King of Dark Land ราชันแห่งแดนมืด (เป็น e-book แล้ว)

ตอนที่ 20 : วาเรียสเริ่มเปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

ภาพผู้คนมากมายถูกฆ่า เสียงกรีดร้องอย่างทรมาน และบ้านเรือนถูกเปลวเพลิงแผดเผาคือสิ่งที่ค่อย ๆ จมลึกลงไปในจิตใจของชายหนุ่ม วาเรียสสะดุ้งตื่นเมื่อฝันเห็นภาพเด็กชายที่ถูกไฟคลอกวิ่งมาล้มลงตรงหน้า และนั่นทำให้เขาต้องยกมือปิดตาเมื่อเเสงแดดส่องลงมา ตอนนี้เป็นเวลาเช้า พระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเมื่อไม่นานมานี้ แสงแดดเริ่มสาดส่องไปทั่วดินแดน และที่สำคัญตอนนี้เขานอนอยู่ในกระโจมบนเนินเขาไม่ไกลจากเมืองท่ามาริเนลมากนัก

"ท่านจ้าวฟื้นแล้วหรือขอรับ" เฟลมโผล่หน้ามาดูด้วยความดีใจขณะช่วยคนเพิ่งตื่นลุกขึ้น "ข้าตกใจหมดเลย อยู่ ๆ ท่านก็ล้มลงไป แต่เห็นว่าไม่เป็นอะไร ข้าก็โล่งอก"

"เฟลม เเล้วเมืองท่าล่ะ" คราวนี้องครักษ์ผมสีเพลิงเงียบกริบ แถมยังไม่กล้าสบตาอีก วาเรียสก็ไม่ถามอะไรนอกจากรีบออกไปนอกกระโจม 

ที่นี่เป็นค่ายทหารและเป็นที่พักพิงชั่วคราว หน่วยแพทย์วิ่งไปวิ่งมาคอยรักษาคนบาดเจ็บตรงนั้นตรงนี้วุ่นวายไปหมด เรื่องการโจมตีคงไปถึงเมืองหลวงแล้วถึงมีทหารจากที่นั่นมาช่วยกันมากมาย และที่แน่ ๆ พวกเทมเพสที่คอยดูแลพระราชวังระหว่างที่วาเรียสมาเมืองท่ากับเฟลมก็อยู่ที่นี่แล้วด้วย

"ท่านจ้าว" สามหนุ่มที่กำลังสั่งงานคนนั้นคนนี้อยู่หันมาค้อมศีรษะให้คนหน้าซีดที่เพิ่งได้สติ

"ข้าคิดว่าท่านควรจะพักก่อนนะขอรับ ท่าทางท่านไม่ค่อยสบายเลย" เทมเพสกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีปัญหาสุขภาพเพราะเรื่องเมื่อคืน

"ไม่ล่ะ ข้าสบายดีแล้ว" ว่าจบ ร่างสูงก็รีบเดินตรงไปยังทิศที่ตั้งของเมืองท่าซึ่งตอนนี้เมืองมาริเนลอยู่ในสภาพเป็นซากปรักหักพังแทบทั้งเมือง ระหว่างทางก็เดินสวนกับทหารที่กำลังเข็นรถเข็นใส่ศพผู้ตายในห่อผ้าสีขาว เฟลมก็ตามมาด้วยเพราะเพื่อน ๆ ต้องคอยดูแลความวุ่นวายในค่าย

ตลอดสองข้างทางภายในเมืองที่มีแต่ความเสียหายจากไฟไหม้ ซากศพมากมายกำลังถูกตามเก็บและนำไปเผาโดยเร็วก่อนที่มันจะเกิดโรคระบาด พวกแร้งกาส่งเสียงดังระงมขณะบินว่อนเต็มท้องฟ้า วาเรียสเห็นศีรษะของพวกผู้ชายกลิ้งเกลื่อนพื้น ไม่ไกลนักก็มีคนแก่คนชรานอนตายเรียงรายด้วยบาดแผลจากการถูกดาบฟัน จากนั้นก็มีเสียงร้องโวยวายของหญิงสาวบางคนที่ถูกขืนใจจนเป็นบ้าและเปลือยกายวิ่งหนีพวกหน่วยแพทย์จนต้องช่วยกันไล่จับ พวกเด็ก ๆ ที่ไม่ควรมาเจอเรื่องแบบนี้ต่างก็เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ และที่น่าสะเทือนใจมากที่สุดคือภาพสามพ่อแม่ลูกถูกเผาจนไหม้เกรียมทั้งที่กอดกันกลม

"ท่านจ้าว" วาเรียสหันหลังกลับไปหาเฟลม มีทหารนายหนึ่งยืนรออยู่เหมือนจะรายงานอะไรสักอย่าง "ทหารบอกว่าจับคนร้ายได้หกคนขอรับ อยากให้ท่านช่วยไปดู ตอนนี้อยู่ที่ท่าเรือ"

"..." ร่างสูงไม่พูดอะไรแต่เดินตรงไปยังท่าเรือตามที่เฟลมบอกโดยมีองครักษ์ผมสีเพลิงและทหารที่มารายงานก็เดินตามมาด้วย ที่นั่นมีทหารแดนมืดจำนวนหนึ่งกำลังคุมตัวนักโทษอยู่

"พวกนี้เป็นคนร้ายที่เราจับได้ขอรับ พวกมันเป็นชาวแดนพราย" 

ชาวพรายวาเรียสฟังทหารรายงานแต่สายตามองไปที่ใบหูของชายกลุ่มนี้ซึ่งมีลักษณะแหลมยาวคล้ายหูของเอลฟ์ อย่างที่ทหารบอก คนพวกนี้เป็นชาวพรายจริง ๆ แล้วใครกันที่ส่งผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้มา

"ใครส่งพวกเจ้ามา"

"..."

"ไม่บอกสินะ ได้" วาเรียสหันไปดึงดาบของทหารนายหนึ่งออกจากฝักก่อนจะใช้มันบั่นคอชาวพรายตนหนึ่ง ของเหลวสีแดงกระเด็นใส่คนที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับที่ศีรษะของผู้เคราะห์ร้ายกลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้าคนถือดาบ "น่าสงสาร ถ้าเจ้ายอมบอกว่าใครบงการ คงไม่ต้องกลายเป็นผีไร้หัว...เอามันไปให้ฉลาม" ว่าจบ ชายหนุ่มก็โยนหัวนั้นลงไปในเรือพายตามด้วยถีบร่างไร้หัวกลิ้งลงไปด้วย ก่อนจะมีทหารชาวแดนมืดสองนายลงไปในเรือแล้วพายออกไป

ไอ้เด็กนี่เหรอจ้าวปีศาจ มันจะโหดไปไหม! หนึ่งในกลุ่มชาวพรายที่ยังเหลือกล่าวในใจพลางเหลือบมองชายหนุ่มที่มีใบหน้าออกไปทางเด็กหนุ่มมากกว่า 

"มีใครจะบอกไหมว่าใครใช้ให้พวกเจ้ามาก่อเรื่อง"

"..." ทุกคนยังคงเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากก้มหน้า วาเรียสที่เดินควงดาบวนไปวนมาก็หยุดอยู่ตรงหน้าชาวพรายที่เหลือบมองเขาเมื่อกี้ 

"น่าสงสาร งั้นเจ้าคือรายต่อไป" วาเรียสจิกหัวชาวพรายตนนั้นแล้วใช้ดาบค่อย ๆ กรีดใบหน้าอย่างช้า ๆ ชายผู้เคราะห์ร้ายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแล้วก็ต้องร้องดังกว่าเดิมเมื่อจ้าวปีศาจกำลังควักลูกตาของเขาออกมา

"อ๊าก!!!!"

"ร้องเข้าไป ร้องให้ดังกว่านี้ เพื่อนเจ้าจะได้รู้ว่าเจ้ากำลังเจ็บปวด" วาเรียสสะบัดดาบตัดเชือกที่มัดผู้เคราะห์ร้ายตามด้วยดึงแขนอีกฝ่ายมาตัดฉับทั้งสองข้าง ของเหลวสีแดงไหลนองพื้นจนชาวพรายตนอื่นตัวสั่นขณะเบือนหน้าหนี

วาเรียสยังไม่หยุดแค่นั้น เขาหันมาจิกหัวแล้วลากชาวพรายอีกคนลงมานอนบนพื้นก่อนจะเอาดาบแทงแล้วค่อย ๆ ลากดาบไปมาสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ตรงช่องท้องจากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปควักอวัยวะภายในออกมาโดยไม่สนเสียงกรีดร้องอย่างทรมานของเหยื่อ

"มีตับ ไต ไส้ พุงเหมือนชาวแดนมืดเลยนี่ ทรมานใช่ไหม ได้ งั้นข้าจะส่งเจ้าไปสบายเอง" ว่าแล้ว ร่างสูงก็ตวัดดาบบั่นคอคนถูกผ่าท้องก่อนที่เขาจะหันไปบั่นคอคนถูกควักลูกตาเช่นกัน "ไหนบอกหน่อยสิ ใครส่งพวกเจ้ามา" วาเรียสหันมาถามอีกสามคนที่เหลือด้วยแววตาเหมือนคนมองเศษสวะชั้นต่ำ

"ระ...ราชาแดนพราย ราชาเรฮานส่งพวกเรามา!"

"เอ่อ เพราะเขารู้สึกถูกหักหน้าที่อุตส่าห์มาขอให้ท่านช่วย เขา...เอ่อ...เขาก็เลยทำแบบนี้"

"ราชาน่ะ เขาเกลียดเรื่องแบบนี้ที่สุด เพราะอาวุโสกว่าท่านจ้าวปีศาจ แต่ก็ยอมลดตัวมาหาเงียบ ๆ แต่การกระทำของท่านเหมือนทำให้หน้าแตก อีกอย่างเขาประกาศสงครามกับสภาขุนนางก่อน แดนเราวุ่นวายก็เพราะเขา แต่ข้าขัดคำสั่งเขาไม่ได้"

"...งั้นเหรอ" วาเรียสฟังทั้งสามที่ช่วยกันอธิบายก่อนจะหันไปมองทางเดินที่ยืนลงไปในทะเล "ข้าจะนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าพวกเจ้าวิ่งไปถึงสุดทางนั้นได้ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แล้วก็...วิ่งสุดชีวิตด้วยล่ะ" สีหน้าของทั้งสามดีใจสุด ๆ ยิ่งทหารแดนมืดแก้เชือกให้พวกเขาแล้ว ทั้งสามก็ยิ่งรีบวิ่งไปตามที่วาเรียสบอกทันที ระยะทางก็ไม่ไกล วิ่งแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

"ท่านจ้าวขอรับ" เฟลมทำท่าจะท้วงแต่จ้าวปีศาจยกมือห้ามไว้ จากนั้นร่างสูงก็เริ่มนับเลขขณะเดินวนไปวนมา

"หนึ่ง"

ชาวพรายทั้งสามรีบวิ่ง

"สอง"

ชาวพรายทั้งสามเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

"สาม"

ชาวพรายทั้งสามวิ่งเร็วขึ้นไปอีก

"สี่"

ชาวพรายทั้งสามเค้นแรงทั้งหมดไปที่กำลังขา

"ห้า"

ชาวพรายทั้งสามเริ่มหอบเล็กน้อย

"หก"

ชาวพรายทั้งสามเริ่มหอบมากขึ้น

"เจ็ด"

ชาวพรายทั้งสามเริ่มวิ่งช้าลง

"แปด"

ชาวพรายทั้งสามเผยสีหน้าดีใจที่ใกล้จะถึงสุดทาง

"เก้า"

ชาวพรายทั้งสามใกล้จะถึงสุดทางเดินเข้าไปทุกที

"สิบ"

อีกห้าก้าว ชาวพรายทั้งสามก็จะถึงที่หมาย

"ข้าบอกแล้วนะ ว่าให้วิ่งสุดชีวิต" ดวงตาสีแดงธรรมดากลายเป็นสีเลือดพร้อมกับที่วาเรียสทิ้งดาบลงพื้น เขาสะบัดมือเรียกเคียวจ้าวแห่งอนธการออกมาก่อนจะพุ่งไปหาทั้งสามด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน ใบมีดจันทร์เสี้ยวสีทมิฬตวัดครั้งเดียว ร่างของทั้งสามก็แยกออกเป็นสองท่อน ของเหลวสีแดงกระเด็นใส่ร่างสีดำทำให้ตามตัวเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ส่วนผู้โชคร้ายทั้งสามก็จมน้ำหายไปเหลือเพียงแค่น้ำทะเลสีแดงในบริเวณนั้นเป็นหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้น

"ท่านจ้าว..." เฟลมพึมพำเรียกอีกฝ่ายทั้งที่หน้าซีด เขาสั่นไปหมดทั้งตัวเหมือนกำลังกลัวอีกฝ่าย จ้าวปีศาจไม่เคยเป็นแบบนี้ ใช่ว่าเจ้าตัวไม่เคยฆ่าคน แต่เขาไม่ได้เย็นชาอย่างนี้!

พลันร่างสีดำก็มีปฏิกิริยาแปลก ๆ เฟลมเห็นวาเรียสเดินเซถอยหลังก่อนที่เขาจะอาเจียนออกมาชุดใหญ่ องครักษ์สีเพลิงรีบพุ่งไปช่วยเจ้านายพร้อมกับพวกทหารเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าตัวล้มลงกับพื้น

 

ข่าวจากแดนมืดส่งถึงที่มือของชาวพรายทั้งสองที่นั่งอยู่ในห้องซึ่งมีคบเพลิงส่องแสงสลัว ๆ ข่าวนั้นทำให้พวกเขารู้ว่ามีคนของเขาหกคนถูกจับได้และถูกฆ่ากันหมดหลังจากโดนเค้นคอ คำตอบของคำถามคือราชาเรฮานแห่งแดนพรายและนั่นทำให้เหล่าสภาขุนนางที่กำลังทำสงครามกับผู้ปกครองดินแดนถึงกับยิ้มออก

"ท่านบารอน งานของเราสำเร็จไปอีกขั้นเเล้วนะครับ"

"ทำดีมากเนลิส" ชาวพรายวัยชรากล่าวชมคนตรงหน้า

"ต่อไปก็รอให้เขารู้เรื่องสุสานหลวง จากนั้นยาพิษจะค่อย ๆ เล่นงานจ้าวปีศาจน้อย ยานั่นจะทำให้เขาประสาทหลอน น้ำยาเวทมนตร์สะกดจิตที่ข้าผสมลงไปด้วยจะทำให้เขาถูกความบ้าคลั่งครอบงำ และเขาจะทำลายราชาเรฮานให้เรา ส่วนพวกเราก็รอดูเฉย ๆ ดีไหมครับ ท่านบารอน" หัวหน้าใหญ่ไม่ตอบคำถามแต่หัวเราะอย่างมีความสุขแทน เช่นเดียวกับเนลิสที่เหยียดยิ้มขณะมองหน้าต่าง ซึ่งทางนั้นเป็นทิศที่ตั้งของเมืองหลวงแดนพราย

 

"พวกมันฆ่าเรา"

"ท่านต้องล้างแค้นให้เรา"

"ข้าทรมานเหลือเกิน ฆ่ามันซะ ทำลายพวกมันเพื่อพวกเรา"

"ท่านจ้าว ทำลายพวกมันซะ!”

“ฆ่าคนของเจ้าราชานั่นซะ ประชาชนของมัน เครือญาติของมัน สายเลือดของมัน อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”

"!!!" วาเรียสสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงกระซิบบอกให้ทำลายชาวแดนพราย ชายหนุ่มยกมือกุมหน้าแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตอนนี้เขากลับมานอนในกระโจมอีกครั้งเพราะหมดสติไป น่าแปลกที่เขายังรู้สึกคลื่นไส้และหน้ามืดอยู่ แถมยังมีเสียงกระซิบขอให้ฆ่าคนอยู่ตลอดเวลาจนต้องสะบัดหัวอยู่หลายครั้ง

นี่เขาเป็นบ้าอะไร!

"ท่านจ้าวฟื้นแล้ว!" เฟลมโผล่หน้าเข้ามาดู พอเห็นว่าวาเรียสตื่นแล้วก็รีบวิ่งมาหาทันที จากนั้นเทมเพส อาเนฟ และโยริคก็เดินตามเข้ามาทั้งที่สีหน้าไม่ค่อยดี

"ทำไมทำหน้าแบบนั้น"

"บอกไปสิ" อาเนฟสะกิดหัวหน้าจตุรองครักษ์

"พวกข้าไม่กล้าบอก" โยริคโยนงานไปให้เพื่อนอีกคน เทมเพสถอนหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นก็บอกสาเหตุที่ทำให้พวกเขามีสีหน้าไม่ค่อยดี

"ท่านจ้าวขอรับ คือว่าสุสานหลวง..."

 

สำหรับแดนมืด สุสานหลวงคือสถานที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ แม้จะเป็นพื้นที่เงียบสงบและนาน ๆ ทีจะมีใครเข้ามาเยี่ยมเยียนแต่ใช่ว่าทุกคนจะไม่รู้จักและเห็นความสำคัญของมัน เพราะสุสานแห่งนี้คือสิ่งที่ย้ำเตือนว่าดินแดนนี้อยู่ได้อย่างไร และถ้าขาดจ้าวปีศาจไปจะเกิดอะไรขึ้น วาเรียสใช้ฐานการเคลื่อนย้ายข้ามมิติจากเมืองใกล้ ๆ ทำให้มาถึงสุสานหลวงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นคือสถานที่ที่เคยสวยงามเเละเงียบสงบกลับเหลือแต่ซาก

"สุสานหลวงถูกทำลายเมื่อคืน" อดีตราชินียืนรออยู่แล้วพร้อมกับทหารบางส่วนคอยเก็บกวาดและซ่อมแซมป้ายสุสาน หญิงสาวมองร่างโปร่งแสงของคาเรียสที่กำลังนั่งมองหลุมศพของจ้าวปีศาจรุ่นก่อน ๆ สุสานของเขาไม่ได้เสียหายมากแต่ของบรรพบุรุษไม่ใช่

"คนที่ทำหยามหน้าเรามาก จิตใจทำด้วยอะไรถึงมาทำลายสิ่งที่เหลือไว้ของบรรพบุรุษเรา" คาเรียสนั่งพึมพำเสียงเย็น ท่าทางเขากำลังโกรธมากแต่ยังไม่ระเบิดออกมา ตอนที่เกิดเรื่องเขาอยู่กับวานาเลีย พอกลับมาถึง เห็นว่าสุสานถูกทำลายจึงรีบไปบอกวานาเลียให้เรียกทหารมา

"แม่รู้หรือเปล่าว่าฝีมือใคร" วาเรียสถามสาวผมแดงพลางสะกดอารมณ์ไม่ให้ระเบิดเหมือนที่อดีตจ้าวปีศาจกำลังทำอยู่ วานาเลียไม่พูดอะไรแต่ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ลูกชาย

"มีข้อความทิ้งไว้ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเขียน"

ต่อไปเราจะทำลายนครหลวงซัลลิเเวนแล้วแย่งกำลังทั้งหมดมา

"..." หลังจากอ่านจบ วาเรียสไม่พูดอะไรแต่ฉีกกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินออกนอกสุสานไปทั้งที่พยายามสะกดอารมณ์โมโหสุด ๆ วานาเลียมองหน้าสี่องครักษ์ พวกเขาค้อมศีรษะเล็กน้อยแล้วจึงรีบตามจ้าวปีศาจไป

 

ช่วงเย็น ๆ ของวันนั้นร่างสูงก็กลับมาถึงพระราชวังซัลลิเเวน เขาไม่คิดจะแวะไปที่ไหนทั้งนั้นนอกจากเข้าปราสาทแล้วเข้าห้องเลย ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยมากจนอยากจะพักผ่อนแต่ก็ไม่กล้านอนหลับเพราะเสียงกระซิบยังดังแว่วมาตลอด หรือว่าวิญญาณของคนที่ตายจะอยากให้เขาล้างแค้นที่พวกแดนพรายบุกมาทำลายเมือง วาเรียสเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำก่อนจะยกมือกุมหน้าเพราะรู้สึกปวดหัว

"ราชาเรฮานเหรอจะทำเรื่องแบบนี้ เป็นไปไม่ได้"

"ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร" เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้วาเรียสเงยหน้ามองกระจก ในนั้นสะท้อนภาพเงาของตัวเขาแต่ด้านหลังเต็มไปด้วยร่างของคนที่ตายไปแล้วในสภาพสยดสยอง 

"บางดินแดน เพื่อให้ได้กำลังมาต่อกรกับศัตรูก็จำเป็นต้องหันไปทำลายแดนอื่นเพื่อแย่งชิงกำลังของแดนนั้นมา พระราชามีอำนาจ ก็ไม่แปลกที่จะต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้ เจ้าเป็นจ้าวปีศาจ เจ้าก็น่าจะรู้ดีนี่" เงาของวาเรียสนั่นเองที่เป็นคนพูด พริบตานั้นเหล่าคนตายที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เดินตรงมาที่กระจกและจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง

"ฆ่าพวกมันซะท่านจ้าว"

"ล้างเเค้นให้พวกเรา"

"ไม่ ข้าไม่ต้องการสงคราม" วาเรียสส่ายหน้าปฏิเสธคำขอของคนตาย เขาตั้งใจว่าจะไม่ก่อสงครามกับแดนไหนทั้งนั้น ทุกวันนี้แดนมืดมีปัญหามากพอแล้ว ทั้งคำสาปที่ค่อย ๆ กัดกินดินแดนทีละนิด สัตว์อสูรออกอาละวาด ทรัพยากรบางอย่างเริ่มหมดไปจนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากแดนอื่นยกเว้นแดนมนุษย์กับแดนเทวา 

"พวกมันฆ่าเรา!"

"ท่านก็เห็นแล้วนี่ พวกเราตายยังไง ท่านจำไม่ได้เหรอ!"

"!!!" วาเรียสถึงกับผงะเมื่อถูกคนตายตะคอกใส่ พริบตานั้นภาพรอบกายก็เปลี่ยนไป จากเดิมทีที่เขาอยู่ในห้องตัวเอง ตอนนี้เขากลับมาอยู่ในเมืองท่ามาริเนลที่กำลังถูกไฟไหม้และมีคนถูกฆ่าตายมากมาย ซากศพกระจัดกระจายนอนเกลื่อนพื้น พลันเด็กชายที่ถูกไฟคลอกก็วิ่งมาล้มลงตรงหน้าชายหนุ่มเหมือนตอนนั้นไม่มีผิดแถมยังเงยหน้าขึ้นมาตะโกนใส่เขาอีก

"พวกมันทำให้ข้าเป็นแบบนี้!"

"ทำลายพวกมันซะท่านจ้าว!" ตั้งแต่ตอนไหนกันที่ซากศพเหล่านั้นลุกขึ้นมายืนรายล้อม วาเรียสหน้าซีดเผือดก่อนจะยกมือกุมหน้าแล้วบอกตัวเองในใจว่านี่ไม่ใช่ความจริง มันก็แค่ภาพหลอนเท่านั้น

"พวกมันทำลายสุสาน พวกมันหยามเกียรติพวกข้า เจ้าต้องสั่งสอนพวกมัน!" แม้กระทั่งอดีตจ้าวปีศาจในรุ่นก่อน ๆ ยกเว้นคาเรียสก็ยังปรากฏตัวขึ้นและสั่งให้วาเรียสจัดการกับฝ่ายนั้นด้วย

"ฆ่าพวกมัน!"

"ทำให้พวกมันทรมาน!"

"ไม่! ข้าไม่ต้องการสงคราม! วันนี้ข้าฆ่าคนมาเกินพอแล้ว! หยุด! หยุดสักที!" วาเรียสตะโกนสวนกลับไปแต่ไม่ได้ผล เสียงของพวกคนตายยังคงบอกให้เขาทำลายแดนพรายเพื่อล้างแค้นอยู่อย่างนั้น

"พวกมันฆ่าเรา"

"ท่านต้องล้างแค้นให้เรา"

"ข้าทรมานเหลือเกิน ฆ่ามันซะ ทำลายพวกมันเพื่อพวกเรา"

"ท่านจ้าว ทำลายพวกมันซะ!”

“ฆ่าคนของเจ้าราชานั่นซะ ประชาชนของมัน เครือญาติของมัน สายเลือดของมัน อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”

“พอแล้ว! หยุดได้แล้ว! อ๊าก!!!” วาเรียสล้มลงบนพื้นห้องในโลกแห่งความจริง เจ้าตัวยกมือกุมขมับพลางกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายเหมือนคนที่กำลังจะเป็นบ้าเต็มที แม้เสียงจะดังขนาดไหน คนข้างนอกก็ไม่ได้ยินเพราะก่อนหน้านี้ เขาไม่อยากให้ใครรบกวนจึงร่ายเวทเก็บเสียงรอบห้องตัวเอง

ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา!

 

ช่วงเช้าวันนี้สี่องครักษ์แวะมาหาจ้าวปีศาจบนยอดหอคอยปราสาทหลังจากถามเด็กรับใช้ว่าเจ้าตัวอยู่ไหน ทั้งสี่ก็รีบมาด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้มีแต่เรื่องวุ่นวายแถมเฟลมก็บอกว่าวาเรียสมีท่าทางเหมือนไม่ค่อยสบาย พวกเขาก็เลยมาดูสักหน่อยว่าเจ้าตัวเป็นยังไงบ้าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"ท่านจ้าว พวกข้าเองขอรับ"

"เข้ามา" เสียงเรียบ ๆ นั้นทำให้สี่หนุ่มรีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง ร่างสีดำนั่งอยู่ตรงระเบียงชมวิว บนโต๊ะน้ำชาก็มีของว่างวางไว้อยู่ ทว่าวาเรียสไม่ได้นั่งจิบน้ำชาอย่างเดียว เขากำลังชูมีดมันวาววับจากนั้นก็ส่ายไปมาแถมยังเหยียดยิ้มเย้ยหยันราวกับกำลังมองทุกสิ่งเป็นแค่เศษสวะ

"เฟลมบอกว่าท่านไม่ค่อยสบาย พวกข้าก็เลยมาดู" เทมเพสบอกธุระที่มาวันนี้ แต่พอเห็นสีหน้าของจ้าวปีศาจ เขาก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันเปลี่ยนไปรวมทั้งตัวของวาเรียสด้วย

"ท่านจ้าวเล่นมีดด้วยล่ะ" อาเนฟหันมากระซิบกับเพื่อนผมสีน้ำตาล

"ข้าว่ามันน่ากลัวยังไงไม่รู้" โยริคก็กระซิบตอบ

นี่ใช่ท่านจ้าวที่ข้ารู้จักแน่เหรอ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เฟลมรู้สึกว่าชายหนุ่มเริ่มแปลก ๆ ไป ตั้งแต่ฆ่าชาวพรายทั้งหก เขาก็มีท่าทางไม่เหมือนคนปกติ ซึ่งองครักษ์สีเพลิงก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร

"ที่นั่นน่ะ อีกฝั่งของทะเล พวกนั้นอยู่ที่นั่นสินะ" 

"..." สี่องครักษ์หันไปมองหน้ากันก่อนจะหันกลับมามองจ้าวปีศาจ วาเรียสหัวเราะทั้งที่ยังเล่นมีด ดวงตาสีแดงจับจ้องไปยังสถานที่ที่เป็นเป้าหมาย แล้วบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา

"ข้าอยากได้แดนพราย"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

368 ความคิดเห็น

  1. #19 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 20:01
    ค้างงงงงงงงงงงง
    #19
    0
  2. #18 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 22:33
    เดี๋ยวแปลว่าสั้นๆ แปปเดี๋ยว ใช้เวลาไม่นาน เพราะฉะนั้น... อีกห้านาทีเค้าจิเข้ามาอ่านใหม่นะ *-*
    #18
    0