[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 24 : Big Girls Don't Cry : chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    15 ธ.ค. 55







You cannot find true love where it does not truly exist

and you cannot hide it where it truly does

- kissing a fool –


 
คุณไม่สามารถค้นหารักแท้ได้ หากมันไม่มีอยู่จริง และคุณไม่สามารถปิดบังรักนั้นได้ หากมันมีอยู่จริง


 

วินาทีที่ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของเพโรน่า เมื่อนั้นผมจึงรู้ซึ้งถึงคำว่า ใจหายวาบ

ประตูโกดังร้างแยกออกเป็นสองเสี่ยงในพริบตาเมื่อพลิกข้อมือครั้งหนึ่งผมกวาดตาสำรวจทั่วบริเวณหมดสิ้นในชั่วอึดใจ

ไม่มีวี่แววของแซค แชนเทลล์!

มีเพียงเพโรน่าที่ทรุดนั่งกับพื้นอยู่ลำพังในมุมหนึ่งของโกดังอันสกปรก ใบหน้าซีดเผือดที่แฝงแววตระหนกของเธอโผล่มาท่ามกลางกลุ่มผมลอนคลื่น สองแขนกอดตุ๊กตาแน่น

ที่แก้มข้างหนึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

เธอบาดเจ็บ!

ทันใดนั้นเพโรน่าก็สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกโตและริมฝีปากสั่นระริก ราวกับเพิ่งหลุดจากภวังค์ฝันร้าย เธอหันควับมามองผมแล้วร้องกรี๊ดเสียงดัง

“ระวังข้างหลัง!!

ผมรับรู้ได้โดยไม่ต้องใช้ดวงตาบางทีมันอาจเป็นสัญชาตญาณของผู้ล่า

โจรสลัดสองคนที่ลอบโจมตีถูกคมดาบกางเขนเล็กกรีดผ่านกลางอก เสียงโลหะแหวกเนื้อหนังดังขึ้น หยดของเหลวแดงสดสาดกระจายลงบนพื้นเปรอะฝุ่น ร่างหนาหนักแผดเสียงร้องแล้วล้มลงกับพื้น

ทั้งหมดนี้มันเป็นสิ่งที่ผมเห็นและได้ยินซ้ำซากจนชาชิน แต่มันคงไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเพโรน่า เพราะเธออุทานเสียงแหลมแล้วยกมือปิดปากด้วยความแตกตื่น

ผมชักคุโตะ โยรุออกจากฝัก สะบัดขึ้นแล้วฟาดลงกับพื้น เกิดเสียงดังโครมครามเมื่อพื้นปูนแตกร้าวเป็นเส้นพุ่งเลียบร่างของเพโรน่าไป โจรสลัดอีกสามคนที่อยู่เบื้องหลังของเธอถูกปลายกระแสคมดาบอย่างจัง โลหิตจำนวนมากทะลักผุดพรายอีกครั้ง

ไม่ได้การแล้วจากที่ฟังเสียงจำนวนคนและประเมินคร่าวๆ มีฝ่ายตรงข้ามอีกไม่ต่ำกว่าห้าสิบกำลังจะบุกเข้ามาในสถานที่ปิดนี้ ลำพังตัวผมเองไม่เคยมีปัญหากับจำนวนคู่ต่อสู้หรือสมรภูมิแบบไหน แต่หากมีลูกน้องจอมยุ่งอยู่ด้วยแบบนี้ ถ้าผมละสายตาจากเธอไปเพียงวินาทีลูกปืนหรือคมอาวุธใดๆอาจพร้อมใจกันชำแรกผ่านร่างเล็กบางนั่นในเสี้ยวลมหายใจ

เพโรน่าอาจตายได้ถ้ายังอยู่ห่างจากข้างตัวผมแบบนี้

เสียงฝีเท้าจากด้านนอกดังกระชั้นขึ้นทุกที เงาคนวาบไหวผ่านช่องประตู เสียงหัวเราะโอหังลำพองใจประสานกันกับเสียงตระเตรียมอาวุธ

แซค แชนเทลล์คงเลือกการหลบหนีไปในทันทีที่ผมมา และมันคงหวังว่าการใช้จำนวนคนมากเข้ากลุ้มรุมจะสามารถสยบผมที่ต้องดูแลลูกน้องคนหนึ่งได้คิดตื้นๆไปมั้งไอ้โรคจิต!!

“นังหนู มานี่!!

ผมไม่ขยับตัวเมื่อเอ่ยปากเรียกด้วยน้ำเสียงนิ่งกว่าปกติมองดูเธอตะเกียกตะกายลุกยืนแล้วออกวิ่งมาทางนี้ และนับว่าเป็นการวิ่งที่เร็วมากถ้าเทียบกับสีหน้าที่เหมือนคนกำลังจะเป็นลมรอมร่อนั่น

สองวินาทีต่อมา พรรคพวกของแซคก็ปรากฏตัวแออัดปิดทางออกทุกด้าน ผมหรี่ตาพิจารณาอย่างคร่าวๆ พวกนี้ค่าหัวไม่ต่ำทั้งนั้น

แต่พวกมันก็แค่มดปลวกไร้ค่า!

เพโรน่าโผล่มายืนข้างๆผมได้ในที่สุด เธอกัดริมฝีปากแน่นคงจะพยายามสะกดกลั้นความตกใจที่เอ่อขึ้นมาในอก และแสดงออกมาในรูปน้ำตาที่อาบท่วมบนขนตางอนยาวนั่น

“เจ้านายฉัน” เธอเผยอริมฝีปากเอ่ยตะกุกตะกัก

เอาล่ะเธอคงกำลัง สำนึกเสียใจ ที่ทำตัวเป็นเด็กดื้อและไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งที่ผมบอกให้รออยู่ที่โรงแรมแบบเด็กดี--และเห็นแก่ที่เธอเหมือนจะเจอเรื่องร้ายมาเยอะ ถ้ายายหนูยอมเอ่ยปากขอโทษ ผมก็จะยกความผิดให้ครั้งหนึ่งและไม่ดุเลยก็ได้

ผมคิดจะเปิดปากว่า ไม่เป็นไร อย่าทำอีกล่ะ อยู่แล้วเชียว ถ้านั่นหมายถึงเพโรน่าไม่โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวอย่างยิ่งเสียก่อน

“เจ้านายแย่มาก!! ทำไมถึงไม่ยอมพาฉันมาด้วยแต่แรก!

อ้าว ? นี่เธอกำลังต่อว่าผมเรอะ!!

ตอนนี้ผมนึกคำพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นว่ายายลูกกบกำลังเชิดหน้าขึ้นแล้วแหวเสียงดังต่อไป  

“คุณทำอย่างนี้ได้ไง! ทิ้งฉันไว้แล้วออกมาทำงานคนเดียวเนี่ยนะ!! คุณคิดว่าฉันเป็นตัวอะไรกันหา! ฉันไม่ใช่เด็กล้างจานหรือแม่ครัวของคุณนะ!

พวกโจรสลัดที่โผล่พ้นกรอบประตูเข้ามาคงมีสภาพไม่ต่างจากผมมันคงกำลัง อึ้งอยู่เหมือนกัน!

เพโรน่าส่งเสียงดังไม่หยุด ถ้ามีน้ำขังอยู่แถวนี้มันคงจะระเหยไปหมด เพราะว่าเธอกำลังปรี๊ดจนอุณหภูมิบรรยากาศพุ่งทะลุจุดเดือดไปแล้ว แต่นั่นก็ยังทำให้ผมสับสนในความรู้สึกของลูกน้องตัวเองปกติแล้วเวลาคนเรากำลังโกรธขีดสุดน่าจะแยกเขี้ยวทำเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แหกปากตะโกน หรือทำลายข้าวของ หรืออื่นๆ อันยากจะจินตนาการได้หมด

เท่าที่ดูเธอคงโมโหมากแต่ทำไมต้องทำตาแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้เสียใจด้วยล่ะ ?

“ทำไมคุณไม่เห็นความสำคัญของลูกน้องชั้นเลิศอย่างฉัน! ทำแบบนี้มันหยามเกียรติกันชัดๆ คุณเบิกตาดูซะสิว่าฉันก็ต่อสู้ได้เหมือนกัน!!

ผมละความสนใจจากเธอชั่วคราว ปลายนิ้วเอื้อมแตะด้ามคุโตะ โยรุอีกครั้งเมื่อเห็นว่าโจรสลัดจำนวนหนึ่งเริ่มยกปืนขึ้นแล้วเล็งมาทางนี้

“หยุดเลย!!

ไม่รู้ว่าเธอพูดกับผมหรือไอ้พวกนั้นหรือบางทีอาจจะทั้งสองฝ่าย

เด็กอาละวาดคว้ามือของผมไว้ ส่วนอีกมือของเธอยกขึ้นระดับไหล่แล้วดีดนิ้วดังเพี๊ยะ เสียงระเบิดบึ้มดังขึ้นเป็นชุด เกือบวินาทีเดียวกันกับปืนที่กระเด็นหลุดจากมือโจรสลัดละแวกโน้นพร้อมเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

อ้อในที่สุด ผมก็มั่นใจแล้วว่าโกสต์พวกนี้ระเบิดได้ด้วย

“เนกาทีฟโกสต์!

เพโรน่าไม่ยอมหยุดโจมตีและไม่ละสายตาโมโหกราดเกรี้ยวไปจากผมแม้แต่วินาทีเดียว เธอโบกมือซ้ายขวาว่อนในอากาศ บรรดาโจรสลัดต่างพากันคุกเข่าคร่ำครวญอยากตาย บ้างก็พยายามดิ้นรนหนีโกสต์ระเบิดขนาดเล็กที่เกาะเป็นพวงรวบคอ

เสียงโครมครามผสมเสียงกรีดร้องตะโกนดังอึงอลจากทุกสารทิศรอบตัวกินเวลาระยะหนึ่งผมยืนนิ่ง ราวกับโสตประสาทเริ่มตัดเสียงรบกวนให้เลือนหายไป และรับฟังเพียงน้ำเสียงที่แผ่วลงจากคนตัวเล็กตรงหน้า

“เจ้านายเห็นใช่ไหมฉันช่วยคุณได้ ต่อสู้อยู่ข้างคุณได้ ฉันเป็นลูกน้องที่มีประโยชน์!

เพโรน่าหยุดวาดมือสั่งการโกสต์กะทันหันเพื่อเปลี่ยนมาปาดเช็ดน้ำตาหยดโตที่ไหลอาบแก้มอาการโมโหดูเหมือนอ่อนจางลงไป เธอไม่กรีดร้องเสียงดังอีกต่อไป แต่ก้มหน้าสะอึกสะอื้นแทน

เอาล่ะผมคิดออกแล้ว เพโรน่าคงจะน้อยอกน้อยใจที่ผมทำเหมือนไม่เห็นความสำคัญ แถมเธอยังคิดไปเองว่าถูกเหยียดหยามและหมางเมินจากเจ้านายของเธอ

“คุณใจร้ายที่สุด!

หลังต่อว่าเสียงสั่นแล้วเธอก็เริ่มร้องไห้อย่างจริงจังหมายถึงจริงจังมากๆ จนทำให้ผมรู้สึกใจหายเมื่อเห็นไหล่บอบบางสั่นสะท้าน เธอเงื้อมือขึ้นทุบอั้กลงบนอกของผมครั้งหนึ่งอย่างอัดอั้นตันใจ นั่นมันไม่ทำให้ผมรู้สึกสะดุ้งสะเทือนตรงไหน กลับกลัวว่าเธอจะเป็นฝ่ายเจ็บมือเองเสียอีก

เพโรน่างอแงเหมือนเด็ก แต่ผมไม่ได้นึกโมโหหรือหงุดหงิดกับการกระทำของเธอแม้แต่น้อย

คนตรงหน้ายิ่งสะอื้นไม่หยุดเมื่อเห็นผมนิ่งเงียบ และหลังการกระพริบตาครั้งถัดมา มือเล็กที่กำแน่นก็คลายออกจากการทุบตีแล้วเปลี่ยนเป็นเกาะดึงสาบเสื้อของผม เธอเงยหน้าขึ้นในขณะที่ผมก้มลงมอง--ลึกลงไปกลางนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นเปี่ยมด้วยคำตัดพ้อ คำวิงวอน และคำถามนับไม่ถ้วน เสียงอันสั่นพร่ากระซิบถามแผ่วลงทุกที

“เจ้านายฉันใช้การไม่ได้ตรงไหน ? ฉันไม่ดีตรงไหน ? ทำไมต้องทิ้งฉันไว้คนเดียวด้วยล่ะ ?

คลื่นอารมณ์มากมายที่ไม่เคยสัมผัสกำลังถั่งโถมเข้าใส่ตัวผม และผมก็เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ากำลังตกอยู่กลางวงล้อมของศัตรูในขณะนี้

ผมค่อยๆแตะลงบนบ่าของเธอช้าๆ รู้ถึงปลายนิ้วของตนเองที่เครียดเกร็งแปลกไป บางอย่างที่ไม่คุ้นเคยแล่นวูบวาบผ่านในอกจนหัวใจเต้นแรงขึ้นหลายจังหวะ และมันทำให้ต้องใช้ความพยายามในการเอ่ยตอบด้วยเสียงอันสงบนิ่ง

 “ฉันไม่ได้คิดว่าเธอใช้การไม่ได้ไอ้แซคนั่นมันโรคจิตเกินไป ฉันไม่อยากให้เธอต้องเผชิญหน้ากับขยะพรรค์นั้น”

เพโรน่ากระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาออก โค้งคิ้วขยับขึ้นเล็กน้อย “คุณกำลังจะบอกว่าเป็นห่วงฉันหรือเปล่า ?

ผมเป็นห่วงเธอหรือ ? ก็คงใช่ละมั้งถ้าคิดดูตามหลักเหตุผลแล้ว หากคนคนหนึ่งไม่อยากให้คนอีกคนหนึ่งไปเจอกับเรื่องร้ายๆ นั่นก็หมายถึงว่าเกิดความรู้สึก เป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพ ของอีกฝ่ายน่ะสิ

บางทีผมควรจะรีบรับคำไปให้จบเรื่อง เด็กคนนี้จะได้หยุดงอแงเสียที แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้เส้นเสียงเป็นอัมพาตชั่วคราว แล้วฉับพลันนั้นผมก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้

มือของผมกำลังวางอยู่บนไหล่ของเพโรน่า!

ให้ตายเถอะ!! นี่ผมทำอะไรลงไป--อุตส่าห์สาบานกับขุมทรัพย์เดวีโจนส์ไว้แล้วแท้ๆ!

ทั้งที่ตั้งใจไว้ดิบดีแล้วว่าจะไม่สัมผัสถูกตัวแม่สาวน้อยคนนี้อีกแต่ความรู้สึกของผมตอนนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้ามไปเสียหมด ความรู้สึกขัดแย้งรุนแรงปะทุขึ้นมาในหัวเหมือนลาวาเดือดพล่าน

ผมปฏิเสธตัวเองไม่ได้ ก็แค่ต้องการที่จะเลื่อนปลายนิ้วไล้ขึ้นไปตามลำคอเรียวขาวผ่อง แตะสัมผัสบาดแผลบางเบาที่ข้างแก้ม เกลี่ยรอยน้ำตาให้เลือนหายไปจากดวงหน้าที่แฝงแววดื้อรั้นแบบเด็กช่างเอาแต่ใจนั้น

“ปัง! ปัง! ปัง!

ความรู้สึกทุกอย่างวูบหายไปเมื่อเสียงปืนดังขึ้น ผมกระชากตัวเธอหลบมาด้านหลังพร้อมชักดาบขึ้นมาฟันกระสุนทิ้งและก็ตัดสินใจได้ว่าควรจัดการถล่มทุกอย่างให้ราบหมดเสียก่อนการนั่งจับเข่าคุยกับลูกน้องของตนเอง

แต่ไม่ทันที่ผมจะลงมือทำอะไรต่อ ก็พลันสัมผัสได้ถึงแรงกดอัดหนักๆของบรรยากาศรอบกาย ร่างเล็กเบื้องหลังทรุดฮวบลงกับพื้น แทบจะพร้อมๆกันกับบรรดาโจรสลัดที่กำลังจะรุมฆ่าผมอยู่ พวกมันที่ยังเหลือรอดจากระเบิดต่างกรีดร้องและยกมือกุมศีรษะ น้ำลายฟอดฟองฟูมปาก

นี่คือผลกระทบจาก จิตคุกคาม และผมก็ทราบดีว่าใครเป็นผู้ใช้มันอยู่ในขณะนี้

แรงกระตุกเบาๆที่ชายขากางเกงทำให้ผมต้องก้มลงมองตาม

เพโรน่านั่งกองกับพื้นและกำลังพิงหัวเข้ากับขาของผม เธอไม่ได้หมดสติไป มือปวกเปียกกระตุกขอบกางเกงของผมแผ่วๆ เธอเงยหน้ากระพริบตาอย่างงุนงงและดูอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง เอ่ยเสียงอย่างยากลำบาก

“เจ้านายเกิดอะไรขึ้น ?…ทะทำไมฉันรู้สึกมึนหัวจัง”

แปลกมาก!! ทำไมเพโรน่าถึงไม่หมดสติไปกับจิตคุกคามระดับนี้นะ!

เงาของชายร่างสูงคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ผมวางมือหนึ่งลงกลางกลุ่มผมสีชมพูยุ่งๆนั้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ต้องกลัวไม่เป็นอะไรหรอก”

นัยน์ตาของเพโรน่าหรี่ลงครึ่งหนึ่งอย่างมึนงง แต่เจ้าตัวก็ยังพยามฝืนให้ตนเองตื่นโดยการคว้ามือของผมไว้แล้วเขย่าเบาๆ

ผู้ปลดปล่อยจิตคุกคามนั้นกำลังเคลื่อนกายเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น เสียงรองเท้าแตะดังกระทบพื้นประสานกับเสียงเหล้าในน้ำเต้าดังเป็นระลอกคลื่น ชายผ้าคลุมสีขาวพลิ้วตามจังหวะการเดิน

ผมจ้องมองนิ้วผอมบางที่เกาะเกี่ยวอยู่บนข้อมือ และตัดสินใจเปลี่ยนเป็นฝ่ายรวบจับมือนุ่มนิ่มนั้นเสียเอง ดวงตาสีนิลล้อมกรอบด้วยแพขนตาสีชมพูเข้มเจิ่งนองหยาดน้ำของเธอทำให้ผมปวดลึกในอกเมื่อทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเงียบงัน  

ด้วยมือเล็กๆคู่นี้กลับสามารถทำลายปราการแข็งแกร่งในใจของผมที่ยืนหยัดมาเนิ่นนาน

อิฐที่ก่อสร้างขึ้นมาเสียหนาทึบณ บัดนี้กลับเต็มไปรอยร้าวมากมายจนไม่อาจนับ

ความจริงย่อมนับเป็นสัจนิรันดร์เสมอ ขึ้นกับว่าคนเราจะจะค้นพบและยอมรับการดำรงอยู่ของมันได้รวดเร็วขนาดไหนใช่และในตอนนี้ผมเองก็ทำได้เพียงยอมรับอย่างไร้เสียงหลังการค้นพบความจริงที่มีอยู่ตรงนั้นเสมอมาและทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิมได้อีกต่อไปแล้ว

เพโรน่าปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าในอากาศเพื่อจะมาเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจของผม

“เจ้านายคะคุณจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม ?

ต่อให้ผมต้องตายที่นี่และเดี๋ยวนี้ก็คงไม่สามารถทิ้งเธอไปได้หรอก

“หลับตาลงซะเด็กน้อยแล้วเราค่อยคุยกันทีหลัง”  ผมกล่าวตอบและคลายอุ้งมือตนเองออกช้าๆ  

“ถ้าคุณว่าอย่างนั้นก็ได้

เพโรน่าตอบแล้วถอนหายใจออกแผ่วเบา นัยน์ตาค่อยๆปิดสนิทลงตามคำสั่ง เธอพิงร่างเข้ากับขาของผมแล้วนิ่งเงียบไป มือตกตุ้บลงบนตักของตนเอง

“สวัสดียามสาย!

ในที่สุดแชงคูสก็เดินมาหยุดตรงหน้าผม เขาทักทายด้วยหน้าทะเล้นเหมือนปกติ

แต่ผมไม่อยู่ในอารมณ์จะพูดคุยกับเพื่อนเก่าเท่าใดนัก “แกมาทำอะไรที่นี่ ?

“อ้าว! ไหงพูดจาตัดรอนงั้นวะ” เขาหัวเราะร่วนขณะเอ่ยและกระดกเหล้าลงคออึกใหญ่ “อุตส่าห์โผล่มาเป็นกองหนุนยามคับขันทั้งที”

“ฉันเคยขอความช่วยเหลือแกหรือไง” เฮอะ!! ต่อให้หมอนี่ไม่โผล่หัวมาผมก็พาตัวเองกับลูกน้องรอดไปได้อยู่แล้ว

“เออๆ พูดเล่นไม่เห็นต้องจริงจังเลยนี่หว่าพอดีฉันผ่านมาทำธุระแถวนี้ แล้วก็ได้ข่าวว่าเพื่อนเก่ากำลังทำงานอยู่ เลยกะจะแวะมาชวนไปดื่มหน่อย” เขาพูดด้วยรอยยิ้มแล้วเหลือบตาลงมองร่างที่นั่งหลับซบอยู่กับขาของผม “แต่ดูท่าแกจะไม่ค่อยว่างแหะสาวน้อยคนนี้เป็นใครกัน ?

ผมพยายามยืนให้นิ่งที่สุดเมื่อประสานมือกอดอกหลวมๆ “ก็แค่ลูกน้องชั่วคราว”

“ลูกน้อง!! แชงคูสขึ้นเสียงแล้วทำหน้าตกตะลึงเกินเหตุ เขาพูดต่อเป็นชุด เน้นเสียงดังบางจุดจนน่ารำคาญ

โอ้โห! ไม่น่าเชื่อ! คนอย่างแกมีลูกน้องแล้ว! คิดดูสิ คนอย่างแกเลยเนี่ยนะ! แถมลูกน้องที่ว่าไม่ใช่ชายหนุ่มร่างบึ้กบ้าดาบ แต่เป็นสาวน้อยหน้าตาน่าเอ็นดู!! ให้ฟ้าถล่มเถอะ!! ไม่อยากจะเชื่อ!

“พล่ามจบยังวะจะได้แยกย้ายซะที”

 “ฮ่าๆๆๆ แกนี่มันพูดจาเย็นชาจริง” เขาค่อยๆย่อร่างลงจนอยู่ในระดับเดียวกับเพโรน่า เอียงศีรษะไปมาเพื่อพิจารณาเธออย่างละเอียด อึดใจถัดมาก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก

ผมไม่ชอบท่าทีแบบนั้น

“น่ารักดีนะยายหนูเปี๊ยกคนนี้!” แชงคูสยื่นมือออกมา ทำท่าจะจับปลายผมของเธอเล่น แต่ผมตวัดดาบมาขวางทางเอาไว้เสียก่อนถึงจะเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาแตะต้องตัวลูกน้องของผมได้

“เก็บมือข้างเดียวของแกไว้หิ้วขวดเหล้าดีกว่า!

ไอ้หัวแดงกวนประสาทชะงักแล้วเลิกคิ้วสูงลิบผมล่ะเกลียดนักเวลาที่มันทำสีหน้าเหมือนว่ารู้ทันความคิดของคนอื่นทั้งโลก

“โว้วๆๆๆ หวงซะด้วย!!

แชงคูสยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเป่าปากล้อเลียนเป็นการใหญ่ “แตะไม่ได้เลยเว้ย! นี่ขืนฉันดึงดันคงมือหลุดกระเด็นใช่ไหมเนี่ย ?

“หุบปากของแกซะบ้างก็ดี” ผมไม่แสดงท่าทีกับถ้อยคำกระเซ้าเหล่านั้น “จะไปไหนก็ไปเหอะ ฉันไม่ว่างไปดื่มกับแกตอนนี้”

“งั้นที่บาร์กลางเมืองคืนนี้ก็ได้” เขาส่งเสียงท้วงต่ออย่างรวดเร็ว “นานๆเจอกันที มาคุยกันบ้างสิวะ!

“เออ” ผมรับคำและตวัดดาบเก็บ เปลี่ยนมาก้มลงช้อนร่างปวกเปียกขึ้นไว้ในอ้อมแขน แล้วก็เช่นเดียวกันกับครั้งอื่นๆผมแทบไม่รับรู้ถึงน้ำหนักของเรือนร่างบอบบางนี้เลย เพราะทุกครั้งที่สัมผัสตัวของเธออย่างเดียวที่ผมรู้สึกได้ ก็คือผิวอันอ่อนนุ่มและอบอุ่นอยู่เสมอ

นัยน์ตาที่มักมีประกายสดใสนั้นยังคงพริ้มสนิท ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงแผ่วเบาอย่างผู้ตกลึกในห้วงนิทรา และที่ผมนึกสงสัยทำไมดวงหน้ายามหลับของเธอยังคงดูเหมือนมีรอยยิ้มอ่อนหวานแต่งแต้ม

ผู้หญิงเข้าใจยากเหลือเกิน

ผมหันร่างกลับไปทางประตู สาวเท้าก้าวไปอย่างรวดเร็วแต่ระวังให้นุ่มนวลที่สุด

“มิฮอว์ค”

เท้าชะงักหยุดไว้ตามเสียงเรียกแต่ก็มิได้หันกลับนานๆครั้ง แชงคูสจึงค่อยเรียกชื่อผมเสียทีหนึ่งและทุกครั้งที่มันพูดออกมา ก็มักตามติดด้วยประโยควิเคราะห์ใคร่ครวญยาวเหยียดทุกครั้งไป

“แกดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนะลูกตานี่มีแววเปลี่ยนไปไม่ใช่น้อยๆ ไม่ใช่แค่เฉียบคมเหมือนเหยี่ยว--ฉายาของแก แต่ฉันว่ามันเป็นอะไรที่ดูดีกว่านั้น ” 

เสียงของเหลวเคลื่อนผ่านลำคอดังขึ้นเหมือนการเว้นวรรค ตามด้วยคำประกาศเปรี้ยงออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แกดูเหมือนคนมีความรักว่ะ”

ผมเกลียดไอ้หมอนี่เป็นบ้าเพราะไม่ว่าผมจะปั้นแต่งหน้ากากสงบนิ่งไว้หนาขนาดไหน มันก็กลับมองทะลุลงไปถึงใบหน้าแท้เบื้องหลังได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง

แต่เรื่องอะไรที่ผมต้องไปยอมรับว่ามันพูดจริงด้วยล่ะ!

“ไร้สาระ” ผมแค่นเสียงตอบ สาวเท้าก้าวยาวๆเพื่อจะออกไปให้พ้นๆเสียที

เสียงถอนใจกลั้วหัวเราะจากเบื้องหลังดังแว่วเข้าหู “ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร แต่ยินดีด้วยว่ะเพื่อน ฮ่าๆๆๆ”

ไอ้หัวแดงกวนประสาทอย่าให้ถึงทีแกเป็นแบบนี้บ้างแล้วกัน!

ผมไม่ลดความเร็วลงแม้ออกจากพื้นที่โกดังร้างนั้นมาแล้ว ลอบเหลือบสายตามองร่างเล็กที่ยังหลับสนิทแน่นิ่งอยู่ในวงแขน รอยแผลจางๆบนแก้มนั้นทำให้ผมนึกโมโหขึ้นมาจนรู้สึกว่าเลือดสูบฉีดไปตามกล้ามเนื้อทุกส่วน และพร้อมจะสู้กับนักดาบไม่ว่าอีกกี่ร้อยคนที่เป็นต้นเหตุของการบาดเจ็บของเพโรน่า

เฮ้อ! คิดแล้วก็กลุ้มใจผมควรทำอย่างไรกับความจริงที่เพิ่งค้นพบกัน ?

เพิกเฉยและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เสมือนว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น

หรือว่า

พินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อที่จะหาทางก้าวหน้าไปอีกขั้นกันแน่นะ ?

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

            ความคิดว้าวุ่นหลายอย่างแล่นพล่านในหัวของฉันตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตา

            มิฮอว์คบอกว่าไม่ได้คิดว่าฉันใช้การไม่ได้น่าอัศจรรย์ใจที่เขาพูดจาแปลกไปจากปกติตั้งมาก เพราะถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะยังคงราบเรียบนิ่งสนิท แต่ฉันกลับสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและอบอุ่นที่แฝงเร้นอยู่ภายในถ้อยคำเหล่านั้น

            นอกจากคำพูดแล้ว เขาก็ยังมีกริยาเปลี่ยนไปอีกด้วย

            ฉันเริ่มมองเห็นว่าดวงตาสีอำพันของเขาไม่ได้ดุเฉียบเท่าตอนแรกพบกันมันเหมือนกับมีบางสิ่งที่ลึกซึ้งจนยากหยั่งถึง และสิ่งนั้นก็เร้าความอยากรู้ของฉันจนแทบขาดใจ

ความคิดใดกันแน่ที่แอบซ่อนอยู่เบื้องหลังนัยน์ตาทรงพลังของเขา ? 

มันมีเศษเสี้ยวของความห่วงใยใช่ไหม ?

หรือว่ามันมีเพียงความสงสารปนเวทนาเท่านั้น ?

มือของเขาที่แตะลงบนไหล่--สัมผัสเบาๆ ที่มีเนื้อผ้าหนากางกั้นนั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกหลงใหลได้ปลื้มและมีความสุขอย่างมากมายจนฉันคิดว่าต่อให้เนกาทีพโกสต์ดันมีผลกับผู้ใช้ขึ้นมา--ฉันก็จะไม่รู้สึกเศร้าซึมและติดลบในชีวิตเลยแม้แต่น้อย

นี่คือความรู้สึกของสุนัขผู้ภักดีที่มีต่อเจ้านายอันเมตตาปราณีหรือเปล่านะ ?

เอแต่ถ้าเป็นความรู้สึกของสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ทำไมจึงไม่เคยมีปรากฏการณ์นี้กับท่านโมเลียเลยล่ะ ?

ท่านโมเลียคือเจ้านายของฉัน และมิฮอว์คก็เป็นเจ้านายของฉันเช่นกัน

ท่านโมเลียชอบพูดห้วนๆออกคำสั่งสั้นๆ และมิฮอว์คก็ทำแบบเดียวกัน

ท่านโมเลียมักจะให้รางวัลเป็นซอมบี้สัตว์น่ารักตัวใหม่ถ้าฉันจัดการศัตรูได้อย่างรวดเร็ว

แต่มิฮอว์คไม่ให้รางวัลอะไรกับฉัน เพราะเขาไม่ต้องการให้ฉันเป็นด่านหน้าออกไปสู้กับศัตรู

จริงสิฉันไม่เคยได้รับความเป็นห่วงจากท่านโมเลียเลยนี่นา

เอ้อ! ก็ไม่ใช่แค่ท่านโมเลียคนเดียวเสียหน่อย ลองคิดย้อนไปถึงคนอื่นๆในธริลเลอร์บาร์คดูสิ ไม่ว่าจะดอกเตอร์ฮอคแบ็คผู้ขลุกกับซอมบี้ อีตาอับซารอมจอมหื่น หรือแม้แต่พ่อแม่ของฉันเอง

พวกเขาทุกคนไม่เคยเป็นห่วงฉันแม้แต่น้อย

แปลกจังทำไมฉันไม่เคยคิดถึงความจริงข้อนี้มาก่อนเลยนะ

นอกจากเหล่าซอมบี้ที่เป็นลูกน้องแล้วก่อนหน้านี้ ฉันก็ไม่เคยได้รับความเป็นห่วงเป็นใยจากสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่า มนุษย์แม้แต่คนเดียว

แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันแน่หากไม่มีใครสักคนไว้ให้กล่าวราตรีสวัสดิ์ด้วย ไม่มีใครสักคนที่ทำให้การยิ้มแย้มมีความหมาย ไม่มีใครสักคนที่จะเอื้อมมือมาโอบกอดปลอบโยนในคืนที่ฝันร้าย

เฮ้อช่างเถอะก็ฉันยังมีเจ้านายอยู่นี่นา

ทันทีที่เขาเอ่ยปากรับลูกน้องอย่างฉันนั่นเท่ากับว่าเขาเป็นความหมายของการดำรงชีวิตอยู่ของฉันแล้ว  ตราบเท่าที่โกสต์ปริ๊นเซสคนนี้ยังสามารถทำตัวเป็นประโยชน์และมีค่าพอที่เขาจะอนุญาตให้อยู่เคียงข้าง

ชั่วชีวิตก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ

ฉันกระพริบตาถี่และเปิดนัยน์ตากว้างในที่สุด ความรู้สึกมึนงงก่อนหน้านี้สลายไปแทบหมดสิ้นแล้ว

เพดานกรุฝ้าฉลุลายของห้องพักโรงแรมเป็นสิ่งแรกที่ฉันเห็น

ฉันผงกหัวจากหมอนใบใหญ่นุ่มนิ่ม ชันตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มร่นหล่นลงกองที่เอว ทั่วห้องเงียบสนิท นอกหน้าต่างมีอาทิตย์ดวงกลมสีส้มจัดกำลังจะลับเหลี่ยมเขาไปนี่ฉันหลับไปกี่ชั่วโมงกัน ? แล้วทำไมตอนนั้นฉันถึงได้มึนหัวขนาดนั้นนะ ?

เสียงเปิดประตูแผ่วเบาทำให้ฉันหันไปมอง มิฮอว์คเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อสบตากับฉัน

แย่จริง! ตอนนี้ฉันดูโทรมมากใช่ไหม ผมมันยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยฝุ่นควันสกปรก หลังจากบุกตะลุยกับระเบิดในโกดังสุดสกปรกนั่นจะทำให้หน้าฉันมีรอยเปื้อนเป็นด่างๆ อยู่หรือเปล่า

สภาพฉันต้องน่าเกลียดมากแน่ๆ  แย่ที่สุด!!

โอ๊ย! อาย อาย อายเป็นบ้า!!

“เจ้านาย!! อย่าเพิ่งเข้ามา” ฉันกระโดดพรวดพราดออกจากเตียง พุ่งเข้าหาเขาให้ไวที่สุดแล้วเอื้อมสองมือทั้งผลักทั้งดันตัวของเขาให้กลับออกไปยังประตู

ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะเอามือปิดตาเขาเลยด้วยซ้ำ

แต่ติดที่ว่าดันเอื้อมไม่ค่อยถึงน่ะสิ!

“เป็นอะไรของเธอ ?” เขาถามด้วยสีหน้าสงสัย เลิกคิ้วสูงยิ่งกว่าเดิม

นี่ตัวของเขาหล่อหลอมขึ้นมาจากหินผาหรือไง ทำไมเขาถึงไม่ขยับแม้แต่ครึ่งก้าวทั้งที่ฉันออกแรงมากที่สุดแล้วนะ!!

“ฉันฉันโธ่!! เจ้านาย! ช่วยออกไปก่อนได้ไหม” ฉันประสานมือวิงวอนไว้กลางอก แทบจะโค้งขอความเห็นใจ “สิบนาทีเท่านั้น! ให้เวลาฉันปรับปรุงตัวเองให้อยู่ในสภาพดูได้หน่อยเถอะ!

“ก็ได้” มิฮอว์คมีรอยยิ้มขบขันในแววตา เขายื่นแก้วกระเบื้องใบหนึ่งมาให้พร้อมออกคำสั่ง “ดื่มซะ  แล้วเดี๋ยวออกมากินอาหารเย็นด้วย”

ฉันรีบรับแก้วนั้นมาและปิดประตูตามหลังเขาในทันที

เมื่อได้อยู่เพียงลำพังแล้ว ฉันก็เผ่นแน่บไปหน้ากระจก รีบอุดปากตัวเองไว้ไม่ให้หลุดเสียงกรี๊ดออกมา ดูผมฉันสิ!! ทำไมมันถึงยุ่งเหยิงอย่างนี้! ไหนจะเสื้อที่เปื้อนเขม่าดำๆสลับกับฝุ่นขาวๆจากพื้นโกดังนั่นอีก

น่าเกลียดเป็นบ้า!

ฉันชะงักเมื่อเห็นว่าแก้มข้างหนึ่งได้รับการดูแลไปแล้วขณะที่ฉันหลับอยู่ ผ้าปิดแผลเนื้อบางสีขาวทาบทับบนตำแหน่งที่แซคฝากรอยดาบเอาไว้

มิฮอว์คทำแผลให้ฉันเองหรือว่าเรียกหมอมากันนะ ?

ทันใดนั้นกลิ่นหอมคุ้นเคยก็เตะจมูกอย่างจัง ฉันเหลือบตาไปมองเครื่องดื่มที่เจ้านายให้มาเมื่อครู่

ของเหลวสีน้ำตาลเข้มร้อนกรุ่น มีขนมชิ้นเล็กสีหวานลอยฟูฟ่องและกำลังเริ่มละลายอยู่ในนั้น

นะนี่มัน

โกโก้ใส่มาร์ชเมโล่ของโปรดเลย!

มิฮอว์คจำได้เขาจำสิ่งที่ฉันเคยบอกว่าชอบได้!

 

ฉันเอื้อมมือทั้งสองประคองแก้วขึ้นมา เหม่อมองมันอย่างใจลอย

ในฐานะมนุษย์บนโลกนี้แล้วก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเป็นห่วงเป็นใยฉันอยู่

ทั้งที่เคยลั่นปากไว้อย่างชัดเจนว่า ชีวิตใครชีวิตมัน รับผิดชอบกันเอง

แต่ถึงอย่างนั้นแค่ในเวลาไม่กี่วันที่อยู่ด้วยกัน ฉันก็เห็นว่าเขาไม่ได้ทำตามที่พูดเลยสักนิด

เขาคอยดูแลและช่วยเหลือฉันเมื่อตกอยู่ในอันตราย แถมยังพูดจาปลอบโยนเมื่อฉันกลัว

แล้วเขาก็ยังเคยกอดฉันครั้งหนึ่งตอนที่ฉันร้องห่มร้องไห้เมื่อทำของรักตกน้ำไป

 

ฉันมองเงาในกระจกผู้หญิงหน้าตามอมแมมคนนั้นยังคงมีผ้าปิดแผลสีขาวที่อยู่บนแก้มอันขึ้นสีแดงเถือกจนถึงหู บางทีความรู้สึกร้อนวูบวาบที่แล่นปราดไปทั่วร่างนี้อาจทำให้ฉันระเบิดตัวเองออกเป็นเสี่ยงๆไปเลยก็ได้

 

ไม่ไหวแล้ว! ไม่ไหวแล้ว! ไม่ไหวแล้ว!

 

เจ้านายคะฉันอยากบอกขอโทษคุณสักสามครั้ง

ขอโทษครั้งที่หนึ่งที่ยัดเยียดให้คุณรับฉันเป็นลูกน้อง

ขอโทษครั้งที่สองที่ขยันหาเรื่องมาให้คุณต้องวุ่นวายอยู่เสมอ

และฉันก็อยากขอโทษครั้งที่สามเพราะรู้สึกผิดจริงๆนะ

ฉันห้ามมันไม่ได้จริงๆ

ใจของฉันมันกำลังอ่อนยวบลงไปทีละน้อย ทีละน้อย

จมดิ่งลงในความรู้สึกขมอมหวานละมุนละไม

เหมือนมาร์ชเมโล่ที่หลอมละลายไปในโกโก้ร้อนของคุณจนแทบหมดสิ้นแล้วล่ะ!

 

 

 

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #719 555 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:59

    สนุกมากก

    #719
    0
  2. #709 อิอิ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 13:02

    แชงคูสนี่มันแชงคูสจริงๆ 55555 เยี่ยม ชงได้เยี่ยมมาก นี่สิ เรียกว่าเพื่อนกันของแท้ แค่มองดูก็รู้ตับไตไส้พุงหมดแล้ว ลุงเหยี่ยวเอง ก็สู้ๆนะลุง มือใหม่หัดเต๊าะสาว

    #709
    0
  3. #705 jqly (@jqly) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:03
    แชงคูสโผล่มาแล้วน่าหยิกมาก ตลกนางรู้ทันเพื่อนรักแต่เพื่อนติดสาวไม่แคร์ ขำ5555

    ตอนนี้ตอนโปรดเลยอ่านซ้ำไปซ้ำมาตั้งหลายรอบ ชอบทุกอย่าง บรรยายดีมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #705
    0
  4. #589 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 18:39
    มิฮอว์คใส่ใจเพโรน่า น่ารักมากก
    #589
    0
  5. #501 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 13:09
    สาบงสาบานอ่ะ ลืมไปได้เลย ///ตอนนี้เฮียเริ่มตกหลุมรักนังหนูไปครึ่งหนึ่งล่ะ
    ทำตามคำสาบานไม่ได้แล้วล่ะเฮีย ...... ห่วงนังหนูซะจนต้องรีบตามมาซะขนาดนี้

    แชงคูสมองออกทุกอย่างทะลุ ปรุโปร่งเลยว่า "เฮียแกกำลังตกหลุมรัก"
    เฮียแกก็น่ารักดีน๊าาา" เรื่องเล็กๆน้อยๆ เฮียก็ยังอุตส่าจำได้
    แบบนี้เรียกว่าไงดีอ่ะ // ใส่ใจ เอาใจใส่ รึเปล่าน๊า??
    #501
    0
  6. #480 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 01:27
    มิฮอร์คถ้าอยากเอาคืนแชงคูส
    ต้องไปอีสต์บลูโน่น เจ๊มากิโนะไง ><~~
    ว่าแต่งป๋าแชงมาถึงนี่แย่งบทเด่นไปค่อนตอนเลย
    แถมยังมองทะลุตัวตนของมิฮอร์คด้วย จะเท่ห์ไปไหน~~
    #480
    0
  7. #427 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 11:44
    แชงคูสรู้ทันทุกอย่าง inlove สินะมิฮอว์ค
    #427
    0
  8. #262 Ooji (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 19:20
    น่ารักมากๆๆๆๆๆเลยคร้าบ >3
    #262
    0
  9. #251 SilverWolf (@wolfblood) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 21:41
    โอ๊ยยยยยย
    เขินแทนเลยนะเนี่ย
    แต่ได้สนุกมากเลยไรเตอร์ 
    #251
    0
  10. #250 Aim (@imsudyod55) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 21:11
    อร๊ายยย
    เขินอ่ะ มีหวงด้วย น่ารักมวากกกกกกกกก
    แถมยังมีแชงครูสโผล่มาอีก โอ้ว.......
    น่าร๊อคอ่ะ!
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #250
    0
  11. #249 iamearn (@diamonside) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 00:12
    แหนะ!มีหวงด้วย แอร้ยย นั่งฟิน55555
    #249
    0
  12. #248 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 23:33
    น่านๆ แม้กระทั่งเพื่อนก็ยัง "หวง"
    แชงคูสเขาคู่กับยูกิโนะเท่าน้านนนนนนนนนน
    เพราะงั้นนายต้องไปที่อีสต์บลู
    เพื่อล้อแชงคูสซะแล้วล่ะนะ มิฮอว์ค (:
    #248
    0
  13. #247 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 21:18
    อ๊าย มีหึงมีหวงด้วย ^_^
    #247
    0
  14. #246 oooo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 20:25
    แอร๊ยยยย!!!!น่ารักจัง

    ฟินโคตรๆ55555555

    มีหวงกันด้วย เขินแทนเพโน่าด้วย

    >////
    #246
    0
  15. #245 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 20:16
    ป๋าแชงค์สุดหล่อออ เราชอบม๊ากกก
    แหม รู้ทันเฮียเหยี่ยวของเราซะด้วย 5555
    #245
    0
  16. #244 ~.oOBaM...bAmOo.~ (@mybleach) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 19:43
    ป๋าแชงงงงงงงงงงงงง เลิฟๆๆป๋าเลยอะ

    5555555 
    #244
    0
  17. #243 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 19:19
    ฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักที่สุด -//-
    กว่าจะรู้ในตัวเองได้นะแต่ละคน รออยู่นะ
    เช็คนิยายอัพเดทก็รอแต่เรื่องนี้ตลอดเลย
    ชอบมาก กรี๊ดด น่ารักกกกกก ><
    #243
    0
  18. #242 Rain (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 18:57
    ท่านแชงคูสสสสสส!! (วิบัติเพื่อเสียงนะเจ้าคะ)

    อ้ายยยย~ สุดที่รักเค้าเลยนะตะเอง
    #242
    0
  19. #241 Salara555 (@larasalara555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 18:34
    มีแชงคูสโผล่มาด้วยแฮะ แต่ก็สนุกจริงๆค่ะ กรี๊ดดด >U<
    #241
    0
  20. วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 15:05
    กรี๊ดดดด ฟินอีกแล้ววว อ่านตอนนี้แล้วยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งอยู่หน้าจอ
    จนเกรงว่าถ้ารูมเมทมาเห็นแล้วจะโดนหาว่าบ้า นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้าจอคนเดียวจริงๆ
    ไม่ไหวแล้วค่ะ คู่นี้จะน่ารักเกินไปแล้วววว อ๊ากกกกก //ตบโต๊ะด้วยความฟิน

    บรรยายออกมาได้น่ารักมากจริงๆค่ะ อ่านแล้วฮะเมี้ยวมาก ได้อารมณ์ร่วมไปกับตัวละครแบบสุดๆเลย
    ตาเหยี่ยวดูหลุดซึนเร็วไปหน่อยนะคะเนี่ย นึกว่าจะซึน/ปากหนักกว่านี้
    แต่ก็เพราะพ่อคุณเขาอดกลั้นทำซึนต่อไปไม่ไหวแล้วมั้งเนอะ

    เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้ตอนนี้ฟินยิ่งกว่าทุกตอนที่ผ่านมาก็คือ....แชงคูส แชงคูส แชงคูส!!!
    โฮกกก ตัวละครโปรดในวันพีซอีกตัวปรากฏตัวออกมาได้อย่างน่ารักน่าหยิกมากมายก่ายกอง
    แถมมาแบกวนๆมึนๆฮาๆด้วย น่าร็อคอ่ะ>_<!!

    สู้ๆนะคะ รอตอนต่อไปอยู่ ^^
    #240
    0
  21. #239 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 15:03
    กริ๊ดดดด มิฮอว์ค "หวง"  เพโรน่าด้วย >. <
    #239
    0