวหน้าจะลองไปแกล้งเผลอบนพื้นพรมละกันนะ เผื่อเธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมาก”

เขาหัวเราะในลำคอเป็นการตบท้ายก่อนจะหมุนตัวออกเดิน

ฉันยันตัวลุกยืนแล้วปัดฝุ่นออกจากกระโปรง เก็บมีดซ่อนในตัวคุมาชี่และออกวิ่งตามคนที่เดินนำลิ่วเบียดแทรกผ่านฝูงชนพลุกพล่านไปตามถนนกลางเมือง

 “เจ้านายคุณฝังดวงตาอีกคู่ไว้ที่หลังหรือไง ?” มันอยู่ที่ท้ายทอยหรือด้ามดาบกางเขนยักษ์กันนะ

“ฉันมีตาคู่เดียว และมันก็อยู่ด้านหน้าเหมือนตาของเธอ”

“หรือว่าคุณมีหูทิพย์ใช่ไหม ? คุณกินผลปีศาจอะไรน่ะ ?

เขาปรายตามองมาแวบหนึ่ง “ฉันไม่เคยกินผลปีศาจ และก็ไม่จำเป็นต้องกินด้วย”

            ฉันจ้องเขากลับอย่างสงสัยเต็มกำลัง เอื้อมมือดึงกระตุกชายแขนเสื้อของเขาไว้ “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันย่องมาข้างหลังและกำลังจะเชือดคุณน่ะ ?

            “รู้แล้วกัน” มิฮอว์คตัดบทและเอื้อมปลดมือฉันลง เขาออกคำสั่งอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า “กางร่มซะ เดี๋ยวป่วยเป็นไข้แดดแล้วจะยุ่ง ฉันไม่มานั่งพยาบาลเธอหรอกนะ”

            ในวันนี้แดดร้อนจัดจริงๆนั่นแหละ ท้องฟ้าใสแจ่มแจ๋วไม่มีเมฆสักก้อน ทั้งๆที่มีฝนตกติดต่อกันมาตั้งหลายวันแล้ว ฉันเห็นด้วยกับคำแนะนำของเขาอย่างยิ่งจึงกางร่มในมือขึ้นบังเหนือหัว “แล้วเจ้านายไม่ร้อนหรือไง ฉันไปหาซื้อร่มอีกคันให้เอาไหม ? หรือจะใช้ด้วยกันก็ได้นะ”

            “ลูกผู้ชายที่ไหนกางร่มกันแดดกัน” เขาดึงฉันให้หลบจากผู้ชายคนหนึ่งที่เดินโซซัดโซด้วยฤทธิ์สุราก่อนจะกล่าวต่อ “แล้วยิ่งเป็นร่มสีแดงมีเขากับลูกตาเนี่ยนะใครใช้ก็บ้าไปแล้วแน่ๆ”

            อะไรกัน! ร่มนี่ออกจะน่ารักมีเอกลักษณ์ประจำตัว แถมยังใช้เป็นอาวุธได้ด้วยนะจะบอกให้!

            ฉันแอบย่นจมูกขณะคิดคำพูดโต้ตอบเขา ทว่ากลับรับรู้ถึงความทรงจำจากโกสต์ร่างหนึ่งขึ้นมาอย่างกะทันหันเสียก่อน ข้อมูลที่เพิ่งได้มานั้นเร้าความรู้สึกตื่นเต้นเต็มกำลัง

            “เจ้านาย! ฉันเจอหนึ่งในลูกน้องของแซคแล้วนายหัวล้านคนนั้นอยู่ในร้านเหล้า!!

            “ที่ไหน ?” มิฮอว์คถามต่ออย่างรวดเร็ว “บอกชื่อร้านกับที่ตั้งมาสิ”

            “เดี๋ยวๆกำลังดูอยู่!” ฉันหลับตาลงเพื่อรวมสมาธิภาพที่ส่งผ่านการมองของโกสต์ไหลวาบเข้ามาในหัวชั้นวางเหล้าใหญ่โตกับไฟสีส้มสลัวบนเพดาน โต๊ะเล่นพูลกับควันบุหรี่ เสียงผู้ชายแหบต่ำสองคนพูดคุยดังหึ่งๆ เอาล่ะออกมาอีกหน่อยสิ ออกมาข้างหน้าร้านเลยนั่นไง!!เหนือประตูสีทึมๆนั่นเป็นตัวอักษรไม้ แกะเป็นชื่อว่า

            “คราวน์แคป!!คำพูดโพล่งออกมาทันทีที่อ่านได้เต็มตา “ชื่อร้าน ‘Crown cap’  อยู่ที่อยู่ที่” ฉันพยายามมองผ่านสายตาโกสต์ที่หมุนร่างไปรอบด้านจนเห็นป้ายชื่อถนน

            “อยู่ที่ถนนสายห้า!

            ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ถนนสายเก้า

            “เราต้องรีบแล้วนายหัวล้านนั่นกำลังจะออกไปทางว้าย!!

            ฉันหลุดเสียงร้องลั่นเมื่อถูกรวบตัวขึ้นโยนไว้บนไหล่กว้างของเจ้านาย แขนของเขามัดแน่นไว้รอบเอวของฉัน โลกที่เห็นกลายเป็นกลับหัวกลับหาง คนอื่นๆบนถนนหันควับมามองด้วยสีหน้าแปลกใจ

            “เจ้านาย!นี่คุณคิดจะแบกฉันวิ่งไปแบบนี้หรอ!!

            “หรือเธออยากจะวิ่งตามมาเอง ?

            ใครจะไปก้าวทันช่วงขายาวๆของมิฮอว์คกันล่ะ ถูกทิ้งกันพอดีน่ะสิ!

            “เกาะดีๆล่ะ” เสียงของเขาลอยมาแว่วๆมาในวินาทีที่ฉันสำนึกสภาพความเร็วของตัวเองและรีบดึงร่มปิดอย่างทุลักทุเล

นะนี่เขาจะวิ่งแล้วเหรอ! เดี๋ยวสิ! ฉันยังพับร่มไม่

          “อ๊ายยย!!

ฉันอดแหกปากด้วยความตกใจไม่ได้เมื่อรู้สึกถึงอารมณ์ประมาณว่า วาบ!’

ภาพเคลื่อนไหวสั่นพร่าที่เห็นผ่านปลายผมที่ปรกหน้าอยู่ คือเหล่าผู้คนที่พากันอุทานระงมเมื่อมิฮอว์คพุ่งตัวซอกแซกแทรกผ่านพวกเขาไป หน้าของฉันกดแนบเข้ากับดาบในปลอกบนหลังบึกบึน รอบเอวก็รู้สึกถึงพลังรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก มือข้างหนึ่งของฉันกำร่มและขยุ้มเกาะเสื้อคลุมของเขาไว้แน่นเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้ตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็จับคุมาชี่ไว้พร้อมกดหมวกบนหัวไม่ให้หล่นกระเด็น  ปลายเท้าที่ห้อยต่องแต่งให้ความรู้สึกโหวงเหวงเหมือนถูกเหวี่ยงอย่างร้ายกาจ

เขาวิ่งเร็วยิ่งกว่าพายุหมุน ฉันว่าฉันรู้แล้วล่ะว่าทำไมเขาถึงหลบมีดที่ฉันแอบจ้วงใส่เขาได้ง่ายๆ บางทีเขาอาจจะแค่ก้าวเท้าหลบแวบไปข้างๆในเสี้ยวของเสี้ยววินาทีที่รู้สึกว่ามีอะไรมาแตะแผ่วๆที่หลัง

โอ๊ย!! เจ้านายเป็นมนุษย์ปกติจริงๆเรอะ ไม่อยากจะเชื่อเลย!

อยากจะลองแทงโดนตัวเขาดูชะมัด! บางทีเลือดของเขาอาจจะเป็นสีน้ำเงินหรือเหลือง ทำไม้ทำไมนะ เจ็ดเทพโจรสลัดสุดร้ายกาจคนนี้ถึงต้องสั่งให้ฉันลอบโจมตีเขาด้วยมีดสั้นทุกวินาทีที่เล็งเห็นโอกาส แถมยังมีหน้ามาเย้ยหยันอีกว่า

ทดสอบครั้งนี้ให้เวลาเธอทั้งชีวิตก็คงไม่ผ่าน

ซึ่งฉันได้ต่อรองกับเจ้านายว่าถ้าฉันเกิดเอามีดจิ้มสะกิดเขาได้แผลสักนิดจริงๆเขาต้องสัญญาว่าจะเรียกฉันว่า เพโรน่ารวมทั้งห้ามเรียกว่า ยายหนูหรือ นังหนูโดยเด็ดขาด แต่ยังไงก็แล้วแต่หลังจากพยายามลอบโจมตีเขามาห้าวันเต็ม เมื่อหกนาทีก่อนฉันก็เพิ่งทำพลาดเป็นครั้งที่สามสิบ--นับเป็นผลงานยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้

เฮ้อ! ก็เขาดันเก่งยิ่งกว่าปีศาจฉันคงต้องฝังลืมเรื่องการผ่านบททดสอบที่สองแล้วล่ะ

แต่เรื่องนั้นช่างไว้ก่อนเหอะ เพราะตอนนี้ฉันเริ่มจะหน้ามืดแล้วแหะ โอ๊ย! เวียนหัว!! ตายแน่ๆๆ ขืนต้องทนอยู่ในสภาพแกว่งไกวแบบนี้อีกแค่นาทีเดียว ฉันต้องเป็นลมสลบเหมือดแน่! หรือบางทีฉันอาจจะหมดสติแล้วก็

ทิวทัศน์รอบด้านพลิกวูบกลับมาเป็นปกติอย่างกะทันหัน 

“เจ้านายทำฉันมึนหัว!” ฉันครางแล้วยืนโซเซ รู้สึกว่าขาปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงจนต้องรีบเอาปลายร่มยันพื้นไว้เพื่อการทรงตัว

“คุณติดปีกไว้ที่เท้าหรือไงกัน! วิ่งเร็วอย่างกับเสือชีต้าร์”

นี่ใช้เวลาแค่ห้าหกนาทีก็มาถึงหน้าร้านคราวน์แคปแล้วแหะว่าแต่ทำไมแถวนี้มันดูเงียบๆยังไงพิกลอยู่นะ ไม่ยักกะมีผู้คนเดินไปมาครึกครื้นเหมือนถนนใกล้ๆนี่เลย

มิฮอว์คเขม้นมองไปยังบานประตูสีโอ๊กคร่ำคร่าเบื้องหน้า “เธอรออยู่นี่ และ

“ไม่เอา!! ฉันจะเข้าไปด้วย” มันเรื่องอะไรกันที่ฉันต้องรออยู่ข้างนอกน่ะ!

เขาถอนใจเฮือกเมื่อฉันยกมือเท้าเอวเป็นเชิงว่าจะไม่ยอมจบเรื่องนี้เอาง่ายๆ

ว้าย! จู่ๆมิฮอว์คก็ยกมือข้างหนึ่งจับคางของฉันไว้เสียแน่น ปลายนิ้วเรียวยาวนั่นทาบทับเหนือแก้มและบังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากัน ในขณะที่เขาก็ก้มหน้าลงมากยิ่งกว่าเดิม 

“ฟังนะนังหนูรอฉันอยู่ที่นี่ และช่วยกันอย่าให้ใครเข้าไปในร้านได้ไหม ?

บางทีอาจเป็นเพราะความโอนอ่อนที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา ฉันจึงหมดความรู้สึกอยากทำตัวดื้อดึงใส่มิฮอว์คไปในทันใดเอาเถอะยังไงลูกน้องที่ดีก็ต้องเชื่อฟังเจ้านายอยู่วันยังค่ำ

“ก็ได้” ฉันตอบและกระชับคุมาชี่ในอ้อมกอด “ฉันจะอยู่ตรงนี้และไม่อนุญาตให้ใครเจ๋อเข้าไปในร้านได้แม้แต่ก้าวเดียว”

“ดีมาก” มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่มือใหญ่ลดระดับลงสู่ข้างลำตัวดังเดิม

ฉันฝืนยิ้มโบกมือบ๊ายบาย ในใจนึกอยากพูดอะไรบางอย่าง เป็นต้นว่า ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวนานๆ กลับมาเร็วๆนะ หรือ ฉันเป็นห่วงคุณนี่ ขอฉันเข้าไปด้วยได้ไหม?’

แต่ที่เค้นเสียงออกมาได้กลับเป็นเพียงประโยคแสนสั้น

“ระวังตัวนะคะเจ้านาย”

เขาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อไป แล้วหันมาวางมือลงบนปีกหมวกของฉัน ตบเบาๆสองสามที “เธอก็ด้วยถ้าเกิดเรื่องให้รีบเรียกแล้วกัน”

“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับ ใจเต้นรัวถี่อย่างแปลกประหลาดฉันชอบให้เขาพูดแบบนี้จังถึงแม้เขาจะชอบพูดจาแข็งๆห้วนๆ น้ำเสียงก็ติดจะกระด้างเย็นชาอยู่เสมอ  แต่คำพูดเหล่านั้นก็แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยในตัวฉัน

เจ้านายใจดีจังเลยแหะ

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็รู้สึกอุ่นวาบที่แก้มแล้วสิยังโชคดีนะที่เขาหายแวบเข้าไปร้านเหล้าชื่อตลกนั่นแล้ว เสียงกระดิ่งในร้านที่ดังแว่วมาเมื่อบานประตูปิดลงทำให้ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย ก็ถ้าเกิดมีโจรสลัดร้ายๆคนอื่นแอบอยู่ในนั้นเพื่อลอบทำร้ายเขาล่ะเอ แต่ที่จริงแล้วมิฮอว์คเป็นเจ้าแห่งปีศาจฝีมือร้ายกาจ คงต้องระดมพลทหารเรือทั้งกองทัพเลยมั้งถึงจะพอต้านเขาไหว กับอีแค่โจรสลัดกระจอกคงไม่ครณาปลายเล็บเขาหรอก

ฉันหันมาให้ความสนใจสำรวจทางหนีทีไล่ อืมถนนสายนี้เงียบวังเวงอย่างกับป่าช้า ทั้งที่ทัศนียภาพก็สวยงามดีแท้ๆ ห่างจากหน้าร้านนี้ไปแค่ไม่กี่ก้าวก็เป็นลำคลองน้ำใสแจ๋วเลย มีนกเป็ดน้ำแม่ลูกว่ายตามกันเป็นแถวน่ารักเชียวช่างขัดกับสภาพแวดล้อมบนบกที่เป็นแหล่งสถานเริงรมย์น่ารังเกียจ แถวนี้มีแต่ร้านเหล้าประเภทที่มีผู้หญิงแต่งตัวโป๊ๆมานั่งรินเครื่องดื่ม อ้อถึงว่ายังไม่ค่อยมีคน ร้านพวกนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการนั่นเอง เดี๋ยวพอตกค่ำหน่อยก็คงมีผู้ชายสกปรกยกโขยงกันมาเป็นร้อยนั่นแหละ

จู่ๆโกสต์ที่เฝ้าอยู่ต้นซอยก็ส่งสัญญาณเตือนฉันว่ามีผู้ชายสองคนกำลังเดินเลี้ยวเข้ามาแล้ว ประสาทการระวังภัยของฉันจึงพุ่งปรี๊ดขึ้นในทันทีชายหนุ่มสองคนนั้นแต่งตัวกรุยกรายด้วยเสื้อคลุมปักหรูหรา (ซึ่งลายเหมือนผ้าปูโต๊ะลูกไม้) คู่มากับรองเท้าบู๊ตหนังมันวับ พวกเขาเดินมาเกือบถึงหน้าประตูแล้ว ฉันรีบขยับตัวเข้าไปยืนขวาง ทิ้งระยะห่างไว้ราวห้าหกเมตร สั่งโกสต์ทุกตัวที่แอบซ่อนอยู่เตรียมประจัญบานเต็มที่

“ห้ามเข้า!” ฉันเชิดหน้าขึ้นเมื่อเอ่ยเสียงแข็ง กระชับคุมาชี่แนบอกไว้

หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มโชว์ฟันเกๆ “นี่เป็นหนึ่งในวิธีการต้อนรับแขกของสาวๆร้านนี้หรือจ๊ะ ?

ต้อนรับบ้านแกสิ! เห็นๆกันอยู่ว่าฉันทำหน้ายักษ์หน้ามารขนาดนี้ “ไปร้านอื่นซะ ขืนพวกแกก้าวเท้ามาอีกก้าวเดียวจะต้องเสียใจไปจนวันตายแน่!

ทั้งสองคนหัวเราะก๊ากอย่างพร้อมเพรียงกันพลางกวาดสายตาลามกไปทั่วตัวของฉันและกริยาทุเรศนั่นก็ทำให้เส้นความอดทนสุดท้ายของฉันขาดผึงในพริบตา

มิฮอว์คสั่งให้ฉัน กัน คนเท่านั้นแต่เขาไม่ได้ระบุนี่นาว่าให้ กันด้วยวิธีไหน

ฉันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อยกมือหนึ่งขึ้นสูง ทอดตามองวินาทีสุดท้ายของคนหยาบคายทั้งสอง--ตั้งปณิธานกับตัวเองในใจอย่างแรงกล้าว่าจะไม่อนุญาตให้พวกเขาหัวเราะไปอีกอย่างน้อยก็สามสัปดาห์

และเสียง เพี๊ยะ ก็ดังขึ้นในทันที!

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

ภายในก็เหมือนร้านเหล้าทั่วไปก่อนเวลาเปิดทำการ กลิ่นบุหรี่อวลจางอยู่ในบรรยากาศสลัว โต๊ะเก้าอี้จัดเรียงเป็นระเบียบ หลังเคาท์เตอร์บาร์มีชายวัยกลางคนที่สวมชุดบาร์เทนเดอร์ เขามีสีหน้าแตกตื่นที่ปกปิดไว้ได้ไม่มิดนักเมื่อสบตากับผม

“ร้านยังไม่เปิดบริการครับท่าน” เขาโค้งปะหลกๆจนเกือบทำแก้วในมือพลัดหล่น

“แกจะบอกมาเองว่าไอ้หัวโล้นนั่นอยู่ที่ไหน” ผมปลดมีดกางเขนเล็กออกมาจากสร้อยและหมุนมันเล่นระหว่างนิ้วมือ “หรือจะให้ฉันง้างปากแกด้วยมีดนี่ดีล่ะ ?

เขาหน้าถอดสีและกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะอ้าปากตอบตะกุกตะกัก “ผะผมไม่ทราบว่าคุณหมายถึงระเรื่องอะไรจริงๆนะครับ”

ผมปักมีดลงกลางผิวไม้ของบาร์เต็มแรงจนมิดคมแล้วบิดกระชากไปด้านข้าง เสียงเนื้อไม้แหลกเสียดประสาทดังขึ้น และบาร์ที่สวยงามน่านั่งก็กลายเป็นเพียงอดีต

“ให้โอกาสแกตอบอีกแค่ครั้งเดียว” ผมทอดสายตาจ้องมองชายตรงหน้าที่ยืนขาสั่นพั่บๆเหมือนจะช็อกตายไปได้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“ไอ้หมอนั่นมันบังคับผม!!

 เขาโพล่งเสียงสั่น น้ำตาไหลพรากจนน่าสังเวช “มันขู่ให้ขายเหล้าสิบถังในวันนี้และห้ามบอกใครเด็ดขาด ถ้าผมไม่ทำตามคำสั่ง มันก็จะฆ่าผม! ผมไม่มีทางเลือก ได้โปรดไว้ชีวิตผมเถอะ!!

เสียงเอะอะแว่วมาจากภายนอก ฟังคล้ายกับเสียงระเบิดขนาดย่อม และตามมาด้วยเสียงโหยหวนของผู้ชายประมาณสองสามคน

นังหนูลงมือแล้วหรือเนี่ย ?

ผมรู้สึกร้อนรุ่มใจขึ้นมานิดหน่อย หวังว่าเธอจะยังสบายดีครบถ้วนสามสิบสองอยู่นะ

“ไอ้โล้นนั่นไปไหนแล้ว ?” ผมผ่อนคลายความกดดันในเสียงลงเล็กน้อย “เมื่อครู่มันยังอยู่ไม่ใช่เรอะ?

“เอ่อผู้ชายคนนั้นขนของออกไปลงเรือหลังร้านเมื่อสักสิบนาทีก่อน ป่านนี้ไปไกลถึงไหนแล้วล่ะครับ ช่วงนี้น้ำในคลองยิ่งไหลเชี่ยวอยู่”

 “แล้วแกได้ยินมันพูดเกี่ยวกับอะไรบ้างนอกจากเรื่องซื้อเหล้า ?” ผมเก็บมีดกลับเข้าที่เมื่อเริ่มมั่นใจว่าตอนนี้คงไม่ต้องใช้มันแล้ว

“ผมแอบได้ยินเขาพูดผ่านแมลงโทรสาร” เขาตอบช้าๆอย่างระแวดระวัง “จับใจความได้ไม่มากนัก แต่ฟังเหมือนจะเกี่ยวกับว่าเขาซื้อเหล้าเพื่อใช้ในคืนพรุ่งนี้ที่เป็น half moon’  แล้วก็มีอีกคำหนึ่งที่พูดถึง สมบัติมหาศาล

พระจันทร์ครึ่งดวงกับสมบัติมหาศาลเรอะ ?

“ผมรู้แค่นี้จริงๆ” บาร์เทนเดอร์ผู้โชคร้ายส่งเสียงครวญคราง “กรุณาปล่อยผมไปเถอะครับ อย่าฆ่าผมเลย ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรแล้ว ได้โปรด

ดูท่าแล้วไอ้หมอนี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกลุ่มแชนเทลล์เลย

“เออ หุบปากซะที” ผมดึงเงินจำนวนหนึ่งออกมาโยนใส่เขา  “เอาไปเป็นค่าซ่อมร้าน”

ผมเดินออกจากร้านโดยมีเสียงพร่ำขอบคุณไม่ขาดไล่หลังมา เมื่อถึงด้านนอกก็พบกับภาพของยายหนูกำลังยืนเชิดหน้ายืดตัวเหมือนเคย เจ้าหล่อนกำลังกรีดนิ้วชี้หน้าผู้ชายสองคนที่ทั่วหัวหูมีรอยระเบิดไหม้ดำไปหมด

พวกเขาอยู่ในสารรูปน่าอนาถ--ร้องไห้กอดกันเหมือนว่าโลกนี้มันช่างมืดมนนัก

“จำใส่กะโหลกไว้ซะ!

เพโรน่ากำลังวี้ดเสียงสูงอย่างหยิ่งๆ เธอไม่ทันสังเกตเห็นผมที่เดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหลังเงียบๆ “อย่ามาแหยมกับโกสต์ปริ๊นเซสเพโรน่า ฉันน่ะเป็นลูกน้องของเจ็ดเทพโจรสลัดเชียวนะ ถ้าขืนนายกล้าใช้สายตาทุเรศแบบนั้นกับฉันอีกครั้งเดียว ท่านมิฮอว์คจะใช้ดาบของเขาควักลูกตานายออกมาสับเล่นแน่ๆ เอ้า! สำนึกผิดหรือยัง!!

แหมถึงคราวขู่ได้ขู่เอาเชียวนะ แถมยังพูดอ้างชื่อผมอย่างเต็มปากเต็มคำอีกต่างหาก

ผมโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย และก้มลงพูดข้างหูของเธอ “ฉันไม่เอาคุโตะ โยรุไปสับลูกตาของคนพรรค์นี้หรอก จะโม้ก็โม้ในขอบเขตหน่อยสินังหนู!

เพโรน่าสะดุ้งโหยง หันควับมามองผมด้วยสองแก้มแดงเรื่อชั่วพริบตา เธอฝืนปั้นยิ้มแห้งๆและเปลี่ยนเรื่องทันควัน “จะเจ้านาย! กลับมาเร็วจัง จัดการนายหัวโล้นไปแล้วหรอ ?

“เปล่า” ผมตอบเธอพลางปรายตาดูสภาพของมนุษย์น่าอนาถสองคน เพโรน่าเอ่ยปากไล่พวกเขาด้วยมาดเจ้าหญิงสูงศักดิ์ในทันที “เอาละ เชิญไปให้พ้นๆหน้าฉันในสิบวินาที!

พวกเขาโค้งคำนับจนหน้าผากจรดพื้นพลางคร่ำครวญว่าตนไม่ควรมีชีวิตอยู่ ก่อนที่จะคลานตะเกียกตะกายหายลับเข้าหลังกองขยะไป เออไม่น่าเชื่อแหะพลังความรู้สึกติดลบจากโกสต์นี่มันรุนแรงใช้ได้เลยนะเนี่ย

“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘half moon’ ไหม ?” ผมถามเมื่อลอบมองสำรวจทั่วตัวของเธอโล่งอกไป ไม่มีริ้วรอยบาดเจ็บ ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องด้วยมือสกปรกของไอ้เศษสวะสองตัวเมื่อกี้

half moon ?” เพโรน่าเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตวัดร่มในมือกางออกบังแดดที่เริ่มอ่อนลงแล้ว

 “เจ้านายหมายถึงงานฉลองประจำปีของเกาะนี้หรือเปล่า ? เห็นป้ายประกาศว่าจะจัดในคืนพรุ่งนี้น่ะ ผู้ชายสองคนเมื่อกี้ก็รำพันถึงงานนี้ด้วยนะ พวกเขาพูดออกมาตอนรู้สึกติดลบสุดขีดทำนองว่า ไม่มีค่าพอที่จะไปร่วมงาน Gold half moon แล้ว

มีงานนี้ด้วยหรือนี่ ? เหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ไอ้แซคเวรนั่นมันคิดจะทำอะไร ?  ขนเหล้าไปสิบถังเพื่อเฉลิมฉลองในขณะที่พวกทหารเรือจ้องจะเด็ดหัวมันเรอะ ? แล้วไหนจะเรื่องสมบัติอีกล่ะ ? พวกแชนเทลล์กำลังตามล่าขุมสมบัติที่ไหนในเกาะนี้กันแน่ ? หรือว่าจะเป็นลายแทง

“ทำไมเงียบไปล่ะ ?” เธอถามเบาๆเหมือนเกรงใจผมที่กำลังครุ่นคิด “เล่าให้ฉันฟังบ้างสิ เผื่อฉันจะช่วยคุณคิดได้นะคือแบบว่าเผื่อว่าจะช่วยได้ เอ่อ” เพโรน่าฝืนยิ้มฝืดๆอีกครั้ง ผมสังเกตว่าเธอแอบบีบด้ามร่มแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ความเศร้าสร้อยฉายผ่านเพียงชั่วขณะในแววตาสีดำขลับนั้น“แต่ถ้าคุณไม่อยากเล่าจริงๆก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจว่าเจ้านายคงจะมีเรื่องที่ไม่อยากให้ลูกน้องจุ้นจ้าน

“เธอเป็นอะไรไปน่ะ ?” ผมพลั้งหลุดปากถามออกมาตามความคิดเพโรน่าเป็นอะไร ทำไมเธอถึงดูไม่มีความสุขขนาดนั้นนะ ? ทำไมเธอถึงพูดติดๆขัดๆแปลกไปจากที่เคยพูดแจ้วๆต่อปากต่อคำ ? ผมทำอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจหรือ ? ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ?

เพโรน่าหลุบตาลงมองพื้น “เอ่อฉันไม่เป็นอะไรค่ะ คือ ขอโทษที่พูดมากไม่เข้าเรื่องฉันแค่

เสียงเปาะแปะของน้ำฝนกระทบหลังคาดังขึ้นก่อนที่เธอจะทันพูดจบ และทั้งที่แดดยังคงมีอย่างอ่อนจาง แต่สายฝนก็เริ่มตกโปรยปรายลงมาเป็นสาย

ยายหนูเงยหน้ามองผมผ่านขอบร่มสีแดงอย่างตื่นๆ “ฝนตกแล้ว! เจ้านายอย่ามัวยืนตากฝนสิ ถึงคุณจะใส่หมวก แต่ละอองฝนก็ทำให้ไม่สบายได้นะ!

กับอีแค่ฝนไม่กี่หยด ผู้ชายอกสามศอกอย่างผมน่ะไม่จำเป็นต้อง

ผมกำลังจะอ้าปากปฏิเสธอะไรก็ตามแต่ที่เธอกำลังจะเสนอ แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกเพโรน่ากำลังชูแขนขึ้นสุดกำลังเพื่อที่จะกางร่มกันฝนให้ผมด้วย แต่ด้วยความที่ตัวเล็กกว่าตั้งมาก ทำให้เธอต้องโซเซอยู่บนปลายเท้าของตนเองเหมือนกำลังเต้นบัลเล่ต์

“ฉันรู้ว่าคุณเป็นนักดาบที่แข็งแรงยิ่งกว่าวัวกระทิง แต่ว่าแม้แต่วัวกระทิงก็ไม่ควรจะตากฝนนะ!

ภายใต้เงาร่มสีแดงนั้น ผิวของเธอดูเปล่งประกายราวถูกแต่งแต้มด้วยละอองสีชมพูสว่างไสว เธอเป็นแค่เด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่งที่เป็นห่วงผมอย่างจริงใจ ดูสีหน้าที่กระวนกระวายของเธอสิเห็นแขนที่เหยียดตรงพยายามชูร่มให้สูงที่สุดนั่นหรือเปล่า ไหล่บอบบางขาวซีดของเธอเริ่มถูกอาบย้อมด้วยน้ำฝนเพราะร่มคันนิดเดียวไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ เพราะมันเอนมาปกป้องผมไปมากกว่าครึ่งเสียแล้ว

สายฝนเริ่มเทกระหน่ำหนักขึ้น แสงแดดเริ่มจางหายไปจากฟากฟ้า แทนที่ด้วยความมืดสลัว

ในหัวของผมมันขาวโพลนและสับสน รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถดูแลเพโรน่าได้ดีเท่าที่เธอสมควรจะได้รับ แต่ทำไมทำไมผมถึงไม่รีบหาทางส่งตัวเธอกลับคืนเจ้านายเก่าเสียที ทั้งที่หลายวันก่อนมีสายข่าวได้รายงานมาว่าพบตัวโมเลียในเกาะแห่งนี้

ผมเก็บข่าวนั้นไว้เป็นความลับทำไมผมถึงไม่บอกเธอไปนะผมรำคาญเธอจะตายไปไม่ใช่หรือ ? ผมอยากให้เธอไปให้พ้นๆหน้าใจจะขาดในคืนแรกของปราสาทคุราอิคานะ ผมชอบอยู่คนเดียวชอบอยู่อย่างสงบเงียบผมก็แค่นักดาบสันโดษคนหนึ่ง….ให้ตายเถอะ!! ผมไม่อยากโกหกตัวเองอีกแล้ว!

ผมเกลียดตัวเองที่หลงรักเจ้าหญิงน้อยคนนี้เพโรน่าไม่ใช่แค่ลูกน้องของผม เธอเป็นมากกว่านั้นเป็นคนที่ผมอยากให้อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิต เธอทำให้ผมมีความสุขล้นใจอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน

            คืนวันของผมเปลี่ยนไปแล้วมันเปี่ยมไปด้วยความหมายในการดำรงชีวิตอยู่เหลือเกิน

            “เจ้านายคุณเป็นอะไรหรือเปล่า ?” เพโรน่ากระซิบถามอย่างลังเล ริมฝีปากสั่นกระทบกันด้วยความหนาวจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา 

            เป็นสิผมเป็น อะไรอย่างมาก และ อะไรที่ว่านั้นก็เพราะว่าเธอนั่นแหละที่เป็นสาเหตุ ผมแย่งร่มมาถือไว้เสียเองพร้อมกับรวบเอวเล็กบางของเธอและดึงรั้งเข้ามาแนบชิดกับตัว          

“จะเจ้านาย!

“มันเป็นอะไรที่รักษาไม่หายแล้ว” ผมพึมพำแผ่วเบาเมื่อกอดเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียว ในขณะที่เธอก็กอดเจ้าหมีนั่นไว้แนบอกอีกต่อหนึ่ง  เพโรน่าเบิกตาตื่นๆและเงยหน้าขึ้นจ้องมองผมอย่างตกใจ

เสี้ยววินาทีนั้นผมเสียการควบคุมตัวเอง และก้มหน้าลงอย่างฉับพลันเพื่อทำตามใจเรียกร้อง

ตึก!

ขอบหมวกของผมกับเธอชนกระแทกเข้าหากันในวินาทีที่เพโรน่าพริ้มตาหลับ

สติและการยับยั้งชั่งใจของผมฟื้นกลับมาเมื่อนั้น--ผมทำไม่ได้!--อย่าทำให้เธอมีราคี อย่าทำให้เธอต้องเจ็บปวด

“กลับกันเถอะ” สุดท้ายผมก็เค้นเสียงของตนเองออกมา ดึงร่างของเธอให้ซุกเข้ามาใต้เสื้อคลุมของตัวเองและกางร่มบังร่างเล็กให้มากที่สุด ผมโอบไหล่ของเธอไว้และพาออกเดินไปข้างหน้า นึกอยากให้เวลานี้ยาวนานเป็นชั่วนิรันดร์

“ค่ะ” เพโรน่าพึมพำตอบเบาๆ ร่างของเธอสั่นระริกในขณะที่ดวงตายังฉายแววสับสนเห็นได้ชัด

 

ผมรู้อยู่แก่ใจว่าแชงคูสไม่เคยพูดผิด

 

สายฝนเทกระหน่ำลงมาจากเบื้องบน เรือรับจ้างลำเล็กลัดเลาะไปตามลำคลองน้ำเชี่ยว

เราไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยแม้แต่ตอนที่ผมยืนอยู่หน้าห้องพักและเฝ้ามองเพโรน่าที่เปียกปอนทั่วตัวหายลับเข้าไปเบื้องหลังบานประตู

ผมอยากบอกความรู้สึกจากใจกับเธอ อยากเอ่ยขอร้องให้เธออย่าจากผมไป ผมอยากมีสิทธิ์ที่จะสานสัมพันธ์ของเราให้เดินหน้าไปมากกว่านี้

ความหวังทุกอย่างมลายเป็นภาพฝัน--ผมก่นด่าตัวเองเมื่อคลื่นความเจ็บปวดแห่งความจริงเสียดแทงอยู่ในอก

 

พันธะสัญญาระหว่างผมกับเธอกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดในอีกไม่นานแล้ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #591 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 20:55
    ชอบตอนที่บอกว่า "มันเป็นอะไรที่รักษาไม่หายเเล้ว" กว่าจะรู้ตัวว
    #591
    0
  2. #504 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 13:45
    หมวกน๋อ หมวก.... หึ้ย!! อยากจะเอาหมวกไปเผาทิ้ง
    ยิ่งอ่านไป อ่านไป ยิ่งฟินนไปใหญ่"

    เฮียไม่อยากให้นังหนูจากไปใช่ม๊า??
    แอบสงสารเฮียเน๊าะ รักเขาแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ย!!
    #504
    0
  3. #483 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 01:51
    อ้าก!!!!! อยากเผาหมวกทิ้ง
    กำลังจะสวีตแท้ๆ หมวกมาเป็นมารคอหอยทำไม T^T
    แล้วทำไมสุดท้ายดราม่าได้ล่ะนั่น - -?
    #483
    0
  4. #431 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 12:15
    อีหมวกนี่ อ๊ากเกลียดหมวก (เห้ย)
    #431
    0
  5. #284 Aim (@imsudyod55) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 20:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!
    และ....กรี๊ดดดดดดด!!!!!!!
    ดังๆอีกที นานๆจะมีฉากเลิฟซีนทั้งที่!
    แต่ทำม๊าย!!~ ทำไมพออ่านจบทำให้รู้สึกเสียใจเี่ยี่ยงนี้ TT..TT
    อัพไวๆนะไรเตอร์ เป็นกำลังใจให้เค่อะ
    เลิฟซีนคราวหน้า เอาแบบตบจูบเลยนะ 5555555555555+++
    #284
    0
  6. #283 ~.oOBaM...bAmOo.~ (@mybleach) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 19:38
    โอ๊ย!!!  ทิฐืเกินไปแล้วน๊าาาาาา
    #283
    0
  7. #282 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 18:58
    อย่าทรมาณลีดเดอร์เลยนะ อัพต่อเร็วๆนะคะ ค้างงงงงงงงงงT^T
    #282
    0
  8. วันที่ 13 มกราคม 2556 / 12:21
    โอ๊ยยะ! ไปเหนือกลับมา ได้อ่านตอนใหม่แล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจดีจริงๆ XD!!!!
    มิฮอว์ค...นายนี่มัน...ป๋ามาก! ๕๕๕๕๕ 
    #281
    0
  9. #280 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 08:39
    อ๊าย ทำไมไม่จูบเลยอ่า T^T เสียดายจัง
    #280
    0
  10. #279 soyure (@maxgod-do-tri) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 01:10
    โอ้...ไม่นะ! มิฮอว์คอย่าพึ่งถอดใจสิ เพโรน่าก็ชอบท่านเหมือนกันนะ!!
    #279
    0
  11. #278 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 00:01
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!
    บ้าโมเลียจะมาทำไมตอนนี้!?!?
    สงสารทั้งมิฮอว์คทั้งเพโรน่าเลยอ่ะ T^T
    #278
    0
  12. #277 ooo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 23:13
    โอ้ย!!!เศร้าเกินแล้วววว
    #277
    0
  13. #276 trflgr (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 22:01
    เศร้าเลยยยย สู้นะตาเหยี่ยวว>
    #276
    0
  14. #275 lady monday (@i_indiezz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 16:57
    โอ้ยย เสียดายอ่ะ อีกนิดเดียวก็ได้จูบแล้วแท้ๆ
    (ท่าจะโรคจิตแฮะเรา) 555
    #275
    0