เกิดใหม่เป็นนักฆ่าก็ไม่ได้แย่แฮะ

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5-ปีศาจจอมปลอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 พ.ย. 63

คุณเคยรู้สึกว่าไม่ได้ยินอะไรเลยไหม? อารมณ์เหมือนทุกอย่างมันเงียบไปหมดน่ะ ถ้าเคยล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกคล้ายๆผมก็ได้ ผมรู้สึกว่าทุกอย่างมันเงียบไปหมดเลยแฮะ คำถามที่ว่า “ไม่ใช่มนุษย์สินะ?” นี่มันทำให้รู้สึกแย่ขนาดนี้เลยหรอ?

“ขอโทษนะ ที่ถามอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้ แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างก็ทำให้ฉันรู้สึกสงสัยในตัวนายน่ะ”

ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันที สงสัยงั้นหรอ? นี่เรามีอะไรให้สงสัยมากขนาดนั้นเลยหรอ?

“สงสัย... งั้นหรอครับ?”

“ใช่ อย่างแรก ทำไมคนธรรมดาแบบนายถึงมีเลเวลที่มากถึง 90 ได้ อย่างที่สอง ทำไมนายถึงไม่รู้จักระบบสกิล ทั้งที่คนปกติควรจะรู้จัก และอย่างสุดท้ายซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันสงสัยที่สุด ทำไมนายถึงมีนัยตาสีแดงแบบนั้น?”

ข้อแรกกับข้อสอง มันคงมีคำตอบคร่าวๆว่า “ผมใช้เวลามากกว่า 8 ปีฝึกวิชาอยู่ในป่า โดยไม่สนใจอะไรเลยครับ” ส่วนข้อสุดท้ายคงหาคำตอบให้ไม่ได้ล่ะนะ ดวงตาสีแดงมันบ่งบอกถึงอะไรที่ไม่ดีงั้นหรอ? ไม่เข้าใจเลยแฮะ

“ฉันว่านายอาจจะไม่รู้อีกก็ได้ งั้นก็... นัยตาสีแดงมันเป็นสัญลักษณ์ของพวกปีศาจน่ะ”

“.........”

ปีศาจงั้นหรอ? เดี๋ยวก่อนนะ!? ถ้างั้นก็แปลว่า

ตัวเราเป็นปีศาจงั้นหรอ...

“คุณจะบอกว่าผมเป็นปีศาจหรอ?”

“ประมาณนั้น”

ความรู้สึกตอนนี้เริ่มเดือดปุดๆเลยแฮะ จู่ๆก็โดนสงสัยแถมยังโดนบอกว่าเป็นปีศาจอีกเนี่ยนะ! ถ้าไม่รู้สึกโกรธก็คงทำอย่างอื่นไม่ได้แล้วล่ะ

“นี่คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครเป็นใครกันหะ!? ถึงเที่ยวคิดว่าคนอื่นเป็นปีศาจกันน่ะ!”

“ใจเย็นๆก่อน ฉันก็แค่คิดน่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้ฟันธงว่านายจะเป็นปีศาจจริงซักหน่อยนะ”

“คุณหมายความว่ายังไง?”

“ก็แบบ... ปีศาจปกติจะมีดวงตาสีแดงก่ำเหมือนเลือดน่ะ แต่นายกลับมีดวงตาเป็นสีแดงทับทิมยังไงล่ะ มันก็เลยทำให้ฉันคิดว่านายอาจจะเป็นปีศาจหรือไม่ได้เป็นก็ได้น่ะ?”

งั้นหรอ? ถึงยังไงก็ยังไม่หายโกรธอยู่ดีนั่นแหละ แต่ถ้ามาลองคิดดูมันก็น่าแปลกแฮะที่ทำไมท่านปู่ถึงไม่เคยพูดเรื่องตาสีแดงกับเราเลย หรือว่า... ช่างเถอะ! ผมคิดว่าการเดินหนีจากคนๆนี้อาจจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้

“งั้นผมขอตัวก่อนละกัน ขืนคุยกับคุณต่อไปมีหวังได้ตีกันแน่ๆ”

“เดี๋ยวๆๆ! นายจะไปไหนน่ะ!?”

“แน่นนอน ก็กลับบ้านยังไงล่ะ”

“เอ้า แล้วไม่เข้าเมืองหลวงแล้วหรอ?”

“ไม่ล่ะครับ ก็ผมรู้วิธีการใช้งานคลาสแล้วนี่ เพราะแบบนั้นผมก็หมดธุระกับเมืองหลวงแล้วน่ะ ลาก่อนนะครับ”

“.........”

เขาไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เขาเพียงแค่นั่งนิ่งก่อนจะทำหน้าซึมๆออกมาเล็กน้อยและก้มหน้ากลับไป นี่เขาคงไม่ได้เสียใจอะไรหรอกนะ? เราพึ่งจะรู้จักกันนะครับพี่

“ฮะ ฮะ เสียดายจัง นึกว่ากำลังจะมีเพื่อนแล้วซะอีก สุดท้ายฉันก็ทำให้คนรอบข้างทิ้งตัวเองไปอีกแล้วสินะ”

“นี่คุณกำลังดึงดราม่ารึไง?”

“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะ... ฉันก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับนายน่ะ”

“ทำไมถึงอยากเป็นเพื่อนกับผมล่ะ?”

เขาเงยหน้าก่อนจะมีคราบน้ำตาน้อยๆอยู่ที่ใบหน้าของเขา ร-ร้องไห้งั้นหรอ ไม่สิ! แค่น้ำตาซึมเฉยๆมากกว่า... เอาจริงดิ!?

“ก็นายช่วยชีวิตฉันไว้นี่ แถมยังให้เสื้อผ้ากับอาหารฉันอีกด้วย”

“ออ ไม่ต้องดีใจหรอกครับ เพราะยังไงเสื้อผ้าผมก็จะเอาคืนแน่นอน”

จากที่น้ำตาซึมก็กลายเป็นความตกใจทันที เปลี่ยนอารมณ์ไว้จริงๆแฮะ

“เอิ่ม... ช่างเถอะ แล้วก็นะ ฉันไม่อยากให้นายเจอหมอนั่นน่ะ”

“หมอนั่น?”

“หมอนั่นชื่อ ซิลแวน เขาเป็นเพื่อนเก่าของฉันน่ะ ถ้าหมอนั่นเจอนายเขาอาจจะฆ่านายก็ได้นะ”

“แล้วเขาจะฆ่าผมทำไมล่ะ?”

“หมอนั่นกับฉันเคยเป็นนักล่าปีศาจน่ะ แต่เขามีอุดมการณ์ที่ว่าปีศาจทุกตัวมันก็ชั่วช้าเหมือนกันหมด ถ้าเขาเจอคนที่นัยตาสีแดงเหมือนปีศาจแบบนาย เขาอาจจะฆ่านายโดยไม่ลังเลก็ได้นะ”

เห? คลีโอล์มีเพื่อนน่ากลัวแบบนั้นด้วยสินะ แต่เดี๋ยวนะ... คลีโอล์ก็เป็นนักล่าปีศาจงั้นหรอ? แบบนี้เขาจะฆ่าผมมั้ยเนี่ย!? ถึงจะตกใจแต่ผมก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยานั้นออกมา

“นายไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรนายหรอกนะ”

รู้ทันตูด้วยล่ะ

“ฉันเลิกเป็นนักล่าปีศาจไปแล้วน่ะ โดยเหตุผลมันก็แค่ฉันไม่อยากเข่นฆ่าคนที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรอีกแล้ว และเพราะแบบนั้นก็ทำให้ฉันกับซิลแวนแตกแยกกันยังไงล่ะ”

ต่างคนต่างมีอุดมการณ์เป็นของตัวเองสินะ คนหนึ่งเลือกที่จะฆ่า ส่วนอีกคนก็เลือกที่หยุด... อย่างว่าละนะ ทุกคนต่างก็มีเส้นทางที่ตัวเองเลือกทั้งนั้นแหละ

“แล้วแบบนี้คุณจะทำยังไงต่อล่ะ?”

“ตอนแรกก็คิดว่าจะตามนายไป แต่ตอนนี้ฉันคงจะต้องเร่ร่อนไปมาล่ะมั้ง แฮะๆ”

การใช้คำว่าแฮะๆ จะทำให้คำพูดน่ารักขึ้นได้สินะ... ช่างเถอะ ถึงจะไม่ชอบสิ่งที่เขาทำเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการสงสัยว่าผมหรือคิดว่าผมเป็นปีศาจ แต่ถ้าจะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวเขาอาจจะเหงาตายก็ได้ แถมดูๆไปแล้วเขาอาจจะไม่เหลือใครจริงๆแล้วก็ได้นะ เพราะแบบนั้น... การยื่นมือช่วยใครซักคนก็คงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก(มั้ง)

“ไปไหมล่ะ?”

“?..... ได้งั้นหรอ?”

“แค่อย่าทำอะไรที่ผมไม่ชอบละกัน”

“อา ขอบคุณมากๆเลยนะ... ว่าแต่นายชื่ออะไรหรอ?”

“เคียวครับ”

“ขอบคุณน้า~ เคียว”

เขาพุ่งเข้ามากอดผมแต่ผมก็หลบได้ทันท่วงที แค่จูบก็ว่าแย่ล่ะ ถ้ากอดด้วยผมคงไม่ไหวหรอก

ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าผมเป็นตัวอะไรกันแน่ มนุษย์หรือปีศาจ? แต่ถึงจะเป็นอะไรก็ตาม ในตอนนี้ผมก็ขอนิยามตัวเองให้เป็น ปีศาจจอมปลอมไปก่อนละกันนะ..... และดูเหมือนผมจะมีเพื่อนร่วมทางแล้วด้วยสิ ต่อจากนี้จะเป็นยังไงกันนะ...

——————————


“แล้วท่านปู่นี่เป็นคนแบบไหนหรอ”

“ผมก็ไม่รู้อะไรมากหรอกครับ ผมรู้แค่ว่าเขาเป็นเซียนกระบี่น่ะ”

“เห! แบบนั้นนี่โคตรเจ๋งเลยนินา~”

ไม่ต้องไปสนใจให้กับความตื่นตาตื่นใจของคลีโอล์มากหรอกนะ พอดีว่าหลังจากที่พาเขามาด้วย เขาก็ขอร้องให้ผมเข้าไปที่เมืองหลวงด้วยกัน ถึงแม้ผมจะปฏิเสธมากแค่ไหนเขาก็ยังดึงดันอยู่ดี ผมที่ทนเขาตื้อไม่ไหวก็เลยตามมาด้วยเช่นกัน และที่เขาพูดเรื่องท่านปู่ขึ้นมาได้ก็เพราะว่าระหว่างทางที่เดินมาผมก็ได้เล่าเรื่องของผมให้เขาฟัง ตั้งแต่ตอนที่ผมเกิดมาจนถึงปัจจุบัน... เอาเป็นว่าผมกับเขาก็ได้แลกเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างกันอีกแล้วล่ะนะ

“แล้วคุณจะมาทำอะไรที่เมืองหลวงงั้นหรอ?”

“ฮึๆ แบบว่านะ... ฉันอยากเป็นนักผจญภัยน่ะ”

“.........”

อยากจะจับเขากลับไปโยนลงลำธารเหมือนเดิมยังไงไม่รู้แฮะ ผมเลือกที่จะเงียบพร้อมกับทำสีหน้าที่รู้สึกเอื่อมระอาใส่เขา

“ผมกลับล่ะนะ”

“เดี๋ยวๆๆ! ทำไมล่ะ!?”

“คุณอยากเป็นนักผจญภัย แต่ผมไม่อยาก... แค่นั้นแหละ”

“เอาน่าๆ ลองเป็นดูหน่อยก็ไม่เสียหายนินา”

“ไม่เสียหาย แต่เสียเวลา”

“น้า น้า~ ถ้าทำภารกิจเสร็จก็จะได้เงินด้วยนะ”

“ผมไม่จำเป็นต้องใช้ซักหน่อย”

“นี่นายไม่คิดจะเป็นเลยสินะ?”

“ใช่”

“เฮ้อ~”

คลีโอล์ถอนหายใจออกมาก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ และทำท่าทีเหมือนเสียดายอะไรซักอย่าง

“ถ้างั้นพวกเราคงต้องละทิ้งการได้รับสกิลพิเศษด้วยสินะ”

สกิลพิเศษ? แค่คำพูดสั้นๆนั้นก็ทำเอาผมรู้สึกหันเหใจขึ้นมาทันที ใบหน้าที่แสดงถึงความสงสัยของผมมันไม่อาจหลบซ่อนไว้ได้สินะ

“สนใจล่ะสิ”

“ก็นิดหน่อยครับ”

“ก็ตามชื่อแหละ มันรูปแบบสกิลแปลกๆที่จะได้รับมาผ่านการทำภารกิจต่างๆน่ะ”

“งั้นหรอครับ?”

“ใช่ เริ่มสนใจขึ้นมาบ้างมั้ยล่ะ”

ถ้าทำไปแล้วได้สกิลที่มีประโยชน์มาใช้ก็ดีไป แต่ถ้าได้สกิลแปลกๆที่ใช้งานจริงไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเป็นแบบนั้น... ลองดูหน่อยคงไม่เสียหายอะไรหรอกนะ แต่ถ้ามันเริ่มไม่เข้าท่าก็ค่อยถอนตัวละกัน

“อืม... จะลองดูก็ได้ครับ แต่ถ้าผมเห็นว่ามันไม่เข้าท่าผมขอถอนตัวละกันนะ”

“ได้เลย! งั้นเราไปเป็นนักผจญภัยกันเถอะ”

“ครับๆ”

หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็มาถึงเมืองหลวง มันดูเจริญกว่าครั้งล่าสุดที่มาอีกแฮะ ก็แหงล่ะ นี่มันผ่านมาตั้ง 8 ปีเลยนะ... ช่างเถอะ

ผมกับคลีโอล์ต่างก็เดินตามหากิลด์ แล้วมันอยู่ตรงไหนนะ? เอิ่ม... อ่ะ! เจอแล้ว ดูเหมือนจะตรงไปทางตะวันออกของเมืองสินะ

พวกเราใช้เวลาเดินไปมาอยู่ซักพัก จนมาถึงที่กิลด์นักผจญภัย ดูเหมือนกิลด์จะเป็นสถานที่คล้ายๆกับที่ทำการขนาดใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปก็พบกับผู้คนและนักผจญภัยมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าอื่นๆก็ตาม ทุกคนต่างแต่งตัวด้วยชุดประจำตำแหน่งของตน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจมากนัก สิ่งที่ผมสนใจก็คือการสมัครเป็นนักผจญภัยต่างหากล่ะ ซึ่งดูเหมือนว่าการสมัครจะต้องไปสมัครกับพนักงานบริการสินะ ผมกับคลีโอล์เดินไปหาพนักงานบริการทันที

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้ทั้งสองท่านมีธุระอะไรหรอคะ?”

ได้พนักงานสาวแฮะ

“พวกเราอยากหาเงินน่ะ”

“?”

คำพูดของคลีโอล์ทำเอาพนักงานสาวมึนไปเลยแฮะ เขาอยากเป็นนักผจญหรือหาเงินกันแน่เนี่ย!?

“แบบว่า... พวกเราสองคนต้องการสมัครเป็นนักผจญภัยครับ”

“ออ! ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดรอซักครู่นะคะ”

เธอดูเป็นมิตรจังเลยแฮะ แต่มันก็ปกติล่ะนะ ถ้าพูดจาไม่ดีก็ไม่มีใครอยากทำงานให้หรอก เอาเป็นว่าไม่นานนักเธอก็หยิบกระดาษแผ่นเล็กๆขึ้นมาให้กับพวกผม

“นี่เป็นใบสมัครคะ โปรดใส่ข้อมูลของพวกท่านลงในนี้ได้เลยค่ะ”

“ครับ”

“ได้เลย!”

ดูเหมือนคลีโอล์อยากจะเป็นนักผจญภัยจริงๆสินะ เอาเถอะ! ไหนดูสิว่าในใบสมัครต้องใส่อะไรบ้าง ชื่อ, เลเวล, คลาส, เผ่า,...... ชิบหายละ! เลเวลเยอะไปแถมไม่รู้เผ่าตัวเองอีก แล้วแบบนี้จะใส่ไปว่าอะไรฟะ!? ผมลองหันหน้าไปหาคลีโอล์ดู

“เลเวลใส่แค่ 5 พอ ส่วนเผ่าก็ใส่มนุษย์ไป”

รู้ทันตูอีกละ แต่ก็คงต้องตามนั้นล่ะ งั้นก็ใส่ว่าเลเวลแค่ 5 ส่วนเผ่าก็มนุษย์สินะ... เรียบร้อย!

[ชื่อ:เคียว, เลเวล:5, คลาส:นักฆ่า, เผ่า:มนุษย์]

เท่านี้ก็เรียบร้อย ผมและคลีโอล์ได้ส่งใบสมัครคืนให้กับพนักงานสาว จากนั้นเธอก็หยิบตราปั้มขึ้นมาและปั้มลงไปที่กระดาษก่อนจะคืนมาให้พวกเรา ดูเหมือนเขาจะปั้มตราของกิลด์ลงไปสินะ

“เท่านี้การสมัครก็เรียบร้อยแล้วนะคะ ส่วนค่าบริการสำหรับการทำป้ายชื่อเพื่อแสดงความเป็นนักผจญภัยก็ 10 เหรียญทองแดงนะคะ”

“!?”

“!?”

พวกเราทั้งสองที่ได้ยินว่ามีค่าบริการก็รู้สึกช็อคขึ้นมาเบาๆ นี่มันต้องเสียเงินด้วยหรอ? ผมที่คิดแบบนั้นจึงลองเปิดกระเป๋าหนังสัตว์เล็กๆของผมขึ้นมาดู พอจะมีเหรียญบ้างไหมนะ...

*เงิน = เหรียญทองแดง 2 เหรียญ

ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ........................

นี่มันชิบหายรอบสองชัดๆ!

End ตอนที่ 5-ปีศาจจอมปลอม

Next ตอนที่ 6-ภารกิจแรก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #3 sobohoman (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 23:32
    ขอบคุณครับ
    #3
    1
    • #3-1 DUBBLEXXV(จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 00:30
      ไม่มีปัญหาครับท่านผู้อ่าน😊
      #3-1