The last of your expectation

ตอนที่ 30 : เรื่องราวของเหล่าวีรบุรุษที่โลกไม่จดจำ--2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ธ.ค. 54

ปกป้องคนที่รัก!? ดัมเบิ้ลดอร์ปกป้องใคร!?

และสเนปก็พบว่าตัวเองสงสัยเร็วเกินไป เพราะทันใดนั้นมันก็ได้คำตอบแบบทันทีโดยที่ไม่ทันตั้งตัว  แถมคำตอบยังเป็นคำตอบประเภทไม่รู้เลยยังดีกว่า เพราะคุณตาของเค้าได้เฉลยแทบจะพร้อมกับที่ความสงสัยบังเกิดในหัวเกี่ยวกับคนรักของดัมเบิ้ลดอร์

"เกอเลิร์ต กรินเดวัลน์ ชั่งโชคดีนะที่มีคนที่รักเค้ามากอย่างนาย"

พระเจ้า! คนที่ดัมเบิ้ลดอร์ปกป้อง! คือกรินเดวัลน์!? ตกลงดัมเบิ้ลดอร์เป็นเกย์เหรอเนี่ย!?! สเนปแทบจะเอาหัวโขกผนัง นึกสยองขวัญย้อนหลังขึ้นมาทันที ที่ผ่านมาตาแก่นั่นมันคิดอะไรไม่บริสุทธิ์กับกูรึเปล่าวะ!?

"เซวีฮะ... สมัยนั้นผู้ชายรักกันได้ด้วยเหรอ" อัลเกาหัว "แล้วถ้าสองคนรักกันใครจะออกลูกล่ะ"

"ไม่มีใครออกลูกทั้งนั้นแหละเพราะมันไม่ใช่การผสมพันธุ์ แต่เป็นการทำให้สูญพันธุ์!" สเนปหน้าแดงเถือก ดูเหมือนจะลืมไปชั่ววูบว่าตัวเองเคยโดนอะไรบ้าง "แทนที่จะทำลูกก็กลายเป็นการฆ่าลูกเพราะลูกหารังไข่ไม่เจอเนื่องจากแม่มันเป็นผู้ชาย!"

"อ๋อ..." อัลมีความสุขที่เข้าใจ "แต่เซวีเก่งต้องรู้วิธีที่จะมีลูกแน่ๆ เพราะงั้นถ้าเราแต่งงานกัน เซวีต้องเป็นฝ่ายออกลูกนะฮะ" ตกลงเข้าใจว่าไงวะเนี่ย

สเนปแทบจะเอาหัวมุดดินให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย  ถ้าไม่ติดว่านี่คือวิญญานของลิลี่ล่ะก็ เค้ากระทืบมันไปนานแล้ว  ยิ่งหน้าเหมือนไอ้หน้าหม้อพ่อมันด้วย... ระหว่างที่พวกเค้ามัวแต่คุยกันพวกเค้าไม่ได้สนว่าดับเบิ้ลดอร์กับโลกิพูดอะไรกัน  กว่าจะหันมาสนใจอีกทีก็ตอนที่ภาพมันเปลี่ยนไปแล้ว  พวกเค้าได้เป็นพยานในหลายๆ เรื่อง ทั้งความรักที่เริ่มก่อตัวในตัวของโลกิและมานาเกีย-เด็กผู้หญิงที่โลกิพบ  เค้าเรียกเธอแบบนั้นตามข้อความที่ปรากฏบนจี้ห้อยคอ  พวกเค้ารักกันแม้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกัน  มานาเกียไม่เคยใช้เวทมนตร์  ดูเหมือนจะใช้ไม่เป็นด้วยซ้ำ  แต่เธอเป็นเลิศเรื่องการปรุงยา  สเนปรู้ความจริงจากทั้งหมดที่เห็นว่าตาของเค้าเป็นคนที่ดีเลิศอย่างหายาก  นั่นอาจจะเป็นเหตุที่ดัมเบิ้ลดอร์เชื่อใจเค้า  ไม่ใช่รักต่อลิลี่  แต่เพราะเค้าเป็นหลานของโลกิ พริ้นซ์ และ ตาของเค้า... สเนปแอบหัวเราะเมื่อคิดถึงมัน ตาของเค้าปรุงยาห่วยยิ่งกว่าเนวิลล์ ลองบัตท่อมในชั้นเรียนของเค้าซะอีก! เมื่อพวกเค้าแต่งงานกันและมีลูก  สเนปตระหนักชัดว่าไอลีน--แม่ของเค้าคือความสมบูรณ์แบบระหว่างสองคน  แม้ว่าแม่จะไม่สวยมากเหมือนยาย  แต่แม่เป็นนักปรุงยาที่เก่งและเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม

สเนปยิ้มเศร้า  เจ็บที่รู้ว่าตัวเองให้คุณค่ากับครอบครัวน้อยของแม่เกินไป  เค้าไม่สนใจเกี่ยวกับตา-ยายเท่าที่ควร

และบางสิ่งที่เปิดเผย...!?

ผู้พิทักษ์ของตาคือตัวแบดเจอร์  ตาเสกมันได้หลังจากรักยาย  ทำไมนะเหรอ? เพราะความเกี่ยวพันธ์อันลึกล้ำ! ผู้ชายที่เป็นเจ้าของผู้พิทักษ์รูปแบดเจอร์ในคืนนั้นปรากฏตัวเมื่อความวิบัติได้มาถึงจุดหนึ่ง  ผู้ชายที่คล้ายแม่ของเค้า แต่มีตาสีทองเหมือนยายของเค้า สเนปตะลึงกับสิ่งที่เค้าได้รู้ในเวลาต่อมาเช่นเดียวกับอัลที่มองเค้าอย่างตกใจ

"ชื่อของข้าคือ เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟ... เป็นบุตรชายคนเดียวของศาสตราจารย์เฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟ และเป็นอดีตอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์แห่งเวทมนตร์ของฮอกวอร์ต" ชายผู้นั้นประกาศตัวต่อโลกิและเพื่อนๆ ของเค้า "ที่ข้ามาที่นี่ ก็เพราะแน่ใจแล้วว่าพวกท่านเป็นบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งสี่เทวทูตที่จะช่วยยับยั้งการมาของอะโพคาลิฟ-ฟา"
-----------------------------------------------

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  พวกเค้าจำได้ลางๆ ว่าเห็นพวกเดรโก จินนี่ และ แอสโทเรีย  แล้วตอนที่ไปรวมกันกลับมีอะไรบางอย่างผ่าลงมาและทำให้พวกเค้าทั้งหมดหล่นไปอยู่ที่โลกมักเกิ้ล

ทอมกับแฮร์รี่ช่วยกันทบทวนความจำ(เจ้าหม้อลืมไปชั่วขณะว่ามันกำลังจับเข่าคุยกับโวลเดอร์มอร์อย่างเคร่งเครียดและใกล้ชิด) พวกเค้าตกลงที่ปั้มน้ำมัน แล้วจากนั้นก็พยายามช่วยกันให้มากที่สุดรวมทั้งเสกคาถาลบความทรงจำ  แล้วก็ออกไปเดินหารอนที่หายไป  คนที่พบรอนคนแรกคือซิเรียสทที่เห็นว่ารอนกระเด็นตกไปอีกฟากของถนน ตรงข้ามกับปั้มน้ำมัน  มีเรื่องแปลกๆ ว่าตอนที่เข้าไปช่วยรอน  อยู่ๆ รอนที่พึ่งลืมตาก็แหกปากร้องโวยวายแล้ววิ่งเหมือนคนเสียสติจนเฮอร์ไมโอนี่ที่สติดีกว่าเพื่อนต้องจัดการเสกคำสาปสะกดนิ่ง นั่นทำให้แฮร์รี่กับทอมต้องมานั่งคิดปวดหัวว่าเป็นเพราะอะไร  เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวของทั้งคู่ มันมีอะไรมากกวาที่เห็น

"รอนฟื้นแล้ว" เสียงของจินนี่ดังก้อง "เป็นไงบ้าง"

"โอย... ที่นี่คือที่ไหน"

จินนี่กับเฮอร์ไมโอนี่เล่าทุกอย่างให้รอนฟัง  เมื่อเค้าเข้าใจทุกอย่างและอยู่เงียบๆ เดรโกก็เดินออกไปเพื่อหาซื้อน้ำให้ทุกคนกิน  แฮร์รี่จับแขนเพื่อนรัก

"นายโอเคมั้ย"

"อื่ม..."

"เอ่อ..." แฮร์รี่ลังเลว่าจะถามดีมั้ย  แต่ทอมไม่คิดงั้น  เค้าต้องการความชัดเจน

"ตอนที่คุณฟื้นใหม่ๆ ที่ปั้มน้ำมัน  ดูคุณบ้าไปเลยนะ"

รอนถอนใจ "ก็ไม่มีอะไรมาก..."

"รอน  มีอะไรต้องบอกเรานะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างอ่อนโยน

"ก็ไม่มีอะไรไง!" อีกฝ่ายโวย  เมื่อเห็นที่ทางเสียใจของภรรยาเค้าก็ถอนใจเบาๆ "ก็ได้... มันไม่มีอะไรมากหรอก  น่าอายน่ะ  คือตอนที่ชั้นลืมตาขึ้นมา  ชั้นมองไปเห็นป้ายโลโก้ของเชลล์(Shell)พอดี... แต่เจ้าบ้ามัลฟอย" เค้าหยุด  ลังเลว่าจะพูดหรือไม่  ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ อย่างเขินๆ "เจ้าสารเลวนั่น  ดันทะลึ่งไปยืนบังตัวเอส(S)ไว้"

อ๋อ... เดรโกยืนบังตัวเอสไว้... ทุกคนมองหน้ากัน  เพราะถ้าลองสถานการณ์นี้เกิดกับตัวโดยไม่ทันเตรียมใจก็คงบ้าไปเหมือนกัน... โถ  อุส่าห์ตายทั้งที ดันไปนรกซะงั้น...!

"ซิเรียสฮะ  มีทางที่จะติดต่อทุกคนเร็วๆ มั้ยฮะ  ผมไม่อยากอยู่แบบนี้นาน"

"ทำเป็นพูดดีไปแฮร์รี่... ไม่ต้องโกหกหรอก  เธอกำลังห่วงสเนป"

"ผมไม่ได้โกหกซักคำว่าไม่ได้เป็นห่วงเค้า  เพียงแต่--"

"จิตวิญญาน  ไม่ใช่บุคลิกภาพ... ใช่มั้ย" ซิเรียสเข้ามาและก้มลงจับไหล่ พวกเค้ามีความสูงต่างกันเพียงเล็กน้อย "แต่ยังไงสเนปก็คือสเนป... เมื่อก่อนเธอไม่เคยแสดงออกว่าห่วงเค้า" ระหว่างนั้นรอนงึมงำ "ก็หมอนั่นทำตัวน่าห่วงตรงไหนกัน" แต่ไม่มีใครสนใจ "นั่นเพราะเธอรู้ไม่ใช่เหรอว่าสเนปเป็นพ่อมดที่มีความสามารถ"

แฮร์รี่ตะลึง ซิเรียสไม่ใช้คำว่า "เกลียด" แต่ใช้คำว่า "สเนปมีความสามารถ" งั้นเหรอ?

"ถึงเค้าจะแยกจากบุคลิกภาพที่เราคุ้นเคย  แต่ชั้นไม่คิดว่าหมอนั่นจะสูญเสียความเป็นตัวตนที่ชั้นรู้จักหรอก" ดวงตาของซิเรียสว่างเปล่าอย่างไร้ความรู้สึกขึ้นมาทันที "คนที่โดนซัดเท่าไหร่ก็ไม่สะทกสะท้านนะ แปลว่าต้องทนมือทนเท้าเป็นพิเศษ ไม่งั้นอยู่รอดมาไม่ได้หรอก" ซิเรียสพูดพลางหันออกไปและเดินไปที่ประตู  แฮร์รี่ไม่อยากให้ซิเรียสต้องเป็นจำเลยตรงนี้หรอก แต่เค้าทนไม่ไหวแล้ว

"ซิเรียสฮะ! ความเกลียดในศาสตร์มืดมันไม่ใช่เหตุผลหรอก! บอกผมหน่อยได้มั้ย! ว่าทำไมคุณเกลียดสเนปนัก!"

"แล้วเธอล่ะ  เมื่อก่อนนี้เกลียดเค้านักไม่ใช่เหรอ  แล้วทำไมต้องอยากจะปกป้องเค้าขึ้นมาตอนนี้ด้วยล่ะ" คำพูดนั่นทำให้แฮร์รี่ตะกุกตะกัก ซิเรียสหันมาพูดอย่างใจร้าย "ถ้าคำตอบของเธอเหมือนเจมส์ตอนนั้นล่ะก็ ชั้นไม่ยอมรับมันหรอก" จากนั่นจากไป  ทิ่งให้แฮร์รี่ยืนสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว  หมายความว่าไง  เหมือนเจมส์ตอนนั้น  เจมส์ที่ว่าคือลูกชายของเค้า หรือว่าพ่อของเค้า? แล้วคำตอบตอนนั้นมันคืออะไร...?








สเนปไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงเกี่ยวกับทุกสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า เค้ารู้ว่าอาเทน่าและเอรีสคือวิญญานของก๊อดริก กริฟฟินดอร์ที่แยกเป็นสอง(อันที่จริงสาม ถ้านับพ่อของไอ้แจ่มด้วย แต่ก็มารวมกับเอรีสแล้ว) แต่เค้าไม่คิดว่าผู้ที่ทำให้มันเกิดขึ้นคือเซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟ! ผู้ที่เป็นหนึ่งในจตุราชาเมื่อพันปีก่อน ร่วมกับเอมิเรียและไลชา โดยมีกริฟฟินดอร์เป็นศูนย์กลาง  จตุราชาถูกตั้งขึ้นเพื่อภารกิจสำคัญ--การต่อสู้เพื่อรักษาเส้นทางสู่พันธสัญญา  และกริฟฟินดอร์, เค้าเลือกที่จะทิ้งเพื่อนที่ร่วมสร้างฮอกวอร์ตมาด้วยกันเพื่อสิ่งนี้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับการตัดสินใจนั่น  เช่นกันกับดัมเบิลดอร์ ผู้ซึ่งหักหลังทุกคนเพื่อเป้าหมายเดียว  กำจัดจอมมาร

หักหลัง... ใช่  ไม่มีทางที่จะปฏิเสธความจริงได้ว่าที่แฮร์รี่มีชีวิตอยู่ต่อมาได้เพราะมันไม่เป็นไปตามแผน และแผนจริงนั้นโหดเหี้ยมมาก แฮร์รี่ต้องตายทั้งที่คำพยากรณ์บอกว่าถ้าคนหนึ่งตายคนหนึ่งจะรอด แต่ดัมเบิลดอร์ก็เลือกให้แฮร์รี่ตาย!?

และหลอกใช้เค้ามาตลอดเพื่อเลี้ยงดูลูกของลิลี่โดยไม่รู้ว่าสักวันหนึ่งเด็กคนนี้ต้องตาย!?

สเนปกลับมาที่ภาพความทรงจำอีกครั้ง เค้าไม่รู้ว่าทำไมเรวิน ฮัฟเฟิลฟัพถึงได้ทิ้งตำแหน่งจตุราชาและมอบมันให้เฟรย์ในเวลาต่อมา  แต่สิ่งที่เค้าสังเกต  แม่ของเค้า... เรวิน ฮัฟเฟิลฟัพดูแลเธออย่างดีราวกับเป็นสมบัติล้ำ  เค้าคาดเดาคร่าวๆ ว่าเพราะเธอจะให้กำเนิดเค้าที่เป็นเครื่องสังเวยชั้นเอก  เค้าถึงต้องปกป้องเธอ  แต่สายตาของแม่มองเค้าดีเกินไปจนสเนปรู้สึกเจ็บ

บางที แม่อาจจะรักผู้ชายคนนี้...? สเนปเริ่มสงสัยว่าไอรีนลงเอยกับโทไบอัส สเนปได้ยังไง แล้วสุดท้ายตั้งชื่อลูกตามชื่อเค้า  นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อเกลียดเค้าถึงขาดนี้!?

เป็นครั้งแรกที่สเนปเห็นใจเจมส์  พอตเตอร์ เพราะเค้ารู้มาตลอดชื่อแฮร์รี่เป็นชื่อแมวดำที่สเนปกับลิลี่เลี้ยงด้วยกัน มันเป็น "ลูก" ของพวกเค้า! เจมส์เจ็บปวดแค่ไหนที่ลิลี่ทำแบบนั้น! สเนปแทบจะร้องไห้ออกมาเพื่อรู้ว่าตัวเองโง่ขนาดไหน ชื่อแฮร์รี่ก็บอกชัด ว่าเค้ากับแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นอะไรกัน!? แม้เจมส์จะตัดหน้าเธอโดยให้แบล็กเป็นพ่อทูลหัว  แต่ลิลี่ได้เลือกเค้าแล้วเพื่อลูกของเธอ

แต่ดูวิธีที่เค้าทำกับลูกของเธอสิ! พระเจ้า!? เค้าชั่งโง่เหลือเกิน!

อนิจจา... คนที่ถูกความแค้นบังตามันโง่งมแบบนี้นี่เอง

โง่บรมจนถึงวินาทีสุดท้าย ถึงตระหนักว่าอยากให้ดวงตาคู่นั่นมองอย่างปราณีซักครั้ง!

"เซวี...?"

สเนปหันขวับ เค้าเห็นอัลที่กำลังจับชายเสื้อคลุมของเค้า  และเค้ารู้สึกถึงน้ำอุ่นๆ ที่ไหลอาบแก้ม  วินาทีนั้น  เค้าเห็นลิลี่ชัดในตัวเด็กชาย  ทรุดตัวลงกอดไว้แนบอกและร้องไห้เงียบๆ

"ขอโทษนะ... ลิลี่... ชั้นขอโทษ"

"ไม่เป็นไร... เซวี... ไม่เป็นไร...." อัลกระซิบขณะที่คำของตัวเค้าอีกคนหนึ่งก้องอยู่ในหัว ....ชั้นหวังว่าเธอกับเซวีจะมีความสุข ในส่วนที่เราไม่ได้มีด้วยกัน... และตอนนี้ อัลจะตักตวงมัน  แม้ว่าเค้าจะยังเด็กมากเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย  แต่เค้ามั่นใจ  เค้ารักผู้ชายคนนี้ "ไม่เป็นไร" เด็กชายกอดตอบ "แม้ผมจะไม่มีความทรงจำของลิลี่ทั้งหมด  แต่เราเริ่มต้นกันใหม่  เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แล้วก็... มีลูกชื่อแฮร์รี่เหมือนแมวดำของเราดีมั้ยฮะ"

สเนปผละจากอ้อมกอดของอัล หันหน้าหนี  เอามือข้างหนึ่งกุมขมับของตัวเอง จะว่าไปลิลี่ก็เคยพูดแบบนี้เหมือนกัน ว่า ...จะให้เค้าออกลูกแทน เพราะเธอกลัวเจ็บ... เป็นไปได้มั้ยว่า หล่อนให้เจมส์ พอตเตอร์ออกลูกแทนหล่อน!? แต่... ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะการให้ผู้ชายออกลูกแทนมันเป็นไปไม่ได้เลย... ธรรมชาติไม่ได้สร้างมาแบบนั้น ที่สำคัญคนอย่างเจ้าบ้าพอตเตอร์ไม่มีทางออกลูกแทนเมียแน่!

"เซวี  เป็นอะไรไปฮะ?"

"ไม่เป็นไรแล้ว" สเนปเช็ดน้ำตา ไม่รู้ว่าจะขำหรือจะเศร้า เป็นครั้งแรกที่เค้าคิดเรื่องไร้สาระได้มากขนาดนี้ แล้วหันกลับไปสนใจภาพจากอดีตกาลอีกครั้ง
****************************************************************************************
Dark memories of Dambledor---Severus Snape's past # 1

ภายนอกที่ดูเย็นชาไม่น่าคบ ศาสตราจารย์เซเวอรัส สเนป, อาจารย์สอนปรุงยาฝึกหัด-ผู้มาแทนสลัซฮอซ์นผู้นี้ มีอะไรมากกว่าที่เห็น  เค้าเคยเห็นรอยช้ำน่ากลัวบนร่างของอีกฝ่ายมาตั้งแต่สมัยที่เค้ายังเป็นเด็กผู้ชายเล็กๆ จนกระทั่งวันที่เติบใหญ่กลายเป็นผู้เสพความตาย และเลือกที่จะมาเป็นสายลับสองหน้าให้กับเค้าเพราะรักที่มีต่อลิลี่ และเปิดเผยทุกอย่างเกี่ยวกับโวลเดอร์มอร์เท่าที่สามารถบอกได้ แต่กระนั้นเค้าก็ไม่เคยไว้ใจเด็กหนุ่มสนิท เพราะทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เหมือนทอม ริดเดิ้ลเพียงใด สำหรับความรังเกียจสายเลือดของพ่อและเชิดชูเลือดฝ่ายแม่-ตั้งชื่อสำหรับตัวเองที่น่าประทับใจกว่า, ลอร์ด โวลเดอร์มอร์ และ เจ้าชายเลือดผสม

เพราะฉะนั้นการมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้คาดหมายเช่นนี้ ย่อมทำให้ง่ายที่เค้าจะมองหาและจับผิดบางอย่างเพื่อประโยชน์ หากวันหนึ่งเค้าใช้หมากตัวนี้พอแล้ว... การหลอกใช้เป็นเรื่องธรรมดาของสงคราม!

เพียงแต่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เค้าคาดหมายว่าจะเห็น!?

เสียงกรีดร้องของผู้หญิงและเสียงร้องโวยวายของผู้ชายดังก้องออกจากตลาดนัดหน้าซอย  ไม่นานร่างสูงโปร่งของชายผมสีแดงเพลิงก็ปรากฏออกมาท่ามกลางผู้คน  แต่ไม่ทันที่ดัมเบิลดอร์จะคิดอะไรออก ผู้ชายที่ตัวเล็กกว่า--เซเวอรัส สเนปในเสื้อผ้าของมักเกิ้ลก็วิ่งตามออกมาพร้อมกับพยามคว้าข้อมือของผู้ชายคนนั้นไว้ "พ่อครับ" แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างแรงก่อนจะตามมาด้วยการตบหน้าจนร่างผอมกระหร่องหงายหลังลงกับพื้น

"ไม่ต้องมาเรียกชั้นว่าพ่อ!"

"พ่อ...?"

"ชั้นจะกลับ ส่วนแก ไสหัวไปให้พ้น"

ชายคนนั้นเดินออกไปไกล  ขณะที่เซเวอรัส สเนปยืนขึ้นช้าๆ และในที่สุด  เค้าก็เพียงแค่เดินไปที่ริมฟุตบาทแล้วค่อยๆ นั่งลงที่ขอบฟุตบาทนั่ง... ดัมเบิลดอร์สั่งน้ำมะนาวเย็นๆ สองแก้วแล้วเดินเค้าไปหาเด็กหนุ่มผู้ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว  ก่อนจะค่อยๆ ยื่นแก้วกระดาษไปให้เค้าช้าๆ สเนปหันมามอง และวูบหนึ่งที่ความตกใจในดวงตาปรากฏ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นรับแก้วน้ำไปอย่างระมัดระวังตัว

"คุณมาเมื่อไหร่?"

"เมื่อกี้นี้... ทำไมเธอมานั่นอยู่ตรงนี้" ดัมเบิลดอร์ถามอยางเมตตา "หน้าไปโดนอะไร" สเนปไม่ตอบ แค่ดื่มน้ำช้าๆ เท่านั้น เค้านั่งลงข้างๆ เด็กหนุ่ม ได้ยินว่าเธออยู่กับพ่อไม่ใช่เหรอ แล้วจอมมารไม่ว่าอะไรรึไง?"

"ผู้เสพความตายไม่ได้รู้ว่าผมอยู่กับพ่อที่เป็นมัลเกิ้ล  และจอมมาร  ผมขอท่านสำหรับการที่ท่านจะไม่มายุ่งชีวิตครอบครัวของผม"

"เซเวอรัส... เธอรักพ่อของเธอมากเหรอ"

"ครับ, ผมน่ะรักคุณพ่อมาก"

ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจกับเรื่องเหนือความคาดหมายนี่.... เพราะตั้งแต่สิ่งที่เกิดกับอารีอันน่า--น้องสาวของเค้า  เค้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีมักเกิ้ลที่ไหนสามารถทำร้ายผู้วิเศษได้มากขนาดนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง! ผู้เสพความตาย! แต่เรื่องนี้กลับสามารถเกิดกับสเนปผู้ซึ่งไม่ยอมให้ใครข่มเหงได้ง่ายๆ ขนาดว่าต้องต่อสู้กับพวกตัวกวนแบบสี่รุมหนึ่งก็ยังไม่ยอมแพ้!

แต่กับพ่อ... แบบนี้!?

"เซเวอรัส เธอมักจะมีรอยช้ำ--"

"ไม่ใช่นะ! นี่น่ะไม่ใช่รอยช้ำ! นี่นะ!" เค้าเงียบกับความสามารถในการสงบตัวเองก่อนจะตอบ "ก็ใช่... มันเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ สำหรับคนที่อยู่ใต้บัญชาการของเจ้านายที่โหดเหี้ยม"

"วันนี้ชั้นจะแวะบ้านเธอ"

"อย่าดีกว่าครับ พ่อไม่ชอบพวกพ่อมด ผมไม่อยากให้เค้าเสียมารยาทกับท่าน"

"ไม่ต้องกลัวหรอกเซเวอรัส ถ้ามีเรื่องแบบนั้นชั้นจะจัดให้เค้าสงบก่อนที่เค้าจะทำโง่ๆ และชั้นสาบานว่าจะไม่ทำร้ายเค้า" ดัมเบิ้ลดอร์พูดอย่างจริงจัง "ชั้นมาที่นี่เพื่อช่วยปกป้องครอบครัวของสมาชิกภาคี" คำพูดนั้นทำให้สเนปยอมอ่อนข้อให้

ตอนนั้น... ดัมเบิลดอร์พึ่งตระหนักได้ว่าคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสเนปคือลิลี่

ลิลี่เคยขอร้องให้เค้าช่วยสเนป และมันเกี่ยวกับพ่อของเค้า  แต่เมื่อเค้าพยายามจะช่วย สเนปไม่ยอมให้ครูคนไหนมายุ่งเรื่องนี้เลย

บางที... นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เค้าควรทำแต่แรก แม้จะช้าเกินไป







TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #259 micupcake16 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:16
    ควรจะเข้ามาช่วยสิ งื้ออ
    #259
    0
  2. #167 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 02:51
    สนุกมากเลยค่ะ ส่วนเรื่องใหม่ดาร์คเมมโมรี่สเนปรันทดอีกแล้วววว อ่านแล้วบีบหัวใจแปลบๆเลยเกิน
    #167
    0
  3. #166 Eve P Berm (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 02:33
    ช่วงต้นๆอย่างฮา ฮาได้อีก ฮาได้เรื่อยๆ
    แต่พอมาช่วงกลางๆค่อนมาหลังๆ ซึ้งซะไม่มี


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 ธันวาคม 2554 / 02:34
    #166
    0
  4. #165 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 22:37
     อ้ากกกกกกกกกกกก อิซีเรียจ.................. เมื่อไหน่แกจะเลิกพูดเลิกคิดแบบนั้นซะทีวะ ..

    แหกขี้ตายอมรับความจริงได้แล้ววววว

    บท ที่ 18-19 ไม่ได้ช่วยอะไรให้แก สมองมีรอยหยักมากขึ้นเลยรึไง หาาาา!!!!!

    ///////////////////////

    ซามาเอล สู้ๆน้าคะ จะคอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคย ^^ 
    #165
    0