The last of your expectation

ตอนที่ 11 : เสาค้ำของฮอกวอร์ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 472
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ส.ค. 54

บราเทอร์เซเวอรัสถูกนำตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูราวกับอาณาจักรใต้ดินขนาดใหญ่  เค้ามองซ้ายมองขวาและในที่สุดก็ต้องออกปากถาม "คุณพาผมมาที่นี่ทำไม" อาเทน่าบอกเบาๆ

"พามาเพื่อจะรู้ความจริงบางอย่าง" เธอชี้ไปที่ต้นเสาขนาดใหญ่  ที่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบส่วนฐานของมันเหมือนรากไม้ "เพื่อที่เธอจะเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่... เธอควรมาดูด้วยตาของเธอ" เซเวอรัสเดินใกล้ๆ เพื่อจะพบว่าสิ่งที่อยู่ใต้รากนั้นเหมือนกับร่างที่ตายแล้วของมนุษย์  ก่อนจะหน้าซีดยิ่งกว่าปกติเมื่อพบว่าร่างหนึ่งในบรรดาซากพวกนั้นคือมนุษย์ที่มีชิวิต

"เธอยังไม่ตาย... ทำไม... เกิดอะไรขึ้นพวกเค้า!"

"มันคือความลับที่น่ารังเกียจที่สุดของฮอกวอร์ต...." อาเทน่าบอกและทำให้เซเวอรัสหันไปมอง "ใช่  เซเวอรัส  ที่นี่คือใต้สุดของฮอกวอร์ต  เธออยู่ที่เสาหลักของปราสาทที่แม้แต่ดัมเบิ้ลดอร์ก็ไม่เคยมาจนถึง!" แต่ถ้ามันลึกขนาดนั้นเซเวอรัสควรรู้สึกซักนิดสิว่าปวดแก้วหูเพราะความกดที่รุนแรงของอากาศ  และมันก็ได้รับการเฉลย "ที่นี่คงอยู่ด้วยเวทมนตร์... มันจึงทำให้คนที่ผ่านเข้ามาไม่รู้สึกถึงการบีบอัดของอากาศ"

"เกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้" เซเวอรัสกระซิบ

"พวกเค้าอยู่  ในฐานะเครื่องสังเวยของเสาหลักทั้งสี่เพื่อให้ฮอกวอร์ตคงอยู่  พวกเค้าอยู่เพื่อเป็นเสาค้ำของโลกเวทมนตร์  คนพวกนี้มาเป็นเครื่องสังเวยโดยความสมัครใจของตัวเอง" เซเวอรัสหน้าซีดจัดเมื่อเห็นว่า 'เหมือนกับร่างพวกนี้ถูกรากไม้ดูดพลังชีวิตเพื่อเป็นอาหาร  พวกมันทำให้ร่างของพวกเค้ากลายเป็นเหมือนซากศพ  ศพมีชีวิต  รากไม่ได้แค่ห่อรอบร่างกาย  แต่ทะลุทะลวงเข้าสู่ภายใน  ทั้งปาก  ทวารต่างๆ มีร่องรอยของเลือดที่เคยไหลออกมาแต่แห้งเหือด  ดวงตาที่แทบจะถลนออกจากเบ้า  น่าสังเวชและสยดสยองเกินกว่าจะบรรยายได้' อาเทน่าพูดต่อไป "ทุกๆ หนึ่งร้อย  จะต้องมีแม่มดพ่อมดที่ยอมตัวเองเพื่อการบวงสรวงอันน่าสะอิดสะเอียนนี่  แม่ของลูเครเซียก็เหมือนกัน"

ทำพูดนั้นทำให้เซเวอรัสหอบหนัก  เค้าเห็นชัดว่าที่ใต้ราก  ผู้หญิงที่ยังมีชีวิตทั้งๆ ที่ควรจะเป็นศพนั้นคืออะโพดิดี้ เรเวนคลอ  เค้าจำผมสีทองที่เหมือนคลื่นได้  แต่นี่แทบจะเป็นเศษฟางอยู่แล้ว  เธอผอมอย่างที่สุด  และนั่นทำให้เซเวอรัสหันหน้าหนีด้วยความขมขื่นใจอย่างที่สุดพลางร้องไห้โฮ

...ตลอเวลาที่เรียนที่นี่ลูเซียสไม่เคยรู้!  ว่าใต้แผ่นดินฮอกวอร์ต!  แม่เค้าอยู่ในสภาพที่ชวนสังเวชเพียงไร!?!....

"ลูเครเซียรู้มาตลอด  ถึงได้ไม่ยอมมาเรียนที่ฮอกวอร์ตไง" อาเทน่าบอก "เธอกลัวว่าตัวเองจะทนไม่ได้"

"พระเจ้า... โอ! พระเจ้า!!" เซเวอรัสคราง  ร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมากเท่าครั้งนี้มาก่อน  ทรุดลงแล้วสัมผัสใบหน้าที่ครั้งหนึ่งคงจะสวยงามมาก  เหมือนนาซิสซา... ลูเซียสเลือกเธอเพราะเธอเหมือนแม่ของเค้า  นาซิสซา... อะโฟดิตี้ยังมีลมหายใจอุ่นๆ ปะทะบนฝ่ามือของเค้า  และคงรู้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้เพื่อตน  น้ำตาใสๆ นั่นไหลออกมาเพื่อโต้ตอบ  เซเวอรัสครางเบาๆ "ไม่มีหนทางใดจะช่วยพวกเค้าเหรอ..."

"ไม่มี  แน่แหละความจริงของประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน... ทุกคนคิดว่าซัลลาซาร์ทิ้งฮอกวอร์ตไปเพราะไม่ต้องการรับลูกมักเกิ้ลมาเรียน  แต่จริงๆ แล้วไม่อยากให้ลูกมักเกิ้ลมีส่วนรับผิดชอบในการอยู่รอดของโลกเวทมนตร์ต่างหาก  ปัญหาของผู้วิเศษต้องให้ผู้วิเศษแก้สิ..." อาเทน่าถอนใจ "แต่ชั้น(กริฟฟินดอร์)ไม่คิดแบบนั้น  ทุกคนสืบสายโลหิตจากอาดัมและอีฟเหมือนกัน  ปัญหาของโลกเวทมนตร์ก็คือปัญหาของมักเกิ้ล  เราทะเลาะกันอย่างแรง  และในที่สุด  ซัลลาซาร์ก็จากไปเพราะไม่สามารถทนรับอะไรได้อีก"







"ซัลลาซาร์  สลิธีรีน เน้นสร้างเวอร์ล๊อกเพื่อสู้กับอะโพคาลิฟ-ฟาเมื่อวันพิพากษามาเยือน  เค้ารับแต่เลือดบริสุทธิ์เพราะเค้าไม่ต้องการให้ลูกมักเกิ้ลโดนลูกหลง  แต่แน่นอน  ประวัติศาสตร์เป็นของผู้ชนะ  เมื่อเวลาผ่านไป  ผู้ชนะก็เขียนประวัติศาสตร์ว่าสลิธีรีนเกลียดลูกมักเกิ้ล" เอรีสนั่งฟังไดอาน่าพูดไปเรื่อยๆ พลางส่งหนังให้กับเฮอร์ไมโอนี่ผู้ที่ช๊อกจนไม่เป็นอันอ่านอะไร "ความจริงแล้วสลิธีรีนและกริฟฟินดอร์เป็นบ้านที่เตรียมสำหรับศาสตร์มืดอยู่แล้วเพื่อเป็นแขนขาของโลกเวทมนตร์ในการรับศึกสุดท้าย  ขณะที่บ้านฮัฟเฟิลพัฟก็ถือว่าไม่ว่าใครที่ถูกมองว่าขาดคุณสมบัติ  เธอมีหน้าที่พัฒนาให้เป็นกำลังเสริมในยามศึก"

"นั่นเป็นไปไม่ได้!" รอนตะโกน "บ้านกริฟฟินดอร์เป็นบ้านที่มีเกียรติ! สลิธีรีนต่างหากที่ร้ายกาจ! สลิธีรีนสร้างบาซีลิส! ต้องการทำลายลูกมักเกิ้ล!"

"เป็นผมที่ตีความคิดของสลิธีรีนตามใจชอบต่างหาก!" ทอมบอก "บาซีลิสมีเพื่อป้องกันไม่ให้ใครลงไปที่ใต้ฮอกวอร์ต  เพราะไม่ต้องการให้ใครต้องถูกสังเวย! มันได้รับคำสั่งมาตั้งแต่มันแรกเกิด  และมันเชื่อฟังจนในวันที่ผมไปพบมัน!" ทอมลุกขึ้น "ผมนี่แหละคือโวลเดอร์มอร์  มีความทรงจำตอนนั้นและกล้ายืนยัน!  บันทึกระบุชัดถึงเจตนาที่แท้จริงของสลิธีรีน! แต่ผมไม่สนใจ! ผมเรียกมันขึ้นมาแล้วโยนบาปให้แฮกริก! และบางส่วนของวิญญานที่ไร้จิตสำนึก! ก็ยังโยนบาปให้กับจินนี่ วิสลี่ย์!" การที่บอกว่าตัวเองคือโวลเดอร์มอร์ทำให้พวกมัลฟอยที่ยังไม่รู้อะไรแทบจะล้มไปตามๆ กัน "นี่แหละความจริง!"

"แต่มันทำร้ายเฮอร์ไมโอนี่!" รอนหันไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เคยเป็นเหยื่อ  ซึ่งอึ้งจนพูดไม่ออก

"ถ้ามันไม่ถูกเรียกแต่แรก... มันก็ไม่ทำร้ายใครนี่คะ" โรซี่สรุปเอง

ตอนนี้มือที่จับปากกาของแฮร์รี่สั่นไปหมด... ทุกสิ่งที่เค้าเคยเชื่อมั่นกำลังพังทลาย  ความภาคภูมิใจในความเป็นกริฟฟินดอร์ของเค้า  เมื่อก่อนเค้าเคยเชื่อว่าสลิธีรีนคือแหล่งผลิตความชั่วร้าย--พ่อมดศาสตร์มืด  แต่ตอนนี้มันผิดไปแล้ว  กริฟฟินดอร์ไม่ได้มีใจเมตตาแต่เค้าคือคนที่ยอมทำทุกอย่างแม้แต่สังเวยผู้บริสุทธิ์เพื่อคำฮอกวอร์ตให้คงอยู่ตลอดไป  ในขณะที่สลิธีรีนกลับกลายเป็นพยายามแก้ปัญหาของโลกเวทมนตร์โดยที่ไม่ต้องการให้ใครต้องตาย!?!

แต่สุดท้ายแล้วสลิธีรีนก็ไม่สามารถทำอะไรได้  ได้แต่จากฮอกวอร์ตไปเพราะไม่สามารถทำอะไรได้!

ราวกับจะบอก 'อุดมการณ์คือมายา  การเมืองนั้นหนาคือของจริง!' สลิธีรีนอุดมการณ์สูง  แต่มันใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง  เพราะอุดมการณ์มันกินไม่ได้! คนที่คิดถึงเรื่องเล็กน้อยมากเกินไปจนกระทั่งเสียการใหญ่ย่อมไม่สามารถจะควบคุมอะไรได้! ยิ่งในเวลาที่ต้องมีการเสียสละบางอย่าง  คนอย่างสลิธีรีนคือคนที่ไปไม่ถึงฝั่่งเพราะคิดถึงแต่เรื่องเล็กน้อยจนกระทั่งเสียการใหญ่!

การจะพาโลกเวทมนตร์ไปรอดไม่ใช่แค่มีพลังอำนาจ  แต่ต้องโหดเหี้ยมด้วย!?!

"แม่ผม... ตายรึยัง" ไม่เคยมีครั้งไหนที่ลูเซียสจะซีดขนาดนี้เลย  ระหว่างนั้นลูเครเซียปาดน้ำตาจากหน้า

"น่าจะยัง  เพราะถ้าตายแล้ว  ต้องมีคนที่จะถูกสังเวยต่อ  แต่นี่ไม่มี  แปลกว่าเธอยังมีชีวิต  บางที่ช่วงที่จตุราชาหายไปก็อาจจะไปช่วยหาคนมาสังเวยหรือไม่ก็พยายามที่จะให้อะโพดิตี้มีชีวิตให้นานที่สุด  แม้จะเป็นจิตมาร  แต่ป้าอาเทน่ายังคงมีหัวใจของกริฟฟินดอร์อย่างเต็มเปรี่ยม... เธอยังคงทำตามอุดมการณ์เดิม"

"ถ้างั้น  เธอจะจับเซเวอรัสไปทำอะไรฮะ!" สกอร์ปิอัสตกใจสุดขีด

"น่าจะต้องการดวงวิญญานตามคำสัญญา" เอรีสบอก "แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก"

"นี่ไง  วิธีที่สติของศาสตราจารย์สเนปจะกลับเป็นเหมือนเดิม" ไดอาน่าส่งหน้าหนึ่งของหนังสือให้อัล "ในคืนพระจันทร์เต็มดวง  เราต้องพาเค้ากลับไปที่ๆ เค้าตาย"

"แล้ววิญญานของเซเวอรัส" ทอมกระซิบ

"ไม่ต้องกังวลหรอก, เราน่าจะนอนได้แล้วนะ  เพราะมันดึกมาแล้ว" เอรีสตัดบท
--------------------------------------

อัลนั่งมองหน้าเซเวอรัสที่ยิ้มให้เค้าเกือบตลอดเวลาอย่างมีความสุข  ก่อนจะค่อยๆ โยกเบาให้จมลงสู่การหลับ  ราวกับเด็ก  เซเวอรัสเหมือนแทบไม่มีลมหายใจ  แต่บาดแผลที่คอก็ถูกดูแลอย่างดี  วูบหนึ่งอัลรู้สึกเศร้า...

รอยยิ้มนี้สำหรับแฮร์รี่ พอตเตอร์  ไม่ใช่เค้า  แม้ว่าเซเวอรัสจะไม่เคยยิ้มให้แฮร์รี่ในชีวิตจริงก็ตาม...

"เมื่อไหร่คุณจะยิ้มให้ผมจริงๆ บ้าง"

แฮร์รี่หันไปมองหน้าลูกชาย  หลังจากส่งข่าวบอกภรรยาว่าจะไม่กลับบ้านและจะเล่าทุกอย่างให้ฟังในวันพรุ่งนี้ทางเตาผิง  เค้ามองดูอัลที่มองดูเซเวอรัส  สเนปอย่างมีความหวังจนชักกังวลขึ้นมา  อัลหันหน้ามาประจัญหน้ากับพ่อ

"อัล... ลูกรู้สึกยังไงกับศาสตราจารย์สเนป"

"ผมชอบเค้าครับ"

ตรงเกินไปลูก... เล่นเอาพ่อหงายหลังเลย...  แฮร์รี่พยายามลุกขึ้นมาแล้วถามเพื่อขอความมั่นใจว่าตัวเองคงแค่คิดมากเกินไป "ไม่ใช่แบบแฟนใช่มั้ย"

อัลนิ่ง  ก่อนจะก้มหน้าหงุด  แล้วจากนั้นมันก็เริ่มแดงมากขึ้นๆ ก่อนเจ้าหนูจะลุกขึ้นแล้วรีบไป "ผมไปห้องน้ำฮะ!!"

แฮร์รี่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังกับสเนป  สัญญานอันตรายมันเริ่มขึ้นเมื่อสเนปโผล่มาแล้วเจ้าอัลน้อยดันมีท่าทางแปลกๆ คือติดเจ้าก้อนเมือกนี้เป็นตังเม  ไม่ยอมห่างแม้แต่นาที  เค้าหันไปมองสเนปแบบโกรธๆ "นี่นาย  ไม่ได้แม่ชั้นก็เลยคิดจะเอาลูกชั้นเรอะ!"

สเนปเงี๊ยบเงียบ...

แฮร์รี่อยากจะเขกกระบานสเนปซักปาบ  แต่เมื่อเห็นใบหน้ายามหลับที่่น่ารักเกินคาดของอีกฝ่ายก็ทำไมลงเหมือนกัน...

"ฝากไว้ก่อนเถอะ, อาจารย์!"








อัลไม่รู้จะทำยังไง  แต่พ่อของเค้าถามแบบนั้น  เค้าเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขิน  เค้าไปเจอกับโรซี่ สกอร์ปิอัส  และทอมที่กำลังคุยกันและทุกคนหันมาทัก "อ้าว, ยังไม่นอนเหรอ?"

"ไม่ฮะ... ว่าแต่  ทำไมทุกคนไม่นอนล่ะ"

"พ่อกับแม่ดูแย่มากหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด" โรซี่ถอนใจ "แม่กลับไปก่อนแล้วเพราะเป็นห่วงฮิวโก้กับคุณอาจินนี่แล้วก็ลิลี่... แต่พ่อสิ  ดูแย่มากๆ ชั้นเลยอยากให้พ่ออยู่ตามลำพังก่อน"

"หลังจากพวกพ่อรู้ว่าทอมคือลอร์ดโวลเดอร์มอร์  พวกเค้าก็ดูแย่มากๆ จนทอมรู้สึกอึดอัดออกมาเดินข้างนอก  ส่วนชั้น... ชั้นมาเป็นเพื่อนทอมน่ะ" สกอร์ปิอัสบอก  ทอมหัวเราะเบาๆ

"ถ้าเธอจะเข้าใจ  โวลเดอร์มอร์ชื่อเสียงเสียมากกว่าที่ใครจะคาดคิด  และยิ่งตรามารกลับมาบนแขนของพวกเค้าด้วย... เข้าใจนะ  ชั้นเลยคิดว่าจะกลับไปที่ห้องนั่นซะหน่อย  เพราะชั้นคงทนความอึดอัดนี่ไม่ได้" ทอมหลับตาลง  พวกมัลฟอยกลัวมาก  ทั้งนาซิสซา  ลูเซียส  เดรโก... "ชั้นจะไปหาหลวงพ่อเอรีส  ไปด้วยกันมั้ย"

"อื้อ!" เด็กๆ รับพร้อมกัน

"งั้นไปกัน"

สิ้นคำเด็กหนุ่มและเด็กน้อยอีกสามก็เกาะกลุ่มกันกลับไปยังทางสู่ห้องใต้ดินที่ถูกเปิดออก  และอะไรบางอย่าง  เมื่อพวกเค้าถึงประตูแล้วทอมรู้สึกบรรยากาศที่ไม่ค่อยดีนัก.... "อะไร?" อัลถาม  แต่ทอมยกมือขึ้นห้าม

"ชี่ชชชช"

ทอมก้าวเท้าให้เบาที่สุดและพยายามลดความเครียด  มีการร่ายคาถาป้องกันการดักฟัง  แต่ทอมรู้ว่าจะทำยังไง  เค้าสอดไม้กายสิทธิ์เข้าไปที่กลอนประตู  แล้วร่ายคาถาอีกบทหนึ่งซึ่งไม่มีในฮอกวอร์ต  มันเป็นคาถาที่เค้าคิดขึ้นเองในช่วงเวลาที่เค้ายังเป็นเด็กหนุ่มและยังเป็นทอม มาโวโล่ ริดเดิ้ล  คราวนี้พวกเค้าสามารถเห็นข้างในได้แม้ประตูจะไม่เปิดออก  และได้ยินเสียงชัด  เสียงของบาทหลวงแอนดรู

"เซเวอรัสเป็นเฟริส์ทชิลเด้น  เพื่อแทนที่โลกิเหรอครับ"

"ไม่มีใครแทนโลกิได้หรอก  ถ้าว่าตามหลัก  แต่ด้วยคำๆ นั้นทำให้เราต้องการวิญญานที่รักมากกว่าทุกสิ่ง  ให้อภัยได้ทุกสิ่ง  เป็นวัตถุแห่งรักที่ทรงคุณค่า  แต่ไม่มีใครเป็นแบบนั้น  จนกระทั่งเราเห็นกับตาว่าเซเวอรัสเสกผู้พิทักษ์รูปอะไร... มันคือกวางตัวเมีย... มันคือลิลี่ในร่างกวาง... ลิลี่ในฐานะภรรยาของเจมส์" เอรีสบอก

"แต่... คุณบอกว่าพ่อมดสร้างผู้พิทักษ์จากความรู้สึกที่เป็นสุขไงฮะ" เจคอบมึนงง "แล้วเซเวอรัสรักลิลี่  เค้าจะเสกผู้พิทักษ์แบบนั้นได้ยังไง  ลิลี่ในร่างกวางคือการตอกย้ำว่าลิลี่เลือกเจมส์  ไม่ใช่เค้า  แล้วถ้าเค้ารักลิลี่เค้าจะทนได้ยังกับการที่ลิลี่จะปรากฏในร่างกวาง?!"

"เพราะความรักอีกนั่นแหละ" เอรีสถอนใจ "ความรักที่ยิ่งใหญ่... ความสุขที่สุดของลิลี่คือการได้เป็นภรรยาของเจมส์  แม้เค้าจะไม่รู้ความหมายว่าทำไมเธอจึงมีความสุขขนาดนั้นเมื่อได้เป็นภรรยาของเจมส์  แต่เค้าก็เลือกที่จะเสียสละแม้ว่าเค้าจะเจ็บปวดมากเพียงไรก็ตาม  นาทีที่เห็นรอยยิ้มของเธอ  มันคือรอยยิ้มของนางฟ้า... ในชุดแต่งงาน  ลิลี่หัวเราะอย่างมีความสุขที่สุดในโลก  และเซเวอรัส" เอรีสหยุดเมื่อรู้สึกถึงน้ำตาแต่ก็ดำเนินต่อไป "เซเวอรัสยอมทุกอย่างเพื่อความสุขของลิลี่  เพราะฉะนั้นผู้พิทักษ์ของเค้าจึงเป็นความสุขขั้นสูงสุดของเค้าแต่ขณะเดียวกันก็ฉีกหัวใจของเค้าเป็นชิ้นๆ... ความสุขของเค้าคือความสุขของเธอคนเดียว" บาทหลวงทั้งสี่เช็ดน้ำตาด้วยความประทับใจก่อนจะตกใจกับสิ่งที่ดังขึ้นในเวลาถัดมา "ความรักนั้นทำให้วิญญานของเค้ากลายเป็นวิญญานที่มีความหมายมากยิ่งเมื่อถ้ามันสามารถทำให้ปีศาจไร้รักมีความรักได้ด้วย  คราวนี้แม้แต่โวลเดอร์มอร์ก็มีความรักได้  เค้าจะเป็นเหมือนกับเซเวอรัสที่เมื่อเสียวิญญานก็จะคงอยู่ได้และเป็นอมตะ!"

"คุณพูดอะไร!?!" อลันกระซิบ

"มีหนทางอยู่สองทางสำหรับวันพิพากษา  คือสังเวยดวงวิญญานอันบริสุทธิ์  หรือสังเวยร่างที่เป็นอมตะสี่ร่าง!"

"หลวงพ่อ!" โยเซฟอุทาน "นี่คุณคิดจะบอกว่า!?!?"

"ทีแรกชั้นตั้งใจจะสังเวยวิญญานของเซเวอรัส... มันเป็นหนทางเดียวสำหรับทางออกของโลกเวทมนตร์และโลกมักเกิ้ลทั้งหมด"

"แล้วจะเกิดอะไรกับวิญญานของเซ--!" แอนดรูแทบไม่อยากคิด

"มันต้องสลายไป"

เวลานั้นเด็กๆ ที่แอบฟังสั่น  ไม่มีใครขยับหรือส่งเสียงได้แม้แต่คนเดียว  และโยเซฟ  เค้าพูดขึ้น "แล้วทอมล่ะ!?"

"ทอมเป็นตัวเลือกที่สอง" เค้าถอนใจ "ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิด  เพราะยังไงก็ไม่มีทางอยู่แล้ว  หลังจากการสะท้อนกลับของคำสาป  วิญญานของลอร์ด โวลเดอร์เสียหายมาก  ตอนนี้ทอมแทบจะไร้วิญญานอยู่แล้ว  มันง่ายถ้าวิญญานของเค้าจะสลายไป  เค้าจะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องสังเวยอมตะอีกชิ้น  ชั้นมั่นใจว่าตอนนี้อาเทน่ามีสอง  และชั้นก็มีสองแล้ว  ครบพอดี"

"ผม... คิดว่าเราทำเพื่อเห็นแก่พระเจ้า! เราให้อภัยแก่บาปของจอมมาร! เราช่วยให้เซเวอรัสมีชีวิตใหม่!" เจคอบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

"ใช่  เราช่วยเค้า  แต่บาปของเค้าก็มีมาก  โดยเฉพาะโวลเดอร์มอร์! เค้าต้องชดใช้ด้วยนิรันดรของเค้า!" เอรีสหอบ "แต่ถ้าไม่สำเร็จ  เราไม่สามารถ  เราก็เหลือทางเลือกทางเดียว วิญญานบริสุทธิ์ของเซเวอรัส! ต้องสังเวยออกไป!"

"...คุณหลอกใช้พวกเรา!" โยเซฟอุทานออกมา "ผมคิดว่าผมช่วยเซเวอรัสจากอดีตที่โหดร้ายและความบาปที่พ่อของเค้าทำต่อเค้า! ผมมั่นใจว่าเซเวอรัสจะมีความสุข! เพราะเค้าจำอะไรไม่ได้! แต่แล้วคุณแยกวิญญานจากร่างกาย! เซเวอรัสยังคงเป็นเซเวอรัสที่สูญเสียมานับครั้งไม่ถ้วนและอดีตที่โชกไปด้วยการละเมิดที่ไม่น่าจดจำ! และตอนนี้เค้าอาจจะทุกข์ทรมานชั่วนิรันดรร่วมกับอดีตเจ้านายของเค้า! ขณะที่วิญญานของเค้า! คุณบอกว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคุณจะใช้มันใช่มั้ย! ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ดวงวิญญานที่ไร้หัวใจแล้ว! มันเป็นวิญญานที่มีความรู้สึกเป็นของตัวเอง! มีความรักความเมตตากับทุกคน! และผมรักเค้า! ตลอดเวลาความบริสุทธิ์ของเค้าทำให้เราปกป้องเค้าจากทุกอย่าง! คุณทำให้เราเชื่อว่าเราปกป้องทูตสวรรค์ของพระเจ้า! แล้วอยู่ๆ คุณก็บอกเราว่าแท้จริงแล้วเค้าคือเครื่องสังเวยงั้นเหรอ!?!?!"

"เราต้องไปจากที่นี่" ทอมกระซิบหลังจากได้ยินทั้งหมด  และเด็กๆ ก็รีบวิ่งออกไป "เราต้องไม่ให้ใครสงสัย  แล้วไปให้เร็วที่สุด"

บานประตูเปิดออกพร้อมร่างของอัลที่หอบอยู่ที่ประตู  หลังพิงประตูไว้  แฮร์รี่มองดูลูกชายอย่างงุง "อัล... เกิดอะไรขึ้นเหรอ"

"ไม่... ไม่ครับ" อัลโกหก

เวลานั้นเค้าห่อเหี่ยวไปหมด  เค้าสงสารเซเวอรัส  ทั้งบราเทอร์และศาสตราจารย์  และสงสารทอม  เมื่อรู้ว่าอะไรรออยู่  เค้ารู้แล้วว่าสลิธีรีนรู้สึกยังไงกับเพื่อนของเค้า  กริฟฟินดอร์

เวลานี้เค้าไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกแล้วแม้แต่เอรีส  และ พ่อของเค้า....

เค้าต้องพาเซเวอรัสของเค้าหนีไป!!!






TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #240 micupcake16 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:22
    สงสารสเนป
    #240
    0
  2. #100 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 06:25
    เดี๋ยวนะ ... "ของเค้า ... " กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด เอาแล้วไง
    #100
    0
  3. #99 Eve P Berm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 12:25
    อย่านะ อย่าจะทำอะไรกับ เซเวอรัส สเนป ของฉัน T___T
    #99
    0
  4. #98 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 00:21
    โลกที่สวยงาม ถล่มลงมาดังโครม!!!

    เรื่องมันช่างน่าเศร้า

    ตอนนี้เนื้อหาเครียดมาก ... ฮ่าา ..

    เอาแล้ว อัล จะพาเซเวอรััสหนีแล้ว..

    สนุกมากค่ะ แล้วมาต่อนะคะ ซามมาเอล มาเร็วทันใจมาก

    #98
    0