King of Dark Land ราชันแห่งแดนมืด (เป็น e-book แล้ว)

ตอนที่ 19 : การก่อการร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

ชายหนุ่มผมสีทมิฬซอยยาวประบ่า ดวงตาสีแดง ร่างสูงสวมชุดสีดำขลิบทองนั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์สีดำ แม้ว่าจะเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่เพราะอายุเพิ่งจะยี่สิบหรืออย่างไรไม่ทราบ หน้าตาของเขาถึงยังมีเค้าของความเป็นเด็กหนุ่มมากกว่าชายหนุ่ม และนั่นทำให้ชาวพรายผู้มาเยือนรู้สึกประหลาดใจ

"ท่านคงแปลกใจที่ข้ายังเด็ก แต่ก็อย่างที่เห็น ข้า วาเรียส เพนเดลรอน จ้าวปีศาจแห่งแดนมืด หากการปรากฏตัวของข้าทำให้ท่านไม่พอใจ ข้าต้องขออภัย" วาเรียสสบตากับชายชาวพรายที่สวมชุดสีขาวขลิบทองพลางค้อมศีรษะให้เล็กน้อยเพราะทางนั้นอาวุโสกว่า 

อีกฝ่ายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะคือราชาแดนพรายที่ต้องการจะพบจ้าวปีศาจเป็นการส่วนตัว ภายในห้องที่ปิดประตูหน้าต่างและมีทหารคอยรักษาความปลอดภัยแน่นหนาอยู่ด้านนอกเป็นการยืนยันว่าภายในห้องนี้ถูกจัดให้แบบส่วนตัวจริง ๆ ชายผู้มีผมสีทองยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีม่วงฉายเเววเอ็นดูคนตรงหน้านิด ๆ ใบหูเรียวแหลมคล้ายกับชาวเอลฟ์แต่สั้นกว่า บอกตามตรง เขายอมรับว่าตกใจและแปลกใจจริง ๆ ที่วาเรียสอายุยังน้อย

"ข้า เรฮาน แอชเบิร์น ราชาแห่งแดนพราย ข้าไม่ได้ไม่พอใจหรอกนะจ้าวปีศาจน้อย ข้าแค่ตกใจที่เจ้ายังเยาว์ขนาดนี้ต่างหาก" สำหรับเผ่าพันธุ์ที่อายุยืนยาวกว่ามนุษย์ ราชาที่เป็นผู้ปกครองก็มีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีเพราะถ้าอายุน้อยกว่านั้นนอกจากจะยังเด็กเกินไปแล้ว อาจจะยังขาดประสบการณ์ในหลาย ๆ ด้านซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตามมาได้

"ในสมัยจ้าวปีศาจลำดับที่ห้า เขาก็อายุยังไม่ถึงร้อยปีนะครับ"

"แต่ข้าได้ยินว่าเขามีน้องชายและมีที่ปรึกษามากมายคอยช่วยเหลือ แต่เจ้าไม่เหมือนเขานะ จ้าวปีศาจน้อย" เรฮานรู้สึกได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอีกฝ่าย "ก็อยากจะคุยกับเจ้าให้มากกว่านี้อยู่หรอก แต่ข้าจำเป็นต้องเข้าเรื่อง"

"เชิญกล่าวมาได้เลยครับ"

"แดนมนุษย์กับแดนเทวาไม่เชื่อว่าพวกเจ้ากำลังมีปัญหาแถมยังมองพวกเจ้าเป็นศัตรู ข้าก็เลยอยากจะช่วย เรื่องทรัพยากรบางส่วนอย่างพันธุ์ไม้สำหรับทำยารักษาโรคและการค้าขาย"

"แลกกับอะไรครับ" วาเรียสถามกลับทันควัน อีกฝ่ายอาจจะใจดียื่นมือเข้ามาช่วยแต่จริง ๆ แล้วต้องการอะไรบางอย่างอยู่เพียงแต่ยังไม่พูดออกมาเห็นได้จากสีหน้าหนักใจของราชาแดนพราย "เรฮาน ข้าคิดว่าท่านควรจะกล่าวออกมาตรง ๆ ดีกว่านะครับ อีกอย่างนั่นต่างหากคือประเด็น"

"เจ้ารู้สินะ" 

"ข้าไม่ทราบหรอกครับว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ข้ารู้สึกได้ว่าท่านมีบางอย่างที่อยากจะพูดกับข้า" ดวงตาสีแดงของชายหนุ่มจ้องมองเข้ามาในดวงตาสีม่วง ราชาแดนพรายถอนหายใจจากนั้นจึงยอมพูดออกมา

"ตอนนี้ที่ดินแดนของข้าเกิดความแตกแยก แบ่งออกเป็นสองฝ่ายนั่นคือข้ากับสภาขุนนาง พวกเขามีอำนาจมานานจนเรียกว่าแทบจะเท่าราชา พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องเกรงใจข้า ข้าคิดว่าควรจะดึงอำนาจกลับมา แต่ทางนั้นไม่ยอมจึงเกิดการสู้รบ ข้ากลัวว่าสักวันตัวเองจะไม่มีกำลังพอปกป้องดินแดน ข้าจึงอยากขอยืมกำลังของเจ้า จ้าวปีศาจน้อย"

"แสดงว่าท่านจะขอยืมกำลังทหารของแดนมืด?" ถามจบ ราชาแดนพรายก็พยักหน้า "เกรงว่าจะไม่ได้ เมื่อห้าปีก่อน เราสูญเสียกำลังคนไปมากกับการต่อสู้กับนางฟ้าเทซิน่า ข้าคงให้ท่านยืมกำลังของเราไม่ได้หรอกครับ" การต่อสู้คราวนั้นทำให้ญาติพี่น้องทุกคนจากไปหมด วาเรียสไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีกจึงเลือกที่จะปฏิเสธ

"แต่ในห้าปีมานี้ เจ้าเองก็ฟื้นฟูกองทัพให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ให้ข้ายืมทหารไปสักห้าร้อยหกร้อยนายก็ไม่ได้หรือ"

"แม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้ครับ ถ้าเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากให้แดนมืดเกิดสงคราม" วาเรียสตั้งใจว่าจะทำให้ยุคสมัยของตัวเองผ่านพ้นคำสาปไปโดยไม่มีสงครามกับที่ไหน ถึงจะไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ก็เถอะ

เรฮานนิ่งไปชั่วขณะ ท่าทางอีกฝ่ายคงไม่ยอมช่วยแน่ ๆ ซึ่งเขาก็พอจะเข้าใจอยู่ ถ้าจ้าวปีศาจไม่อยากให้เกิดการนองเลือดกับชาวแดนมืด ตัวเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับอะไร 

"เจ้าจะไม่ช่วยข้าจริง ๆ หรือจ้าวปีศาจน้อย ถ้าเจ้าช่วยข้า ข้าอาจจะยอมช่วยเรื่องทรัพยากรนะ"

"ข้าคงช่วยท่านไม่ได้จริง ๆ ต้องขออภัยด้วยครับ"

"นั่นคือคำตอบของเจ้าสินะ วาเรียส เพนเดลรอน" ชายชาวพรายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในใจเขามีเรื่องกังวลมากมาย และคงจะดีมากถ้าอีกฝ่ายยอมช่วย แต่ในเมื่อจ้าวปีศาจไม่อยากให้คนของตัวเองต้องมาเสี่ยงตายเพื่อแดนอื่น เขาก็ไม่ว่าอะไร

 

ภายในห้องโถงที่มีแสงสลัว ๆ จากคบเพลิงนั้นมีบุคคลกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรวมกลุ่มกันเพื่อปรึกษาหารือเรื่องอะไรบางอย่าง ข่าวจากสายลับที่ไปสืบมาว่าราชาแดนพรายไปพบจ้าวปีศาจด้วยเรื่องอะไรทำให้พวกเขาต้องรีบหาทางทำอะไรสักอย่างก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายแพ้

"ราชาขอยืมกำลังของจ้าวปีศาจ" เสียงของชายชาวพรายที่คาดว่าเป็นหัวหน้ากล่าวขึ้นทำให้ทุกคนที่หันไปคุยกันถึงกับต้องนั่งนิ่งตั้งใจฟังทันที "แต่โชคดีที่ฝ่ายนั้นไม่ยอมช่วย"

"แต่ราชาคงไม่หยุดหากำลังเสริม" อีกเสียงกล่าวขึ้น

"เราสู้กับราชามานาน ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครแพ้ไม่มีใครชนะ ข้าก็เลยคิดอะไรออก" หัวหน้าใหญ่ของสภาขุนนางชาวพรายเหยียดยิ้มขณะมองแผนที่จากนั้นก็ใช้ไม้ชี้ไปยังแดนมืด "จ้าวปีศาจยังเด็กเกินไปที่จะเป็นราชา เราจะใช้เขาเป็นหมากทำงานให้เรา"

"ทำยังไง?"

"เด็กน้อยผู้เป็นราชาคงทนไม่ได้ที่จะเห็นประชาชนล้มตาย อีกอย่างสำหรับแดนมืด ถ้าสุสานหลวงถูกทำลายก็นับว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างที่สุด เพราะสุสานของบรรพบุรุษไม่ใช่ใครที่ไหนจะเหยียบย่ำได้ มันเป็นสิ่งที่มีค่าทางจิตใจ แต่แค่นั้นไม่ทำให้เขาออกโรงง่าย ๆ ดังนั้นข้าก็เลยเตรียมตัวช่วยเอาไว้" หัวหน้าใหญ่ของสภาขุนนางเหยียดยิ้มจากนั้นก็เอามีดปักลงบนสัญลักษณ์รูปปราสาทกลางแผนที่แดนพราย ซึ่งที่นั่นคือสถานที่ตั้งของเมืองหลวง

อีกไม่นานเงามืดก็จะคืบคลานเข้ามา!

 

เสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาจากทุกทิศทางแต่ทว่ากลับไม่มีภาพที่มาของเสียงปรากฏให้เห็นนอกจากความมืด จากนั้นก็มีเสียงกระทบกันของคมดาบและเสียงระเบิดตูมตามดังกลบเสียงร้องเหล่านั้น ผ่านไปสักครู่ก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงดังเหมือนอยู่ข้างหู

"!!!" เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น พอรู้ว่าฝันไป วาเรียสจึงลุกจากเตียงขึ้นมานั่งตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ ตอนนี้ฟ้ายังมืดเพราะกลางวันยังไม่มาถึง แต่เขากลับไม่อยากนอนต่อเพราะไม่อยากจะฝันแปลก ๆ แบบเมื่อกี้อีก

ออกไปข้างนอกดีกว่า คิดได้ดังนั้น ร่างสูงจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะออกไปเดินรับลมข้างนอก หลังจากจบการเจรจา เขาก็ไม่ได้กลับพระราชวังซัลลิเเวนแต่พักอยู่ที่คฤหาสน์บนเนินเขาไกลออกไปจากตัวเมืองท่ามาริเนล ทว่าทันทีที่เปิดประตูออกมา วาเรียสก็เห็นแสงไฟอยู่ไกล ๆ ยิ่งมองจากระเบียงก็ยิ่งเห็นชัด

"แสงไฟ?"

"ท่านจ้าวขอรับ!" เฟลมวิ่งหน้าตาตื่นมาหาชายหนุ่มทั้งที่หัวกระเซิงและเสื้อผ้ายังอยู่ในชุดนอน คาดว่าเจ้าตัวคงเพิ่งตื่นแน่ ๆ "แย่แล้วขอรับ เมืองท่าถูกโจมตี!"

"ว่าไงนะ!"

"ข้าส่งทหารล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ข่าวก็ส่งไปให้เมืองข้างเคียงมาช่วยแล้วขอรับ" หัวหน้าตระกูลไพลาริสรายงานต่อว่าทำอะไรบ้าง

"ข้าจะไปที่เมืองท่า" ด้วยความเป็นห่วงประชาชน ชายหนุ่มจึงรีบทิ้งตัวจากระเบียงลงไปยืนบนพื้นสนามหญ้าด้านล่างก่อนจะมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีแสงไฟโดยมีเฟลมในสภาพพร้อมรบคอยวิ่งตามมาติด ๆ

 

ภาพบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้บนริมฝั่งตามมาด้วยเสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ทำให้ร่างที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นอยู่บนเรือเหยียดยิ้ม หลังจากราชาแดนพรายกลับไปยังดินแดนพราย เขาก็เริ่มทำงานในส่วนของตัวเองโดยการส่งคนไปโจมตีเมืองท่าโดยที่ทางนั้นไม่ทันตั้งตัว 

"เนลิส แล้วสุสานของตระกูลเพนเดลรอนล่ะ" เสียงของหัวหน้าใหญ่ถามดังมาจากทางด้านหลัง คนคุมงานยิ้มกว้างจากนั้นก็หันมาตอบ

"คนของเราจัดการเรียบร้อยแล้วครับท่านบารอน รวมทั้งยาพิษที่จะใช้กับจ้าวปีศาจน้อยด้วย" เนลิสหันไปมองแสงไฟที่ริมฝั่งก่อนที่เรือลำใหญ่ซึ่งใช้ความมืดอำพรางไว้จะค่อย ๆ เคลื่อนออกไปจากน่านน้ำ

 

เสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วไปทั่วเมืองสลับกับมีเสียงคมดาบกระทบกัน ตอนนี้ผู้บุกรุกกำลังปะทะกับทหารแดนมืดที่ล่วงหน้ามาช่วยชาวเมืองก่อน ทว่าการโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยที่ชาวเมืองไม่รู้ตัว ทำให้คนส่วนใหญ่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ผู้ชายกับคนแก่ถูกไล่ฟันด้วยดาบ ผู้หญิงถูกฉุดคร่าไปขืนใจ ส่วนเด็ก ๆ ก็ถูกจับโยนใส่กองไฟที่กำลังเผาไหม้บ้านเรือน

"แม่! แม่จ๋า!" ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่สองข้างทาง เด็กหญิงวัยห้าขวบร้องไห้หาผู้ปกครองเพราะพลัดหลงกันระหว่างหลบหนี เธอไม่รู้ว่าจะไปทางไหน เพราะทุกที่ที่มองไปก็มีแต่เพลิงไหม้ทั้งนั้น

ครืน!

พลันอาคารสามชั้นที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ถล่มลงมา เด็กน้อยกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว จังหวะนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งมาคว้าร่างเล็กแล้วดีดตัวหลบออกมาทันควัน ทำให้ไม่มีใครตายในซากอาคารหลังนั้น เด็กหญิงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนคนมาช่วยก็วางร่างเล็กลงพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้

"ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวก็ได้เจอแม่แล้ว"

"ท่านจ้าว!"

"เฟลม ให้ทหารสองนายพาเด็กคนนี้ไปในที่ปลอดภัย ส่วนเจ้ากับทหารที่เหลือตามข้ามา" วาเรียสจัดการสั่งงานเสร็จสรรพพลางส่งเด็กหญิงไปให้องครักษ์ผมสีเพลิง หัวหน้าตระกูลไพลาริสส่งเด็กต่อไปให้ทหารสองนายพาออกไปจากที่นี่ ก่อนที่เขาและทหารนายอื่นที่ตามมาทีหลังจะตามวาเรียสไป

หลังจากมาถึงที่นี่ ภาพซากศพมากมายก็ผ่านเข้าในสายตา เสียงกรีดร้องก็ดังแว่วมาไม่ขาดสาย ที่น่าสงสารที่สุดคงไม่พ้นพวกผู้หญิงกับเด็ก ๆ ที่ถูกทำร้าย ใช่ว่าชายหนุ่มไม่เคยทำร้ายใคร แต่เขาไม่เคยเห็นคนบริสุทธิ์มากมายถูกฆ่า และภาพพวกนั้นก็ติดตาทำให้เขาต้องคอยสะบัดหน้าไล่ภาพเหล่านั้นออกไปจากสมอง

"ให้ทหารยี่สิบนายไปช่วยรับมือผู้บุกรุกที่จัตุรัสกลางเมือง อีกสิบสองนายไปช่วยอพยพคนทางทิศตะวันออก เฟลมกับทหารบางส่วนมากับข้า เราจะไปเก็บกวาดผู้บุกรุกข้างหน้า"

"รับทราบ...ระวัง!" เฟลมตะโกนเตือนทันทีที่เห็นชายในชุดดำทะมัดทะแมงและปิดใบหน้ามิดชิดทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้า ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตวัดดาบใส่จ้าวปีศาจ วาเรียสหันไปคว้าตัวดาบด้วยมือเปล่าตามด้วยคว้าคอเสื้อชายคนนั้นแล้วทุ่มลงพื้น

ปัง! ตูม!

"พวกเจ้าเป็นใคร!" เฟลมตะโกนพลางใช้ดาบปืนยิงกระสุนระเบิดเพลิงใส่ผู้บุกรุกที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ทว่าฝ่ายนั้นไม่ตอบแถมยังวาดวงเวทขึ้นกลางอากาศก่อนที่มันจะยิงกระสุนเวทตอบโต้กลับ

"ชิ!" วาเรียสสบถขณะพุ่งไปหาฝ่ายตรงข้ามตามด้วยควงเคียวฟันร่างผู้ก่อการร้าย ของเหลวสีแดงสาดกระจายเต็มพื้น กลิ่นคาว ๆ ลอยมาแตะจมูกแต่ขอโทษเขาไม่สน 

"กรี๊ด!!!"

"อ๊าก!!!"

เสียงกรีดร้องดังแว่วมาแต่ไกลทำให้ร่างสูงวิ่งไปตามเสียง ระหว่างทางเจอผู้บุกรุกในชุดดำก็ตวัดเคียวฟันทิ้งโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น ในที่สุดชายหนุ่มก็มาถึงต้นกำเนิดเสียงนั่นคือสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่ถูกไฟไหม้ เสียงร้องพวกนั้นคือเสียงของเด็ก ๆ ที่ถูกเผาทั้งเป็น บางคนถูกไฟคลอกและวิ่งออกมานอนตายอยู่กลางลานกว้างนอกตัวอาคารต่อหน้าวาเรียสอีกต่างหาก

"ไม่ ๆ มันต้องไม่ใช่อย่างนี้!"

"ท่านจ้าว!" เฟลมวิ่งมาดึงร่างสูงที่ทำท่าจะสติแตกไว้ก่อนไม่อย่างนั้นเขาจะเข้าไปช่วยเด็กพวกนั้นแน่ แต่ไฟไหม้ขนาดนั้นคงไม่มีใครรอดแล้ว "ในนั้นไม่มีใครรอดหรอกขอรับ!"

"นั่นเด็กนะ! ข้าต้องช่วยพวกเขา!"

"อ๊าก!!!" จังหวะนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งออกมาในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัวก่อนที่เขาจะล้มลงตรงหน้าวาเรียส กลิ่นเนื้อไหม้โชยมาแตะจมูกเมื่อร่างเล็กพยายามคลานมาหาร่างสูง

"ท่านจ้าวถอยไป" เฟลมรีบดึงเจ้านายให้ถอยออกมา

"ฆ่าข้าที! ได้โปรด ทรมานเหลือเกิน! อ๊าก!!!" ร่างนั้นดิ้นทุรนทุรายพลางร้องขอความตายจากคนตรงหน้า ปีศาจหนุ่มกัดฟันกรอดก่อนจะจำใจฟาดเคียวใส่เด็กชาย ปลายใบมีดจันทร์เสี้ยวเสียบเข้าร่างนั้นเต็ม ๆ ร่างของผู้ร้องขอความตายกระตุกเล็กน้อยแล้วแน่นิ่งไป

"เฟลม" เจ้าของชื่อหันมามองคนเรียกซึ่งยังจับเคียวทั้งที่มือสั่น ดวงตาสีแดงมองเด็กคนอื่น ๆ ที่วิ่งออกมาจากตัวอาคารทั้งที่โดนไฟคลอก และพวกเขาก็พูดเหมือนกันหมด

ทรมานและอยากตาย!

"ท่านจ้าว..."

"ฆ่าเด็กพวกนั้นซะ ถ้าจะต้องทรมานล่ะก็ตายไปซะดีกว่า" คำพูดนั้นทำให้เฟลมนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นจึงหันไปสั่งพวกทหารที่ตามมาให้ไปสังหารเด็ก ๆ แล้วจึงค่อยตามหลังวาเรียสที่มุ่งหน้าต่อไป

มีเสียงกรีดร้องดังมาอีกเป็นระยะ ๆ ทำให้พวกเขาต้องเร่งฝีเท้าในการวิ่งสลับกับหลบหลีกอาคารบ้านเรือนที่ถล่มลงมาเนื่องจากไฟไหม้ จังหวะนั้นผู้บุกรุกกลุ่มใหม่ก็ทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้า ทุกคนรีบเอาอาวุธออกมารับมือกับศัตรู พลันชายในชุดดำคนหนึ่งก็เสี่ยงตายพุ่งมาหาวาเรียส จ้าวปีศาจเหวี่ยงเคียวใส่ทันควันแต่ก่อนที่ใบมีดจันทร์เสี้ยวจะฟันร่างนั้นจนขาดครึ่ง ผู้บุกรุกก็พ่นควันอะไรบางอย่างใส่หน้าวาเรียสเต็ม ๆ จากนั้นเขาก็ตายเพราะถูกฟัน

ควันอะไรเนี่ย! ร่างสูงเผลอสูดควันสีขาวเข้าไปและสิ่งที่ตามมาก็คือพื้นโลกเริ่มโคลงเคลง สายตาพร่ามัว แม้จะมึนหัวแต่หูยังคงได้ยินเสียงกระทบกันของคมดาบ วาเรียสเริ่มทรงตัวไม่ได้ จากนั้นชายหนุ่มก็ค่อย ๆ เซล้มลงกับพื้น ก่อนที่สติจะขาดหายไป เขาได้ยินเสียงเฟลมตะโกนเรียก

"ท่านจ้าว!!!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

368 ความคิดเห็น