The last of your expectation

ตอนที่ 13 : ความจริงที่ดำมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ส.ค. 54

เซเวอรัสมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นแล้วถามเธอ "อาเทน่า  ผมไม่เข้าใจ  เมอร์กันบอกว่าถ้าผมความทรงจำกลับมาผมจะต้องกลับไปเป็นคนเดียวกับศาสตราจารย์สเนป  แล้วทำไมคุณยังพยายามจะให้ผมได้ความทรงจำของศาสตราจารย์สเนปคืนในเมื่อต้องการวิญญานของผมสำหรับการบวงสรวง"

"ชั้นต้องการให้ความทรงจำของเธอกลับมา  แต่ไม่ได้แปลว่าจะคืนวิญญานให้เซเวอรัส สเนปคนนั้นหรอกนะ  เพียงแต่ถ้าความทรงจำของเธอกลับมาจะเป็นการวัดทันทีว่าเธอมีคุณค่าทางวิญญานพอหรือไม่  แล้วชั้นจะทำตามที่เธอขอหรือไม่มันขึ้นอยู่กับชั้น  มานี่สิ"

เซเวอรัสไม่มีทางเลือก  เค้าเดิมตามอาเทน่าไป  เพราะถ้าขัดขืนมากเกินไปมันย่อมไม่เป็นผลดีใดๆ ทั้งนั้น  และเมื่อถึงที่หมาย  ห้องที่ว่างเปล่าห้องหนึ่ง  เค้าก็พบ  ผู้หญิงสองคนกับเด็กสองคนนอนอยู่ด้วยกัน  และโดยที่แทบจะไม่ต้องเตือนอะไร  เค้าถลาเข้าไปหาทันทีก่อนจะหันมาถาม "คุณนายวิสลี่ย์กับคุณนายพอตเตอร์นี่! แล้วก็ลูกของพวกเธอ! ทำไมพวกเธอมาอยู่ที่นี่!"

"เอมิเรียเป็นคนพามา  ไม่ดีเหรอ  พวกเค้าไม่บาดเจ็บหรอก  และเราจะไม่ทำอะไรเค้าด้วย  สัญญา"

"แล้วทำไม?"

"แค่ทำให้สลบด้วยคาถา... อยู่กับพวกหล่อนเถอะ  เธอจะได้ไม่เหงา" อาเทน่าพูดอย่างอ่อนโยน "ชั้นไปล่ะ"

สิ้นคำเธอยิงลำแสงจากไม้กายสิทธิ์แล้วทั้งสี่ก็ฟื้นขึ้นมา  แต่ไม่ทันเห็นอาเทน่าที่ออกไป  เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกตัวเป็นคนแรก  ตามมาด้วยจินนี่  ฮิวโก้ และ ลิลี่  จากนั้นพวกเค้ามองไปรอบๆ อย่างตกใจก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเซเวอรัส

"บราเทอร์! คุณปลอดภัยเหรอ!" เฮอร์ไมโอนี่อุทาน "แล้วทำไมเราอยู่ที่นี่! พวกเราอยู่ในห้องนอนนี่!"

"เอมิเรียเป็นคนพาพวกคุณมา" เซเวอรัสกระซิบ

"เอมิ?" จินนี่งง  มองไปรอบๆ

"ผู้เสพความตายสีน้ำเงิน"

จินนี่รู้เรื่องนี้จากเฮอร์ไมโอนี่แล้ว  แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้กับการถูกพาตัวมาโดยไม่ทันรู้สึกตัว  เซเวอรัสพูดอะไรไม่ออกเค้าหลบตาของผู้หญิงทั้งสองเพียงเพื่อจะไปพบว่าจินนี้กำลังมองเค้าตาไม่กระพริบ  ก่อนจะหน้าแดงจัดแล้วรีบคลอนออกไปนั่งอยู่มุมห้อง

เหมือนกำลังขืนอะไรซักอย่าง...!?

เซเวอรัสหันไปหาฮิวโก้  ก่อนจะยิ้มออกมา "ฮิวโก้ วิสลี่ย์สินะ  หิวมั้ย?"

"อ่า..." เด็กชายไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไรดี เมื่อมองใกล้ๆ อีกฝ่ายหน้าตาดีกว่าที่คิด! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลิลี่เอาแต่พูดถึงหลวงพี่สเนปทั้งๆ ที่พึ่งพบกันเพียงครั้งเดียว

"เราอยู่ที่ไหน?!" เฮอร์ไมโอนี่มองไปรอบๆ ก่อนที่จินนี่ที่เริ่มเหงื่อตกพลักๆ จะครางออกมา

"เฮอร์ไมโอนี่! ชั้นรู้จักที่นี่!"

"รู้จัก?"

"ชั้นเคยมา! สมัยที่ชั้นเป็นเด็ก! สมุดบันทึกของโวลเดอร์มอร์นำชั้นมา!"

"หมายถึง ที่อยู่ของบาซิลิส!" เฮอร์ไมโอนี่ตกใจ ก่อนจะหันไปหา "เซเวอรัส!"

"ลึกลงไปกว่านี้อีกหน่อย... คือรากของเสาค้ำฮอกวอร์ต..." เซเวอรัสส่ายหน้า "มันน่ากลัวมาก!"

"โอ... เมอร์กันพาเธอมาที่นี่  เค้าทำอะไรเธอรึเปล่า" เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างอ่อนโยน  เซเวอรัสส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้น

"สมัยก่อนผมเป็นคนแบบไหน"

"เอ๊ะ?!"

"ผม... หมายถึงศาสตราจารย์สเนปเป็นคนแบบไหน"

เฮอร์ไมโอนี่อึ้ง  เธอไม่รู้ว่าพวกมันพูดกับเด็กคนนี้ยังไง  แต่ว่าสำหรับเธอ  คนๆ นี้ไม่ใช่ศาสตราจารย์สเนปที่น่ารังเกียจอีกต่อไปแล้ว  และความจริงศาสตราจารย์สเนปก็ไม่ใช่คนน่ารังเกียจ  แม้ว่าเค้าออกจะ--

แต่ว่า...!

"อ้าวๆๆ คิดจะคุยกันไปอีกนายมั้ย!?" เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นและทุกคนหันไป  เฮอร์ไมโอนี่แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น  คือคู่ชายหญิงที่เหมือนกันมาก  และทั้งคู่เหมือนซิเรียส แบล็ก! "กินอะไรก่อน  เพราะเวลาแห่งความสนุกกำลังจะมาถึงอยู่แล้ว  อีกแค่วันเดียวจะเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง  แล้วพวกยมทูตก็จะออกมาเพ่นพ่าน  ถ้าไม่กินซะจะไม่มีแรงต่อกรนะ!" ชายหนุ่มยื่นถาดอาหารส่งให้นักโทษ  แต่เฮอร์ไมโอนี่ปัดออก

"เอาออกไปนะ  พวกนายเป็นใคร! กล้าดียังไงมาขังพวกเรา!?"

แต่จินนี้ยังอุส่าห์สังเกตเห็น... ว่าของทั้งหมดไม่ได้ตกพื้น  พวกมันลอยคว้างกลางอากาศ  ก่อนจะคืนสู่สภาพเดิม  กลับมาสู่มือของเค้า  ชายหนุ่มที่หน้าเหมือนซิเรียสราวกับโขกออกจากแม่พิมพ์เดียวกันบอก "ก็ไม่มีอะไรมาก... อยากให้เธอช่วย  เธอน่าจะหาทางให้สเนปกลับเป็นปกติอยู่ไม่ใช่เหรอ?"

"เราทำ... แต่ทำไมนายต้องการเหมือนเรา"

"ช่วงแรกเราต้องการเหมือนกัน  ปลายทางแตกต่าง  เพราะงั้น  เราช่วยกันในตอนแรกแล้วค่อยฆ่ากันทีหลังก็ได้มั้ง" ผู้หญิงเป็นคนพูดแทรกขึ้นมา  วางถาดหน้าเซเวอรัส

"พวกนายเป็นลูกของซิเรียสสินะ..." เฮอร์ไมโอนี่นึกออก "อะพอลโล่ กับ อาร์เทมีส  ใช่มั้ย"

"เห... เธอรู้จักพ่อชั้นด้วย  ยอดเลย" อะพอลโล่นั่งลง "เค้าล่วงเกินเธอสินะ"

"หุบปาก!  นายพูดถึงพ่อนายแบบนั้นได้ยังไง!" เฮอร์ไมโอนี่ฉุนขาด

"พูดอย่างงี้แสดงว่าเธอก็เป็นคนของตาแก่สองประตู(ดับเบิ้ลดอร์) เข้าใจล่ะ" อาร์เทมีสถอนใจ  ขณะทีเซเวอรัสกับจินนี่มองหน้ากัน  โห.. ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้หน้าสิ่วหน้าขวางก็คงได้ฮาหัวทิ้มกันทีเดียว  เพราะดัมเบิลดอร์ถูกเปลี่ยนนามสกุลเป็นดับเบิ้ลดอร์(สองประตู)โดยลูกสาวของซิเรียส--ลูกสาวของหนึ่งในสมาชิกแก๊งตัวกวนที่ได้ชื่อว่าแสบที่สุดในสมัยนั้น  อาร์เทมีสก็เหมือนกับแม่ของเธอ  ท่าทางเหมือนผู้ชาย--โดยธรรมชาติ  ไม่ใช่การพยายามทำตัวเป็นทอมบอย  แต่กิริยาของผู้ชายปรากฏในทุกท่วงท่าของเธอ  แม้แต่ในยามจับคางก็ดูราวกับเด็กหนุ่มยามลำพองใจ "ความจริง  เราก็อยากจะเจอพ่อเหมือนกันนะ  มีคำถามมากมายที่จะถามกับเค้า"

"ถามอะไร..." เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกแปลกๆ ราวกับกำลังจะเผชิญหน้ากับเรื่องไม่ดีบางอย่าง

"ทำไมคิดฆ่าลูกในใส้ของตัวเอง" คำพูดนั้นเหมือนฟ้าฝ่าลงมากลางใจทุกคน  และยิ่งหนักขึ้นเมื่ออาร์เทมิสเสริมอีกครั้ง "ทั้งๆ ที่ลูกก็พึ่งเกิด  ทำไมถึงคิดฆ่าได้ลงคอ"

"นั่นไม่เป็นความจริง!" จินที่ตกใจสุดขีดพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่อาร์เทมิสตอบกลับอย่างเย็นชา

"มันจริงที่สุด... เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน  เราพบกับผู้ชายที่เป็นมนุษย์หมาป่า  แม่จับเค้าได้เพราะต้องการรีดข้อมูลเกี่ยวกับทุกอย่างก่อนจะสั่งให้เราดูแลเค้าจนหายป่วยและลบความจำก่อนส่งเค้ากลับ... ผู้ชายคนนั้น  รีมัส  ลูปิน  เราเห็นความทรงจำของเค้าตอนที่พ่อกับเพื่อนๆ ของเค้าแกล้งศาสตราจารย์สเนปและคนอื่นๆ ที่ฮอกวอร์ต  งานแต่งงานของพ่อกับแม่  และเค้าพยายามจะฆ่าพี่ชายของชั้น!!" ตอนท้ายอาร์เทมีสคำรามเหมือนเสียงกรีดร้อง  ชี้ไปที่พี่ชายของเธอ "พยายามจับลูกชายของตัวเองกดน้ำ  แล้วถ้าไม่ใช่เพราะลูปินเราคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอก!  ลูปินประกาศว่าถ้าพ่อเรียกการกระทำของตัวเองว่าคนชอบธรรม  เค้าก็ยอมเป็นผู้เสพความตายเพื่อปกป้องพวกเรา  แล้วเค้าก็พาพวกเราและแม่หนีไป  จากนั้น พ่อก็ปักใจสงสัยว่าลูปินเป็นสายแล้วก็เปลี่ยนตัวกับเพ็ตดิกรู! สมควรแก่บาปของเค้าแล้วที่เค้าต้องเป็นแพะในอัสคาบันตั้งสิบสามปี!  ทุกคนสงสารเค้าที่เค้าต้องเป็นแพะ! แต่มีใครคิดบ้างว่าทำไมเค้าต้องเป็นแพะ!?!"

"เธอโกหก!!" เฮอร์ไมโอนี่กรีดเสียง

ไม่ไหวแล้ว  นับแต่วันที่ไปส่งโรซี่ที่สถานีรถไฟ  มีแต่เรื่องที่ทำใจยอมรับไม่ลงเต็มไปหมด!

ทั้งเรื่องดัมเบิ้ลดอร์! เรื่องกริฟฟินดอร์กับสลิธีรีน! และตอนนี้ก็ซิเรียส!

ความภาคภูมิใจบ้านกริฟฟินดอร์ที่เธอจบการศึกษาออกมากำลังพังทลาย!?!

"แม่ของชั้นเป็นแม่มดที่ยอดเยี่ยมที่สุด!" อะพอลโล่พูด "ตอนนี้พลังเวทย์ของเธอแกร่งขึ้นมา  ยิ่งกว่าตาแก่สองประตูนั้นแล้วตอนนี้!  อีกไม่นานเธอคงได้พลังทั้งหมดกลับคืนมา  ส่วนพวกเธอ  ถ้าไม่ยอมรับความจริงก็จงจมอยู่ในความหลอกลวงต่อไปเถอะ"

ไม่มีใครพูดอะไรออก  ทั้งจินนี่  ทั้งเฮอร์ไมโอนี่  ขณะที่เด็กทั้งสองเข้ามากอดแม่ของเค้าอย่างเห็นใจ  แต่มันคนหนึ่งที่ยังยืนหยัด... บราเทอร์เซเวอรัส!

"คุณอาจจะพูดถูก... แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด"

"อะไรนะ!?"

"แม่ของคุณมีพลังเพื่อโลกเวทมนตร์... และทั้งดัมเบิ้ลดอร์และพ่อของคุณ... แม้จะทำผิดบ้างถูกบ้าง  แต่พวกเค้าก็ทำเพื่อส่วนรวมเหมือนแม่ของคุณนั่นแหละ... ไม่มีใครผิดหรอกครับ  เพราะไม่มีอะไรเป็นมารตรฐานของคุณธรรมได้นอกจากพระเจ้า"

คู่แฝดมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะ  และอาร์เทมีสก็เดินเข้ามามองดูเซเวอรัส  แม้จะไม่มีความทรงจำในฐานะศาสตราจารย์สเนปทั้งหมด  แต่ก็พอจะนึกออกว่าดวงตาคู่นี้เหมือนพ่อของเจ้าหล่อนนั่นเอง  ซิเรียส  แบล็กตอนมองศาสตราจารย์สเนปก็เป็นแบบนี้

"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงมีความหมายนัก.. ถ้าไม่ติดว่าแม่อาจจะต้องใช้เธอ  ชั้นก็อยากจะบดขยี้ความบริสุทธิ์นี่เหมือนกัน" แล้วสองพี่น้องก็ไปที่ประตูเพื่อจะออกไป  แต่ก่อนอะพอลโล่ก็หันมา

"ประตูโลกวิญญานจะเปิด  นายจะได้อาจจะพบกับพ่อแม่ของนายเหมือนที่ชั้นจะได้พบพ่อของชั้น  บางทีนายอาจจะอยากชกหน้าพ่อของนายมากกว่าที่ชั้นอยากจะชกพ่อของชั้นซะอีก  เพราะพ่อนายทำกับนายเจ็บแสบกว่าที่พ่อชั้นทำกับชั้นซะอีก"

เซเวอรัสหันขวับไปหาเฮอร์ไมโอนี่ที่ตอนนี้ร้องไห้ออกมา  ก่อนจะวางมือบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา "คุณนายวิสลี่ย์  ไม่เป็นไรนะครับ" เฮอร์ไมโอนี่ยืมไหร่ของเซเวอรัสที่จะซบ  และบางสิ่งไหลเข้ามา  บางสิ่งที่เค้าไม่เคยทำ  เพราะสิ่งที่ดัมเบิ้ลดอร์เคยบอกศาสตราจารย์สเนป 'อย่าให้ใครรู้ว่าเธอพยายามปกป้องเด็กอยู่' ตอนนั้นเซเวอรัสรู้สึกเจ็บแปล๊บ

ทุกคนที่ผู้คนส่วนมากยกย่องว่าเป็นคนดีคนวิเศษล้วนมีสิ่งที่่น่ารังเกียจแฝงอยู่  พวกเค้าล้วนหลอกใช้คนอื่นๆ รวมทั้งคนที่ตนรักเพื่อเป้าหมายของตัวเอง  ศาสตราจารย์สเนปเองก็คงกลายเป็นคนหยาบช้าเพราะความต้องการของดัมเบิ้ลดอร์ด้วยเหมือนกัน  แต่เค้าก็รีบสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นไป

ใช่แล้ว... ไม่มีใครดีเลิศหรือเลวอย่างสมบูรณ์ซักหน่อย...!  เป้าหมายต่างหากที่สำคัญ  เป้าหมายของพวกเค้า!

แต่ คิดแบบนั้นมันถูกแล้วจริงๆ น่ะเหรอ!?
--------------------------------------

ทอมทรุดลงกับพื้นหลังจากการพยายามอย่างหนักที่จะพินิจใจ  แต่มันไม่สำเร็จ  เพราะร่างที่ไร้วิญญานไม่สามารถถูกพินิจใจได้  เค้านึกเสียใจที่ตัวเองห่วยแตกยิ่งกว่าตอนเป็นโวลเดอร์มอร์หลายเท่า  ก่อนจะมองดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยสายตาว่างเปล่าอย่างค้นหา  แต่ไม่เจออะไร

จะว่าไป  ขนาดโวลเดอร์มอร์ตอนมีอำนาจเต็มเปรี่ยมยังไม่สามารถพินิจใจเซเวอรัส  สเนปที่ร่างและวิญญานยังอยู่รวมกัน  แล้วเค้าที่ห่วยกว่าตอนนั้นหลายเท่ากับสเนปที่ไม่มีวิญญานจะไปพินิจใจกันโดยวิธีไหน!?

"ทอม.. ไม่เป็นไรนะฮะ" อัลถามอย่างเห็นใจ

"ไม่... ชั้นแค่  ยากดื่มน้ำ" เค้าบอกก่อนจะร้องสุดเสียงเมื่อเห็นโรซี่หยิบขวด "ไม่! อย่าเอาเหล้ามาให้ชั้น! สถานการณ์แบบนี้ชั้นดื่มแอลกอฮอลไม่ได้! ถึงมันจะหนาวแน่ไหนก็ตาม!" จากนั้นก็ซดชาที่สกอร์รินให้ก่อนจะดิ้นพราดๆ เพราะมันร้อนเกินไป  เด็กสามคนมองหน้ากัน

ลอร์ด โวลเดอร์มอร์รั่วเหมือนทอมรึเปล่า?

"โอย... ไม่บอกบ้างเลยว่าชาร้อนขนาดนี้"

"อ่า... เป็นอะไรมั่งฮะ" สกอร์ถามเบาๆ

"เจ็บๆ แสบๆ" ทอมบอก "ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง  ใจดีจริงๆ"

อัลกับโรซี่มองหน้ากัน  แสดงว่าพวกเราไม่มีน้ำใจเรอะ

แต่อยู่ๆ  ทอมชะงัก  ก่อนจะหันไปมอง  และใบหน้าก็กลายเป็นหมองคล้ำ  ราวกับมองเห็นใครบางคนที่เด็กๆ มองไม่เห็น  ก่อนยกไม้กายสิทธิ์  น่ากลัวมาก! เหมือนทอมได้เห็นอะไรที่เค้ากลัว  และในที่สุด  ทอมกระซิบ

"ไลชา  เอริน่อม!? ใช่มั้ย!"

"จำได้เหรอ!" เสียงผู้ชายดังขึ้น "แปลว่าท่านยังเป็นจอมมารคนนั้นอยู่"

เป็นเสียงที่ค่อนข้างแหลมสูง  เหมือนพวกกระเทย  เค้าอยู่ที่นี่เหรอ!? ในห้องนี้!? ใช่ผ้าคลุมล่องหนรึไง!?

ทำตอบคือไม่ใช่... แต่เป็นเวทมนตร์  ที่บังตาได้สนิทโดยไม่มีผ้าคลุมล่องหน  เหมือนมีใครบางคนแหวกอากาศ--แหวกมิติที่ว่างเปล่าออกมา  จากสภาพไร้ตัวตนสู่การมีตัวตน!? เป็นรูปแบบเวทมนตร์ที่ไม่มีใครเคยบัญญัติไว้  อย่างน้อยก็จากเท่าที่โรซี่เคยรู้จักมา! ชายที่ดูเหมือนชายวัยกลางคน  ดูเหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  แต่งตัวแบบมักเกิ้ล  เป็นเสื้อผ้าเหมือนผู้ชายอังกฤษในยุควิคตอเรียน  ตาของเค้าเป็นสีเขียวเหมือนใบไม้แรกผลิ  ผมสีทองหยิกยาว  เด็กๆ แน่ใจว่าได้กลิ่นเครื่องสำอาง  และอะไรบางอย่างบอกพวกเค้า

คนๆ นี้ดูภายนอกเหมือนซักสี่สิบปี... แต่อายุอาจจะมากกว่าพ่อมดแม่มดทุกคนที่เคยพบมาก!

"ขอแนะนำตัว ชั้นคือไลชา  เอริน่อม" เค้าแนะนำตัวด้วยเสียงที่เหมือนพวกกระเทย  ท่าทางของเค้าก็เหมือนพวกกระเทยด้วย  ดูเหมือนเค้าจะทาลิปสติก!?  ทารองพื้นบางๆ  เป็นผู้ชายที่ดูสำอางและกระตุ้งกระติ้งจนรู้สึกเสียดายความหล่อเหลา "หนึ่งในจตุราชาผู้ครอบครองตรามารสีน้ำเงิน"

"ทอมฮะ... เค้าดูออกจะ--" อัลเกือบจะหัวเราะออกมา

"อย่าดูถูก!" ทอมคำราม "มันไม่ธรรมดา! ในบรรดาจตุราชามันโหดเหี้ยมที่สุดแล้ว! ไอ้กระเทยวิตถารนั่น!"

"ต๊ายยยย! ทำไมพูดถึงข้าแบบนั้น  จอมมาร!" กระเทยวิตถารตัดพ้อ  ก่อนจะมองดูอย่างรื่นรมย์ "จะว่าไป ท่านกลับเป็นทอม  ริดเดิ้ลคนเดิมแล้วน่ารักสุดจะบรรยายจริงๆ" ก่อนจะส่งจูบที่ทำให้ทุกคนที่นั่นยกเว้นเซเวอรัสที่ยังเหม่อขนลุกไปตามๆ กัน "จุ๊บๆ หล่อเหลาราวกับเทพบุตร!"

"พูดอะไรน่าขนลุก..." ทอมหน้าเขียวปืด  ก่อนจะทำวางมาดถามกลับ "ต้องการอะไรก็บอกมา!"

"อย่าพึ่งโกรธ  ข้ามาที่นี่เพื่อพาท่านกับเพื่อนๆ ของท่านกลับไปโดยปลอดภัย"

แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อไม้กายสิทธิ์ของทอมตวัดและการโจมตีอันรุนแรงที่พุ่งเข้ามา อีกฝ่ายจวนตัวจนหลบไม่ทัน  ทำให้ใบหน้าที่ค่อนข้างสวยมีรอยแผล  แม้ว่าทอมจะยังขาดสาระหลายอย่างในความเป็นโวลเดอร์มอร์  แต่กระนั่น  อะไรบางอย่างในตัวเค้าก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย  และไลชาก็ลูบแก้มอย่างมีน้ำโห  แต่บาดแผลก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ทำไมยังไง!? เด็กๆ ตระลึงมองกับการรักษาบาดแผลที่หายได้โดยทันทีไม่ต้องใช้ยาซักตัว!

"ทำให้ข้าโกรธจนได้นะ... จอมมารที่รัก" แต่ว่าล่ะนะ "ผู้ชายหล่อๆ เวลาดชกเลือดมักดูดีกว่าปกติ... ข้ารักที่จะฟังเสียงร้องเพลงของท่านทุกวัน  จนกระทั่งในที่สุดเมื่อท่านกลายเป็นหนุ่ม  และตอนนี้! ต้องร้องเพลงให้ข้าฟังได้แล้ว!"

ทอมหลบการตวัดไม้กายสิทธิ์อย่างรุนแรงและแสงสีม่วงที่พุ่งออกมา ก่อนจะตกใจสุดขีดเมื่อสิ่งนั้นพุ่งเข้าไปหาพวกเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่อง  แขนของโรซี่ถึงกับขาดกระเด็น!

"กรี๊ดดดดดดดดดด!!" เสียงกรีดร้องดังขึ้น  และร่างของเธอก็ล้มลงกับพื้น  เลือดแดงฉานสาดกระจาย  สกอร์ปิอัสกับอัลบัสตกใจสุดขีดวิ่งเข้าไปหา  ก่อนที่จะเป็นสกอร์ปิอัสอีกครั้งที่ได้สติ  วิ่งไปคว้าแขนของโรซี่ที่กระเด็นออกไปแล้วเข้ามาหาเธอ  ขณะที่ทอมถลาเข้าไปเพื่อร่ายๆ คาถาห้ามเลือดและพยายามที่จะเชื่อมแขนด้วยเวทมนตร์  อย่างยากลำบาก  อัลหันไปยังเซเวอรัสอย่างขอความช่วยเหลือ  ก่อนที่เค้าจะเคลื่อนเข้ามาและชักไม้กายสิทธิ์ออกมาร่ายคาถา

เหมือนบทเพลง, หรืออาจจะเป็นบทร่ายในอุปรากร... อัลน้ำตานองหน้าขณะพยายามปลอบโรซี่  หายใจอย่างยากลำบาก  กระดูบเริ่มเชื่อมเข้าหากัน  ตามด้วยเนื้อเยื่อที่ประสานเข้าหากัน  สี่ครั้ง  ห้าครั้ง  หกครั้ง  และเมื่อทอมคิดว่าได้ที่แล้วก็เสกผ้าพันแผล  ก่อนจะหันไปหาไลชาที่มองดูด้วยความรื่นรมย์

"ไม่ได้พลาด! แกจงใจตัดแขนโรซี่!" ทอมโกรธจนควันออกหู

"แล้วไง... แต่แขนของเธอก็ถูกต่อคืนแล้วนี่!"

"ว่าไงนะ!?!"

"สภาพตอนนี้ไม่มีทางสู้ข้าได้หรอกจอมมาร! ที่ทำเมื่อกี้ก็เพื่อให้ท่านสำนึกตัว! หากทำอะไรโง่ๆ อีกข้าจะฆ่าเด็กพวกนั้นทั้งหมดแล้วค่อยพาท่านกับสเนปไป!!"

ทอมสะอึก! เค้าไม่สามารถปกป้องเด็กพวกนี้ได้เลย!

"ยอมแพ้เถอะ  แล้วไปกับข้าดีๆ จอมมาร! เป้าหมายของเราตอนนี้เหมือนกัน! คือทำให้ศาสตราจารย์สเนปกลับเป็นปกติ! คืนพรุ่งนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้ว! ท่านต้องการเรา! ตอนนี้มีแต่กริฟฟินดอร์เท่านั้นที่รู้วิธี!  ท่านเองก็อยากได้บราเทอร์สเนปคืนไม่ใช่รึไง!"

ข้อเสนอนั่นลงตัวจนไม่อาจจะปกติ  แต่ว่า...?





TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #242 micupcake16 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:37
    วิธีเดียวกันแต่ต่างที่ปลายทางแบบที่ลูกซีเรียสบอกสินะ
    #242
    0
  2. #107 LLม่ม๑คuสุ๑ท้าeLLห่Jปี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 01:10
    แรกๆยอมรับว่างงมาก แต่ตอนนี้ มันสฺพ่ะยะค่ะ 5555+
    #107
    0
  3. #106 Eve P Berm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 00:30
    โอ้โห ไปกันใหญ่แหละ

    ท่าจะมันส์น่าดู

    ตอนต่อไปมาเร็วๆนะ ต้องหนุกแน่เลยอ่ะ
    #106
    0
  4. #105 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2554 / 22:34

     โห่ .. เลวว่ะ ซีเรียส ..( -_______- )"  ความภาคภูมิใจในการเป็นกริฟฟินดอร์เริ่มหดหาย ..ก็จริง ...

    แต่ท่านทั้งหลาย จงจำไว้ มันคือ ฟิค อ่านแล้วอย่าเอาไป ปนกับเนื้อเรื่องจริงนะคร้าาาาาาาาาาาาาาาาา อ่านเพิ่ิอความบันเทิงๆ

    กร๊ากกกกกกกกกกก กระเทยโผล่..  อาเจ๊ ชี(ฮี)โหดมากกกกกกกกกกกกกกกกก 

    ลอดท์โวลเดอมอร์ กลัวกระเทยเจ้าคร้าาาา (ก็มันโหดนี่ .. เป็นตรูก็กลัวเหมือนกัน)

    กระเทยวิตถารนั่น! 

     เดี๋ยวนะ .. รักที่จะฟังร้องเพลง .. งั้นก็แปลว่า พวกจัตุราชา แอบเฝ้ามองมาโดยตลอดใช่มั้ย?

    โอ้ย เซเวอรัส ก็เก่งค่ะ




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 สิงหาคม 2554 / 13:39
    #105
    0