The last of your expectation

ตอนที่ 14 : ความทรงจำของซิเรียส แบล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 ส.ค. 54

แฮร์รี่  รอน  เดรโกและ แอสโทเรียตื่นขึ้นพร้อมความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อรู้ว่าพวกตนถูกทำให้หลับมายาวนานเพียงไร  เป็นฝีมือของทอม ริดเดิ้ลผู้ซึ่งพาเด็กๆ ไป  ขณะที่พวกเค้าร้อนรนและลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อตามหาบาทหลวงเอริสและสานุศิษย์  พวกเค้าก็พบกับความตึงเครียดบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น  อะไรบางอย่างที่... ตอนนั้นลูเซียสหันมายังพวกเค้าแล้วกวักมือเรียก "มานี่  พวกเธอก็จำเป็นต้องรู้บางอย่าง"

"ทำไม..." แฮร์รี่ถามอย่างงุงง  ก่อนจะพบว่ามีเพนซีฟที่นั่น "ความทรงจำของใคร"

"เธอจะต้องคาดไม่ถึงแน่" นาซิสซาบอก "ขนาดเรายังไม่รู้ว่าจะพบมันที่นี่"

แฮร์รี่ รอน และ เดรโกมองหน้ากัน  ก่อนจะขยับเข้าไปที่อ่างเพนซีฟ  ก้มลงไป  มอง  ความทรงจำของใครกัน?  ทำไมพวกเค้าจำเป็นต้องรู้  ก่อนจะกลั้นใจลงไปในอ่างพร้อมๆ กัน

แฮร์รี่ รอน และ เดรโกพบตัวเองยืนอยู่ที่บ้านกริมโมเพลส  บ้านของซิเรียส  และพวกเค้าเห็นซิเรียส--เด็กผู้ชาย  อายุประมาณเก้าปี  นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ที่มุมมืด  ก่อนจะตัดสินใจออกจากบ้าน  เดินไป  ไม่รู้จุดหมาย  จนไปหยุดที่สระน้ำ  ลูกหมาตัวหนึ่งพยายามเข้ามาดมและเค้ากลับไล่ตีมันอย่างใจร้าย  มันไม่ใช่ภาพที่แฮร์รี่อยากจะเห็น  ราวกับยิ่งย่ำนิสัยเสียที่เค้าเห็นในความทรงจำของสเนป  จนกระทั่ง

"หยุดนะ  นั่นเธอคิดจะทำอะไร" เป็นเสียงเรียบๆ พวกเค้าผู้หญิงคนหนึ่ง  ผอมสูง  ผิวซีด  ผู้หญิงที่คล้ายเวอร์ชั่นผู้หญิงของเอรีส, คล้ายลูเซียส และ คล้ายเดรโก  ผมและดวงตาสีเงิน  ตัดผมสั้นหวีเรียบ  แสกไปข้างๆ  เธอแต่งตัวเหมือนเด็กหนุ่มมักเกิ้ลด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์  รองเท้าผ้าใบ  และมีเสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวใหญ่คลุมไหล่ทั้งสอง  มือบอบบางล้วงในกระเป๋ากางเกง  เธอแสดงออกชัดว่าไม่ชอบสิ่งที่ซิเรียสกำลังกระทำ "เอานิสัยแบบนี้มาจากไหน  รังแกสัตว์เล็กๆ ที่อ่อนแอกว่าได้ยังไง"

"แล้วทีฆ่าสัตว์เป็นอาหารทำไมไม่เห็นสงสาร! แล้วหมาตัวนี้กับเป็ดไก่ที่กินทุกวันต่างกันตรงไหน!?" เด็กชายย้อนกลับ  ทำให้แฮร์รี่อึ้งเหมือนกัน  เค้าไม่เคยคิดเกี่ยวกับมันมาก่อน  และผู้หญิงก็ยิ้ม

"พูดได้ดีนี่  พูดเหมือนซัลลาซา  สลิธีรีนไม่มีผิด"

"แหงสิ! ผมเป็นคนตระกูลแบล็ก! ยังไงก็หนีไม่พ้นบ้านสลิธีรีนอยู่แล้ว!"

"เอ... เธอนี่มองโลกในแง่ร้ายจัง  เป็นสลิธีรีนมันไม่ดีตรงไหนล่ะ?"

"ไม่มีใครชอบพวกสลิธีรีนหรอก  ยกเว้นสลิธีรีนด้วยกัน" ซิเรียสเช็ดน้ำตา "คุณเองก็เหมือนกันนี่"

"เห... แต่ชั้นชอบสลิธีรีนนะ  ทั้งที่ชั้นไม่ได้อยู่สลิธีรีน" หญิงสาวนั่งลงข้างๆ เด็กชายที่ยังยืนอยู่ "แล้วมันก็ไม่สำคัญนี่ว่าเธอจะเกิดมาเป็นอะไร  สำคัญคือเธอเลือกเป็นอะไรต่างหาก" คำพูดนั้นทำให้แฮร์รีหวนนึกถึงดัมเบิ้ลดอร์  เพราะมันคือสิ่งที่ดัมเบิ้ลดอร์พูดกับเค้ามาตลอด "และการที่เธอเกิดมาในตระกูลที่สังกัดสลิธีรีนก็ไม่จำเป็นเป็นที่จะต้องสังกัดสลิธีรีน  เด็กน้อย  เธอสามารถขอไปอยู่บ้านอื่นได้ถ้าเธอต้องการ"

"จริงเหรอฮะ! ที่คุณพูดน่ะ!" ซิเรียสทรุดลงข้างหญิงสาวอย่างตกใจ "เราเลือกได้เหรอฮะ!"

"ชั้น 'ใส่' มันลงไปน่ะ"

"แล้วคุณ..."

"อาเทน่า  มัลฟอย"

"มัลฟอย! นี่เป็นตระกูลบ้านสลิธีรีนอีกตระกูลเชียวนะ! แต่คุณบอกว่าคุณ!?"

"ชั้นสังกัดบ้านกริฟฟินดอร์" เธอยิ้มอย่างนุ่มนวล

ตัดมาอีกที  พวกเค้าอยู่ด้วยกันที่สนามเด็กเล่น  นั่งคู่กันบนชิงช้า  และซิเรียสเริ่มพูดสิ่งต่างๆ อย่างเปิดอก "ผมชอบเธอคนนั้นมาก  แต่พอเธอรู้ว่าผมนามสกุลแบล็กเธอก็ไม่ยุ่งกับผมอีก  ทั้งที่เรารู้จักกันตั้งแปดปี(ตอนนั้นรอนกับแฮร์รี่มองหน้ากัน  แปลว่าเธอของซิเรียสรู้จักกับซิเรียสตั้งแต่ซิเรียสได้ขวบเดียวสินะ)... เธอเกลียดสลิธีรีน  กริฟฟินดอร์เกลียดสลิธีรีนทุกคนเลย  พึ่งมีคุณนั่นแหละที่บอกว่าไม่อคติเด็กสลิธีรีน" ท่าทางเค้าแจ่มใสมากก่อนจะขุ่นอีกรอบ "จริงๆ เธอไม่ได้เกลียดสลิธีรีนหรอก  แต่มันเป็นมรดกอคติต่างหาก! พ่อแม่ของเธอเป็นกริฟฟินดอร์  และลูกก็กริฟฟินดอร์ด้วย! แล้วก็สอนลูกอย่างยุ่งกับพวกสลิธีรีน! เราจะไม่มีวันเป็นมิตรหรือข้องแวะกับพวกนั้น! นี่แหละอคติล่ะ!"

คำพูดนี้เหมือนด่าพวกแฮร์รี่ทางอ้อม  เพราะตอนปีหน้าหมวกคัดสรรค์ก็ร้องเพลงเป็นเชิงให้ฮอกวอร์ตสามัคคีกัน  แต่พวกเค้าก็คิดและพูดออกมานะตอนนั้นว่าไม่มีวันที่จะร่วมกับสลิธีรีนได้จนถูกเฮอร์ไมโอนี่เอ็ดเข้าให้  แล้วบทสนทนาถัดมาก็ทำให้พวกแฮร์รี่หงายท้องตามๆ กัน

"เธอชอบเด็กสาวคนนั้นมากสินะ  เค้าเป็นแบบไหนเหรอ"

"อันที่จริงเธอแก่กว่าผมหกปี!" ซิเรียสยิ้มเขิน  เดรโกเกาแก้มตัวเอง--ไม่สนใจรอนและแฮร์รี่ที่กองกับพื้น  แปลว่าที่ซิเรียสแต่งกับอาเทน่าในเวลาต่อมาไม่ได้แปลกมากมายอะไร  เพราะจริงๆ แล้วซิเรียสมีรสนิยมชอบผู้หญิงอายุมากกว่าและอาจจะระดับลายครามด้วยซ้ำ  ยิ่งตอนนี้อายุเจ้าหล่อนก็แทบจะเป็นโบราณวัตถุเข้าไปทุกทีเพราะเกือบร้อยแล้ว "ทีแรกคิดว่าต้องเป็นเนื้อคู่แน่ๆ แล้วเชียว"

"แล้วตอนนี้ไม่ใช่เหรอ?"

"เอ่อ.." ซิเรียสมองอาเทน่าอย่างใช้ความคิด  ก่อนจะเขินสุดขีดแล้วบอก "ผมว่าผมเจอคนที่ใช้แล้ว"

แฮร์รี่ รอน และเดรโกมองหน้ากัน  นี่พวกเค้ามาทำหอกอะไรที่นี่!? เพื่อมาดูซิเรียสปีนเกลียวเหรอ!? แล้วซิเรียสก็ชั่งหน้าทนอะไรแบบนี้! พูดออกมาโต้งๆ ได้ยังไง! แล้วยังไม่นับเรื่องความแก่แดดที่อายุไม่ถึงสิบขวบแล้วดันอยากมีแฟนอายุคราวแม่!

ตัดมาอีกที เค้าเห็นซิเรียส  น้ำตานองหน้า  เค้าเห็นคนตระกูลแบล็กที่แสดงตัวเป็นปรปักต่อเค้าและแขกของเค้า--อาเทน่า  หนึ่งในนั้นคือเบลาทริกซ์  นั่งที่โซฟา  แต่--บางสิ่งที่แฮร์รี่ไม่เคยเห็นและไม่เชื่อว่าจะเห็น--เอลฝ์ประจำบ้านตัวน้อยๆ เธออุ้มมันนั่งตักและรูปหัวอย่างเอ็นดู  บางสิ่งขึ้นมาในหัว  คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่! 'จากวิธีที่ครีเซอร์พูดถึงเบลาทริกซ์และนาซิสซา  พวกหล่อนต้องน่ารักกับเค้าแน่ๆ!' แฮร์รี่เคยเห็นแม่มดที่เมตตาเอลฝ์ประจำบ้านมามากมาย  แต่ไม่เคยเห็นว่าใครจะอ่อนโยนเหมือนที่เบลาทริกซ์เป็น  แต่เค้าก็ถูกเรียกความสนใจโดนซิเรียสที่วิ่งออกจากบ้านและอาเทน่าที่ถอนใจก่อนจะตามออกไป

"ซิเรียส..."

"นี่แหละบ้านของผม  พวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์  ภาคภูมิใจไร้สาระกับคำว่าสลิธีรีน  แล้วก็รังเกียจคุณที่ผ่าเหล่า  มัลฟอยที่เรียนเข้าบ้านกริฟฟินดอร์  แต่งตัวแบบมักเกิ้ล  แล้วก็เหยียดหยามคนที่ต่างจากตัวเอง... ผมเกลียดที่นี่  เกลียดบ้านหลังนี้!"

"ซิเรียส... เธอหลงประเด็นแล้ว  แอนโดรมีด้าก็เป็นสลิธีรีนแต่ก็มีความเมตตาต่อมักเกิ้ลได้  เธอแค่สงสารที่แอนโดรมิด้าชอบมักเกิ้ล  ก็เลยพลอยอคติกับครอบครัวที่ห้าม  ครอบครัวของเธอไม่เข้าใจเหมือนที่เราเข้าใจก็เลยไม่พอใจที่ชั้นช่วยขออนุญาตเรื่องที่แอนโดรมิด้าจะชอบมักเกิ้ลก็เท่านั้น  มันไม่ได้ทำให้บ้านนี้น่ารังเกียจหรอก  มีกริฟฟินดอร์  เรเวนคลอ และ ฮัฟเฟิลพัฟมากมายที่เห็นมักเกิ้ลเป็นสวะ  เกือบทั้งหมดไม่เคยเห็นใจว่าเอลฝ์ประจำบ้านแล้วทำราวกับมันไม่รู้สึกอะไร(คำพูดนี้ทำให้รอนกระอักกระอวน  เพราะเค้าก็เป็นแบบนั้น)  แต่ดูวิธีที่เบลาทริกซ์ปฏิบัติกับสิ่งที่เรียกว่าทาสสิ  แปลว่าลึกๆ แล้วเธออ่อนโยนแม้ว่าจะคลั่งเลือดบริสุทธิ์  จริงอยู่ว่าสังคมอาจจะหลอมเราเป็นอะไรก็ได้  แต่เนื้อแท้ของนั้นมันสังเกตง่าย  การที่เราจะรู้ว่าสันดานของคนๆ นั้นเป็นยังไงมันต้องดูวิธีที่เค้าปฏิบัติกับคนที่ต่ำต้อยกว่า  ไม่ใช่คนที่เท่าเทียมกัน" อาเทน่าหยุดก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "ความจริงเบล่าอาจจะไม่เคยสนใจเรื่องเลือดบริสุทธิ์เลยก็ได้  เธอแค่รักผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งที่สุดท้ายแล้วเธอก็คงยอมเลวเพื่อให้เค้ารักเธอบ้าง  เข้าใจรึยังว่าคนเราใช่จะเลวร้ายไปทุกอย่าง"

"คุณนี่ดีจังนะฮะ  สามารถออกจากขอบเขตของครอบครัวได้  ทั้งๆ ที่เป็นคนตระกูลมัลฟอยที่คลั่งไปกับเลือดบริสุทธิ์" อีกครั้งที่ซิเรียสเริ่มร้องไห้ "ผมไม่อยากไปเรียนที่ฮอกวอร์ตเลย! แค่คิดว่าจะไม่ได้เจออาเทน่าอีกก็แทบบ้าแล้ว!"

อาเทน่าคุกเข่าลงแล้วก็จูบที่หน้าผากของซิเรียส "เธอสามารถเขียนจดหมายมาหาชั้นได้  นกฮูกจะหาชั้นเจอ  แล้วชั้นสัญญาว่าชั้นจะไม่เบื่อที่จะเขียนจดหมายหาเธอทุกอาทิตย์  สำหรับฮอกวอร์ต  ถ้าการได้เข้าบ้านสลิธีรีนเป็นเรื่องที่เธอเป็นกังวลเพียงเพราะแค่เธอไม่อยากจะเป็นทุกคนในครอบครัวแบล็กที่เธอเกลียด  และไม่อยากถูกเพื่อนสลิธีรีนลอยแพเหมือนที่พวกนั้นทำกับแอนโดรมิด้า  เธอสามารถบอกหมวกคัดสรรได้ว่าเธออยากไปที่ไหน  หรือถ้าเธอมีหัวใจที่เต็มเปรี่ยมที่จะไปอยู่บ้านไหนเป็นพิเศษ  หมวกคัดสรรจะส่งเธอไปตามที่เธอต้องการ"

"ถ้างั้น! ผมไปอยู่กริฟฟินดอร์เหมือนอาเทน่าได้มั้ยฮะ!"

"ได้สิ  ถ้าเธอต้องการ"

แล้วภาพต่างๆ ก็เปลี่ยนไป  ตอนนี้พวกเค้าเผชิญหน้ากับซิเรียส-สิบสามหรือสิบสี่ปี-กริฟฟินดอร์  คุกเข่าอยู่บนพื้นเบื้องหน้าคืออาเทน่า มัลฟอยที่นั่งอยู่บนโขดหินแต่งกายแบบแม่มด  เธอแทบไม่เปลี่ยนไปจากวันที่พบซิเรียสครั้งแรก  และเค้าดึงเสื้อคลุมของเธอมาจูบ "ผมรักอาเทน่าครับ  ผมรู้ว่าในสายตาของอาเทน่า  ผมอาจจะยังเด็กเกินไป  แต่ผมสัญญาว่าผมจะไม่เปลี่ยนใจ! ผมสัญญาว่าผมจะมีคุณคนเดียว! และจะไม่มีวันที่จะรักใครเหมือนที่รักคุณ! แม้ตอนนี้ผมจะเป็นเพียงเด็ก  แต่วันหนึ่งผมจะโตขึ้น! ผมจะรีบโตให้ทันคุณ  แล้วผมจะเป็นคนปกป้องคุณเอง!"

"เวลาเปลี่ยนคนได้... ซิเรียส... เธอแน่ใจเหรอว่าเธอจะไม่เปลี่ยนใจจากชั้น"

"ผมไม่เปลี่ยนใจแน่นอน  ผมจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก  แล้วอาเทน่าก็อย่าเปลี่ยนใจไปจากผมก็แล้วกัน!"

สิ้นคำ  รีมัส ลูปิน  เจมส พอตเตอร์ แล้วก็ปีเตอร์  เพ็ตติกรูก็โผล่มาจากพุ่มไม้พร้อมกับเป่าปากวีดวิ่วแล้วยังมีพวงมาลัยและมงกุฎดอกไม้ติดมือมาคนละอันสองอันแถมทำเสียงล้อเลียนเหมือนทั้งคู่อยู่ในงานมงคลสมรส  เจมส์แอบล้อซิเรียสว่าชอบผู้หญิงประเภทกล้วยหอม(ต้องแก่ก่อนถึงจะกินได้)แต่ซิเรียสก็ไม่ว่าอะไร  จากนั้นทั้งแฮร์รี่  รอน และ เดรโกก็ได้เห็นงานแต่งงานของซิเรียสกับอาเทน่า  แบบมักเกิ้ล ซิเรียสสิบแปดส่วนอาเทน่ามากกว่าสี่สิบ  แต่อาเทน่าก็ยังสวยและดูสาวเกินกว่าจะเชื่อว่าอายุสี่สิบกว่าแล้ว  วันนั้นเป็นวันที่ซิเรียสและอาเทน่าน่าจะมีความสุขที่สุดในโลก! แฮร์รี่และรอนสาบานได้ว่าพวกเค้าเคยเห็นซิเรียสยิ้ม! แต่ไม่มีครั้งไหนที่รอยยิ้มจะแจ่มใสเท่าครั้งนี้! แม้แต่เวลาอยู่กับเจมส์ที่เป็นเพื่อนที่รักที่สุด! แฮร์รี่เริ่มสงสัยเกี่ยวกับผู้พิทักษ์ของซิเรียส! จะว่าไปแล้วเค้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน!

แฮร์รี่เริ่มไม่แน่ใจว่าอาเทน่าคือศัตรูที่ร้ายกาจจริงหรือ? เมื่อเธอคือผู้ที่เปลี่ยนชีวิตของซิเรียสอย่างยิ่งใหญ่! ทั้งความคิดที่ว่า "ถ้าเราอยากรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นอย่างไรให้ดูวิธีที่เค้าปฏิบัติกับคนที่ต่ำต้อยกว่า" และ "คนเราใช่ว่าจะเลวไปซะทุกอย่าง" ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่อาเทน่าสอน!  อาเทน่านี่เองที่ทำให้ซิเรียสได้มาอยู่กริฟฟินดอร์  และถ้าไม่มีอาเทน่าแต่แรก  ซิเรียสคงเป็นสลิธีรีน และอาจจะเป็นผู้เสพความตายด้วยซ้ำ  บางทีผู้พิทักษ์ที่แฮร์รี่ไม่เคยเห็นซิเรียสอาจจะสร้างมันขึ้นมาจากความรู้สึกต่ออาเทน่าก็ได้!?

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปสู่บรรยากาศที่มืดครึ้ม  แฮร์รี่ รอน และ เดรโกตกใจสุดขีดเมื่อได้เป็นพยานการสังหารโหดที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนในโลก  อาเทน่า--ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์  นั่งมองดูการสังหารโหดของชายผู้หนึ่งที่มีท่าทางเหมือนผู้หญิง  ตาสีเขียวสวยและผมสีทองกระจ่างหยิกเหมือนคลื่น  เปลือยเปล่าและขย่มตัวบนร่างชายคนหนึ่งที่ถูกปลดออกแค่อวัยวะเพศ เค้าจูบเหยื่อที่นอนอยู่ท่ามกลางศพมากมายที่น่าสยดสยองก่อนจะได้ยินเสียงกรีดร้องเมื่อคนผมทองกระชากตัวเองขึ้นจากเหยื่อโดยมีลิ้นที่ขาดออกมาด้วยกัน! รอนถึงกับทนไม่ไหวอ้วกออกมา  ขณะที่เดรโกเข่าอ่อนทรุดลง  หน้าซีดกว่าเดิม  จากนั้นร่างๆ นั้นก็ถูกชำแหละและตายอย่างช้าๆ และทรมาน  แฮร์รี่ถอยหลังอย่างไม่อยากเชื่อ  ก่อนจะตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าซิเรียสอยู่ที่นี่  ข้างกำแพง  กำลังเป็นพยายานการสังหารโหดยี่สิบศพโดยไม่มีใครรู้เห็นด้วยแม้แต่คนเดียว!

เค้าทั้งหวาดกลัวและร่ำไห้  แต่ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาแม้แต่น้อย  และในที่สุดเสียงแหลมสูงเหมือนกระเทยก็ดังขึ้นจากปากชายผมทองที่ยืดขึ้นเต็มตัว "จอมมารนี่โง่จริงๆ คิดว่าผู้เสพความตายชั้นสวะนี่จะทำอะไรเราที่เป็นจตุราชาแห่งเหล่าผู้เสพความตายทั้งหมดได้หรือไง" ผู้หญิงอีกคนที่ยืนข้างๆ อาเทน่าที่นั่งอยู่พูดขึ้น  เธอมีผมและตาสีน้ำตาลคล้ายเฮอร์ไมโอนี่

"เค้าคงระแวงอาเทน่าเต็มแก่แล้ว  เพราะระดับพลังที่ใกล้เคียงกันจนรู้สึกได้  ยังไม่นับความจริงที่ว่าถ้าอาเทน่ากลับเป็นเหมือนเดิมเธอจะมีพลังเท่ากับก๊อดริก  กริฟฟินดอร์สมัยที่ยังรุ่งโรจน์ด้วยซ้ำ... แต่ก็ดีเหมือนกัน  เราก็ทำๆ เป็นหายตัวไปซะเลย  เพราะยังไงซะเป้มหมายของจอมมารก็ไม่เหมือนกับเรา... แต่กระนั้นชั้นก็คิดว่านายทำเกินไปอยู่ดี"

"ไม่หรอก" เฟรย์  เมอร์กันก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน "ชั้นว่าพวกมันสมควรตายด้วยซ้ำไป  ถ้าเธอจะจำได้ว่าพวกมันสนุกกับการฆ่าคนแค่ไหน  สมชื่อผู้เสพความตายนั่นแหละ" ผู้หญิงผมสีน้ำตาลหัวเราะ

"เฟรย์  เราก็เป็นผู้เสพความตายนะ!"

"ใช่ แต่ไม่เหมือนพวกนั้นหรอก  เพราะเราเป็นผู้เสพความตายที่แม้แต่จอมมารยังไม่กล้าใช้!"

เสียงหัวเราะของจตุราชาประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน   แฮร์รี่เห็นซิเรียสค่อยหลบออกไปเงียบๆ และวูบหนึ่ง เดรโกมั่นใจว่าจตุราชารู้  แต่ไม่มีใครทำอะไรเพราะเป็นสามีของหัวหน้าจตุราชาอย่างอาเทน่า  จากสายตาที่พวกเค้าเลือบมาวูบหนึ่ง  ตัดมาอีกที  ทั้งสามได้เป็นพยายานเพิ่มว่าซิเรียสเลือกที่จะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยอมที่จะรับคำขอของอาเทน่าที่อยากจะไปใช้ชีวิตในโลกมักเกิ้ล  ดูมีความสุขดีเหมือนเดิมยกเว้นแค่เวลาที่ซิเรียสอยู่ตามลำพังเท่านั้นที่เห็นชัดว่าซิเรียสทรมานและสับสนเพียงไร  แล้วอาเทน่าก็คลอดลูก... แฮร์รี่เห็นน้ำตาแห่งความสุขของคนที่ได้เป็นพ่อ  ก่อนจะหล่นวูบเมื่อเห็นความกังวลในเวลาต่อมา  ซิเรียสน่าสงสาร! และในที่สุด  เค้าก็ได้เป็นพยายานในการตัดสินใจที่ร้ายกาจที่สุดของซิเรียส

ซิเรียสจับลูกชายของตัวเองกดน้ำ!

เสียงกรีดร้องดังก้องเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บ  ขณะที่น้ำตานองหน้า! วินาทีที่พวกเค้าเชื่อว่าเด็กอาจจะไม่รอดลูปินได้เข้ามา  แล้วพวกเค้าก็ชกกัน  ลูปินประกาศว่าถ้าอาเทน่าเป็นผู้เสพความตายเค้าก็ยินดีเป็นพวกผู้เสพความตายเพื่อปกป้องลูกเมียของซิเรียส!  จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอีก  เป็นกริมโมเพลส... ซิเรียสที่แฮร์รี่มั่นใจว่าเป็นช่วงเวลาที่แฮร์รี่อายุสิบห้า  เค้าร้องไห้แล้วคุกเข่าแทบเท้าของอาเทน่า   กอดเอวของอาเทน่าแน่นเค้าเมามาก  แต่เพราะเมาเค้าจึงเปิดเผยกว่าปกติ.... ในบ้านกริมโมเพลสที่ไม่มีใครนอกจากเค้ากับเธอ  เค้าแสดงออกว่ารักเธอและยังรักเธอที่สุดในโลก  รักมากกว่าเจมส์และแฮร์รี่ เค้าพูดทุกอย่างที่เค้ารู้สึก  ความคับข้องใจและความรัก  สารภาพทุกอย่าง  และยังบอกด้วยว่าเค้าไม่กล้าเสกผู้พิทักษ์ต่อหน้าใครเพราะกลัวทุกคนจะจับได้ว่าเค้ายังรักเธอ  เค้าไม่สามารถเสกผู้พิทักษ์ใดๆ ได้นอกจากผู้พิทักษ์ที่เหมือนกับเธอ--สิงโตตัวเมีย--ขุนพลหญิงแห่งหอกริฟฟินดอร์  และทุกคนมั่นใจว่าเธอก็ยังรักเค้า  เธอก้มลงจูบเค้าแล้วแสงสีขาวจ้าก็แผ่ออกมา  จากนั้นรอบๆ เอียงหงาย  แฮร์รี่ รอน และเดรโกกลับออกมาจากเพนซิฟ  พวกเค้ากลับจากความทรงจำของซิเรียส  สู่โลกแห่งความจริง

"เบลาทริกซ์ไม่ได้ฆ่าซิเรียส แบล็ก" ลูเซียสพูดเมื่อพวกเค้ากลับออกมา "อาเทน่าไปถึงก่อนที่ซิเรียสจะถูกคำสาปพิฆาตของเบลาทริกซ์  ร่างของเค้าคงอยู่ที่ไหนซักแห่งแต่วิญญานและจิตใจของเค้าได้ออกไป  เรารู้แล้วว่าทำไมไม่มีศพเค้าให้ฝัง  อาเทน่าเอามันไป และในวันพระจันทร์เต็มดวง  ซิเรียสอาจจะได้กลับมาด้วยเช่นกัน"





TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #243 micupcake16 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:46
    ยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น
    #243
    0
  2. #109 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2554 / 23:43

    VVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVVV 

    แต่คงจะต่างตรงที่ว่า .. ซีเรียจนิสัยมันปฏิบัติออกมาจะก้าวร้าวเถื่อนๆหน่อย..

    #109
    0
  3. #108 Eve P Berm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2554 / 00:47
    น่านไง ซีเรียส ไม่ตายยังไม่พอ ยังจะกลับมาอีก

    แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอ ^^


    จะว่าไป ชีวิตของซีเรียส ก็แลดูจะคล้ายๆ สเนป เหมือนกันแฮะ

    ตอนนี้ยิ่งทำให้รู้ว่า "กระเทยวิตถารนั่น" หรือ ไลชา แกโหดมาก สู้ดดดยอดเลยอ่ะ ชอบๆ =="

    มาต่ออีกไวๆน่า อยากรู้ต่อแล้วอ่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 สิงหาคม 2554 / 00:48
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 31 สิงหาคม 2554 / 00:51
    #108
    0