The last of your expectation

ตอนที่ 31 : ความหมายของบ้านทั้งสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ม.ค. 55

--ซิเรียสฮะ! ความเกลียดในศาสตร์มืดมันไม่ใช่เหตุผลหรอก! บอกผมหน่อยได้มั้ย! ว่าทำไมคุณเกลียดสเนปนัก!---

ซิเรียสยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองเมื่อนึกถึงคำถามของแฮร์รี่  ทำไมเค้าเกลียดสเนปเหรอ  เวรเอ้ย... จะอะไรกันหนา  ก็คนมันไม่ชอบ  คนบ้าอะไรอยู่ได้แต่คนเดียว  ไม่พูดไม่จา ไม่สนใจใคร  กับไอ้คนที่เหมือนอยู่ในลูกบอลสีดำตลอดเวลาแบบนั้นน่ะ  มันน่ารังเกียจจะตาย  แล้วทำไม  ไอ้คนบ้านสลิธีรีนที่นิสัยน่ารังเกียจแถมท่าทางดูต่ำชั้นแบบนั่นถึงได้พูดคุยกับคุณหนูบ้านมัลฟอยที่สูงศักดิ์และหยิ่งยโสแบบกันเองขนาดนั้นได้  แล้วยังนาซิสซา--ญาติผู้น้องที่ชั้นชอบเป็นอันดับสองรองจากแอนโดรมีด้า  ทำไมไอ้คนที่ไม่พูดไม่ยิ้มกับใครและเอาแต่ขลุกอยู่กับศาสตร์มืดตลอดเวลานั่น ถึงได้ดูงดงามและสว่างไสวจนน่าประทับใจเวลาอยู่กับลิลี่

เวลาที่อยู่กับลิลี่ยิ่งแล้วใหญ่  มันไม่เห็นใครในสายตา  มันเจิดจ้าจนเกือบจะเหมือนเทวดา

"มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอะไรที่มันเป็นความจริงบ้างรึยัง" เสียงที่ดังขึ้นทำให้ซิเรียสขนลุกซู่  เค้าหันกลับไปมองแล้วพบกับเอรีส มัลฟอยที่ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับพวกบาทหลวง  แต่เค้าไม่เห็นลูเครเซียใกล้ๆ บางทีเธออาจจะอยู่กับพี่ชายฝาแฝดของเธอ "ตามไอพลังเวทย์มาจนเจอ"

"ไร้สาระ  ชั้นไม่ขี้ขลาดตาขาวขนาดไม่กล้าเผชิญหน้ากับอะไรที่นายว่าหรอกนะ มัลฟอย, กริฟฟินดอร์เป็นบ้าที่คนกล้ามาอยู่รวมกันอยู่แล้ว" ซิเรียสตอบกับอย่างเยือกเย็น

"ดูเหมือนการที่นายได้เห็นชีวิตของเพ็ตติกรูและเนวิลล์ ลองบัตท่อมจะไม่ทำให้นายเข้าใจฮอกวอร์ตขึ้นจริงๆ จริงซะทีนะ" เอรีสส่ายหน้า  "เวลาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจริงๆ แม้แต่จิตวิญญานของฮอกวอร์ตก็ยังถูกคนรุ่นหลังละเลย"

"อะไรนะ"

"ดัมเบิ้ลดอร์ก็ด้วย รวมทั้งนาย  ถ้าตอนนี้เป็นยุคสมัยที่ชั้นยังมีอำนาจปกครองโรงเรียนอยู่  ชั้นไม่ยอมให้พวกนายจบออกมาหรอก"

เอรีสก้าวออกไปจากหน้าเค้า  ทำให้ซิเรียสคิดได้  ชายคนนี้คือวิญญานครึ่งหนึ่งของกริฟฟินดอร์  เค้าพูดด้วยหัวใจของผู้ก่อตั้งโรงเรียน ไม่ใช่พูดด้วยความเป็นคนตระกูลมัลฟอย  นั่นทำให้ซิเรียสว่าวุ่นใจ  อะไรที่ทำให้เค้าไม่สมควรจบออกมา และไม่ใช่แค่เค้า แต่ยังรวมถึงดัมเบิ้ลดอร์ด้วย... ในสายตาของเจ้าบ้านกริฟฟินดอร์มองว่าผู้ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยมอย่างดัมเบิ้ลดอร์ไม่สมควรเรียนจบงั้นเหรอ...?

เอรีสเห็นเดรโกยืนพิงกำแพง จึงพยักหน้าให้ตามไป "เมื่อกี้เธอได้ยินชั้นใช่มั้ย" เค้าถามเมื่อทิ้งซิเรียสมาไกลแล้ว "ชั้นพูดแรงไปรึเปล่า"

"ไม่ฮะ... จะว่าไปแล้วผมไม่เข้าใจบางอย่าง"

"อะไร"

"ตอนที่จอมมารหมดอำนาจ  พ่อกับแม่ผมเดินเข้ามากอด ผมร้องไห้แล้วเล่าการสูญเสียแครบให้ฟัง รวมทั้งการช่วยเหลือของแฮร์รี่ พ่อฟังโดยไม่พูดอะไร จนผมเล่าจบถึงถามว่ารู้สึกยังไงกับพอตเตอร์และเกรนเจอร์  ตอนนี้อยากให้ผมพูดตรงๆ ไม่ต้องเกรงใจพ่ออีกแล้ว  ผมบอกว่ากับรอนผมเฉยๆ แต่กับเฮอร์ไมโอนี่และแฮร์รี่ ผมเริ่มชอบพวกเค้า  มีความรู้สึกที่อบอุ่นมากในใจ  พ่อกับแม่ของผมหัวเราะแล้วบอกว่า ดีแล้วล่ะ เพราะนั่นแปลว่าผมได้จบการศึกษาอย่างถูกต้องตามเจตจำนงค์ของซัลลาซาร์ สลิธีรีน" เดรโกหันมาอย่างสับสน "เมื่อกี้ปู่บอกว่าจะไม่ยอมให้ดัมเบิ้ลดอร์กับซีเรียสจบเพราะพวกเค้าไม่สำเร็จตามเจตจำนงค์ใช่มั้ยฮะ?"

เอรีสหัวเราะ  ทำให้เดรโกประหลาดใจก่อนจะพูดออกมา "ลูเซียสกับนาซีสซา... ไม่ใช่แค่จบออกมาอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ยังสามารถสอนลูกชายให้จบได้ด้วย  แปลว่าสองคนนี้รู้ความประสงค์สงค์สลิธีรีนจริงไม่ใช่แค่บังเอิญทำตามเงื่อนไขได้สินะ"

"หา... หมายความว่าไงฮะ"

"เดรโก  เธอรู้มั้ยว่าแม่ของเธอสนิทกับเพื่อนหญิงคนไหนที่สุดในฮอกวอร์ต" เดรโกส่ายหน้า  เอรีสหัวเราะก่อนจะบอกเบาๆ "ลิลี่ไง" เดรโกตระลึงกับข้อมูลนั่น  แม่เค้าสนิทกับคนที่เรียกได้ว่าเลือดสีโคลนงั้นเหรอ เอรีสยิ้ม "เพราะงั้นลิลี่ถึงรู้เรื่องทุกอย่างของเซเวอรัสไง เพราะนาซิสซาคอยบอกหล่อน นาซีสซาเป็นคนเดียวที่ลิลี่ไว้ใจจะฝากฝังให้ดูแลเซเวอรัสห่างๆ ได้  และในทางเดียวกัน ก็เพราะนาซิสซานั่นแหละ เซเวอรัสถึงได้รู้จอมมารเลือกแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นผู้เท่าเทียม และลูเซียส... ได้เพื่อนในนาทีสุดท้ายก่อนที่จะเรียนจบ ก็คือเซเวอรัส--เพื่อนตาย  นั่นทำให้เค้าเป็นผู้ที่เรียนจบอย่างแท้จริง"

"อะไรคือเจตนาที่แท้จริงของผู้ก่อตั้งฮอกวอร์ตกันแน่ฮะ!?" เดรโกทนไม่ไหวแล้ว

"ไม่รู้เหรอ" เอรีสกระซิบอย่างแผ่วเบา ...เธออาจไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์  อันเป็นหอของผู้กล้าหัวใจสิงห์ ชอบท้าทายเป็นวีรบุรุษยิ่ง นี่คือสิ่งสัญลักษณ์กริฟฟินดอร์   ฮัฟเฟิลพัฟอาจเป็นที่ที่เธอไป บ้านนี้ไว้คนทนไม่ย่อท้อ ยุติธรรมภักดีไม่รีรอ ไม่สอพลอเกี่ยงงานวานก็ทำ หรือเธออาจอยู่บ้านเรเวนครอ บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขำขัน อีกเรียนรู้วิชาเป็นประจำ ที่สำคัญต้องมีความรู้ดี   หรือเธออาจอยู่บ้านสลิธีรีน อันเป็นถิ่นพบมิตรแท้ชีวิตนี้ ฉลาดทำในทุกยุทธวิธี ให้ได้มาในสิ่งที่ใจต้องการ..." วูบหนึ่ง เดรโกจับเนื้อความที่เปลี่ยนแปลงจากที่เคยจำได้ในท่อนเกี่ยวกับสลิธีรีน "เดรโก เธอเห็นใครที่นาทีแรกที่เข้าบ้าน ใครมีคุณสมบัติตรงตามบ้านบ้างล่ะ ถ้าเธอไม่ดื้อดึงขอไปอยู่บ้านอื่นเหมือนที่แฮร์รี่เคยทำ หมวกจะพิจารณาสิ่งที่เธออยากเป็นไม่ใช่สิ่งที่เธอเป็น  และคนที่ถูกยัดเค้าสลิธีรีนล้วนมีความปรารถนาสูงสุดเดียวกัน... คือเพื่อนที่คบแค่ผิวเผินน่ะ พวกเค้าไม่ต้องการ แต่ต้องการใครซักคนที่จะเคียงข้างเราตลอดไปแม้ว่าเราจะเลวแค่ไหน  และเช่นกัน คนที่จะอยู่กริฟฟินดอร์ก็คือคนที่ขาดความกล้าหาญและต้องการเป็นที่หนึ่ง คนที่อยู่เรเวนครอก็อยากเป็นปราชญ์อารมณ์ดี และคนที่อยากอยู่ฮัฟเฟิลพัฟก็คือคนที่ต้องการเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ..."

เอรีสเดินจากไป ทิ้งให้เดรโกยืนตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ  แต่ที่พูดมันก็จริง ลองบัตท่อม เพ็ตติกรูไม่ใช่คนกล้า แต่ก็อยู่กริฟฟินดอร์ รวมทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็ใฝ่ฝันจะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่รึไง? แครบ-กอยไม่ฉลาด แต่พวกเค้าอยากเป็นคนฉลาดที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งเค้าที่ไม่มีเพื่อน พวกเราถึงอยู่สลิธีรีนด้วยกัน









ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น  สเนปกับอัลจับทิศทางไม่ได้เพราะภาพนี้ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีที่มาที่ไป  แต่ว่าที่ชัดเจนคือ  มันเป็นภาพของฮอกวอร์ตที่ไม่ค่อยคุ้นตานัก  แต่ตรงหน้าของเค้าคือโลกิ พริ้นซ์--คุณตาของเค้าเอง  กำลังเกาะอยู่ที่กำแพงด้านหนึ่งและมองไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของปราสาท

"นั่นน่ะเหรอ... เฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟ? เหมือนมานาเกียจริงๆ ด้วย" โลกิพูดอย่างอารมณ์ดี

สเนปมองตามไป และเค้าเห็นฮัฟเฟิลพัฟที่เหมือนยายของเค้าไม่ผิดเพี้ยน! กับกริฟฟินดอร์!? พวกเค้ากำลังคุยกันสนุกสนาน!? ทำไมเรื่องประหลาดมาปรากฏหน้าคุณตาได้!? คุณตากำลังอยู่ในเพนซีฟ!? ไม่น่าใช่  เพราะไม่นานก็มีใครบางคนที่สังเกตเห็นตาและตะโกนบอกคนอื่น ตอนนั้นฮัฟเฟิลพัฟพุ่งออกมาที่หน้าต่างและกันเพื่อนออกไปด้านหลัง  หันไม้กายสิทธิ์มา "เฮ้ย! ซวยแล้ว!?" คุณตาของเค้าตะโกน  และพริบตานั้น  เหมือนพวกเค้าอยู่ในภวังค์ตะลึงมองกันและกันด้วยความรู้สึกที่สเนปไม่อาจจะบรรยายได้

ประทับใจ! หรือว่าหลงรัก!?

และเสียง "เหวอออออ!?!?" ของคุณตาก็ทำให้เค้าได้สติ  เวทมนตร์พุ่งตรงมายังคุณตา  แต่ท่านได้หายไปแล้ว  ภาพต่างๆ เปลี่ยนไป สเนปเห็นตาของตัวเองกำลังคุยกับเพื่อนอีกสามคนที่เค้าเห็นตอนที่เข้ามาในโลกแห่งความทรงจำนี่ครั้งแรกอย่างจริงจังพวกเค้าถกปัญหากันโดยไม่กลัวว่าจะถูกชกหน้ากลับ ทั้ง เจมส์ โอดิน และ อัสลันเทีย นี่ตกลงพวกเค้าเป็นเพื่อนซี้ย่ำปึกกันสินะ แต่ทำไมเด็กกริฟฟินดอร์กับสลิธีรีนรุ่นหลังๆ นี้มันมีแต่เพื่อนซี่ซั่วก็ไม่รู้!? และหลังจากนั้นก็มีอะไรอีกมากมายที่ทำให้สเนปถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยอิจฉา ทำไมคุณตามีเพื่อนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เมื่อเห็นพวกเค้าร่วมแชร์หัวใจด้วยกันและโอบกอดกัน  ขณะที่พอตเตอร์ซะอีก บางทียังทะเลาะกับเกรนเจอร์และวิสลี่ย์อยู่เรื่อย  สเนปเจ็บใจตัวเองที่มัวไร้สาระจนไม่อาจจะรู้ได้ว่าตากับโอดีนปรับความเข้าใจกันตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เค้ากับอัลโวยเรื่องใครตั้งท้อง

"เซวีฮะ ตกลงโอดีนนี่รักโลกิสินะ!" อัลถามแบบใสซื่อ

"หา ว่าไงนะ"

"โอดีนรักโลกิ! ไม่งันเค้าคงไม่ทำแบบนั้น!"

"ไม่รู้สิ ชั้นไม่มีประสบการณ์" สเนปเบือนหน้าหนีแบบเขินๆ เมื่อเห็นโอดีนกอดโลกิที่บาดเจ็บทั้งตัวแนบอก และพูดระบายความทุกข์ของตนอย่างซาบซื้งตรึงใจยิ่งกว่านิยายของเชคเปียร์

"เซวีไม่เคยกอดกับเพื่อนสนิทเหรอฮะ"

"ไม่..."

"แม้แต่นาซีสซากับลูเซียสเหรอ!?" ตอนนั้นสเนปหันมาอย่างตกใจ นี่อัล!? และเด็กชายพูดต่อไป "กรณีลิลี่ผมพอเข้าใจว่าเขิน แต่กับสองคนนั้น"

"พวกเค้าเป็นแฟนกัน  ชั้นจะไปเป็นก้างขวางคอได้ไง  ที่สำคัญ... เธอจำได้เหรอว่าเพื่อนสนิทของเรา..."

"จำได้... แค่ลางๆ" อัลตอบอย่างลำบากใจ

ภาพเปลี่ยนไปอีก คราวนี้ อยู่ๆ เค้าได้ยินเสียงตะโกนของโลกิ "กริฟฟินดอร์นี่นะจะฆ่าเฮก้า! ชั้นไม่เชื่อหรอก!"

"แต่แม่จำเป็นต้องตาย" เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลฟัพตอบ "ไม่มีทางอื่นครับ"

"ชั้นไม่เชื่อหรอก... กริฟฟินดอร์น่ะ!" โลกิยังคงยืนกราน

"นั่นคุณต้องไปดูด้วยตาตัวเอง คุณพริ้นซ์ คุณกล้าพอจะพิสูจน์มั้ยว่าวันนี้ที่ถูกประวัติศาสตร์ระบุว่าฮัฟเฟิลพัฟตาย  แท้จริงเธอตายหรือไม่  และตายเพราะใคร" เค้าเห็นคุณตาลำบากใจมาก  แต่แล้ว กับความเชื่อมั่นในความดีของผู้อื่นที่คุณตามีเสมอ เค้ามองไปที่ฮอกวอร์ตแล้วกลับไปเพื่อดูให้เห็นกับตา เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟยิ้มก่อนจะกระซิบเบาๆ "ผมก็พาคุณมาเพื่อให้คุณได้เห็นนี่แหละ"

"หมอนี่เป็นพ่อพระไม่เปลี่ยนเลยแฮะ" เจมส์หันไปพูดกับอัสลันเทีย

"เพราะงั้น เราถึงเลิกเป็นเพื่อนหมอนี่ไม่ได้ไง  ว่าแต่" หันไปหาโอดิน "เราไม่ตามไปดีเหรอ"

"ไม่ต้องหรอก  ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นไงหมอนั่นจะบอกเราอย่างตรงไปตรงมา" โอดีนขยับแว่น "โลกิน่ะใสซื่อเกินกว่าจะโกหกชาวบ้านเหมือนใครบางคนที่เรารู้จัก" แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็ร้องพร้อมกัน "ไอ้แว่นจันทร์เสี้ยว!!!" ก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ
****************************************************************************************
Dark memories of Dambledor---Severus Snape's past # 2

"เธอบอกว่าจะพาชั้นไปที่บ้านไม่ใช่เหรอ... แล้วที่นี่มันที่ไหน"

เด็กหนุ่มหันขวับไปหาเจ้านาย  ก่อนที่เสียงของใครบางคนจะดังขึ้นขัดจังหวะ "เซเวอรัส" เป็นบาทหลวงคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู "อ้าว  นั่นใคร  แล้วทำไมเธอยังไม่กลับบ้าน"

"หลวงพ่อเอรีส  นี่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ" แล้วหันไปหาดัมเบิลดอร์ "ท่านอาจารย์ใหญ่  นี่คือหลวงพ่อเอรีส  ท่านเป็นเอ่อ... พ่อทูนหัวของผม"

"มัลฟอย?" ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นทันที แต่เอรีสขัด

"เอรีส โพทาเรียสครับศาสตราจารย์  คุณเป็นคนที่สามแล้วที่เข้าใจผิด  คุณเป็นนายจ้างของเซเวอรัสสินะครับ  ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลเซเวอรัสมาตลอด" ดัมเบิลดอร์อึกอักขึ้นมาทันที  ไม่คิดว่าจะเจอเอรีสที่นี่  เอรีสที่หายตัวไปนานแสนนานมาอยู่ในที่แบบนี้เองเหรอ? คนที่ต้องเป็นผู้นำตระกูลมัลฟอยต่อจากอัสลันเทียนี่นะ  ดัมเบิลดอร์นึกได้ว่าคนๆ นี้เป็นพ่อแท้ๆ ของลูเซียสด้วย  นั่นเองที่ทำให้เซเวอรัส สเนปค่อนข้างสนิทกับลูเซียส มัลฟอยใช่มั้ย  แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ "เซเวอรัส นี่ค่ำแล้วนะ ทำไมเธอยังไม่กลับบ้านล่ะ" จากนั้นเดินตรงไปยังเซเวอรัสและยกมือขึ้นจับแก้ม "นี่ฝีมือเค้าอีกแล้วเหรอ"

"ไม่ใช่ครับ  นี่คือ"

"ไม่ต้องมาอ้างคนอื่น  ชั้นรู้ว่าใครทำ"

"หลวงพ่อครับ  ผมมาขออนุญาตค้างที่นี่นะครับ"

"ได้สิ  แต่เธอต้องกลับไปบอกพ่อของเธอก่อน" เค้าพูดพลางเหลือบมองดัมเบิลดอร์  สเนปที่มัวแต่ก้มหน้าหงุดนั้นไม่รู้แต่ดัมเบิลดอร์รู้ชัดว่าอีกฝ่ายเจตนาจะให้เค้าตามเด็กหนุ่มไปที่บ้าน  ทำไม?  มีอะไรที่เค้าต้องรับรู้งั้นเหรอ

"ผมว่าไม่จำเป็นหรอกครับ"

"เซเวอรัส..." มือทั้งสองข้างยกขึ้นจับไหล่บอบบางไว้ "ฟังนะ  ไม่ว่าเธอจะได้ยินอะไรมาขอให้รู้เถอะว่าโทบี้น่ะ มันไม่ได้พูดความจริงหรอก... ก็ตอนที่เธอเกิด  โทบี้มันดีใจจะตาย"

"แต่ว่า  มันดูยากนี่ครับ"

"กลับไปบอกเค้าก่อน  แล้วค่อยมาค้างที่นี่"









บานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนที่หน้าประตู  กับลมหายใจที่สั่นไหวอย่างประหลาด  สเนปตัดสินใจหันกลับแล้วบอกกับดัมเบิลดอร์ "ท่านอาจารย์ใหญ่  ผมขอให้ท่านกลับไปก่อนได้มั้ยครับ"

"ทำไม... มีอะไร?"

แต่คำถามนั้นค้างอยู่กลางอากาศเมื่ออยู่ๆ ถ้วยกาแฟลอยออกมากประตูมากระแทกกับหัวของสเนปและแตกกระจายลงกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเป็นสาย "เซเวอรัส!?" เสียงของดัมเบิลดอร์ดังขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นสเนปล้มลงกับพื้น  เค้ารีบทรุดลงประคองเด็กหนุ่มไว้  ขณะที่เสียงอีกเสียงดังก้องไปหมด

"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วได้เด็กปัญญาอ่อน! มัวไปทำอะไรอยู่จนป่านนี้วะ!" ถ้อยคำนั้นทำให้ดัมเบิลดอร์ที่ปกติไม่กลัวอะไรง่ายถึงกับขนลุกซู่  เค้ามองอย่างตกใจไปยังชายที่ปรากฏหน้าประตู สเนปชักไม้กายสิทธิ์ออกมา "หยุดนะ! ชั้นบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าต่อหน้าชั้นอย่าเอาไม้สั่วๆ ของพ่อมดมาใช้!" และดัมเบิลดอร์แทบไม่เชื่อเมื่อเห็นสเนปเก็บไม้กายสิทธิ์แล้วค่อยๆ เอามือผอมๆ โกยเศษกระถ้วยกาแฟแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะ  ดัมเบิลดอร์มองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกพิศวงระคนเจ็บปวด "แล้วนั่นใคร"

"พ่อครับ" สเนปพูดขึ้นก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะอ้าปาก "นี่คือศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์  เป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮอกวอร์ต  เค้าเป็นคนที่จ้างผม"

"พวกพ่อมดงั้นสิ"

"ครับ... ใช่"

"แล้วมาทำอะไรที่นี่"

"ท่านแค่ผ่านมา... พ่อครับ  ผมจะขออนุญาตออกไปนอนที่โบสถ์" ตอนนั้นเสียงหัวเราะดังก้องราวกับจะเย้ยหยัน

"โบสถ์เหรอ  ไอ้น่าโง่.... คนนอกศาสนาอย่างแกมีสิทธิ์ไปนอนที่โบสถ์เรอะ  เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!!!"

ทันใดนั้น  ดัมเบิลดอร์ตกใจสุดขีด  รีบเคลื่อนไหวทันทีเมื่อโทไบอัส สเนปเอามือจิกหัวลูกชายและกระชากเข้าบ้านโดยไม่สนใจว่าเด็กหนุ่มจะกรีดร้องมากเพียงใด  ดัมเบิลดอร์ถูกผลักลงกับพื้นและสเนปถูกพ่อลาเข้าบ้านไปรวมทั้งปิดประตูปัง  ดัมเบิลดอร์ตื่นจากสภาพช๊อกและพบว่าตอนนี้เค้าเห็นคนมากมายเริ่มมายืนคุยซอกแซก แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยแม้แต่คนเดียว  มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพยุงดัมเบิลดอร์ให้ยืนขึ้นเพราะเห็นว่าเป็นคนแก่ "คุณครับ  ไม่เป็นไรนะครับ  มานี่เถอะ"

"เมื่อกี้... มันอะไรกันนะ" เค้าถามเมื่อถูกพาออกไปจากหน้าบ้านได้ไกลแล้ว

"ไม่มีอะไรมากหรอกครับ... ก็แค่เรื่องเดิมๆ"

"อะไรนะ... เรื่องเดิมๆ หมายถึงเกิดขึ้นประจำเหรอ!? แล้วไม่มีใครทำอะไรรึไง!?" ชายคนนั้นถอนใจ

"โธ่... จะทำอะไรได้ล่ะคุณ  นั่นมันเรื่องของครอบครัวเค้า  คุณก็อย่ายุ่งเรื่องของเค้ามากดีกว่านะ  ถ้าเจ้าหนูนั่นหาการหางานทำได้เมื่อไหร่ก็คงไปจากพ่อซาดิสนั่นเองแหละ  เว้นแต่ว่าเจ้าหนูนั่นมันจะมาโซล่ะนะ"

"มันเกิดขึ้น  มานานแค่ไหนแล้ว"

"ตั้งนานแล้วครับ... เพียงแต่สเนปไม่เคยลงมือตีลูกมาก่อน  จนหลังจากเมียตายนั่นแหละ  มันก็เริ่มตีลูก  ตีเอาตีเอาทุกวัน  ดีนะที่เซเวอรัสเข้าเรียนที่โรงเรียนประจำ  ไม่งั้นคงได้ตายตามแม่ไปแล้ว"

ดัมเบิลดอร์หันกลับไปยังทางที่บ้านของครอบครัวสเนปตั้งอยู่  หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน....






TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #260 micupcake16 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:28
    อ่านตอนสเนปถูกพ่อทำร้ายแล้วปวดใจทุกที
    #260
    0
  2. #171 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 11:51

    ใช่ "ชิน" .. คืออ่านฟิคซาามาเอล นี่ต้องทำใจเรื่องสเนปอ่ะ .. 

    แต่ลึกๆเราก็ยังปวดหัวใจอยู่นะ TT



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2555 / 12:35
    #171
    0
  3. #170 Eve P Berm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 04:52
    บอกได้คำเดียวเลย ...อย่างซึ้ง...
    ซึ้งทั้งความหมายของบ้าน ชัดเจนมากเลย
    ซึ้งทั้ง... ความทรงจำ... เศร้าจริงๆ ฯลฯ

    แอบมีฮา ตอน "แว่นจันทร์เสี้ยว" 55555

    และแล้วการขยายความของความหมายบ้าน
    ก็ยิ่งทำให้เราแน่ใจ มั่นใจและภาคภูมิใจในความเป็นสลิธีริน...

    เป็นกำลังใจ และรอติดตามต่อไปอีกเช่นเคย...

    ป.ล.ไม่อยากจะบอกว่าเศร้า+สงสารสเนป จนตอนนี้...เราชินเสียแล้ว =="


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2555 / 05:08
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 มกราคม 2555 / 05:17
    #170
    0
  4. #169 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 02:58
    โอวววโหววว ประทับใจสลิธิรินม๊ากกก บ้านนี้คงอบอุ่นน่าดู ชอบฟิคพี่มาก พี่สามารถเอาเนื้อเรื่องของป้าโจวมาขุดเจาะลึกได้สุดยอดขนาดนี้ นับถือจริงๆ



    //ดาร์คเมมโมรี่ตอนนี้ถึงกับน้ำตาร่วง ทำมายยยต้องโหดร้ายกับอาจารย์ที่รักของหนูด้วยยย
    #169
    0
  5. #168 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 17:58
     เย้ๆมา  แล้ว

    กรี๊ด ซามมาเอลขา .. ชอบและประทับใจตอนนี้มากๆค่ะ ความหมาของบ้าน ..ตรงและซึ้งกินใจมากคร้าาาาาาาาา

    คิดอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ในบทกลอนของบ้านมากค่ะ

    หลายครั้งที่คำหมายของบ้านถูกละเลย โดยเฉพาะสลิธีริน มันทำให้หนูประทับใจมาก 

    มิตรแท้ มันคืออีกส่วนหนึ่งนี่หนูชอบละรักสลิธีรินค่ะ!!!

    ดาร์คเมโมริส ยังทำน้ำตาร่วงได้เหมือนเดมค่ะ ช๊อคกว่าเก่าอีก..


    รักซามมาเอลนะคะจุ๊บๆ จะคอยเป็นกำลังใจเห็นเช่นเคยนะคะ ..

    สู้ๆ โอ้ววววววววว



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มกราคม 2555 / 18:04
    #168
    0