The last of your expectation

ตอนที่ 15 : คืนพระจันทร์เต็มดวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 ส.ค. 54

ทอมลืมตาขึ้นอย่างตกใจพลางมองไปรอบๆ นี่เค้าหลับตั้งแต่เมื่อไหร่นี่?  จากนั้นก็กรีดร้องสุดเสียงเมื่อได้กลิ่นเครื่องสำอางและน้ำหอมที่คุ้นเคย  เค้าตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าตัวเองถูกมัดไว้และนอนบนเตียงที่กระท่อมเฝ้าสุสาน  แถมเมื่อมองไปยังเห็นไลชา  เอริน่อมที่นั่งดื่มชาบนโต๊ะปลายเตียง  ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่สวมอะไรนอกจากเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัวเดียว! "ท่านตื่นแล้ว" เค้าพูดอย่างรื่นรมย์ "ข้าอยากจะสนุกกับท่านก่อน  แต่พระเจ้าให้ข้าอดทนไว้  ข้าจึงใช้เวลาทั้งหมดนั้นในการชื่นชมท่าน  ผมสีดำของท่านราวกับองุ่นที่เตรียมไว้ทำไวท์  ผิวของท่าน  คือสีของเค้กเนื้อละเอียด  และร่างกายทั้งหมดของท่าน--"

ขอบใจที่มันให้เค้ายังใส่เสื้อผ้าอยู่! ทอมกระเด้งออกจากเตียงแล้วกระโดดหยงๆ ไป(เพราะถูกมัดมือมัดเท้าไว้)  เจ้ากระเทยโบราณร้องตาม

"นี่! ข้ายังพูดไม่จบนะยะ!" ก่อนจะกระแทกถ้วยชาแล้ววิ่งไปลากทอมที่ร้องโหยหวนกลับไปที่เตียง  ตอนนี้ทอมนึกอยากจะกลับไปมีร่างกายเหมือนเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน(ลอร์ดโวลเดอร์มอร์เต็มขั้น) เพราะอย่างน้อยก็สามารถมั่นใจว่าจะไม่เป็นที่หมายปองของไอ้กระเทยเฒ่านี่เด็ดขาด! "พ่อเทพบุตรของข้า... ลอร์ด โวลเดอร์มอร์!" มันลูบไปตามร่างกายของเค้าแล้วทำให้ทอมดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้า

"ม่ายยยยยยยยยยย!!!" ทอมร้องโหยหวน "ถ้าต้องเสียให้แกล่ะก็! ชั้นขอบริสุทธิ์ไปตลอดชีวิตตตต!"

ตอนนั้นเองที่ผู้หญิงผมสีน้ำตาลก็เดินเข้าและชะงักก่อนจะเปล่งเสียง "หยุดนะไลชา! นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ!"

"เอมิเรีย  มาทำอะไรที่นี่" กระเทยขมวดคิ้ว "อย่าบอกนะว่าอาเทน่าเห็นว่าชั้นช้าเลยให้เธอมาตาม!"

"หล่อนให้ชั้นมาจริงนั่นแหละ  และขอบคุณพระเจ้าที่ชั้นมาทัน เพราะดูเหมือนนายกำลังจะทำเรื่องที่เลยร้ายที่สุดในโลกกับจอมมารเลยนะ!"

เอมิเรียปรบมือแล้วเชือกก็หลุดออกจากทอม  เค้ารีบลุกขึ้นขณะที่ไลชาเดินออกไปแบบไม่พอใจ  เอมิเรียตรงเข้ามาแล้วจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยช่วยทอม

"ขอบคุณ" มันเป็นคำเดียวหลุดออกมาเพราะถึงยังไงหล่อนก็ช่วยเค้า

"นี่ดูไม่ดีเลยนะ  มันเหมือนข้าพึ่งมาถึงหลังจากที่ไลชาพึ่งได้สิ่งที่เค้าต้องการไปเล็กน้อย" จากนั้นก็พูดด้วยสายตาจริงจัง "ถ้าจะมีใครโกรธกับเรื่องนี้มากที่สุด  มันคงเป็นเบลาทริกซ์" เธอเดินออกจากห้องตามไปด้วยเค้าแล้วทอมก็เข้าไปปลุกพวกเด็กๆ และเซเวอรัสที่นอนนิ่งเพราะถูกสะกดนิ่ง "เราต้องไปได้แล้ว  คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง  ถ้าพลาดคืนนี้ไปเราต้องรออีกยี่สิบแปดวันกว่าเซเวอรัสจะกลับเป็นคนเดิม"









ทอมและเด็กทั้งสามนั่งไปกับรถม้าที่ปราศจากสัตว์ลากจูง  เหมือนเป็นนักโทษของเอมิเรียและไลชา  และเซเวอรัสที่ยังคงนอนสงบนิ่งในโลงศพ! พวกเค้ามองเห็นฮอกวอร์ตจากที่สูงแล้วและกำลังร่อนลงไปที่ฮอกมีส  และลานว่างแห่งหนึ่งในป่าต้องห้าม  ที่นั่นมีเฟรย์รอรับอยู่  ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าเหมือนเจมส์  พอตเตอร์--พ่อของแฮร์รี่  พอตเตอร์  และยังทีท่าตอนพูดจาหยอกล้อเพื่อนทั้งสองก่อนจะทักทายเด็กทั้งสี่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  จากนั้นก็เปิดโลงศพออกเพื่อให้แน่ใจว่าเซเวอรัส สเนปนอนอยู่ในโลงจริง

"อา.... เซวีที่น่ารัก" เค้าพูดอย่างรื่นรมย์ "อีกไม่นานจะได้กลับเป็นคนเดิมแล้วนะ"

"เซเวอรัสอยู่ไหน!?" ทอมถามบ้าง

"สบายดี... ใต้ฮอกวอร์ต ตอนนี้กำลังจะถูกนำตัวขึ้นมา" เฟรย์หันไปที่ฮอกวอร์ตที่ตระหง่านอยู่ไกลออกไป "ตอนนี้ยังไม่มีอาจารย์คนใดในฮอกวอร์ตรู้  แต่ต่อไปคงจะไม่สามารถปกปิดได้... เพราะงานนี้สำคัญมากทีเดียว  การที่จะมีเหล่ายมทูตและวิญญานของคนที่ตายไปแล้วนับหมื่นนับแสนดวงมาชุมนุมกัน  เป็นไปได้หรือที่จะปิดหูปิดตา  แม้จะใช้คำสาปสะกดใจก็ตาม  การทำงานนี้โดยไม่มีใครรู้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้"

"เพราะงั้น  ถึงได้ยอมอยู่นิ่งๆ ในวันที่ข้ากลับมาเมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา! ก็เพื่อเตรียมการสำหรับงานใหญ่ครั้งนี้สินะ! บอกข้ามาสิ  พวกเจ้าได้ร่วมมือกับเอรีส  มัลฟอยด้วยรึเปล่า!"

เฟรย์มองดูทอม ก่อนหัวเราะสุดเสียง "พูดแบบนี้แปลว่าท่านคงติดกับดัก  แอบไปได้ยินเอรีสเล่นละครสินะ!" คำพูดนั้นทำให้ทอมสะอึก  และพวกเด็กๆ มองหน้ากันอย่างตกใจ "งั้นก็ยินดีด้วยนะ จอมมาร! เพราะเอรีสคงก่ะจะหาว่าพวกเราอยู่ไหนและจะทำอะไรต่อไป! แต่น่าเสียดาย  ท่านทำให้เค้าเสียแผนเพราะความหุนหัน"

"จะว่าไปมันก็จริง" คราวนี้ทุกคนตกใจสุดขีดที่ได้ยินเสียงของลูเครเซีย  มัลฟอย  มีแมลงตัวเล็กๆ เกาะอยู่ที่ผมของอัล  มันกลายร่างเป็นมนุษย์  เป็นลูเครเซีย  มัลฟอย  เธอยืนเคียงข้างอัลและทำให้ทุกคนนึกได้ว่าหลังจากตอนนั้นแล้วพวกเค้าไม่เห็นลูเครเซียอีก  เธอหายไป  เธอเป็นแอนนิเมจัสเหรอ?   และคำตอบบางอย่างก็ปรากฏ "สูตรยากลายร่างเป็นสัตว์ของเฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟ  แม้จะไม่อยากใช้แต่ไม่มีทางเลือก  พอดีชั้นแปลงร่างไม่ได้"

"เธอใจเร็วเกินไป" เอมิเรียพูดเบาๆ "ถ้าเธอทำเป็นว่าเราคาดการผิดเธออาจจะมีเวลามากกว่านี้  แต่นี่--"

"พ่อไม่ได้สั่งชั้นให้แปลงกายมาเพื่อสืบอะไรหรอก  ท่านส่งชั้นมาเพื่อคุยกับป้าอาเทน่า... และชั้นอยากเห็นแม่ซักครั้ง" เธอมองดูเซเวอรัสในโลงศพ "ท่านอยากรู้ว่าเมื่อเราต่างก็ไม่อยากให้โลกเวทมนตร์ถูกทำลายเหมือนกัน  แล้วไม่มีวิธีอื่นนอกจากสังเวยวิญญานบริสุทธิ์หรือสังเวยศพอมตะรึไง" ไลชาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะกระซิบเบาๆ

"ในฐานะลูกสาวของเมลเซคีเด็ต(เมลซีเคเดค-Genesis: 14;18)  ท่านไม่รู้รึไงว่าทั้งหมดเป็นไปตามปฐมกาลบทที่ยี่สิบสอง  เมื่ออับราอัมต้องแสดงความมั่นคงต่อพระเจ้าฉันใด  ก๊อดริก  กริฟฟินดอร์ก็ต้องสำแดงความมั่นคงต่อพระเจ้าของเค้าฉันนั้น"

แต่แล้วคำพูดนี้ทำให้ทอมยิ่งสั่นด้วยความกลัว  ถ้าจะอ้างปฐมกาลบทที่ยี่สิบสองก็ต้องอ้างเรื่องอับราฮัมถวายอีสแอ็ค(อิสอัค)  เค้ารีบมองลงไปที่เซเวอรัสทันทีอย่างตกใจสลับกับลูเครเซีย  ใครคืออีสแอ็ค  และใครคือลูกแกะของพระเจ้า!?  ลูเครเซียสั่นนิดๆ ก่อนจะตอบ

"ใช่... ชั้นเป็นลูกสาวของเมลเซคีเด็ต, แต่ชั้นก็เป็นลูกสาวของอับราฮัมด้วย  เมื่อทั้งพ่อและป้าต่างก็เป็นก๊อดริก  กริฟฟินดอร์, เมื่อชั้นเป็นลูกของพ่อ  ชั้นก็ต้องเป็นลูกของป้าด้วย"

"เธอพูดถูก..." เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่หล่อเหลาอย่างหายาก "ชั้นคืออะพอลโล่  แบล็ก, น้องชายของเธอในทางพลังเวทย์... ถ้าเป็นความต้องการของเธอล่ะก็  มาเถอะ  แม่ไม่มีปัญหาหรอกที่จะคุยด้วย"
--------------------------------------------

"ครอบครัวของผมมีอันตรายมากขนาดนี้พวกคุณจะยังเฉยอีกเหรอ!?" รอนพูดอย่างเหลืออดหลังจากได้รับรายงานว่าเฮอร์ไมโอนี่หายไปจากบ้านพร้อมกับน้องสาวและลูกหลานของเค้า  แต่หลวงพ่อยังไม่ให้พวกเค้าไปไหน  ความจริงแฮร์รี่ก็แทบบ้าพอกัน  ไม่รู้ว่าจะสนใจเรื่องที่ซิเรียสอยู่ในมืออาเทน่าดีหรือจะสนใจเรื่องลูกเมียหายไปดี(ความจริงก็เป็นเรื่องไม่ดีทั้งคู่)  และเริ่มจะสติแตกเมื่อรอนโวยไม่มีเบรก "ให้ตายสิ  พวกคุณมันห่วยแตกจริงๆ ผมเสียเวลาจริงๆ ที่ต้องมาร่วมงานกับพวกมัลฟอยที่ชั่วช้ามาทั้งตระกูล  แหงสิ  ไม่งั้นคงไม่ได้สังกัดสลิธีรีนที่เป็นบ้านมหาชั่วเหมือนกันหมดหรอก(โห... ขนาดลงไปดูความทรงจำของซิเรียสแล้ว... ไม่ได้เรียนรู้อะไรเล้ย)  ผมเสียใจจริงๆ ที่มัวเสียเว--!!"

"หุบปากทีรอน!" แฮร์รี่พ่นออกมา

"หา! ว่าไงนะ! นี่นายว่าชั้นเหรอ!"

"ใช่สิ! ชั้นว่านาย! คิดว่าตัวเองร้อนรนคนเดียวรึไง!"

"ชั้นร้อนรนแล้วผิดตรงไหน! ขนาดนายยังเคยร้อนรนจนทำให้ซิเรียสตายมาแล้ว!"

ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ หมัดขวาอันทรงพลังพุ่งตรงเข้ากลางหน้าผากของรอน  ก่อนจะตามมาด้วยหมัดขวาของรอนที่สวนกลับมากระแทกจมูกของแฮร์รี่ แล้วจากนั้นเดรโกก็ทำสิ่งที่เมื่อสิบเก้าปีก่อนจะไม่มีวันทำ  คือกระโดดเข้าแยกทั้งสองออกจากกันก่อนจะถูกหมัดของทั้งแฮร์รี่และรอนพุ่งเข้ามาที่ซีกหน้าของเดรโกพร้อมกันทั้งสองข้างจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น  แล้วจากนั้นเจ้าหนุมผมดำกับเจ้าหนุ่มผมแดงก็ชกกันอุตลุดก่อนจะแยกจากกันในที่สุดเมื่อไดอาน่า  มัลฟอย(ที่ถูกควรเป็นพอตเตอร์)มาพร้อมกับถังน้ำ  สาดโครม...!

แฮร์รี่ได้สติ  มองดูคุณทวด(ก็ทวดสิ  ย่าแท้ๆ ของเจมส์เชียวนะ!)ที่ควงถังน้ำด้วยท่าทางเท่โคตรๆ  ทวดแก่พอๆ กับดัมเบิ้ลดอร์เพราะเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน น่าแปลกใจที่ดูไม่แก่เหมือนดัมเบิ้ลดอร์  เพราะดัมเบิ้ลดอร์ทั้งแก่จัดและหัวหงอกทั้งหัว  ดูแล้วเหมือนคนอายุเก้าสิบ  ขณะทีคุณทวด--เทียบกับมักเกิ้ลเหมือนจะอายุแค่เจ็ดสิบ  เธอมีเคล็ดลับอะไรถึงได้ยังดูดีขนาดนี้!?

"พวกเธอสองคนกัดกันยังก่ะหมา!" โห... นั่นปากเหรอนั่น "แล้วถามหน่อยว่ามีใครจะขอโทษเดรโกบ้างมั้ย!"

แฮร์รี่กับรอนกระวีกระวาดเข้าไปประครองเดรโกแล้วขอโทษขอโพย  ถ้าเป็นเมื่อสิบเก้าปีก่อนแฮร์รี่กับรอนคงไม่มีใครสนใจจะทำตามผู้หญิงคนนี้  แต่ตอนนี้เมื่อเธอเป็นทวดของแฮร์รี่  และพลอยเป็นทวดของรอนไปด้วยเพราะน้องสาวรอนดันแต่งกับแฮร์รี่ แล้วยังตัวไดอาน่าที่ดูภูมิฐานพอๆ กับดัมเบิ้ลดอร์แถมเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน  มันเลยเหมือนให้คนทั้งสามกลายเป็นเด็กไปโดยไม่รู้ตัว

"ตอนนี้เรายังไม่ไปเพราะลูเครเซียติดต่อมาว่าคนที่พวกเรากำลังห่วงทุกคนปลอดภัย  แต่ที่เราต้องเตรียมตัวตอนนี้คือการที่มิติจะเปิดออกแล้วเหล่าปีศาจจะฝ่าประตูแดนมรณะออกมาในคืนพระจันทร์เต็มดวง" เอรีสเปรย  แล้วยกมือลูบข้อมือเบาๆ จนทำให้ลูเซียสต้องเหลียวมอง "การต่อสู้นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา  เพราะเราไม่เพียงต้องชิงตัวเชลยกลับมา  แต่เรายังต้องสู้กับปีศาจด้วย"

"พ่อคะ... แขนพ่อเป็นอะไรรึเปล่าคะ" นาซิสซาถามเบาๆ

"นิดหน่อยน่ะ  แต่ไม่ต้องกังวล(เพราะแอสโทเรียท่าทางไม่สบายใจ) ทีมานี่ทำแผลให้พ่อแล้ว"

"พ่อ... เกิดอะไรกับแขนของพ่อ  แล้วลูเครเซียไปไหน!"

คราวนี้ทุกคนมองเอรีสพร้อมๆ กัน  จะว่าไปแล้ว  ลูเครเซียหายไปไหน  แล้ว ทำไมลูเครเซียถึงสามารถบอกได้ว่าทุกคนที่พวกเค้ากำลังห่วงปลอดภัย!? เอรีสเฉลยเบาๆ เพราะในพระเจ้าไม่มีคำว่าโกหก

"เหตุผลที่ยาที่เฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟคิดค้นไม่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงเวทมนตร์เพราะส่วนใหญ่เป็นยาต้องห้าม  หรือพูดง่ายๆ คือต้องใช้ชิ้นส่วนมนุษย์  พ่อเฉือนไขมันที่แขนของตัวเองเพื่อยานั่น... ยาแปลงร่างเป็นสัตว์"









โลงศพที่สเนปนอนอยู่ถูกนำมาที่เพลิงโหยหวน  ที่ๆ เค้าตาย  และจากนั้น--เฟรย์อุ้มร่างของเซเวอรัสออกจากโลงแล้ววางไว้บนพื้น  ต่ำแหน่งที่เค้าตาย  จากนั้นไม่นาน  อาร์เทมีสก็ควบคุมนักโทษของเธอออกมาทั้งหมด  อัลและโรซี่พุ่งเข้าไปกอดแม่ของตัวเองด้วยความดีใจสุดขีด  และทอมที่เดินเข้าไปหาบราเทอร์เซเวอรัส แต่ไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัส  จากนั้นทุกคนก็หันกลับไปยังจตุราชาและคู่แฝดตระกูลแบล็ก ราวกับจะไม่ไว้วางใจ  อาเทน่าเดินออกมาในความมืดก่อนจะโบกไม้กายสิทธิ์และทำให้ห้องทั้งห้องสว่างขึ้น!

"อย่ามามัวเตรียมตัวสู้กันเลย  เรามาที่นี่เพื่อร่วมกันต่อสู่กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า  คือเหล่ายมทูต(ความจริงตามศัพท์แปลว่า "ทหารพรานล่าวิญญาน" สะกด "Soulchasseur" อ่านว่า โซลเซเซอร์, กลับไปดูตอนที่ห้า)  เพราะพวกมันน่ากลัวกว่าผู้คุมวิญญานหลายเท่า  และ" หันไปหาลูกชายที่ลากโลงศพอีกโลงออกมา  มีผู้ชายกำลังนอนในนั้น  และทำให้เฮอร์ไมโอนี่และจินนี่ตกใจสุดขีดเมื่อได้เห็น   ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยผอมมาก  แม้จะฟื้นฟูร่างกายขึ้นมามาก  แต่ก็ยังดูผอมมาก  เค้ายังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดียวกับวันที่เค้าตาย  ในกองปริศนา "ต้องระวังไม่ให้คนตายที่ดันฟื้นความจำกับคนที่ยังไม่ตายแต่ทำให้เหมือนตายสู้กันหลังจากนี้ด้วย"

"ซิเรียส..." เฮอร์ไมโอนี่แทบไม่อยากเชื่อ "ซิเรียส!"

"ดูเธอคิดถึงพ่อชั้้นจริงๆ นั่นแหละ" อะพอลโล่กระซิบ "เค้าเป็นผู้ชายที่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ" เฮอร์ไมโอนี่กับจินนี่พยักหน้า "แต่เค้าไม่เคยเป็นพ่อที่ดีสำหรับเราเลย"

"อะพอลโล่..." อาเทน่าปรามเบาๆ และทำให้จินนี่ต้องหันขวับ

ผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่ใช่คนเลวอะไร... อย่างน้อยเธอก็ไม่ปล่อยให้ลูกชายตำหนิพ่อของตัวเอง...  แต่ว่า...

"เราจะไว้ใจคุณได้ยังไง!" โรซี่ว่า  และคราวนี้อาร์เทมีสโยนห่อผ้าที่เก็บไม้กายสิทธิ์ของทุกคนไว้ออกไป

"ตอนนี้พวกเธอมีไม้กายสิทธิ์แล้ว... จะเชื่อเรามั้ย"

ทุกคนมองหน้ากัน  ไม่รู้ว่าควรจะเชื่ออะไรดี  มันเป็นกลลวงรึเปล่า!?

"ถ้าตอนนี้เธออยากช่วยคนก็ทำตามที่เราบอกก่อน  แล้วถ้าหลังจากนั้น  จะสู้กับเราเพื่อชิงตัวประกันก็ได้  แต่ไม่ควรสู้ตอนนี้หรอกนะ  รู้ใช่มั้ยว่ามันโง่ขนาดไหนถ้าพวกเธออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพึ่งความสามัคคีแต่กลับไม่สามัคคีกัน" เฟรย์ยื่นข้อเสนอ  เค้าเหมือนแฮร์รี่มากซะจนอดวางใจไม่ได้ "ตอนนี้ร่วมมือกันก่อนแล้วหลังจากนั้นพวกเธอก็ค่อยสู้กับเรา  ยังไงซะพวกเธอก็มีมากกว่าแน่นอนอยู่แล้ว  และจะมีมากขึ้นถ้าสองคนที่นอนที่นี่เป็นปกติ  ถ้าร่วมมือกันอาจจะเอาชนะเราได้  แต่ถ้าสู้ตอนนี้เสียเวลาเปล่า  และเราก็ไม่อยากทำร้ายแนวร่วมด้วย!"

"พวกเธอนำร่างของซิเรียสไปวางข้างนอกแล้วดูแลให้ดี  จากนั้น, อะพอลโล่  เมื่อถึงเวลาที่แม่บอก จงคืนวิญญานที่แม่ถอดออกให้กับพ่อซะ!" ว่าแล้วก็หันไปหาทอมกับเด็กเล็กๆ "ส่วนจอมมารกับพวกเด็กอยู่ที่นี่... เพราะข้างนอกอันตรายเกินไป"

"แล้วเซเวอรัสล่ะ!!!" ทอมร้องขึ้น

"เค้าต้องออกไปข้างนอกเพื่อล่อให้ประตูแดนมรณะเปิด" อาเทน่าพูดเรียบๆ ก่อนจะยิ้ม "อย่ากังวลเลยจอมมาร... เราไม่มีวันปล่อยให้ยมทูตได้เค้าไปหรอก  อาร์เทมีสจะปกป้องเค้าด้วยชีวิตเลยล่ะ"

"อาร์เทมีสเหรอ!?"

"อย่าดูถูก... อาร์เทมีสแข็งแกร่งมากพอๆ กับลูเครเซียนั่นแหละ" เอมิเรียบอก

ระหว่างนั้นไม่มีใครขยับแม้แต่น้อย  แต่ลูเครเซียก็พูดขึ้น "เราไปกันเถอะ!" แล้วนำทุกคนออกไป  ระหว่างทางจินนี่ถามลูเครเซียว่าสามารถไว้พวกจตุราชาได้จริงเหรอแม้จะรู้ว่าพวกเค้าอีกสามคนกำลังตามหลังมา "เราต้องเชื่อใจพวกเค้าไปก่อน  เพราะอย่างน้อยในช่วงแรกๆ เรายังมีเป้าหมายเดียวกัน  แม้พวกเค้าไม่ทำเราก็ต้องทำ"

"แต่ข้างนอกมีวิลโล่จอมหวด... เราจะ--!" เฮอร์ไมโอนี่พูดไม่ทันขาดคำเสียงคำรามของเฟรย์ก็ดังขึ้น

"ถอยไป!"

ทุกคนฉากหลบเมื่อเห็นตาสีฟ้าของเฟรย์กลายเป็นสีทอง  เค้าพุ่งออกไปข้างนอกพร้อมกับเสียงดังที่ด้านนอก  และจากนั้นอะไรบางอย่างก็บอกให้ทุกคนรู้แล้วว่าวิลโล่จอมหวดที่หวดอย่างบ้าคลั่งได้หยุดการเคลื่อนไหวแล้ว   ทุกคนออกไปข้างนอกเพื่อจะพบกับต้นวิลโล่ที่หยุดการเคลื่อนไหว  กิ่งไม้ที่หักกระจักกระจาย  และ...!?

กวางเรนเดียร์ขนาดใหญ่ที่ยืนตระหง่านกลางแสงจันทร์... และเขาขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลัง  ร่างของมันเป็นสีขาวสลับกับลายสีน้ำผึ้งและตาสีฟ้ากระจ่าง  เป็นกวางตัวผู้ที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

เฟรย์  เมอร์กันเป็นแอนนิเมจัส!?

"ประหลาดเหรอ" เสียงแหลมสูงดังขึ้นอย่างร่าเริง "ตระกูลเมอร์กันเป็นแอนนิเมจัสกันทั้งตระกูลนั่นแหละ  โดยเฉพาะเฟรยา--แม่ของเจมส์น่ะ  สามารถแปลงร่างได้ถึงหกร่างเชียวนะ"

เฮอร์ไมโอนี่และจินนี่แทบไม่มีเวลาอัศจรรย์ใจเงียบๆ กับสิ่งที่ได้ยิน  และเซเวอรัสเค้ามองดูร่างของซิเรียสที่ถูกนำมาวางข้างนอกแล้ว  และหันไปมองกวางตัวผู้ที่กำลังกลายร่างกลับเป็นมนุษย์  ก่อนจะเดินเข้าไปหาด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาดราวกับได้เห็นใครบางคนที่เคยสร้างบาดแผลให้ตนอย่างสาหัสและความเจ็บปวดนั้นก็ยังอยู่แม้จะไม่มีความแค้นใดๆ ต่อกันอีกแล้ว  ก่อนจะกระซิบเบาๆ

"เขาแหลม..." ใช่แล้ว  เหมือนจะเคยรู้จักกวางอีกตัวมาก่อน  แม้จะคนละสายพันธุ์  แต่ก็เป็นกวางเหมือนกัน

ลูเครเซียถอนใจ  นี่มันเรื่องประหลาดอะไรกันนะ  วันนี้พวกตัวกวนเกิดอยากสนุกขึ้นมารึไง  ทั้งภาพที่ดูราวกับเขาแหลมคืนชีพ  เท้าปุยที่รอคอยการคืนชีวิตใหม่  และหญิงสาวที่มีชื่ออันหมายถึงดวงจันทร์

ยังไม่รวมถึงความจริงที่ว่าหนึ่งในนี้มีคนที่แปลงร่างเป็นหนูขาวได้!

และพระจันทร์ที่ลอยเด่น รอเวลาของมัน!





TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #244 micupcake16 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:54
    ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง
    #244
    0
  2. #113 ~] พอมแพม [~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กันยายน 2554 / 22:14
     ตอนแรกอ่านจะงงเพราะตัวละครเยอะมักๆ แต่ตอนนี้เราเริ่มปะติดปะต่อได้แล้วสนุกมากๆเลยค่ะ เรื่องจะเป็นยังไงเนี่ย
    #113
    0
  3. #112 นักเวทปิศาจ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 16:13
    อ้าก!!! สนุกมากมาต่อเร็วนะค่ะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไงต่อไปหนอ
    #112
    0
  4. #111 Eve P Berm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2554 / 21:59
    เรื่องซับซ้อนดี และซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ชอบๆ
    #111
    0
  5. #110 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2554 / 23:41
     อ้ากกกก มาอย่างไว ทำเอางง  เรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้นอีกแล้ว สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    สู้ๆคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #110
    0